วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

ททท.-TCEB-อพท.เดินหน้าประเทศไทย



 
จับตาก้าวใหม่“TCEB-อพท.-”ขับเคลื่อนประเทศไทย
ปลุกเจนวาย18ล้านคนเที่ยวไทยในวันธรรมดา

สวัสดีเช้าวันเสาร์ที่ 12 มีนาคม 2559 เวลา 11.00-12.00 น.พบกันในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ทาง “สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย” FM 97.0 MHz. เปิดรับสาระข่าวเศรษฐกิจท่องเที่ยวเสาหลักสำคัญของประเทศได้ครอบคลุมหลากหลายเนื้อหา

 


ช่วงแรกเวลา 11.15 น. “คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ประธานกรรมการ 2 องค์กรมหาชน คือ ประธานกรรมการ 2 องค์กรมหาชน สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ / TCEB, องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  หรือ “อพท.” พ่วงอีกตำแหน่งในฐานะ กรรมการประชารัฐด้านการท่องเที่ยวและไมซ์ จะมาอัพเดทให้ฟังว่า “แผนเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างองค์กรมหาชนทั้ง TCEB กับ อพท.จะไปต่อได้พร้อมทั้งจะบูรณาการภารกิจให้เป็นหนึ่งเดียวกันทำหน้าที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกระจายความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ผลักดันนโยบายประชารัฐ ให้เกิดเป็นรูปธรรม นำ อุตสาหกรรมบริการครบวงจรของไทยก้าวเข้าสู่ประเทศผู้นำประชาคมอาเซียนหรือเออีซีแบบจับต้องได้

 

ลองมาฟังการวางกลยุทธ์ปลุกเครือข่ายบริษัทขนาดใหญ่ให้หันมาเดินสายจัดไมซ์ช่วยชาติตลอดปี 2559 และก้าวใหม่ของชุมชนการท่องเที่ยวยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ต้องเสริมความแกร่งด้านไหนบ้างถึงจะไม่ล่มเหมือนในอดีตนับร้อยปีที่ผ่านมา

 

ต่อด้วยการฟังข่าวสารหลัก ๆ ช่วงแรก

ข่าวที่ 1 “เบื้องลึกจุดส่งมอบสินค้าดิวตี้ฟรีดอนเมือง”

จุดเริ่มจากปี 2555 เมื่อรัฐบาลมีนโยบายให้เปิดใช้งานสนามบินดอนเมืองอีกครั้ง  ทอท. จึงเปิดให้มีการประมูลกิจกรรมต่าง ๆ ภายในดอนเมืองขึ้น ประกอบด้วย 1.“ร้านค้าจำหน่ายสินค้าปลอดอากร”  (Duty Free Shop) และ 2.กิจกรรมการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากรจากร้านค้าปลอดอากรในเมืองหรือ Pick Up Counter  แต่ครั้งนี้ ทอท. ได้นำกิจกรรมร้านค้าจำหน่ายสินค้าปลอดอากร( และกิจกรรมการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากร ผนวกรวมกันไว้ใน TOR เดียว) โดยผู้ชนะการประมูลจะได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ประกอบกิจการข้างต้นภายในสนามบินดอนเมืองเพียงรายเดียวทั้ง 2 กิจกรรม    บริษัทฯ ได้เข้าร่วมประมูลในนามบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ ฟรี จำกัด

ในการประมูลครั้งนี้นอกเหนือจากคิง เพาเวอร์ แล้ว ยังมีผู้เข้าประมูลรายอื่น ๆ ได้แก่ 1. เดอะมอลล์กรุ๊ปจับมือกับ Shilla (เกาหลี) 2. บริษัท สยามฟิวเจอร์ จับมือกับ Lotte (เกาหลี) และ   3. กลุ่มเซ็นทรัล  

 

ผลคือ กลุ่มคิง เพาเวอร์ เป็นผู้ชนะการประมูล และได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ประกอบกิจการร้านค้าจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และเป็นผู้ประกอบการให้บริการส่งมอบสินค้าปลอดอากร ภายใต้สัญญาฉบับเดียวในสนามบินดอนเมือง ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 30 กันยายน 2565

 

ข่าวที่ 2 “ปลุกกำลังซื้อเจนวายเที่ยวไทยเพิ่ม3เท่า”

“สุจิตรา จงชาณสิทโธ" รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางท่องเที่ยวใน “วันธรรมดา- วันจันทร์ถึงพฤหัสบดี” ของทุกสัปดาห์ โดยพุ่งเป้าสร้างแคมเปญและกิจกรรมการขายเจาะกลุ่มตลาดหลัก “เจนวาย” ซึ่งในประเทศไทยมีจำนวนทั้งหมด 18 ล้านคน เมื่อปีที่ผ่านมาออกเดินทางท่องเที่ยวแล้วถึง 7.7 ล้านคน เป็นตลากมีศักยภาพสามารถตัดสินใจอย่างอิสระได้ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัด อีกทั้งยัง นิยมเดินทางบ่อยกว่ากลุ่มทั่วไปถึง 3 เท่า ด้วยการเลือกท่องเที่ยวในสถานที่แปลกใหม่ เดินทาง ตามกระแสนิยม

ทั้งนี้ ททท.วางแผนลงทุนใช้งบประมาณโฆษณาประชาสัมพันธ์จุดขายเชิงรุกในตลาดเจนวาย อายุระหว่าง 15-22 ปี ด้วย 3 โครงการหลัก  ประกอบด้วย วันธรรมดาน่าเที่ยว โครงการเขาเล่าว่า...24 แห่ง และเมืองต้องห้ามพลาด พลัส 24 แห่ง

 

ข่าวที่ 3 “

“นพดล ภาคพรต” ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรม นำทีมจัดยิ่งใหญ่ “งานไหว้ครูมวยไทยโลกครั้งที่ 12” วันที่ 17 มีนาคม ouhณ วัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ดึงผู้รักมวยไทยทั่วโลกมาร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย

ปีนี้ตั้งเป้าจะมีผู้เข้าร่วมงานเพิ่มขึ้น  6.12 % หวังจะมีนักมวยไทยชาวต่างชาติเข้าร่วมพิธีไหว้ครู 1,200 คน จากทั่วโลก 54 ประเทศ คาดจะมีรายได้หมุนเวียน 20 ล้านบาท และกระตุ้นการเที่ยวเชื่อมโยงไปยังเมืองใกล้เคียงได้ด้วย

 
ข่าวที่ 4 “งัด4CSRดูดตลาดไมซ์โอเชเนีย”

“นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย” ผู้อำนวยการ TCEB  งัดกลยุทธ์แผนการขายอุตสาหกรรมไมซ์ไทยกับตลาดโอเชียเนีย ผ่านกิจกรรมซีเอสอาร์และการพัฒนาอย่างยั่งยืน Thailand, Sustainability & Soulful CSR Destination ด้วย 4 แนวทางหลัก คือ  1.กิจกรรมซีเอสอาร์บริเวณชายทะเล  เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับชุมชนประกอบด้วยกิจกรรมการเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่นไทย  2.กิจกรรมซีเอสอาร์ในกรุงเทพมหานคร เน้นกิจกรรมช่วยเหลือสังคม   3.กิจกรรมซีเอสอาร์ในพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางกลุ่มไมซ์สามารถเชื่อมโยงกิจกรรมจากในห้องประชุมสู่พื้นที่ฟาร์มการเกษตร 4.กิจกรรมตามรอยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

 
ข่าวที่ 5 “สมาชิกบางจากกินฟรีKFCทั่วไทย”

สมาชิกบัตรบางจากรับสิทธิ์ฟรีไปเลย KFC ระหว่างวันนี้– 31 พ.ค. 59 เพียงแค่ “นำคะแนนสะสมในบัตรบางจาก” ไปรับสิทธิจากร้าน KFC ในเครือ CRG 207 จากสาขาทั่วประเทศ รับฟรี “เฟรนช์ฟรายส์ (ใหญ่) มูลค่า 45 บาท เมื่อซื้อไก่ทอด 3 ชิ้น พิเศษ 111 บาท (ปกติ 156 บาท)   

 
ข่าวที่ 6 “ทอท.ช่วยนกแอร์เคลียร์ปัญหาไม่บินเอง”

“เพ็ชร ชั้นเจริญ” ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้ช่วยแจ้งผู้โดยสารอย่างต่อเนื่องถึง ปัญหาของสายการบินนกแอร์ ยังไม่นำเครื่องของตนเองมาให้บริการที่สนามบินดอนเมือง และแจ้งผลแบบวันต่อวัน โดยยังคงใช้เครื่องของ 2 แอร์ไลน์ช่วยบินวันละ 12 เที่ยว ได้แก่ ไทยไลอ้อนแอร์ 4 เที่ยว 2 เส้นทาง คือ อุดรธานี, สุราษฎร์ธานี และไทยสมายล์ 8 เที่ยว 3 เส้นทาง อุบลราชธานี, เชียงใหม่, อุดรธานี และหากทันทีที่นกแอร์แจ้งความพร้อม ทอท.ก็พร้อมส่งข้อความถึงผู้โดยสารทันที

ข่าวที่ 7 “ไทยแอร์เอเชียเทกระจาดตั๋ว0บาท3ล้านที่”
“ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย โหมกลยุทธ์ทำโปรโมชั่นขายตั๋วโดยสารราคา “0 บาท” จำนวน 3 ล้านที่นั่ง กำลังเปิดให้เลือกจองทั้งเที่ยวบินในและต่างประเทศทั่วเอเชีย ระหว่างวันนี้-วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม 2559 นี้  ขณะนี้กระแสตอบรับดีมากและมียอดการสั่งซื้อหนาแน่นทุกชั่วโมง

 
สำหรับไทยแอร์เอเชีย มีเที่ยวบินวันเกินกว่า 100 เที่ยว จึงทำโปรโมชั่นตั๋วโดยสาร 0 บาท ไม่รวมภาษีและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ทุกปี ปีละ 2 ครั้ง การขายภายใน 13 มีนาคม นี้ เมื่อซื้อพร้อมจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว สามารถนำไปใช้เดินทางได้ตลอด 9 เดือนหน้า ระหว่าง1 ตุลาคม 2559-22 พฤษภาคม 2560

 นอกจากนี้ระหว่างวันนี้- 20 มีนาคม 2559 ไทยแอร์เอเชีย มีโปรโมชั่นตั๋วในแคมเปญ “บินสบายๆ ไปไหว้พระเสริมมงคล” ราคาเริ่มต้นเที่ยวละ 1,590 บาท จากกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ พัทยา (อู่ตะเภา) ไปยัง มาเก๊า ฮ่องกง เซินเจิน กวางโจ ซื้อแล้วนำไปเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2559

 
ช่วงที่ 2 เวลา 11.45 น.จะนำความสุขมามอบให้ทุกท่านโดยได้ไปค้นสถานที่ท่องเที่ยวตามรอย “โครงการเขาเล่าว่า...” มาชวนกันออกไปย้อนวิถีคนไทยในซึ่งมีศรัทธา ความเชื่อ ความรัก ด้วยเรื่องเล่าต่างกัน ส่วนการดูแลสุขภาพก็เป็นเรื่องสำคัญเมื่ออยู่ใต้แดดก็ต้องรู้วิธีใช้เงาป้องกันแสงยูวี ส่งท้ายกับข่าวซีรีย์สรุปงาน “อินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล เบอร์ลิน :ITB 2016”

 

@ไปชม “สันหลังมังกรทอง-นิล”เมืองตรัง

 

ตามรอย “โครงการเขาเล่าว่า...” ไปชม “สันหลังมังกร-เกล็ดทองคำ” มหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งท้องทะเลอันดามัน ปัจจุบันหนึ่งในไวรัลคลิปของ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” (ททท.) แนะนำแหล่งท่องเที่ยวเขาเล่าว่าชุดแรก ซึ่งกำลังสร้างความฮือฮาในหมู่นักท่องเที่ยวคนไทยอยู่ในขณะนี้ ต้องห้ามพลาดไปเที่ยวชมกันได้ในช่วงวันธรรมดาจะยิ่งเติมเต็มความสุขได้มากกว่าวันอื่น ๆ

 

“สันหลังมังกร” แห่งใหม่ ถูกขนานนามให้เป็นสันหลังมังกรตัวที่ 9 และ 10 ในอันดามัน อยู่ที่หมู่ 2 บ้านตันหยงสตาร์ และ หมู่ 4 บ้านทุ่งรวงทอง ต.ท่าข้าม อ.ปะเหลียง จ.ตรัง   ส่วนตัวที่ 1-8 นั้น เป็นสันทรายซึ่งเกิดจากเปลือกหอยละเอียดทอดยาวจากเกาะสะบัน อ.ทุ้วหว้า จังหวัดสตูล มาจนถึงทะเลฝั่งจังหวัดตรัง มีความยาวอย่างน้อย 1.5 กม.

 

มีลักษณะทางธรรมชาติ ที่นักท่องเที่ยวคนไทยและนานาประเทศมักเรียกง่าย ๆ ว่า “ทะเลแหวก” นั่นเอง ทว่าจุดเด่นของสันหลังมังกรจะแตกต่างจากทะเลแหวกทั่วไป ตรงเรื่องการเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติเกิดจากเปลือกหอยละเอียดทั้งหมดก่อตัวเป็นสันทรายไม่ใช่ทรายละเอียดแบบทะเลแหวกทั่วไป

 

การไปชมจะเดือนละ 2 ครั้ง ตอนข้างขึ้นและข้างแรม 13 ค่ำ-5 ค่ำ คือ โดยจะเห็นได้ช่วงเช้าประมาณ 10 โมง หรือช่วงบ่าย ประมาณ 3 โมง

 

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปชม “สันหลังมังกร” ก่อนออกจากที่พักควรจะตรวจสอบเวลาให้เรียบร้อยก่อนเพื่อจะได้ชมสันหลังมังกรที่สวยงามโดยไม่เสียเที่ยว ตามความเชื่อที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ผู้ที่นับถือมังกรหรือใครก็ตามหากมีโอกาสได้ไปชมสันหลังมังกร จะมี “โชคลาภ” เกิดความเป็น “สิริมงคล” แก่ชีวิต อยู่เย็นเป็นสุขขึ้นมาอย่างทันตาเห็นทีเดียว

 

ช่วงวันที่ 11-12 มีนาคม 2559 องค์การบริหารส่วนตำบลตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง ได้จัดงานแข่งเรือประเพณีประจำปี 2559 โดยใช้ชื่องาน “เปิดทะเลอันดามัน ชมสันหลังมังกรนิล” เพื่อสืบสานประเพณีและวิถีชีวิตประมงชายฝั่ง ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ทำประชาสัมพันธ์ต่อเนื่องในทุก ๆ ปีต่อไป เพื่อให้เป็นงานท่องเที่ยวท้องถิ่นสร้างรายได้อย่างยั่งยืนต่อไป

 

สำหรับในพื้นที่ใกล้เคียงยังมี “แลนด์มาร์คแห่งใหม่” ให้ได้ดื่มด่ำความงดงามแห่งท้องทะเล บริเวณ “เกาะกวาง”  สถานที่ท่องเที่ยวสามารถแวะชมได้ 3 แห่ง เริ่มต้นจาก “สุสานหอย”  เป็นอีกที่เกิดจากากรพัดพาของคลื่นทะเล แห่งที่สอง “หินเหล็ก” เป็นอีกหนึ่งปรากฏการร์ทางธรรมชาติ และแห่งที่สาม “จุดชมวิว” สามารถมองเห็นทัศนียภาพของหมู่เกาะต่างๆ ซึ่งรายล้อมอยู่รอบ ๆ บริเวณได้อย่างใกล้ชิด สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย 1672

@6วิธีป้องกันยูวีแดดใต้ฟ้าเมืองไทย

“รศ.พญ.ณัฏฐา รัชตะนาวิน” หน่วยโรคผิวหนังภาควิชาอายุรศาสตร์และ สาราณียกร สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ให้คำแนะนำการใช้ “ครีมกันแดดป้องกันยูวี” ให้มีประสิทธิภาพดังนี้

1. ป้องกันตัวเองจากแสงแดดโดยใช้วิธีกฎของเงา ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจนกว่าเงาจะยาวกว่าตัวของเรา คือช่วงเช้าก่อน 11.00 น. และช่วงเย็นหลัง 14.00 น. เป็นช่วงปลอดภัย เพราะมีแสงยูวีบีน้อย

2. เสื้อผ้า เสื้อผ้าเนื้อแน่น สีเข้ม หนา จะป้องกันแสงทุกประเภทได้ประมาณ 90%

3. ร่ม เนื้อผ้าของร่มส่วนใหญ่จะกันแสงแดดได้ดีประมาณ 80 - 90% ซึ่งประสิทธิภาพในการป้องกันแดดของร่มขึ้นอยู่กับตำแหน่งของดวงอาทิตย์ และ ระยะห่างของร่มจากผู้ใช้ ถ้าร่มและตำแหน่งของดวงอาทิตย์ อยู่ เหนือศีรษะพอดีก็จะป้องกันได้ดีที่สุด แต่โลกมีการเคลื่อนที่ ดวงอาทิตย์จึงจะไม่อยู่ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา เพราะฉะนั้นร่มจึงมีประสิทธิภาพในการป้องกันประมาณ 70 - 80%

4. หมวก หมวกปีกกว้าง เนื้อหนา สีเข้ม ก็จะป้องกันแสงได้มากที่สุด

 

5. แว่นกันแดด การป้องกันแสงแดดด้วยแว่นตา ไม่จำเป็นต้องเป็นแว่นตาราคาแพง เพราะประสิทธิภาพในการป้องกันยูวีแตกต่างกันไม่มาก จะแตกต่างเพียงสไตล์การออกแบบเท่านั้น ซึ่งแว่นตากันแดดที่ดีจะเป็นแว่นที่คาดมาถึงด้านข้าง (Wrap around) และมีการ์ดด้านบน เพื่อป้องกันแสงแดด การใช้แว่นกันแดดมีประโยชน์มาก หากแสงแดดมาจากด้านหน้า แว่นกันแดดจะปกป้องได้ดี แต่ถ้าหากแสงแดดมาจากด้านบน เช่น เวลาเที่ยงก็จะป้องกันได้น้อย เพราะแสงส่องผ่านมาจากขอบแว่นด้านบน ในเป็นชาวตะวันตก กระบอกตาจะลึกกว่าชาวเอเชียทำให้ได้แสงแดดน้อยกว่าชาวเอเชีย ที่มีเบ้าตาตื้น

 

6. การทาครีมกันแดด ควรทาให้หนาสม่ำเสมอ เพราะผิวของมนุษย์ไม่เรียบ มีรอยหยักตื้นเป็นคลื่น ถ้าเราทาเพียงชั้นเดียวก็จะเหลือบริเวณที่ครีมกันแดดครอบคลุมไม่ถึง เพราะฉะนั้นจึงควรต้องทาครีมกันแดดบาง ๆ ทับกัน 2 รอบ และทาครีมกันแดดเฉพาะผิวหนังที่ไม่สามารถปกปิดได้ด้วยเสื้อผ้า เช่น ใบหน้า คอ หรือ หลังมือ เป็นต้น เพื่อลดความสิ้นเปลือง

 

สำหรับข่าวเบรกที่สอง ฟังซีรีย์มหกรรมงานท่องเที่ยวระดับโลก ITB 2016 จัดครบ 50 ปี ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมัน

ข่าวแรก “ไทยเปิดดิสคัพเวอร์ อะเมซิ่งไทยแลนด์”
 

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการ ททท. นำเอกชนท่องเที่ยวไทย 107 ราย บุกไปพบผู้ซื้อจาก 198 ประเทศ ในงานInternational Tourism Borse (ITB) พร้อมกับเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ภายใต้แนวคิด ดิสคัฟเวอร์ อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดยุโรปอย่างสแกนดิเนเวียน ตอนนี้มีเวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญที่สนับสนุนให้เอกชนลงทุนสร้างโรงแรมกว่า 800 ห้อง พร้อมมีกาสิโนตอบโจทย์ตลาดกลุ่มนี้ได้ดี

 

ส่วน “จุฑาพร เริงรณอาสา” รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกาตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท. เร่งใช้เครื่องมือดูดส่วนแบ่งตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการเฉพาะกลุ่มเศรษฐียุโรป เช่น เล่นกอล์ฟ ฮันนีมูน แถมปีนี้ไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด “เดสติเนชั่น เวดดิ้ง ครองเกส” บี้กับปารีส ฝรั่งเศส และมอสโก รัสเซีย เพื่อช่วงชิงผู้ประกอบการจัดงานแต่งงานและฮันนีมูนหรูจากทั่วโลก มาจัดที่ จ.ภูเก็ต เดือนเมษายน ปี 2560  

 

สำหรับ “เวียดนาม” บุกดึงทัวร์สแกนดิเนเวีย โดยชูแหล่งเที่ยวใหม่ “ฟูก๊วก” แต่ไทยก็ใช้ “ขนอม”นครศรีธรรมราช ลงสนามแข่งเจาะนักท่องเที่ยวซ้ำที่มีถึง 70% ควบคู่กับการเพิ่มการท่องเที่ยวเชิงกีฬามาจัดที่ภูเก็ต อีกทั้งตอนนี้ ททท.เปิดใหม่อีกแห่ง ที่กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก จะช่วยเสริมทัพทำตลาดเชิงลึก ปั๊มรายได้รวมปีนี้ให้ถึงเป้า  2.41 ล้านล้านบาท

 

ข่าวที่สอง “ไทย-10ชาติผนึก50แคมเปญ50ปีอาเซียน”

 

ระหว่างงาน ITB 2016 ไทยและกลุ่มสมาชิกอาเซียน 10 ชาติ ยังได้ประกาศความร่วมมือผนึกกันขายแคมเปญ ““Visit ASEAN@50:Golden Celebration,” เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งสมาคมอาเซียนครบ 50 ปี ในปี 2560  โดยตั้งเป้าไฮไลต์การขายท่องเที่ยวอาเซียน 50 เส้นทางที่สร้างประสบการณ์ความทรงจำไม่มีวันลืม และ 50 เทศกาล จะเน้นเทศกาลอาหารท้องถิ่นของแต่ละประเทศมานำเสนอขาย ให้กับกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศหลัก ๆ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย ออสเตรเลีย เยอรมันี สหราชอาณาจักร รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และ แคนาดา

ตั้งเป้าหมายจะผลักดันให้แคมเปญ ““Visit ASEAN@50:Golden Celebration” เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเข้ามาเที่ยวเส้นทางเชื่อมโยงทั่วอาเซียนในปี 2560 ไม่ต่ำกว่า 121 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 83,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้นักท่องเที่ยวมีวันพักเฉลี่ยสูงถึงครั้งละ 6 วัน

 

ข่าวที่สาม “ไทยครองรองแชมป์เอเชียขวัญใจทัวร์โลก”

“IPKs World Travel Monitor” รายงานผลสรุปประเทศในกลุ่มเอเชียที่เข้าร่วมงาน “ITB 2016” ระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม 2559 ยืนยันสถิติประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางมี “ส่วนแบ่งการตลาดนักท่องเที่ยวนานาชาติ” ในปี 2557-2558  6 อันดับแรกในเอเชีย

 

ปรากฏชื่อ “ประเทศไทย” ครองอันดับความนิยมของประเทศจุดหมายปลายการท่องเที่ยวจากตลาดโลกสูงเป็นอันดับ 2 มีส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวนานาชาติสูงถึง 15 % ส่วนประเทศที่ครองแชมป์คือ “สาธารณรัฐประชาชนจีน” มีคนเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวมากที่สุดถึง 27 % รองลงมาเป็น ประเทศซึ่งเป็นกาเกาะรวมกัน เช่น มาเก๊า ฮ่องกง ครองตลาดอยู่ 26 % รองลงไปเป็นเกาหลี 9 % ขณะที่ มาเลเซีย กับ ญี่ปุ่น ครองส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวด้วยสัดส่วนเท่ากันคือประเทศละ 8 %

 

ข่าวที่สี่ “ชวนประกวดการเป็นเจ้าบ้านที่ดีชิง1.4แสนบาท”

กรมการท่องเที่ยวจับมือ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) จัดโครงการประกวดภาพยนตร์เสริมสร้างจิตสำนึกการเป็นเจ้าบ้านที่ดี  โดยเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ ทุกระดับ ส่งผลงานเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัล 140,000 บาท โดยผลิตภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเน้นช่วยกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยน 3 เรื่อง คือ 1.ทัศนคติของคนไทยให้ยึดมั่นความซื่อสัตย์ในการประกอบธุรกิจ 2.เปลี่ยนพฤติกรรมคนไทยในการต้อนรับ และ 3.ให้บริการนักท่องเที่ยวในฐานะเจ้าบ้านที่ดี

พบกับสาระข่าวดี ๆ ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.

ดำเนินรายการโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน และ นฤมล พุกยม

ติดตามฟังรายการย้อนหลังเข้าไปที่ www.google.com พิมพ์คำว่า รวยด้วยข่าว97.0 หรือทาง www.facebook.com/rauydauykhao
 

วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2559

ททท.วันธรรมดาน่าเที่ยวปลุกไทยเที่ยวช่วยชาติปี59


ท่องเที่ยวชูเขาเล่าว่า-วันธรรมดาปั๊ม8.5แสนล.

6เดือน“ยุทธศักดิ์”ผู้ว่าททท.ชงตั้งกองทุนทัวร์

“วีระศักดิ์”เสนอร่างพ.ร.บ.ไมซ์ภายในเม.ย.นี้
สวัสดีเช้าวันเสาร์ที่ 5 มีนาคม 2559 เวลา 11.00-12.00 น.พบกันในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ทาง “สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย” FM 97.0 MHz. เปิดรับสาระข่าวเศรษฐกิจท่องเที่ยวหลากหลายเรื่องน่ารู้
 
ช่วงแรกเวลา 11.15 น. “คุณสุจิตรา จงชาณสิทโธ” รองผู้ว่าด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในประเทศช่วงครึ่งปีหลังงบประมาณ 2559 (เมษายน-กันยายน 2559) นำศิลปินชั้นนำมาร่วมสร้างสีสันวิถีท้องถิ่น-วิถีไทย เป็นต้นแบบชวนคนไทยออกมาใช้จ่ายเงินท่องเที่ยวอย่างคึกคักกับ 2 โครงการ “เขาเล่าว่า...” 24 แห่ง และ “วันธรรมดาน่าเที่ยว” ลองมาดูกันว่าประชากรไทยปัจจุบันมีประมาณ 68 ล้านคน เป็นคนวัยทำงานวัย 23-50 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่สุดในสังคมมีมากถึง 32 ล้านคน กับ “ผู้สูงวัย” วัย 55-80 ปีที่ใช้ชีวิตชีล ๆ หลังเกษียนมีอยู่ราว 19 ล้านคน จะออกมา “เที่ยวไทยช่วยชาติ” กันได้มากน้อยขนาดไหน และ จะทำให้การกระจายรายได้จากคนไทยเที่ยวในประเทศกระจายรายได้สู่ชุมชนถึงเป้าหมาย 8.5 แสนล้านบาท ได้เท่าเทียมทั่วถึงอย่างไร ต้องมาฟัง “รองผู้ว่าหญิงเหล็ก ททท.” ที่คุมการท่องเที่ยวทั้ง 5 ภูมิภาค

สำหรับข่าวช่วงเบรกแรก

ข่าวที่ 1 “ลุ้น3.6ล้านบาทบินฟรีดูเลสเตอร์ติดขอบสนามอังกฤษ”

ตลอดเดือนมีนาคม นี้ “กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์” จัดมหกรรมการซื้อ Cash Card ตามที่กำหนด รับไปเลย Gift Card ให้ช้อปเพิ่มได้ฟรี แบบไม่ต้องลุ้น ซื้อได้เลยไม่ต้องมีไฟลท์บิน เฉพาะที่คิง เพาเวอร์ สาขารางน้ำ ศรีวารี พัทยาและภูเก็ต รับสิทธิพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ช้อปสูงสุด 12 ท่านแรก ที่คิง เพาเวอร์ สาขารางน้ำ จะได้รับทริปบินฟรีไปเชียร์เลสเตอร์ ซิตี้ ติดขอบสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ประเทศอังกฤษ 12 รางวัล รางวัลละ 2ที่นั่ง แจกยิ่งใหญ่มูลค่ารวมกว่า 3.6 ล้านบาท บินไปชม Premier League ในนัดปิดบ้านเลสเตอร์ พบเอฟเวอร์ตัน วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม 2559

 

ข่าวที่ 2 “ชวนชาวไทย68ล้านคนพลิกวันว่างเป็นวันเศรษฐกิจ”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้ดำเนินโครงการประชาสัมพันธ์วันธรรมดาน่าเที่ยว นั้น ได้ไปจัดทำสำรวจภาพรวม “การพลิกวันว่างให้เป็นวันเศรษฐกิจ” จากรายงานของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย พบว่าภาพรวมคนไทยทั่วประเทศขณะนี้มีจำนวนกว่า 68 ล้านคน แบ่งเป็น

กลุ่มที่มีมากที่สุด อยู่ในวัยทำงาน อายุ 23-55 ปี มีมากถึง 32 ล้านคน

กลุ่มรองลงมา เป็นกลุ่มคน เจน วาย มีอยู่ 19 ล้านคน

กลุ่มที่มีมากอันดับสาม เป็นผู้สูงวัย อายุ 55-80 ปี มีอยู่ 19 ล้านคน

และกลุ่มสุดท้าย คนวัยเรียน อายุ 15-22 ปี มีอยู่ 6.5 ล้านคน

 

จึงได้วางกลยุทธ์กระตุกคนไทยส่วนใหญ่ในแต่ละกลุ่มดังกล่าว “เห็นคุณค่าของการเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา” ที่จะต้องออกมาเดินทางให้ได้มากที่สุด สนับสนุนการสร้างรายได้จากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศตลอดปีนี้ให้ได้มากถึง 8.5 แสนล้านคน กระจายสู่ 8,400 ชุมชน ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยจะเริ่มเดินหน้ากิจกรรมโฆษณาประชาสัมพันธ์เริ่มตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2559 เป็นต้นไป

 

โดยจะเน้นผลิตสื่อโฆษณาที่โน้มน้าวเข้าถึงอารมณ์ความรู้สึก เพื่อทำให้คนส่วนใหญ่เล็งเห็นถึงคุณค่า “เที่ยววันธรรมดา คือ ความประทับใจที่สุดกับวิวพิเศษ ๆ ส่วนตัว หรือการออกไปเที่ยวกับคนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก ครอบครัว หรือเพื่อน ก็ตาม ในการพากันออกไป พักผ่อน รับประทานอาหาร แสวงหาสถานที่ท่องเที่ยวในความทรงจำ และ การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างไม่เร่งรีบ ในช่วงวันธรรมดา จันทร์-พฤหัสบดี

 

ข่าวที่ 3 “ยุทธศักดิ์โชว์6เดือนก้าวใหม่ผู้นำททท.”

“ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โชว์การดำเนินงานในรอบ 6 เดือนหลังเข้ารับตำแหน่งผู้ว่าการ ททท.ในปีงบประมาณ 2559 เริ่ม 1 กันยายน 2558-29 กุมภาพันธ์ 2559 จากการผนึกความร่วมมือกับทีมบริหาร ระดับรองผู้ว่าตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยวาดฝันเปลี่ยนแปลงเป้ารายได้ท่องเที่ยวให้สูงกว่าปกติอีก 50,000 ล้านบาท จาก 2.34 เป็น 2.41 ล้านล้านบาท ภายใต้แคมเปญ “เที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ลุ้นล้าน” กระตุ้นการเพิ่มรายได้จากคนไทยเที่ยวในประเทศและการท่องเที่ยวเชื่อมโยงประชาคมอาเซียนระหว่างไทยไปยัง สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ขยับจาก 8.5 แสนล้านบาท เป็น 9 แสนล้านบาท ส่วนรายได้ต่างประเทศ ต้องทำให้ได้ 1.56 ล้านล้านบาท

 

พร้อมชูแนวคิดใหม่อีก 2 เรื่อง ได้แก่ เรื่องแรก ของบประมาณกลางจากรัฐบาล 870 ล้านบาท มาทำกิจกรรมปลุกกระแสคนไทยเที่ยวในประเทศ 6 โครงการ เรื่องที่ 2 เสนอจัดตั้ง จัดตั้งกองทุน Tourism Response Fund ให้เกิดเป็นรูปธรรมภายในปี 2559 โดยจะขอให้รัฐสนับสนุนเงินก่อตั้งเบื้องต้น 200 ล้านบาท เพื่อมาใช้สร้างความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์ แก่นักท่องเที่ยวทั่วโลกที่จะเดินทางเข้ามาใช้เงินในไทย

 

ข่าวที่ 4 “บางจากมอบเงินสาธารณประโยชน์”

บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เป็นตัวแทนสมาชิกบัตรบางจากแก๊สโซฮอล์คลับและดีเซลคลับ มอบเงินจากส่วนลดสะสมรวมเป็นเงิน 2,910,000 บาท ที่ได้รับจากการเติมน้ำมันตลอดปี 2558 มอบให้แก่องค์กรสาธารณประโยชน์ 12 องค์กร อาทิเช่น  มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มูลนิธิคุ้มครองเด็ก มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ มูลนิธิแพทย์ชนบท มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร   

 

ข่าวที่ 5 “วีระศักดิ์ชงพ.ร.บ.ไมซ์ภายใน180วันนี้”

ดร.วีระศักดิ์  โควสุรัตน์ ประธานกรรมการส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB เปิดเผยว่า ขณะนี้ TCEB เปิดดำเนินมาเป็นปีที่ 13 จึงเตรียมปฏิรูปให้เป็นองค์กรที่มี “พระราชบัญญัติสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ” รองรับโครงสร้างและภารกิจการทำงานอย่างชัดเจน เพื่อความมั่นคงในอนาคตต่อไป ซึ่งกำหนดจะต้องเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวต่อสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยเร็วที่สุดภายในเดือนเมษายน 2559  และทันตามขั้นตอนที่จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันข้างหน้านี้

 

ข่าวที่ 6 “ทอท.ขอหมื่นล้านขยายดอนเมืองเฟส3”

“นิตินัย ศิริสมรรถการ” ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า  ในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.วันที่ 23 มีนาคม 2559 จะเสนอวาระเพื่อพิจารณาขอนุมัติเดินหน้าแผนแม่บทโครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่ 3 มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร ภายในประเทศหลังเดิมซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้เปิดใช้งาน การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ การก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างตัวอาคารกับสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งก์ สายพญาไท-ดอนเมือง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ รองรับผู้โดยสารให้ได้ปีละ 40 ล้านคน

ข่าวที่ 7 “ไทยแอร์เอเชียทำกำไรและรายได้ทุบสถิติ13ปี”

 “ธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำในธุรกิจสายการบินราคาประหยัด กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนมีนาคมปีนี้ได้สรุปผลการดำเนินปี 2558 สามารถสร้างผลกำไรสุทธิ 1,078.5 ล้านบาท เติบโต 489 % ทำสถิติสูงที่สุดในรอบ 13 ปี นับจากการก่อตั้งธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2546 อีกทั้งยังทำรายได้รวมตลอดปีมากถึง 29,507.3 ล้านบาท จากการให้บริการผู้โดยสาร 14.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 22 % และมีอัตราส่วนการขนส่งเฉลี่ย 81 %  เพิ่มชึ้นจากปีก่อน 1 %

 

ช่วงที่ 2 เวลา 11.45 น.มีความสุขกับการเดินทางไปพบปะชุมชนท่องเที่ยวที่มีรากวัฒนธรรมเก่าแก่นับร้อยปี ที่ “บ้านชากแง้ว” อ.บางละมุง ที่ยังคงรักษาความเป็นตลาดจีนโบราณไว้ได้เป็นอย่างดี จากนั้นลองฟังอาการ "โมโนโฟเบีย” ของคนยุคนี้ที่กลัวการขาดมือถือจนกลายเป็นความไม่ปกติที่จะต้องแก้ไขให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น และ ข่าวการเปิดรีสอร์ต การแนะนำสถานที่เที่ยวภาคตะวันออก

 

@ตามไปดูรากวัฒนธรรมจีนโบราณ “ชากแง้ว” พัทยา

การท่องเที่ยวโดยชุมชน” หรือ Community-Based Tourism ในชุมชนต้นแบบ “การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรม” ที่หยั่งรากฝังลึกมีอัตลักษณ์ความเป็นอยู่โดดเด่นมากว่าร้อยปีใน “พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง”  ในอำเภอบางละมุง คือ “ชุมชนบ้านชากแง้ว” ตำบลห้วยใหญ่ สถานที่ที่บ่งบอกถึงร่องรอยเสน่ห์ตลาดจีนโบราณ

ซึ่งเป็นแนวคิดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่คำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม สังคม และวัฒนธรรม กระตุ้นให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในฐานะเจ้าของพื้นที่ เป็นผู้มีส่วนร่วมในการวางแผน จัดการ ดูแล และกำหนดทิศทางของการท่องเที่ยวเอง ภายใต้ 3 เงื่อนไข ได้แก่ การกระจายรายได้สู่ชุมชน การจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน และการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่น

“ชากแง้ว”ต้นแบบรากวัฒนธรรมจีนโบราณ

“ดิเรก เกียรติกุล” รองประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านชากแง้ว พาย้อนเรื่องราวในอดีตก่อน พ.ศ.2470 ชาวจีนอพยพมาขึ้นฝั่งอ่าวไทยแถบนี้โดยได้บุกเบิกผืนป่าซึ่งเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์น้อยใหญ่นานาชนิด เพื่อตั้งรกรากสร้างบ้านสร้างครอบครัว นำร่องเพาะปลูกทำการเกษตรเลี้ยงชีพ   โดยสร้าง “ตลาด” เป็นศูนย์กลางชุมชน ไว้แลกเปลี่ยนค้าขาย มี “โรงงิ้ว” เป็นประชาคมชุมชน และมี “ศาลเจ้า”  เป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ

หลายทศวรรษก่อนหน้านี้ “ชุมชนชากแง้ว” เคยเจริญถึงขีดสุดทางด้านชุมชนเกษตรกรรม ซึ่งดูได้จากมีการลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปรับซื้อมันสำปะหลังมากถึง 36 แห่ง แตกต่างจากปัจจุบันเหลือเพียงแห่งเดียวเท่านั้น หากแต่วันนี้ชีวิตคนไทยเชื้อสายจีนในตลาดชากแง้วก้าวเข้าสู่รุ่นที่ 3 ด้วยจำนวนประชากรกว่า 5,000 ชีวิต 1,200 ครอบครัว บ้านเรือนส่วนใหญ่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมถิ่นอาศัยโบราณลักษณะเป็น “เรือน ห้องแถวสองชั้น” ครึ่งปูนครึ่งไม้ชั้นบนมีระเบียงลูกกรงไม้เรียงเป็นแนวต่อ ๆ กัน แต่ละครอบครัว ต่างใช้ชีวิตทำการค้าโดยนำอัตลักษณ์การขาย “อาหารจีนต้นตำรับ” ซึ่งทำกินกันในครอบครัวมาตั้งแต่รุ่นก่อตั้งชุมชน แต่ปัจจุบันนี้หารับประทานยาก ต้องมาชากแง้วเท่านั้นถึงจะได้ลิ้มรสอาหารจีนแท้สูตรดั้งเดิม

การผสมผสานเสน่ห์ วิถีชีวิตผู้คน สถาปัตยกรรมบ้านเรือน รสชาติอาหารพื้นถิ่น อย่างลงตัวของ “ชุมชนชากแง้ว” สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาทั้งชมชิมและซื้อกลับบ้านไม่ขาดสาย (อ่านเรื่องราวฉบับเต็มได้ใน gurutourza.blogspot.com และ www.vlovethai.com

 

@ คนไทยต้องรู้ทันอาการ“โมโนโฟเบีย”

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ถึงสังคมไทยยุคปัจจุบันกำลังมีพฤติกรรมตอบสนองต่ออาการเรียกว่า "โนโมโฟเบีย" ตามนิยามทางการแพทย์นั้นไม่ใช่โรค แต่เป็นกลุ่มอาการ เพราะมีการสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของคนหรือสังคม เวลามีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นมักจะมีคำเรียกเฉพาะ อย่างเช่น อาการติดสมาร์ทโฟน ควรรีบเช็กตัวเองก่อนเกิดผลกระทบ...!!

พฤติกรรมที่เข้าข่ายกลุ่มอาการ โนโมโฟเบีย คือ พกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา ต้องคอยคลำกระเป๋ากางเกงหรือกระโปรงตลอดว่าโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ ตัวหรือไม่ หมกมุ่นอยู่กับการเช็กข้อความในโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา แม้กระทั่งได้ยินเสียงคล้าย ๆ เสียงข้อความเข้า ถ้าไม่ได้ตรวจดูโทรศัพท์จะมีอาการกระวนกระวายใจ ไม่สามารถทำงานหรือปฏิบัติภารกิจตรงหน้าได้สำเร็จ

ทางที่ดีคือต้องรู้เท่าทันอาการโมโนโฟเบีย แล้วรีบแก้ไขเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป

 

สำหรับข่าวท้ายชั่วโมง

ข่าวแรก “เที่ยวตะวันออก7จังหวัดในมุมใหม่”

“น.ส.เอิบลาภ ศรีภิรมย์” ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออก ททท.ออกมาแนะนำวิธีไปเที่ยวภาคตะวันออกซึ่งตอนบนและตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้วนั้นเป็นโซนแห่งความเขียวขจี (Green) มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติป่าเขา การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและผจญภัย (Soft Adventure) เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาท่องเที่ยวมากถึ 90 % ส่วน ภาคตะวันออกตอนล่าง ประกอบด้วยจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด มีความโดดเด่นของหาดทรายชายทะเล หรือเรียกว่าเป็นโซน Blue เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

 

ความพิเศษของภาคตะวันออกที่เหนือกว่าภาคอื่น ๆ คือสนามกอล์ฟมาตรฐานสากลมากถึง 35 สนาม และได้รับการคัดเลือกให้เป็นที่จัดการแข่งขันกอล์ฟระดับโลก อย่าง Honda LPGA ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไป รวมถึงมีความได้เปรียบเรื่องแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ขับรถไปได้อย่างสะดวกสบาย ๆ

 

ปัจจุบันยังมีสายการบินแอร์เอเชียเปิดบินตรงที่อู่ตะเภา สัปดาห์ละ 21 เที่ยว ไป-กลับ เชียงใหม่ อุดรธานี และหาดใหญ่ และเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากประเทศต่างๆ เพิ่มช่องทางและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเข้าสู่ภาคตะวันออกได้มากขึ้น

 

ข่าวที่สอง “BHMหอบเงินลงทุนรีสอร์ตเชียงใหม่”

กลุ่มโรงแรม “เบสต์ ฮอสพิตาลิตี้ แมเนจเม้นท์” หรือ BHM นำเงินมาลงทุนเปิดธุรกิจห้องพัก “อะเวย์ เชียงใหม่ ฮ็อตสปริง รีสอร์ต” เป็นวิลล่าสไตล์ล้านนาสมัยใหม่ ขนาด 34 วิลล่า  ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนธรรมชาติสไตล์เขตร้อนของแมกไม้อายุนับร้อยปี โดยมีจุดเด่นของสระน้ำแนวยาวถึง 85 เมตร ในบริเวณรีสอร์ตนับได้ว่าเป็นวิลล่าที่มีสระน้ำยาวสุดในเอเชีย มีบริการห้องอาหารบาร์สไตล์ถ้ำ หรือ cave bar สร้างความเป็นส่วนตัว รวมทั้งมีบริการอาหารแบบฟูลเซอร์วิส และห้องฟิตเนสที่ออกแบบพิเศษอย่างมีศิลปะ เรื่อยไปจนถึงห้อง “คิดส์คลับ” สำหรับเด็ก ๆ ในครอบครัว

 

ข่าวที่ 3 “4แอร์ไลน์ไทยโหมออกโปรโมชั่นชิงลูกค้า”

ช่วงโค้งสุดท้ายในงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” เสาร์ที่ 5-อาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2559 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 4 สายการบินแถวหน้าของเมืองไทย ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย บางกอกแอร์เวย์ส ไทยไลออนแอร์ และ นกแอร์ พาเหรดตั๋วโดยสารเครื่องบินมาถล่มราคาขายกันในงาน เพื่อช่วงชิงผู้โดยสารซื้อในราคาสุดพิเศษต้อนรับปิดเทอมนี้ ซื้อแล้วสามารถนำไปใช้เดินทางได้ถึงปลายปี

 

ราคาของแต่ละค่ายที่พร้อมขายในงานมีดังนี้

“ไทยแอร์เอเชีย” มีโปรโมชั่นบิน “ภายในประเทศ” อุดรธานี พิษณุโลก ราคาตั๋วเริ่มต้น 390 บาท ไปเชียงใหม่ ภูเก็ต ราคาตั๋ว 590 บาท ส่วน “ตั๋วบินต่างประเทศ” ไปย่างกุ้ง ฮานอย โฮจิมินห์ ราคาตั๋วเริ่มต้น 890 บาท และตั๋วบินเที่ยวเดียวจะได้ส่วนลด 20% ไป เซี่ยงไฮ้ โซล โตเกียว โอซาก้า ซื้อได้เฉพาะงานนี้แล้วอีกรับสิทธิเลือกเวลาเดินทาง 5 มี.ค.-30 มิ.ย.59

 

“บางกอกแอร์เวย์ส” แจกโปรโมชั่น “ตั๋วเที่ยวเดียวบินภายในประเทศ”  เชียงราย เชียงใหม่ สุโขทัย ตราด กระบี่   1,290 บาท  ภูเก็ต 1,490 บาท ราคารวมทุกอย่างแล้ว  “ตั๋วบินต่างประเทศ” มีโปรโมชั่นไปกลับ ย่างกุ้ง ราคา 6,350 บาท จากปกติที่ขายทั่วไปเที่ยวละ  5,000 บาทต่อเที่ยว และมัลดีฟส์ 15,890 บาท หากไม่ซื้อในงานราคากว่า 20,000 บาท

 

“ไทยไลอ้อนแอร์” โปรโมชั่น “ตั๋วบินภายในประเทศ” เริ่มต้น 625 บาทไป เชียงใหม่ เชียงราย อุดรธานี อุบลราชธานี หาดใหญ่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช และบินจากหาดใหญ่ไปอุดรธานี ราคาตั๋ว 1,625 บาท ไปสิงคโปร์ เริ่มต้น 1,660 บาท เริ่มเดินทางได้ 14 มี.ค. – 29 ต.ค. นี้

 

ใครที่ยังไม่เข็ดที่จะบิน “นกแอร์” ในงานมีโปรโมชั่น “ตั๋วบินภายในประเทศ” ไป พิษณุโลก อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร กระบี่ สุราษฎร์ธานี นครพนม และนครศรีธรรมราชราคา 829 บาท ตั๋วเครื่องบินไปเชียงราย ภูเก็ต ราคา 929 บาท “ตั๋วบินต่างประเทศ” ในอาเซียน ไปย่างกุ้ง ฮานอย โฮจิมินห์ ราคาตั๋ว 1,029 ราคาตั๋วดังกล่าวรวมทุกอย่าง ผู้ซื้อตั๋วไม่ต้องเสียภาษี ค่าตรวจสัมภาระ และอื่นๆ ซื้อตั๋วแล้วนำไปใช้เริ่มเดินทางได้ 10 มี.ค. -30 ก.ย.นี้

พบกับสาระข่าวดี ๆ ได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.

ดำเนินรายการโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน และ นฤมล พุกยม
ติดตามฟังรายการย้อนหลังเข้าไปที่ www.google.com พิมพ์คำว่า รวยด้วยข่าว97.0 หรือทาง www.facebook.com/rauydauykhao

ททท.นครพนมชูSignatureThailandไหลเรือไฟบุกตลาดโลก 16-27ต.ค.ดึงนักท่องเที่ยวชมศิลปะเรือ12อำเภอเต็มลำน้ำโขง

  นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม ททท.นครพนมชู SignatureThailand ไหลเรือไฟบุกตลาดโลก 16-...