วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2569

FITUR 2026ททท.นำธุรกิจร่วมปั๊ม2ตลาดไกลหวังโกย745ล้าน-ปี69ดึงสเปนมาไทย2.5แสนคน

ททท.ควงธุรกิจ26รายร่วม“FITUR 2026”ปั๊ม2ตลาดไกลปี69

หวังรายได้745ล้าน-ตั้งเป้าทำนิวไฮสเปนมาไทย2.5แสนคน

ททท.นำเอกชนร่วมงาน FITUR2026 เจาะตลาดสเปนทำรายได้ 745ล้านบาท ปี69 หวังโกย 2.5 แสนคน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #FITUR2026  

ททท.นำธุรกิจไทยร่วม “FITUR 2026” เจาะ 2 ตลาดระยะไกล “สเปน-ละตินอเมริกา” หวัง 26 ราย ลุยขายงานเดียวหวังกวาด 745 ล้านบาท ปี’69 เร่งทำนิวไฮนักท่องเที่ยวสเปน 2.5 แสนคน ชูสินค้าทำเงิน “เที่ยวเชิงสุขภาพ-วัฒนธรรม”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 26 ราย เข้าร่วมงาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) 2026 ระหว่าง 21 – 25 มกราคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและนิทรรศการ Feria de Madrid กรุงมาดริด ประเทศสเปน วางกลยุทธ์ใช้งานเทรดรายการนี้เจาะนักท่องเที่ยวสเปนและละตินอเมริกา หนึ่งในตลาดระยะไกลที่มีแนวโน้มเติบโตสูง เตรียมพร้อมนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและวัฒนธรรมไทย ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” เร่งสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience) ตั้งเป้าหมายทำสถิติใหม่ปี 2569 จะดึงสเปนมาไทย 250,000 คน

 


ททท.คาดเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ปีนี้จะมีจำนวนนัดหมายจับคู่เจรจาธุรกิจรวมกว่า 780 นัดหมาย สร้างรายได้ท่องเที่ยวเข้าไทยได้มากกว่า 745 ล้านบาท  เนื่องจากงาน Feria Internacional de Turismo (FITUR) ครั้งที่ 46 เป็นงานส่งเสริมการขายท่องเที่ยวรายการใหญ่ที่สุดของสเปนจัดขึ้นทุกปี ในส่วนของไทยได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยตัวแทนผู้ขาย พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทนำเที่ยวจากทั่วโลก เอกชนไทยที่เข้าร่วมงาน 26 ราย มาจาก 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ สุโขทัย กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ภูเก็ต และ กระบี่ แบ่งเป็น ธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต 12 ราย ตัวแทนจัดการท่องเที่ยว/DMCs 13 ราย และ สายการบิน 1 ราย



การเข้าร่วมงาน FITUR 2026 ครั้งนี้ ททท. ยังได้จัดงาน Amazing Thailand Networking Lunch เชิญสื่อมวลชนจากตลาดสเปนและละตินอเมริกา (Spanish-speaking countries) เข้าร่วมฟังแนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยปี 2569 ที่เกี่ยวข้องกับ 2 ตลาดนี้ พร้อมกับเชิญอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังชาวสเปน Mrs. Carla Royo-Villanova ร่วมถ่ายทอดแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวไทย เพื่อพบปะเครือข่ายพันธมิตรทั้งสื่อมวลชนและบริษัทนำเที่ยวชั้นนำ ส่งเสริมทำประชาสัมพันธ์เมืองไทย หารือการทำงานเชิงรุกร่วมกัน เช่น ผลักดันการเพิ่มเที่ยวบินจากสเปนมาไทยมากขึ้นในอนาคต


ขณะนี้นักท่องเที่ยวสเปนถือเป็นหนึ่งในตลาดศักยภาพภูมิภาคยุโรป ส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาไทยตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงมิถุนายน – สิงหาคม ช่วยเติมเต็มช่วงโลว์ซีซั่นได้ดี ปี 2568 สเปนเดินทางมาไทยทำสถิติใหม่หรือนิวไฮ 216,249 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 4.11 % สร้างรายได้ 13,778 ล้านบาท มีวันพักเฉลี่ย 16 คืน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 63,717 บาท/คน/ทริป “นิยมท่องเที่ยว” วัฒนธรรมผนวกการท่องเที่ยวชายทะเล จังหวัดยอดนิยมเรียงตามลำดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต เชียงใหม่ กระบี่ และสุราษฎร์ธานี (เกาะพะงัน)

สำหรับงาน FITUR 2026 ระหว่าง 21-25 มกราคม 2569 ดีไซน์คูหาประเทศไทยภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” สื่อสารผ่าน 2 กิจกรรม ได้แก่



กิจกรรมที่ 1 สาธิตให้นักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสอาหารไทย ได้แก่ ทำค็อกเทลเมี่ยงคำและค็อกเทลสมุนไพรไทย เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นให้คุณประโยชน์และเป็นตัวอย่างสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้เป็นอย่างดี

กิจกรรมที่ 2 จัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้ชม มโนราห์ภาคใต้ ฟ้อนอีสาน ระบำไก่ชน พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการแสดง“ชุดไทยพระราชนิยม” และโขนฉบับย่อ ซึ่งพระองค์ทรงฟื้นฟูให้กลับมามีความรุ่งเรืองอีกครั้ง เพิ่มเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวโลก สร้างแรงบันดาลใจให้เดินทางมาสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมายและประทับใจอย่างไม่รู้ลืม (Unforgettable Experience) ตามกลยุทธ์ของ ททท.มุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลเข้าสู่เมืองไทย

 

คิงเพาเวอร์ดันสินค้าแฟชั่นชุมชนสู่ตลาดโลก2แบรนด์ดัง“Hom Studio-NatradaCotton”

คิงเพาเวอร์ดันสินค้าแฟชั่นชุมชนเชียงใหม่สู่ตลาดโลก

ปี69บูมฝ้ายทอมือ2แบรนด์“Hom Studio-NatradaCotton


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #KingPower #HomeStudio #Natradacotton #ThaiPowerMarket

อ่านใน ข่าวสดออนไลน์...

อ่านใน gurutourza...

“คิง เพาเวอร์”ดันสินค้า “แฟชั่นชุมชน” เสน่ห์อัตลักษณ์ไทยก้าวไกลสู่เวทีโลก ต้นปี’69 ลุยโปรโมทฝ้ายทอมือเชียงใหม่ 2 แบรนด์ดัง “Hom Studio- Natrada cotton” วางขายที่ คิง เพาเวอร์ ทุกช่องทาง หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นยั่งยืน

            กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ขับเคลื่อนโครงการ  “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” ปี 2569เดินหน้าส่งเสริมสินค้าชุมชน (Community Power) เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เป็นคู่ค้ากับ คิง เพาเวอร์ และผู้เข้าร่วมโครงการ “ตลาดพลังคนไทย หรือ Thai Power Market ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์แฟชั่นเสื้อผ้าชุมชน ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีอัตลักษณ์กับดีไซน์และเรื่องราวโดดเด่นพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดสากล โดยได้รับคัดเลือกให้วางจำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ ใน คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี, Kingpower.com และ Thaipowermarket.com แต่ละแบรนด์จะได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมกับเผยแพร่ประชาสัมพันธ์อยู่ใน โซเชียล มีเดีย ทุกช่องทาง เป็นหนึ่งในสเน่ห์ไทยที่ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวนานาชาติที่น่าสนใจ 2 แบรนด์ ดังนี้


Hom Studio หนึ่งในแบรนด์คนไทยที่เกิดจากความตั้งใจสร้างสรรค์งานหัตถกรรมไทยสู่คนรุ่นใหม่ให้หันมาสนใจผ้าไทยมากยิ่งขึ้น โดยได้ถ่ายทอดเสน่ห์ “เสื้อผ้าฝ้ายธรรมชาติ” จากช่างฝีมือชุมชนใน อำเภอฮอด และอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ นำผ้าฝ้ายทอมือมาดีไซน์ใหม่ให้ทันสมัย ด้วยเอกลักษณ์ด้วย “สีพาสเทล” สดใส เหมาะสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ชาวบ้านใช้ใจรังสรรค์ลงบนผืนผ้าทุกชิ้น ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวฝ้าย มาปั่นเป็นเส้นด้าย ย้อมสีธรรมชาติ ถักทอด้วยกี่ทอผ้าแบบโบราณ แล้วก็ร่วมมือกับ “คิง เพาเวอร์” พาผลงานมาไกลกว่าเดิม ทุกวันนี้กลายมาเป็นสินค้าหลากหลายมีทั้ง เสื้อ กางเกง กระโปรง ชุดเอี๊ยม ชุดเดรส กระเป๋า ผ้าพันคอ และอื่น ๆ

นางสาวณัฐชา ปัญพฤกษ์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Hom Studio กล่าวว่า สินค้าของเรามาไกลเกินคาด ตอนนี้มีโอกาสก้าวสู่ตลาดระดับโลกขายผ่านช่องทาง “คิง เพาเวอร์” จึงรู้สึกขอบคุณที่ทำให้คนในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้อย่างยั่งยืน ที่ได้มอบองค์ความรู้ คำแนะนำในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์จุดแข็งของแบรนด์เรื่องการใช้สีพาสเทล นำมาพัฒนาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ช่วยให้แบรนด์เข้าใจตลาดต่างประเทศมากขึ้นทั้งเรื่องเทรนด์แฟชั่น การเลือกผ้า โทนสี การออกแบบดีไซน์สินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าต่างชาติ เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ ซึ่งฐานลูกค้าเหล่านี้ทางแบรนด์แม้จะเปิดบูธตามงานแฟร์ทั่วไปก็หาตลาดแบบนี้ไม่ได้ Hom Studio ได้รับสิ่งที่ดีจาก “คิง เพาเวอร์” นำพาการเติบโตจนเป็นที่รู้จักอย่ากว้างขวาง ช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้คนในชุมชนอย่างยั่งยืน

ขณะที่ “Natrada cotton แบรนด์ชุมชนกลุ่มทอผ้าบ้านห้วยทราย อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งต่อภูมิปัญญามา รุ่น ตั้งแต่รุ่นทวด รุ่นยาย รุ่นแม่ และรุ่นปัจจุบันคือ ปลื้ม-ผกาวดี แก้วชมภู” ที่เติบโตมากับการทำผ้าฝ้ายทอมือ มีความโดดเด่นด้านเทคนิคการทอโดยปราชญ์ชาวบ้าน เลือกใช้เส้นฝ้ายหลากหลายขนาด แล้วทอเส้นเล็กสลับกับเส้นใหญ่เกิดเป็นลวดลายที่ไม่เหมือนใคร กับการย้อมสีผ้าฝ้ายธรรมชาติจากมูลช้าง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทำให้ได้เฉดสีใหม่สวยงาม เช่น สีน้ำตาลอมเทาจากมูลช้าง สีเหลืองจากมูลช้างผสมเปลือกมังคุด แล้ววันนี้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดังกล่าวได้วางขายอยู่ใน คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก อาคาร วัน แบงค็อก  



นางสาวผกาวดี แก้วชมภู ทายาทรุ่นที่ ของ Natrada cotton เล่าว่า ต้องพัฒนาสินค้าให้ตามเทรนด์ โดยต้องไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ของชุมชน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าตลาดใหม่ ๆ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยมี “ทีม คิง เพาเวอร์” ช่วยแบ่งปันองค์ความรู้กับทางแบรนด์เยอะมาก ทั้งเรื่องการออกแบบแพทเทิร์น ทำไซส์ใหญ่ขึ้นเหมาะสมกับชาวต่างชาติ การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพ การปรับกระบวนการตัดเย็บให้ได้มาตรฐานระดับสากล และแนวทางสร้างเอกลักษณ์สีสันและลวดลาย สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นชัดเจน อย่างการทอผ้าที่ใช้เส้นฝ้ายหลากหลายขนาดมาทอจนเกิดลายใหม่ ๆ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า มีมาตรฐานสูงขึ้น ดึงดูดความสนใจลูกค้า



ทาง “คิง เพาเวอร์” ให้ชุมชนมากกว่าช่องทางจำหน่าย นั่นคือเป็น “โรงเรียนพัฒนาแบรนด์แฟชั่นชุมชน” ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้เรียนรู้ เข้าใจตลาดโลก มีความมั่นใจถึงความพร้อมลงสนามแข่งขันในเวทีสากล สร้างพลังสินค้าท้องถิ่นก้าวสู่สากลสำเร็จได้เป็นอย่างดี

            โครงการ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย” วันนี้คือ “พลังคนไทย พลังแห่งความเป็นไปได้” ที่พร้อมเป็นพลังสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน นำเอกลักษณ์และคุณภาพสินค้าไทยเดินทางสู่ความสำเร็จในเวทีนานาชาติอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

วันพุธที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569

รร.ชาเทรียมฯขาย“SMART START MEETINGS PACKAGE”รับตลาดไมซ์ 1,800-2,000บาท/คน

รร.ชาเทรียมฯบูมSMART START MEETINGS PACKAGE”

รุกตลาดไมซ์รับต้นปี’69ลุยขาย2แพกเกจ1,800-2,000บาท

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ชาเทรียมแกรนด์กรุงเทพ #SmartMeetingPackage 

ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ รุกขายSMART START MEETINGS PACKAGE”รับตลาดไมซ์วันนี้-28 ก.พ.2569

“โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ” รุกเร็วต้นปี’69 ชู SMART START MEETINGS PACKAGE” รุกตลาดไมซ์ ประชุม/สัมนา/อินเซ็นทีฟ/เอ็กซิบิชั่น จองภายใน 28 ก.พ.นี้ ราคาพิเศษ 2 แพกเกจ “เต็มวัน” 2,000 บาท/คน “ครึ่งวัน” 1,800 บาท/คน

“โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ” เปิดตัวแพ็กเกจระดับพรีเมียม “SMART START MEETINGS PACKAGE” ต้อนรับปี 2569 นำเสนอแลนด์มาร์คใจกลางสยามที่มีศักยภาพความพร้อมรองรับตลาดไมซ์/MICE เป็นสถานที่จัดประชุม สัมมนา การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (incentive) จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ (Exhibition) ของกรุงเทพฯ จึงได้ออกแพ็กเกจให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กรยุคใหม่มองหาสถานที่จัดงานสไตล์หรูหรา

“ดีไซน์แพ็กเกจ” ให้เหมาะบริการกลุ่มจัดงานไมซ์ที่มีผู้เข้าร่วม 20-200 คน ด้วยการมอบสิทธิพิเศษมากมาย เมื่อจองใช้สถานที่ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 แล้วสามารถใช้สิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 ด้วยไฮไลท์ เครื่องดื่มต้อนรับฟรี คัดสรรเครื่องดื่มและของว่างที่คัดสรรมาเสิร์ฟเป็นพิเศษ พร้อมบริการนวดผ่อนคลายช่วงพักเบรก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้ผ่อนคลายในการประชุมแบบอัดแน่นตลอดทั้งวัน



แพ็กเกจการประชุมเต็มวัน ราคา 2,000 บาทสุทธิ/คน รวมค่าห้องประชุมเต็มวัน บริการต้อนรับ บริการชาและกาแฟเช้าและบ่าย อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ที่ร้าน Savio อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์มาตรฐาน และเครื่องเขียนที่ใช้ในการประชุมตลอดงาน

แพ็กเกจการประชุมครึ่งวัน ราคา 1,800 บาทสุทธิ/คน รวมค่าห้องประชุมสูงสุด 4 ชั่วโมง เครื่องดื่มต้อนรับฟรี ชาและกาแฟช่วงพักเบรก 1 ครั้ง อาหารกลางวันแบบบุฟเฟ่ต์ที่ร้าน Savio อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์มาตรฐาน และเครื่องเขียนที่ใช้ในการประชุม

“โรงแรม ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ” ยังมีห้องพักหรูหรารองรับอีก 562 ห้อง พร้อมให้บริการผู้เข้าพักกลุ่ม วิทยากร และผู้แทนจากต่างประเทศ โดยจอดรถกว่า 500 คัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบในโรงแรมที่ได้ผสมผสานความสง่างามร่วมสมัยเข้ากับความประณีตแบบไทยดั้งเดิมอย่างลงตัว ในบรรยากาศหรูหราและอบอุ่นเป็นกันเอง

 

กรมการท่องเที่ยวประเดิมปี69แจก CBT ช้างชูงวงเริงร่า75ชุมชน

กรมท่องเที่ยวแจกมาตรฐาน“CBTช้างชูงวงเริงร่า” 75ชุมชน

หนุนเที่ยว“ปลอดภัย-เชิงคุณค่า”ปั๊มเงินไหลเข้าท้องถิ่นปี’69

 

กรมการท่องเที่ยวประกาศมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว CBT Thailand ทั่วไทย 75 ชุมชน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #CBTThailand #ช้างชูงวงเริงร่า #เที่ยวชุมชน

กรมการท่องเที่ยว ประเดิมต้นปี’69 แจกมาตรฐาน CBT Thailand โปรโมทตราสัญลักษณ์ช้างชูวงเริงร่า 75 ชุมชน ยกชั้นการท่องเที่ยวท้องถิ่นสู่สากล 4 ด้าน “บริหารจัดการ-ความปลอดภัย-ดูแลสิ่งแวดล้อม-เที่ยวอย่างมีคุณค่า” พร้อมจ่อคิวขึ้นทะเบียนเพิ่มอีก 151 ชุมชน



นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ล่าสุดมีรายชื่อชุมชนท่องเที่ยวทั่วประเทศ 75 แห่ง ได้การรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand Standard) ด้วยสัญลักษณ์ “ช้างชูงวงเริงร่า” ตอกย้ำถึงศักยภาพและความพร้อมของชุมชนไทยด้านการบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างมีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่น และเป็นทางเลือกให้นักท่องเที่ยววางแผนเดินทางไปสัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่นอย่างปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน



โดยกรมการท่องเที่ยวมุ่งส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนต่อเนื่องมาตลอด ได้นำเกณฑ์การตรวจประเมินตามมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT Thailand Standard) มาใช้ยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวของชุมชนไทยให้ทัดเทียมสากล ครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่ 1.มิติด้านการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมของชุมชน 2.ความปลอดภัย 3.การดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 4.สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมีคุณค่า สามารถช่วยเสริมสร้างนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติเกิดความมั่นใจในการเดินทางเพิ่มมากขึ้น แล้วยังสนับสนุนการท่องเที่ยวมูลค่าสูงควบคู่กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน



ต้นปี 2569 มีชุมชนท่องเที่ยวที่ผ่านการตรวจประเมินและได้รับการรับรองมาตรฐาน ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศรวมทั้งหมด 75 ชุมชน ได้แก่ ภาคเหนือ 10 ชุมชน ภาคกลาง 22 ชุมชน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 14 ชุมชน ภาคตะวันออก 13 ชุมชน ภาคตะวันตก 4 ชุมชน ภาคใต้ 12 ชุมชน

แบ่งเป็น “ชุมชน” ที่ได้การรับรอง “ระดับดีเยี่ยม” 56 ชุมชน “ระดับดี” อีก 19 ชุมชน แต่ละชุมชนล้วนมีอัตลักษณ์และรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวหลากหลาย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องการวางแผนเดินทางพักผ่อนด้วยการใช้ชีวิตแบบไม่รีบเร่ง (Slow Travel) เพื่อเรียนรู้วิถีชุมชน พักผ่อนอย่างมีคุณภาพ จึงเอื้อกับการจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงหลายพื้นที่ (Community-based Tourism Route) ตอบโจทย์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และการมีส่วนร่วมกับชุมชน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น สร้างการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม




ปัจจุบันมีชุมชนทั่วประเทศอยู่ระหว่างรอการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทั้งสิ้น 151 แห่ง ทางกรมการท่องเที่ยวมีแผนตรวจประเมินต่อเนื่องทุกปี เพื่อขยายเครือข่ายชุมชนท่องเที่ยวมาตรฐานทุกพื้นที่ เพิ่มทางเลือกการเดินทางให้นักท่องเที่ยว ช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชน ไปพร้อมกับส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

 


วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

โขนรามเกียรติ!!ดูฟรีที่พาราไดซ์พาร์ค2รอบ 21 ม.ค.69

โขนรามเกียรติ!!ดูฟรีที่พาราไดซ์พาร์ค รอบ 21ม.ค.69

เสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทยต้นแบบความซื่อสัตย์/ยุติธรรม

ดูฟรี โขนรามเกียรติ์ ชุด “ท้าวมาลีวราชว่าความ” วันที่ 21 ม.ค.2569 จัดแสดง 2 รอบ ที่พาราไดซ์ พาร์ค

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #พาราไดซ์พาร์ค #โขนนาฏยศาสตร์แห่งแผ่นดิน  #ชมฟรี

โขนรามเกียรติ์ เปิดให้ชมฟรี ตอน “ท้าวมาลีวราชว่าความ” 21 ม.ค.69 @พาราไดซ์ พาร์ค ร่วมสัมผัสเสน่ห์ศิลปวัฒนธรรมไทย ได้ถึง 2 รอบ 14.00/17.00 น.ซึมซับคติสอนใจไปกับต้นแบบความยุติธรรมและซื่อสัตย์


“พาราไดซ์ พาร์ค” ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค จัดแสดงให้ชมฟรีต่อเนื่องงาน PARADISE PARK KHON THE THEATER” วันพุธที่ 21 มกราคม 2569 บริเวณชั้น 1 ลานรอยัลพาร์ค พลาซ่า ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค เชิญชวนสัมผัสความสุขและความงดงามศิลปวัฒนธรรมไทย ผ่านการแสดงโขนนาฏยศาสตร์อันทรงคุณค่าแห่งแผ่นดิน ชมการแสดง โขนรามเกียรติ์ ชุด “ท้าวมาลีวราชว่าความ” เป็นอีกตอนสำคัญที่แสดงให้เห็น “ความยุติธรรมและความซื่อสัตย์” เป็นหลักแห่งธรรมในสังคมไทย โดยท้าวมาลีวราชเป็นพรหมผู้ทรงศีล มีวาจาสิทธิ์และไม่เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใด แม้จะมีศักดิ์เป็นปู่ของทศกัณฐ์ก็ตาม


เนื้อหาดำเนินเรื่องด้วยการกล่าวถึง “การไต่สวนคดี” ระหว่างพระรามและทศกัณฐ์ จากกรณีลักพาตัวนางสีดา ท้าวมาลีวราชทรงอัญเชิญเหล่าเทพยดามาเป็นพยาน พร้อรับฟังคำให้การจากทั้งสองฝ่ายอย่างรอบคอบ โดยให้ทศกัณฑ์คืนนางสีดาแก่

พระราม โดยใช้การตัดสินตามความจริงและความถูกต้อง



“ชมฟรีโขนไทย” ร่วมสัมผัสเสน่ห์และความงดงาม พร้อมอนุรักษ์ศิลปะการแสดงดั้งเดิมให้คงอยู่ และส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน ในงาน PARADISE PARK KHON THE THEATER ได้ในวันพุธที่ 21 มกราคม นี้ ถึง 2 รอบ รอบละ 60 นาที เวลา 14.00 น. และ 17.30 น.

สอบถามเพิ่มได้ที่ เอ็ม บี เค คอนแทคท์เซ็นเตอร์ 1285 ติดตามกิจกรรม และโปรโมชั่นของศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ได้ที่ www.paradisepark.co.th เพจเฟซบุ๊ก Paradise Park อินสตาแกรม paradisepark_th และยูทูป paradiseparkchannel

 

“ลิซ่า...Feel all the Feeling เที่ยวทะเลบัวแดง จ.อุดรธานี

“ลิซ่า...Feel all the Feeling เที่ยวทะเลบัวแดงอุดรธานี

เที่ยวไทยสโลว์ไลฟ์งามเหนือกาลเวลาบนผืนน้ำสีชมพู

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ทะเลบัวแดงอุดรธานี #FeelAllTheFeeling

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “ลิซ่า :ลลิษา มโนบาล” แรฟเปอร์สาวไทยชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก แบรนด์ แอมบาสเดอร์ Amazing Thailand ปรากฏตัวครั้งที่สองในรอบเดือนมกราคม 2569  ในธีม Feel all the Feelings สมการรอคอย...แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม “ทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี“

“ลิซ่า” ในมิติ TAT x LISA มาพร้อมความงดงามเหนือกาลเวลา ท่ามกลางความสงบละมุนของทุ่งทะเลบัวแดงปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับผืนน้ำสีชมพูอ่อนแต่งแต้มด้วยดอกบัวนับพันเบ่งบานรับแสงแรกของเช้าวันใหม่

ช่วงเวลาที่ทุกสิ่งรอบตัวค่อย ๆ หมุนช้าลง โลกทั้งใบดูอ่อนโยนขึ้น และหัวใจได้สัมผัสถึงความอิ่มเอม พร้อมการพักผ่อนอย่างแท้จริง

ลิซ่ากับ ททท. เชิญทุกคนมา สัมผัสทุกความรู้สึก…ที่เมืองไทย เที่ยวได้ตลอดทั้งปี 365 วัน

 

วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

Thailand Boat Festival 2026 ททท.ชู IMG-TGดันไทยฮับเที่ยวทะเลยอร์ช/มารีน่า

ททท.ยึดThailand Boat Festival”ดันไทยฮับเที่ยวทะเล

ชูIMG-TGบูมยอร์ช/มารีน่า “ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย”

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ThailandBoatFestival2026 #ไทยศูนย์กลางเที่ยวทางทะเล

“ททท. ยึดเวที Thailand Boat Festival 2026” ยกระดับภาคใต้ “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค เชื่อมโยงไทยอินโดนีเซียมาเลเซีย ภายใต้กรอบ IMG-TGปลุกตลาดยอร์ช มารีน่า เช่าเหมาลำ คึกคัก

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สนับสนุนการจัด “Thailand Boat Festival 2026” เมื่อ 15–18 มกราคม 2569 ที่ภูเก็ต โบ๊ท ลากูน จังหวัดภูเก็ต เดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลของไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบ IMT-GT โดยใช้งานแสดงและกิจกรรมทางทะเลนานาชาติเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย โดยมี “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ

โดย ททท.ได้ใช้เวทีนี้เร่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) นำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวคุณภาพสูงสู่สากล ด้วยประสบการณ์บนฝั่ง แหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว และบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง สร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพในระยะยาว


ขณะเดียวกัน ททท.ได้นำผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมพร้อประชาสมพันธ์การท่องเที่ยวทางทะเล เน้นย้ำศักยภาพเดินทางเชื่อมโยงข้ามพรมแดน นำโดย คณะผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT (Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle) ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และศูนย์ประสานงานแผนงานเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซียมาเลเซียไทย (Centre for Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle: CIMT) 

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญทางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของอนุภูมิภาค โดยมี ททท. ร่วมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานจากประเทศสมาชิก IMT-GT เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ ทั้งการท่องเที่ยวยอร์ช มารีน่า บริการเช่าเรือแบบเหมาลำ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของทั้งไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด กำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลเชิงระบบ

ภายในงานได้ยังได้จัดเสวนาหัวข้อ “Unlocking Thailand’s Potential as a Leading Marine Tourism Destination in Southeast Asia” เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 15.3016.30 น. มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและสมาคมที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความพร้อมของไทย ด้านการพัฒนาบุคลากร สินค้าและบริการพร้อมเสนอขาย แนวทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลแบบไร้รอยต่อ ซึ่งทางผู้แทนภาครัฐและเอกชนได้ร่วมสะท้อนภาพความพร้อมของไทยในทุกมิติ ครอบคลุมเรื่องนโยบาย มาตรฐาน และการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล


นางสาววัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท. กล่าวว่า ชายฝั่งอันดามันของไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งที่พร้อมจะเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค” ภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT  ซึ่งมี “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” เป็นประตูสำคัญเชื่อมโยงการเดินทางทางเรือแบบไร้รอยต่อทั้งยอชต์ เรือสำราญ และเรือเฟอร์รี ระหว่างไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ขณะนี้ ททท. เน้นพัฒนาบุคลากร ยกระดับสินค้าและบริการ ทำให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

นางสาวศิวาพร ถำวาปี ผู้แทนกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า กรมฯ ให้ความสำคัญเรื่องยกระดับมาตรฐานและการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อให้ไทยมีความพร้อมรองรับนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก การทำงานร่วมกันภายใต้กรอบ IMT-GT จะช่วยสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวทางทะเลที่เข้มแข็ง ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทยสู่สากล

นายวัฒนา โชคสุวณิช ประธานสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเรือสำราญไทย กล่าวว่า งาน Thailand Boat Festival 2026 คือพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนได้พัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” พร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการเดินทางทางเรือกับลังกาวี ปีนัง และซาบัง มาเลเซีย เพื่อสร้างประสบการณ์ยอช์ตระดับโลก ภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ 3 ประเทศ

เมื่อ 17 มกราคม 2569 เวลา 15.30–16.30 น. ได้จัดเสวนาหัวข้อ “IMT-GT as a Dreamed Destination for Quality Yacht Experience” มีผู้แทนจากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสมาชิก IMT-GT ร่วมเสนอวิสัยทัศน์ จุดแข็ง และโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT เน้นย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค ร่วมกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย

ได้แก่ Mr. Amri Bukhairi Bakhtiar, Director, Centre for the Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (CIMT)Mr. Saut F. Siagian, SVP Marketing & Business Development, PT. Pelabuhan Indonesia (Pelindo) และ Mr. Mohd Ashrul Ashraf Mohd Noor, Deputy Director, Package Development Division, Tourism Malaysia ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ จุดแข็ง และโอกาสพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลเชื่อมโยง 3 ประเทศ ผลักดันความร่วมมือต่อเนื่องเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป

โดยมี นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการกองเลขานุการและวิเทศสัมพันธ์ ททท. ร่วมถ่ายทอดทิศทางความร่วมมือระหว่างประเทศและบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทางทะเลภายใต้กรอบ IMT-GT

ขณะที่ผู้แทนหน่วยงานไทยและประเทศสมาชิก IMT-GT ได้หารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลให้เกิดความต่อเนื่องเป็นรูปธรรม เช่น การจัดทำคู่มือสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 ประเทศ การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวทางทะเล การจัดกิจกรรมทางการตลาดภายใต้แบรนด์ Sail IMT-GT นำไปสู่ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกรอบ IMT-GT ระยะต่อไป



 

FITUR 2026ททท.นำธุรกิจร่วมปั๊ม2ตลาดไกลหวังโกย745ล้าน-ปี69ดึงสเปนมาไทย2.5แสนคน

ททท.ควงธุรกิจ 26 รายร่วม“ FITUR 2026”ปั๊ม 2 ตลาดไกลปี 69 หวังรายได้ 745 ล้าน-ตั้งเป้าทำนิวไฮสเปนมาไทย 2.5 แสนคน ททท.นำเอกชนร่วมงาน FITUR2...