วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

วันธรรมดาน่าเที่ยว "เมืองเก่าแปดริ้ว" ลุ่มน้ำบางปะกง

วันธรรมดาน่าเที่ยว"ครบรสในเมืองเก่า"
ลุ่มน้ำบางปะกงเมืองแปดริ้วฉะเชิงเทรา

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน 
(เจ้าของรายการ "รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์" สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz.
ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.001-2.00 น. และติดตามอ่านไฮไลต์ข่าวก่อนonairได้ทาง www.facebook.com/penroong ติดตามฟังyoutubeรายการย้อนหลังที่ www.facebook.com/rauydauykhao)

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมือง "วัดหลวงพ่อโสธร"
            การออกเดินทางสู่โลกกว้างทั่วฟ้าเมืองไทยในวันธรรมดา แต่ละสัปดาห์ ทุก ๆ วันจันทร์-พฤหัสบดี ใกล้ ๆ กรุงเทพฯ ที่คงความสงบ ร่มรื่น ต้องย้อนเวลาไป "เมืองเก่าแห่งลุ่มน้ำบางปะกง" 
           “ฉะเชิงเทรา” หรือเมืองแปดริ้ว เมืองเก่าแก่ “ลุ่มน้ำบางปะกง” ซึ่งมีสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทั้งจากคนไทยและต่างชาติ คือ”วัดโสธรวรารามวรวิหาร” ซึ่งมี “หลวงพ่อโสธร” พระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ ถือเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพนับถือมาก
ตลาดชุมชนอันเก่าแก่ "คลองสวนร้อยปี"
ขนมไข่ปลา-หารสชาติตำรับรับประทานได้ที่ตลาดคลองสวนร้อยปี

         
           อิ่มบุญแล้วเดินทางต่อไปที่ “ตลาดคลองสวน 100 ปี” เป็นตลาดโบราณมายาวนานสมัยรัชกาลที่ 5 มีเรือนแถวไม้ลียบริมฝั่งคลอง มีอาหารอร่อยให้เลือกชิมมากมาย เช่น ฮ่อยจ๊อปูอัดแน่นเต็มคำ กุนเชียงสูตรโบราณ ปลาสลิดแห้ง ขนมไข่ปลา กาแฟโบราณ ขนมหวานนานาชนิด และข้าวของโบราณหาซื้อได้จุใจ
            จากนั้นก็ไปสัมผัสความน่ารักของสารพัดสัตว์ที่ “มินิ มูร่าห์ ฟาร์ม” เป็นฟาร์มควายนมสายพันธุ์มูราห์ หน้าตาน่ารัก จัดบรรยากาศเหมือนชนบทในอิตาลี พร้อมให้อาหารสัตว์ตัวน้อย ทั้งกระต่ายขนปุย ไก่ตัวกลม หมูแคระ แพะ และ ป้อนนมลูกควายมูร่าห์
ฟาร์มควายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม "มินิ มูราห์ ฟาร์ม" 

            ไฮไลต์สำคัญที่ต้องห้ามพลาดสำหรับการไปเที่ยวฟาร์มแห่งนี้คือ การชิมนมควาย รสชาติไม่มีคาว เมนูอร่อยที่มีส่วนผสมของ “ชีสสด” ทำจากน้ำนมควายฟาร์ม เช่น พิซซ่าอบร้อน ๆ ในเตาถ่านแผ่นแป้งบาง ชีสกรุ่นหอมละลายในปาก หรือจะสนุกกับการทำพิซซ่าในสไตล์ของเอง แล้วยังมีผลิตภัณฑ์น้ำนมควายให้เลือกซื้อกลับบ้านอีกมากมาย เช่น เนยสด โยเกิร์ต ชีสสด นมออร์แกนิก รวมถึงสบู่และครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของนมควาย
กิจกรรมทำพิซซ่าหน้าชีสจากนมควายของ มินิ มูราห์ ฟาร์ม

            “การเดินทาง” ไปเที่ยวแปดริ้ว บางปะกง ฉะเชิงเทรา สามารถขับรถไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (กรุงเทพฯ-มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 75 กม. หรือ ไปตามทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) แล้วเลี้ยวเข้าทางหลวง 314 (บางปะกง-ฉะเชิงเทรา) ระยะทาง 90 กม.   หรือไปตามทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านสมุทรปราการ-บางปะกง เข้าทางหลวง 314 ระยะทาง 100 กม.  
          สำหรับ มินิ มูราห์ ฟาร์ม อยู่ตรงแยกดอนสีนนท์ ต.สิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ เปิดทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา11.00-21.00 น.เสาร์-อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00-21.00 น.โทร.08-1819-2819 หรือ www.facebook.com/MiniMurrahFarm  


          

วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2558

วันธรรมดาน่าเที่ยว"อุตรดิตถ์" เขาเล่าเมือง"ลับแล" เปลี่ยนไป


วันธรรมดาน่าเที่ยว “อุตรดิตถ์”
 
เขาเล่าว่า "เมืองลับแลเปลี่ยนไป"


ออกไปสัมผัสเมืองไทยด้วยหัวใจอันเบิกบาน ในช่วงสบาย ๆ "วันธรรมดาน่าเที่ยว" ค้นหาสิ่งมหัศจรรย์ใน "อุตรดิตถ์" จังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง เป็นตำนานอันลึกลับของเมืองลับแล เป็นเมืองเก่าแก่มีหลักฐานการค้นพบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี และเดิมตัวเมืองอุตรดิตถ์เป็นเพียงตำบลริมแม่น้ำน่านชื่อ “บางโพธิ์ท่าอิฐ” ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์จึงโปรดเกล้าฯ ยกฐานะขึ้นเป็นเมือง “อุตรดิตถ์” ซึ่งมีความหมายว่าท่าน้ำแห่งทิศเหนือ ต่อมาได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัดจนทุกวันนี้ มีพื้นที่ประมาณ 7,838 ตารางกิโลเมตร

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและต้องห้ามพลาด ใน อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เริ่มจาก อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความองอาจกล้าหาญ รักชาติ และเสียสละของท่านพระยาพิชัยได้ยกทัพไปสกัดทัพพม่าจนแตกพ่ายกลับไป การรบในครั้งนั้นดาบคู่มือของพระยาพิชัยได้หักไปหนึ่งเล่ม แต่ก็ยังรบจนได้ชัยชนะ 
 

          อำเภอลับแล  เป็น 1 ในโครงการ “เขาเล่าว่า..”ที่ "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" (ททท.) กำลังจะจัดงานเปิดตัวโครงการ เขาเล่าว่า...แหล่งท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวทั้งหมด 24 แห่ง ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2558
 
           เมืองแห่งนี้ความเป็นมาของคำว่า “ลับแล” ตามข้อสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพว่า เดิมชาวแพร่ น่าน หนีข้าศึกและความเดือดร้อนมาซุ่มซ่อนตั้งชุมชนอยู่ เนื่องจากเป็นป่าหลบซ่อนตัวง่าย และภูมิประเทศเป็นเมืองอยู่ในหุบเขา คนต่างเมืองถ้าไม่คุ้นเคยกับภูมิประเทศจะหลงทางได้ง่าย แต่ปัจจุบันมีถนนตัดผ่านทำให้สภาพป่าหมดไป ความลึกลับของเมืองจึงหายไป อำเภอลับแลเป็นแหล่งผลิตสินค้าหัตถกรรม เช่น ผ้าตีนจก ไม้กวาด และยังมีลางสาดซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด
 

            อำเภอท่าปลา เขื่อนสิริกิติ์ บ้านผาซ่อม ตำบลท่าปลา นับเป็นเขื่อนดิน(แกนคอนกรีต)ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างกั้นแม่น้ำน่านที่บ้านผาซ่อม สันเขื่อนยาว 800 เมตร กว้าง 12 เมตร สูง 113.6 เมตร เหนือเขื่อนเป็นทะเลสาบใหญ่ชื่อว่า ทะเลสาบสุริยันจันทรา มีทิวทัศน์สวยงาม โดยเฉพาะในฤดูหนาว มีดอกไม้บานสะพรั่ง เมื่อไปถึงเขื่อนฯ นักท่องเที่ยวควรติดต่อศูนย์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งให้บริการข่าวสารและอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เช่น การอนุญาตให้เข้าชมกิจการเขื่อน การเช่าเรือท่องทะเลสาบเหนือเขื่อน การเข้าพัก เป็นต้น ติดต่อจองที่พักกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร. 0 2436 3271-2

จะไปเที่ยวอุตรดิตถ์สามารถเดินทางโดย รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 และหมายเลข 32 เข้านครสวรรค์ แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปอุตรดิตถ์ รถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร 2 บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการทุกวัน โทร.1490 รถไฟ จากสถานีหัวลำโพง มีบริการไปอุตรดิตถ์ทุกวัน โทร.1690

การบินไทยเซอร์ไพรส์ ซุ่มนำเข้า3ฝรั่งสอบสัมภาษณ์EVP24ส.ค.58


บิ๊กเซอร์ไพรส์!บินไทยซุ่มนำเข้า3 EVPฝรั่งชุดแรก23-25ส.ค.

“คสช.”พร้อมขุดรากถอนโคนปฎิรูปสายการบินแห่งชาติหรือไม่?

 

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน ติดตามได้วิเคราะห์เจาะลึกข่าวการบินได้ทางโซเชียล www.facebook.com/penroong, www.googleplus.com/penroong และ www.gurutourza.blogspot.com
 

มหากาพย์ “การบินไทย-สายการบินแห่งชาติ” ในวัย 55 ปี ซึ่งเป็นยุค “กลายพันธุ์ธุรกิจ” เปลี่ยนผ่านการค้าแบบ 360 องศา โดยเฉพาะ “การทุ่มทุนจ้าง-มือปืนรับจ้างนอกองค์กร” เข้ามานั่งตำแหน่งต่างๆ ทั้งตำแหน่ง “กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD)” และภายในเร็ววันนี้ยังเตรียมขยายวงจ้าง “คนนอก-ต่างชาติ” มาสอบสัมภาษณ์ตำแหน่ง “รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ Execlutive Vice Prestident : EVP” ซึ่งครั้งนี้ส่งสัญญาณการคิดนอกกรอบไกลสุด ๆ พร้อมควักเงินจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดนำเข้าชาวต่างชาติเข้ามานั่งสอบสัมภาษณ์ เตรียมคัดสรรเสนอชื่อรายชื่อคนที่โดนใจให้บอร์ดรับทราบในการประชุมวันที่ 26 สิงหาคม 2558 นี้

นับเป็นครั้งแรกในรอบ 55 ปี กรณีการสรรหาคนนอกจากต่างชาติเข้ามาเป็นลูกจ้างประจำ และการคัดเลือกครั้งนี้จะใช้กลยุทธ์ “เสนอรายชื่อคนไทยและ/หรือคนในเข้าร่วมเป็นไม้ประดับ” การสัมภาษณ์ด้วยหรือไม่ต้องติดตามกันต่อไป

จากเอกสารลงวันที่ 14 สิงหาคม 2558 ส่งถึง DN-รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ การบินไทย”

 
เรื่อง การออกบัตรโดยสาร สำรองห้องพัก และ พาหนะรับ-ส่ง ผู้เข้าร่วมการพิจารณาสรรหา (การบินไทยรับผิดชอบด้วยการออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่ชาวต่างชาติทั้ง 3 คน เดินทางมาสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาให้เป็น EVP การบินไทย ชุดใหม่เริ่มปีงบประมาณ 2559 เป็นต้นไป โดยวงเล็บใน IOC เอกสารดังกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายค่าบัตรโดยสารจะระบุลงในบัญชีฝ่ายบริหาร Account No.502950312 )

พร้อมกับระบุรายละเอียด - ตามที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ในการประชุมครั้งที่ 8/2558 มีมติเห็นควรเชิญ “ผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับการพิจารณาสัมภาษณ์ที่สำนักงานใหญ่” ในวันและเวลา ดังนี้

1.MR. MICHAEL JOHN BURKE ชาวสหราชอาณาจักร (UK) กำหนดเดินทางด้วยเที่ยวบิน TG 601 วันที่ 24 สิงหาคม 2558 และ TG 600 วันที่ 25 สิงหาคม 2558

2.MR.BRYAN EMEST BANSTAON ชาวออสเตรเลีย เดินทางด้วยเที่ยวบิน TG 476 วันที่ 23 สิงหาคม 2558, TG 475วันที่ 25 สิงหาคม 2558

3.MR.AARON MILES CLAXTON ชาวสหราชอาณาจักร (UK) รอการยืนยันการเดินทางด้วยเที่ยวบิน TG…

“3ชาวต่างชาติ” ที่ถูกเสนอชื่อให้ผ่านการคัดเลือกด้วยวิธี HUNT และได้รับความไว้วางใจให้บินลัดฟ้าข้ามทวีปทยอยเดินทางถึงเมืองไทยตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 23 -25 สิงหาคม 2558 นั้น
 

น่าสนใจอย่างยิ่งว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ภายใต้การนำของ “จรัมพร โชติกเสถียร” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) และ คณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ภายในกำลังลุกโชนจากการถูกตั้งคำถามมากมายทั้งกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย สาธารณชนคนไทย และ แวดวงการบินนานาชาติด้วยกัน ถึงการประกาศผลการดำเนินงาน “ครึ่งปีแรก 2558” ซึ่งใช้วิธีนำผลประกอบการมารวมกัน 2 ไตรมาส เพื่อสะท้อน “ผลขาดทุนก่อนภาษีให้เหลือน้อยที่สุดเพียง 10,274 ล้านบาท” แทนที่เดิมถูกนำตัวเลขขาดทุนเฉพาะไตรมาสสองเพียงอย่างเดียวกว่า 20,000 ล้านบาทหรือไม่  

สะท้อนจากตัวเลข “รายรับ” ไตรมาส 1 ปีนี้การบินไทยมีรายได้ 61,302 ล้าน โดยรวมผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ด้วย 9,652 ล้านบาท  และไตรมาส 2 มีรายได้ 99,521 ล้านบาท  ซึ่งรวมผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ด้วย 5,974 ล้านบาท ดังนั้น “ตัวเลขกำไรที่มาจากการทำธุรกิจ” น่าจะต่ำกว่านี้หรือไม่? และ "ผลการขาดทุนน่าจะสูงกว่านี้หรือไม่ ?"

รวมถึงมีบทวิเคราะห์โต้แย้งฝ่ายบริหารมาจากคนภายในองค์กร “การบินไทย” ส่งกันว่อนทุกวัน กรณีตัวเลข “รายจ่ายรวม ปี 2558” สูงถึง 109,795 ล้าน เปรียบเทียบแล้วมีนัยสำคัญแตกต่างจากปี 2557 อยู่ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ค่าเชื้อเพลิง 29,413 ล้านบาท 2.ขาดทุนจากการด้อยค่าเครื่องบิน (การขายเครื่องบิน 13 ลำ ที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี) 12,116 ล้านบาท  3.ผลตอบแทนพนักงาน โครงการ MSP 3,721 ล้านบาท 4.เหลือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ 64,545 ล้านบาท

แตกต่างจาก “รายจ่ายรวมปี 2557” ทั้ง 2 ไตรมาสมีประมาณ 105,692 ล้าน ได้แก่ 1.ค่าเชื้อเพลิง 39,459 ล้าน(แพงกว่า ปี 58 ประมาณ 10,000 ล้านบาท)  2.การขาดทุนจากการด้อยค่าเครื่องบิน 1,162 ล้าน  3.เหลือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นเดียวกันกับปี 58 จำนวน 65,071 ล้านบาท

ตัวเลข “ค่าใช้จ่ายระหว่างปี 2558” เปรียบเทียบกับปี “ค่าใช้จ่ายระหว่างปี 2557” คือข้อสงสัยและถกเถียง ที่ยังไม่มีข้อสรุปใด ๆ จากฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องโดยตรงกรณีดังกล่าว ยังคงปล่อยให้สังคมสงสัยต่อไป ในทางกลับกันผู้ที่ตั้งคำถามซึ่งเป็นคนในองค์กร ก็มุ่งหวังเพียงเพื่อการตั้งประเด็นกระตุกการทำงานของฝ่ายบริหารการบินไทยยุคปัจจุบัน ถึงวิธีการทำธุรกิจควรมีศักยภาพความสามารถสื่อสารกับคนในองค์กรให้เข้าใจอย่างชัดเจนก่อนหรือไม่ ?

เพราะถึงอย่างไรการบินไทยยังมีสถานะเป็น “สายการบินแห่งชาติ” ที่คนไทยทั้งประเทศอีกกว่า 70 ล้านคน ควรจะได้รับรู้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมเหมือนกัน จากองค์กรต้นแบบการกำกับดูแลกิจการอย่างมีธรรมาภิบาลหรือ Corporate Governance   ของประเทศ

ประการสำคัญที่สุดสถานการณ์ ณ ขณะนี้ ภายใต้การนำ “คสช.” และรัฐบาล “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ซึ่งประกาศทำหน้าที่ “นำประเทศเข้าสู่การปฏิรูปในเส้นทางที่ถูกต้อง” ควรอย่างยิ่งที่จะต้องกำกับดูแล “สายการบินแห่งชาติของไทย” อย่างใกล้ชิดเข้มข้นส่งเสริมปฏิรูปอุตสาหกรรมการบินของชาติก้าวไปข้างหน้าอย่างถูกทิศทางมีธรรมาภิบาลยิ่ง ๆ ขึ้นต่อไป

เพราะ “เหตุปัจจัย” อันเป็นจุดเริ่มต้นของ “ปัญหาและโอกาส” สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งคือ การคัดสรรบุคลากรทุกระดับอย่างมี “คุณค่า-คุณภาพ-จงรักภักดีต่อแบรนด์” เข้าสู่องค์กร ตามสูตรที่ยังคงใช้ได้มาจนถึงทุกวันนี้ “เลือกคนให้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน : Put the right man in the right job”

วันและเวลานี้ “การบินไทย” จะ “เพิ่มรายจ่ายลดรายได้” และ/หรือ จะ “เพิ่มรายได้ลดรายจ่าย” ควรแม่นยำทุกเสาหลักปฏิบัติการพัฒนาธุรกิจ เพราะไม่เช่นนั้นต่อให้ทุ่มจ้าง “คนเก่ง-อัจฉริยะ” มีชื่อเสียงเพียงใดเข้ามานั่งแถวหน้า ก็ไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้

เนื่องจากกำลังรอ “ปฏิรูป-แบบขุดรากถอนโคน” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ จาก “กระทรวงคมนาคม” เรื่อยไปจนถึงการแต่งตั้ง “บอร์ดการบินไทย” การคัดสรร “DD” และการพิจารณาตำแหน่ง “ฝ่ายบริหารทุกระดับ” ควรที่จะต้อง ละ-ลด-เลิก ระบบอุปถัมภ์ ทำให้ “มืออาชีพทางด้านปฏิบัติการในองค์กรมีที่ยืน” และมี “โอกาสเติบโตตามตำแหน่ง” อย่างถูกต้องตามครรลอง เพื่อร่วมกันจับมือคนไทยทุกคนก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างามและภาคภูมิใจจะบอกต่อปากต่อปากไปยังทั่วโลกว่า “สายการบินแห่งชาติไทย-STRONGER TOGETHER” อย่างแท้จริง
 

ททท.นครพนมชูSignatureThailandไหลเรือไฟบุกตลาดโลก 16-27ต.ค.ดึงนักท่องเที่ยวชมศิลปะเรือ12อำเภอเต็มลำน้ำโขง

  นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม ททท.นครพนมชู SignatureThailand ไหลเรือไฟบุกตลาดโลก 16-...