วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2569

“AOT”6สนามบินแจกอินเซ็นทีฟแอร์ไลน์ม.ค.-มี.ค.69 หนุน”การบิน-ท่องเที่ยว”ไฮซีซั่นโตแรง

AOT6สนามบินแจกอินเซ็นทีฟแอร์ไลน์ม.ค.-มี.ค.69

ดัน 2 อุตสาหกรรม”การบิน-ท่องเที่ยว”ไฮซีซั่นโตแรง

AOT อนุมัติใช้มาตการแจกอินเซ็นทีฟส่วนลดค่าบริการเพิ่มเที่ยวบินและท่องเที่ยวไฮซีซั่นปี2569
 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT

AOT เปิดมาตรการ นำ 6 สนามบิน “แจกอินเซ็นทีฟ “ลดค่าบริการบิน+สิทธิประโยชน์” ให้แอร์ไลน์ทั่วโลกรับไฮซีซั่นช่วงตารางบินฤดูหนาว เริ่ม ม.ค.-มี.ค.69 ดัน 2 อุตสาหกรรม “การบิน-ท่องเที่ยว” ตลาดนานาชาติเข้าไทยโต เน้นปลุกตลาดจีน ช่วยจ้างงาน เพิ่มรายได้




            นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า AOT ได้จัดทำโครงการส่งเสริมตลาดด้านการบิน กระตุ้นพร้อมกัน 2 อุตสาหกรรมทั้งการบินและการท่องเที่ยว เน้นปลุกกระแสตลาดนักท่องเที่ยวจีนให้หันมาไทยมากขึ้น ปี 2569 มีจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเดินทางเข้ามาเมืองไทยเพิ่มมากขึ้น เป็นผลมาจากจัดทำมาตรการส่งเสริมตลาดด้านการบินท่าอากาศยาน ส่งผลถึงสถานการณ์ปัจจุบันมีนักเดินทางผ่านท่าอากาศยานอยู่ในความดูแลของ AOTทั้ง 6 แห่ง

โดยได้ศึกษาโอกาสการ “เพิ่มเที่ยวบินจากต่างประเทศ” จากมาตรการส่งเสริมการตลาดดังกล่าว มีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ



ด้วยกลยุทธ์ “การให้ส่วนลดค่าบริการด้านการบินและสนับสนุนสิทธิประโยชน์” (Incentive) แก่สายการบินเลือกบินทดแทนเที่ยวบินที่คืนตารางการบิน (Slot) โดยคณะกรรมการ AOT ประชุมครั้งที่ 19/2568 เมื่อ 24 ธันวาคม 2568 อนุมัติมาตรการดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม-28 มีนาคม 2569 จะช่วยกระตุ้นให้สายการบินตัดสินใจทำการบินมาไทยเร็วยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียรายได้จากการยกเลิก Slot ของสายการบิน และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดด้านการบินด้วย อีกทั้งยังสามารถเพิ่มจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศมายังท่าอากาศยาน AOT

วิธีดำเนินการดังกล่าว ทั้งช่วยดึงเที่ยวบินและผู้โดยสารกลับมามากขึ้นแล้ว ยังสร้างความยั่งยืนกับตารางบินหรือ Slot เสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างตลาด พร้อมทั้งวางรากฐานที่มั่นคงให้อุตสาหกรรมการบินในอนาคตได้ด้วย




นางสาวปวีณา กล่าวว่า มาตรการให้อินเซ็นทีฟลดค่าบริการการบินและสิทธิประโยชน์แก่สายการบิน ตลอดไฮซีซั่นปี 2569 จะช่วยเพิ่ม 2 ส่วน คือ 1.จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศและ 2.จำนวนผู้โดยสารช่วงฤดูการเดินทางท่องเที่ยว ทำให้ผลลัพธ์เชิงบวกกับการท่องเที่ยว การจ้างงาน สร้างรายได้เข้าประเทศ เน้นย้ำบทบาท AOT ในฐานะองค์กรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านอุตสาหกรรมการบินอย่างยั่งยืนทั้งปัจจุบันและอนาคต

 

ททท.Tencent-WeTV-SichuanTV”ปลุกทัวร์จีนรุ่นใหม่ ปี’69หวังรายได้2.6แสนล้าน

ททท.Tencent-WeTV-SichuanTV”ปลุกทัวร์จีนรุ่นใหม่

ปี’69ผนึก2รายการดังบูมเที่ยวไทยหวังโกย2.6แสนล้าน

 

ททท.ร่วมกับสื่อชั้น Tencent-WeTV-SuchuanTVผลิตคอนเทนท์กระตุ้นตลาดจีนรุ่นใหม่เที่ยวไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT # Tencent #WeTV #SichuanTV

ททท.ผนึกสื่อค่ายใหญ่ “Tencent-WeTV-Sichuan TV”คอนเทนต์ท่องเที่ยวบนแพลตฟอร์มยอดนิยม 2 ราย ปลุกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ Gen Y-Z ตั้งเป้าปี69 โกยรายได้จีนเที่ยวไทย 2.6 แสนล้านบาท

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ต้อนรับปี 2569 เร่งกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสื่อพันธมิตรชั้นนำของจีน ได้แก่ Tencent, WeTV และ Sichuan TV สร้างสรรค์คอนเทนต์ท่องเที่ยวคุณภาพ ประเภทรายการวาไรตี้และภาพยนตร์โฆษณา (Television Commercial: TVC) นำเสนอเสน่ห์ไทยมิติใหม่ สร้างแรงบันดาลใจและเสริมความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ในการเดินทางโดยเฉพาะกลุ่ม Generation Y และ Generation Z


ปี 2569 ททท. ตั้งเป้าหมายสร้าง “รายได้ท่องเที่ยว” จากตลาดนักท่องเที่ยวจีน มูลค่ารวม 260,204 ล้านบาท ผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมครองใจนักท่องเที่ยวจีนอย่างยั่งยืนอีกครั้ง

ททท.กับสื่อชั้นนำของจีนร่วมมือกันขับเคลื่อนผ่าน Tencent Video และ WeTV ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ชมชาวจีนรุ่นใหม่ เลือกไฮไลต์ 2 รายการ ได้แก่

รายการแรก ผลิตเนื้อหาวาไรตี้ท่องเที่ยวเชิงอาหาร “TASTEFUL THAILAND”

รายการที่สอง FOREVER by YOUR SIDE” ซึ่งเป็นรายการ Dating เชิงท่องเที่ยว ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมอาหาร ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวไทย  

 


แล้ว ททท. ยังได้ร่วมมือกับ Sichuan TV จัดทำ “ภาพยนตร์โฆษณา” ทำการประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ CHU YI ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Key Opinion Leader: KOL) ชื่อดังของจีน ถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยทันสมัยในมุมมองใหม่ แปลกใหม่ เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ภายใต้แคมเปญ “Play the New Thai Way” สะท้อนภาพลักษณ์เมืองไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก



“แผนการดำเนินงาน ปี 2569” ททท. เตรียมเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการตลาดขนาดใหญ่ในตลาดจีน ภายใต้ชื่อ “จงไท่อี่เจียชิน” หรือ “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดและการขาย จัดอีเวนต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี นำเสนอเมืองน่าเที่ยวของไทยที่มีศักยภาพเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนแต่ละกลุ่มวัย

 

“TCEB-Techsauce”จัดTechsauce Next Entrepreneur’s Summitปั้นโคราช“ซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่-เมือง AI”

TCEB-Techsauce”จัดTechsauce Next Entrepreneur’s Summit

บิ๊กอีเวนต์ประเดิมปั้นโคราช“ซิลิคอนวัลเลย์แห่งใหม่-เมือง AI 

TCEB”กับTecsauceจัด Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”ปั้นโคราชเป็นซิลิคอนวัลเลย์-เมืองAI

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #TechsauceNextEntrepreneursSummit 

TCEB ผนึก Techsauce จัดบิ๊กอีเวนต์ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”ประเดิมที่ “โคราช” 15 มี.ค.69 เดินหน้าปั้น Silicon Valley แห่งใหม่” และ “เมืองแห่ง AI”

ดร.สุรัชสานุ์ ทองมี รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บจัดงาน Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” วันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่โคราช ฮอลล์ เซ็นทรัล โคราช โดยจับมือกับ Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Tech Ecosystem Builder) ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยร่วมกับหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เดินหน้าจัดงานครั้งยิ่งใหญ่ขยายความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมแห่งแรกที่นครราชสีมาด้วยการออกแบบเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเปิดต้อนรับผู้ประกอบการ SMEs ทายาทธุรกิจสตาร์ทอัพ นักศึกษา และผู้ที่สนใจ

งานครั้งนี้มุ่งสร้างยุทธศาสตร์สำคัญโดยใช้ศักยภาพนครราชสีมา เป็นได้มากกว่าประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสาน แต่ยังมีศักยภาพพร้อมพัฒนาเป็น “Silicon Valley แห่งใหม่” และ “เมืองแห่ง AI ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์

วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค” การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์เพื่อ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้ “นครราชสีมา” เป็น “โมเดลต้นแบบ” ของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ : Entrepreneurial Ecosystem ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย

กล่าวถึงการสร้างระบบนิเวศธุรกิจว่า "การสนับสนุนให้เกิดระบบนิเวศสตาร์ทอัพในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง จะนำไปสู่การจ้างงานและนวัตกรรมใหม่ ๆ งานนี้จึงเป็นจุดนัดพบสำคัญที่จะเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบาย และนักลงทุน ให้มองเห็นโอกาสในตลาดศักยภาพใหม่ (Emerging Market) ของภาคอีสาน"

เจาะลึก 5 แกนหลัก Content Themes: Inspire & Enable เนื้อหาถูกออกแบบมาเพื่อมอบทั้ง "แรงบันดาลใจ" และ "เครื่องมือที่ใช้งานได้จริง" ผ่าน 5 แกนหลักสำคัญดังนี้

1.Vision of Isan's Future: ฉายภาพอนาคตโคราชในฐานะ Satellite City และเส้นทางสู่ Silicon Valley แห่งภาคอีสาน

2.Business Transformation & Family Business: เจาะลึกการบริหารธุรกิจครอบครัว (From Generation to Generation) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการตัดสินใจ

3.AI for Industries: การประยุกต์ใช้ AI ในอุตสาหกรรมแม่เหล็ก ทั้ง Smart Farming (เกษตรอัจฉริยะ), Health Tech (สุขภาพ) และ Retail Tech (ค้าปลีก)

4.Financial & SME Clinic: Workshop เชิงลึกด้านการบริหารการเงิน การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการวางโครงสร้างการเงินของธุรกิจ เพื่อให้สร้างกำไร

5.Digital Marketing & E-Commerce: ติดอาวุธการตลาดออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำ เพื่อขยายฐานลูกค้าสู่ระดับโลก

“อรนุช เลิศสุวรรณกิจ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Techsauce กล่าวว่า Techsauce มีเป้าหมายจะทำให้ไทยเป็น “เทค เกตเวย์” ของภูมิภาค การจะไปถึงจุดนั้นได้ต้องสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการในท้องถิ่น จึงจัดงานนี้ขึ้นเพื่อเป็นสะพานหรือเกตเวย์เชื่อมโอกาสนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายธุรกิจระดับสากลให้คนรุ่นใหม่ภาคอีสาน โดยมุ่งหวังสร้างเวทีเชื่อมต่อ “งานวิจัย”ไปสู่ “ธุรกิจ” และดึงดูดเม็ดเงินลงทุนรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีให้เข้ามาในพื้นที่ โดยเน้นสร้างให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเติบโตสามารถแข่งขันได้ทั้งระดับประเทศและสากลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตอย่างยั่งยืน




“ไพจิตร มานะศิลป์” ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่านครราชสีมีศักยภาพสูงในการเป็น “ศูนย์กลางโลจิสติกส์” นำเทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลักอย่าง เกษตร ค้าปลีก และสุขภาพ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองและสนับสนุนเป้าหมายการเป็น สมาร์ท ซิตี้ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“กิจกรรมไฮไลต์ภายในงาน” ผู้เข้าร่วมงานกว่า 1,500 คน จะได้พบกับกิจกรรมที่จัดเต็มทุกมิติ ได้แก่ :

-Conference: เวทีเสวนาจาก Speaker ชั้นนำระดับประเทศและท้องถิ่น

-Workshop / SME Clinic: พื้นที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจและการใช้เครื่องมือดิจิทัล

-Exhibition: โซนแสดงนวัตกรรมและโซลูชันจากสตาร์ทอัพเพื่อแก้ปัญหาธุรกิจ

-Networking: การสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการกับนักลงทุนและคู่ค้า


วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2569

โชติช่วง ศูรางกูร”พยากรณ์ท่องเที่ยวปี’69 เที่ยวไทยโตแนวใหม่พูลแพกเกจ-เที่ยวนอกเน้น“ตั๋วบิน/ที่พัก”ถูก

 

โชติช่วง ศูรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาว ทัวร์ จำกัด อุปนายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว

“โชติช่วง ศูรางกูร”พยากรณ์“Domestic-Outbound-Inbound”ปี’69

เที่ยวไทยโตแนวใหม่พูลแพกเกจ-เที่ยวนอกเน้น“ตั๋วบิน/ที่พัก”ถูก

อิสราเอลมาแรง/ยุโรปพักสั้นใช้เงินน้อย/หวังรัฐบาลมีเสถียรภาพ

TTAAจัดเทรดTITF2026นำสมาชิกพันรายลุยตลาด22-25ม.ค.69

POWER PASSเอาใจสายช้อปสมัครปั๊บรับทันทีเซ็ตคูปอง6ใบ

ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์รับโปรแรง“The month of Beginning”

ททท.หนุนเวิลด์อีเวนต์โมโตจีพี2026บุรีรัมย์เงินสะพัด5,000ล้าน

บางจากศรีราชานำธุรกิจหนุนคลินิกรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว

สระบุรีมีดีให้เที่ยวทุ่งดอกไม้-ต้นกล้าเกษตรแฟร์-เทศกาลโคนม

4 วิธีป้องกันโรคง่วงนอนมากผิดปกติระหว่างวันดีต่อสุขภาพ

ททท.บูมเที่ยวอีสานยกบ้าน“กับTrip.com-True Money”ถึงมิ.ย.69

AirAsiaMOVEเปิดพฤติกรรม3Genแนะธุรกิจปรับตัวรับนักเดินทาง

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยวสระบุรี

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1DjqHvLn4D/

ช่วงที่ 1 !! สัมภาษณ์ “โชติช่วง ศูรางกูร” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาว ทัวร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (TTAA) วิเคราะห์ท่องเที่ยวปีม้าทอง 2569 “ไทยเที่ยวไทย/Domestic” โตแนวใหม่ธุรกิจต้องปรับตัวด้วยเทรนด์ “Pull Package” ขานรับโลกโซเชียล ตลาดไฮเอนด์มาแรง โรงแรม/คาเฟ่ ขายดี “ไทยเที่ยวนอก/Outbound” เน้นตั๋วบินที่พักราคาถูก แพกเกจทัวร์เข้าถึงง่าย “จีน-ญี่ปุ่น-เวียดนาม” ครองตลาด “ยุโรป” ครอบครัวคนรวยเลือกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ “ต่างชาติเที่ยวไทย/inbound” อิสราเอลโตแรง ส่วนยุโรป ตลาดระยะไกล มาแบบใหม่เที่ยวระยะสั้นและใช้เงินน้อยลง แนะรวมพลังเร่งสร้างเสถียรภาพการเมือง และเตรียมช่วยสมาชิกทีทีเอเอ 3 เรื่อง จัด งานเที่ยวไทยไปทั่วโลก TITF 2026 ระหว่าง 22-25 ม.ค.นี้ สร้างภาพลักษณ์เอาท์บาวนด์ฑูตท่องเที่ยว เดินหน้าขอยกเลิก VAT7% ทัวร์เอาท์บาวนด์

 

นายโชติช่วง ศูรางกูร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาว ทัวร์ จำกัด และอุปนายกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (TTAA) เปิดเผยว่าสถานการณ์อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยภาพรวมปี 2569 เปิดศักราชใหม่ด้วยความวุ่นวาย “ทางการเมืองโลก” ที่สหรัฐอเมริกาเข้าไปยึดพื้นที่ประเทศเวเนซูเอล่าที่สร้างความกังวลให้นานาชาติ ส่วน “ภาคเศรษฐกิจไทย” มีประเด็นเรื่องหนี้สาธารณะของคนไทยสูงกว่า 90 % ทางด้านผลผลิตมวลรวมรายได้ในประเทศ (GDP) ก็อาจจะโตไม่งถึง 2% จากปัจจัยภายในและนอกประเทศ ตัวแปรคือ “การเมืองในประเทศไทย” กำลังจะเลือกตั้งรัฐบาลใหม่” ซึ่งภาคธุรกิจฝากความหวังการเมืองของประเทศจะมีเสถียรภาพเดินหน้านโยบายต่าง ๆ สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนเกิดความมั่นใจในการขับเคลื่อนธุรกิจ

           

สำหรับ “อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย” ปี 2569 แยกเป็น 3 ประเภท ได้แก่


ประเภทที่ 1 ตลาดคนไทยเที่ยวในประเทศ (Domestic) ยังคงขยายตัวต่อเนื่องจากปี 2568 ส่วนทิศทางการท่องเที่ยวจะเกิดเทรนด์ใหม่เรียกว่า “Pull Package” ร่วมกันทำให้แต่ละส่วนมาผสานเข้าด้วยกัน เพราะคนเข้าถึงโซเชียล มีเดีย สูง ทำให้โรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งท่องเที่ยวต้องใช้กลยุทธ์รวมโปรดักซ์ทำโฆษณาผ่าน TikTok และอื่น ๆ ให้โดยมีเทรนด์การเดินทางแบบ “Experience Lead” ต้องการประสบการณ์ในจุดหมายหลักเรื่องที่พักก่อน แล้วจึงเลือกไปพักผ่อนตามร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร ระหว่างทาง ตอนนี้จะเห็นเทรนด์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับธุรกิจท่องเที่ยว โรงรมที่พัก ค่อนข้างมาก

ขณะเดียวกันการเปิด “เส้นทางใหม่ มอเตอร์เวย์ส” ข้ามจังหวัด อย่าง เส้นทางแรก M81 ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางใหญ่-กาญจนบุรี เส้นทางที่สอง M6 ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน-นครราชสีมา ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความรู้สึก เดินทางง่าย สะดวกสบาย จึงเกิดการเดินทางเติบโตเพิ่มขึ้น

 


“แนวโน้ม” ปี 2569 คนไทยเที่ยวในประเทศกลุ่มตลาดไฮเอนด์ B+ ขึ้นไป พร้อมใช้จ่ายเงินเต็มที่ เดินทางตามปกติ เห็นได้ชัดจากกลุ่มเลือกที่พักแบบ Glamping เป็นการท่องเที่ยวที่รวมเอาความหรูหรา (Glamorous) กับการตั้งแคมป์ (Camping) เข้าไว้ด้วยกัน ส่วนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กยังคงต้องเผชิญปัญหาคนอาจจะเที่ยวด้วยความถี่น้อยลงบ้าง

ประเภทที่ 2 คนไทยเที่ยวต่างประเทศ (Outbound) ยังคงเติบโตต่อเนื่องปี 2568 มีประมาณเกือบ 10 ล้านคน ในประเทศจุดหมายปลายทาง เดินทางเข้าถึงง่าย ราคาถูก ประเทศดาวเด่นของคนไทย ยังคงเป็น อันดับ 1 สาธารณรัฐประชาชนจีน มีอินฟลูเอนเซอร์รีวิวจำนวนมาก บวกกับราคาตั๋วเครื่องบิน ราคาทัวร์ โรงแรมที่พัก อาหาร ราคาจับต้องได้ อันดับ 2 ญี่ปุ่น ตามด้วย เวียดนาม ทางฝั่งยุโรป สแกนดิเนเวีย ยังมีครอบครัวฐานะดี

ประเภทที่ 3 ต่างชาติเที่ยวเมืองไทย (Inbound) ประมาณ 33 ล้านคน ซึ่งเจอความท้าทายรอบด้านทั้งน้ำท่วมหาดใหญ่ การปะทะตามแนวชายแดน 7 จังหวัด ส่งผลกับนักท่องเที่ยวในตลาดโลกที่ไม่ได้รู้ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางเฉพาะพื้นที่เท่านั้น แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมจากตลาดท่องเที่ยว 5 อันดับ ทั้ง สาธารณรัฐจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น

“แนวโน้ม” ปี 2569 ตลาดอิสราเอล จะมาแรง เนื่องจากเพิ่งพ้นจากสงครามจึงมีข้อจำกัดที่จะเดินทางไปประเทศอื่น ๆ ยกเว้นไทยที่เน้นความเป็นกลางไม่ยุ่งเกี่ยวกับปัญหาสงคราม จึงทำให้อิสราเอลสนใจมาไทยจำนวนมาก ส่วน “ยุโรป” มีปัญหาเศรษฐกิจจากสงครามยืดเยื้อรัสเซียกับยูเครน ภาพที่ปรากฎชัดเจนกับการท่องเที่ยวคือ 1.กลุ่มตลาดยุโรปจะใช้เงินท่องเที่ยวในเมืองไทยลดลง 2.จองวันพักสั้นลง 3.เป็นกลุ่มนักเดินทางท่องเที่ยวโดยลำพัง (FIT) มาเป็นกรุ๊ปน้อยลง

“ไทย” ยังมีความหวังที่จะกระตุ้นตลาดต่างประเทศมาเที่ยวเมืองไทย ภายใต้การบริหารจัดการที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีให้มี “ผู้นำออกมาประกาศเป็นทางการเรื่องมาตรการป้องกัน” ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะปัญหาที่สร้างความกังวลอย่าง 1.มาตรการความปลอดภัยการท่องเที่ยวเมืองไทย กลายเป็นภาพลักษณ์ที่สื่อผ่านโซเชียลในต่างประเทศเชิงลบที่มีความน่ากลัว เช่น นั่งแท็กซี่แล้วโดนขูดรีด หรือถูกลักพาตัว และอื่น ๆ 2.การปะทะกันตามแนวชายแดนหลายพื้นที่


นายโชติช่วงกล่าวว่า ปี 2569 สมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (TTAA) มีภารกิจต้องขับเคลื่อนให้สมาชิกผู้ประกอบการท่องเที่ยว 3 เรื่อง ได้แก่

เรื่องที่ 1 ด้านเศรษฐกิจ เตรียมจัดอีเวนต์ให้สมาชิกสมาคมไทยบริการการท่องเที่ยว (TTAA) เตรียมจัดงาน “เที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก :TITF -Thai International Travel Fair 2026” นำเสนอธีม "GO BEYOND AMAZING TRAVEL" ระหว่างวันที่ 22-25 มกราคม 2569 ที่ฮอลล์ 5-6 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานจะแบ่งเป็น 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 ตั้งโต๊ะเจรจาจับคู่ธุรกิจ Table Top Sale โดยมีสมาชิกทีทีเอเอกว่า 1,000 บริษัท แลกเปลี่ยนการขายกับคู่ค้าทั่วโลก แนวโน้มก็ยังคงสดใสอย่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น มีแรงดึงดูดเรื่องค่าเงินถูกลง

ส่วนที่ 2 มีผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย กับบริษัทจัดนำเที่ยว องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วโลก ร่วมทำโปรโมชั่นท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมลดราคาตั๋วเครื่องบิน ที่พัก แพ็คเกจทัวร์  


 

เรื่องที่ 2 สร้างประเทศไทยเป็นเกตเวย์ของทั่วโลก ด้วยคอนเซ็ปต์การนำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ ก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ทำหน้าที่คล้ายฑูตการท่องเที่ยวในแต่ละประเทศ สร้างความรู้สึกที่ดีให้กับประเทศจุดหมายปลายทางทำให้เศรษฐกิจในประเทศนั้นๆ เติบโต แล้วก็จะช่วยดึงดูดคนต่างชาติเดินทางกลับมาเที่ยวเมืองไทยด้วยเช่นกัน

เรื่องที่ 3 ผลักดันรัฐบาลทบทวนเลิกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7 % จากบริษัททัวร์เอาท์บาวนด์ เพราะตอนนี้กำลังจ่ายภาษีซ้ำซ้อนเนื่องจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการไม่ได้บริโภคสินค้าภายในประเทศ และตามข้อความในกฎหมายไทยก็เขียนไว้ชัดเจนว่า “การจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นการบริโภคภายในประเทศเท่านั้น ยกเว้นบริษัททัวร์ที่ไปต่างประเทศ” ผนวกกับเมื่อไปอยู่ต่างประเทศก็ต้องจ่ายให้ประเทศนั้น ๆ ตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นปัญหาการเสียภาษีซ้ำซ้อน เกิดผลเสียกับประชาชนที่เดินทาง หรือเกิดการแข่งขันไม่เป็นธรรม เพราะบริษัทขนาดเล็กมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี ก็ไม่ต้องจ่ายภาษีดังกล่าว ทางสมาคมทีทีเอเอพยายามต่อสู้มาหลายปีแล้วโดยยืนหลักการ “จ่ายภาษีซ้ำซ้อนไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค/ประชาชน” ก็พยายามต่อสู้เรื่องนี้ต่อไป 

นายโชติช่วงกล่าวว่า ปี 2569 ภาคธุรกิจท่องเที่ยวจะต้องมีกำลังใจต่อสู้อย่างเต็มที่ เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะมีไม่วันตาย เพียงแต่ต้องหากลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับสินค้าของตนเอง ในฐานะภาคธุรกิจก็อยากจะฝากไปถึงหน่วยงานภาครัฐกับรัฐบาลขอให้ร่วมมือกันสร้างความเสถียรภาพความมั่นคงทางการเมือง เพราะการเปลี่ยนแปลงผู้นำบ่อย ๆ ก็จะไม่เป็นผลดี รวมทั้งกรณีการเกิดภาพลักษณ์เชิงลบเรื่องความปลอดภัยควรจะต้องมีผู้นำชี้แจงทั่วโลกอย่างชัดเจน ทำให้ทุกฝ่ายมั่นใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย

ฟังข่าวต้นชั่วโมง



ข่าวที่ 1- POWER PASSเอาใจสายช้อปสมัครปั๊บรับทันทีเซ็ตคูปอง6ใบ

 

เริ่มต้นปีใหม่ ด้วยความคุ้มค่าสำหรับนักเดินทาง “คิง เพาเวอร์” เอาใจสายช้อปตัวจริง สมัครปั๊บ สมาชิกบัตร “POWER PASS” วันนี้– 28 กุมภาพันธ์ 2569 รับทันที! เซตคูปองส่วนลดสูงสุด 30% x 6 ใบ ช้อปฟินได้ทุกช่องทาง

 

คูปองใบที่ 1 ช้อปที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และ ภูเก็ต

คูปองใบที่ 2 ช้อปที่ คิง เพาเวอร์ สนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และอู่ตะเภา

คูปองใบที่ 3 ช้อปที่ KINFPOWER.COM หรือ แอปพลิเคชัน KING POWER

คูปองใบที่ 4 ช้อปที่ FIRSTER.COM หรือ แอปพลิเคชัน FIRSTER

คูปองใบที่ 5 ช้อปที่ TAIHAITAO.COM หรือ WeChat Mini Program

คูปองใบที่ 6 ช้อปที่ KINGPOWER-CN.COM หรือ WeChat Mini Program

 

สำหรับการซื้อสินค้าแผนกที่ร่วมรายการต่อ 1 ใบเสร็จ (จำกัด 1 สิทธิ์ / ท่าน ตลอดรายการ)

-ถูกใจสมาชิกสายสะสม ได้CARAT ง่าย

-ทุกการช้อป 25 บาท รับ CARAT สูงสุด X3 (ตามสถานะสมาชิก)

 

ใช้ CARAT แลกสิทธิพิเศษผ่าน CARAT REWARDS ครบทุกไลฟ์สไตล์ กิน | ช้อป | เที่ยว | พักผ่อน จากพาร์ทเนอร์ชั้นนำมากมาย

 

ยิ่งอัปเกรดสถานะสมาชิก POWER PASS ยิ่งได้สิทธิประโยชน์มากกว่า

 

ยังไม่เป็นสมาชิก สมัคร POWER PASS ฟรี! รับความคุ้มจัดเต็มทันที ทาง LINE Official Account @KINGPOWER

 

ข่าวที่ 2 -ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์รับโปรแรง“The month of Beginning

 

คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ ชวนช้อป “The month of Beginning เริ่มต้นสิ่งดี ๆ ด้วยการช้อปออนไลน์เติมของใหม่ให้ชีวิต พร้อมรับทุกโอกาสที่กำลังจะมา โปรแรงที่คุณไม่ควรพลาด วันนี้-31มกราคม 2569

 

โอกาสดี ๆ มีจำกัด รีบช้อปก่อนโปรหมด คัดสรรดีลคุณภาพจากแบรนด์ดัง ช้อปออนไลน์ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่า ของดีราคาพิเศษ รอคุณอยู่แค่ช่วงนี้เท่านั้น ช้อปและรอรับของที่สนามบินขาออกนอกประเทศ (เฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ)

 

-ลดสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบ 1,000 บาท รหัสส่วนลด NEWJAN26 พิเศษ! Member Online (POWER PASS)

 

-ลดเพิ่มทันที 10% รหัสส่วนลด PWPJAN26

 

1.สินค้า Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย! รับสินค้าที่สนามบิน

2.แบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน

3.รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 54,900 บาท

4.ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง (ของแถมมีจำนวนจำกัดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

5.รับเลย! ส่วนลด 800 บาท เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์

6.รับสิทธิ์การสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาท (สุทธิ)

 

ข่าวที่ 3-ททท.หนุนเวิลด์อีเวนต์โมโตจีพี2026บุรีรัมย์เงินสะพัด5,000 ล้าน

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์  ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ได้ร่วมงานแถลงนับถอยหลังสู่การแข่งขัน “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” รถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกสนามประเทศไทย มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ MotoGP, Moto2 และ Moto3 จะจัดขึ้นวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ล่าสุด ททท.ได้แถลงร่วมกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายสรพงศ์ ไพฑูลย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก  ที่ห้องบอลรูม ชั้น 2 สโมสรราชพฤกษ์ คลับ นอร์ทปาร์ค กรุงเทพมหานคร

 

“โมโต จีพี” ถือเป็น เวิลด์ อีเวนต์ ที่ได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาทั่วโลก คาดจะมีผู้ชมในสนามกว่า 220,000 คน สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจของประเทศไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท  รวมทั้งจะถ่ายทอดสดการแข่งขันไปทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ อันเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารภาพลักษณ์ของไทยต่อเนื่อง ทำให้ปรากฏอยู่ในสายตานักท่องเที่ยวนานาชาติ ในฐานะประเทศที่มีศักยภาพ ความพร้อม มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

 

พร้อมจะช่วยต่อยอดประสบการณ์การท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด “5 Must Do in Thailand” อย่างเป็นรูปธรรม ทั้ง 1.Must Taste การลิ้มรสอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นบุรีรัมย์ 2.Must Try การเข้าร่วมกิจกรรมกีฬาและวัฒนธรรมควบคู่การแข่งขันระดับโลก 3.Must Buy การเลือกซื้อสินค้าชุมชนและของที่ระลึกไทย 4.Must See แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม และบรรยากาศการแข่งขัน MotoGP เป็นหนึ่งเดียวในโลก และ 5.Must Seek การค้นหาประสบการณ์ใหม่ผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวิถีชุมชน ซึ่งช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การจ้างงาน และการกระจายรายได้สู่พื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างยั่งยืน

 

ตลอดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ที่บุรีรัมย์เตรียมจัดทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ MotoGP, Moto2 และ Moto3 พร้อมกิจกรรมส่งเสริมประสบการณ์แฟนกีฬาตลอดช่วงการแข่งขัน เช่น Meet & Greet นักแข่งระดับโลก ความบันเทิงและดนตรี Chang Music Connection และส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมไทย รวมถึงโซนกิจกรรมผู้ชมและครอบครัว เพื่อยกระดับบรรยากาศงานให้เป็นเทศกาลกีฬาระดับนานาชาติ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับนักท่องเที่ยวด้วย

 

ข่าวที่ 4-บางจากศรีราชานำธุรกิจหนุนคลินิกรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว

 

            นายอนุวัตร รุ่งเรืองรัตนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจโรงกลั่น พร้อมด้วย ดร.นงลักษณ์ ชวาลย์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมธุรกิจโรงกลั่นและผู้บริหาร บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) “BSRC  ร่วมเปิด “คลินิกภาวะหัวใจล้มเหลว (Heart Failure Clinic)” เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ศูนย์วินิจฉัยโรคหัวใจ ชั้น 14 อาคารศรีสวรินทิรานุสรณ์ 150 ปี ทาง BSRC ได้ให้การสนับสนุน “งบประมาณจัดตั้งคลินิก” ที่ทันสมัยพร้อมอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร

 

มุ่งเพิ่มโอกาสการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ลดอัตราการกลับมารักษาซ้ำ และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BSRC ที่มุ่งสร้างคุณค่าทางสังคม และส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นในชุมชน

 

เจ้าภาพหลักพิธีเปิดคลินิกภาวะหัวใจล้มเหลวครั้งนี้ มีรองศาสตราจารย์นายแพทย์โศภณ นภาธร ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา แพทย์หญิง สกาวรัตน์ กรบงกชมาศ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรม และผู้บริหารโรงพยาบาล

 

          ช่วงที่ 2 เมืองไทยมีสิ่งที่ดี  ๆ มากมาย อย่างสถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุง “สระบุรี” แนวใหม่ ๆ สนุกได้ประสบการณ์ ต้อนรับปี 2569 ลองเลือกไปเช็คอินได้ ทั้งการชมทุ่งดอกไม้ งานต้นกล้าเกษตรแฟร์ และเทศกาลโคนมแห่งชาติ แล้วก็ฟัง “4 วิธีป้องกันการง่วงมากผิดปกติ” ต่อด้วยข่าวเด่น ข่าวแรก “ททท.บูมเที่ยวอีสานยกบ้าน” ร่วมกับ Trip.com และ True money แจกโปรที่พัก รถเช่า ยาวไปจนถึง มิ.ย.69 ข่าวที่สอง “Air Asia Move” เปิดโพลล์นักเดินทาง 3 Gen

 

ท่องเที่ยว –สระบุรีมีดีให้เที่ยวทุ่งดอกไม้-ต้นกล้าเกษตรแฟร์-เทศกาลโคนม

 

เที่ยวง่าย ๆ สบาย ๆ ใกล้กรุง เดินทางแบบพักค้างคืน หรือไปเช้ากลับเย็นก็ได้ หรือจะกางเต็นท์สัมผัสไอเย็นยามค่ำคืน มีหลากสไตล์หลายแนวให้เลือกท่องเที่ยว 3 พิกัด ฟิน ๆ

 

พิกัดที่ 1 “น้องบุญทิ้ง นนท์ศิลาฟาร์ม” บ้านหนองจาน อ.เฉลิมพระเกรียติ จะ.สระบุรี พักผ่อนเพลิน ๆ ใกล้กรุงชมทุ่งดอกไม้ ในสถานที่ลานกางเต็นท์ที่มีภูเขาล้อมรอบกลางทุ่งดอกคอสมอส พร้อมบริการเต้นท์กับเครื่องนอนครบ 250 บาท/หลัง หรือจะนำเต็นท์มาเองก็คิดละ 150 บาทรวมค่าเข้าชมดอกไม้ ภายในพื้นที่มีบริการห้องน้ำ เสิร์ฟ ชุดหมูกระทะบริการหรือจะเตรียมมาเองก็ได้

 

ต้อนรับปีใหม่ 2569 ทุ่งดอกไม้กำลังบานสะพรั่ง 6 ไร่ และทยอยผลิบานอีก 15 ไร่ รอต้อนรับนักท่องเที่ยวจนถึง 31 มกราคม 2569 ซื้อบัตรเข้าชมความงาม 30 บาท/คน นำหางบัตรใช้เป็นส่วนลดในคาเฟ่และไอศครีมดอกไม้ได้ด้วย

 

พิกัดที่ 2 เที่ยวงานต้นกล้าเกษตรแฟร์ ครั้งที่ 8  บริเวณศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านวังงูเห่า (สวนสำราญ) อำเภอเสาไห้ เดินชิลล์แบบสโลว์ไลฟ์ วันนี้-15 มกราคม 2569 สัมผัสวิถีเกษตรพอเพียง เดินเล่นสวนดอกไม้สีสันสดใส เลือกซื้อผักสดจากแปลง ผลผลิตชุมชน ของดีท้องถิ่น เก็บประสบการณ์ความประทับใจ กับภาพสวย ๆ และความสุขเรียบง่ายกลับบ้าน

 

พิกัดที่ 3 เที่ยวงานเทศกาลโคนมแห่งชาติ ประจำปี 2569 รับไอเย็นต่อเนื่อง 10 วัน ตั้งแต่ 23มกราคม- 1 กุมภาพันธ์ 2569 องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) บริเวณเขาตาแป้น อำเภอมวกเหล็ก ชวนนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมหลากหลาย ทั้งนิทรรศการ งานสัมมนาวิชาการ ประกวดโคนม เลือกดูเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงเกษตร แวะช้อปผลิตภัณฑ์นมและปัจจัยการเลี้ยงโคนม ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่น่าสนใจ ทั้งลานอาหารและดนตรีสดทุกวัน

 

พร้อมชมการแสดงคอนเสิร์ตจัดเต็มแบบต่อเนื่อง 10 วัน เริ่ม 23 ม.ค.นำโดย พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ 24 ม.ค.ไซอิ๋ว 25 ม.ค.วงซูซู 26 ม.ค.มายมอมแมม 27 ม.ค.คอนเสิร์ตร่วมสมัย ใหม่ พัชรี 28 ม.ค.ไม้เลื้อย แบนด์ 29 ม.ค.ออนซอนมิวสิค & แม่ทัพ ดอกเหมย เพ็ญนภา สมสุข 30 ม.ค.เม้ก อภิสิทธิ์ & ม่อน วรวิทย์ 31 ม.ค.บรรพต ไหทองคำ ปิดท้าย 1 ก.พ. 69 คอนเสิร์ต หิน เหล็ก ไฟ

 

เที่ยเมืองไทย เที่ยวใกล้กรุง เที่ยวได้ทุกวัน สำรวจพิกัดพักผ่อนแบบสบาย ๆ ได้ตลอดทั้งปี ที่จังหวัดสระบุรี

 

สุขภาพ –4วิธีป้องกันโรคง่วงนอนมากผิดปกติระหว่างวันดีต่อสุขภาพ

 

การนอนหลับ เป็นการพักผ่อนร่างกายและจิตใจ การนอนหลับในระยะเวลาที่เหมาะสมช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า เสริมสร้างความแข็งแรงของการทำงานในทุกระบบของร่างกาย รวมไปถึงสมาธิ ความจำ และอารมณ์ ในทางกลับกัน การนอนหลับในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจเป็นสัญญาณของโรคที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับผิดปกติบางชนิด

 

ทำความรู้จักโรคง่วงนอนมากผิดปกติ (Hypersomnia) : เป็นกลุ่มโรคที่ผู้ป่วยมีปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติในช่วงเวลาที่ควรตื่นตัวได้ดี ได้แก่ช่วงเวลากลางวัน ผู้ป่วยมักมีอาการง่วง เผลอหลับหรืองีบหลับระหว่างวัน ฝืนให้ตื่นไม่ได้ แม้ว่าช่วงกลางคืนจะนอนหลับได้อย่างเพียงพอแล้วก็ตาม บางครั้งรุนแรงถึงระดับที่เผลอหลับในขณะรับประทานอาหาร ทำงาน พูดคุยกับผู้อื่น หรือขับรถซึ่งนอกจากจะกระทบกับการใช้ชีวิต ประสิทธิภาพการทำงานแล้ว ยังอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่รุนแรงตามมา

 

4 วิธีป้องกันปัญหาง่วงนอนมากผิดปกติในระหว่างวัน

1.เข้านอนและตื่นนอนเป็นเวลาสม่ำเสมอทุกวันทั้งวันทำงานและวันหยุด โดยในวัยผู้ใหญ่แนะนำให้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอที่ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน หากตื่นแล้วให้ลุกจากเตียง ไม่ต่อเวลาการนอนออกไปอีก

 

2.หลีกเลี่ยงการนอนตอนกลางวัน หรือหากงีบกลางวันไม่ควรเกิน 20-30 นาที และไม่ช้ากว่า 14.00 น เนื่องจากจะส่งผลให้นอนหลับยากในช่วงกลางคืนและวงจรการนอนหลับผิดปกติตามมา

 

หากมีปัญหาด้านการนอนหลับ เช่น นอนไม่หลับ นอนหลับได้ไม่ต่อเนื่อง มีอาการนอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาที่เหมาะสมต่อไป

 

3.หากจำเป็นต้องรับประทานยาที่มีผลกับการตื่นตัวหรือการนอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการบริหารยาในช่วงเวลาที่เหมาะสม

 

4.ออกกำลังกายและรับแสงสว่างระหว่างวันอย่างเพียงพอเพื่อกระตุ้นการตื่นตัวที่ดี และหลีกเลี่ยงการรับแสงที่มากไปในช่วงกลางคืน เช่น การใช้จอจากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ เนื่องจากจะรบกวนการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนินซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับที่ไม่ดีตามมา

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ททท.บูมเที่ยวอีสานยกบ้าน“กับTrip.com-True Moneyถึงมิ.ย.69

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายงานว่า ได้จับมือกับ 2 พันธมิตรใหญ่ Trip.com และ True Money จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เปิดตัวโครงการใหญ่ส่งท้ายปี “Isan All Gen Together เที่ยวอีสานยกบ้าน” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชื่อมโยงเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยว ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัดโดยใช้อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง “Happy Mommy Diary” ร่วมถ่ายทอดมุมมองอีสานยุคใหม่ นำเสนอจุดขายแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม ประเพณีอันทรงคุณค่า ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่นต่อเนื่องปี 2569

 

ททท.คาดโครงการ “Isan All Gen Together เที่ยวอีสานยกบ้าน” จะกระตุ้นให้คนเดินทางท่องเที่ยวตลอดโครงการได้ไม่น้อยกว่า 10,000 คน เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก สร้างความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย พร้อมส่งต่อประสบการณ์ความสุขและเสน่ห์ของภาคอีสานในมิติใหม่ให้นักท่องเที่ยวตลอดปี 2569

 

 โครงการ Isan All Gen Together เที่ยวอีสานยกบ้าน” เน้นเพิ่มการรับรู้และกระตุ้นการท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีจุดเด่นด้านอัตลักษณ์ ทั้งเทศกาลท้องถิ่น งานดนตรีพื้นบ้าน สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร กิจกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ รุกเจาะ “กลุ่มครอบครัว” มีหลายช่วงวัย ใช้วิธีจัดทำเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยวเหมาะกับการเดินทางเป็นครอบครัว ททท. ได้พันธมิตรสำคัญทำแคมเปญส่งเสริมการตลาด ตั้งแต่วันนี้-  มิถุนายน 2569  ประกอบด้วย

 

Trip.com แพลตฟอร์ม One-Stop Service ให้บริการท่องเที่ยวครบวงจร จองโรงแรมที่พัก รถเช่า

เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวอีสาน 20 จังหวัด เมื่อจองผ่านแอปพลิเคชั่นนี้ จะได้ “ส่วนลด” 1.ค่าที่พัก จอง 2 คืน ลดทันที 100 บาท และ จอง 3 คืน ลดทันที 200 บาท “ค่ารถเช่า” ตั้งแต่2 วันขึ้นไปลดทันที 300 บาท 

 

True Moneyแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ที่เป็นสิ่งอำนวยแก่นักท่องเที่ยวในยุคสังคมไร้เงินสด จัดแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านระบบสะสมแสตมป์บนแอปพลิเคชัน True Money Wallet ให้แลกรับของรางวัลพิเศษกว่า 1,000 รายการ เช่น บัตรกำนัลที่พัก กระเป๋าเดินทาง ของที่ระลึกพรีเมียม เพื่อสร้างแรงจูงใจการเดินทางและกระจายรายได้สู่ชุมชนต่าง ๆ

 

ททท.ยังมุ่งหวังด้านการสื่อสารแนวคิด “เที่ยวอีสานแบบยกบ้าน” โดยการดึงอินฟลูเอนเซอร์สายครอบครัวชื่อดัง  Happy Mommy Diary” มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวอีสานมุมใหม่ สะท้อนภาพลักษณ์ความอบอุ่น สนุกสนาน นำเสนอกิจกรรมที่สมาชิกในครอบครัวสามารถทำร่วมกันได้ ตอกย้ำให้อีสานเป็นจุดหมายปลายทางตอบโจทย์คนทุกวัย (All Gen)

 

ข่าวที่สอง AirAsiaMOVEเปิดโพลล์3Genแนะธุรกิจปรับตัวรับพฤติกรรมลูกค้า

 

นางนาเดีย โอมาร์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  AirAsia MOVE เปิดเผยว่า ในฐานะแพลตฟอร์มจองการเดินทางชั้นนำของเอเชีย นำเสนอรายงานเชิงข้อมูล (Data-Driven Report) วิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวไทย 3 เจเนอเรชันหลัก ได้แก่ Baby Boomers, Gen X และ Millennials ในปี 2025โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลการจองหลายล้านรายการ ครอบคลุม เที่ยวบิน โรงแรม บริการเสริม เพื่อถอดรหัสพฤติกรรมการวางแผน การจอง และการใช้จ่ายของนักเดินทางในแต่ละช่วงวัย

 

ผลการศึกษาชี้ชัดว่า นักท่องเที่ยวแต่ละเจเนอเรชันมี “วิธีคิดเรื่องการเดินทางต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความสบายและการวางแผนล่วงหน้า ไปจนถึงกลุ่มที่ตัดสินใจรวดเร็วและขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชั่น สะท้อนโจทย์สำคัญของธุรกิจท่องเที่ยวปัจจุบันต้องเข้าใจอินไซท์เชิงลึกเพื่อออกแบบสินค้าและแคมเปญให้ตอบโจทย์นักเดินทางแต่ละกลุ่มได้อย่างแม่นยำ

 

Baby Boomers: สายคอมฟอร์ต วางแผนล่วงหน้า และหลงใหลวัฒนธรรม

 

นักท่องเที่ยวกลุ่ม Baby Boomers (เกิดปี 1946–1964) เป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนล่วงหน้าและความสะดวกสบาย นิยมจองการเดินทางล่วงหน้า เลือกเดินทางในช่วงฤดูกาลหลักอย่าง ไตรมาส 1 และและมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถัน ความนิยมในการเดินทางแบบเดี่ยวหรือเป็นคู่ การเลือกจุดหมายปลายทางระยะใกล้ที่คุ้นเคย และซื้อแพ็กเกจอัปเกรดแบบครบชุด สะท้อนความต้องการด้านความมั่นใจ คุณค่าทางวัฒนธรรม และการเดินทางที่มีความเสี่ยงต่ำ

 

พฤติกรรมการเดินทางที่สำคัญ (Key Behaviors)

1.พฤติกรรมการจอง (Booking Behavior): การวิเคราะห์ระยะเวลาการจองล่วงหน้าพบว่า นักท่องเที่ยวกลุ่ม Baby Boomers เป็นกลุ่มที่วางแผนล่วงหน้าอย่างชัดเจน โดยการจองกระจุกตัวอยู่ในช่วง 15–30 วัน และ 31–60 วันก่อนเดินทาง ขณะที่การจองแบบเร่งด่วนในช่วง 0–3 วันก่อนเดินทางมีสัดส่วนต่ำ ทั้งนี้ การจองล่วงหน้าระยะยาวพบเด่นชัดในกลุ่มที่เดินทางแบบเดี่ยวและแบบคู่

 

2.ช่วงเวลาเดินทาง (Travelling Period): ความต้องการเดินทางของ Baby Boomers มีลักษณะตามฤดูกาลอย่างชัดเจน โดยพีคในช่วง ไตรมาส 1 (27.9%) และไตรมาส 4 (27.0%) ซึ่งเดือนมกราคมและธันวาคมเป็นช่วงที่มีกิจกรรมสูงสุด ขณะที่ความต้องการเดินทางจะชะลอตัวในช่วงกลางปี โดยเฉพาะไตรมาส 2 และ 3 สะท้อนความนิยมในการเดินทางช่วงอากาศเหมาะสมและเน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก

 

3.รูปแบบนักเดินทาง (Solo / Couple / Group): Baby Boomers นิยมเดินทางแบบเดี่ยวและแบบคู่เป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการเดินทางเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ค่อนข้างต่ำ สะท้อนความต้องการประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัว จังหวะการเดินทางที่ผ่อนคลาย และสามารถควบคุมแผนการเดินทางได้ด้วยตนเอง

 

4.เส้นทางภายในประเทศ (Domestic Route Preference): ภายในประเทศ Baby Boomers เลือกเดินทางในเส้นทางหลักไปยังเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคที่มีความพร้อม เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต และเชียงราย โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ มากกว่าจุดหมายปลายทางเชิงผจญภัยหรือพื้นที่ห่างไกล

 

5.เส้นทางระหว่างประเทศ (International Route Preference): สำหรับการเดินทางต่างประเทศ Baby Boomers มุ่งเน้นจุดหมายปลายทางระยะใกล้ในเอเชียที่คุ้นเคย เช่น มาเลเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และตลาดภูมิภาคใกล้เคียง โดยปัจจัยหลักในการเลือกเส้นทาง ได้แก่ ความสะดวกในการเดินทาง เงื่อนไขวีซ่าที่ไม่ซับซ้อน มาตรฐานระบบสาธารณสุข และความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม

 

6.บริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference): Baby Boomers เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้ม อัปเกรดที่นั่งและซื้อบริการเสริม เช่น สัมภาระและประกันการเดินทางสูงที่สุด เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันอื่น สะท้อนแนวคิดการเดินทางที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและการลดความเสี่ยง โดยนิยมประสบการณ์ที่สงบ ลึกซึ้งทางวัฒนธรรม และได้รับการออกแบบอย่างพิถัน มากกว่าการท่องเที่ยวที่เร่งรีบหรือเน้นความตื่นเต้นสูง

 

คำแนะนำจาก AirAsia MOVE สำหรับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว (Opportunity):

เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Baby Boomers อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรพัฒนาแพ็กเกจระดับพรีเมียมที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก โดยรวม การอัปเกรดที่นั่ง สัมภาระ และประกันการเดินทาง ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการจองล่วงหน้าในช่วง 15–60 วัน พร้อมนำเสนอแพ็กเกจพักระยะยาวเชิงสุขภาพ บริการรับส่งระดับพรีเมียม และบริการคอนเซียร์จในจุดหมายปลายทางที่มีการเชื่อมต่อดี โดยเน้นความสงบ คุณค่าทางวัฒนธรรม และช่วงฤดูกาลเดินทางหลักใน ไตรมาส 1 และไตรมาส 4 เพื่อสอดรับกับแนวคิดการเดินทางที่วางแผนล่วงหน้าและเน้นความสบายของกลุ่มนี้

 

Gen X : นักเดินทางสายสมดุล ที่ให้ความสำคัญกับความสบาย ความคุ้มค่า และเวลาแห่งครอบครัว

 

กลุ่ม Gen X (เกิดปี 1965–1980) เป็นนักเดินทางที่มีความสมดุลและขับเคลื่อนด้วยความคุ้มค่า โดยนิยมวางแผนการเดินทางไม่ยาวไม่กระชั้นชิดจนเกินไป และกระจุกตัวในการเดินทางช่วงปลายปีเป็นหลัก ตัวเลือกการเดินทางของกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับจุดหมายปลายทางที่เหมาะกับครอบครัว บริการเสริมที่จำเป็น และเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย สะท้อนแนวคิดเชิงปฏิบัติที่มองหาความสะดวกสบาย ความง่ายในการเดินทาง และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ โดยไม่ละทิ้งความคุ้มค่า

 

พฤติกรรมหลัก (Key Behaviors):

1.พฤติกรรมการจอง (Booking Behaviour) - นักเดินทาง Gen X ส่วนใหญ่วางแผนการเดินทางล่วงหน้าในระยะกลาง โดยการจองกระจุกตัวมากที่สุดในช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง รองลงมาคือช่วง 8–14 วัน และ 31–60 วัน ขณะที่การจองแบบเร่งด่วนในช่วง 0–3 วันก่อนเดินทางมีสัดส่วนต่ำ สะท้อนความสมดุลระหว่างการวางแผนล่วงหน้าและความยืดหยุ่น

 

2.ช่วงเวลาเดินทาง (Traveling Period) - ความต้องการเดินทางของ Gen X มีจุดสูงสุดชัดเจนในช่วงปลายปี โดยพีคใน ไตรมาส 4 (31.1%) และเดือนธันวาคมเป็นช่วงที่มียอดขายที่นั่งและการจองสูงที่สุด ความต้องการเดินทางจะชะลอลงในช่วงไตรมาส 2 และ 3 โดยเฉพาะช่วงกลางปี ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม สะท้อนความนิยมในการเดินทางช่วงวันหยุดปลายปีและการท่องเที่ยวแบบวางแผนล่วงหน้า

 

3.เส้นทางภายในประเทศ (Domestic Routes Preference) - ภายในประเทศ กลุ่ม Gen X นิยมเดินทางในเส้นทางหลักไปยังเมืองท่องเที่ยวและเมืองภูมิภาคสำคัญ เช่น เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต เชียงราย และอุดรธานี โดยการเลือกเส้นทางขับเคลื่อนด้วยความสะดวกในการเดินทาง การเชื่อมต่อสนามบินที่ดี และความเหมาะสมกับการเดินทางที่สบายและเป็นมิตรกับครอบครัว มากกว่าการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย

 

4.เส้นทางระหว่างประเทศ (International Routes Preference) - สำหรับการเดินทางต่างประเทศ Gen X มุ่งเน้นเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย โดยจุดหมายยอดนิยม ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม สะท้อนความต้องการความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ มากกว่าการเดินทางระยะไกลหรือแผนการเดินทางที่ซับซ้อน

 

5.บริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference) - นักเดินทาง Gen X มักเลือกซื้อบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระและประกันการเดินทาง และมีแนวโน้มอัปเกรดที่นั่งมากขึ้นในกรณีเดินทางพร้อมครอบครัว พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ความเชื่อถือได้ และบริการที่ใช้งานได้จริง มากกว่าการอัปเกรดแบบฉับไว

 

“คำแนะนำ” จาก AirAsia MOVE สำหรับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว (Opportunity – Gen X)

 

เพื่อเข้าถึงกลุ่ม Gen X อย่างมีประสิทธิภาพ พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวควรให้ความสำคัญกับกลยุทธ์การจองล่วงหน้าในระยะกลาง โดยเฉพาะช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง พร้อมนำเสนอคุณค่าที่ชัดเจนมากกว่าการทำโปรโมชันแบบเร่งด่วน ควรพัฒนาแพ็กเกจที่เหมาะกับครอบครัว โดยรวมเที่ยวบินเข้ากับบริการเสริมที่จำเป็น เช่น สัมภาระและประกันการเดินทาง รวมถึงการอัปเกรดที่นั่งแบบคัดเลือกสำหรับการเดินทางเป็นครอบครัว

 

จุดหมายปลายทางและประสบการณ์ควรเน้นเมืองท่องเที่ยวภายในประเทศที่เดินทางสะดวก และเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย โดยชูจุดเด่นด้านความสบาย ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ ที่สอดรับกับพฤติกรรมการเดินทางแบบวางแผนและช่วงวันหยุดปลายปีของกลุ่ม Gen X

 

Millennials & Gen Y: นักเดินทางสายตัดสินใจเร็ว ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และโปรโมชัน

กลุ่ม Millennials และ Gen Y (เกิดปี 1981–1996) เป็นนักเดินทางที่มีความถี่ในการเดินทางสูง และให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์” เป็นหลัก โดยผสมผสานความเป็นสายสปอนเทเนียสเข้ากับการตัดสินใจที่คำนึงถึงความคุ้มค่า พฤติกรรมการเดินทางของกลุ่มนี้ขับเคลื่อนด้วยเสน่ห์ด้านไลฟ์สไตล์ อิทธิพลจากโลกดิจิทัลและโซเชียลมีเดีย รวมถึงความยืดหยุ่นในการวางแผน มากกว่าการผูกมัดระยะยาวหรือการเลือกประสบการณ์ระดับพรีเมียม

 

พฤติกรรมหลัก (Key Behaviors):

1.พฤติกรรมการจอง (Booking Behaviour): Millennials มักจองการเดินทางใกล้วันออกเดินทาง โดยการจองกระจุกตัวมากที่สุดในช่วง 15–30 วันก่อนเดินทาง ขณะที่การจองระยะสั้นและใกล้วันเดินทางยังมีสัดส่วนค่อนข้างสูง สะท้อนสไตล์การวางแผนแบบสปอนเทเนียสแต่ยังคงมีเป้าหมาย ไม่เน้นการวางแผนล่วงหน้ายาว

 

2.ช่วงเวลาการจองและเดินทาง (Booking Period): กลุ่ม Millennials มีการเดินทางอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยไตรมาส 1 (24.9%), ไตรมาส 2 (24.6%) และไตรมาส 3 (22.7%) ยังอยู่ในระดับที่คึกคัก ความต้องการเดินทางจะชะลอลงเล็กน้อยในช่วงไตรมาส 3 ก่อนจะฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนตุลาคม และพีคสูงสุดใน ไตรมาส 4 (27.9%) จากแรงหนุนของช่วงวันหยุดปลายปี โดยเดือนธันวาคมเป็นเดือนที่มียอดการจองที่นั่งสูงที่สุด

 

3.เส้นทางภายในประเทศ (Domestic Routes): ภายในประเทศ กลุ่ม Millennials นิยมเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมและจุดหมายเชิงไลฟ์สไตล์ โดยเส้นทางหลัก ได้แก่ เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ และอุดรธานี สะท้อนความต้องการจุดหมายที่มีความหลากหลาย ยืดหยุ่นต่อการเดินทางระยะสั้น และมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแรง

 

4.เส้นทางระหว่างประเทศ (International Routes): สำหรับการเดินทางต่างประเทศ Millennials มุ่งเน้นเส้นทางระยะใกล้ในเอเชีย นำโดย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และเวียดนาม ซึ่งได้รับอิทธิพลจากเสน่ห์ด้านไลฟ์สไตล์ ความสะดวกในการเดินทาง ความคุ้นเคยทางวัฒนธรรม และแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ท่องเที่ยวบนโซเชียลมีเดีย

 

5.บริการเสริม การอัปเกรด และรูปแบบประสบการณ์ (Ancillaries, Upgrades & Experience Preference): แม้จะเดินทางบ่อย แต่ Millennials มีค่าใช้จ่ายต่อการจองในระดับปานกลางและให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า พวกเขาไม่ค่อยอัปเกรดที่นั่ง แต่มีการซื้ออาหาร บริการเสริม และบริการรับส่งสนามบินอย่างสม่ำเสมอ โดยเลือกลงทุนกับสิ่งที่เพิ่มประสบการณ์และการใช้งานจริงมากกว่าความพรีเมียม

 

โอกาสสำหรับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยว (Opportunity for Travel Partners):

พันธมิตรด้านการท่องเที่ยวควรมุ่งเน้นการทำ Flash Sales โปรโมชันสะสมพอยต์ และแคมเปญการจองระยะสั้น ที่เจาะช่วงการตัดสินใจ 15–30 วันก่อนเดินทาง ควบคู่กับการนำเสนอที่พักและประสบการณ์ที่ “ถ่ายรูปสวย แชร์ได้” เช่น โรงแรมดีไซน์โดดเด่น แพ็กเกจ Workation ที่ยืดหยุ่น การเช็กเอาต์เลต รวมถึงบริการเสริมอย่างอาหารและรถรับส่งสนามบิน พร้อมผสานกิจกรรมท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์และมีศักยภาพในการสร้างกระแสบนโซเชียลมีเดีย

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

“AOT”6สนามบินแจกอินเซ็นทีฟแอร์ไลน์ม.ค.-มี.ค.69 หนุน”การบิน-ท่องเที่ยว”ไฮซีซั่นโตแรง

“ AOT ” 6 สนามบินแจกอินเซ็นทีฟแอร์ไลน์ม.ค.-มี.ค. 69 ดัน 2 อุตสาหกรรม”การบิน-ท่องเที่ยว”ไฮซีซั่นโตแรง AOT อนุมัติใช้มาตการแจกอินเซ็นทีฟส...