วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569

“ททท.-Red Bull”โชว์บินวิงสูทนำไทยเมืองทัวร์กีฬาโลก นำสตันท์แมนฮอลิวูดบูมเลอบัวแลนด์มาร์กกลางกรุง

“ททท.-Red Bull”โชว์บินวิงสูทนำไทยเมืองทัวร์กีฬาโลก

นำสตันท์แมนฮอลิวูดบูมเลอบัวแลนด์มาร์กกลางกรุง

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #RedBull #Wingsuitflying

ททท.ควง  Red Bull” นำสตันท์แมนฮอลิวูดโชว์ “การบินวิงสูท” เปิดประวัติศาสตร์ “การท่องเที่ยวเชิงกีฬา” มุมใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ เหนือเมฆผ่านตึกระฟ้า “เลอบัว สเตท” แลนด์มาร์กระดับโลกลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับ Red Bull สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้วงการท่องเที่ยวและกีฬาเอ็กซ์ตรีมเมืองไทย ด้วยการสนับสนุน “การบินวิงสูท” (Wingsuit flying) นำสตันท์แมนฮอลิวูดบูมเลอบัวแลนด์มาร์กกลางกรุงครั้งประวัติศาสตร์เหนือกรุงเทพมหานคร โดยมี Miles Daisher สตันท์แมนระดับฮอลลีวูดและนักกีฬาสังกัดทีม เรดบูล แอร์ ฟอร์ซ กระโดดร่มด้วยความเร็ว 260 กม./ชั่วโมง จากเครื่องบินร่อนผ่านแลนด์มาร์กระดับโลกตึก “เลอบัว สเตท ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ” ก่อนลงบนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นกิจกรรมผลักดันภาพลักษณ์ของไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และกิจกรรมท้าทายระดับโลก


ความร่วมมือครั้งนี้ระหว่าง ททท. กับ Red Bull มีเป้าหมายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experience-based Tourism) กระตุ้นให้นักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลกมาร่วมสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย มีคุณค่าและน่าประทับใจในประเทศไทย

“กิจกรรมเอ็กซ์ตรีม” ถือเป็นอีกหนึ่งเทรนด์มาแรงด้านวัฒนธรรมย่อย (Sub-Culture) ทาง ททท. ส่งเสริมภายใต้กลยุทธ์ Amazing 5 Economy ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยเพื่อ “เพิ่มค่าใช้จ่ายและจำนวนวันพัก”มากขึ้น และสร้างภาพลักษณ์ไทยสู่การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และกิจกรรมท้าทายระดับโลก




การจัดกิจกรรม “วิงสูท” ในเมืองไทยครั้งนี้ ททท.ได้นำการท่องเที่ยวก้าวข้ามขีดจำกัดรูปแบบเดิม ๆ ด้วยการนำกิจกรรมในพื้นที่ธรรมชาติ มาสร้างประสบการณ์ใหม่ใจกลางเมืองหลวงของไทย นำเสนอความพร้อมของไทยพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ ควบคู่การรักษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

การแสดงวิงสูทเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 มีฉากหลังเป็นเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพมหานคร ทาง Miles Daisher กระโดดจากอากาศยานเหนือน่านฟ้า ร่อนผ่านเลอบัว สเตท ทาวเวอร์ สถานที่มีชื่อเสียงเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกจากภาพยนตร์ The Hangover Part II  ซึ่งมีร้านยอดนิยมอย่าง “ซีรอคโค” กับ “สกายบาร์” จากนั้นได้ลงจอดอย่างแม่นยำบนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้ชมคนไทยและต่างชาติ




สำหรับกิจกรรมนี้ช่วยขับเคลื่อนไทยเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงผจญภัยทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือกิจกรรมกลางแจ้งในแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น กระบี่ โด่งดังเรื่องหน้าผาและชายหาดระดับโลก

ดังนั้นการบินวิงสูทเหนือกรุงเทพฯ เป็นมากกว่าสร้างสถิติใหม่ในวงการกีฬาเอ็กซ์ตรีม แต่ยังสื่อสารมุมมองใหม่ภาพลักษณ์ประเทศไทย พร้อมเป็น “Global Destination” รองรับกิจกรรมระดับโลกได้อย่างมีมาตรฐานและปลอดภัย

 

ททท.ทำLOI ซานย่าขยายท่องเที่ยวครบวงจรไทย-จีน

ททท.ทำLOI ซานย่าขยายท่องเที่ยวครบวงจรไทย-จีน

รุก3ตลาด“มิลเลนเนียล-ครอบครัว-สุขภาพไลฟ์สไตล์”

 

ททท. ทำ LOI กับเมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน เดินหน้าการท่องเที่ยวครบวงจร

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #เมืองซานย่าจีน


ททท.ทำ LOI เมืองเศรษฐกิจ “ซานย่า” จีน ขยายแนวรุกรอบด้าน “ตลาด-สื่อสาร-พีอาร์-เชื่อมโยงสินค้า-โปรโมทเส้นทาง” ผ่านดิจิทัล เจาะ 3 กลุ่ม “มิลเลนเนียล-ครอบครัว-สุขภาพ/ไลฟ์สไตล์”



นางสิริเกศอนงค์ ไตรรัตนทรงพล ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ร่วมลงนามหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent: LOI) กับ Ms.Ma Nan ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ในงาน Sanya Tourism Promotion Press Conference in Thailand ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ

สาระสำคัญความร่วมมือ มุ่งดำเนินงานเชิงรุกหลายมิติ ได้แก่ การส่งเสริมการเดินทางระหว่างไทย–จีน การทำตลาดและประชาสัมพันธ์ร่วมกันในระดับนานาชาติ การพัฒนาและเชื่อมโยงสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยว ตลอดจนการแลกเปลี่ยน KOLs และ Influencers เพื่อขับเคลื่อนการสื่อสารและสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางผ่านช่องทางดิจิทัล

โดยทั้งสองฝ่ายยังได้หารือแนวทางการต่อยอดความร่วมมือในอนาคต เช่น การส่งเสริมการเชื่อมโยงเส้นทางการเดินทางระหว่างกัน และการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง




“เมืองซานย่า” ถือเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวชายทะเลระดับนานาชาติของจีน ตั้งอยู่ในมณฑลไห่หนาน เป็นประตูสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจีนเชื่อมโยงสู่ภูมิภาคอาเซียน มีศักยภาพสูงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเดินทาง โดยไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่มีศักยภาพพร้อมรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลัก คือ 1.คนรุ่นใหม่/Millennials 2.ครอบครัว 3.กลุ่มสุขภาพและไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยม (Healt& Lifestyle h Premium) นิยมเที่ยวเชิงสุขภาพ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์

ประเทศไทยพร้อมนำเสนอประสบการณ์การท่องเที่ยวคุณภาพ ภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads” มุ่งเน้นสร้างประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่การยกระดับความเชื่อมั่นผ่านโครงการ “Trusted Thailand”

การลงนามครั้งนี้จะช่วยยกระดับความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับเมืองซานย่า สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมุ่งสร้างตลาดเติบโตผ่านกลไก Two-way Tourism พร้อมสร้างการรับรู้และแรงบันดาลใจในการเดินทางของประชนระหว่างกัน ผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย–จีน เติบโตอย่างยั่งยืน




 

ซีอีโอบางจากเสนอแนวคิดในรายงาน 2 ฉบับ WEF Net Zero CEOแนะผนึกระดับภูมิภาค-ปลดล็อกSAF

ซีอีโอบางจากเสนอแนวคิดในรายงาน 2 ฉบับ WEF

Net Zero CEOแนะผนึกระดับภูมิภาค-ปลดล็อกSAF




เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #WEF #NetZeroCEO #SAF

ผู้นำบางจากร่วมเสนอในรายงาน “World Economic Forum เผยแพร่ล่าสุด ฉบับ ชู “การเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero CEO แนะต้องพึ่งความร่วมมือระดับภูมิภาค ชี้ปลดล็อกเรื่อง “SAF ในอุตสาหกรรมการบินโลก

            World Economic Forum : WEF ได้เผยแพร่รายงานสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่ Global Aviation Sustainability Outlook 2026 และ Industrial Transformation in ASEAN: A Cluster-Driven Model for Regional and Global Collaboration เพื่อสะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero ทั้งระดับอุตสาหกรรมการบินและภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาค


นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมสะท้อนมุมมองในรายงานทั้ง 2 ฉบับ คือรายงานแรก “Industrial Transformation in ASEAN” เกี่ยวกับ  “การสร้างหน่วยผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน” (SAF) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น หาก “ไม่มี” นโยบายที่ชัดเจนและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ สายการบินก็ยังคงลังเลจะทำสัญญารับซื้อ SAF ในระยะยาว สิ่งที่จะทำให้เกิดการขยายตัวในระดับที่แท้จริงคือ ต้องกำหนดเป้าหมายการผสมเชื้อเพลิง ที่มีผลผูกพัน มาตรการด้านภาษีหรือเงินอุดหนุนเพื่อลดช่องว่างด้านราคา รวมถึงยอมรับวัตถุดิบที่ได้การรับรองตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยขยายกำลังการผลิตและสายการบินที่จะนำไปใช้โดยเกิดขึ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นายชัยวัฒน์ ยังเน้นเรื่องการสู่ความยั่งยืนจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ โดยเฉพาะรูปแบบ cluster-based collaboration ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม ห่วงโซ่อุปทาน และโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน เพื่อเร่งให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้จริงระดับภูมิภาค

ในรายงาน Industrial Transformation in ASEAN เผยแพร่เมื่อมกราคม 2569 ได้แสดงให้เห็นถึง “อาเซียน” มีศักยภาพเป็นฐานสำคัญการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรม หากสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศและภาคอุตสาหกรรมในลักษณะคลัสเตอร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เร่งการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่

            ส่วนรายงานฉบับที่สอง “Global Aviation Sustainability Outlook 2026 จัดทำโดยผู้บริหารทั่วโลกร่วมมือกันกว่า 100 องค์กร ระบุว่าอุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญ “ความจริง 2 ด้าน” คือ

1.ความต้องการเดินทางยังเติบโตต่อเนื่อง แต่ก็มีแรงกดดันลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้อนาคตการเติบโตอยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านต้นทุน เทคโนโลยี นโยบาย และห่วงโซ่อุปทาน

ในรายงานได้ระบุเรื่อง “น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน : Sustainable Aviation Fuel: SAF เป็นกลไกหลักระยะใกล้-กลาง แม้ยังเผชิญข้อจำกัดด้านต้นทุนและวัตถุดิบ ส่วนเทคโนโลยีทางเลือก เช่น e-fuels และไฮโดรเจน ยังต้องใช้เวลาพัฒนาเพิ่มเติม ส่วนระยะสั้นเป็นการใช้ดิจิทัลและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน  

บทนำรายงานฉบับนี้นำเสนอมุมมองร่วมของผู้นำอุตสาหกรรมระดับโลก รวมถึงนายชัยวัฒน์ สะท้อนว่า อุตสาหกรรมการบินยงมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero แต่จำเป็นต้อง “ปรับเส้นทาง” ให้สอดคล้องกับข้อจำกัดจริง ทั้งด้านต้นทุน เทคโนโลยี และบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นได้ในทางปฏิบัติ

พร้อมทั้งเสนอแนวคิด “ambitious but pragmatic” หรือการขับเคลื่อนด้วยความทะเยอทะยานคู่กับความเป็นจริง เน้นการลงทุนในเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งาน การจัดลำดับความสำคัญ การบริหารความเสี่ยง เพื่อให้บรรลุ Net Zero ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบ ตั้งแต่ภาครัฐ อุตสาหกรรม ไปจนถึงภาคการเงิน 

“กลุ่มบริษัทบางจาก” ได้มีส่วนร่วมในรายงานทั้ง 2 ฉบับ จึงสะท้อนบทบาทขององค์กรไทยในเวทีความร่วมมือระดับโลก และความมุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

 

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

การบินไทย-LH Bankเปิดตัวเงินฝากสีเขียว500 ล้านร่วมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำก้าวสู่ ESG

การบินไทย-LH Bankเปิดตัวเงินฝากสีเขียว 500 ล้าน

โดดร่วมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำนำธุรกิจการบินสู่ ESG

 

การบินไทยลงนามกับ LH Bank เปิดตัว "เงินฝากสีเขียว" เข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและ ESG

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThaiAirways #LHBank #GreenDeposit

การบินไทย ลงนาม LH Bank เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” 500 ล้านบาท ร่วมวง “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” สนับสนุนกิจกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำธุรกิจการเข้าสู่ ESG




นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้ร่วมกันลงนามความร่วมมือ เรื่อง การใช้ผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” โดยมีนางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทยฯ และนายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เป็นผู้ลงนาม ส่วน Ms. Christine Engstrom, Director General, Sectors Department 3 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และนายสมบัติ จิวะริยาเวช ประธาน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต

การบินไทยได้ดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึง “ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” จากอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง จึงมุ่งปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานทุกมิติ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการและกิจกรรมที่หลากหลาย ล่าสุดเลือกใช้บริการเงินฝากสีเขียว (Green Deposit) กับ LH Bank ตั้งเป้านำเงินฝากไปสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นการต่อยอดแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) ยกระดับการบริหารสภาพคล่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว



นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียว หรือ Green Deposit ให้นำเงินฝากดังกล่าวไปสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการพลังงานสะอาด โครงการอาคารสีเขียว ธุรกิจที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“ผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียว” ออกแบบภายใต้กรอบ Sustainable Finance Framework ครอบคลุมมาตรฐานการระดมทุนสีเขียวเพื่อความยั่งยืน โดยมีธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เป็นที่ปรึกษา และได้ประเมินและให้ความเห็นโดยอิสระจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด แล้วผลิตภัณฑ์เงินฝากดังกล่าวยังได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นลูกค้าเงินฝาก 500 ล้านบาท มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

  

ททท.ผนึก“AVORIS-ไอเบอโร่เจ็ท”สเปนดึงตลาดไกลมาไทยปี’69

ททท.ผนึก“AVORIS-ไอเบอโร่เจ็ท”สเปนดึงตลาดไกลมาไทยปี’69

นำสื่อลุย4จังหวัด+เทศกาลเที่ยวเมืองไทย+บินเพิ่ม 2 ไฟลต์/วีค

 

ททท.จับมือ AVORIS Group-ไอเบอโร่เจ็ท” กระตุ้นสเปนตลาดระยะไกลมาไทยเพิ่มปี 2569

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AVORISGroup #Iberojet

ททท.โรม เปิดเกมรุกตลาดไกล ผนึกยักษ์ใหญ่สเปน “AVORIS Group-ไอเบอโร่เจ็ท” จัดทริป Amazing Thailand AVORIS Media Familiarization Trip” นำสื่อสเปนลัดฟ้ามาไทยสำรวจ 4 จังหวัด ชมสินค้า 5 ภาค เทศกาลเที่ยวเมืองไทย หวังเข้าถึง 1 ล้านคน ขานรับไอเบอโร่บินตรงไทยเพิ่ม 2 ไฟลต์/สัปดาห์

 


นางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรท่องเที่ยวแนวหน้าของสเปน  AVORIS Group และสายการบินไอเบอโร่เจ็ท/Iberrojet พาคณะสื่อมวลชนสเปนเดินทางเปิดประสบการณ์ในเมืองไทยพร้อมทำกิจกรรม “Amazing Thailand AVORIS Media Familiarization Trip” ตามเส้นทางเสน่ห์ไทย 4 จังหวัด กรุงเทพฯ–กาญจนบุรี–เชียงใหม่–ลำปาง ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ช่วงวันที่ 20–27 มีนาคม 2569 และร่วมสัมผัสบรรยากาศความคึกคักงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 44” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่ออัปเดตสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยครบมิติ เติมไอเดียและแรงบันดาลใจ ต่อยอดนำเสนอขายในตลาดสเปน หนึ่งในกลยุทธ์สร้างตลาดที่มีศักยภาพเติบโตหรือ Strategic Growth Market



ททท. คาดจัดกิจกรรมนี้ จะช่วยสร้างกระแสการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยในตลาดสเปน ผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน-ครั้ง สามารถต่อยอดให้เกิดการตัดสินใจเดินทางจริงและการพัฒนาแพ็กเกจเที่ยวไทยขายในตลาดสเปนอย่างเป็นรูปธรรมระยะต่อไป

ตลาดสเปน เดินทางมาไทยแล้วระหว่าง 1 มกราคม – 30 มีนาคม 2569 จำนวน 38,797 คน นิยมเลือกท่องเที่ยวเมืองไทยสูงสุดช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ของทุกปี จึงเป็นตลาดสำคัญช่วยเสริมและผลักดันไทยสู่จุดหมายการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี All Year-Round Destination ได้อย่างโดดเด่น

ขณะนี้สายการบินไอเบอโร่เจ็ท เตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินตรงเพิ่มเป็น 2 เที่ยว/สัปดาห์ จากปัจจุบัน 1 เที่ยว ตอกย้ำความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเดินทางมาไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง


ปี 2568 ตลาดสเปนสร้างสถิติใหม่มีนักท่องเที่ยวมาไทย 216,249 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 4.11 % สร้างรายได้ 10,866 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 50,248 บาท/คน/ทริป พักเฉลี่ย 14.29 วัน

สำหรับ AVORIS Group เป็นบริษัทนำเที่ยวสเปนอรายใหญ่อันดับ 1  ส่วนสายการบิน “ไอเบอโร่เจ็ท” ให้บริการเที่ยวบินตรง ไป-กลับ มาดริด–กรุงเทพฯ  กิจกรรมได้ต่อยอดความสำเร็จหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมงาน FITUR 2026 เมื่อเดือนมกราคม จึงได้จัด "Amazing Thailand AVORIS Media Familiarization Trip" นำคณะสื่อมวลชนชั้นนำอย่าง Gaceta Del Turismo, Grupo Nexo, Solo Agentes, El Español, El Mundo และ Ladevi พร้อมผู้บริหารจาก Avoris และ Iberojet รวม 7 ราย เดินทางเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ, กาญจนบุรี, เชียงใหม่ และลำปาง


มุ่งนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนที่ยั่งยืน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทดสอบสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ลิ้มรสเอกลักษณ์อาหารถิ่นภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ทำคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์ สร้างกระแสดึงนักท่องเที่ยวสเปนบินตรงมาไทย 

            ททท.ได้ต่อยอดความร่วมมือด้วยการหารือเชิงกลยุทธ์กับผู้บริหาร AVORIS Group และไอเบอโร่เจ็ท Iberojet วางแผนขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในสเปนกลุ่มตลาดศักยภาพสูง ทั้งกำลังซื้อและนิยมเดินทางแบบครอบครัว จึงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและบริษัทนำเที่ยวได้มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยอย่างใกล้ชิด ตอกย้ำจุดแข็งเส้นทางบินตรงตอบโจทย์เทรนด์ปัจจุบันของตลาดระยะไกลในปัจจุบันที่จะทำให้ไทยมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม





           

 

บางจากร่วมถกอนาคต“พลังงานชีวภาพ” ของไทย แนะ“เพิ่ม-เตรียมพร้อม-สร้างศักยภาพ”

บางจากร่วมถกอนาคต“พลังงานชีวภาพ” ของไทย

แนะใส่เกียร์เร่ง“เพิ่ม-เตรียมพร้อม-สร้างศักยภาพ”

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #พลังงานชีวภาพ 

ผู้บริหารบางจากร่วมเวที “Special Dialogue: Beyond Oil : Thailand’s Bioindustry Moment” ถกอนาคต “พลังงานชีวภาพไทย” ฝ่าความผันผวนพลังงานโลก แนะขับเคลื่อน 3 เรื่อง “เพิ่มการผลิต-เตรียมพร้อม-สร้างศักยภาพ”

 

นางนฤพรรณ สุธรรมเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้รับเชิญเข้าร่วมเสวนาหัวข้อ “Special Dialogue: Beyond Oil: Thailand’s Bioindustry Moment” เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก และการพลิกวิกฤตราคาน้ำมันให้เป็นโอกาสของอุตสาหกรรมชีวภาพไทย ครอบคลุมบทบาทของพลังงานชีวภาพในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่ไม่หมุนเวียน รวมถึงการขับเคลื่อน Bioeconomy ให้เกิดผลในเชิงอุตสาหกรรมและการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม

เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีร่วมกับ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และรักษาการ
ที่ปรึกษาด้านการลงทุน รศ. ดร.อุ่นเรือน เล็กน้อย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)



กิจกรรมเสวนาครั้งนี้ทางสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นางนฤพรรณ กล่าวว่าได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่อง “การใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ” ในลักษณะ Drop-in โดยชี้ให้เห็นถึงไฮไลต์สำคัญทางด้านพลังงานที่จะต้องตระหนัก เตรียมความพร้อม และสร้างศักยภาพ 3 เรื่อง ได้แก่



เรื่องแรก “วิกฤตราคาน้ำมัน” ปัจจุบันเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาพลังงานฟอสซิลนำเข้าเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป และเป็นจังหวะสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักถึงบทบาทของเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ไบโอเอทานอลและไบโอดีเซล ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศได้ 

เรื่องที่ 2 การเตรียมความพร้อมสู่พลังงานแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Advanced Biofuels และ 2G Biofuels เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) เพื่อรองรับภาคการบินคาร์บอนต่ำในระยะยาว

เรื่องที่ 3 สะท้อนศักยภาพและคุณค่าของอุตสาหกรรมชีวภาพไทย ในสายตาพันธมิตรระดับโลก ทั้งในมิติความยั่งยืน นวัตกรรม และการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่

ขณะที่ภาพรวมในเวทีเสวนาครั้งนี้ ได้ชี้อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ยังฉุดรั้ง Bioeconomy ไทย ทั้งกลไกตลาด นโยบาย และโครงสร้างพื้นฐานสู่เชิงพาณิชย์ จึงพร้อมจะผลักดัน ข้อเสนอเชิงนโยบาย–การลงทุน–นวัตกรรม ความจำเป็นของความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อให้อุตสาหกรรมชีวภาพเป็น New Growth Engine และกลไกเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สอดคล้องทิศทาง BCG และการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศต่อไป



 

ททท.-ไทยเบฟจัดสงกรานต์ไทยสู่สากล“Water Festival2026 4 ภาค 6จังหวัด11-15 เม.ย.69

ททท.-ไทยเบฟจัดสงกรานต์ไทยสู่สากล“Water Festival2026

สนุกสนานสงกรานต์บ้านฉัน 4 ภาค 6จังหวัด11-15 เม.ย.69

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #WaterFestival2026 #สนุกสนานสงกรานต์บ้านฉัน

ททท.ร่วมไทยเบฟ ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่สากล จัดยิ่งใหญ่ “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” 11-15 เม.ย.นี้ จัดทั่วไทย 4 ภาค 6 จังหวัด เชื่อมพลังชุมชนชูธีม “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ททท.สนับสนุนภาคีเครือข่ายพันธมิตรจัดงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด "สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน" โดยร่วมกับ นายสุรพล เศวตเศรนี ประธานจัดงาน นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมจัดงานกระจายทั่วประเทศ 4 ภาค ในพื้นที่ท่องเที่ยวเด่น 6 จังหวัด

ททท.มุ่งส่งเสริมและประชาสัมพันธ์เทศกาลสงกรานต์ไทยต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับเทศกาลไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยใช้การท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถ่ายทอดเสน่ห์ไทยผ่านวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะร่วมสมัย และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นการเดินทางและเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “จุดหมายปลายทางด้านเทศกาลและวัฒนธรรม” ระดับสากล

การจัดงาน Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ปี 2569 ยังคงเน้นเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ส่งเสริม “สร้างรายได้” เข้าสู่ชุมชน และ “ต่อยอด” ภูมิปัญญาท้องถิ่นพัฒนาให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลอย่างยั่งยืน


Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ปี 2569 จะจัดขึ้นทั่วไทย 4 ภาค 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ลำพูน ภูเก็ต อุดรธานี และขอนแก่น เชื่อมพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญริมสายน้ำ ตอกย้ำคุณค่าประเพณีสงกรานต์อันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีน้ำ…วิถีไทย 

ตลอดงานเทศกาลดังกล่าว นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการแสดง การละเล่น ช้อปปิ้งสินค้า มุมเช็คอินถ่ายภาพสุดชิล ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ตลอดมหาสงกรานต์ “สายมู”ไม่ควรพลาดกับกิจกรรมมงคลดีต่อใจ 8 ประการ ชวนทุกคนมาร่วมไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยกัน 





“ททท.-Red Bull”โชว์บินวิงสูทนำไทยเมืองทัวร์กีฬาโลก นำสตันท์แมนฮอลิวูดบูมเลอบัวแลนด์มาร์กกลางกรุง

“ททท. -Red Bull ”โชว์บินวิงสูทนำไทยเมืองทัวร์กีฬาโลก นำสตันท์แมนฮอลิวูดบูมเลอบัวแลนด์มาร์กกลางกรุง   เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #...