วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ด่วน!!รมว.ศักดิ์สยาม ชิดชอบ สั่งสุวรรณภูมิพร้อมรับปีใหม่-ทัวร์จีน10ล้านคนม.ค.66 -แก้3เรื่องใหญ่“ตม./ขนกระเป๋า/คิวแท็กซี่”ล่าช้า

ด่วน!!“รมว.ศักดิ์สยาม”สั่งสุวรรณภูมิ+5สนามบินรับปีใหม่-ทัวร์จีน

เพิ่มความเร็ว3เรื่องใหญ่“ตม./ขนกระเป๋า/คิวแท็กซี่”รับจีน10ล้านคน

ถก“รองนายกฯอนุทิน+รมว.พิพัฒน์”มาตรการสาธารณสุขรับมือจีน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TheJournalistclub 



“รมว.ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ตรวจสุวรรณภูมิ สั่งเตรียมด่วนศักราชใหม่ ม.ค.66 รับมือ 2 เรื่องใหญ่ “ผู้โดยสารเดินทางวันหยุดปีใหม่” 3 แสนคน/วัน “ทัวร์จีนไหลเข้าไทย” หลังเปิดประเทศ 8 ม.ค.66” และตรุษจีน ตลอดปีหน้าคาดจีนเข้าออกสนามบินมากสุด 10 ล้านคน ชี้เร่งแก้ 3 ปัญหาเรื้อรัง “บริการล่าช้าตรวจคนเข้าเมือง-ขนกระเป๋าสัมภาระอืด-รอรถแท็กซี่นาน” พร้อมจับเข่าคุยมาตรการสาธารณสุขกับ “อนุทิน ชาญวีระกุล” รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กับ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันพุธที่ 28 ธันวาคม 2565 ได้ลงพื้นที่“สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ” ตรวจความพร้อมการรองรับผู้โดยสารเดินทางวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 2566 และเตรียมความพร้อมกรณีสาธารณรัฐประชาชนจีนเปิดประเทศ พร้อมกับติดตามเรื่องความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระล่าช้า

โดยได้ประเมินผู้โดยสารเดินทางตลอดเทศกาลปีใหม่ปี 2566 ระหว่าง 29 ธันวาคม 2565 - 4 มกราคม 2566 คาดสนามบินสุวรรณภูมิและอีก 5 สนามบิน ทอท. มีดังนี้

 


1.ผู้โดยสารผ่านเข้าออกกว่า 2 ล้านคน เฉลี่ยวันละ 300,000 คน เพิ่มขึ้น 170 % เมื่อเทียบกับช่วงปีใหม่ 2565 และเปรียบเทียบกับช่วงสงกรานต์ปีนี้จะเพิ่มขึ้น 108%

2.จำนวนเที่ยวบินรวมกว่า 12,000 เที่ยว เฉลี่ยวันละกว่า 1,700 เที่ยว เพิ่มขึ้น 87 %  เมื่อเทียบกับช่วงปีใหม่ 2565 และเทียบกับสงกรานต์ปีนี้เพิ่มขึ้น 40%  

“สนามบินสุวรรณภูมิ” ปีใหม่นี้จะเติบโตกว่า 140 % ด้วยผู้โดยสารเพิ่ม 260 % จากปีช่วงเดียวกันกับปีก่อน

“สนามบินดอนเมือง” ปีใหม่นี้จะมีเที่ยวบินเติบโตเพิ่มขึ้น 90 % จำนวนผู้โดยสารเติบโต 130 %

“สนามบินภูเก็ต” ปีใหม่นี้จะมีเที่ยวบินเติบโตเพิ่มขึ้น 80 %  จำนวนผู้โดยสารเติบโต 170 %

ทอท.ได้จัดตั้งศูนย์ Single Command Center เพื่อบริหารจัดการความแออัดผู้โดยสารที่ใช้บริการผ่านกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะช่วงเวลาชั่วโมงหนาแน่น (Peak Hour) ทำให้บริการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 


นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า มีนโยบายให้ ทอท.รับมือนักท่องเที่ยวจีนที่จะหลั่งไหลเข้าไทย หลังสาธารณรัฐประชาชนจีนจะยกเลิกข้อกำหนดการกักกันผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางเข้าและคนจีนเดินทางออกต่างประเทศ เริ่มตั้งแต่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป ตามรายงานจาก ทอท.มีสายการบินแจ้งล่วงหน้าก่อนปีใหม่เริ่มมีสายการบินทยอยขอกลับมาเปิดบินอีกครั้ง ดังนั้นช่วงต้นมกราคม 2566 ก่อนจีนเปิดประเทศ ขอให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมทุกด้าน

 

1.รองรับแบบประจำไป-กลับ นำร่องก่อน 3 พื้นที่แรก คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่และภูเก็ต  

2.เที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter flight) จะเข้ามาช่วงเทศกาลตรุษจีนตั้งแต่กลางเดือนปลายมกราคม 2566 ตามคาดการณ์ตลอดมกราคม 2566 จะผู้โดยสารจะเดินทางเฉลี่ยวันละประมาณ 310,000 - 340,000 คน จากปัจจุบันเดือนธันวาคม 2565 มีเฉลี่ยวันละ 275,000 คน เป็นผู้โดยสารผ่านทางสุวรรณภูมิเฉลี่ยวันละ 140,000 - 170,000 คน จากปัจจุบันธันวาคม 2565 มีเฉลี่ยวันละ 133,000 คน

 


พร้อมคาดการณ์ตลอดปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางผ่านเข้าออกสนามบินของ ทอท. ประมาณ 7 - 10 ล้านคน จากปกติปี 2562 ก่อนโควิด-19 แพร่ระบาดมีผู้โดยสารจีนเข้าและออกทางสนามบินมีมากถึง 20.5 ล้านคน

 

สำหรับ “เที่ยวบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีน” กลับเข้ามาทำการบินเข้า-ออก ประเทศไทยอย่างรวดเร็ว นั้น ได้กำชับให้ ทอท. ต้องเตรียมเรื่องบริการของผู้ประกอบการภาคพื้น (ground handling) ให้พร้อมรับมือเต็มที่ เพื่อป้องกันเกิดปัญหาความล่าช้าหรือความไม่พร้อมต่าง ๆ  

 

รวมทั้งหน่วยงานเกี่ยวข้องก็ต้องกระตือรือร้นเตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจีนทุกด้าน โดยเฉพาะ “มาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจีน” ทางกระทรวงคมนาคมเตรียมหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งกำหนดมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเป็นรูปธรรมที่จะนำมาใช้รองรับนักท่องเที่ยวจีนตั้งแต่ 8 มกราคม 2566

 

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 หลังการตรวจความพร้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ทางกระทรวงคมนาคมมอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกผู้ใช้สนามบินได้รับความสะดวกรวดเร็ว จึงต้องเร่งแก้ไขเร่งด่วน 3 เรื่อง 1.ปัญหาความแออัดจากขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองล่าช้า 2.การขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารมายังสายพานรับกระเป๋าขาเข้าประเทศ 3.การจัดคิวรอรถแท็กซี่สาธารณะในสนามบินนานเกินไป

 


เรื่องที่ 1 เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง จัดทำขั้นตอนใหม่พร้อมรับผู้โดยสารจำนวนมากขึ้น โดยวิธีเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกพื้นที่ตรวจหนังสือเดินทางทั้งขาเข้าและขาออก ใช้เวลาตรวจเอกสารเฉลี่ยละ 4 นาที (นับตั้งแต่ผู้โดยสารเดินเข้าสู่พื้นที่รอคอยจนถึงการลงตรา) ช่วงเวลาคับคั่งมีผู้โดยสารจำนวนมาก จะใช้เวลารอคิวเพื่อตรวจหนังสือเดินทางเฉลี่ยคนละ 15 นาที

 

เรื่องที่ 2 บริการกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารได้ตรวจสอบระบบให้พร้อมรองรับปริมาณสัมภาระ กำชับผู้ให้ได้สัมปทานบริการ 2 บริษัท คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพ เวิลด์ไวด์ ไฟล์ทเซอร์วิส จำกัด (Bangkok Worldwide Flight Services :BFS ) ขนถ่ายสัมภาระกระเป๋าให้ตรงตามเวลาที่กำหนด ปัจจุบันค่าเฉลี่ยเวลาลำเลียงกระเป๋าสัมภาระจากเครื่องบินจนถึงผู้โดยสารใบแรกหรือ First bag ใช้เวลาเฉลี่ย 27 นาที และใบสุดท้าย Last bag ใช้เวลาเฉลี่ย 44 นาที

 

ส่วนระยะเวลาที่ใช้ลำเลียงกระเป๋าสัมภาระแต่ละเที่ยวบิน ขึ้นอยู่กับระยะทางจากหลุมจอดเครื่องบินกับจุดขนถ่ายสัมภาระ ที่ผ่านมามีปัญหากระเป๋าล่าช้า ส่วนหนึ่งมาจากจำนวนเที่ยวบินล่าช้า (Flight Delay) กับขาดบุคลากรและอุปกรณ์ให้บริการภาคพื้น เนื่องจากช่วงโควิด-19 ผู้ประกอบการขาดแรงงานที่มีทักษะ จึงสั่งผู้ให้บริการภาคพื้นอันดับแรกต้องเร่งหากำลังคนมาให้เพียงพอและสอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน แก้ปัญหาความล่าช้าทั้งในเที่ยวบินปกติและกรณีที่มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นด้วย

 

เรื่องที่ 3 รอคิวรถแท็กซี่สาธารณะนาน ขณะนี้ทางสุวรรณภูมิได้แก้ปัญหาโดยเพิ่มเจ้าหน้าที่และเปิดช่องทางเพิ่มรถแท็กซี่สามารถเข้ามารับได้เร็วขึ้น บวกกับขยายขยายพื้นที่รอกดตั๋วแท็กซี่ และกำหนดจุดยืนรอคิวรับบริการแท็กซี่ อย่างเป็นระเบียบ ลดความแออัด ทำให้ผู้โดยสารสามารถลดเวลารอคิวลงเหลือแค่คนละ 10 นาทีเท่านั้น

 

ทั้งนี้ ในการลงพื้นที่ของ รมว.ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีผู้บริหารร่วมรับฟังและตรวจพื้นที่ด้วย คือ นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม

พร้อมผู้บริหาร ทอท.คือ นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด มหาชน  นายกีรติ กิจมานะวัฒน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการสนามบินนานชาติสุวรรณภูมิ (ทสภ.)  ผู้แทนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2565

ททท.ถกถ่วน 28 ธ.ค.65 ระดมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยรับมือตลาดจีนเปิด8ม.ค.65

ททท.ลุยถกด่วน28ธ.ค.65อุตฯท่องเที่ยวรับมือตลาดจีน

จัดทัพคนบริการ3เรื่อง-ผนึกCTSขายออนไลน์10-11ม.ค.66

 เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TheJournalistclub #จีนเปิดประเทศ8มค66 #เลิกโควิดเป็นศูนย์

 อ่านใน website TheJournalistclub จากลิงค์นี้ https://thejournalistclub.com/ททท-ลุยถกด่วน-28-ธ-ค-65-อุตฯท/


“ททท.” ลุยถกด่วนทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย 28 ธ.ค.65 เชิญทุกภาคส่วนระดมสมองรับมือ “นักท่องเที่ยวจีน” หลัง NHC ประกาศยกเลิกกักตัวและโควิดเป็นศูนย์ เริ่ม 8 ม.ค.66 พุ่งเป้าจัดทัพใหม่ 3 เรื่องใหญ่ “พนักงานสื่อภาษาจีน-บริการขนกระเป๋าผู้โดยสาร-เคาน์เตอร์เช็คอิน/ตรวจคนเข้าเมืองสนามบิน” ประธานสภาหอการค้าไทยคาดไตรมาส 1 ปีหน้ามาไทยเกิน 5 ล้านคน ด้าน ททท.ในจีนรุกเร็วจับซีอีโอ CTS เปิด Pre Sale ไลฟ์สดขายเที่ยวไทยในจีน 10-11 ม.ค.66

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เชิญทุกภาคร่วมประชุมวันที่ 28 ธันวาคม 2565 ซึ่งมีตัวแทนผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกภาคส่วนของไทยทันทีทั้ง กลุ่มธุรกิจโรงแรม บริษัทนำเที่ยว สายการบิน ผู้บริหารสนามบิน เพื่อร่วมกันวางแผนรองรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเคยเป็นตลาดใหญ่สุดของไทย หลังจาก “คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน หรือ NHC : National Health Commission ประกาศเมื่อค่ำวันที่ 26 ธันวาคม 2565 เรื่อง “ยกเลิกมาตรการกักตัวผู้โดยสารทั้งหมดจากนอกประเทศที่เดินทางเข้าสาธารณรัฐประชาชนจีน” หรือเลิกมาตรการโควิด-19 เป็นศูนย์ที่เรียกว่า 0+0 จะมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2566 เป็นต้นไป


 

ส่วนนโยบาย “เปิดให้ชาวจีนเดินทางต่างประเทศ” ได้ จีนยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์จีนอาจทยอยเปิดแบบเป็นขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะต้องจับตาหลังไตรมาสที่ 1 ปี 2566 เป็นต้นไป

 

ททท.มีประเด็นเร่งด่วนที่จะเปิดประชุมตัวแทนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกภาคส่วน วันที่ 28 ธันวาคม 2565 เพื่อระดมสมองเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อมีนักท่องเที่ยวจีนหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวเมืองไทยปี 2566 เป็นต้นไป เบื้องต้นต้องเตรียมรับมือ 3 เรื่องหลัก ได้แก่

 

เรื่องที่ 1 บุคลากรบริการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะต้องกลับเข้าสู่ระบบได้สอดคล้องตามปริมาณของนักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะบุคลากรที่สื่อสารภาษาจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เรื่องที่ 2 กำลังคนบริการภาคพื้นในสนามบินอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสัมภาระกระเป๋าผู้โดยสารจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว

 

เรื่องที่ 3 เคาน์เตอร์รองรับสายการบินจีนที่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง และเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทางเข้าออกประเทศ

 

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าไทย กล่าวว่า ถือเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน ประกาศเปิดประเทศจะทำให้การท่องเที่ยวเมืองไทยคึกคัก แนวโน้มมีความเป็นไปได้ปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีกครั้งรวมมากกว่า 5 ล้านคน แต่ภาคเอกชนยังคงมีความกังวลเรื่อง “ความพร้อมด้านบริการ” ทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยว และสถานที่ท่องเที่ยว ยังไม่ได้กลับมาเปิดให้บริการเต็ม 100 % ผนวกกับการจ้างงานภาคบริการก็ยังมีไม่เพียงพอ

 


นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย แอร์ เอเชีย กล่วว่า ในฐานะสายการบินราคาประหยัดที่เคยเปิดเที่ยวบินแบบประจำ ไป-กลับ ตามมณฑลเมืองท่องเที่ยว และธุรกิจสำคัญระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเมินแล้วจีนเปิดประเทศเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งมีแนวโน้มไตรมาส 1 ปี 2566 จีนน่าจะเริ่มเดินทางเที่ยวต่างประเทศและมายังได้

 

แต่สายการบินยังต้องรอ “กรมการบินพลเรือนแห่งชาติจีน” หรือ CAAC “ประกาศปลดล็อก “การเพิ่มความถี่เที่ยวบิน” ให้กับสายการบินระหว่างประเทศ หากเปิดไทยแอร์เอเชียก็พร้อมจะเปิดบินเส้นทางเข้าออกจีนทันที จากปัจจุบันได้จีนอนุญาตให้บินได้ตามสัดส่วนรวมทั้งสิ้นสัปดาห์ละไม่เกิน 30 เที่ยวเท่านั้น คือ ไทยบินได้  15 เที่ยว/สัปดาห์ จีนบินมาได้ 15 เที่ยว/สัปดาห์

 

นายชูวิทย์ ศิริเวชกุล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประชุมร่วมกับ ททท.ในจีนทันทีทั้ง 5 สำนักงาน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว คุนหมิง เฉินตู เพื่ออัพเดทแผนส่งเสริมการตลาดการขาย เพราะทันทีที่รัฐบาลจีนประกาศยกเลิกมาตรการโควิด-19 และทยอยเปิดประเทศมีชาวจีนเสิร์ซหาโปรแกรมเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 800 %

 

ดังนั้น ททท.จึงวางแผนเตรียมลุยทำ Presale ด้วยการนำร่องจับมือกับซีอีโอบริษัท  CTS ตัวแทนขายท่องเที่ยวในจีน เปิด Live สด ขายการท่องเที่ยวมาเมืองไทยในวันที่ 10-11 มกราคม 2566 ควบคู่กับเตรียมพร้อมร่วมมือกับพันธมิตรครอบคลุมทุกเครือข่ายเพื่อทำตลาดเชิงรุกนำนักท่องเที่ยวจีนซึ่งเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่สุดและเป็นประเทศสุดท้ายประกาศยกเลิกโควิด-19 เดินทางมาท่องเที่ยวไทยให้ได้มากที่สุดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

 


เบื้องต้นจะนำเสนอขายแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี 5 จังหวัด กรุงเทพฯ พัทยา(ชลบุรี) ภูเก็ต เกาะสมุย(สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่

 

ขณะเดียวกัน ททท.ได้ตระหนักถึงประเด็นสำคํย เรื่องการสร้างความเข้าใจอย่างถูกต้องกับคนไทยให้มีทัศนคติเชิงบวก เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่จะกลับเข้ามาใช้จ่ายเงินเพื่อฟื้นเศรษฐกิจของไทยในปี 2566 ไม่เฉพาะจีนเท่านั้นยังมี ญี่ปุ่น เกาหลี และอีกหลายประเทศกลับมาเที่ยวเมืองไทยเร็วกว่าคาดการณ์ไว้เช่นกัน

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565

AWCซื้อแล้วดุสิตดีทูเชียงใหม่รวมพ็อตที่พักเชียงใหม่1.29หมื่นล้าน ยกถนนช้างคลานฮับทัวร์ศิลปะวัฒนธรรม&เที่ยวหรูหรา

 “AWC”ซื้อดุสิตดีทูฯรวมพ็อตที่พักเชียงใหม่1.29หมื่นล้าน

ยกถนนช้างคลานฮับทัวร์ศิลปะวัฒนธรรม&เที่ยวหรูหรา

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TheJournalistclub # #

อ่านใน website TheJournalistclub จากลิงค์นี้ https://thejournalistclub.com/awc-ซื้อดุสิตดีทูฯ-รวมพ็/


 

“AWC” ซื้อแล้ว “โรงแรมดุสิต ดีทู เชียงใหม่” ลั่นรวมพอร์ตที่พักบิ๊กล็อต 1.29 หมื่นล้านบาท ทั้งเครือย่านถนนช้างคลาน 4 โรงแรม “เลอเมอริเดียน-มีเลีย-อินเตอร์คอนติเนนตัล-ดุสิต ดีทู” ยกระดับทั้งย่านขึ้นชั้นแถวหน้าของภาคเหนือและเมืองไทยสู่จุดหมายเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรม และศูนย์กลางการท่องเที่ยวลักชัวรี่หรูหรา

 


นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) “AWC” เปิดเผยว่า AWC ได้ลงนามสัญญาจะซื้อจะขาย “โรงแรมดุสิต ดีทู เชียงใหม่” มูลค่าการลงทุน 944 ล้านบาท เร่งยกระดับเชียงใหม่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยุทธศาสตร์ภาคเหนือ ให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรมชั้นนำของประเทศ ด้วยการพัฒนาโรงแรมคุณภาพเครือ AWC บนทำเลศักยภาพสูงย่านถนนช้างคลาน ที่มีจุดเด่นชัดเจนทั้งทางด้าน ศิลปะวัฒนธรรม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ความบันเทิง ประวัติศาสตร์ แหล่งพบปะ การประชุมสัมมนา ที่พัก ถนนคนเดิน

 

หลังลงนามสัญญาซื้อเรียบร้อยแล้ว บริษัทมีแผนนำมารวมเข้ากับกลุ่มธุรกิจโรงแรมเครือ AWC ที่ตั้งอยู่ในบริเวณต่อเนื่องกันซึ่งมีมูลค่ารวมกันทั้งหมดกว่า 12,900 ล้านบาท ประกอบด้วย 4 โรงแรม ได้แก่ 1.โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ 2.โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ 3.โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ 4.โรงแรมดุสิต ดีทู เชียงใหม่

ตั้งเป้าเดินหน้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย โดยจะร่วมผลักดันเชียงใหม่เป็น “ศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวระดับลักชัวรี่” ของภูมิภาคควบคู่กับยกระดับการท่องเที่ยวของไทย ประการสำคัญช่วยสร้างความแข็งแกร่งกระแสเงินสดเพื่อเพิ่มเติบโตให้บริษัทในระยะยาว

นางวัลลภา กล่าวว่า AWC รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ผนึกกำลังกับกลุ่มดุสิตธานี เครือโรงแรมระดับตำนานของไทย ร่วมมือในเชิงกลยุทธ์ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการเดินทางกลุ่มตลาดซึ่งต้องการพักในทำเลย่านใจกลางเมืองอย่างสะดวกสบายเชื่อมต่อไปตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ และแหล่งธุรกิจต่างๆ ทั่วเชียงใหม่ ไปพร้อมกับยกระดับคุณค่าเมืองท่องเที่ยวของไทย

 


สำหรับ การซื้อขาย “ดุสิต ดีทู เชียงใหม่” โรงแรมซึ่งมีที่พัก 130 ห้อง ตั้งอยู่บนถนนช้างคลาน  พื้นที่ติดกับ “เชียงใหม่ ไนท์บาซาร์” แหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งชื่อดังใจกลางเมือง ซึ่งทาง AWC ได้ใช้เงินลงทุนพัฒนาโครงการกว่า 944 ล้านบาท ประกอบด้วย

 

1.สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ประกอบกิจการโรงแรม จากบริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะทรัสตีของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (DREIT)

 

2.สัญญาจะซื้อจะขายกรรมสิทธิ์ที่ดินข้างเคียง “โรงแรมดุสิต ดีทู เชียงใหม่” และสิ่งปลูกสร้าง จากบริษัท ดุสิต ไทยพร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด (มหาชน)  

 

3.สัญญาให้เช่า “โรงแรม ดุสิต ดีทู เชียงใหม่” แก่ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เป็นระยะเวลา 3 ปี และสิทธิต่อระยะเวลาอีก 3 ปี ซึ่งดำเนินการผ่าน บริษัท เชียงใหม่ โฮเทลล์ คอลเลกชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ AWC

 

ปัจจุบัน AWC มีสินทรัพย์ในเครือในจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วย ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ เชียงใหม่ โรงแรมเลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ และเร็ว ๆ นี้ เตรียมเปิดบริการ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง อีกแห่ง

ททท.นครพนมชูSignatureThailandไหลเรือไฟบุกตลาดโลก 16-27ต.ค.ดึงนักท่องเที่ยวชมศิลปะเรือ12อำเภอเต็มลำน้ำโขง

  นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม ททท.นครพนมชู SignatureThailand ไหลเรือไฟบุกตลาดโลก 16-...