วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

TCEBลุยจัด“Visionary Stage”11ก.ค.68 ดึงอินฟลู“ไทย-อินเตอร์”ดันเทศกาลไทยสู่โลก

 

TCEBลุยจัดเสวนาพิเศษ“Visionary Stage”ที่NCC11ก.ค.68

ดึงอินฟลู“ไทย-อินเตอร์”รวมพลังดันเทศกาลไทยสู่ตลาดโลก

TCEB จัดเสวนาพิเศษ Visionary Stage นำอินฟลูเอนเซอร์ไทย-ต่างชาติ ผลักดันเทศกาลไทยสู่โลก 11 ก.ค.68 ที่NCC

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #TCEB #VisionaryStageนำ

TCEB เปิดเสวนาพิเศษ “Visionary Stage” ชู “Road to Thailand World Influencer Summit - Spark Thai Festivals : Local to Global” 11 ก.ค.68 ที่ศูนย์สิริกิติ์ ระดม “ผู้นำความคิด” แถวหน้าของเมืองไทยและทั่วโลกรวมพลังดึง เสน่ห์ ซอฟท์ พาวเวอร์ “เทศกาลไทย” ก้าวสู่ระดับโลก ในงานแห่งปีของ THACCA “SPLASH – Soft Power Forum 2025”

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เดินหน้าสนับสนุนมหกรรม ซอฟท์ พาวเวอร์ จัดเทศกาลไทย : Festival National ในงานแห่งปี “SPLASH – Soft Power Forum 2025” ที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟท์ พาวเวอร์ แห่งชาติ (THACCA) เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยห้ามพลาด!! เข้าร่วมเวทีเสวนาพิเศษ “Visionary Stage” ของทีเส็บ ได้ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Road to Thailand World Influencer Summit - Spark Thai Festivals : Local to Global” จุดประกายอินฟลูเอนเซอร์นำเฟสติวัลไทยสู่สายตาโลก ในวันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 - 13.00 น.ที่บริเวณ ฮอลล์ 4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทีเส็บได้ระดม “ผู้นำความคิด” ตัวจริงในแวดวงที่เกี่ยวข้องแต่ละสาขามารวมตัวกันแสดงพลังขับเคลื่อนเทศกาลนานาชาติ ภายใต้กลยุทธ์ Influencer Marketing เปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมเกาะติดขอบเวทีพบปะและกระทบไหล่ “อินฟลูเอนเซอร์” ชั้นนำระดับโลก ตั้งแต่เช้าถึงบ่ายวันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  เตรียมตัวให้พร้อมเพื่อมาร่วมเปิดประสบการณ์และแชร์มุมมองนำพา “เทศกาลไทย” ก้าวสู่สายตาทั่วโลก สร้างสรรค์ความสำเร็จ ซอฟท์ พาวเวอร์ ไทย เป็นเสน่ห์ดึงดูดนานาชาติ

จองที่นั่งด่วน !! ภายในงานเสวนาครั้งนี้ มีจำนวนที่นั่งจำกัด ทีเส็บเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ https://www.ticketmelon.com/spark-thai-festivals.../tceb

“กิจกรรมการแสดงพิเศษ” ผู้เข้าร่วมงานจะได้ตื่นตากับ “The Paradise Bangkok” การรวมตัวของวงดนตรีหมอลำร่วมสมัยจะขึ้นเวทีสร้างสรรค์เสน่ห์ไทยนำพา “ศิลปะไทยไปไกลถึงเวทีโลก”


“หัวข้อการประชุม หรือ Session” เตรียมพบกับข้อมูลดี ๆ บนเวทีเสวนาพิเศษ ของทีเส็บพร้อมจะปลุกพลังคนไทยทั้งประเทศ จุดประกายเทศกาลไทย เป็นหนึ่งในซอฟท์ พาวเวอร์ ได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ดังนี้

Session ที่ 1 : Thailand Festival Nation เมืองแห่งเทศกาลผสานพลังอินฟลูเอนเซอร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

Session ที่ 2 : Influencer Marketing Power for Event Creators พลังอินฟลูเอนเซอร์ อาวุธลับสู่เมืองแห่งเทศกาล

Session ที่ 3 : Influencer Marketing Playbook : How Influencers Elevate Thai Festivals Worldwideสูตรลับพาเทศกาลไทยไประดับโลกด้วยพลังอินฟลูเอนเซอร์

Session ที่ 4 : Global Lens on Local Treasures เปิดมุมมองระดับโลกด้วยเสน่ห์ “ซอฟต์ พาวเวอร์ไทย”

“ประโยชน์เต็ม ๆ” ผู้เข้าฟังทุกคนจะได้เปิดโลกใหม่ ๆ ตลอดเสวนาพิเศษของทีเส็บครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน คือ

• อินไซต์ และแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Festival Nation

• กลยุทธ์การใช้ Influencer Marketing สร้างแรงกระเพื่อมเฟสติวัลไทยสู่สายตาชาวไทยและชาวโลก

• เคล็ดลับการสร้างคอนเทนต์ ที่ดึงเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้โดดเด่นระดับโลก

• โอกาสเชื่อมต่อคอมมูนิตี้ ของผู้จัดงานและอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริงระดับประเทศและนานาชาติ


“เวทีนี้เหมาะกับ 4 กลุ่ม” การเสวนาพิเศษ “Road to Thailand World Influencer Summit - Spark Thai Festivals : Local to Global” เหมาะกับผู้ที่เกี่ยวข้อง 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

• ผู้จัดงานเฟสติวัลและอีเวนต์

• ผู้ประกอบการและนักธุรกิจอีเวนต์ ไลฟ์สไตล์และท่องเที่ยว

• อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ นักการตลาด ที่สนใจพลังของ Soft Power

• นักการตลาดและผู้สนใจ Influencer Marketing

“ไฮไลต์กิจกรรมบนเวที” วันที่ 11 กรกฎาคม 2568  แต่ละช่วงเวลาล้วนมีความหมายกับทุกคน ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงนาทีสุดท้ายในงานเสวนาพิเศษครั้งนี้ ต่อเนื่องตลอด 10.20-13.00 น.

เวลา 10.00 น. - 10.20 น. ชมการเปิดอย่างยิ่งใหญ่งาน "SPARK Thai Festivals: Local to Global" ตื่นตากับการแสดงพิเศษ The Paradise Bangkok จากวงดนตรีหมอลำร่วมสมัยจะนำพาศิลปะไทยไปไกลถึงเวทีระดับโลก

เวลา 10.20 น.- 11.00 น. “ผู้นำทางความคิด” จากแต่ละวงการ จะขึ้นเวทีให้สนใจเข้าร่วมได้พบปะพูดคุยติดตามอย่างใกล้ชิด ประกอบด้วย

Session ที่ 1 : Influencer Marketing Power for Event Creators พลังอินฟลูเอนเซอร์ อาวุธลับสู่เมืองแห่งเทศกาล โดย “คุณภวัต เรืองเดชวรชัย” President & CEO of MI GROUP “คุณกฤต กฤตยายาล” Head of Media & Performance adapter digital ดำเนินการเสวนาโดย “คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์”

เวลา 11.00 น. - 11.45 น.เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการรอคอย กับข้อมูลที่ทีเส็บและผู้นำทางความคิดจัดเตรียมไว้ให้ฟังดังนี้



Session ที่ 2 : Influencer Marketing Playbook :How Influencers Elevate Thai Festivals Worldwide สูตรลับพาเทศกาลไทยไประดับโลกด้วยพลังอินฟลูเอนเซอร์ 5 ผู้นำ ดังนี้

“คุณเธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลเบิล สปอร์ต เวนเจอร์ส จำกัด (GSV), ประธานรายการ RWS – Rajadamnern World Series และกรรมการบริหารเวทีมวยราชดำเนิน

“คุณพงศ์สิริ เหตระกูล” ผู้จัดงาน Awakening Festivals, Festival Director

“คุณกอบเกียรติ แสงวณิชย์” ผู้อำนวยการงานวิ่ง Amazing Thailand Marathon Bangkok และ IRONMAN 70.3 Bangsaen

“คุณนครินทร์ วนกิจไพบูลย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและบรรณาธิการบริหาร THE STANDARD

เวลา 11.45 น. - 12.30 น.กระทบไหล่คนดังแถวหน้าของเมืองไทย และนักเดินทางที่สำรวจมาแล้วทั่วโลก จะมาถอดรหัสเสน่ห์ ซอฟท์ พาวเวอร์ ไทย ดังนี้

 


Session ที่ 3 : Global Lens on Local Treasures เปิดมุมมองระดับโลกดึง เสน่ห์ ซอฟต์พาวเวอร์ ไทย ออกมาจากหัวใจของผู้รู้นักเดินทาง ศิลปิน ผู้ทรงพลังทั้ง 4 คน ดังนี้

“คุณ Mike Yu” จากฮ่องกง เจ้าของไวรัลระดับโลก Street Interview ที่เปลี่ยนทุกสนามให้กลายเป็นกระแส

“คุณ Tom Grond” นักเดินทางสายลุยจากเนเธอร์แลนด์ ด้วยประสบการณ์ออนทัวร์มาแล้วทั่วโลกกว่า 150 ประเทศ

“คุณเก่ง -ธชย ประทุมวรรณ” ศิลปินที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยกับความเป็นป๊อบได้อย่างทรงพลัง

“คุณฟิล์ม ธนภัทร กาวิละ” นักแสดงไทยผู้ข้ามพรมแดนไทยครองใจแฟนคลับในสาธารณรัฐประชาชนจีน

ห้ามพลาด !! เกาะติดเวทีเสวนาพิเศษ “Visionary Stage” ภายใต้พลัง “Road to Thailand World Influencer Summit - Spark Thai Festivals : Local to Global” ในงาน SPLASH – Soft Power Forum 2025 วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 ที่ฮอลล์ 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

Travelokaย้ำไทยฮ็อตแหล่งเที่ยวเชิงอาหารพุ่ง 80% กรุงเทพฯแชมป์สายกิน

 Travelokaย้ำไทยฮ็อตแหล่งเที่ยวเชิงอาหารพุ่ง 80%

กรุงเทพฯแชมป์สายกิน-ปี69ไทยก้าวสู่ฮับอาหารโลก



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #Traveloka #ท่องเที่ยวเชิงอาหาร

Traveloka โชว์ผลสำรวจ “ไทย” ท่องเที่ยวเชิงอาหารยอดพุ่งกว่า 80% ใน 100 อันดับแรก มียอดผู้ค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มสูงสุด ตอกย้ำปี’69 ไทยพร้อมก้าวสู่ศูนย์กลางอาหารโลก “กรุงเทพฯ” แชมป์ สายกินนิยม 3 หมวด “เมนูหรูมีศิลปะ-ดินเนอร์ครุยส์-รูฟทอปบาร์”

Traveloka เปิดผลการจัดอันดับล่าสุดเกี่ยวกับ “ประเทศไทย” ได้ย้ำเน้นเป็น “ศูนย์กลางด้านอาหารระดับโลก” เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ในฐานะ “เมืองหลวงแห่งอาหาร” ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวสายกินทั่วภูมิภาคและทั่วโลกเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“การจัดอันดับ” ยอดค้นหาบนแพลตฟอร์ม “ทราเวลโลก้า : Traveloka” พบการค้าหาสูงสุดถึงประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม กว่า 80 อันดับจาก 100 อันดับแรกที่ค้นหาสูงสุดในภูมิภาค “ไทย” มีผู้ค้นหามากสุด เป็นสัญญาณดีบ่งบอกถึงการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารที่แข็งแกร่ง และเป็นกลไกสำคัญผลักดันให้ไทยก้าวสู่ “ศูนย์กลางอาหารระดับโลก” ภายในปี 2569


@กรุงเทพฯ แหล่งแม่เหล็กดึงดูดความสนใจจากนักชิมทั่วโลก

กรุงเทพฯ ครองตำแหน่ง “ผู้นำการท่องเที่ยวเชิงอาหาร” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กว่า 60% ของประสบการณ์อาหารและเครื่องดื่มติดอันดับ Top 100 บน Traveloka อยู่ในกรุงเทพฯ โดยนักท่องเที่ยวสนใจมากที่สุด 3 หมวด ได้แก่

หมวดที่ 1 การรับประทานอาหารสุดหรู ผสานศิลปะ และความหลากหลาย

นักท่องเที่ยวยุคใหม่มองหาประสบการณ์รับประทานอาหารที่แตกต่าง โดยเฉพาะหมวด “บุฟเฟต์ระดับพรีเมียม” โอมากาเสะ และ ชายามบ่าย ซึ่งสถานที่ยอดนิยมสูง ได้แก่ 1.Miracle Lounge สนามบินดอนเมือง 2.W Omakase 3.YOU&I Premium Shabu Buffet สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ 4.วิสดอม อินเตอร์เนชั่นแนล บุฟเฟต์ และ 5.คอปเปอร์ อควอเรียม

            หมวดที่ 2 ดินเนอร์บนเรือสำราญ ล่องแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ พร้อมมื้อค่ำสุดโรแมนติกยามค่ำคืน ดึงดูดนักท่องเที่ยวชอบความหรูหรา เสิร์ฟอาหารชั้นเยี่ยมพร้อมวิวเมืองและดนตรีสด อย่าง เมอริเดียน ดินเนอร์ ครุยส์ รอยัลปริ๊นเซสครุยส์ เจ้าพระยาครุยส์ ไวท์ออร์คิดครุยส์ เจ้าพระยา ปริ๊นเซส ครุยส์



            หมวดที่ 3 ร้านอาหารและบาร์บนรูฟท็อป วิวเส้นขอบฟ้าเมืองกรุงเทพฯ เติมเต็มบรรยากาศให้มื้อค่ำสุดพิเศษจากร้านอาหารและบาร์บนรูฟท็อป เสริ์ฟค็อกเทลสูตรเฉพาะ เมนูอาหารรังสรรค์พิเศษ มีร้านยอดนิยมของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ได้แก่ Sky on 20 เวอร์ติโก รูฟทอปโรงแรมบันยันทรี, ซีร็อคโค(Sirocco) โรงแรมเลอบัว เรดสกายรูฟท็อป  Axis & Spin และอื่น ๆ

            Traveloka ยังพบในจังหวัดอื่น ๆ ก็มี พัทยา เชียงใหม่ ขอนแก่น ภูเก็ต และหัวหิน การท่องเที่ยวเชิงอาหารได้รับความสนใจต่อเนื่อง สะท้อนถึงเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวสายกินให้เลือกอย่างหลากหลายทั่วประเทศ

 @ประเทศอื่นติดอันดับเที่ยวเชิงอาหาร Top 100

เวียดนาม ติดอันดับ 2  นำโดย เมืองเว้ กับ นิงห์บิง อาหารท้องถิ่นและบุฟเฟต์พื้นบ้านได้รับความนิยมมาก

ญี่ปุ่น และ มาเก๊า อันดับ 3  “ญี่ปุ่น” เด่นเรื่องยากินิกุ กับบาร์บีคิวระดับไฮเอนด์ในโตเกียว ส่วน “มาเก๊า”เด่นเรื่องอาหารลูกผสมระหว่างวัฒนธรรมโปรตุเกสและจีน

อินโดนีเซีย ลาว ฝรั่งเศส กวม และฮ่องกง ติดอันดับด้วยเช่นกัน นักท่องเที่ยวสนใจอาหารเฉพาะถิ่น บ่งชี้แนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงอาหารกระจายตัวเพิ่มขึ้นทั่วโลก

@เบื้องหลังยุทธศาสตร์ด้านอาหารของไทย

“ประเทศไทย” ครองอันดับหนึ่งในจุดหมายปลายทางดึงดูด “นักท่องเที่ยวสายกิน” ต่อเนื่อง มีผู้คนจำนวนมากตั้งใจเดินทางมาสัมผัสรสชาติและวัฒนธรรมอาหารโดยเฉพาะ ไม่ใช่เพียงแค่ส่วนหนึ่งในการเดินทาง สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์รัฐที่มุ่งผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารระดับโลก ปี 2568 ตั้งเป้ารายได้ไว้เกิน 7 แสนล้านบาท (ประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ)

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมอาหารของไทยจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 5% โดยมีหลายส่วนร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าโปรโมทจริงจังเรื่องการท่องเที่ยวเชิงอาหาร โดยจัดแคมเปญ “เมืองน่าเที่ยว Year of Celebration” ช่วงฤดูฝน ระหว่างมิถุนายน–กันยายน 2568 ส่งเสริม 55 เมืองน่าเที่ยว ผ่านธีมต่าง ๆ เช่น “Gastro Nomad #ตามหารส” เชิญชวนนักท่องเที่ยวที่หลงใหลการกินเดินทางท่องเที่ยว เข้าถึงผู้บริโภคกว่า 10 ล้านคนสร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศกว่า 500 ล้านบาท

 

 

ททท.ยืดอกขออภัยวันแรก “เที่ยวไทยคนละครึ่ง ”ขัดข้อง 2 ก.ค.ลุยแก้ไขแล้ว-2ก.ค.เหลือ 4.99 แสนสิทธิ์

 ททท.ยืดอกขออภัยวันแรก “เที่ยวไทยคนละครึ่ง ”ขัดข้อง

2 ก.ค.ลุยแก้ไขแล้ว-โชว์ยอดจองได้อีกอื้อ 4.99 แสนสิทธิ์

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #เที่ยวไทยคนละครึ่ง  

ผู้ว่าฯ ททท.นำทีมขออภัย “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” ลงทะเบียนวันแรกขัดข้อง 1 ก.ค.68 แจงปัญหาพร้อมแนวทางแก้ไขใหม่แล้ว ลุยต่อ 2 ก.ค.68 บ่ายโมงยอดเหลือให้ใช้อีกเพียบ 4.99 แสนสิทธิ์ คนแห่เที่ยว 5 จังหวัดแรก ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เชียงราย เชียงใหม่ น่าน

นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ขออภัยประชาชนเรื่องการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เกิดปัญหาระบบขัดข้องตั้งแต่เริ่มวันแรก 1 กรกฎาคม 2568 ซึ่งได้รับความสนใจจำนวนมากถึง 5.9 ล้านคน โดยได้พปัญหาหลัก 2 เรื่อง ได้แก่ 1.คอขวดการรองรับผู้ใช้งาน เพราะ ททท.ได้ออกแบบให้ผู้ลงทะเบียนต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ ThaID  ควบคู่กับลงผ่านแอปพลิเคชัน Amazing Thailand เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ป้องกันปัญหาที่เคยเกิดขึ้นเรื่องการสวมสิทธิ์ ครั้งนี้ทั้ง 2 แอปพลิเคชั่นมีระบบความเร็วรองรับผู้ใช้งานไม่สอดคล้องกัน จึงเป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดปัญหากับลงทะเบียนล่าช้าดังกล่าว เบื้องต้นได้แก้ไขบางส่วนแล้ว

ททท. ต้องขออภัยเรื่องความสะดวกทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตอนนี้ได้เร่งแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ และทำให้ระบบเสถียรและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้คนไทยทั้งประเทศได้ใช้สิทธิ์ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” อย่างเต็มที่

วันนี้อังคารที่ 2 กรกฎาคม 2568 สถานการณ์การลงทะเบียนโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” สรุปผลช่วง13.00 น. มีตัวเลขน่าสนใจดังนี้

กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ลงทะเบียนได้แล้ว  38,942 ราย ได้แก่ กลุ่มแรก ลงทะเบียนกรอกเอกสารสำเร็จ 3,885 ราย กลุ่มสอง สมัครแต่ยังยื่นเอกสารและกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน 35,057 ราย

กลุ่มที่ 2 ประชาชนทั่วไป ลงทะเบียนสำเร็จ 373,638 ราย ใช้สิทธิ์จองที่พักและชำระเงินแล้ว 862 สิทธิ์ ตอนนี้สิทธิ์คงเหลือ 499,148 สิทธิ์ แบ่งเป็นเมืองหลัก  299,489 สิทธิ์ เมืองน่าเที่ยว 199,659 สิทธิ์



“จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม” มีผู้ลงทะเบียนเลือกใช้ในโครงการนี้เรียงตามลำดับ ได้แก่ 1.กรุงเทพฯ 2.สุราษฎร์ธานี 3.กาญจนบุรี 4. อ่างทอง    5.นราธิวาส เลือกจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.ชลบุรี 2.ประจวบคีรีขันธ์ 3.เชียงราย 4.เชียงใหม่ 5.น่าน

สำหรับ การ “แก้ไขระบบลงทะเบียนล่าช้า” เบื้องต้น ททท.ได้ปรับโฟลว์ระบบให้สามารถข้ามหรือ "Bypass" การยืนยันตัวตนผ่าน ThaID เพื่อบรรเทาความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้งานทันที แล้วให้ผู้ลงทะเบียน “กรอกข้อมูลที่จำเป็น” บนแอปพลิเคชันซึ่งยัง “จำเป็นต้องยืนยันตัวตน” ผ่านระบบ ThaID ตอนเช็กอินเข้าพักโรงแรมที่เลือกใช้สิทธิ์

ดังนั้น ททท. จึงต้องขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้สิทธิลงทะเบียนทุกคน เมื่อทำทุกขั้นตอนในระบบสำเร็จแล้ว ในภายหลังสามารถทยอย “ยืนยันตัวตนผ่าน ThaiID” ได้ ก่อนถึงวันเดินทางจริง





“สิทธิประโยชน์” โครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เปิดให้ประชาชนทยอยลงทะเบียนตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป ทาง “รัฐบาลจะสนับสนุน”

ส่วนที่ 1 ค่าที่พัก ใน “เมืองท่องเที่ยวหลัก” 22 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงวันธรรมดา 50% ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน ช่วงวันหยุด สนับสนุน 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน กรณีใช้สิทธิ์ใน “เมืองน่าเที่ยว” 55 จังหวัด รัฐบาลสนับสนุนทั้งวันธรรมดาและวันหยุดเต็มที่ 50%

ส่วนที่ 2 รัฐบาลสนับสนุนอีโวเชอร์หรือคูปอง ค่าอาหารและค่าใช้จ่ายทำกิจกรรมท่องเที่ยว 50% มูลค่า 500 บาท/สิทธิ์

สำหรับ “ปัญหาผู้ลงทะเบียนได้รับ OTP” ล่าช้าที่พบวันแรก 1 กรกฎาคม 2568 เนื่องจากการเปิดใช้โดเมนอีเมลใหม่ verify.tat.or.th และจัดส่งอีเมลปริมาณสูงเพื่อยืนยันตัวตนจำนวนมากทันที ทำให้เกิดระบบป้องกันสแปมของผู้ให้บริการอีเมลรายใหญ่ จึงอีกปัจจัยที่ทำให้รับอีเมลยืนยันตัวตนล่าช้ากับผู้ใช้บางราย



“จัดการตั้งค่าระบบ” ขณะนี้ ททท. ได้จัดการตั้งระบบภายในเครื่องมือ Google Workspace และ Google Postmaster ทำให้ระบบของผู้ให้บริการอีเมลเริ่มทยอยปลดล็อกรับอีเมลจาก @tat.or.th ได้แล้ว ประเมินได้จากมีจำนวนผู้ลงทะเบียน “ผ่าน” เข้ามายืนยันตัวตนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

“การเลือกใช้ Amazing Thailand” เป็นเลือกแอปพลิเคชันลงทะเบียน “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” แทนการพึ่งพาระบบของธนาคาร เพราะ ททท. มี 3 เป้าหมายหลัก คือ 1.ต้องการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์นำไปใช้วางแผนและทำการตลาดเชิงรุก ตอบสนองพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในอนาคตได้ตรงจุด 2.พัฒนายุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วย Data-Driven Strategy 3.ขยายโอกาสที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Stakeholders’ Ecosystem) ให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น 4.ช่วยให้งบประมาณที่ภาครัฐอุดหนุนลงทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้งานระบบแอปพลิเคชัน ททท. อาจยังมีข้อติดขัดบางส่วน และส่งผลให้การลงทะเบียนล่าช้า บริการไม่สะดวก

ททท.พร้อมเปิดลงทะเบียนและให้ภาคธุรกิจกับประชาชนได้ใช้สิทธิ์ลงทะเบียนและใช้บริการโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง" ไปจนถึง 31 ตุลาคม 2568 ติดตามข้อมูลพร้อมขั้นตอนใช้สิทธิ์ทางเว็บไซต์ https://www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com   

“วิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ” ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Amazing Thailand หรือ https://www.เที่ยวไทยคนละครึ่ง.com สอบถามข้อมูลเพิ่มโทร. 02-483-0963 ทุกวัน ตั้งแต่ 08.00-20.00 น. หรือทางแอปพลิเคชัน Line Official Account: @ThaiTravelCopay

 

 

AOT ตีปีกครม.ไฟเขียวคัดเอกชนทำโครงการ9,000 ล้านธุรกิจลานจอดอุปกรณ์ภาคพื้นสุวรรณภูมิ

 

AOT ตีปีกครม.ไฟเขียวคัดเอกชนทำโครงการ9,000 ล้าน

เปิดประมูลธุรกิจลานจอดอุปกรณ์ภาคพื้น “สุวรรณภูมิ”

    AOTได้ไฟเขียว ครม.1 ก.ค.68 เปิดประมูลบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นสุวรรณภูมิกว่า 9,000 ล้าน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT  #เที่ยวกับกู๋ #AOT #สุวรรณภูมิ

AOT ได้ไฟเขียว ครม.1 ก.ค.68 อนุมัติเดินหน้าเลือกเอกชนให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นสุวรรณภูมิมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท เริ่มประกาศเชิญชวนปลายปี’68 ลั่นทำตาม พรบ.ร่วมทุน พ.ศ.2562ลุยเพิ่มประสิทธิภาพบริการ รองรับอนาคตอุตสาหกรรมการบินและผู้โดยสารเข้าออกไทยโต

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) “AOT” รายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 มีมติอนุมัติให้ AOT เดินหน้าคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น (Ground Service handling :GSH) และการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ใน “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ของผู้ประกอบการรายที่ 2 มูลค่ารวมกว่า 9,000 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี ใช้รูปแบบ PPP Net Cost เป็นการคัดเลือกเข้ามาทดแทนผู้ประกอบการรายเดิม ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาเดือนกันยายน 2569

AOT จะดำเนินการตามขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น ตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ.2562 ต่อไป คาดจะประกาศเชิญชวนผู้สนใจยื่นข้อเสนอได้ช่วงปลายปี 2568 เป็นต้นไป



          เกณฑ์การคัดเลือกผู้ประกอบการรายที่ 2 จะได้ก่อนหมดสัญญารายเดิมทําให้การให้บริการภาคพื้น ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีศักยภาพและมีขีดความสามารถรองรับสายการบินซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องได้ต่อไป และยังเพิ่มทางเลือกให้สายการบิน ลดความเสี่ยงของท่าอากาศยานด้านการดําเนินงาน ส่งผลให้คุณภาพการให้บริการมีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศ เป็นแนวทางสนับสนุน การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอบโจทย์อุตสาหกรรมการบินของไทยกำลังเติบโตในระยะยาว

 

“TAT Academy”ปลุกธุรกิจรุกท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยุคใหม่ดันไทยสู่“Sanctuary of Healing”

“ TAT Academy ”ปลุกธุรกิจรุกท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยุคใหม่ เปิดอบรมผนึกทีมดันไทยสู่ดินแดน“ Sanctuary of Healing” เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยส...