วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569

TCEBเปิดโร้ดแมฟพลังไมซ์ไทยปี’70รุกDestination Marketing ชู16 MICE Cityดันเศรษฐกิจโต7-10%และเร่งไมซ์สู่Net Zero

 


สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB”

TCEBเปิดโร้ดแมฟพลังไมซ์ไทยปี’70รุกDestination Marketing

นำ16 ไมซ์ ซิตี้แม่เหล็กใหญ่ดันเศรษฐกิจทั่วประเทศโต7-10%

ดึงงานพุ่งเป้าอุตฯเป้าหมาย-เร่งไมซ์สู่Net Zeroภายใน3ปีหน้า

Clearance Sale คิงเพาเวอร์รางน้ำลด70%-ซิตี้บูทีกลด 40%

คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองจัดหนักโปรดีลดแรง 35%

ส่อง Trendy Today ที่คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ลด 25+10%

ททท.ร่วมITB Asia 2026เร่งดึงสิงคโปร์เที่ยวไทย1.12ล้าน

CEOกลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย

เที่ยว “MULTI-RACING FEST” ริมหาดสงขลา-ภูเก็ต-หัวหิน

4 วิธีดูแลสุขภาพเมื่อออกไปเที่ยวในเมืองอากาศหนาวเย็น

TCEBจัดอวดเมืองโคราชชูแบรนด์เมืองต่อยอด“K-BATTLE”

ไชน่าอีสเทิร์นแอร์โชว์พลังตลาดบิน WorldSkills Shanghai

วันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #TCEB #MICE #AmazingMultiRacingFestival

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...ฟังสดจากLink...https://www.facebook.com/share/v/19tKFuo2MZ/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางสาวสุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดแนวรุกไมซ์ในประเทศปี’70 ขยายตลาดใหม่หลังเพิ่ม “MICE CITY” ทั่วไทย 16 เมือง รุกหนัก “Destination Marketing” ดึงงานไมซ์อินเตอร์หลั่งไหลเข้าพื้นที่ พุ่งเป้าดึงงานอุตสาหกรรมเป้าหมายตามอัตลักษณ์ของพื้นที่ “ภาคใต้” ชูเวลเนส “อีสาน” เน้นผ้าไหม เกษตรแปรรูป “เหนือ” นำเสนอวัฒนธรรม นวัตกรรมสร้างสรรค์ เร่งกระจายเม็ดเงินเข้าถึงท้องถิ่นทั่วประเทศโต 7-10 % ดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยภายใน 3 ปีหน้า ก้าวสู่ Net Zero ผงาดในตลาดโลกอย่างสง่างาม


นางสาวสุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2570 วางกลยุทธ์ต่อยอดการขยายจำนวนเมืองไมซ์ “MICE CITY” ในไทย ซึ่งเป็นเมืองที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์มาตรฐานการคัดเลือกโดยมีความพร้อมรองรับการจัดงานประชุมสัมมนา (Meeting) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) การประชุมนานาชาติขนาดใหญ่ (Convention) และการจัดแสดงสินค้า (Exhibition) “M-I-C-E” และเมกะเวิลด์ อีเวนต์ ทางทีเส็บพัฒนาต่อเนื่องมายาวนานเริ่มทำกับทางกรุงเทพมหานครตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา เนื่องจากมีงานไมซ์หลั่งไหลเข้ามาจัดเป็นจำนวนมาก




ปี 2568 ประกาศเมืองไมซ์ทั่วประเทศ 10 เมือง ล่าสุดปี 2569 ได้ประกาศให้มีเพิ่มเป็น 16 เมือง/City ซึ่งล้วนแล้วแต่มีศักยภาพที่จะรองรับงานได้ครอบคลุมทั้งหมด ได้แก่

“ภาคเหนือ” เดิมมี 2 เมือง คือ เชียงใหม่ พิษณุโลก เพิ่มใหม่ 1 เมือง คือ เชียงราย

“ภาคกลาง” เดิมมี 2 เมือง นำร่องแห่งแรก กรุงเทพมหานคร (ปี2551) และพระนครศรีอยุธยา เพิ่มใหม่ 1 เมือง คือ หัวหิน(ประจวบคีรีขันธ์)/ชะอำ (เพชรบุรี)

“ภาคอีสาน” เดิมมี 4 เมือง คือ ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา เพิ่มใหม่ 1 เมือง คือ อุบลราชธานี 

“ภาคตะวันออก” เดิมมี 1 เมือง คือ พัทยา/ชลบุรี เพิ่มใหม่ 1 เมือง คือ ระยอง

“ภาคใต้” เดิมมี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต หาดใหญ่/สงขลา เพิ่มใหม่ 2 เมือง คือ กระบี่ นครศรีธรรมราช

 ปี 2570 ทีเส็บต้องการส่งเสริมพื้นที่บางจังหวัดหรือบางเมืองที่อาจจะไม่ได้พร้อมรองรับงานแสดงสินค้า (Exhibition) แต่สามารถจัดงานประชุมสัมมนาและอินเซ็นทีฟ (MI) ได้ จึงจะเริ่มทำการศึกษา “ศักยภาพสูงสุด” ของแต่ละพื้นที่แล้วจัดชั้นเป็นเมืองตามประเภท/Category เช่นเมืองประชุมสัมมนา/อินเซ็นทีฟ หรือเมืองที่พร้อมขับเคลื่อน “MEGA EVENT” ได้โดยเฉพาะ

เนื่องจากแต่ละจังหวัดจะผ่านเกณฑ์เมืองไมซ์ได้ต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 ปี ทีเส็บจึงต้องโดยรวบรวม “ฐานข้อมูล/Data” เมืองที่สนใจเข้าร่วมโครงการ เบื้องต้นจะต้องมีคุณสมบัติครอบคลุมทุกมิติมากสุดถึง 8 ด้าน เช่น 1.การเดินทางเข้าถึง (Accessibility) โครงสร้างพื้นฐานการเดินทางจากภายนอกเข้าสู่ภายในพื้นที่ และภายในพื้นที่แต่ละเมืองไปยังสถานที่จัดงานแต่ละครั้ง 2.การสนับสนุนของเมืองจากภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาต่าง ๆ 3.รูปแบบมาตรฐานการบริหารจัดการเมืองโดยมีความพร้อมรับมือได้ทั้งสถานการณ์ปกติ และกรณีภัยพิบัติต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่าง น้ำท่วม และอื่น ๆ



นางสาวสุรัชสานุ์ กล่าวว่า ปี 2569 ทีเส็บได้ประกาศไมซ์ ซิตี้ เป็น 16 เมืองแล้ว จึงได้ “ตั้งเป้าหมาย” ให้มีงาน “อินเตอร์เนชั่นแนลไมซ์” ที่มีศักยภาพตามอัตลักษณ์ขีดความสามารถโดดเด่น เช่น “ภาคใต้” จังหวัดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางด้านเวลเนส หรือ “ภาคอีสาน” เป็นแหล่งผลิตผ้าพื้นเมืองขึ้นชื่อคือ “ผ้าไหม” ซึ่งทางผู้จัดระดับนานาชาติจะให้ความสำคัญกับการเลือกสถานที่จัดอันดับแรกต้องเป็นแหล่งซัพพลายผลิตภัณฑ์นั้น ๆ หรือภาพพื้นที่ตรงกับคอนเทนท์ ฉนั้นแต่ละพื้นที่จึงหันมาชูจุดขายอัตลักษณ์กับอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นไฮไลต์ดึงดูดงานไมซ์ ยกระดับองคาพยพทำให้มีความสามารถทางการแข่งขัน

● “ทีเส็บ” จึงมุ่งเน้นส่งเสริมสนับสนุน “การพุ่งเป้า” นโยบายผลักดันตามภาครัฐที่จะใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยการ “กระจายจัดงานไมซ์” ไปตามภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ สร้างเติบโตทั้ง “จำนวนนักเดินทาง” และ “รายได้” เฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 5-10 % เริ่มจากปี 2569 เติบโตจากปี 2568 ประมาณ 5-7 % ต่อเนื่องปี 2570 จะขยายตัวขึ้นจากปีนี้ประมาณ 7-10 %



● “โร้ดแมฟ” ปีงบประมาณ 2570 หลังจากประกาศให้มีไมซ์ ซิตี้ 16 เมืองแล้ว ก็จะเดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ในประเทศ โดยพุ่งเป้าทำ “Destination Marketing” หนักมากเป็นพิเศษ จะเฟ้นหาจุดเด่นซึ่งเป็นอัตลักษณ์วัฒนธรรมและอุตสาหกรรมเป้าหมายของแต่ละเมืองจะนำมาต่อยอดกับไมซ์ เช่น กรุงเทพมหานคร พัทยา/ชลบุรี ภูเก็ต วางตำแหน่งให้เป็นเมืองพร้อมรับจัดงาน “อินเตอร์เนชั่นแนล” ใส่เข้ามา work flow ของทีเส็บได้เลย

แต่ถ้าเป็น “ไมซ์ ซิตี้” เมืองใหม่ ๆ อย่าง อุบลราชธานี เชียงราย กระบี่ นครศรีธรรมราช ระยอง ก็จะต้องทำ City Design กับโดเมสติก เบื้องต้นอาจจะถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการในแต่ละพื้นที่เข้ามา “เรียนรู้วิธีการขาย” การทำ “ตลาดไมซ์”ซึ่งแตกต่างจาก “การท่องเที่ยว” ใส่เกียร์เรื่อง “การจับคู่ธุรกิจ” (Business Matching) ตลอดปี 2570 สร้างแพลตฟอร์มธุรกิจเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมฟื้นตัว



สำหรับ “การจับคู่ธุรกิจ” งานไมซ์ทุก Conference สามารถทำกิจกรรมนี้ได้ทุกงาน ตัวอย่างงานที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป คือ Northern MICE Expo 2026 เมื่อปลายเดือนกันยายน 2569 จัดที่เชียงใหม่ ได้เปิดพื้นที่ 1 โซน มีตัวแทนตั้งโต๊ะขายระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ ตามรูปแบบ CONVEX แต่ละงานจะมีทั้งกิจกรรมผสมผสานรูปแบบการจัดงานอีเวนต์ (Hybrid/Combined Event) นำ Conference กับ Exhibition งานแสดงสินค้า มารวมไว้ในงานเดียวกัน แล้วก็จัดสถานที่จับคู่ธุรกิจไปพร้อม ๆ กันในงานดังกล่าวได้ เนื่องจากคนมาร่วมคอนเฟอร์เรนซ์เป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ต้องการมาติดต่อธุรกิจ ต้องการซื้อขาย

ปี 2570 ทีเส็บตั้งเป้าหมายให้ไมซ์ในประเทศ แต่ละภูมิภาค สร้างจุดขายการจัด “Conference และ Exhibition” ให้แตกต่างกัน เพื่อให้ ไมซ์ ซิตี้ ที่มีอยู่ทั่วประเทศทั้ง 16 เมือง นำสินค้าอุตสาหกรรมเป้าหมาย ชูขึ้นมาเป็นจุดขายอย่างชัดเจน ได้แก่

“ภาคเหนือ” โดดเด่นทางด้านวัฒนธรรมเชิงสร้างสรรค์ นวัตกรรม และภาคการเกษตรต่าง ๆ

“ภาคใต้” โดดเด่นทางด้าน Wellness & Medical กับ นวัตกรรมชีวภาพต่าง ๆ อย่าง Bio Innovation ก็สามารถดึงเป็นไฮไลต์คอนเฟอร์เรนซ์ ผนวกกับจัดแสดงสินค้าให้ตรงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่ได้


“อีสาน” โดดเด่นทางด้าน ภาคการเกษตร อาหารแปรรูป โลจิสติกส์ มีพัฒนาการลงทุนค่อนข้างมาก เร็ว ๆ นี้ จะมีงาน “มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี 2569”

สถิติปี 2569 ตลาดนักเดินทางไมซ์ภายในประเทศ มีจำนวน 26-27 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 85,000 ล้านบาท หากไมซ์ในประเทศสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีพลัง โอกาสปี 2570 ก็จะสามารถทำให้เติบโตได้แน่นอนเฉลี่ย 7-10 % โดยทีเส็บจะเข้าไปร่วมผลักดันผู้ประกอบการในพื้นที่เพิ่มศักยภาพให้ตอบโจทย์ตลาดโดยเสริมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสิ่งแวดล้อมแล้วนำไปปฏิบัติใช้ได้จริง เช่น 

เรื่องที่ 1 -กระบวนการจัดงานไมซ์มุ่งลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงให้มากที่สุด ซึ่งทีเส็บได้นำอุตสาหกรรมไมซ์เดินตามกระบวนการ “MICE Reduction” คือ “ลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากงานไมซ์” แล้วนำไปชดเชยคาร์บอน (Cabon Offset)




● เป้าหมายตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป ทีเส็บอยากให้ “กิจกรรม” ในอุตสาหกรรมไมซ์ทำให้การปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์หรือ “Net Zero” ซึ่งอาจจะไม่ได้หมายรวมถึงทั้งงานแต่จะ “เลือกเป็นบางกิจกรรม” เพื่อเป็นโมเดลสร้างกระแสทำให้เกิดการตื่นตัวตระหนักรู้ที่จะลงมือทำอย่างจริงจัง เพราะอีก 3 ปีหน้าจะต้องเข้าสู่กระบวนการ Net Zero อย่างแน่นอน

“ตัวอย่างกิจกรรมไมซ์” ที่สามารถทำเป็น Net Zero ได้ ทางทีเส็บได้ให้ความรู้กับองค์กรต่าง ๆ ตลอดเส้นทางตั้งแต่ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ เริ่มต้นตั้งแต่ “การเดินทาง” มาจนถึงการเข้ามาอยู่ร่วมกันในสถานที่จัดประชุม จากนั้นก็จะกำหนดการปฏิบัติต่อเนื่อง เช่น เปิดแอร์ในห้องประชุมไม่เกิน 25 องศาเซลเซียส ใช้อุปกรณ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือการดำเนินงานสั่งอาหารล่วงหน้าให้เหมาะสมพอดีกับผู้บริโภค โดยทำสำรวจด้วยเทคโนโลยี การเลิกใช้กระดาษ และเมื่องานเสร็จก็จะต้องประมวลผลลัพธ์จากงานที่ช่วยลดคาร์บอนเกิดขึ้นได้มากเพียงใด

เรื่องที่ 2 - การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์จัดงานแต่ละครั้งโรงแรม สถานที่จัดประชุมต่าง ๆ ชุมชน ต้องตระหนักรู้ถึงการสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อสร้างไมซ์ที่ยั่งยืน   รวมทั้งการหันมาใช้ส่วนประกอบของวัตถุดิบอาหารที่ผลิตได้ในท้องถิ่น

นางสาวสุรัชสานุ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ทีเส็บไม่สามารถทำอุตสาหกรรมเองเพียงลำพัง ดังนั้นจึงพร้อม “บูรณการทำงาน” กับทุกภาคส่วน ทั้งทีเส็บภูมิภาคกับระดับพื้นที่เองก็ต้องร่วมกับ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาสังคม และทีเส็บส่วนกลางเองก็เช่นเดียวกันเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้อง กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ตอบโจทย์การนำอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยขับเคลื่อนในระดับโลกได้ ทุกฝ่ายต้องจับมือทำงานไปด้วยกัน ช่วยกันยกระดับขีดความสามารถจุดขายที่แตกต่างของพื้นที่ แล้วทีเส็บพยายามดึงงาน Mega Event สร้างงานให้ตรงกับศักยภาพของพื้นที่ รวมทั้งยกระดับตามอัตลักษณ์เพิ่มปริมาณธุรกิจหลั่งไหลเข้าสู่ทุก ไมซ์ ซิตี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดโดยรวมของทุกฝ่ายและประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยอุตสาหกรรมไมซ์

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง


ข่าวที่ 1- Clearance Sale คิงเพาเวอร์รางน้ำลด70%-ซิตี้บูทีกลด40% 

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เพิ่มประสบการณ์ช้อปโค้งสุดท้าย “บินเดือนตุลาคม 2569”  เช็กโปรเลย! วันนี้- 1 พฤศจิกายน 2569 ที่รางน้ำ สำนักงานใหญ่ และ ซิตี้ บูทีก ในตึก วัน แบงค็อก พาเหรดสินค้าไอเทมสุดฮ็อตแบรนด์มาดังมาลดถล่มทลายสูงสุดถึง 70 %

 

● คิง เพาเวอร์ รางน้ำ  : จัดมหกรรม “Clearance SALE” ลดสูงสุด 70% วันนี้-1 พฤศจิกายน 2569 เชิญชวนมาช้อปสินค้าราคาพิเศษจากแบรนด์ดังแถวหน้าของโลกทั้ง  FERRAGAMO, LONGCHAMP, MCM, TORY BURCH และอีกมากมาย ปักหมุดล่วงหน้าได้เลยที่ ชั้น 1 โซนสินค้าแว่นตา ชั้น 2 โซน โซนสินค้าแฟชั่น

 

“ลุ้นรับรางวัลใหญ่” กับบิ๊กดีลแห่งปีที่ทุกคนรอคอย เอาใจนักช้อปทุกคนได้ลุ้นเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุง "พาร์ค ออริจิ้น พญาไท” มูลค่ากว่า 8.1 ล้านบาท เพียงช้อปที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” ครบทุก 5,000 บาท (สุทธิ) รับทันทีสิทธิ์ลุ้นรับคอนโดหรูได้ครั้งละ 1 สิทธิ์/ใบเสร็จ

 

● คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก : ลดสูงสุด 40% สะสมยอดให้ครบแต่ละใบเสร็จ “ช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป” รับไปเลยส่วนลด 40% หรือช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป ลดสูงสุด 30% และ “แจกฟรีทุกวัน”  คูปองส่วนลด 500 บาท รับแล้วนำไปใช้ลด ON-TOP ได้บริเวณโซนบิวตี้ด้วยยอดซื้อครบ 1,000 บาทขึ้นไป(สุทธิ) คนละ 1 สิทธิ์/วัน

 

ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองจัดหนักโปรดีลดแรง 35%

 

กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เพิ่มประสบการณ์ช้อปโค้งสุดท้าย “บินเดือนตุลาคม 2569”  เช็กโปรเลย! วันนี้- 1 พฤศจิกายน 2569 แผนก บิวตี้ แฟชั่น แว่นตา และอีกมากมาย ช้อปจุใจที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง ลดสูงสุด 35 %

 

● “คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” : ลดกระหน่ำ 35 % คัดความคุ้มค่ามาให้ช้อปก่อนบิน กับ “ไอเทมฮิต” แบรนด์บิวตี้และแฟชั่นรวมกว่า 42 รายการ

 

“บิวตี้-เสน่ห์ความงาม” แบรนด์ยอดนิยมพร้อมใจกันลดสูงสุด 25% เสริมด้วย ON-TOP อีก5% ทำยอดแต่ละใบเสร็จได้เลย “ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป” ลดสูงสุด 10% “ช้อปครบ 6,000 บาทขึ้นไป” ลดสูงสุด 15% “ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป” ลดสูงสุด 20% “ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป” ลดสูงสุด 25% สมาชิก POWER PASS ลดเพิ่มอีก 5% ส่วนแผนก “แฟชั่น-เสริมความเท่” ลดสูงสุด 20% สมาชิก POWER PASS รับคูปองลดสูงสุด 20%

 

● “คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง” :  ลดสูงสุด 30% แผนก “บิวตี้” ปลุกทุกคนห้ามหยุดสวย ช้อปแต่ละใบเสร็จให้ครบ 2,000 บาทขึ้นไป หรือที่แผนก “แฟชั่น” เลือกสินค้าโดน ๆ แล้วรับส่วนลดทันที 20% สมาชิก POWER PASS รับคูปองลดสูงสุดเพิ่มอีก 20%

 

ข่าวที่ 3-ส่อง Trendy Today ที่คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ลด 25+10%

 

คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ เปิดมหกรรมช้อป “Trendy Today, Useful Tomorrow” พร้อมเที่ยวทุกลุค ไม่ว่าจะทริปไหน ก็แมตช์สนุกได้ไม่มีเบื่อ คัดสรรไอเทมเด็ดที่ช่วยคอมพลีตลุคให้คุณสวยสับ มั่นใจ ต้องไอเทมจากแบรนด์ TUMI, FURLA, LACOSTE, POLO RALPH LAUREN, MONTBLANC, MCM, SALVATORE FERRAGAMO, BALENCIAGA และอื่นๆอีกมากมาย

 

เข้าไปส่องไอเทมเด็ดก่อนใคร พร้อมรับดีลพิเศษได้ง่ายๆได้เลย กดช้อปและรับของที่สนามบิน ตลุยช้อปได้ตั้งแต่วันนี้ -31 ตุลาคม  ส่งท้าย DELIGHTS & SURPRISES 2026 SHOPPING RACE TO NEW POWER: CLICK & COLLECT โปรติดท็อป ช้อปติดสปีด พร้อมดีลสุดคุ้มจากแบรนด์ดัง สั่งล่วงหน้าออนไลน์ และรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ

 

1.ลดสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 15DS26

2.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 20DS26

3.ลดสูงสุด 25% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท ใส่รหัสส่วนลด 25DS26

 

พิเศษ! Member Online (POWER PASS) ลดเพิ่มอีก 10% (ใช้ร่วมได้กับทุกระดับส่วนลด) ใส่รหัสส่วนลด PWPOCT26

 

ข่าวที่ 4-ททท.ร่วมITB Asia 2026เร่งดึงสิงคโปร์เที่ยวไทย1.12ล้านคน

 

นายกิตติพงษ์ ประพัฒน์ทอง รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์เจาะตลาดระยะใกล้ (shorh haul) สิงคโปร์ จึงได้นำผู้ประกอบการไทย 14 ราย เข้าร่วมส่งเสริมการขายในงาน International Tourism Borse (ITB) Asia 2026 วันที่ 21-23 ตุลาคม 2569 ที่ แซนด์ เอ็กซโป แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ มารีน่า เบย์ แซนด์ พร้อมเป็นประธานเปิดคูหา ร่วมกับนางชลธี จันทร์รัชชกูล     อัครราชทูต ผู้แทนเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ และคณะผู้บริหาร ททท. จะใช้เวทีนี้กระตุ้นตลาดระยะใกล้ รักษาฐานตลาดเดิม ขยายโอกาสเข้าถึงตลาดใหม่ ควบคู่การยกระดับภาพลักษณ์ไทยคือจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก

 

ททท.ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ ขับเคลื่อนตลาดระยะใกล้เชิงรุกด้วยแนวคิด 4 NEWs มุ่งเจาะตลาดกลุ่มใหม่ (Focus New Segmentation) โดยเฉพาะสิงคโปร์เป็นตลาดมีศักยภาพและกำลังซื้อสูง ในการเข้าร่วม ITB Asia 2026 ต่อเนื่องครั้งที่ 19 จะสามารถขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย    ได้คัดสรรผู้ประกอบการไทยที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism) และกลุ่มผู้ประกอบการในโครงการ CF Hotels และ TAT STAR มาจับคู่เจรจาธุรกิจ

 

คาดตลอดงานจะจับคู่เจรจาธุรกิจได้ไม่น้อยกว่า 266 นัดหมาย ช่วยกระตุ้นสิงคโปร์ในช่วงปลายปีนี้ โดยเฉพาะเทศกาล “คริสต์มาสและปีใหม่” เป็นฤดูการเดินทาง แล้วยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดอื่น ๆ ในอาเซียนให้เดินทางมาเยือนไทยเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

“สถิติสิงคโปร์เที่ยวเมืองไทย” เลือกเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมติดอันดับ Top 3 รองจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย ระหว่าง 1 มกราคม – 19 ตุลาคม 2569 สิงคโปร์มาไทยแล้ว 673,114 คน เป็นกลุ่มเดินทางซ้ำๆ  86 % นิยมเดินทางด้วยตนเองพื้นที่หลัก เช่น กรุงเทพฯ กระบี่ ภูเก็ต สงขลา เชียงใหม่ พัทยา สุราษฎร์ธานี ใช้จ่ายเฉลี่ย 45,000 บาท/คน/ทริป มีวันพักเฉลี่ย 4.7 วัน/ทริป ตลอดปี 2569 ตั้งเป้าดึงสิงคโปร์เที่ยวไทยกว่า 1.12 ล้านคน

 

● “ททท.ร่วมกับ 4 พันธมิตรสายการบินและ OTA” จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญช่วยหนุนตลาดเติบโตนำสิงคโปร์มาเที่ยวเมืองไทย โดยเร่งทำกิจกรรมกระตุ้นตลาด ระหว่างตุลาคม 2569-มกราคม 2670 ดังนี้

 

-สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส” นำเสนอขายตั๋วโดยสารเครื่องบินราคาพิเศษจากสิงคโปร์มาไทย เส้นทางกรุงเทพฯ – ภูเก็ต ช่วงมกราคม 2570

 

-KKDay ทำโปรโมชั่นร่วมกันเพื่อกระตุ้นกลุ่มเวลเนสเดินทางมาไทย ระหว่าง 23 ตุลาคม - 18 ธันวาคม 2569 

 

-Klook เสนอขายสินค้าบริการ ซอฟท์ แอดเวนเจอร์ และประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงกีฬา เช่น ขับรถ ATV, เล่นซิปไลน์ กีฬาทางน้ำ Island Hopping ในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต พัทยา ชลบุรี เชียงใหม่ กระบี่ ระหว่างพฤศจิกายน 2569 –มกราคม 2570

 

-Trip.com จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเจาะกลุ่มครอบครัวในสิงคโปร์เดินทางไปยัง gateways ด้วยเที่ยวบินตรงจากสิงคโปร์ ระหว่าง 11 - 30 พฤศจิกายน 2569  

 

ขณะที่ “คูหาประเทศไทย” ในงาน ITB Asia 2026 ททท.ชูแนวคิด “Thai Sanctuary: The Layer of Well-Being” ถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยมิติใหม่ นำเสนอการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) ผนวกกับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ตอบโจทย์พฤติกรรมและความสนใจนักท่องเที่ยวในตลาดโลก

 

“การตกแต่ง” เน้นความร่วมสมัย ให้ความรู้สึก สงบ หรูหรา โดยเนรมิตพื้นที่เป็น “อาศรมสยาม” มิติแห่งการเยียวยาแบบไทย (Thai Sanctuary: The Layer of Well-Being) ตกแต่งด้วยงานหัตถกรรมไทย ได้แก่ เครื่องแขวนพู่กลิ่น และตาข่ายดอกพุด เครื่องแขวนที่ใช้ในงานมงคลของไทยแสดงถึงความประณีตงดงาม มอบความรู้สึกผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าชมให้รู้สึก “เหมือนได้เข้ามาปลีกวิเวกท่ามกลางความวุ่นวาย” สอดคล้องกับแคมเปญ “Healing is the New Luxury”

 

พร้อมจัดกิจกรรม “Amazing Thailand Photo Booth AI” สร้างการมีส่วนร่วมและถ่ายทอดเสน่ห์ประเทศไทยผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เชิญชวนผู้เข้าร่วมงานร่วมออกเดินทางท่องเที่ยวเมืองไทยผ่านภาพถ่ายเสมือนจริงที่สร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี AI พร้อมนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยผ่านแนวคิด 5F Soft Power 4 รูปแบบ ได้แก่

 

#Sawasdee Thailand ถ่ายทอดวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ความเป็นไทย

 

#Sabai in Thailand สัมผัสธรรมชาติและ        การพักผ่อนหย่อนใจ

 

#Aroi in Thailand สัมผัส Local Food Thai Street Food และวัฒนธรรมอาหารไทย

 

#Sanook in Thailand เติมความสนุกสนานผ่านมวยไทยและกิจกรรมผจญภัย เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย

 

● สำหรับ “ผู้ประกอบการไทย” ที่เข้าร่วม ITB Asia 2026 ประกอบด้วย Jurassic World: The Experience Bangkok กรุงเทพมหานคร, Go Thailand Tours Co., Ltd. กรุงเทพมหานคร, Barcelo Coconut Island Phuket จังหวัดภูเก็ต, Carlton Hotel Bangkok Sukhumvit กรุงเทพมหานคร, Mai Resorts Group จังหวัดพังงา, Panan Krabi Resort จังหวัดกระบี่, RAMA GARDENS HOTEL BANGKOK กรุงเทพมหานคร, Rembrandt Hotel Bangkok Co., Ltd กรุงเทพมหานคร, Sofitel Krabi Phokeethra Golf & Spa Resort จังหวัดกระบี่, SONO Hotels & Resorts กรุงเทพมหานคร, The Pavilions Hotels and Resort กรุงเทพมหานคร, The SIS Kata Phuket จังหวัดภูเก็ต, Twin Lotus Resort & Spa จังหวัดภูเก็ต, และ Central Shopping Center กรุงเทพมหานคร

 

ข่าวที่ 5- CEOกลุ่มบางจากแสดงความยินดีฑูตนอร์เวย์ใหม่ประจำไทย

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แสดงความยินดีกับ นายฟรูเดอ ซุลแบร์ค ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

 

กลุ่มบริษัทบางจากลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในประเทศนอร์เวย์ตั้งแต่ปี 2561 ผ่านบริษัท บีซีพีอาร์ จำกัด (BCPR) บริษัทในกลุ่มบริษัทบางจาก ที่เข้าไปลงทุนในบริษัท OKEA ASA เป็นผู้ประกอบการชั้นนำที่เชี่ยวชาญการบริหารแหล่งปิโตรเลียมระยะกลางและระยะปลายของอายุการผลิตบนไหล่ทวีปนอร์เวย์

 

แล้วกลุ่มบริษัทบางจากยังมีบทบาทในฐานะ “สมาชิกและกรรมการหอการค้าไทย–นอร์เวย์” ช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้จากการดำเนินธุรกิจในประเทศที่มีมาตรฐานสูงด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การกำกับดูแลกิจการ ที่กลุ่มบริษัทบางจากนำมาต่อยอดการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน

 

          ช่วงที่ 2 ชวนกันไปสัมผัสเทศกาลสุขทันทีเที่ยว “MULTI-RACING FEST” ในแหล่งท่องเที่ยวฟิน ๆ ริมชายหาด 3 จังหวัด สงขลา-ภูเก็ต-หัวหิน ในแต่ละเดือน ต.ค.-พ.ย.-ธ.ค.69  แล้วฟัง “4 วิธีดูแลสุขภาพ” เมื่อออกไปเที่ยวในเมืองอากาศหนาวเย็น เกาะติดข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “TCEBจัดอวดเมืองโคราช” ชูแบรนด์เมืองต่อยอด “K-BATTLE” พ.ย.นี้ ข่าวที่สอง “ไชน่าอีสเทิร์นแอร์ไลน์ส” โชว์พลังตลาดบิน WorldSkills Shanghai 2026

 

ท่องเที่ยว –เที่ยว“MULTI-RACING FEST”ริมหาดสงขลา-ภูเก็ต-เขาตะเกียบ/หัวหิน

 

เข้าสู่ฤดูเที่ยวปลายปี พร้อมไปเปิดประสบการณ์ความสุขด้วยกันกับ “AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL 2026” ปักหมุด 3 พิกัด คือ สงขลา ภูเก็ต และประจวบคีรีขันธ์ ในบรรยากาศดี ๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIFESTYLE กับ SUP CONTEST และ BEACH LIFE FESTIVAL” ชวนออกมาสนุก ริมชายหาดทราย โดยมีกิจกรรม “Night Economy”  กระตุ้นคนไทยและต่างชาติใช้จ่ายเงินและพักนานวันในแต่ละพื้นที่มากขึ้น 3 พิกัด ดังนี้

 

● พิกัดที่ 1 “จังหวัดสงขลา”  นำเสนอ “SONGKHLA BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 23–25 ตุลาคม 2569 บริเวณหาดชลาทัศน์ ชวนสาย INDY สัมผัสบรรยากาศชายหาดใต้แนวสน สนุกกับกีฬากระดานยืนพาย หรือ SUP Board ร่วมเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ เพลิดเพลินกับเสียงดนตรีรวมถึงศิลปินและดีเจที่มาร่วมสร้างสีสันตลอด 3 วัน ทั้ง YOURMOOD, ZOM MARIE, MIRRR, SCRUBB, MAIYARAP และ THAMTHAI

 

● พิกัดที่ 2 จังหวัดภูเก็ต สนุกกับงาน “PHUKET BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม                 –1 พฤศจิกายน 2569 บริเวณหาดป่าตอง ชวนสาย FEEL GOOD สัมผัสบรรยากาศริมชายหาดร่วมแข่งขันซับบอร์ดและทดลองเล่นกีฬาแนวใหม่ สนุกกับเสียงดนตรีจาก THE PARADISE BANGKOK MOLAM INTERNATIONAL, MAIYARAP, TONTRAKUL, WHAL & DOLPH, INDIGO และ GETSUNOVA 

 

● พิกัดที่ 3 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ส่งท้ายด้วยงาน “HUAHIN BEACH LIFE 2026” ระหว่างวันที่ 18–20 ธันวาคม 2569 บริเวณหาดหัวดอน เขาตะเกียบ ชวนสาย HIPSTER สนุกกับการแข่งขัน SUP และ SUP CLINIC ละคอนเสิร์ตริมทะเลจาก BOWKYLION, LANDOKMAI, INDIGO, URBOYTJ, WHAL & DOLPH และ THE PARKINSON

 

ทั้ง 3 พื้นที่ยังได้จัดมหกรรม “FOOD ZONE” รวบรวมอาหารและเมนูท้องถิ่น เอาใจสายกิน สายช้อป “FASHION ZONE” และสินค้า “BEACH ITEMS” ให้นักท่องเที่ยวชิมชมช้อป รวมทั้งรณรงค์ให้ทุกคนท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบไปด้วยกัน

 

ติดตามอัพเดทเพิ่มเติมการเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวทั้ง 3 พื้นที่ ได้ทาง Facebook Fanpage: AMAZING MULTI-RACING FESTIVAL

 

สุขภาพ –4 วิธีดูแลสุขภาพเมื่อไปเที่ยวในเมืองอากาศหนาวเย็น

 

การดูแลสุขภาพในช่วงที่มีโปรแกรมเดินทางไปท่องเที่ยวตามประเทศหรือเมืองที่มีอากาศหนาวเย็น ควรเน้น 4 เรื่อง เพื่อป้องกันอาการเจ็บป่วย

 

● 1.การแต่งกายและความอบอุ่น :

 

-ซ้อนเลเยอร์ : สวมเสื้อผ้าหลายชั้นเพื่อกักเก็บความอบอุ่น เริ่มจาก Base Layer (ชุดเก็บความอุ่น เสื้อสเวตเตอร์หรือฟลีซ เสื้อโค้ทกันลมกันหิมะ รวมท้ง “ปกป้องจุดสำคัญ” สวมหมวกไหมพรม ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้าหนาๆ เนื่องจากร่างกายสูญเสียความร้อนได้ง่ายทางศีรษะ ปลายมือ และปลายเท้า

 

-งดดื่มแอลกอฮอล์แก้หนาว : เพราะจะทำให้หลอดเลือดฝอยขยายตัวและสูญเสียความร้อนจากร่างกายมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในอากาศหนาวจัด

    

     ● 2.การดูแลผิวพรรณและริมฝีปาก

 

-ทามอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้น”  เลือกครีมบำรุงผิวหรือออยล์ที่มีส่วนผสมช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น

          -“หลีกเลี่ยงอาบน้ำอุ่นจัด” น้ำร้อนเกินไปจะชะล้างน้ำมันธรรมชาติบนผิวแห้ง คัน ลอกเป็นขุยได้ง่าย

-ทาลิปบาล์มและกันแดด: พกลิปบาล์มติดตัว และทาครีมกันแดด (Broad-spectrum SPF 30+

 

● 3. การรับประทานอาหารและน้ำดื่ม

-จิบน้ำอุ่นสม่ำเสมอ  แม้จะไม่ค่อยรู้สึกกระหายน้ำแต่ร่างกายยังคงสูญเสียความชุ่มชื้น ควรจิบน้ำอุ่น หรือเครื่องดื่มสมุนไพรรสเผ็ดร้อน เช่น น้ำขิง

-ทานอาหารที่มีประโยชน์: เน้นปรุงสุกใหม่ ครบ 5 หมู่ และเพิ่มวิตามินซีจากผักผลไม้เสริมภูมิคุ้มกัน

 

● 4.ยาและเวชภัณฑ์ที่ควรพกติดตัว

-เตรียมยาประจำตัวและยาสามัญพกพา เช่น พาราเซตามอล ยาแก้แพ้ ยาแก้ไอ ยาแก้ท้องเสีย และพลาสเตอร์ยา บรรจุในแพ็กเกจเดิมให้เรียบร้อย

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –TCEBจัดอวดเมืองโคราชชูแบรนด์เมืองต่อยอด“K-BATTLE”

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาและภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” เมื่อ 16 ตุลาคม 2569 ที่โรงแรมเซ็นเตอร์พอยต์ โคราช ภายใต้โจทย์ “ชวน 100 คนโคราชร่วมค้นหา 10 คุณค่าสร้างสรรค์ที่เมืองมี เพื่อสร้างโอกาสที่เมืองได้” เปิดพื้นที่ให้คนโคราชจากหลายภาคส่วนร่วมกันค้นหา คุณค่าสร้างสรรค์ของเมืองจากมุมมองของคนในพื้นที่เอง แล้วนำเรื่องราวและศักยภาพที่ค้นพบไปต่อยอดเป็นเนื้อหาสื่อสารแบรนด์เมืองภายใต้แคมเปญ “อวดเมืองโคราช” มุ่งฉายภาพเมืองที่มีพลังสร้างสรรค์หลากหลายมิติ และแสดงให้เห็นถึงพลังสร้างสรรค์เหล่านั้นสามารถสร้างโอกาสใหม่ให้เมือง น่าลงทุน น่าเที่ยว  และน่าอยู่ ได้อย่างไร

 

ตามแผนทีเส็บจะเชื่อมโยงต่อยอดเข้ากับเทศกาลนำร่อง “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” เทศกาลตัวแทนของนครราชสีมาที่ชนะการประกวด “อวดเมือง The Pitching” เมื่อปี 2568 และเป็นจุดตั้งต้นการขับเคลื่อนโครงการอวดเมือง เป็นเวทีพลังสร้างสรรค์ผ่านวัฒนธรรมร่วมสมัย เปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักสร้างสรรค์ ภาคธุรกิจได้พบปะ แลกเปลี่ยน เตรียมจัดวันที่ 20–29 พฤศจิกายน 2569 ประกอบด้วย  1.กิจกรรมการแข่งขันและการแสดงด้าน Street Culture  2.เทศกาลดนตรี SOUNDER 3.งาน K-BATX Creative Industry Expo เชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์กับโอกาสทางธุรกิจ ปี 2569 ตั้งเป้าสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจจากงานรวม 2,458 ล้านบาท ยกระดับเทศกาลเป็นแพลตฟอร์มทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่สร้างคุณค่ากลับคืนสู่พื้นที่ได้ต่อเนื่องในระยะยาว

 

สำหรับ “อวดเมืองโคราช” เป็นแคมเปญของทีเส็บในโครงการ “อวดเมือง 2569” เน้นใช้เทศกาลเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์สร้างแบรนด์เมืองและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้แต่ละพื้นที่นำอัตลักษณ์และจุดแข็งของตนเองมาต่อยอดเป็นเทศกาลสะท้อนตัวตนของเมือง หรือ “City-Branded Festival”

 

“นครราชสีมา”  เป็น 1 ใน 2 จังหวัดนำร่องของโครงการ เน้นการนำเสนอแนวคิดการสื่อสาร “อวดพลังสร้างสรรค์ที่เมืองมี ให้กลายเป็นโอกาสที่เมืองได้” ฉายอีกมุมหนึ่งของโคราชผ่านศักยภาพที่มีอยู่แล้ว ทั้งผู้คน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม วิถีชีวิต ธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยไม่จำเป็นต้องสร้างอัตลักษณ์ใหม่หรือเปลี่ยนภาพจำเดิมของเมือง

 

ดร.ศุภวรรณ ย้ำว่าแคมเปญ ‘อวดเมืองโคราช’ โดยต้องการฉายภาพ ‘พลังสร้างสรรค์’ ที่มีในโคราช ทั้งเรื่องความคิดสร้างสรรค์ของผู้คน ภูมิปัญญา วัฒนธรรม ธุรกิจ หรืออุตสาหกรรม สามารถต่อยอดสู่ “โอกาสใหม่ให้โคราช” ได้อย่างไร ซึ่งมีเทศกาลตัวอย่างคือ “K-BATTLE International Street Culture Festival 2026” ได้นำวัฒนธรรมสตรีทมาต่อยอดเป็นเทศกาลดึงดูดผู้คน สร้างการรับรู้ และเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจ ทีเส็บมุ่งสร้าง “แบรนด์เมือง” ควบคู่ยกระดับเทศกาล แสดงถึงเมืองมีความพร้อมางระบบนิเวศ (Ecosystem) ทั้งผู้คน ผู้ประกอบการ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่จะช่วยสนับสนุนให้เทศกาลเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

“การจัดเทศกาล” จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของเมือง ดึงดูดผู้คนและการลงทุน สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจกลับสู่พื้นที่ เติบโตเกื้อหนุนกันได้ในระยะยาว ภายใต้แนวคิด “อวดพลังสร้างสรรค์ที่เมืองมี ให้กลายเป็นโอกาสที่เมืองได้”

 

“นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร” ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า “โคราชมีความพร้อมครบทั้งด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม การลงทุน รวมทั้งมีต้นทุนทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ภูมิปัญญา และความคิดสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า จึงต้องการนำเสนอศักยภาพดังกล่าวให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง สิ่งสำคัญคือเปิดให้คนโคราชได้มีส่วนร่วม “บอกเล่าเรื่องราวเมือง” ด้วยตนเอง การรวมพลังของคนจากหลากหลายภาคส่วนวันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญช่วยกันค้นหาว่า เมืองมีอะไรดีที่พร้อมจะอวดให้คนทั้งประเทศและทั่วโลกได้รู้จักมากยิ่งขึ้น

 

กิจกรรม “อวดเมืองโคราช : ค้นของดี ที่เมืองมีให้อวด” มีชาวโคราชเข้าร่วม 100 คน เป็นตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา ภาคประชาชน และเครือข่ายสร้างสรรค์ของจังหวัด ร่วมระดมความคิดเห็น 10 กลุ่ม เพื่อค้นหาเมือง 10 คุณค่าสร้างสรรค์ จาก 5 ด้าน ได้แก่ การเกษตรและอาหาร ศิลปะและคนสร้างสรรค์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อุตสาหกรรม ธุรกิจและการลงทุน และไมซ์ (MICE) การท่องเที่ยว กีฬาและบริการ โดยได้รวมเรื่องราว ภูมิปัญญา วิธีคิด ศักยภาพที่นำมาต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ได้

 

โดยก่อนทำเวิร์คช้อปได้จัดบรรยายหัวข้อ “สร้างแบรนด์เมือง สร้างโอกาสใหม่ให้เมือง” มีดร.สุวิทย์ เอื้อศักดิ์ชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์และที่ปรึกษาแบรนด์ระดับสูง บริษัท แบรนด์ แมทเทอร์ แพลน จำกัด พร้อมด้วย รศ.ดร.วาสิตา บุญสาธร ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารและระเบียบวิธีวิจัย ได้ถ่ายทอดกระบวนการระดมความคิดเห็น กับเมนเทอร์ผู้มีประสบการณ์หลายสาขาร่วมให้คำแนะนำในการพัฒนาแนวคิดของผู้ร่วมกิจกรรม

 

“ผลลัพธ์เชิงคุณค่าสร้างสรรค์และเรื่องราว” ที่ได้จากการระดมความคิดเห็นของคนโคราชทั้ง 100 คน จะเป็นวัตถุดิบสำคัญในการพัฒนาเนื้อหาประชาสัมพันธ์แคมเปญ “อวดเมืองโคราช” ฉายภาพพลังสร้างสรรค์ของเมืองให้ชัดเจนและหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสื่อสารให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ บริการ ธุรกิจ ประสบการณ์การท่องเที่ยว และโอกาสการพัฒนาเมือง โดยจะสร้าง “แบรนด์เมืองและการประชาสัมพันธ์เทศกาล” ดึงดูดความสนใจงานเทศกาลต่อยอดศักยภาพโคราชด้านอื่น ๆ  สร้างภาพจำของเมืองที่น่าลงทุน น่าเที่ยว และน่าอยู่ ควบคู่กันไป

 

ข่าวที่สอง –ไชน่าอีสเทิร์นแอร์โชว์พลังตลาดบินWorldSkills Shanghai

 

ไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส (China Eastern Airlines : CEAir) รายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้สนับสนุนการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 “WorldSkills Shanghai 2026” ที่นครเซี่ยงไฮ้ พร้อมมอบบริการและอำนวยความสะดวกครบวงจรแก่ผู้เข้าแข่งขันนำเสนอทักษะความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการบิน ในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ (National Strategic Partner) ในฐานสายการบินอย่างเป็นทางการ (Designated Air Carrier)

 

มีผู้สนใจจากทั่วโลกเข้าแข่งขันกว่า 1,300 คน จาก 68 ประเทศ มาประชันทักษะฝีมืออาชีพ 64 สาขา ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้ผู่ตงและท่าอากาศยานนานาชาติเซี่ยงไฮ้หงเฉียว ซึ่งทางพนักงานไชน่าแอร์ไลน์สได้ร่วมให้บริการและอำนวยความสะดวกอย่างครบวงจร ตั้งแต่ให้ข้อมูล เช็กอิน แนะนำเส้นทางภายในสนามบิน ไปจนถึงอำนวยความสะดวกในขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง

 

            โดยมี “พนักงานต้อนรับ” บนเครื่อง 69 คน ได้ปฏิบัติหน้าที่ต้อนรับแขกตอนพิธีเปิดการแข่งขัน อาสาสมัคร 20 คนจากทีม "Lingyan" ร่วมสนับสนุนงานด้านพิธีเปิดและพิธีปิดการแข่งขัน ส่วนอีก 15 คน ร่วมลงแข่งขันสาขาการออกแบบทรงผม “พนักงานผู้เชี่ยวชาญซ่อมบำรุงอากาศยาน” อีก 5 คน ทำหน้าที่สนับสนุนทางเทคนิคการแข่งขันสาขาซ่อมบำรุงเครื่องบิน

 

ในงาน WorldSkills Shanghai 2026 Expo ทางไชน่าแอร์ไลน์สได้จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการบินที่บูธนิทรรศการขนาด 300 ตารางเมตร โดยนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยหลากหลายรูปแบบ เช่น เครื่องจำลองการบิน IPT, อุปกรณ์ฝึกการซ่อมบำรุงอากาศยานด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง (VR), เทคโนโลยีตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้าขนส่งด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ่นยนต์อัจฉริยะสำหรับจัดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพ

           

พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมบูธได้สัมผัสประสบการณ์อย่างใกล้ชิด เรียนรู้ทักษะความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่อยู่เบื้องหลังการทำงานด้านการบิน ตลอดจนการนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ ผ่านการสาธิตการทำงานจริง การนำเสนอข้อมูล กิจกรรมเชิงโต้ตอบที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่

 

ตลอดการแข่งขัน ไชน่าแอร์ไลน์ในเที่ยวบินเกือบ 1,400 เที่ยว ได้ให้บริการ Wi-Fi ฟรีแก่ผู้โดยสาร เพื่อให้ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวการแข่งขันได้การโดยสารเครื่องบิน

           

ช่วงพฤษภาคม 2569 ไชน่าแอร์ไลน์สได้เปิดตัวเครื่องบินลำพิเศษภายใต้ธีม "Skills for Success" เพื่อร่วมประชาสัมพันธ์การแข่งขัน WorldSkills Shanghai 2026 มีผู้โดยสารเต็มเกือบ 300 เที่ยวบิน มากกว่า 60,000 คน เที่ยวบินระหว่างประเทศ 22 เส้นทาง ครอบคลุมทั่วโลก 16 ประเทศ

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“TED Fund”ตีปีกรับนโยบายอว.ลั่นปี’70 พลิกสู่ Matching เร่งเศรษฐกิจไทยโตด้วยนวัตกรรม-หนุน 3 อุตฯเป้าหมาย

“ TED Fund ”ตีปีกรับนโยบายอว.ลั่นปี ’70 พลิกสู่ Matching เร่งเศรษฐกิจไทยโตด้วยนวัตกรรม-หนุน 3 อุตฯเป้าหมาย กระทรวง อว. จัด “ TED Fund ...