วันศุกร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2562

ททท.เปิดโผฤดูกาลย้ายล็อตใหญ่61ตำแหน่ง  ตั้งผอ.ใหม่ในประเทศ-ทั่วโลกมีผล 1 ส.ค.62 

ททท.เปิดโผฤดูกาลย้ายล็อตใหญ่61ตำแหน่ง
ตั้งผอ.ใหม่ในประเทศ-ทั่วโลกมีผล 1 ส.ค.62 

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #TAT #โผโยกย้ายผอทททปี62


ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้แต่งตั้งโยกย้าย พนักงานระดับ 7-8-9 ลงนามคำสั่งเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 จะทยอยมีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2563

 โดยได้แต่งตั้งโยกย้ายล็อตใหญ่ประจำปี 2562 ระดับ “ผู้อำนวยการสำนักงาน” ทั้งในประเทศ และต่างประเทศทั่วโลก รวม 61 ตำแหน่ง ตามเอกสารคำสั่งรวมทั้งหมด 10 หน้า (อ่านรายชื่อทั้งหมดได้ด้านล่าง)


โยกย้ายโผแรก 42 ตำแหน่ง















โยกย้ายโผ 2 อีก 19 ตำแหน่ง




วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2562

ททท.ลุยMOUกระทรวงพาณิชย์บุกท่องเที่ยวปี62เพิ่รายได้หมวดอาหาร ช้อปปิ้ง สินค้าชุมชน

ททท.กอดคอพาณิชย์5กรมปั๊มรายได้ท่องเที่ยวปี62
เพิ่มยอดหมวดอาหาร-ช้อปปิ้งสินค้าชุมชนพ่วงส่งออก

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #MOUท่องเที่ยว
ขอบคุณภาพจาก...ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา



ททท.ผนึกทีมMOU กระทรวงพาณิชย์ 5 หน่วยงาน บุกเพิ่มรายได้จากตลาดท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยทะลุปีละ 40 ล้านคน กับไทยเที่ยวไทยปีละ 166 ล้านคน-ครั้ง ตั้งเป้าดันยอดขายอาหาร ช้อปปิ้ง สินค้าชุมชน เปิดช่องส่งออกแนวใหม่อีกช่องทาง

ดร.วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ นางสาว ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ร่วมเป็นสักขีพยานเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2562 ในการลงนามMOU โครงการ “ความร่วมมือในการพัฒนาและเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยวในรูปแบบ Trade & Tourism Alliance (TTA)”

เดินหน้าประกาศความร่วมมือการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของ 2 องค์กร ระหว่าง "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" (ททท.) กับ สำนักงานปลัดพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ 5 หน่วยงาน ได้แก่  1.กรมการค้าภายใน 2.กรมการค้าต่างประเทศ 3.กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 4.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า  5.กรมทรัพย์สินทางปัญญา

ผนึกทีมกันขับเคลื่อนการเพิ่มรายได้จากหมวดอาหาร แฟชั่นผ้าไทยทุกชนิด  ของใช้ ของที่ระลึก  เครื่องประดับ และอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ซึ่งพร้อมจะรุกขยายฐานเจาะขายในกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาไทยปีละกว่า 40 ล้านคน และกลุ่มตลาดในประเทศ คนไทยเดินทางเที่ยวไทยปีละเกิน 166 ล้านคน-ครั้ง



นอกจากจะบริโภคและจับจ่ายในระหว่างเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในประเทศไทยแล้ว นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติยังสามารถซื้อกลับบ้านได้ ถือเป็นหนึ่งในช่องทางการส่งออกแนวใหม่ โดยไม่ต้องลงทุนยกทีมไปทำตลาดในต่างประเทศให้ยุ่งยาก

แถมยังสามารถสร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว ที่ได้มีโอกาสร่วมประสบการณ์กับชุมชน โดยการเข้าไปชมหรือร่วมลงมือผลิตสินค้าชนิดต่าง ๆ ได้ด้วย ทั้ง สะดวก สนุก และสร้างความประทับใจให้เกิดภาพจำที่ดี ๆ เชิงบวกกับชุมชนท่องเที่ยวในประเทศไทย

ขณะเดียวกันทางกระทรวงพาณิชย์ จะปลุกกระแสเชิญชวนเครือข่ายร้านอาหารไทยในต่างแดนเข้ามาร่วมทำหน้าที่เป็นโชว์รูมความเป็นไทยที่น่าเดินทางมาสัมผัสอย่างยิ่งกับนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่สนใจจะมาเที่ยวเมืองไทย





วันเสาร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2562

ททท.อัดบิ๊กแคมเปญ นำญาญาตลุยปลุกเที่ยวไทยครึ่งปีหลัง-ชูGiveMeFiveขายอินเดีย เพิ่มNewGenจีน-ททท.กระหึ่มThanks4Millionโกยมาเลย์4.4ล้านคน

ททท.อัดบิ๊กแคมเปญครึ่งปีหลังนำญาญ่าปลุกเที่ยวไทย
ชูGiveMeFiveบุกอินเดีย-ผุดคลิปจีนสอบเสร็จทัวร์ไทย
 คิงเพาเวอร์ผนึกลาแมร์เปิดช้อปใหญ่สุดในโลกที่รางน้ำ
 ททท.จัดกระหึ่มThanks4Millionโกยมาเลย์4.4ล้านคน
 บางจากจัดเต็มเช็ครถฟรี11รายการเติมฟูริโอลด 15 %
 ปิดทองหลังพระนำชมมูลนิธิกาญจนบารมี จ.เลย
เที่ยวใกล้กรุงทำ5กิจกรรมชุมชนคลองเขื่อนฉเชิงเทรา
 เลือกกินสารอาหาร3อย่างใกล้ตัวสร้างสุดยอดสายตาดี
 ประมูลดิวตี้ฟรีรอบใหม่ทอท.ฉลุยไม่เข้าพรบ.ร่วมทุนฯ
อีลิตการ์ดจ่อรับผู้นำคนใหม่คุมเงินสดรื่นมือ2พันล้าน
 จ็อบไทยชี้ท่องเที่ยวแห่จ้างงานเพิ่มกว่า2พันตำแหน่ง 
ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์”

 ในวันเสาร์ที่ 20 เมษษยน 2562 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen และบล็อกเกอร์ #gurutourza #สวท97 #รวยด้วยข่าว #เที่ยวกับกู๋ #อะเมซิ่งไทยเท่ #ชุมชนคลองเขื่อนฉะเชิงเทรา #PinYourtrip

 ช่วงที่ 1 ตามไปฟังบิ๊ก ททท. “ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ลุยขับเคลื่อนแผนสื่อสารตลาดครึ่งหลังปี’62 อัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์เที่ยวต่อเนื่อง 6 เดือน “เม.ย.-ก.ย.” อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ อะเมซิ่ง ไทยเท่ “ญาญ่า” นำ Pin your Trip สร้างความปังตลาดคนไทยเที่ยวเมืองรองหลังสงกรานต์ เดินหน้าแคมเปญอินเดีย“Amazing Thailand Give Me Five” ผนึกอาลีบาบารุกจีนตลาดนิวเจนรุ่นใหม่ด้วยคลิปเด็ด “สอบเสร็จแล้วไปเที่ยวเมืองไทยกัน”
ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ
 รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด
 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

 นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าพร้อมลุยขับเคลื่อนกลยุทธ์สื่อสารการตลาดครึ่งปีหลัง ตลาดในประเทศ ด้วยโครงการ 1.อะเมซิ่ง ไทยเท่ ภายใต้แคมเปญ “Pin Your Trip-ตามล่าหาพิน” กับ ดาราดัง “ญาญ่า-อุรัสยา สเปอร์บัน” ในเมืองท่องเที่ยวรอง ต่อเนื่องตลอด 2 เดือนนี้ เมษายน-31 พฤษภาคม 2562 ในพื้นที่ท่องเที่ยวมุมใหม่ ๆ ซึ่งจะมีความแรงในการกระตุ้นคนแต่ละวัยออกมาเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างคึกคัก ททท.ได้จัดทำพินสัญลักษณ์ปลุกการท่องเที่ยวเมืองรองด้วย 5 สไตล์ คือ 1.ควายน้ำ-พัทลุง 2.แพนด้าคราม-สกลนคร 3.สตรอบอรี่-เชียงราย แหล่งปลูกไร่สตรอบอรี่ 4.ทุเรียน-จันทบุรี และภาคตะวันออก 5.ลิงบนดอกทานตะวัน-ลพบุรี บนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของญาญ่าในหนังโฆษณาอะเมซิ่ง ไทยเท่ จะมีพินแต่ละชนิดเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อยู่ตลอดเวลา

ขณะนี้กระจายแจกพินครอบคลุม 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครนายก ขอนแก่น หาดใหญ่(สงขลา) นครศรีธรรมราช อุทัยธานี ลพบุรี ระยอง นครพนม โดยได้เปิดให้นักท่องเที่ยวนำตั๋วโดยสารเครื่องบิน ตั๋วเดินทางท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายมาแลกรับพินได้ตลอดช่วงเวลา 60 วันนี้ เฉพาะหลังสงกรานต์วันเดียว 17 เมษายน 2562 ก็มีนักท่องเที่ยวแห่กันมาแลกที่ ททท.สำนักงานใหญ่ถนนเพชรบุรีเป็นจำนวนมาก เป็นแม่เหล็กที่จะสร้างความแรงต่อเนื่องต่อไป ส่วนโครงการ “Local Hero-ปั้นคนท้องถิ่นคนต้นแบบนำเที่ยว” ด้วยกลยุทธ์จัดประกวดให้ทางพื้นที่ส่งมายัง ททท.เพื่อประชาสัมพันธ์ทาง off และ On line กำลังได้รับความสนใจมากเหมือนกัน



สำหรับอะเมซิ่ง ไทยเท่ ซึ่งเป็นร่มใหญ่ในการปูพรมภาพการท่องเที่ยวเมืองไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวเท่ ๆ มากหลากหลายมุม โดยจะปรับเพิ่มรายละเอียดปฏิทินท่องเที่ยวแต่ละเดือนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นตั้งแต่หลังสงกรานต์

 เดือนแรก เมษายน 2562 การนำเสนอแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ พิธีพลีกรรม เพื่อนำจาก 107 แห่ง มาใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งน้ำตามวัดสำคัญ ๆ สามารถแนะนำให้คนไทยและนักท่องเที่ยวในประเทศไปกราบสักการะได้ เป็นเดือนต้อนรับปีใหม่ไทย 

เดือนพฤษภาคม 2562 มีพระราชพิธีราชาภิเษก มหามงคล ททท.จะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อย่างยิ่งใหญ่ทั้งภายในประเทศและทั่วโลก

เดือนมิถุนายน 2562 สีสันแห่งฤดูเที่ยวสวนผลไม้ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศแถบอาเซียนนิยมมาท่องเที่ยวกินผลไม้ สอดคล้องกับสวนผลไม้ภาคตะวันออก ภาคใต้ จะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก

 เดือนกรกฎาคม 2562 จัดทำ Green Tourism -การท่องเที่ยวหน้าฝน พุ่งเป้ารณรงค์ท่องเที่ยวอย่างมีส่วนรับผิดชอบต่อสังคม จึงได้ระดมสำนักงาน ททท.ทั่วประเทศ จัดทำกิจกรรมเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมโปรเจ็กต์ ลดโลกเลอะ เก็บขยะตามแหล่งท่องเที่ยว ควบคุมจำนวนขยะ ตลอดการเดินทางจะไม่สร้างความกระทบกระเทือนให้แหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ

 เดือนสิงหาคม 2562 จัดยิ่งใหญ่ “สิงหา...พาแม่เที่ยว” เฉลิมฉลองวันแม่ของแผ่นดิน ด้วยข้อความ “กลับบ้านไปกราบแม่” พร้อมการตั้งคำถามในหนังโฆษณาว่า “นานเท่าไรแล้ว ที่คุณไม่ได้กลับบ้านไปกราบแม่” เป็นคีย์หลัก



 เดือนกันยายน 2562 ท่องเที่ยวสายน้ำใกล้งานสำคัญขบวนเรือพระราชพิธี ขณะนี้ทางกองทัพเรือแม่งานใหญ่กำลังนำเรือพระราชพิธีมาปรับปรุงตกแต่งอย่างงดงาม ควบคู่กับการฝึกฝีพาย โดยภาพรวมทุกจังหวัดที่นำแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ก็เตรียมจัดมหกรรมแข่งขันเรือยาวแห่งสายน้ำ อาทิ พิจิตร สิงห์บุรี อ่างทอง และอีกหลายจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสาขาต่าง ๆ ไหลผ่าน จะใช้เป็นธีมหลักปั่นกระแสการท่องเที่ยว

 ทั้ง 6 เดือนนี้จะขับเคลื่อนสื่อสารการตลาดท่องเที่ยวในประเทศเชิงรุกภายใต้โปรเจ็กต์ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ อะเมซิ่ง ไทยเท่” เที่ยวเมืองไทยแล้วเท่ตามสถานที่ต่าง ๆ ซุกซ่อนในแต่ละเดือนตามที่กล่าวข้างต้น รวมทั้งการท่องเที่ยวคู่ขนานนำหลักฐานการเดินทางไปแลก Pin Your Trip ตลอด เมษายน-พฤษภาคม 2562 ด้วย

นายธเนศวร์กล่าวว่า การพลิกโฉมโฆษณาประชาสัมพันธ์กระตุ้นตลาดต่างประเทศ หัวใจหลักยังต้องทำให้ชื่อชั้น “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์” เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง พร้อมกับเสริมจุดแข็งความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวด้วย Open to the New Shades อยู่ในกิจกรรมทางการตลาดทุกสำนักงาน ททท.ทั่วโลก 29 แห่ง โดยเฉพาะในช่วงพฤษภาคม-กันยายน 2562 ตาม ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มามอบนโยบาย ททท.ในจังหวะประกาศให้ ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ ททท.สมัยที่ 2 ต่อเนื่องนั้น ททท.จะเพิ่มความเข้มข้นด้วยการพุ่งเป้าเจาะตลาดเอเชียประเทศหลัก ๆ

ได้แก่ อินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ทุกสำนักงานจะต้องบุกเจาะขยายอย่างเต็มที่ โดยใช้พลังจาก 2 มาตรการ คือ 1.นโยบายขยายฟรีวีซ่า Visa On Arrival :VOA ในตลาดอินเดียปี 2562 และ จัดแคมเปญที่เหมาะกับ 2 ตลาด นี้  โดยอินเดียควรจะมีนักท่องเที่ยวมาไทยไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน ต่อเนื่องจากปี 2561 มาแล้วถึง 1.5 ล้านคน ล่าสุดหารือกับทางคุณฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย แปซิฟิกใต้ ททท.สรุปหลัก ๆ ททท.จะร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร รุกเจาะกลุ่มตลาดครอบครัวอินเดีย ซึ่งมาเมืองไทยแล้วชอบความสนุกสนานกับช้อปปิ้ง จะมีลูกเล่นในการทำตลาดอย่างแรก เสนอให้น้ำหนักสัมภาระกระเป๋าเดินทางอีก 5 กิโลกรัม ทำเป็นแคมเปญ Amazing Thailand Give Me Five : ตีมือกันพร้อมให้น้ำหนักกระเป๋าเดินทางเพิ่มเข้าออกเมืองไทยอีก 5 กิโลกรัม ตอนนี้ทาง ททท.ในอินเดียทั้ง 2 สำนักงาน คือ เดลลี มุมไบ



มั่นใจหากนำ 1 มาตรการ VOA กับ 1 แคมเปญ รวมถึงการผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรในไทยทั้งกลุ่มสวนสนุก ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ พร้อมลดแลกแจกแถม จะทำให้แคมเปญดังกล่าวแข็งแรงมาก โดยจะนำไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ในอินเดียสร้างความ WoW ได้เริ่ม Kick off ได้ภายในพฤษภาคม นี้เป็นต้นไป

 ตามแผนจะสื่อสารการตลาดเชื่อมโยง “ท่องเที่ยวเมืองรอง” เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยด้วย เริ่มจากเมืองหลัก “พัทยา” เข้ากับจันทบุรี ระยอง ตราด จะต้องกระตุ้นให้ขยายไปแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าว ส่วนกรุงเทพฯ ก็จะขยายไปยังสมุทรสงคราม สมุทรสาคร และอื่น ๆ

 ตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเน้นเจาะกลุ่ม New Gen เพราะการทำส่งเสริมท่องเที่ยวทัวร์จีนจะบุกขายผ่านออนไลน์ โดยใช้เครือข่ายความสัมพันธ์กับทางดิจิทัลยักษ์ใหญ่ “อาลีบาบา” กลุ่มหลักที่มีจำนวนมหาศาลได้แก่ กลุ่มนักศึกษาจบใหม่เริ่มทำงาน และกลุ่มมีพาสปอร์ตเดินทางเล่มแรก ตอนนี้ทั้ง 2 กลุ่มในจีนพัฒนาไปไกลมากโดยมีคำโฆษณาเก๋ ๆ ด้วยภาษาจีนซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า “สอบเสร็จแล้วไปเที่ยวเมืองไทยกัน” ททท.เตรียมสร้าง key word ดังกล่าวเป็น Clip สร้างกระแสสื่อสารการตลาดผ่านโฆษณาประชาสัมพันธ์ช่องทางออนไลน์เต็มรูปแบบ จูงใจให้นักท่องเที่ยวเจเนเรชั่นใหม่ ๆ ของจีนซึ่งมีทักษะพูดภาษาอังกฤษได้ดี ใช้สมาร์ตโฟนและออนไลน์ เดินทางมาเที่ยวเมืองไทย จะเสริมสร้างกระแสการท่องเที่ยวเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เติบโตเพิ่มมากขึ้น

 โดยจะผสมผสานโปรดักซ์ท่องเที่ยวแต่ละเดือนเข้าไปเพิ่มสีสันชวนจีนรุ่นใหม่เลือกเที่ยวด้วย เช่น เที่ยวสวนผลไม้ไปกินทุเรียน เงาะ และผลไม้ภาคตะวันออก เป็นแรงผลักดันให้เกิดการกระจายสู่ชุมชนตามสวนผลไม้ แคมเปญเจาะตลาดจีนรุ่นใหม่เชิงรุก ตอนนี้กำลังผลิตสื่อและเพิ่มน้ำหนักให้ครอบคลุมทุกด้านเพื่อทำให้สถานการณ์รายได้ครึ่งปีหลังหลั่งไหลเข้าเมืองไทยเพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย

ฟังข่าวต้นชั่วโมง ข่าวที่ 1 


ข่าวที่ 1 “คิงเพาเวอร์ผนึกลาแมร์จัดช้อปใหญ่สุดในโลกที่รางน้ำ” 



 กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ รายงานว่า ห้ามพลาดมหกรรม Crème de la Mer Jar Installation ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดความสูง 5 เมตร ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เสาร์ 20-อาทิตย์ 21 เมษายน 2562 นี้ พบกับความร่วมมือ ระหว่าง คิง เพาเวอร์ ธุรกิจค้าปลีกท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย กับ ลาแมร์ (La Mer) 0yfเฉลิมฉลองการมาถึงของ Installation กระปุก Crème de la Mer มอยซ์เจอไรเซอร์ ที่มีเนื้อสัมผัสหลากหลายระดับตำนาน ขนาดความสูงกว่า 5 เมตร ตั้งตระหง่านใต้โดม คราวน์ เอเทรียม เปิดโอกาสให้คนไทยได้สัมผัสผลิตภัณฑ์ลาแมร์

พบเรื่องราวเบื้องหลังการสรรค์สร้างผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ลาแมร์อย่างใกล้ชิด ในรูปแบบนิทรรศการอันน่าตื่นเต้น พิเศษเฉพาะลูกค้าคิง เพาเวอร์ เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ลาแมร์ภายในงานตามเงื่อนไขที่กำหนด รับฟรีกระเป๋า La Mer Luxury Travel Trunk Case พร้อมบริการเขียน Calligraphy สุดเอ็กซ์คลูซีฟ* แฟนคลับจะได้ฟังเรื่องราวของลาแมร์ Crème de la Mer มอยซ์เจอไรเซอร์ที่มีผลวิจัยมากว่า 12 ปี ผ่านการทดลองมากกว่า 6,000 ครั้ง

 โดย ดร.แมกซ์ ฮูเบอร์ (Dr. Max Huber) ผู้ที่ผิวได้ถูกทำร้ายจากอุบัติเหตุในห้องทดลอง ความลับของ Crème de la Mer อย่างเต็มศักยภาพแห่งการฟื้นฟูเซลล์ผิวของส่วนผสมหลักอย่าง Miracle Broth™ มอยซ์เจอไรเซอร์นี้จึงนำเอาคุณสมบัติของส่วนผสมจากท้องทะเลมาฟื้นบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ซึมซาบเข้าสู่ผิวอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใน Crème de la Mer Jar Installation ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ จัดแสดงนิทรรศการตั้งแต่ก้าวแรกสู่กระปุกยักษ์ โดยเนรมิตอาณาจักรใต้ท้องทะเลของลาแมร์ ผ่านเสียงคลื่นและแสงสีฟ้าอ่อนโยนใต้มหาสมุทร เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้ทำความรู้จักกับมอยซ์เจอไรเซอร์ทั้ง 5 เนื้อสัมผัส ได้แก่

 1.ครีมเข้มข้นเป็นพิเศษ (Rich) 2.ครีมเนียนนุ่ม (Soft) 3.โลชั่นเชียร์ (Sheer) 4.โลชั่นบาลานซ์ (Balanced) 5.เนื้อเจลเย็น (Cool) ผู้เยี่ยมชมสามารถค้นพบความลับของ Miracle Broth™ และกำแพง Crème de La Mer สุดอลังการของแบ็กดรอปสุดเพอร์เฟคให้ผู้เยี่ยมชมและอินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลาย ได้เก็บภาพความประทับใจสุดพิเศษนี้ด้วย รวมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญด้านการปรนนิบัติผิวของลาแมร์คอยให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลและขั้นตอนการบำรุงผิวด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์ พร้อมแบ่งปันเคล็ดลับการดูแลผิวแบบ “Arrive Hydrated” ที่จะทำให้ผิวดูกระจ่างใสและแข็งแรงอยู่เสมอตลอดการเดินทาง

 ข่าวที่ 2 “ททท.บุกจัด4Mllion Thanksตลาดมาเลย์” 



นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าในวันที่ 19 เมษายน 2562 ได้นำทีมไปพบปะกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในมาเลเซีย รวมกว่า 350 หน่วยงาน โดยได้ลงทุนจัดงาน กาลา ดินเนอร์ภายใต้ธีม Thanks 4 Million –Let’s Celebrate Songkran Festival ณ โรงแรม Mandarin Oriental Kuala Lumper เพื่อแสดงความขอบคุณ เพราะปี 2562 ตั้งเป้าเหมายเชิญชวนชาวมาเลเซียมาท่องเที่ยวเมืองไทยสูงถึง 4.4 คน ทำรายได้เข้าประเทศราว 127,785 ล้านบาท หลังจากปี 2561 ทำสถิติชวนมาเลเซียมาเที่ยวไทยทุบสถิติเป็นปีแรก 4.01 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17 %

 ตลอดการจัดงาน Thanks 4 Million –Let’s Celebrate Songkran Festival ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการมาเลเซีย พร้อมกับการจัดแสดงจัดการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในเชิงบวกของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่สนใจมาไทย พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในวงการท่องเที่ยวของมาเลเซียด้วย



 ททท.สำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมาเลเซีย นิยมเดินทางท่องเที่ยวในไทยตามพื้นที่ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ หาดใหญ่ (สงขลา) กรุงเทพฯ สุไหงโกลก เบตง (ยะลา) ภูเก็ต และเพิ่มจำนวนการเที่ยวทางทะเลสูงขึ้นใน กระบี่ สมุย (สุราษฎร์ธานี) และเที่ยวธรรมชาติภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย โดยชอบขับรถเป็นคาราวานผ่านเข้ามาทางด่านภาคใต้ รวมถึงใช้จ่ายเงินช้อปปิ้ง ท่องเที่ยวบันเทิง

 ส่วนปริมาณเที่ยวบินระหว่าง ไทย-มาเลเซีย ช่วงตารางบิน มีนาคม-พฤศจิกายน 2561 มีรวม 351 เที่ยว/สัปดาห์ ไป-กลับ กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ แต่ละสัปดาห์ ประกอบด้วย 1.การบินไทย 14 เที่ยว 2.ไทยสไมล์ 7 เที่ยว 3.มาเลเซียแอร์ไลน์ส 42 เที่ยว กัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ต 21 เที่ยว 4.บางกอกแอร์เวย์ส บิน กัวลาลัมเปอร์-สมุย 7 เที่ยว 5.ฟลายเออร์ฟลาย ปีนัง-ภูเก็ต 7 เที่ยว 6.มาลินโด แอร์เวย์ส บิน กัวลาลัมเปอร์ สู่กรุงเทพฯ 21 เที่ยว สู่ภูเก็ต 11 เที่ยว สู่หาดใหญ่ 4 เที่ยว และปีนัง-หาดใหญ่ 4 เที่ยว 7.รอยัล โจดาเนียน บิน กัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว

 ขณะที่ แอร์เอเชียมาเลเซีย มีเที่ยวบิน ไป-กลับ จากกัวลาลัมเปอร์เข้าสู่ 9 จังหวัดของไทย ด้วยจำนวนเที่ยวบินตรงในแต่ละสัปดาห์ ดังนี้ 1.กรุงเทพฯ 59 เที่ยว 2.ภูเก็ต 38 เที่ยว 3.กระบี่ 21 เที่ยว 4.สุราษฎร์ธานี 4 เที่ยว 5.หัวหิน 7 เที่ยว 6.อู่ตะเภา(พัทยา) 4 เที่ยว 7.เชียงใหม่ 14 เที่ยว 8.เชียงราย 3 เที่ยว และ 9.โจโฮบารู-กรุงเทพฯ 4 เที่ยว

 ส่วนไทย แอร์ เอเชีย มีเที่ยวบินแต่ละสัปดาห์ ไป-กลับ ดังนี้ กัวลาลัมเปอร์ สู่ 1.กรุงเทพฯ 25 เที่ยว 2.หาดใหญ่ 11 เที่ยว 3.ปีนัง-กรุงเทพฯ 14 เที่ยว 4.โจโฮบารู-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว 5.โคตาคีนาบาลู-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว

 ข่าวที่ 3 “บางจากเปิดตรวจรถฟรี11รายการเติมFurioราคาพิเศษ29ปั๊ม”



 บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มิตรแท้นักเดินทาง บริการตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” รับส่วนลดน้ำมันเครื่อง FURiO สูงสุด 15% ระหว่างวันนี้ - 31 พฤษภาคม 2562 โดยร่วมกับศูนย์บริการฟิวริโอแคร์ และวอชโปร และกรมการขนส่งทางบก จัดโปรโมชั่น มิตรแท้นักเดินทาง ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย พร้อมส่วนลดน้ำมันเครื่อง FURiO Care F 1 และ F2 สูงสูด 15 % รายการตรวจรถฟรี 11 รายการ ดังนี้

1. ตรวจเช็คน้ำมันเครื่อง 2. ตรวจเช็คน้ำมันเบรก / คลัทช์ 3. ตรวจเช็คน้ำมันเกียร์ธรรมดา / อัตโนมัติ 4. ตรวจเช็คน้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ 5. ตรวจเช็คน้ำฉีดกระจก 6. ตรวจเช็คน้ำในหม้อน้ำ / ฝาหม้อน้ำ

 7. ตรวจเช็คทำความสะอาดกรองอากาศ / กรองแอร์ห้องโดยสาร 8. ตรวจเช็คสายพานเครื่องยนต์ / เพาเวอร์ / แอร์ 9. ตรวจเช็คแบตเตอรี่ - น้ำกลั่น / ขั้ว 10. ตรวจเช็คน้ำมันเฟืองท้าย และ 11. ตรวจเช็คสภาพยาง / เติมลมยาง โดยมีสถานีน้ำมันบางจากทั้งในกรุงเทพฯ รอบปริมณฑล และต่างจังหวัด เข้าร่วมโครงการกว่าถึง 29 ปั๊มด้วยกัน

 ตรวจสอบข้อมูลได้ในเว็บไซต์ www.bangchak.co.th 

ข่าวที่ 4 “ปิดทองหลังพระนำชมมูลนิธิกาญจนบารมี จ.เลย” 

มูลนิธิปิดทองหลังพระ รายงานว่า เตรียมนำทีมลงพื้นที่เยี่ยมชมพื้นที่ “มูลนิธิกาญจนบารมี” โครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร อำเภอเอราวัณ จังหวัดเลย หนึ่งในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการสาธารณสุข ที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระราชทานพระราชดำริให้ก่อตั้ง “โครงการกาญจนบารมี” ขึ้น ด้วยทรงห่วงใยและคำนึงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทยในด้านสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับความทุกข์ยากจากการเจ็บป่วย ยากไร้และขาดโอกาส คือ และทรงเป็นประธาน จัดสร้างศูนย์บำบัดรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็ง เพื่อลดความทุกข์ยากลำบากในการเดินทางมารับการรักษา

 ต่อมา ยกสถานะขึ้นเป็นโรงพยาบาลมหาวชิราลงกรณธัญบุรี ให้บริการรักษาผู้ป่วยมะเร็งทุกประเภทปีละมากกว่า 2,000 ราย รวมทั้งให้ความรู้ในการป้องกัน การดูแลรักษาทั้งทางร่างกายและจิตใจสำหรับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายให้มีความสุข ถือเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านมะเร็งที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

 ปี 2540 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้ง “มูลนิธิกาญจนบารมี” ขึ้น เป็นกองทุนสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาล และดูแลผู้ป่วยที่ยากไร้ขาดโอกาสให้ได้รับการดูแล ด้วยโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสขึ้น เพื่อค้นหาผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล มีฐานะยากจนและขาดโอกาส ให้ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็ง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมกับรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นโรคร้ายที่ผู้หญิงไทยป่วยและเสียชีวิตในอัตราสูง

 ปัจจุบันการดำเนินงานโครงการเข้าสู่ระยะที่ 5 มีการออกหน่วยคัดกรองมะเร็งเคลื่อนที่ ทั่วประเทศ 76 จังหวัด รวมแล้ว 763 ครั้ง (ณ สิ้นสุดวันที่ 30 มีนาคม 2562) มีการตรวจคัดกรองมะเร็งให้กับผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ห่างไกลไปแล้วมากกว่า 200,000 คน พบผู้ป่วยมากกว่า 1,500ราย ที่ถูกส่งต่อไปรับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างเหมาะสม

 ช่วงที่ 2 เที่ยวไทยใกล้กรุงอุดหนุนเศรษฐกิจฐานราก ต้องออกไปเที่ยว “ชุมชนคลองเขื่อน” จ.ฉะเชิงเทรา มีกิจกรรมดีให้ทำ 5 อย่าง ส่วนการดูแลสุขภาพ “เลือกกินสารอาหารบำรุงสายตา” 3 อย่างหาได้ง่ายในชีวิตแต่ละวัน ตามติดข่าวฮ็อต ๆ “เฮรับประมูลดิวตี้ฟรีรอบใหม่ไม่เข้า PPP” ทอท.โล่งใจลุยขายทีโออาร์เร่งทำให้เสร็จตามขั้นตอนได้ภายในปี’62 “อีลิตการ์ดจ่อเปิดรับสมัครผู้นำคนใหม่” พ.ค.นี้ คึกเงินสดล้นมือกว่า 2,000 ล้านบาท ด้าน “JobThai” ชี้กลุ่มท่องเที่ยวแห่จ้างงานเพิ่มมีนาคมเดือนเดียวกว่า 2,000 อัตรา ค่าจ้างขั้นต่ำเดือนละหมื่นบาท

 @ทัวร์เกษตรใกล้กรุง5อย่างในชุมชนคลองเขื่อน ฉะเชิงเทรา  



การพลิกฟื้นทุ่งนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนของชาว “คลองเขื่อน” ในอำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา มีสีสันและเสน่ห์แรงดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคนี้ให้เข้าไปชม “การท่องเที่ยวเชิงเกษตรและวัฒนธรรม” นำจุดเด่นเรื่องพื้นที่ปลูกมะพร้าวน้ำหอม มะม่วงที่มีถึง 40 กว่าสายพันธุ์ และผักพื้นบ้าน เช่น ตะไคร้ พริก มะกรูด มาเชิญชวนคนเข้าไปชมโดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางระยะใกล้ และนิยมเดินทางสัมผัสธรรมชาติ ออกมาสูดอากาศที่สดชื่นเพื่อการพักผ่อน แทนที่จะใช้วันหยุดในการอาศัยอยู่กับตึกสูง และพื้นที่หนาแน่น ปัจจุบันตลาดท่องเที่ยวของจังหวัดยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้เคียง และที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร เป็นหลัก

 เมื่อเดินทางไปถึงคลองเขื่อน สถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสนใจเป็นพิเศษ แนะนำให้ไปชม 5 อย่าง ดังนี้

 อย่างแรก เข้าไปชมฐานเรียนรู้การเกษตร ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในการทำเกษตรกรรมนาไร่ และสวนผลไม้ การสร้างบ้านดิน วิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำบางปะกง ล่าสุดยังเปิดให้มีการเรียนรู้การปลูกหญ้าแฝกเพื่อใช้เป็นแนวทางป้องกันปัญหาการเกิดน้ำท่วมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีศูนย์การเรียนรู้แบ่งออกเป็นศูย์ย่อยๆอีกมากมาย เช่น กลุ่มเรียนรู้วิสาหกิจ เป็นต้น 

อย่างที่ 2 ต้องเลือกโฮมสเตย์ที่พักอาศัยกับชาวบ้านในท้องถิ่น



อย่างที่ 3 ช้อปและซื้อหาสินค้าที่ระลึก และอาหารพื้นบ้านคาว – หวาน ทางการเกษตร อาทิ ข้าว มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม กระยาศาสตร์ ขนมไทยพื้นบ้าน รวมถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ต่อยอดจากวัสดุทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นสินค้าโอท็อป 4 หมู่บ้าน ที่องค์การพัฒนาชุมชนเข้ามาให้ความรู้ อาทิ กะลามะพร้าวน้ำหอม ซึ่งนำมามาพัฒนาเป็นของใช้หลากหลายรูปแบบ

 อย่างที่ 4 ชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอุทยานพระพิฆเนศองค์ยืน วัดสำคัญต่างๆ จำนวน 10 แห่ง อาทิ กราบไหว้หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ที่วัดใหม่กรมยาน ที่เกาะรัด ต. บางตลาด อ.คลองเขื่อน หลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว มณฑปวัดบ้านกล้วย 200 ปี ซึ่งมีประวัติศาสตร์ที่คนจีนมาสร้างและเก็บพระสำคัญไว้ในมณฑป



 อย่างที่ 5 อุดหนุนสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น และอาหารการกินมีทั้งคาวหวานยอดนิยม 5 ประเภท ได้แก่ 1.ข้าวหอมขาว ข้าวกล้อง ข้าวหอมนิล ซึ่งอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างดีเพราะปลูกในเขตชลประทาน 2.มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง 3.กระยาศาสตร์ 4.กาละแม 5.กล้วยกรอบ

สนใจท่องเที่ยวชุมชน โทรประสานงานได้ที่คุณสุชาติ เสน่ห์หา คณะกรรมการชุมชนบ้านคลองเขื่อน จ. ฉะเชิงเทรา โทร. 081 – 590 - 4909

 @สารอาหารที่รับประทานแล้วดีต่อสายตา



 สารอาหารที่รับประทาน แล้วดีต่อสายตานั้นมีอยู่หลายประเภท จึงขอยกตัวอย่างสารอาหารที่สำคัญและสามารถหารับประทานได้ทั่วไป

1. โอเมก้า 3 เป็นไขมันที่ช่วยลดอาการตาแห้งอันเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง และ การโดนแสงแดดเป็นเวลานาน พบได้ในอาหารจำ่พวกปลาแซลมอน ปลาทูน่า ไข่ไก่ หรือเต้าหูถั่วเหลือง

 2. วิตามินเอ มีความสำคัญเป็นอย่างมากกับการมองเห็นของคนเรา เพราะการขาดวิตามินเอจะทำให้เราตาบอดในเวลากลางคืนได้ และอาจทำให้ตาบอดในที่สุด วิธีป้องกันสามารถทำได้โดย การรับประทานไข่ หรือผักที่มีสีเหลือง หรือสีส้ม เช่น แครอท ฟักทอง โดยที่ไม่จำเป็นต้องกินอาหารเสริม เนื่องจากวิตามินเอหากได้รับมากเกินไปอาจจะเป็นพิษต่อร่างกายได้ 

3. สารต้านอนุมูลอิสระ มีการศึกษาพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระ สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นต้อกระจก หรือโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ อาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ ผักและผลไม้ต่าง ๆ

 ฟังข่าวท้ายชั่วโมง 

 ข่าวแรก “ทอท.-เอกชนรอเฮโปรเจ็กต์ประมูลดิวตี้ฟรีไม่ต้องเข้าพรบ.ร่วมทุน”



 คณะอนุกรรมการด้านกฎหมาย คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ด PPPs) เปิดเผยว่าขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่โครงการเปิดประมูล กิจการร้านค้าปลอดอากร (duty free) ตามที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” ขอหารือในที่ประชุมต่อเนื่องกัน 2 ครั้ง เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน 2562 ในท้ายที่สุดแล้วจะเป็นกิจการเกี่ยวเนื่องที่จำเป็น ในกิจการท่าอากาศยานตามมาตรา 7 วรรค 2 ของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 เพราะถึงแม้ท่าอากาศยานไม่มีดิวตี้ฟรี ก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อกิจการท่าอากาศยานแต่อย่างใด

 ตามระเบียบปฏิบัติทางอนุกรรมการด้านกฎหมายจะต้องเสนอข้อสรุปนี้ให้คณะกรรมการ PPPs ชุดที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีมติรับทราบ จากนั้นช่วงปลายเดือนเมษายน 2562 จึงจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบออกประกาศตามมาตรา 7 วรรค 2 ดังกล่าว

 ทั้งนี้ ทอท.ได้เปิดขายซองทีโออาร์การให้เอกชนที่สนใจร่วมประมูลสิทธิดิวตี้ฟรีไปในช่วง 1-18 เมษายน 2562

 นัดฟังคำชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม 22 เมษายน นี้

นัดดูสถานที่ประกอบการ 23 เมษายน 2562 เวลา 09.00-12.00 น.

พร้อมกำหนดยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน 22 พฤษภาคม 2562 นำเสนอผลงาน ข้อเสนอทางเทคนิค

27 พฤษภาคม 2562 เปิดซองเสนอค่าตอบแทน 28 พฤษภาคม 2562

และประกาศผลคะแนนสูงสุด 31 พฤษภาคม 2562 

ข่าวที่สอง “อีลิตการ์ดจ่อรับผู้นำคนใหม่ พ.ค.นี้ปลื้มเงินสดล้นมือ”  

นางสาวสมฤดี จิตรจง รองผู้ว่าการด้านบริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ การสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่คนใหม่ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด :TPC เจ้าของบัตรสมาชิกไทยแลนด์อีลิทการ์ด ตามระเบียบปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)จะเริ่มขั้นตอนประกาศรับสมัครได้ช่วงพฤษภาคม 2562 นับไป 150 วัน ผู้ที่สนใจลงสมัครชิงตำแหน่งดังกล่าวรอตรวจสอบคุณสมบัติตามประกาศในเร็ว ๆ นี้ได้

 ทั้งนี้มีรายงานว่า หลังเปิดดำเนินการผ่านมา 15 ปี บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด เริ่มมีกระแสเงินสดหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท ยกเว้นการบันทึกระบบบัญชียังขาดทุนสะสม 600 ล้านบาท ตามสภาพของอายุบัตรที่ระบุให้สมาชิกถือครองได้คนละ 20 ปี

 ข่าวที่สาม “JobThaiโชว์ท่องเที่ยวแห่จ้างงานเพิ่มกว่า2พันตำแหน่ง” 

นางสาวแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการจ๊อบไทย (JobThai) กล่าวว่า ขณะนี้ JobThai ในฐานะผู้ให้บริการหางาน สมัครงาน ออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทย ได้รวบรวมสถิติการเปิดรับสมัครงานภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมเดือนมีนาคม 2562 มีความต้องการจ้างแรงงานสูงถึง 2,309 อัตรา เติบโตตามกระแสการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ การเปิดรับมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

 1.งานขาย จำนวน 131 อัตรา ได้ เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000-35,000 บาท (ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น)

 2.งานล่าม/มัคคุเทศก์/จองห้อง/จองตั๋ว 122 อัตรา ยุโรป เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13,000-25,000 บาท (ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น)

 3.งานอาหาร-เครื่องดื่ม จำนวน 99 อัตรา เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท (ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น)

 4.งานบัญชี 65 อัตรา เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12,000 - 35,000 บาท

 5.งานช่างเทคนิค 35 อัตรา เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 11,000 - 15,000 บาท ดังนั้นทาง JobThai จึงพยากรณ์ความต้องการแรงงานของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมยังคงเติบโตต่อเนื่องเพราะปัจจัยบวกหลายอย่างเป็นแรงส่งทั้งเรื่อง เข้าสู่ช่วงเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวของไทย บวกกับมาตรการของภาครัฐกระตุ้นการท่องเที่ยว ล้วนเป็นปัจจัยหนุนทำให้ความต้องการจ้างแรงงานเพิ่มสูงตามไปด้วย

 ข่าวที่สี่ “หวั่นครัวเรือนกังวล3เดือนหน้าเม.ย.-มิ.ย.ค่าใช้จ่ายชะตัว

 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุถึงดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า จะลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ที่ 47.4 มาอยู่ที่ 47.0 ซึ่งจะสะท้อนถึงภาคครัวเรือนมีความกังวลมากขึ้นในช่วงระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่าย (ไม่รวมหนี้สิน) ที่ต้องเพิ่มขึ้นในกิจกรรมต่าง ๆ 3 ปัจจัยหลักได้แก่

 1.เทศกาลสงกรานต์ ต้องใช้เงินทำบุญ ท่องเที่ยว เดินทางกลับภูมิลำเนา พบปะสังสรรค์กับเครือญาติและเพื่อนฝูง

 2.สถานการณ์ราคาสินค้าและบริการภายในประเทศหลายรายการกำลังจะปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม พลังงานและบริการพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ระดับราคาสินค้าและบริการภายในประเทศปรับตัวเร่งขึ้น

 3.การปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางจะมีผลบังคับใช้ 22 เมษายน นี้เป็นต้นไป หลังจากยืดเวลาจากเดิมมาแล้ว 3 เดือน เดิมต้องขึ้นตั้งแต่มกราคมปีนี้

 ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz. 


ททท.ภูเก็ตผุดเมกะเทรนด์ท่องเที่ยวครึ่งหลังปี62-3อากับบลูทรี โฟลตติ้งโดนัท-ตลุยฟินกินเที่ยว3ตลาดน้ำสมุทรสงคราม

ททท.ภูเก็ตผุดเมกะเทรนด์ท่องเที่ยวใหม่เพียบครึ่งหลังปี’62
 ตลุย3อา”อาหาร/อาคาร/อาภรณ์”ตลึง!บลูทรี-โฟลทติ้งโดนัท 
คิงเพาเวอร์จัดชุดใหญ่ช้อปหมื่นขึ้นผ่อน0%ได้ยาว10เดือน 
ททท.รุกขยายทัวร์ซูเปอร์คาร์บิ๊กไบค์มาเลย์-สิงคโปร์-อินโด 
TCEBจ่อใช้เวทีอาเซียนซัมมิตโหมGreen-Sustain MICE
 ชวนไปฟินกินเที่ยว3ตลาดน้ำเมืองโรแมนติกสมุทรสงคราม 
คนไทยทุกวัยอยากมีสุขภาพดีต้องเริ่มจากการเดินเดินเดิน 
โรงแรมอนันตราสยามจัดเก๋ชิมชาดูปลากัดวันนี้-30มิ.ย.นี้ 
ไทย-จีนลงนามความร่วมมือวัฒนธรรมท่องเที่ยวปี62-64
 โรงแรมเดอะไรบรารี่สมุยจัดโปรแรงพักหรู3วันฟูลออฟชั่น  

ต้อนรับเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ในวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen และบล็อกเกอร์ #gurutourza #สวท97 #รวยด้วยข่าว #เที่ยวกับกู๋ #วันธรรมดาน่าเที่ยว #อะเมซิ่งไทยแลนด์ #TATPhuket

 ช่วงที่ 1 ททท.ภูเก็ต ผนึกเอกชน เปิดมหกรรมชวนคนไทยเที่ยวโลว์ซีซัน จุดพลุขาย “3 อา-อาหาร-อาคาร-อาภรณ์” ในบิ๊กธีม “ภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่ทะเล” ผุดแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมใหม่เพียบ “บลูทรี-โฟลทติ้ง โดนัท- Porto De Phuket” ลุยจับมือรีสอร์ตเกาะราชาทุ่มขายพ่วงพักบนเกาะลดแลกแจกแถม และชวนรีสอร์ตหรูเกิน5ดาวบูม Luxprerience เที่ยวหรูในราคาจับต้องได้จ่ายแค่คน 3,500 บาท ขณะที่ทุกภาคส่วน รัฐ-เอกชน ตื่นตัวทำต้นแบบท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โรงแรมกอดคอประกาศมาตรการเลิกใช้พลาสติก จัดเต็มกิจกรรมลดขยะชายหาดใต้ทะเลทุกรูปแบบ

กนกกกิตติกา เกฤตย์วุฒิกร
ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานภูเก็ต


 “กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานภูเก็ต เปิดเผยว่า ช่วงเข้าสู่นอกฤดูท่องเที่ยว (low season) ปลายเมษายน-กันยายน 2562 ได้ร่วมมือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ปลุกกระแสการขายท่องเที่ยว “ภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่ทะเล” โดยเลือกหลายกิจกรรมนำเสนอคนไทยไปภูเก็ต ระหว่างเมษายน-พฤษภาคม 2562 นำเสนอการท่องเที่ยว 3 อา “อาคาร-อาหาร-อาภรณ์” ในเขตชุมชนเก่าภูเก็ต เริ่มจากเสน่ห์แรก “สถาปัตยกรรมอาคารเมืองเก่า” ได้ประดับประดาไฟฟ้าช่วงกลางคืน lightup สวยงามตระการ เสน่ห์ที่ 2 “อาภรณ์” ตอนนี้ชาวชุมชนเมืองเก่าภูเก็ตได้หันมาแต่งกายสวมชุดดั้งเดิมบะบ๋า-ยะหยา นุ่งผ้าปาเต๊ะ สร้างความสนใจให้นักท่องเที่ยวสนใจซื้อหามาสวมใส่ด้วยเช่นกัน เสน่ห์ที่ 3 “อาหาร” เป็นเมือง Creative City of Gastronomy โดยทางยูเนสโก้ประกาศให้ภูเก็ตเป็นเมืองการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ทางด้านอาหารตั้งแต่ปี 2558 ผนวกกับเมื่อต้นปี 2562 ททท.ได้นำมิชลินไกด์เข้ามาประกาศรายชื่อร้านอาหารระดับมาตรฐานมิชลินในภูเก็ต พังงา




 ปัจจุบันในเขตเมืองเก่าภูเก็ตได้เปิดพื้นที่ท่องเที่ยว “หลาดใหญ่” หรือตลาดและเดิมเป็นชื่อตำบล เป็นถนนคนเดินเฉพาะวันอาทิตย์ ตั้งแต่ 16.00-22.00 น.เป็นศูนย์รวมอาหารการกินอร่อย ๆ ดาษดื่นตา มีอาหารถิ่น ขนมพื้นบ้าน เช่น อาโป๊ว ผัดหมี่ฮกเกี้ยน ตอนนี้พัฒนาไปถึงแต่ละร้านอาหารได้ออกแบบมาตรฐานสุขอนามัยตรวจเชื้อปนเปื้อน และบอกแคลอรี่อาหารแต่ละชนิด กับมีการจัดระบบอุบัติภัย หนีไฟ อย่างครบครัน และมีร้านขายของที่ระลึกเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถดีไซน์แล้วบอกความต้องการของร้านจัดทำสำเร็จรูปได้ 

ขณะนี้จึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังภูเก็ต สิ่งแรกที่จะต้องทำคือเรื่องอาหารการกิน โดยถือคู่มือร้านมิชลินมาตามหาแหล่งอาหารกันเลยทีเดียว รวมทั้งผู้ประกอบการยังได้ปรับปรุงขยายการลงทุนเพิ่มจุดขายร้านอาหารใหม่ ๆ ทั้งคาวและหวานให้มีเอกลักษณ์เก๋ ๆ น่าสนใจดึงดูดให้คนเข้าไปชิม แชร์ เช็คอิน เผยแพร่สู่เครือข่ายมากมาย ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2562 ททท.ชูการท่องเที่ยวเชิงกีฬาอินเตอร์เนชั่นแนล โดยเตรียมเปิดเทศกาลเซิร์ฟ Phuket Serf Festival 2019 นักท่องเที่ยวเดินเล่นตามชายหาดก็สามารถแวะไปคุยกับเซิร์ฟ คลีนิกได้ หรือจะเป็นเรื่องบิวตี้ความสวยงาม แล้วก็จะผูกแพกเกจท่องเที่ยวพ่วงขายเข้าไปด้วย



 โดยเฉพาะการเที่ยวเกาะราชามีความงดงามสามารถนั่งเรือจากท่าเรือฝั่งภูเก็ตข้ามไปยังเกาะราชาใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที หรือจะนั่งเรือเร็วสปีดโบ๊ทไม่เกิน 20 นาที ขณะนี้ได้หารือกับผู้ประกอบการโรงแรมรีสอร์ตเพื่อทำแพกเกจจะเริ่มช่วงพฤษภาคม-กันยายน นี้ โดยผนวกเที่ยวภูเก็ตแล้วเลือกไปพักค้างคืนเกาะราชา 1-2 คืน ราคาสุดพิเศษ หรือพัก 2 คืน แถมฟรี 1 คืน เพื่อกระจายรายได้สู่อาชีพต่าง ๆ ทั้งผู้ประกอบการเรือ ชุมชน และโรงแรมรีสอร์ต

 รวมทั้งวางกลยุทธ์สร้างภาพลักษณ์ใหม่ในสไตล์ luxprerience Phuket เที่ยวหรูในราคาจับต้องได้ จับมือกับโรงแรมระดับหรูหรากว่า 10 แห่ง จัดทำการขายห้องพักแบบพูล วิลล่า ราคาเริ่มต้นคืนละ 3,500 บาท เช่น เดอะ วิจิตร รีสอร์ต หรือราคาไม่ถึง 10,000 บาท/คืน มีสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรา และยังสามารถร่วมสร้างประสบการณ์กับกิจกรรมตามชุมชน เช่น การทำขนมโคว (ขนมทำจากแป้งปั้นเป็นก้อนกลมมีไส้ต่าง ๆ ) ทำผ้ามัดย้อม หรือตกปลาแบบโบราณ บริเวณเกาะโหลน เกาะราชา ผสมผสานเข้ากับความมีชื่อเสียงการท่องเที่ยวทางทะเลดำน้ำดูปะการัง การสร้างกิจกรรมใหม่ ๆ ขึ้นเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึกแปลกแตกต่าง ไม่เบื่อที่จะตัดสินใจมาท่องเที่ยวภูเก็ต

สำหรับการประชาสัมพันธ์โครงการ luxprerience Phuket กระแสตอบรับจากตลาดกลุ่ม คอร์ปอเรต องค์กรขนาดใหญ่ พนักงานรัฐวิสาหกิจ ชื่นชอบเลือกใช้บริการตามกำลังซื้อซึ่งพร้อมยอมรับได้ สะดวกสบายหรูดูดี ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ขณะนี้ชาวภูเก็ตทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ กลุ่มธุรกิจ ตื่นตัวพร้อมจะเป็นพื้นที่ต้นแบบเรื่องการจัดทำโครงการการท่องเที่ยวที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม Tourism Responsibility เพราะทุกฝ่ายตระหนึกถึงชีวิตความเป็นอยู่ทุกวันนี้มีทรัพยากรการท่องเที่ยวเป็นขุมทรัพย์สำคัญที่จะต้องส่งต่อถึงลูกหลานให้อนุรักษ์จุดขายความงดงามเหล่านี้ไว้อย่างยั่งยืน

 ล่าสุดแกนนำภาคเอกชน กลุ่มสมาคมโรงแรมภาคใต้ สมาคมโรงแรมไทยกับสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยวได้ประกาศมาตรการ ลดการใช้ขวดน้ำและหลอดพลาสติกภายในโรงแรมให้หันมาใช้ขวดแก้วกับหลอดกระดาษ เช่นเดียวกับ ททท.สำนักงานภูเก็ต ก็ทำด้วย เรื่อยไปจนถึงร้านอาหารต่าง ๆ ทั่วเกาะภูเก็ต เห็นได้ชัดเรื่องการตระหนักถึงการลดใช้ขยะพลาสติก ตั้งแต่รุ่นเยาวชน ตอนนี้โรงเรียนในเขตเทศบาล และเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ปลูกจิตสำนึกเด็ก ๆ ให้รู้จักการแยกขยะ ลดใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เป็นการป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง

 ส่วนการเก็บขยะตามจุดต่าง ๆ ได้จัดเต็มพื้นที่ พร้อมกับรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ เข้ามาร่วมตามหาดต่าง ๆ จะมีกลุ่มผู้นำ เช่น Phuket Boot Camp :PBC เชิญชวนคนไปช่วยกันเก็บขยะตามชายหาดแต่ละหาดทุกเดือน โดยนักท่องเที่ยวที่เดินผ่านไปมาก็สามารถเข้าร่วมเดินเก็บขยะได้ด้วย รวมถึงนำทีมไปดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล ทุกภาคส่วนต่างก็เข้ามาร่วมมือกันทำอย่างเข้มแข็ง

 ผอ.กนกกิตติกากล่าวถึงสถานการณ์ภาพรวมของการท่องเที่ยวภูเก็ต ไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2562 ระหว่างมกราคม-มีนาคม 2562 จำนวนนักท่องเที่ยวรวมเติบโตไม่ถึง 1 % เพราะฐานเดิมค่อนข้างสูง โดยช่วงปลายปี 2561-ต้นปี 2562 รายได้และจำนวนเติบโตสูงมาก ปรากฎการณ์สำคัญคือ “รายได้” ตลาดคนไทยเที่ยวภูเก็ต เพิ่มขึ้น 10 % ส่วนต่างชาติเติบโตน้อยกว่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ายินดีเรื่องการกระจายรายได้ท่องเที่ยวสู่ท้องถิ่นและอาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว



 ขณะนี้กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวยามค่ำคืนซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงโชว์ได้ลงทุนสร้างโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ นอกเหนือจาก ภูเก็ต แฟนตาซี สยามนิรมิต แล้ว ตอนนี้ถ้านักท่องเที่ยวมาถึงภูเก็ตจะได้ชมแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น เช่น มวยไทย อารีน่า หรือ “ไตรภูมิ” หน้าห้างสรรพสินค้าภูเก็ต ฟอเรสต้า เป็นกิจกรรมใหม่ดึงดูดความสนใจสร้างความสนุกสนานและการใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น ไตรมาสที่ 3 นักท่องเที่ยวจะได้พบกับการเปิดตัวโครงการ Blue Tree



นอกเหนือจากคอมมูนิตี้ มอลล์ แล้ว จะได้พบกับสวนน้ำสีสันใหม่ช่วงกลางปี 2562 เป็นการเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวทะเลอันดามันเต็มรูปแบบ และทางกลุ่มเซ็นทรัล พัฒนา ก็เตรียมเปิด Porto De Phuket เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ แห่งใหม่ บริเวณตำบลเชิงทะเล จากสนามบินก่อนถึงอนุสาวรีย์เมืองถลาง เลี้ยวซ้ายออกไปจะเห็นถนนทั้งสายเต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยทุกชนิด รวมทั้งร้านเก๋ ๆ

 ไฮไลต์ใหม่อีกแห่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว Floating Donut จะมีเฉพาะที่ภูเก็ตกับสิงคโปร์ เท่านั้น ตอนนี้คิวจองใช้บริการยาวมาก เป็นบริการนั่งเรือทรงกลมคล้ายโดนัท พูดคุย จัดปาร์ตี้ ในเรือลำเดียวกัน ขนาดบรรทุกลำละ 8 คน รอบละ 1-2 ชั่วโมงครึ่ง ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มครอบครัว เพื่อนฝูง นิยมมาใช้บริการเพิ่มขึ้นทุกเดือน

 ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 ข่าวที่ 1 “คิงเพาเวอร์อัดโปรแรงช้อปหมื่นบาทผ่อน0%10เดือน”



 กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มีข้อเสนอใหม่มาชวนสมาชิกคิง เพาเวอร์ ร่วมช้อปสนุก เมื่อช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) / ใบเสร็จแบ่งจ่ายสบาย แบ่งชำระ 0 %สูงสุด10เดือน ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2563 ที่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา ภูเก็ต และมหานคร คิงเพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และศูนย์ปฏิบัติการ การบินไทย ด้วยกติกาง่าย ๆ ดังนี้

1.เมื่อมียอดซื้อสินค้าเพื่อรับสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% ต้องเป็นยอดซื้อหลังจากหักส่วนลดต่างๆ (ยอดสุทธิ) ภายในแผนกสินค้าเดียวกัน เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ ตรวจสอบสินค้าเพิ่มเติม ณ จุดขาย สำหรับสินค้าแผนกสุราและบุหรี่ไม่สามารถร่วมรายการ

 2.ยอดซื้อที่เกิดจากการเข้าร่วมโครงการผ่อนชำระ 0% สามารถร่วมรายการส่งเสริมการขายประจำเดือนได้ รวมถึงรายการ CARAT Rewards และการสะสมยอดซื้อเพื่อปรับสถานภาพสมาชิกสามารถใช้ร่วมกับส่วนลดสำหรับสมาชิกคิง เพาเวอร์ รายการ Birthday Celebrations ไม่สามารถร่วมรายการ ยกเว้น บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ สามารถร่วมรายการ และผ่อนชำระได้ 3 เดือน

 ข่าวที่ 2 “ททท.บุกเจาะคาราวานทัวร์ซูเปอร์คา-บิ๊กไบค์มาเลย์-สิงคโปร์-อินโด”



 นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์กระตุ้นตลาดอาเซียนช่วงครึ่งปีหลังจะรุกขยายฐานนักท่องเที่ยวคุณภาพกลุ่มคาราวานขับรถยนต์ทั้งซูเปอร์คาร์ กึ่งซูเปอร์คาร์ และรถบิ๊กไบค์จากมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เข้ามายังไทย ขานรับกับนโยบายของทางกระทรวงมหาดไทยได้แก้ระเบียบใหม่ให้ต่างชาติเข้า-ออกไทย ปีละไม่จำกัดจำนวนครั้งโดยได้รับการยกเว้นสแตมป์พาสปอร์ตให้เข้ามาท่องเที่ยวพำนักอยู่ในไทยไม่เกิน 30 วัน จากเดิมทำได้แค่ไม่เกินปีละ2 ครั้ง ส่งผลทำให้กระแสความนิยมปัจจุบันมีตลาดดังกล่าวเดินทางผ่านเข้าออกด่านชายแดนไทยปีละกว่า 25,00คัน ตามปกติจะเดินทางเป็นกลุ่มครั้งละ 30-40 คัน สูงสุดครั้งละ 70 คัน แบ่งเป็น 1.คาราวานรถยนต์ครอบครัว 2.เพื่อนฝูง 3.สมาชิกที่ตั้งเป็นคลับ

ดังนั้น ททท.จึงตั้งเป้าจะเพิ่มรายได้การใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวคาราวานขับรถท่องเที่ยวตลาดมาเลเซียสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ที่เดินทางเข้ามาในไทยจากหมวดอาหารซึ่งตอนนี้ไทยมีชื่อเสียงเป็นจุดหมายปลายทางเส้นทางท่องเที่ยวเชิงอาหารจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ Gastronomy Destination เป็นหมวดที่ทำรายได้เข้าประเทศ 20-25 % ของรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมดจากตลาดคนต่างชาติเที่ยวไทย อีกทั้งยังจะได้ช่วยภาคการผลิตวัตถุดิบอาหารกลุ่มเกษตรผู้ปลูกพืช ผักผลไม้ เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นวงจรนำมาผลิตอาหารมีรายได้เพิ่มตามขึ้นไปด้วย

 สถิติกลุ่มคาราวานขับรถท่องเที่ยวดังกล่าวจะใช้จ่ายเงินแบ่งเป็น รถยนต์เฉลี่ย 30,000 บาท/คน/ทริป รถจักรยานยนต์เฉลี่ย 20,000 บาท/คน/ทริป ส่วนใหญ่จะใช้ในหมวดอาหาร และซื้อสินค้าท้องถิ่นจากชุมชนที่ขับรถผ่านระหว่างทางกลับบ้าน นายกฤษฎาย้ำว่า คารานรถยนต์นิยมขับเข้ามาท่องเที่ยวในไทยช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนของทุกปี เส้นทางหลัก ๆ จะอยู่บริเวณภาคใต้ กระบี่ ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร ปี 2562 มีแนวโน้มจะขยายมายังภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก

ขณะที่ช่วงฤดูหนาวจะมีกลุ่มท่องเที่ยวเชิงผจญภัยนิยมขับรถเที่ยวไปทางภาคเหนือ โดยเฉพาะเส้นทางความท้าทายอย่างแม่ฮ่องสอนเมือง 1,864 โค้ง เรื่อยไปจนถึงช่วงหยุดและเทศกาลก็มีคาราวานเดินทางเข้ามาต่อเนื่องทุกวันวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด วันฮารีรายอ ตรุษจีน คริสต์มาส ปีใหม่ ของแต่ละปี

 ข่าวที่ 3 “BCPGผนึกSC ASSETบูมใช้Sun Share Project” 



 นายบัณฑิต สะเพียรชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ในเครือ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในฐานะผู้บุกเบิกนำนวัตกรรมระดับโลกมาใช้ในธุรกิจพลังงาน มีส่วนร่วมสร้าง Quality Living ล่าสุด BCPG จับมือกับ SC ASSET เปิดตัว ‘Sun Share Project’ โครงการความร่วมมือนำระบบโซลาร์ รูฟ มาผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในบ้านและซื้อ-ขายไฟฟ้าระหว่างกันผ่านบล็อกเชนรายแรกในโครงการ เนเบอร์ฮูด บางกะดี มุ่งสร้างประโยชน์เพื่อลูกค้าอย่างยั่งยืน ให้แก่ลูกค้าของ SC ASSET โดยนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตเป็นไฟฟ้าใช้ภายในครัวเรือน และสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินความต้องการไปทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม

 โดย BCPGจะเป็นผู้ออกแบบ ติดตั้ง และดูแลระบบแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าให้ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2562 และมีแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดจากโครงการต่างๆ ในอนาคตด้วย

สำหรับโครงการ Sun Share Project ยังสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาระบบบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้พลังงานของชุมชน (Big Data and Data Management) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการพลังงานของพื้นที่สาธารณะ ทั้งส่วนกลาง และ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ ฯลฯ โดยช่วยบริหารจัดการช่วงเวลาและลำดับการใช้บริการพื้นที่ส่วนกลางและอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ของส่วนรวม เพื่อให้การใช้พลังงานของชุมชนมีความคุ้มค่า และเหมาะสมที่สุด


ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ขึ้น เนื่องจากไฟฟ้าทุกหน่วยที่ผลิตได้ จะนำไปใช้หรือแลกเปลี่ยนซื้อขายได้หมด ไม่มีไฟฟ้าส่วนเกินหรือเหลือใช้ ไม่กลายเป็นของเสียหรือสูญเปล่า และยังเป็นการสร้างเครือข่ายผู้ใช้พลังงานสะอาดให้มากขึ้น ร่วมสร้าง low cost, low carbon society เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

ข่าวที่ 4 “TCEBใช้เวทีอาเซียนซัมมิตปลุกร่วมGreen-Sustain MICE” 



 นางศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์นำอุตสาหกรรมไมซ์สนับสนุนตลอดปี 2562 ที่ไทยจะต้องเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน : ASEAN Summit พุ่งเป้ารณรงค์ควบคู่กัน 2 เรื่อง คือ 1.จัดรูปแบบประชุมสีเขียวหรือ Green Mice ควบคู่กับ 2.สร้างความยั่งยืน sustainability โดยให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุดทีเส็บร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานการจัดประชุม สัมมนา จัดทำเป็น sustainability guideline เพื่อให้งานประชุม สัมมนา ทุกหน่วยงานเดินตามคอนเซ็ปต์

 รวมทั้งได้เร่งทำ 2 ส่วนหลัก คือ 1.ยกระดับมาตรฐานสถานที่จัดงานประชุม สัมมนาในอาเซียน โดยทีเส็บได้ทำต่อเนื่องเรื่องมาตรฐานสถานที่จัดงานไมซ์ภายใต้โครงการ Thailand MICE Venue Standard และ 2.สนับสนุนภาครัฐและเอกชนที่จะจัดประชุม สัมมนา ให้ความสำคัญเรื่องมาตรฐานความยั่งยืนเน้นสร้างรูปแบบการจัดประชุมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ทีเส็บได้นำหลัก 3 R เข้ามาใช้ ประกอบด้วย 1.Reduce ลดการใช้วัสดุสิ่งของที่จะกลายเป็นขยะ 2.reuse การใช้วัสดุสิ่งของที่สามารถใช้งานได้หลายครั้ง 3.recycle การนำวัสดุสิ่งของที่จะเป็นขยะมาใช้ประโยชน์


 ช่วงที่ 2 ได้เวลาออกไปฟินกันอีกแล้ว กับการ “ตลุย !! ฟินกินเที่ยว 3 ตลาดน้ำสมุทรสงคราม” เปิดโลกความสุขใกล้กรุงเทพฯ เมืองไทยมีดีเหนือความคาดหมายรอต้อนรับทุก ๆ คน “อยากสุขภาพต้องเริ่มด้วยการเดิน” เดินมีประโยชน์มากมหาศาลลองทำกันดู 

@ตลุย !! เที่ยวฟินกินเที่ยว 3 ตลาดน้ำสมุทรสงคราม 



 ตอนนี้ยังมีควันหลงท่องเที่ยวสงกรานต์อยู่บ้าง ส่วนในภาคกลางใกล้กรุงเทพฯ จะพาไปตลุยชีล ๆ ท่องเที่ยวตลาดพื้นบ้านกันที่จังหวัดสมุทรสงคราม ต้องเริ่มตลุยเที่ยวตลาดสุดแสนจะโรแมนติก “ตลาดน้ำยามเย็นอัมพวา” ยึดหัวหาดแถวหน้าพระวิหารวัดอัมพวันเจติยาราม ถนนประชาเศรษฐ อำเภออัมพวา เปิดช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ช่วงเวลาแสงสีทองเริ่มฉาบผืนน้ำเวลาประมาณสัก 4 โมงเย็น จะได้ดื่มด่ำกับวิถีชีวิตของชาวบ้านจะทอยอพาเรือซึ่งเต็มไปด้วยสินค้าพื้นบ้าน มีทั้งผลไม้จากสวน อาหารอร่อย ๆ ขนมไทยโบราณ รวมถึงของใช้ย้อนยุค

เชิญชวนนักท่องเที่ยวเดินชมแบบชีล ๆ ผ่านซอยตัดผ่านกลางหมู่บ้านซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ ไปยังริมแม่น้ำ เดินข้ามสะพานไม้ไปนั่งริมตลิ่ง สั่งอาหารจากเรือได้ โทร.สอบถามได้ที่ 034751 359 



ในอัมพวามีอีกแห่งคือ “ตลาดน้ำท่าคา” ที่ชาวบ้านพายเรือนำของสดใหม่ใส่เรือบรรทุกมาขาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบกินผัก ผลไม้ สด ๆ เลือกได้ตามชอบ แล้วยังมีบริการล่องเรือชมคลอง รับลมเย็น ๆ สองฝั่งคลอง ชมวิถีการทำเกษตร การทำน้ำตาลมะพร้าว

พอช่วงค่ำบางเวลาก็มีกิจกรรมพายเรือยามค่ำคืนด้วยเช่นกัน ตลาดจะเปิดช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ กับวันวันหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ ของทุกเดือน มีเสน่ห์น่ารัก เก๋ไก๋ไปอีกแบบ โทร.สอบถามได้ที่ 034 751 351



จากอัมพวาขับหรือนั่งรถไปราว 4 กม.ก็จะได้เห็นชีวิตริมน้ำอีกแห่งบริเวณ “ตลาดน้ำบางน้อย” อยู่ปากคลองบางน้อย วัดเกาะแก้ว ต.กระดังงา อ.บางคนที มีมาเกือบ 100 ปี สมัยหนึ่งเคยรุ่งเรืองมาก ตอนนี้ได้รับการฟื้นฟูให้กลับมาคึกคักในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยเปิดให้ชาวบ้านนำ ผัก ผลไม้ท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน ราคาสบายกระเป๋านักท่องเที่ยว มาจำหน่าย หรือจะเดินเที่ยวเพลิน ๆ ก็ได้เช่นกัน

 เมื่อไปถึงสมุทรสงครามแล้ว ต้องห้ามพลาด หาของอร่อยประจำถิ่นกินให้ได้ นั่นก็คือ เมนู “หอยหลอดผัดฉ่า” ร้านยอดนิยมประจำจังหวัดคือ “ครัวโสภา” ที่คัดวัตถุดิบสดใหม่ ใช้น้ำพริกเองสูตรพิเศษมาปรุงรสเผ็ดร้อน ลองแวะไปชิมกัน โทร.034 762 842 ส่วน “ร้านเจ้าสำราญ” อยู่ใกล้ ๆ ตลาดน้ำอัมพวา แถวถนนพวงสมบูรณ์ เปิดทุกวัน เวลา 3 โมงเย็น ถึง เที่ยงคืน เป็นเจ้าตำรับอาหารทะเลสูตรเด็ด ทั้งปลาทูซาเตี๊ยะ ปลากะพงทอดกรอบราดน้ำยำสมุนไพร ปูผัดผงกระหรี่ กุ้งแม่น้ำผัดพริกไทยดำ และอีกสารพัดเมนู โทร.034 751 811

 นักท่องเที่ยวที่อยากช็อปเครื่องเบญจรงค์ ก็มีให้เลือกที่ “ปิ่นสุวรรณ เบญจรงค์” ต.บางช้าง อ.เมืองสมุทรสงคราม ได้ออกแบบลวดลายอ่อนช้อยนำต้นแบบศิลปะสมัยรัชกาลที่ 2 สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เกรดเอ โดยได้ทำสืบต่อลายเบญจรงค์โบราร จากรุ่นคุณพ่อวิวัฒน์ ปิ่นสุวรรณ มาถึงรุ่นลูกยุคปัจจุบัน ความโดดเด่นเป็นงานทำมือ ใช้กรรมวิธีลงลายพู่กัน การเผา การเคลือบ ต้นตำรับดั้งเดิม แวะไปได้เปิดทุกวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 8 โมงเช้า – 5 โมงเย็น วันอาทิตย์ เปิดถึง เที่ยงวันเท่านั้น โทร.034 751 322

 @อยากมีสุขภาพดีต้องเริ่มที่การเดิน  



สิ่งที่ต้องทำให้เป็นนิสัย คือ การเคลื่อนไหวร่างกาย การเดินมีประโยชน์มากกว่าที่คิด

 1.เดินช้า ๆ ประมาณ 3-5 นาที เพิ่มความเร็วขึ้นจนเริ่มรู้สึกเหนื่อย

2.เดินให้ต่อเนื่องได้ระยะทาง 2.5-3 กิโลเมตร หรือใช้เวลา 30 นาที

3.ลองทำให้ได้เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 วัน และเพิ่มได้เป็น 5-6 วันต่อสัปดาห์

 สิ่งที่ได้จากการเดิน

 1.เดิน 1 ชั่วโมงต่อวัน ลดโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้ 34%

 2.เดินเร็ว 1 ชั่วโมงต่อวันนาน 3 เดือน ควบคู่กับการคุมอาหาร เครื่องดื่ม ลดน้ำหนักส่วนเกิน 7 กิโลกรัม 3.เดิน 10,000 ก้าวต่อวัน นาน 12 สัปดาห์ ลดความดันโลหิต 8-10 มิลลิเมตร ปรอท

 ฟังข่าวท้ายชั่วโมง 

 ข่าวแรก “อนันตราสยามจัดจิบชาดูปลากัดวันนี้-30มิ.ย.นี้” 



โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ จัดแคมเปญชวนไปจิบชายามบ่ายและชมนิทรรศการปลากัดไทย ซึ่งเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ได้ตลอดตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 มิถุนายน 2562 น้ำชายามบ่าย เสิร์ฟทุกวัน ระหว่างเวลา 14.00 น – 18.00 น. ณ เดอะ ล็อบบี้ ชั้น 1 โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพ (BTS ราชดำริ) แบ่งเป็น

 1.วันจันทร์-ศุกร์ แบบเซ็ต ราคา 850++ บาทต่อเซ็ต รวม 1 เครื่องดื่ม (ชาหรือกาแฟ)

 2.วันเสาร์-อาทิตย์ แบบบุฟเฟ่ต์ ราคา 950++ บาทต่อท่าน รวม 2 เครื่องดื่ม (ชาหรือกาแฟ)

 ส่วนผู้ที่ชื่นชอบปลากัดและงานศิลปะ ร่วมชมฟรี นิทรรศการภาพถ่าย “ปลากัดไทย ความงามแห่งสยาม” ผลงานของคุณวิศรุต อังคทะวานิช ช่างภาพชื่อดังของไทยผู้หลงใหลในเสน่ห์ของปลากัดและเป็นหนึ่งในผู้ที่ผลักดันให้ปลากัดกลายเป็นอีกหนึ่งอัตลักษณ์ของประเทศไทยโดยได้ถ่ายทอดสีสันท่วงท่าพลิ้วไหวที่เป็น เอกลักษณ์อันโดดเด่นของนักสู้ใต้น้ำผ่านเลนส์และจินตนาการออกมาได้อย่างงดงามเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก ณ บริเวณปาริชาติ คอร์ท และล็อบบี้ของโรงแรมฯ ตั้งแต่วันนี้– 31 พฤษภาคม 2562 เวลา 10.00 น. – 24.00 น.

 ทางด้าน เชฟอจินย่า ซาวดังการ์ หัวหน้าพ่อครัวเพสทรี ได้รังสรรค์ชุดน้ำชายามบ่ายขึ้นเป็นพิเศษ โดยมีเมนูของว่างที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายและสีสันอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของปลากัด อาทิ แยมโรลวนิลลา สตรอเบอรี่ เค้กชาเขียว กุ้งสะเต๊ะ และมันม่วงทอดกรอบซอสครีมกระเทียม เสิร์ฟคู่กับชาสัญชาติฝรั่งเศส

 มาคิยาจ แฟรส์ (MARIAGE FRÈRES) ซึ่งเป็นชาที่ได้ชื่อว่าเป็นชาอันดับ 1 ของโลก โดยมีชาที่ปรุงพิเศษแสดงถึงเอกลักษณ์ของไทย 3 กลิ่น อาทิ Eléphant Blanc เอลเลฟอง บลองค์ (ช้างเผือก) ชาดำกลิ่นผลไม้และดอกไม้ในหน้าเทศกาล, Lune Rouge ลูนรูจ (พระจันทร์สีแดง) ชาเขียวที่มีกลิ่นอ่อน ๆ ของดอกกุหลาบและขิง และ Temple De L’aube ตอปล์ เดอ โลบ (วัดอรุณ) ชาเขียวกลิ่นหอมดอกไม้และกลื่นหอมสดชื่นของพืชตระกูลส้ม ซึ่งมีเสิร์ฟเฉพาะที่อนันตรา สยาม กรุงเทพ เท่านั้น สอบถามโทร. 0 2126 8866 ต่อ 1217 

ข่าวที่สอง “ครม.หนุนไทย-จีนผนึกความร่วมมือวัฒนธรรมท่องเที่ยวปี’62-64” 

เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2562 มติที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ชุดพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบต่อการจัดทำแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับปี พ.ศ. 2562 -2564 ภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พ.ศ. 2544 และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศหรือผู้แทนอื่นที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยในแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงวัฒนธรรมและ การท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับปี พ.ศ. 2562 – 2564

 ทั้งนี้ หากมีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำของแผนปฏิบัติการดังกล่าวที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญ หรือที่ไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้กระทรวงวัฒนธรรมสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้ง ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเสนอ 

สาระสำคัญของร่างแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมฯ มุ่งเน้นความร่วมมือทางด้านวัฒนธรรมในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นคณะผู้แทนรัฐบาลด้านวัฒนธรรม บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทางด้านวัฒนธรรม ศิลปิน และบุคคลที่มีบทบาทในด้านศิลปะและวัฒนธรรมทั้งจากภาครัฐและเอกชน ผ่านความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนบุคลากร การเพิ่มพูนการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างกันในสาขาทางด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาทิ การสนับสนุนความร่วมมือเกี่ยวกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ การบริการสาธารณะทางด้านวัฒนธรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และตลาดวัฒนธรรม ตลอดจนความร่วมมือทางด้านศิลปะการแสดง พิพิธภัณฑ์และหน่วยงานด้านมรดกวัฒนธรรม

 นอกจากนี้ยังสานต่อโครงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมไทย – จีน รวมถึงการแสดงดนตรีและวัฒนธรรม “สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน” การสนับสนุนการเจรจาแลกเปลี่ยนทางวิชาการและวัฒนธรรมระหว่างกัน และการสนับสนุนการจัดการเฉลิมฉลองในโอกาสครอบรอบ 45 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – จีน ในปี พ.ศ. 2563 โดยแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมฯ มีลักษณะเป็นแผนงานที่กำหนดรายละเอียดโครงการหรือกิจกรรมด้านวัฒนธรรมที่จะดำเนินการร่วมกันอย่างต่อเนื่องในระยะเวลา 3 ปี เป็นข้อตกลงย่อย (arrangement) ภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว และเป็นแผนการดำเนินงานที่ใช้เฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงวัฒนธรรม ทั้งสองฝ่ายต่างตระหนักว่าความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมระหว่างกันภายใต้แผนปฏิบัติการฉบับนี้ จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรมฯ เพื่อให้เกิดการส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน มิตรภาพ และความรู้ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการดำเนินความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนในด้านอื่น ๆ ต่อไป 

ข่าวที่สาม “เดอะไลบรารี่สมุยอัดแพกเกจพักหรู3วันฟูลออฟชั่น”  



โรงแรมเดอะไลบรารี่ เกาะสมุย จัดแพกเกจห้องพัก แพคเกจ 3 วัน 2 คืน มอบส่วนลดราคาห้องพักสูงสุด 50% ระหว่างวันนี้-30 เมษายน 2562 และเข้าพักได้ตั้งวันนี้- วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่ทำงานหรือพำนักในไทย ประกอบด้วย

1.ห้องพักแบบ Smart Studio 16,900 บาท 2.ห้องพักแบบ Exotic Suite 18,900 บาท 3.ห้องพักแบบ Secret Pool Villa 36,900 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ฟรีดังนี้ อาหารเช้า "Breakfast Culture" บนชายหาด สำหรับ 2 คน อาหารค่ำ 3 คอร์ส 2 คน ที่ห้องอาหาร The Page (เฉพาะอาหาร 1 ครั้ง) บริการรถรับ-ส่ง สนามบินสมุย โทรสอบถามและสำรองห้องพักได้ที่ 077 422 767 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2562

ททท.จัดบิ๊กThanks4Mllionโกยมาเลย์4.4ล้านคน ทุบสถิติทำรายได้เข้าไทยปี’62ทะลุ1.27แสนล้านบาท

ททท.จัดบิ๊กThanks4Mllionโกยมาเลย์4.4ล้านคน 
ทุบสถิติทำรายได้เข้าไทยปี’62ทะลุ1.27แสนล้านบาท 


 บิ๊ก ททท.นำทีมจัดใหญ่กาลาดินเนอร์ Thanks 4 Million –Let’s Celebrate Songkran Festival ขอบคุณมาเลเซียกว่า 350 หน่วยงานพร้อมรุกเจาะตลาดปี’62 ตั้งเป้าดึงเที่ยวเมืองไทยกว่า 4.4 ล้านคน ทำรายได้แตะ 1.27 แสนล้านบาท กระจายสู่เมืองท่องเที่ยวหลัก-รอง ยอดนิยม ภูเก็ต กระบี่ สมุย เชียงใหม่ เชียงราย  

ตืดตามอ่านได้ในมติชนออนไลน์ https://www.matichon.co.th/publicize/news_1457725




นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชีย และแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าในวันที่ 19 เมษายน 2562 ได้นำทีมไปพบปะกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในมาเลเซียรวมกว่า 350 หน่วยงาน โดยลงทุนจัดงาน กาลา ดินเนอร์ภายใต้ธีม Thanks 4 Million –Let’s Celebrate Songkran Festival ณ โรงแรม Mandarin Oriental Kuala Lumper เพื่อแสดงความขอบคุณ เพราะปี 2562 ตั้งเป้าเหมายเชิญชวนชาวมาเลเซียมาท่องเที่ยวเมืองไทยสูงถึง 4.4 คน ตั้งเป้าทำรายได้เข้าประเทศราว 127,785 ล้านบาท หลังจากปี 2561 ทำสถิติชวนมาเลเซียมาเที่ยวไทยทุบสถิติเป็นปีแรก 4.01 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17 % ตลอดการจัดงาน Thanks 4 Million –Let’s Celebrate Songkran Festival ได้มีโอกาสพูดคุยแลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการมาเลเซีย พร้อมกับการจัดแสดงจัดการแสดงทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในเชิงบวกของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่สนใจมาไทย พร้อมมอบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้เกี่ยวข้องในวงการท่องเที่ยวของมาเลเซียด้วย


 ททท.สำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวมาเลเซีย นิยมเดินทางท่องเที่ยวในไทยตามพื้นที่ยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ หาดใหญ่ (สงขลา) กรุงเทพฯ สุไหงโกลก เบตง (ยะลา) ภูเก็ต และเพิ่มจำนวนการเที่ยวทางทะเลสูงขึ้นใน กระบี่ สมุย (สุราษฎร์ธานี) และเที่ยวธรรมชาติภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย โดยชอบขับรถเป็นคาราวานผ่านเข้ามาทางด่านภาคใต้ รวมถึงใช้จ่ายเงินช้อปปิ้ง ท่องเที่ยวบันเทิง

 ส่วนปริมาณเที่ยวบินระหว่าง ไทย-มาเลเซีย ช่วงตารางบิน มีนาคม-พฤศจิกายน 2561 มีรวม 351 เที่ยว/สัปดาห์ ไป-กลับ กรุงเทพฯ-กัวลาลัมเปอร์ แต่ละสัปดาห์ ประกอบด้วย 1.การบินไทย 14 เที่ยว 2.ไทยสไมล์ 7 เที่ยว 3.มาเลเซียแอร์ไลน์ส 42 เที่ยว กัวลาลัมเปอร์-ภูเก็ต 21 เที่ยว 4.บางกอกแอร์เวย์ส บิน กัวลาลัมเปอร์-สมุย 7 เที่ยว 5.ฟลายเออร์ฟลาย ปีนัง-ภูเก็ต 7 เที่ยว 6.มาลินโด แอร์เวย์ส บิน กัวลาลัมเปอร์ สู่กรุงเทพฯ 21 เที่ยว สู่ภูเก็ต 11 เที่ยว สู่หาดใหญ่ 4 เที่ยว และปีนัง-หาดใหญ่ 4 เที่ยว 7.รอยัล โจดาเนียน บิน กัวลาลัมเปอร์-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว

 ขณะที่ แอร์เอเชียมาเลเซีย มีเที่ยวบิน ไป-กลับ จากกัวลาลัมเปอร์เข้าสู่ 9 จังหวัดของไทย ด้วยจำนวนเที่ยวบินตรงในแต่ละสัปดาห์ ดังนี้ 1.กรุงเทพฯ 59 เที่ยว 2.ภูเก็ต 38 เที่ยว 3.กระบี่ 21 เที่ยว 4.สุราษฎร์ธานี 4 เที่ยว 5.หัวหิน 7 เที่ยว 6.อู่ตะเภา(พัทยา) 4 เที่ยว 7.เชียงใหม่ 14 เที่ยว 8.เชียงราย 3 เที่ยว และ 9.โจโฮบารู-กรุงเทพฯ 4 เที่ยว

 ส่วนไทย แอร์ เอเชีย มีเที่ยวบินแต่ละสัปดาห์ ไป-กลับ ดังนี้ กัวลาลัมเปอร์ สู่ 1.กรุงเทพฯ 25 เที่ยว 2.หาดใหญ่ 11 เที่ยว 3.ปีนัง-กรุงเทพฯ 14 เที่ยว 4.โจโฮบารู-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว 5.โคตาคีนาบาลู-กรุงเทพฯ 3 เที่ยว



วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562

ชมไฟสวยงามอลังการ13สะพานแม่น้ำเจ้าพระยาในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ

เปิดไฟประดับ13สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา
ร่วมชมความงามได้ตั้งแต่วันนี้-6 พ.ค.62

 เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza #สวท97 #เที่ยวกับกู๋ #ประดับไฟ13สะพานแม่น้ำเจ้าพระยา


 กรมทางหลวงชนบท เปิดไฟประดับแม่น้ำเจ้าพระยา เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวชมความงดงาม 13 สะพาน เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

 นายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรกรมทางหลวงชนบทได้จัดเปิดไฟประดับสะพานบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ในความดูแลของกรม 13 แห่ง ได้แก่



 สะพานพระราม 3 สะพานพระราม 4 สะพานพระราม 5 สะพานพระราม 7

 สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า สะพานพุทธยอดฟ้า สะพานพระปกเกล้า  สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

 สะพานกรุงธน สะพานกรุงเทพ สะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2



 โดยเปิดไฟประดับสะพานแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่วันนี้ -วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2562 เวลา 19.00 น. ถึง 22.00 น.

และวันเสาร์ที่ 4 -จันทร์ที่ 6 พฤษภาคม 2562 จะเปิดเวลา 18.00 น. ถึง 24.00 น. 

ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวสามารถชมทัศนียภาพความสวยงามของสะพานได้ ตามวันและเวลาดังกล่าว

การบินไทยQ2/69รายได้เพิ่ม8.5%กำไรเหลือ1,521ล้าน-ครึ่งปีหลัง69เน้นบริหารต้นทุน

การบินไทย Q2/69 รายได้เพิ่ม 8.5% กำไรเหลือ 1,521 ล้าน ผู้โดยสาร 3.66 ล้านคน-ครึ่งปีหลัง 69 เน้นบริหารต้นทุน   เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่ง...