วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2569

ททท.รับแอร์ไลน์ใหม่“เบลาเวียฯ”เบลารูสบินตรงอู่ตะเภา&ภูเก็ตบูมเที่ยวทะเลตะวันออก-ภาคใต้

ไทยรับแอร์ไลน์ใหม่“เบลาเวียฯ”เบลารูสบินตรงอู่ตะเภา&ภูเก็ต

ททท.ลุยขยายตลาดระยะไกลบูมเที่ยวทะเลตะวันออก-ภาคใต้

 

ททท.ต้อนรับสายการบินเบลาเวียเบลารูเซียน เปิดบินตรงเมืองมินต์ เบลารูสมายังอู่ตะเภาและภูเก็ตปี 2569

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #BelaviaBelarusianAirline #เบลารูส

ททท.รับแอร์ไลน์สใหม่ “เบลาเวีย เบลารูเซียน” ขยายตลาดคุณภาพ “เบลารูส” บินไกลข้ามทวีปสู่เมืองชายทะเลของไทย 2 เส้นทาง “พัทยา” ภาคตะออก “ภูเก็ต” ภาคใต้ ขานรับสัญญาณปี’68 เติบโต 56%

นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ขยายการท่องเที่ยวคุณภาพตลาดใหม่สาธารณรัฐเบลารุส ต้อนรับสายการบิน เบลาเวีย เบลารูเซียน (Belavia Belarusian Airlines) เปิดปฐมฤกษ์บินตรงจาก เมืองมินสค์ มาไทยในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางทะเลภาคตะวันออกและภาคใต้ 2 เส้นทาง ได้แก่



เส้นทางที่ 1 มายังท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ BRU 8605 เริ่ม 9 มกราคม 2569 มาถึง 12.00 น. ด้วยเครื่องแอร์บัส A230-200 ขนาดบรรทุกผู้โดยสาร 281 ที่นั่ง/เที่ยว ให้บริการการบินทุก 11–12 วัน พร้อมจะเปิดประตูการท่องเที่ยวสู่ภาคตะวันออกของไทย

โดยมี ททท.พร้อมด้วยพลเรือเอก อาภา ชพานนท์ ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา และพันธมิตรภาครัฐและเอกชนด้านการท่องเที่ยว ให้เกียรติต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มากับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ด้วย


เส้นทางที่ 2 ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต เริ่ม 12 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมทางทะเลของไทยที่โดดเด่น ตอบโจทย์ความสนใจนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

การเปิดเส้นทางบินตรงของสายการบินเบลาเวีย เบลารูเซียน ครั้งนี้ จะช่วยขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากภูมิภาคยุโรป ผนวกการตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมของตลาดระยะไกล ด้วยจุดขายแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลภาคตะวันออกและภาคใต้

ปี 2568 มีนักท่องเที่ยวเบลารุสเดินทางมาไทยตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2568 รวมทั้งสิ้น 32,179 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 56.48 % มีระยะเวลาพักเฉลี่ยในไทย 10 วัน/ทริป ส่วนใหญ่ชื่นชอบแหล่งท่องเที่ยวหาดทรายชายทะเลในไทย สนใจในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและเชิงกีฬา และซอฟท์ แอดเวนเจอร์ เบลารุสเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวภูมิภาคยุโรปที่น่าสนใจและมีแนวโน้มและศักยภาพเติบโตสูง เป็นเป้าหมายสำคัญของ ททท.พร้อมจะใช้กลยุทธ์ Airlines Focus ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวระยะไกลขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพตลอดปี 2569

 


บางจากชู ESG อยู่ในDNAดูแลสังคมขับเคลื่อนธุรกิจ ย้ำพลังงานสู่ความยั่งยืน

บางจากชู ESG อยู่ในDNAดูแลสังคมขับเคลื่อนธุรกิจ

ยึดเวทีครอบครัวข่าว3Forumย้ำพลังงานสู่ความยั่งยืน


นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ซีอีโอ บมจ.บางจากขึ้นเวทีย้ำ ESG คือ DNA ธุรกิจพลังงานสู่ความยั่งยืน


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ESG #DNAขับเคลื่อนธุรกิจ

ซีอีโอบางจากลั่น “ESG อยู่ใน DNA ของเรา: มุ่งมั่นดูแลสังคม ควบคู่นำธุรกิจเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน” ชูเป็นหัวใจขับเคลื่อนความยั่งยืน ผ่านเวทีครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ย้ำชัดความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล




นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ร่วมเสวนาหัวข้อ “The Sustainability Imperative: ESG as a Core Business Strategy – เจาะลึกกฎระเบียบโลกใหม่และโอกาสทางธุรกิจสีเขียว” ในงานครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ทิศทางโลก ทิศทางไทย : Global Dynamics and Thailand’s Future เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ร่วมกับ นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายนรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นายกิตติ สิงหาปัด จัดโดย สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายชัยวัฒน์ ได้กล่าวถึงแนวคิดของบางจากในการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG เป็นแกนกลางมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ ESG เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจตั้งแต่ต้น เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่การสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น มีตัวอย่างคือ “สถานีบริการน้ำมันสหกรณ์การเกษตรหรือปั๊มชุมชน” ถือกำเนิดขึ้นเมื่อแล้วกว่า 30 ปี คอยช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำมันราคาแพงและไม่มีคุณภาพ รวมทั้งสร้างรายได้ให้สมาชิกสหกรณ์ฯ จัดเป็นวิสาหกิจชุมชนยุคแรก ๆ ของไทยเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนในอดีตเป็น CSR คือการแบ่งปันวันที่มีกำไร ทางบางจากฯ ไม่ได้มองเป็นเพียงการบริจาค แต่ ESG คือการหลอมรวมความยั่งยืนให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจนั่นเอง




ซีอีโอบางจากยังสะท้อนให้เห็นถึง “การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างรอบด้านและมองไกล” ยกตัวอย่าง 10 ปีก่อนช่วงที่โลกเริ่มเปลี่ยนจากน้ำมันไปสู่ไฟฟ้า บางจากฯ มองเรื่องแบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของระบบพลังงานใหม่ กับลิเทียมคือวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์ ระยะแรกจึงเข้าไปลงทุนและเรียนรู้ พร้อมขยายการลงทุนพลังงานสะอาดต่อเนื่อง เริ่มจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม

กระทั่งผ่านมาถึงปัจจุบันโลกยุคดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยดาต้า เซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่ จำเป็นต้องมีพลังงานที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง ต้องก้าวข้ามข้อจำกัดของพลังงานเดิมไปสู่พลังงานฐาน เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพ เพื่อข้ามขีดจำกัดของพลังงานเดิมไปสู่พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน




“ด้านกลไกตลาดคาร์บอน” บางจากฯ ริเริ่มก่อตั้ง Carbon Markets Club สนับสนุนการบริหารจัดการและการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในเมืองไทย รองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น CBAM ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสร้างความรู้ ความร่วมมือ ระบบนิเวศด้านคาร์บอนให้ภาคธุรกิจไทย ใช้ตลาดคาร์บอนเป็นกลไกทางเศรษฐกิจมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งองค์กรและบุคคลกว่า 1,700 ราย พร้อมต่อยอดความร่วมมือสู่ระดับภูมิภาคผ่านกรอบ ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) เสริมอำนาจต่อรองของอาเซียนบนเวทีโลกได้ด้วย




“ด้านธรรมาภิบาล” ย้ำถึงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการของบางจากฯ ที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยบริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มากกว่า 10% แต่ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีอำนาจควบคุม เพราะไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดถือหุ้นเกิน 25% ของสิทธิออกเสียง พร้อมยึดหลักการถ่วงดุลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจทุกภาคส่วนต่อเนื่องกว่า 40 ปี

นายชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ESG อยู่ใน DNA บางจากฯ ซึ่งดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงดีที่สุดให้ธุรกิจในระยะยาว จึงขอให้มั่นใจบางจากยังยึดมั่นการดูแลสังคมควบคู่กับการตอบแทนผู้ถือหุ้นในแง่ธุรกิจอย่างโปร่งใสมีธรรมาภิบาล

 

ต่างชาติเที่ยวไทยปีใหม่สองสัปดาห์แรก1-11 ม.ค.69 ทะลุ1.12ล้านคน

ต่างชาติเที่ยวไทย2สัปดาห์แรกปีใหม่ทะลุ1.12ล้านคน

“จีน-มาเลเซีย”เกินแสนคน-เกาหลีใต้มาแรงสุดโต47%

ต่างชาติเที่ยวไทยปีใหม่ 2 สัปดาห์แรก 1-11 ม.ค.69 รวม1,121,549 คน รายได้ 55,030 ล้านบาท

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #สถิติท่องเที่ยว #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

ต่างชาติเที่ยวไทยไฮซีซั่น 11 วันแรกต้อนรับปีใหม่’69 ทะลุ 1.12 ล้านคน รายได้ 5.5 หมื่นล้าน “เกาหลีใต้” มาแรงสุดเพิ่ม 47 %                             

 

นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวต้อนรับสองสัปดาห์แรกปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1-11 มกราคม 2569 มีนักท่องเที่ยว “ต่างชาติ” เดินทางมาไทยรวมทั้งสิ้น 1,121,549 คน สร้างรายได้ประมาณ 55,030 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก  ได้แก่ มาเลเซีย 117,039 คน สาธารณรัฐประชาชนจีน 112,204 คน รัสเซีย 109,600 คน อินเดีย 77,455 คน และเกาหลีใต้ 55,262 คน เพิ่มขึ้น 47% ขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 จากเดิมอันดับ 8


 

“เฉพาะสัปดาห์” วันที่ 5-11 มกราคม 2569 ภายใน 7 วัน มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมทั้งสิ้น 745,158 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 20,187 คน หรือ 2.78 % เฉลี่ยวันละ 106,451 คน โดย 5 อันดับแรก ได้แก่

 

อันดับ 1 สาธารณรัฐประชาชนจีน 81,863 คน เพิ่ม 24.07 %

อันดับ 2 รัสเซีย 67,839 คน ลดลง 3.89 %

อันดับ 3 มาเลเซีย 66,495 คน ลดลง 26.49 %

อันดับ 4 อินเดีย 52,570 คน เพิ่มขึ้น 8.20 %

อันดับ 4 เกาหลีใต้ 39,327 คน เพิ่มมากสุด 46.70 %

 

“สัปดาห์ถัดไป” วันที่ 12-18 มกราคม 2569 คาดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาลดลง แต่ยังคงมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การท่องเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นจากภูมิภาคยุโรป อเมริกา รวมทั้งแผนตลาดการขายกระตุ้นและส่งเสริมสายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินเพิ่มสูงขึ้นด้วย

 

 

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

“ลิซ่า”ลุยโปรโมทเที่ยวเมืองไทย“Feel all the Feelings” สัมผัสเสน่ห์“วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่”

“ลิซ่า”ลุยโปรโมทเที่ยวเมืองไทย“Feel all the Feelings

ชวนทั่วโลกมาสัมผัสเสน่ห์ “วัดเจดีย์หลวง เชียงใหม่”


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AmazingThailand #AmazingThailandXLisa #FeelAllTheFeelings

LISA : ลลิษา มโนบาล ศิลปินไทยโด่งดังระดับโลก นำร่องโปรโมทเที่ยวเมืองไทยกับ Feel all the Feelings ชวนเดินทางมายัง “วัดเจดีย์หลวง” จังหวัดเชียงใหม่ สัมผัสความสง่างามตระการตา ท่ามกลางแสงเทียนยามค่ำคืน พร้อมจะพานกเดินทางทุกคนดำดิ่งกลับสู่เรื่องราวแห่งอดีตที่ยังคง “มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน” มากล้นความงดงาม ลึกลับ เต็มไปด้วยเสน่ห์อย่างมีมนต์ขลัง ทำให้ทุกคนยากจะละสายตาเข้าถึงทุกความรู้สึกเมื่อได้เที่ยวเมืองไทย

 

English Version…

Feel the splendour at Wat Chedi Luang, Chiang Mai,

as candlelight glows through the night,

guiding every step deeper into a history shaped by time.

Fascinating, mysterious, and beautifully unforgettable.

Feel all the Feelings

 

“AOT”6สนามบินแจกอินเซ็นทีฟแอร์ไลน์ม.ค.-มี.ค.69 หนุน”การบิน-ท่องเที่ยว”ไฮซีซั่นโตแรง

AOT6สนามบินแจกอินเซ็นทีฟแอร์ไลน์ม.ค.-มี.ค.69

ดัน 2 อุตสาหกรรม”การบิน-ท่องเที่ยว”ไฮซีซั่นโตแรง

AOT อนุมัติใช้มาตการแจกอินเซ็นทีฟส่วนลดค่าบริการเพิ่มเที่ยวบินและท่องเที่ยวไฮซีซั่นปี2569
 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT

AOT เปิดมาตรการ นำ 6 สนามบิน “แจกอินเซ็นทีฟ “ลดค่าบริการบิน+สิทธิประโยชน์” ให้แอร์ไลน์ทั่วโลกรับไฮซีซั่นช่วงตารางบินฤดูหนาว เริ่ม ม.ค.-มี.ค.69 ดัน 2 อุตสาหกรรม “การบิน-ท่องเที่ยว” ตลาดนานาชาติเข้าไทยโต เน้นปลุกตลาดจีน ช่วยจ้างงาน เพิ่มรายได้




            นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า AOT ได้จัดทำโครงการส่งเสริมตลาดด้านการบิน กระตุ้นพร้อมกัน 2 อุตสาหกรรมทั้งการบินและการท่องเที่ยว เน้นปลุกกระแสตลาดนักท่องเที่ยวจีนให้หันมาไทยมากขึ้น ปี 2569 มีจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเดินทางเข้ามาเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น เป็นผลมาจากจัดทำมาตรการส่งเสริมตลาดด้านการบินท่าอากาศยาน ส่งผลถึงสถานการณ์ปัจจุบันมีนักเดินทางผ่านท่าอากาศยานอยู่ในความดูแลของ AOTทั้ง 6 แห่ง

โดยได้ศึกษาโอกาสการ “เพิ่มเที่ยวบินจากต่างประเทศ” จากมาตรการส่งเสริมการตลาดดังกล่าว มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ



ด้วยกลยุทธ์ “การให้ส่วนลดค่าบริการด้านการบินและสนับสนุนสิทธิประโยชน์” (Incentive) แก่สายการบินเลือกบินทดแทนเที่ยวบินที่คืนตารางการบิน (Slot) โดยคณะกรรมการ AOT ประชุมครั้งที่ 19/2568 เมื่อ 24 ธันวาคม 2568 อนุมัติมาตรการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม-28 มีนาคม 2569 จะช่วยกระตุ้นให้สายการบินตัดสินใจทำการบินมาไทยเร็วยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียรายได้จากการยกเลิก Slot ของสายการบิน และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดด้านการบินด้วย อีกทั้งยังสามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศมายังท่าอากาศยาน AOT

วิธีดำเนินการดังกล่าว ทั้งช่วยดึงเที่ยวบินและผู้โดยสารกลับมามากขึ้นแล้ว ยังสร้างความยั่งยืนกับตารางบินหรือ Slot เสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างตลาด พร้อมทั้งวางรากฐานที่มั่นคงให้อุตสาหกรรมการบินในอนาคตได้ด้วย




นางสาวปวีณา กล่าวว่า มาตรการให้อินเซ็นทีฟลดค่าบริการการบินและสิทธิประโยชน์แก่สายการบิน ตลอดไฮซีซั่นปี 2569 จะช่วยเพิ่ม 2 ส่วน คือ 1.จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศและ 2.จำนวนผู้โดยสารช่วงฤดูการเดินทางท่องเที่ยว ทำให้ผลลัพธ์เชิงบวกกับการท่องเที่ยว การจ้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศ เน้นย้ำบทบาท AOT ในฐานะองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืนทั้งปัจจุบันและอนาคต

 

ททท.Tencent-WeTV-SichuanTV”ปลุกทัวร์จีนรุ่นใหม่ ปี’69หวังรายได้2.6แสนล้าน

ททท.Tencent-WeTV-SichuanTV”ปลุกทัวร์จีนรุ่นใหม่

ปี’69ผนึก2รายการดังบูมเที่ยวไทยหวังโกย2.6แสนล้าน

 

ททท.ร่วมกับสื่อชั้น Tencent-WeTV-SuchuanTVผลิตคอนเทนท์กระตุ้นตลาดจีนรุ่นใหม่เที่ยวไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT # Tencent #WeTV #SichuanTV

ททท.ผนึกสื่อค่ายใหญ่ “Tencent-WeTV-Sichuan TV”คอนเทนต์ท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มยอดนิยม 2 ราย ปลุกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ Gen Y-Z ตั้งเป้าปี69 โกยรายได้จีนเที่ยวไทย 2.6 แสนล้านบาท

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ต้อนรับปี 2569 เร่งกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสื่อพันธมิตรชั้นนำของจีน ได้แก่ Tencent, WeTV และ Sichuan TV สร้างสรรค์คอนเทนต์ท่องเที่ยวคุณภาพ ประเภทรายการวาไรตี้และภาพยนตร์โฆษณา (Television Commercial: TVC) นำเสนอเสน่ห์ไทยมิติใหม่ สร้างแรงบันดาลใจและเสริมความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ในการเดินทางโดยเฉพาะกลุ่ม Generation Y และ Generation Z


ปี 2569 ททท. ตั้งเป้าหมายสร้าง “รายได้ท่องเที่ยว” จากตลาดนักท่องเที่ยวจีน มูลค่ารวม 260,204 ล้านบาท ผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมครองใจนักท่องเที่ยวจีนอย่างยั่งยืนอีกครั้ง

ททท.กับสื่อชั้นนำของจีนร่วมมือกันขับเคลื่อนผ่าน Tencent Video และ WeTV ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ชมชาวจีนรุ่นใหม่ เลือกไฮไลต์ 2 รายการ ได้แก่

รายการแรก ผลิตเนื้อหาวาไรตี้ท่องเที่ยวเชิงอาหาร “TASTEFUL THAILAND”

รายการที่สอง FOREVER by YOUR SIDE” ซึ่งเป็นรายการ Dating เชิงท่องเที่ยว ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมอาหาร ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวไทย  

 


แล้ว ททท. ยังได้ร่วมมือกับ Sichuan TV จัดทำ “ภาพยนตร์โฆษณา” ทำการประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ CHU YI ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Key Opinion Leader: KOL) ชื่อดังของจีน ถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยทันสมัยในมุมมองใหม่ แปลกใหม่ เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ภายใต้แคมเปญ “Play the New Thai Way” สะท้อนภาพลักษณ์เมืองไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก



“แผนการดำเนินงาน ปี 2569” ททท. เตรียมเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการตลาดขนาดใหญ่ในตลาดจีน ภายใต้ชื่อ “จงไท่อี่เจียชิน” หรือ “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดและการขาย จัดอีเวนต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี นำเสนอเมืองน่าเที่ยวของไทยที่มีศักยภาพเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนแต่ละกลุ่มวัย

 

“TCEB-Techsauce”จัดTechsauce Next Entrepreneur’s Summitปั้นโคราช“ซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่-เมือง AI”

TCEB-Techsauce”จัดTechsauce Next Entrepreneur’s Summit

บิ๊กอีเวนต์ประเดิมปั้นโคราช“ซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่-เมือง AI 

TCEB”กับTecsauceจัด Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”ปั้นโคราชเป็นซิลิคอนวัลเลย์-เมืองAI

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #TechsauceNextEntrepreneursSummit 

TCEB ผนึก Techsauce จัดบิ๊กอีเวนต์ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”ประเดิมที่ “โคราช” 15 มี.ค.69 เดินหน้าปั้น Silicon Valley แห่งใหม่” และ “เมืองแห่ง AI”

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บจัดงาน Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่โคราช ฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช โดยจับมือกับ Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Tech Ecosystem Builder) ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยร่วมกับหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ขยายความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมแห่งแรกที่นครราชสีมาด้วยการออกแบบเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเปิดต้อนรับผู้ประกอบการ SMEs ทายาทธุรกิจสตาร์ทอัพ นักศึกษา และผู้ที่สนใจ

งานครั้งนี้มุ่งสร้างยุทธศาสตร์สำคัญโดยใช้ศักยภาพนครราชสีมา เป็นได้มากกว่าประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสาน แต่ยังมีศักยภาพพร้อมพัฒนาเป็น “Silicon Valley แห่งใหม่” และ “เมืองแห่ง AI ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์

วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค” การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์เพื่อ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้ “นครราชสีมา” เป็น “โมเดลต้นแบบ” ของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ : Entrepreneurial Ecosystem ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย

กล่าวถึงการสร้างระบบนิเวศธุรกิจว่า "การสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศสตาร์ทอัพในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง จะนำไปสู่การจ้างงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ งานนี้จึงเป็นจุดนัดพบสำคัญที่จะเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และนักลงทุน ให้มองเห็นโอกาสในตลาดศักยภาพใหม่ (Emerging Market) ของภาคอีสาน"

เจาะลึก 5 แกนหลัก Content Themes: Inspire & Enable เนื้อหาถูกออกแบบมาเพื่อมอบทั้ง "แรงบันดาลใจ" และ "เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง" ผ่าน 5 แกนหลักสำคัญดังนี้

1.Vision of Isan's Future: ฉายภาพอนาคตโคราชในฐานะ Satellite City และเส้นทางสู่ Silicon Valley แห่งภาคอีสาน

2.Business Transformation & Family Business: เจาะลึกการบริหารธุรกิจครอบครัว (From Generation to Generation) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจ

3.AI for Industries: การประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมแม่เหล็ก ทั้ง Smart Farming (เกษตรอัจฉริยะ), Health Tech (สุขภาพ) และ Retail Tech (ค้าปลีก)

4.Financial & SME Clinic: Workshop เชิงลึกด้านการบริหารการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการวางโครงสร้างการเงินของธุรกิจ เพื่อให้สร้างกำไร

5.Digital Marketing & E-Commerce: ติดอาวุธการตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำ เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ระดับโลก

“อรนุช เลิศสุวรรณกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Techsauce กล่าวว่า Techsauce มีเป้าหมายจะทำให้ไทยเป็น “เทค เกตเวย์” ของภูมิภาค การจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่น จึงจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเป็นสะพานหรือเกตเวย์เชื่อมโอกาสนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายธุรกิจระดับสากลให้คนรุ่นใหม่ภาคอีสาน โดยมุ่งหวังสร้างเวทีเชื่อมต่อ “งานวิจัย”ไปสู่ “ธุรกิจ” และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีให้เข้ามาในพื้นที่ โดยเน้นสร้างให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตสามารถแข่งขันได้ทั้งระดับประเทศและสากลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตอย่างยั่งยืน




“ไพจิตร มานะศิลป์” ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่านครราชสีมีศักยภาพสูงในการเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์” นำเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลักอย่าง เกษตร ค้าปลีก และสุขภาพ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองและสนับสนุนเป้าหมายการเป็น สมาร์ท ซิตี้ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน” ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน จะได้พบกับกิจกรรมที่จัดเต็มทุกมิติ ได้แก่ :

-Conference: เวทีเสวนาจาก Speaker ชั้นนำระดับประเทศและท้องถิ่น

-Workshop / SME Clinic: พื้นที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจและการใช้เครื่องมือดิจิทัล

-Exhibition: โซนแสดงนวัตกรรมและโซลูชันจากสตาร์ทอัพเพื่อแก้ปัญหาธุรกิจ

-Networking: การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุนและคู่ค้า


ททท.รับแอร์ไลน์ใหม่“เบลาเวียฯ”เบลารูสบินตรงอู่ตะเภา&ภูเก็ตบูมเที่ยวทะเลตะวันออก-ภาคใต้

ไทยรับแอร์ไลน์ใหม่“เบลาเวียฯ”เบลารูสบินตรงอู่ตะเภา & ภูเก็ต ททท.ลุยขยายตลาดระยะไกลบูมเที่ยวทะเลตะวันออก-ภาคใต้   ททท.ต้อนรับสายการบิ...