วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569

TCEBลั่นปี69เร่งสร้างDNAไมซ์ลุยเปิดใหม่แล้ว6ไมซ์ซี้ตี้ดันเศรษฐกิจไทยโต

TCEBลั่นปี69เร่งสร้างDNAไมซ์ลุยเปิดใหม่แล้ว6ไมซ์ซี้ตี้

ชู“โครงสร้างพื้นฐาน-อัตลักษณ์-ห่วงโซ่”ดันเศรษฐกิจโต

TCEB และคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชนประกาศปี 2569 เพิ่มใหม่ 6 MICE CITY

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #เปิดใหม่6City  

TCEB ลุยปี’69 ประกาศเพิ่มใหม่ 6 MICE CITY  “กระบี่-เชียงราย-นครศรีฯ-ระยอง-อุบล-หัวหิน/ชะอำ” ผนึกทุกจังหวัดสร้าง Destination DNA ดันเศรษฐกิจพื้นที่โตยั่งยืนด้วย 3 กลไกหลัก “โครงสร้างพื้นฐาน-อัตลักษณ์พื้นที่-คน/ห่วงโซ่อุปทาน”

ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บเดินหน้านำไทยสู่ศูนย์กลางไมซ์แห่งอาเซียน พร้อมยกระดับประกาศรับรองความพร้อมเมืองไมซ์ (MICE City) ใหม่ 6 พื้นที่ ทำให้มีทั้งหมด 16 แห่ง (2026 MICE CITY: 16 Destinations) จากเดิมมี 10 เมืองไมซ์ โดยมุ่งการกระจายการจัดงานให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วไทยได้มากขึ้น

ปี 2569 คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้ประเมินและพิจารณาเมืองไมซ์ตามมาตรฐาน 8 ด้าน 32 ตัวชี้วัด ประกอบด้วย ความสะดวกในการเข้าสู่เมืองและสถานที่จัดงาน การสนับสนุนการจัดงาน กิจกรรมเพิ่มเติมนอกเหนือการประชุม ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก มาตรฐานสถานที่จัดงาน ภาพลักษณ์และชื่อเสียงของเมือง ความปลอดภัย และการบริหารจัดการความเสี่ยง



ปีนี้ทีเส็บและคณะกรรมการจึงได้ประกาศรับรองพื้นที่ใหม่เป็นเมืองไมซ์ ครอบคลุม ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวม 6 เมืองไมซ์ ดังนี้

1. กระบี่ (ไมซ์ชายทะเลอันดามัน)

2.นครศรีธรรมราช (ศูนย์กลางไมซ์เชิงวัฒนธรรมและศาสนา)

3.เชียงราย (เมืองไมซ์สร้างสรรค์และวัฒนธรรม)

4.อุบลราชธานี (ประตูไมซ์อีสานใต้สู่ลุ่มน้ำโขง)

5.ระยอง (ศูนย์กลางไมซ์ภาคอุตสาหกรรมต่อยอด Eastern Economic Corridor หรือ EEC) 

6.หัวหิน-ชะอำ (เมืองไมซ์ที่ผนึกจุดแข็งของรีสอร์ตชายทะเลและสถานที่จัดงานของสองพื้นที่เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับการจัดงานบิ๊กอีเวนต์ ขนาดใหญ่แบบไร้รอยต่อ)



“คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้งภาครัฐและภาคเอกชน” ยังได้พิจารณาต่ออายุเมืองไมซ์เดิมด้วยอีก 3 เมือง เพราะมีอายุครบรอบการประเมิน ได้แก่ สุราษฎร์ธานี พิษณุโลก และอุดรธานี

ดร.ศุภวรรณ กล่าวว่า การยกระดับเป็นเมืองไมซ์ไม่ใช่เพียงแค่การรับรองสถานะ แต่คือการนำอุตสาหกรรมไมซ์ไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยจุดแข็งเฉพาะของแต่ละเมือง หรือ "Destination DNA" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเมือง ภายหลังรับรองเพิ่มใหม่ 6 เมืองไมซ์แล้ว ทีเส็บได้เตรียมแผนพัฒนาร่วมกับแต่ละจังหวัดเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่เป้าหมาย ด้วย 3 กลไกสำคัญ ดังนี้

กลไกที่ 1 การยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure & Connectivity) : ผลักดันผ่านต้นแบบที่เคยดำเนินการคือ “EEC MICE Sandbox” และจัดทำ Area-based MICE Development Playbook เพื่อขยายผลสู่เมืองไมซ์ทั่วประเทศ

กลไกที่ 2 การชูอัตลักษณ์พื้นที่ (City-as-content & Destination DNA) : ออกแบบงานไมซ์ให้สอดคล้องกับจุดแข็งเฉพาะตัวของแต่ละเมือง พร้อมส่งเสริมมาตรฐานการจัดงานอย่างยั่งยืน (Thailand Sustainable Event Management Standard: TSEMs)

กลไกที่ 3 การพัฒนาบุคลากรและห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น (Local Ecosystem) : สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการไมซ์ในพื้นที่ และเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ภาษี หักลดหย่อนได้สูงสุด 200% (Tax Deduction) เพื่อจูงใจให้องค์กรต่าง ๆ เลือกจัดงานประชุมและสัมมนาในเมืองไมซ์มากขึ้น



ปี 2570 ทีเส็บเตรียมประเมินเพื่อต่ออายุอีก 4 เมืองไมซ์ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต ขอนแก่น ควบคู่พัฒนาเกณฑ์การประเมินเมืองรูปแบบเฉพาะ(By Type) เพื่อรองรับความหลากหลายของแต่ละพื้นที่ ตอกย้ำความพร้อมนำไทยก้าวสู่ “ศูนย์กลางไมซ์ของภูมิภาคอาเซียน” (MICE Hub of ASEAN)

สำหรับของเดิมทีเส็บได้ประกาศไว้ทั้งหมด 10 เมืองไมซ์ ประกอบด้วย

“ภาคกลาง” 1 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร (ศูนย์กลางหลักของประเทศ)

“ภาคตะวันออก” 1 จังหวัด คือ พัทยา/ชลบุรี (เมืองไมซ์หลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก- EEC)    

“ภาคเหนือ” 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ (ศูนย์กลางภาคเหนือ และเจ้าภาพจัดงาน MICE City Summit 2027) กับ พิษณุโลก (ศูนย์กลางไมซ์และการท่องเที่ยวเชื่อมโยงภาคเหนือตอนล่าง)

“ภาคอีสาน” 3 จังหวัด คือ ขอนแก่น (ศูนย์กลางหลักภาคอีสาน) นครราชสีมา (เมืองไมซ์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชื่อมต่อภาคอีสาน) และอุดรธานี (เมืองไมซ์เชื่อมโยงภูมิภาคอินโดจีน)

“ภาคใต้” 3 จังหวัด คือ ภูเก็ต (ศูนย์กลางท่องเที่ยวและ Incentive ระดับโลกภาคใต้) สงขลา (เมืองต้นแบบไมซ์ยั่งยืน) กับ สุราษฎร์ธานี (เมืองไมซ์เกาะท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่เพิ่งผ่านการต่ออายุรับรอง

ทีเส็บได้ทำโครงการเมืองไมซ์เริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 ภายใต้ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 4 ขององค์กรคือ การเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไมซ์ เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566–2570) มุ่งให้ไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืน ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (2566–2570) ให้ความสำคัญกับ Business Tourism มีเป้าหมายยกระดับเมืองศักยภาพให้เป็น Preferred MICE Destination

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

BFPL-BPTเร่งทำแผนซ่อมแซมรอยรั่วระบบท่อส่งน้ำมัน เสนอกรมธุรกิจพลังงานใช้เวลาซ่อม/ทดสอบ 3 สัปดาห์

BFPL - BPT เร่งทำแผนซ่อมแซมรอยรั่วระบบท่อส่งน้ำมัน เสนอกรมธุรกิจพลังงานใช้เวลาซ่อม/ทดสอบ 3 สัปดาห์ BFPL กับ BPT พบแล้วรอยรั่วซึมในระบบท่อ...