ผู้ว่าฯ ททท.ต่อยอดเวทีIMFชี้เป้าโอกาสใหม่ท่องเที่ยวไทย
รุกขยายดาวรุ่งเอเชีย5ตลาดเติมรายได้ปี’70โตเข้าเป้า 5%
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เอเชียดาวรุ่ง5ตลาด #ValueOverVolume
ผู้ว่าฯ
ททท.นำทีมต่อยอดหลัง IMF-World Bank ปิดฉาก ชี้เป้า “ท่องเที่ยวไทย” ปี’70 มีโอกาสใหม่เพียบตามเป้า
Value over Volume ชูกลยุทธ์ “ตลาดที่แตกต่าง”
บุกเจาะระยะใกล้ 5 ตลาดดาว
“ไต้หวัน-เวียดนาม-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย-สิงคโปร์” กลุ่มเศรษฐกิจโตดี 5-10% เติมรายได้เที่ยวไทยปีหน้าโตกว่า 5%
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า จากเวทีที่ไทยเป็นประเทศเจ้าภาพการประชุมประจำปีของ
“กองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก : IMF–World Bank Annual Meetings
2026” เมื่อ 12-18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดย IMF ประเมินเศรษฐกิจโลกปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัว 3.1
% เศรษฐกิจเอเชียเติบโตถึง 4.8 % สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
แม้โลกจะเผชิญความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงาน
และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
“เศรษฐกิจเอเชีย”
ในตลาดสำคัญที่มีแนวโน้มขยายตัว หลัก ๆ 5 ประเทศ ได้แก่
ไต้หวัน 10.7 % เวียดนาม 8.4 % มาเลเซีย
5.2 % อินโดนีเซีย 5.1 % และสิงคโปร์ 5.0
% ซึ่งเป็นตลาดที่มีความเชื่อมโยงกับศไทย ทั้งด้านการเดินทาง การค้า
การลงทุน และการท่องเที่ยว
“การเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นสัญญาณที่บอกถึง “โอกาสและกำลังซื้อใหม่” กำลังเกิดขึ้นที่ไหน
และ “ประเทศไทย” จะเข้าไปสร้างโอกาสจากการเติบโตนั้นได้อย่างไร ?
ททท.
จึงให้ความสำคัญกับการใช้ “ข้อมูลเศรษฐกิจ” ควบคู่กับ “พฤติกรรมนักท่องเที่ยว”
เพื่อกำหนดกลยุทธ์แต่ละตลาดเชิงรุก โดยไม่ได้มองเพียงจำนวนผู้เดินทาง
แต่พุ่งเป้าไปถึง 4 ศักยภาพ ได้แก่ 1.การใช้จ่าย
2.ระยะเวลา พำนัก 3.การเดินทางซ้ำ 4.รายได้ที่กระจายถึงผู้ประกอบการและชุมชนไทย
ผู้ว่าการ
ททท.จะนำทีมเดินหน้ารุกเอเชีย 5 ตลาดหลัก
ด้วยกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพดังต่อไปนี้
● ไต้หวัน
– New Reason to Come : มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง
(FIT) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 90 % เน้นสร้างเหตุผลใหม่ในการกลับมาเที่ยวไทย
ผ่านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronom) ทั้งมิชลิน
และอาหารถิ่น เวลเนส ศิลปะ&ดีไซน์ และการท่องเที่ยวเชิงผจภัยกลางแจ้ง
(Outdoor Adventure) รวมทั้งการใช้ “นักสร้างสรรค์อาหาร” (Food
Creator) กับแพลตฟอร์มดิจิทัล เจาะเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่
● เวียดนาม
– Family, Shopping & New Experience : รุกขยายฐานนักท่องเที่ยวครอบครัว
คนรุ่นใหม่ (Millennials) กับGen Z กลุ่มหรูหรา
MICE และท่องเที่ยวเชิงกีฬา
เปิดพื้นที่เมืองท่องเที่ยวใหม่ เชียงใหม่ เชื่อมโยงเมืองปัจจุบันมีกรุงเทพฯ
ชูจุดขายแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม
พร้อมร่วมกับพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวแพลตฟอร์มดิจิทัล
กระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายเติบโต
● มาเลเซีย
– Overland Tourism & Border Economy : ต่อยอดตลาดใหญ่อันดับ
2 ของไทย ผ่านการเดินทางทางบกและทางอากาศ ส่งเสริมช้อปปิ้ง
แฟมิลี่ &ฟู้ด ทำกิจกรรมคาราวานท่องเที่ยว
เชื่อมโยงสงขลา พัทลุง และเมืองท่องเที่ยวภาคใต้
เปลี่ยนการเดินทางระยะใกล้ให้สร้างรายได้และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจหลั่งไหลสู่พื้นที่มากขึ้น
● อินโดนีเซีย – Muslim-Friendly & Wellness Destination : ยกระดับไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางตอบโจทย์นักท่องเที่ยว “มุสลิมและครอบครัว” โดยให้ความสำคัญเรื่องอาหารฮาลาล สิ่งอำนวยความสะดวก ข้อมูลที่ชัดเจน และบริการตลอดการเดินทางของทุกคน (Customer Journey) ควบคู่ Health & Wellness ความงาม และประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
● สิงคโปร์
– Premium Experience & Sustainable Travel : ลุยเจาะนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงและกลุ่มเดินทางซ้ำ
ผ่านประสบการณ์อาหาร สุขภาพ ความงาม ไลฟ์สไตล์
การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ส่งเสริมเส้นทางบินและจุดหมายใหม่
เพิ่มการใช้จ่ายกระจายรายได้สู่เมืองท่องเที่ยวอื่น ๆ
ผู้ว่าการ
ททท. มุ่งต่อยอดจากเศรษฐกิจเติบโต สู่ “คุณค่าการท่องเที่ยว” ที่สร้างให้ประเทศไทย
ขานรับกับหัวใจสำคัญตามยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปี 2570 คือ “เปลี่ยนจากการทำตลาดแบบเดียวกันทุกประเทศ” ไปสู่การ “เข้าใจความต้องการเฉพาะของแต่ละกลุ่มนักท่องเที่ยว”
หรือ Right Market, Right
Experience, Right Value โดยใช้จุดแข็งของไทยทั้ง วัฒนธรรม อาหาร
สุขภาพ ความคิดสร้างสรรค์ เสน่ห์ความเป็นไทย
มาพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มใหม่ ๆ
รวมทั้งแผนขยายความร่วมมือกับสายการบิน
บริษัทนำเที่ยวออนไลน์/OTA พันธมิตรดิจิทัล เร่งเชื่อมโยงการเดินทาง
เริ่มตั้งแต่ “สร้างแรงบันดาลใจ” ไปจนถึง “การตัดสินใจซื้อ”
พร้อมผลักดันรายได้ท่องเที่ยวปี 2570 ได้ตามเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากปีนี้ไม่น้อยกว่า
5 % ส่งเสริมการ “กระจายนักท่องเที่ยว” ระหว่างเมืองหลักและเมืองรองตามสัดส่วน
60 : 40
“Value
over Volume” จึงไม่ได้หมายถึงการลดความสำคัญเรื่อง
“จำนวน” นักท่องเที่ยว แต่หมายถึงการทำให้ทุกการเดินทาง “สร้างคุณค่า” ได้มากขึ้น
ทั้งต่อนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ ชุมชน เศรษฐกิจไทย
ททท.ได้สร้างเข็มทิศปี
2570 อย่างชัดเจน ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทยเป็น
High-Value & Meaningful Destination นำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น