วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2569

“ศุภจี”นำพาณิชย์ดันสำเร็จ“Credit Term SMEs” ปลดล็อก“สภาพคล่อง-เป็นธรรมทางการค้า”เริ่ม 2 พ.ย.69

“ศุภจี”นำพาณิชย์ดันสำเร็จกรอบเวลาใหม่“Credit Term SMEs”

ปลดล็อก“สภาพคล่อง-เป็นธรรมทางการค้า”เริ่มใช้ 2 พ.ย.69

    ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ทำสำเร็จปลดล็อ Credit Term SMEs 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #CreditTermSMEs #ปลดล็อกสภาพคล่องSMEs3ล้านราย #เริ่ม2พฤศจิกายน69

“ศุภจี” นำพาณิชย์ถกทุกฝ่ายดันสำเร็จใช้กติกากรอบเวลาใหม่ “Credit Term” เริ่ม 2 พ.ย.69 ช่วยธุรกิจ SMEs ปลดล็อกการเพิ่มสภาพคล่อง สร้างความเป็นธรรมทางการค้า “ประธานสภาSMEs”ยันช่วยธุรกิจรายย่อยไทยได้ 3 ล้านราย กรณีลดรอเงินจาก 90 วัน เหลือ 45 วัน ช่วยดึงเงินหมุนเวียนเข้าสู่เศรษฐกิจมากถึง 7.5 แสนล้าน


นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือในเวทีประชุมเดินหน้าผลักดันการ “สร้างความเป็นธรรมทางการค้า” ล่าสุดได้อนุมัติหลักเกณฑ์ “ระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า : Credit Term” เพื่อแก้ปัญหาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ถูกคู่ค้ารายใหญ่ยืดเวลาชำระเงิน มีความคืบหน้าเป็นรูปธรรม หลังประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาไปแล้วเมื่อ 2 ตุลาคม 2569 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป เป็นอีกก้าวสำคัญการยกระดับกติกาการค้า ลดความเหลื่อมล้ำการต่อรอง และเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย

“หลักเกณฑ์ใหม่” มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่ผู้ประกอบการ SMEs ต้องเผชิญการรอรับชำระเงินเป็นเวลานาน ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องและความสามารถดำเนินธุรกิจ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาชำระเงินดังนี้

-ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน ไม่เกิน 30 วัน

-การค้า การผลิต และบริการทั่วไป ที่อยู่ในขอบเขตประกาศ ไม่เกิน 45 วัน

-กำหนดแนวทางป้องกันการประวิงชำระเงินโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงระยะเวลา Credit Term หรือเงื่อนไขสัญญาโดยไม่แจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน

ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ตลอดจนกลไกให้ผู้ซื้อรายใหญ่นำข้อเท็จจริงและหลักฐานมาแสดงต่อ กขค. ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลซึ่งอยู่ในความรู้เห็นของตน เพื่อช่วยลดภาระการพิสูจน์ของ SMEs

“Credit Term” ตามหลักเกณฑ์ใหม่ จึงไม่ได้เป็นเพียงการกำหนดกรอบเวลาชำระเงิน แต่เป็นกลไกสำคัญสร้างความเป็นธรรมระหว่างคู่ค้า ลดความเสียเปรียบในการต่อรอง ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถบริหารกระแสเงินสด วางแผนธุรกิจ ดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่อง เป็นพื้นฐานสำคัญเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ SMEs ในระยะยาว

กระทรวงพาณิชย์ยังเดินหน้าประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาต้นทุนให้ผู้ประกอบการในมิติอื่น ๆ ควบคู่กันไป ผ่านเวที “การประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาสินค้าแพงและค่าครองชีพสำหรับธุรกิจแพลตฟอร์ม” ที่นางศุภจีเป็นประธานเมื่อ 21 ตุลาคม ได้หารือแนวทางสร้างความเป็นธรรมการดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์ม เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนและเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันให้ SMEs

โดยครอบคลุมทั้งการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและการวางกลไกกำกับดูแลในระยะยาว มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือ 1.แนวทางจัดการปัญหาค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชันของแพลตฟอร์ม 2.พัฒนากติกาการแข่งขันให้เหมาะสมกับบริบทเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม ได้ประโยชน์กับผู้บริโภคและระบบเศรษฐกิจโดยรวม

ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์มุ่งขับเคลื่อนนโยบายสร้างความเป็นธรรมทางการค้าต่อเนื่อง 3 ส่วน ดังนี้

-การแก้ไขปัญหาระยะเวลาชำระเงินผ่านหลักเกณฑ์ Credit Term

-การลดภาระต้นทุนจากการประกอบธุรกิจบนแพลตฟอร์มดิจิทัล

-ยกระดับกลไกการแข่งขันทางการค้า เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้ SMEs เพิ่มสภาพคล่อง สร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน


“นายสุปรีย์ ทองเพชร” ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย กล่าวว่า การกำหนดหลักเกณฑ์ Credit Term ใหม่ถือเป็นความก้าวหน้าสำคัญในการแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง SMEs ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากต้องรอรับชำระเงินเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายการทำธุรกิจ ทั้งค่าจ้างแรงงาน ค่าวัตถุดิบ และต้นทุนอื่น ๆ

“เกณฑ์ใหม่” จะลดระยะเวลาการชำระเงินจาก 60 วัน เหลือ 45 วัน คาดจะช่วยให้มีเงินทุนหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ SMEs ประมาณ 250,000 ล้านบาท หากสามารถลดจาก 90 วัน เหลือ 45 วัน จะช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้ถึงประมาณ 750,000 ล้านบาท จะช่วยให้ผู้ประกอบการนำเงินไปหมุนเวียนในกิจการ ชำระค่าวัตถุดิบและค่าจ้างแรงงาน ลดความจำเป็นในการพึ่งพาเงินกู้เพื่อประคองธุรกิจ มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs กว่า 3 ล้านราย ดำเนินธุรกิจและแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น

“รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม” ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SMEs ต้องรอรับชำระเงินเป็นเวลานานจนส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความสามารถดำเนินธุรกิจ เมื่อกำหนดลดกรอบเวลาชำระเงินใหม่ จึงช่วยสร้างมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ ลดโอกาสการใช้เงื่อนไขทางการค้าที่ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กเสียเปรียบ

“คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า” ในฐานะหน่วยงานอิสระ ภายใต้กำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ยึดนโยบายรัฐบาลรักษาความสามารถผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยที่อยู่ห่างไกลไว้ ให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อทำธุรกิจได้ อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและชุมชน

กขค. มุ่งให้การบังคับใช้หลักเกณฑ์เป็นไปตามกฎหมายและเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด เพื่อส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม ควบคู่การสร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถปรับตัวและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้อย่างถูกต้อง



การประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นาวาตรี วรวิทย์ เตชะสุภากูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายกิตติวัฒน์ ปัจฉิมนันท์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รศ.สุธรรม อยู่ในธรรม ประธานกรรมการการแข่งขันทางการค้า และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง





 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“TED Fund”ตีปีกรับนโยบายอว.ลั่นปี’70 พลิกสู่ Matching เร่งเศรษฐกิจไทยโตด้วยนวัตกรรม-หนุน 3 อุตฯเป้าหมาย

“ TED Fund ”ตีปีกรับนโยบายอว.ลั่นปี ’70 พลิกสู่ Matching เร่งเศรษฐกิจไทยโตด้วยนวัตกรรม-หนุน 3 อุตฯเป้าหมาย กระทรวง อว. จัด “ TED Fund ...