วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569

บางจากยืนยันขนส่งน้ำมันทางเรือรับจ่าถูกระเบียบทุกหน่วยงานรัฐตรวจเข้มปริมาณน้ำมันคงคลังปกติ

บางจากยืนยันขนส่งน้ำมันทางเรือรับจ่ายถูกระเบียบ

ทุกหน่วยงานรัฐตรวจเข้มปริมาณน้ำมันคงคลังปกติ



เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #คลังน้ำมันทางเรือ  

บางจากฯ ยืนยันการดำเนินงานด้านคลังและขนส่งน้ำมันทางเรือ ผ่านการตรวจเข้มจากทุกหน่วยงานรัฐ “รับ-จ่าย-ปริมาณน้ำมันคงคลัง” ปกติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลังที่มีปัญหา

 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ยืนยันว่าการบริหารจัดการคลังน้ำมันและการขนส่งน้ำมันทางทะเลของบริษัทฯ ดำเนินการตามปกติ และสอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนด มีการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐและมีการรายงานข้อมูลต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงที่ผ่านมา คลังน้ำมันของบริษัทฯ ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ กรมธุรกิจพลังงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมเจ้าท่า และหน่วยงานด้านพลังงานในพื้นที่ โดยผลการตรวจสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย การบริหารจัดการปริมาณน้ำมันเป็นไปตามหลักเกณฑ์และมาตรฐานที่กำหนด

กรณี “การตรวจสอบคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี” ที่ปรากฏในข่าว บริษัทฯ ขอแจ้งว่า บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคลังน้ำมันดังกล่าว ซึ่งคลังน้ำมันของบริษัทฯ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี แห่ง รวมถึงคลังที่บริษัทเช่าใช้บริการอีก 1 แห่ง ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดข้อมูลการรับ–จ่ายและปริมาณคงคลังมีความสอดคล้องกับข้อมูลที่รายงานต่อหน่วยงานกำกับดูแล โดยไม่พบความผิดปกติ รวมถึงไม่มีการกักตุนหรือการรั่วไหลแต่อย่างใด

            “ข้อมูลการรับ–จ่ายและปริมาณคงคลัง” มีความสอดคล้องกับข้อมูลที่รายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และไม่พบข้อบ่งชี้ของความผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม 

ส่วนกรณี “การขนส่งน้ำมันทางเรือไปยังคลังที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี” บริษัทฯ มีการรายงานข้อมูลการขนส่งต่อกรมธุรกิจพลังงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด

บริษัทฯ ยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยยึดหลักความถูกต้องและมาตรฐานในการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด

 

ททท.เปิด Passport Privileges @ HAT YAI”ผนึก9จังหวัดต้อนรับทัวร์คุณภาพมาเลย์-อินโด-สิงคโปร์

ททท.เปิด Passport Privileges @ HAT YAI”วันนี้-พ.ค.69

ผนึก9จังหวัดต้อนรับทัวร์คุณภาพมาเลย์-อินโด-สิงคโปร์

ททท.เปิดAmazing Thailand Passport Privileges @ HAT YAI” รับมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #PassportPrivillageHadyai

ททท.เปิด “Amazing Thailand Passport Privileges @ HAT YAI” วันนี้-พ.ค.69 นำสนามบินหาดใหญ่ ด่านสะเดา ปาดังเบซาร์ ผู้ประกอบการ 9 จังหวัด แจกของที่ระลึก สถานประกอบการ 100 แห่ง มอบโวเชอร์รับโชค ต้อนรับนักท่องเที่ยวคุณภาพตลาดใกล้ “มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย”


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับภาครัฐและเอกชน เปิดโครงการ “Amazing Thailand Passport Privileges @ HAT YAI” ภายใต้“Smile @ South คืนรอยยิ้มให้ชาวใต้” เร่งกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าใช้จ่ายเงิน เสริมเศรษฐกิจชายแดนใต้ให้คึกคักฟื้นรายได้สู่พื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม 

โครงการนี้เป็นหนึ่งในมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด “Value over Volume” ขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพพร้อมกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เล็งเจาะกลุ่มเดินทางระยะใกล้ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ความเชื่อมโยงการเดินทางและวัฒนธรรมภาคใต้ของไทย เปิดให้ต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมง่าย ๆ  เพียงแสดงหนังสือเดินทาง ที่บูทกิจกรรมเพื่อรับ “Amazing Bag” และสแกน QR Code ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ตั้งแต่วันนี้ถึงพฤษภาคม 2569 ที่สนามบินและด่านชายแดนหลักในภาคใต้ 

ททท.และคณะให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ท่าอากาศยานหาดใหญ่ และด่านชายแดนสำคัญ ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา ด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ มีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย ได้แก่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ ตำรวจท่องเที่ยว ด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานหอการค้า สมาคมโรงแรม และพันธมิตรภาครัฐ–เอกชนในพื้นที่


ทางผู้ประกอบการชุมชนท่องเที่ยวภาคใต้ 9 จังหวัด มอบของที่ระลึกที่สะท้อนเสน่ห์ไทย  กับสถานประกอบการท่องเที่ยวกว่า 100 แห่ง ร่วมจัดกิจกรรมลุ้นรับ Lucky Voucher มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ร้านอาหาร โรงแรม และร้านค้าท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในพื้นที่ทันที มุ่งสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงเมืองไทย

ททท. คาดโครงการนี้จะสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ ยกระดับภาพลักษณ์ “Trusted Thailand” ด้านความปลอดภัย ความสะดวก การต้อนรับที่อบอุ่น ตอกย้ำจุดยืนไทยในฐานะเส้นทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน (Quality Leisure Destination) ของภูมิภาค

ขณะที่ “Smile @ South” จึงเป็นมากกว่าแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวคือ การสร้างกลไกสำคัญนำรอยยิ้มกลับคืนสู่ชุมชน สร้างความเชื่อมั่น ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ฟื้นตัวเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว



 

ททท.ปรับเป้าปี69เหตุวิกฤตตะวันออกกลาง รายได้เหลือ2.58 ล้านล้านบาท/ต่างชาติลด18%

ททท.ปรับเป้าปี69รายได้เหลือ2.58 ล้านล้านบาท/ต่างชาติลด18%

เหตุวิกฤตตะวันออกกลางช่วง1-3เดือน-Q1/69มาไทย9.31ล้านคน

ททท.ปรับเป้าท่องเที่ยวปี 2569 หลังวิกฤตตะวันออกกลาง รายได้เหลือ 2.59 ล้านล้านบาท

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ปรับเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี69  

ททท.ปรับคาดการณ์ท่องเที่ยวใหม่ปี’69 ช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง 1-3 เดือน “รายได้รวม” เหลือ 2.58 ล้านล้านบาท “ต่างชาติเที่ยวไทย” ลด 18 % “ไทยเที่ยวไทย” ลด 3 % หลังไตรมาส 1/69 ทั่วโลกมาไทยแล้ว 9.31 ล้านคน หวังกระจายตลาดให้หลากหลายลดความเสี่ยง และพฤติกรรมคนระวังใช้เงินน้อยลง


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ไตรมาส 1/2569 ระหว่าง 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลัก อันดับ 1 สาธารณรัฐประชาชนจีน 1.49 ล้านคน อันดับ 2-5 ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน รัสเซีย 7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน เกาหลีใต้ 4.12 แสนคน ส่วน “ตลาดระยะไกล :Longhual” ที่ยังสามารถทำรายได้สูงต่อคนต่อทริปก็มี สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และเอเชีย คือ ญี่ปุ่น

ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากหลายปัจจัยภายนอกมีทั้ง 1.ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว 2.ต้นทุนการเดินทางผันผวน แต่ได้แรงหนุนจาก “โครงสร้างตลาดนักท่องเที่ยว” มีความหลากหลายมากขึ้น ช่วยให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยรักษาเสถียรภาพไว้ได้ และสามารถลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป


ปี 2569 ปรับคาดการณ์ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงจากปัจจัยภายนอก สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ส่งผลเป็นวงกว้างทั้งกับไทยและทั่วโลก จึงได้ประเมินใหม่

รายได้การท่องเที่ยวภาพรวม” จะทำได้ประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และในประเทศ มีดังนี้

“ตลาดต่างประเทศ” จะมี “จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ” ใหม่ตลอดปีอีกครั้ง ภายใต้สมมติฐานจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน คาดจะมีต่างชาติเข้ามาไทยประมาณ 30–34 ล้านคน ลดลงจากเป้าหมายเดิม 18 % ด้วยปัจจัยหลัก หลายตลาดชะลอตัว ได้แก่ ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา ข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก

“ตลาดการท่องเที่ยวในประเทศ” คาดคนไทยเที่ยวในประเทศจะประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลงจากเป้าหมาย 3 %



สถานการณ์ภาพรวมดังกล่าว ททท.ได้ปรับ “กลยุทธ์การตลาด” จากมุ่งเน้นเชิงปริมาณ สู่การสร้างคุณค่า (Value over Volume) โดยให้ความสำคัญ 4 เรื่อง ได้แก่ 1.เพิ่มมูลค่าต่อการเดินทาง 2.การพัฒนาสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวคุณภาพสูง 3.การสื่อสารภาพลักษณ์ด้านความคุ้มค่า ความปลอดภัย 4.ใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่องช่วงต้นปีนี้

สำหรับปี 2568 อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ทวีความรุนแรง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย แต่ “ภาพรวม” จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากตลาดที่เข้ามาบทบาทสำคัญทดแทนจีนช่วงปีก่อน คือ อาเซียน ยุโรป และตะวันออกกลาง

“มิติทางเศรษฐศาสตร์” ททท.พบว่า “แนวโน้มรายได้” จากการท่องเที่ยวจะขยายตัวต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว สะท้อนถึง “พฤติกรรมการใช้จ่าย” มีความระมัดระวังมากขึ้น และตอกย้ำความสำคัญการยกระดับ “ค่าใช้จ่ายต่อทริป” (Spending per Trip) ควบคู่การสร้างคุณภาพของประสบการณ์ มากกว่าการมุ่งเน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะยังคงนำมาใช้ในปี 2569 ต่อไป

 

 

 

วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569

ททท.นำจัด“GI Tour & Trail Running 2026”5ภาคปั๊มรายได้250ล้าน

ททท.นำจัดGI Tour & Trail Running 2026”5ภาค

บูม“ทัวร์กีฬา-ชุมชน-สินค้าGI”โกยรายได้250ล้าน

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AmazingThailandGITourTrailRunning2026

ททท.ควง กรมการค้าภายในจัดทั่วไทย Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” รวม 3 จุดขาย “เที่ยวเชิงกีฬา+ทัวร์ชุมชน+ช้อปสินค้า GI ท้องถิ่น” กระจายรายได้ 250 ล้านบาท 5 ภาค 5 จังหวัด

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับกรมการค้าภายใน เปิดตัวโครงการ “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” นำเสนอการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ผสานการวิ่ง การท่องเที่ยว วิถีชุมชน วัฒนธรรมอาหารเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และยกระดับสินค้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น (GI) ของไทย กระตุ้นการเดินทางกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากทุกภาคของประเทศ ในพื้นที่เป้าหมาย 5 ภูมิภาค คือ เชียงใหม่ ระยอง ขอนแก่น นครศรีธรรมราช และเพชรบุรี

ททท. คาดโครงการนี้จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 100,000 คน เกิดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจกว่า 250 ล้านบาท กระจายไปยังที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง และการอุดหนุนสินค้าชุมชนโดยเฉพาะ GI ยกระดับภาพลักษณ์ไทยด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสุขภาพในระดับนานาชาติ

นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า โครงการ “Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางยกระดับศักยภาพผลไม้ท้องถิ่นนำเสน่ห์ไทยมาเพิ่มมูลค่ามากขึ้น ชูผลผลิตแต่ละพื้นที่มาเชื่อมโยงกับกิจกรรมการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคได้สัมผัสเรื่องราว วิถีชุมชน เสน่ห์ของท้องถิ่น ช่วยกระจายรายได้สู่เกษตรกร ชุมชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง



โครงการ Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026” จะมีกิจกรรมหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่

กิจกรรมที่ 1 : กิจกรรมวิ่งในพื้นที่จริง (On-ground) : Amazing Thailand GI Tour & Trail Running ทั่วประเทศ 5 สนาม ดังนี้

วันที่ 2 – 3 พฤษภาคม 2569 ที่อ่างเก็บน้ำห้วยลาน อ. สันกำแพง จ. เชียงใหม่

วันที่ 23 – 24 พฤษภาคม 2569 ที่เขานางหย่อง อ. บ้านฉาง จ. ระยอง

วันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2569 ที่เขื่อนอุบลรัตน์ อ. อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น

วันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 ที่บ้านวังหอน อ. ชะอวด จ. นครศรีธรรมราช

วันที่ 20 – 21 มิถุนายน 2569 ที่บ้านทุ่งขาม อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี

“เปิดรับสมัคร” ให้ผู้สนใจเข้าร่วมในแต่ละพื้นที่ได้ 3 ระยะทาง ได้แก่ 20,10 และ 3 กิโลเมตร ได้ตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน เป็นต้นไป ที่เว็บไซต์ https://race.thai.run/gitourandtrail  

“ค่าสมัคร” เพียงคนละ 250 บาท จะได้รับเสื้อ, BIB, เหรียญที่ระลึก และ Voucher มูลค่า 250 บาท เมื่อใช้ซื้อสินค้า GI ภายในงาน ร่วมสะท้อนอัตลักษณ์แต่ละภูมิภาค กระตุ้นการใช้จ่ายสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น

“รางวัล” ผู้ชนะการแข่งขันในระยะทาง 20 กิโลเมตร และ 10 กิโลเมตร ร่วมลุ้นเงินสดกว่า 1 ล้านบาท พร้อมสินค้า GI SET โดยผู้เข้าเส้นชัย 5 อันดับแรก แยกประเภทชายและหญิงทั้ง 2 ระยะ และผู้ที่ได้ลำดับที่ 1ประเภทชายและหญิงจะรับได้การสนับสนุนค่าเดินทางและที่พักจากโครงการฯ  เพื่อส่งเสริมการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคและต่อยอดประสบการณ์การท่องเที่ยว

 


“ไฮไลต์” การจัดงาน Amazing Thailand GI Tour & Trail Running  ทั้ง 5 พื้นที่ คือการนำสินค้า GI ของท้องถิ่นในแต่ละจังหวัดที่จัดงานมาเป็นตัวชูโรง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสเส้นทางธรรมชาติ เรียนรู้วิถีชุมชน และเลือกซื้อสินค้า GI จากแหล่งผลิตโดยตรง ช่วยสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แตกต่าง ช่วยผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ไปพร้อมกัน ได้แก่

-ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ “แอ่วเทรลเมืองล้านนา จิบกาแฟ แลมนต์ขุนเขา” นำเสนอสินค้า GI กาแฟเทพเสด็จ มีจุดเด่น เป็นกาแฟอาราบิกามีกลิ่นของดอกไม้ป่า บนเส้นทางวิ่งจะมี ฐาน GI Coffee Experience สาธิตการคั่วและการชงกาแฟเทพเสด็จ

-ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง ผืนป่าบูรพา ​เทรลนักรบ สับปะรดศรีราชา นำเสนอสินค้า GI มังคุดระยอง มีจุดเด่นคือรสชาติหวานอมเปรี้ยว เปลือกบาง ผลกลม เนื้อขาว บนเส้นทางวิ่งมีฐาน GI Fruit Remix Workshop ทำยำผลไม้ GI

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น แล่นตะลุยแดนอีสาน ชิมมะม่วงหวาน แลลายศิลป์ นำเสนอสินค้า GI ข้าวหมากใบตอง มีจุดเด่นคือความหอมเป็นเอกลักษณ์ และรสชาติที่ไม่เลี่ยน บนเส้นทางวิ่งมีฐาน Silk & Khao Mak Cultural Experience ทำข้าวหมากใบตองและพวงกุญแจผ้าไหม

-ภาคใต้ จังหวัดนครศรีธรรมราช เทรลแจ่มใจ ​วิ่งวิถีชุมชน ชิมแตงโม ชมกระจูดควนเคร็งนำเสนอสินค้า GI สครับเปลือกผลไม้ มีจุดเด่นคือเป็นการนำผลไม้เฉพาะถิ่นที่มีสรรพคุณบำรุงผิวนำมาทำเป็นสครับ บนเส้นทางมีฐาน Natural GI Fruit Scrubb Experience สาธิตการทำสครับจากเปลือกผลไม้ และ เวิร์คช้อปทำสครับพกพา

-ภาคกลาง จังหวัดเพชรบุรี วิ่งเทรลชิมหวาน​ เสน่ห์หอมหวนแห่งเมืองเพชรนำเสนอสินค้า GI กล้วยหอมทองเพชรบุรี มีจุดเด่นคือผลยาว เปลือกบางสีเหลืองนวล เนื้อสีครีมเนียนละเอียด ละมุน นุ่มฟู หวานหอม ไส้ไม่ฉ่ำน้ำ บนเส้นทางมีฐาน Clay & Sweet Heritage Experience มีเวิร์คช้อปทำเครื่องปั้นดินเผา สาธิตปั้นกล้วยกวน

 


กิจกรรมที่ 2 : Virtual Run ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้นักวิ่งจากทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยวิ่งสะสมระยะทางรวม 77 กม. สร้างการมีส่วนร่วมและขยายการรับรู้โครงการเป็นวงกว้างทุกภูมิภาค เปิดรับสมัคร 2 เมษายน – 15 พฤษภาคม 2569 และร่วมกิจกรรมวิ่งสะสมระยะทางให้ครบ 77 กม. ได้ตั้งแต่ 16 พฤษภาคม – 26 มิถุนายน 2569

สมัครและสะสมการวิ่งทางเว็บไซต์ https://race.thai.run/gitourandtrail เมื่อสะสมระยะครบตามเงื่อนไข ผู้สมัครจะได้รับเสื้อ Finisher และเหรียญที่ระลึก ลุ้นรับ GI SET 100 รางวัล และมีสิทธิ์ลุ้นรับโวเชอร์ที่พักฟรี สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในอนาคต

กิจกรรมพิเศษ Amazing Thailand GI Tour & Trail Running 2026 ควบคู่กับกิจกรรมวิ่ง วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 ที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ชมการแสดงทางวัฒนธรรม การแสดงศิลปินอีสานอินดี้ และ ฟรีคอนเสิร์ตจากวงดนตรีชื่อดัง “โปเตโต้”  ภายในงานได้รวบรวมสินค้า GI และสินค้าชุมชน ร้านอาหารและเครื่องดื่มท้องถิ่นกว่า 50 ร้านค้า มาให้ได้เลือกชม ชิม และซื้อจากแหล่งผลิตโดยตรงให้ครบทั้ง “วิ่ง กิน เที่ยว และช้อป” ในงานเดียว

โครงการนี้พร้อมกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านสินค้า GI ร่วมกับ Lazada ชวนนักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปเข้าถึงสินค้าชุมชนได้ ด้วยการซื้อบนแพลตฟอร์ม https://www.lazada.co.th/thaigishop กระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจมหภาคมีรายได้เพิ่มขึ้น

 

 

TCEBพลิกโฉมจัด“Thailad MICE Week”28-30 เม.ย.69 งานเดียวครบ2เวที“นโยบายชาติ-ธุรกิจ”กิจกรรม12พื้นที่

 TCEBพลิกโฉมจัด“Thailad MICE Week” 28-30 เม.ย.69

งานเดียวครบ2เวที“นโยบายชาติ-ธุรกิจ”กิจกรรม12พื้นที่

TCEBผนึกTICA TEAจัด Thailad MICE Week ชู2เวที "นโยบายชาติ-ธุรกิจ" 28-30 เม.ย.69ที่ศูนย์สิริกิติ์

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #ThailandMICEWeek 


TCEB นำร่องปีแรก “Thailad MICE Week” แทน MICE DAY ผนึก TICA-TEA เปิดมิติใหม่ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยครบวงจร ควบ 2 เวทีใหญ่ “นโยบายยุทธศาสตร์ชาติ-ธุรกิจ” รวมกิจกรรม 12 พื้นที่ ยึดพื้นที่ศูนย์สิริกิติ์ จัดใหญ่ 28-30 เม.ย.69


ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า ทีเส็บ จับมือสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) หรือ TEA และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA ยกระดับจัด Thailand MICE Week 2026 จาก MICE Day ประจำปี  จะจัดวันที่ 28–30 เมษายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ รวบรวมงานไมซ์หลายสาขาที่เคยแยกจัดตามวาระต่าง ๆ มาไว้ในงานเดียวกัน คือ  MICE Standards Day, MICE Academy Day, MICE City Summit และTMX :Thailand MICE X-Change ของ TEA ตั้งเป้าใช้งานนี้ทำ Net Zero Carbon Event งานแรกของเมืองไทย สร้างจุดขายอุตสาหกรรมไมซ์ไทยที่ยั่งยืน

“กิจกรรม” จะมี 12 พื้นที่ ร่วมกันนำเสนอพัฒนาการใหม่ ๆ ของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยที่เกิดจากความร่วมมือของทีเส็บกับพันธมิตรภาคเอกชนและภาคการศึกษา ทั้งการอำนวยความสะดวกจัดงาน นวัตกรรม เส้นทางบรรลุผลความยั่งยืน การพัฒนาบุคลากร การจับคู่ธุรกิจ ยุทธศาสตร์การพัฒนาจุดหมายปลายทางการสร้างกำลังคนรุ่นใหม่

โดยจะเชื่อมโยงคอนเทนท์เชิงนโยบายกับการพัฒนาจากภาครัฐและเนื้อหาเชิงธุรกิจ รวมการพัฒนาของภาคเอกชนให้เกิดผลเชิงทวีคูณในโซ่อุตสาหกรรมและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เปิดกว้างให้ผู้เข้าร่วมงานได้ประโยชน์มางานเดียวได้ทุกอย่างครบวงจร



งาน Thailand MICE Week 2026 จะจัดปีแรกแทนงาน MICE Day เดิมจัดแค่ 1 วัน ต่อเนื่องมา 5 ปี ครั้งนี้ปรับใหม่จัดต่อเนื่อง วัน  ระหว่าง 28–30 เมษายน 2569 ผนวกรวมงานของทีเส็บกับ TEA เป็นหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงานพร้อมเป็นกลไกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม 2 เวที ได้แก่

“เวทีนโยบายและยุทธศาสตร์ระดับชาติ” มุ่งถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม การส่งเสริมมาตรฐานและความยั่งยืน

เวทีธุรกิจ นำงาน Thailand MICE X-Change 2026 เป็นแพลตฟอร์มเจรจาธุรกิจและจับคู่ทางการค้า ครอบคลุมทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไมซ์ครบวงจร   

 ทีเส็บจึงได้จัดงาน Thailand MICE Week 2026 ภายใต้แนวคิด “MICE in Motion พลังไมซ์ ขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต” ใช้พลังความร่วมมืออย่างเข้มข้นมากขึ้น ทำให้เกิดระบบนิเวศไมซ์ผลักดันไทยในฐานะ Global MICE Destination และขับเคลื่อนประเทศสู่ Trustworthy Opportunity Connector หรือศูนย์กลางเชื่อมโยงโอกาสทางเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างเป็นระบบ

“ผู้เข้าร่วมงาน” จะประกอบด้วย 1.ผู้กำหนดนโยบายการพัฒนาระดับประเทศและระดับนานาชาติ 2.วิทยากรจากต่างประเทศมาถ่ายทอดองค์ความรู้ระดับสากล 3.ผู้บริหาร C-Level จากภาคธุรกิจไมซ์ การเดินทาง การบิน โรงแรม สถานที่จัดงาน ผู้สร้างนวัตกรรม นักลงทุน คณาจารย์และนักศึกษา รวมกว่า 2,000 คน มารวมตัวกันผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในระยะยาว

ภายในงานจะครอบคลุมทั้งเชิงนโยบาย แนวโน้มและยุทธศาสตร์ เชิงธุรกิจและการตลาด เชิงการพัฒนาทรัพยากรขั้นพื้นฐานทั้งบุคลากรในภาคการศึกษา มาตรฐานสถานประกอบการ เมืองไมซ์ นวัตกรรมและความยั่งยืน ทำให้ผู้เข้าร่วมงานจากทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมไมซ์และผู้สนใจทั่วไปเก็บเกี่ยวความรู้ ก้าวทันสถานการณ์ไมซ์ได้ครบในงานเดียว

นายลอย จุน ฮาว นายกสมาคมการแสดงสินค้า (ไทย) และ ประธานจัดงาน Thailand MICE X-Change 2026 กล่าวว่า นำ TMX 2026 เข้าร่วมกับ Thailand MICE Week ทำให้เป็นมากว่าการรวมตัวผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องในธุรกิจจัดงานการประชุมและอีเวนต์ประจำปี แต่ได้เชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนได้มาพบปะกันแบบตัวต่อตัว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นยกระดับและเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมและอีเวนต์ของไทยก้าวสู่อนาคตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน  และความร่วมมือระดับสากล ร่วมสร้างบทบาทของไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการจัดงานแสดงสินค้า งานประชุมและอีเวนต์ที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพสูงที่สุดในเอเชีย พร้อมขับเคลื่อนการลงทุน การค้า การเติบโตทางธุรกิจยั่งยืนในระดับภูมิภาค

นางสาวประชุม ตันติประเสริฐสุข นายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA กล่าวว่า TICA ทำงานกับทีเส็บมา 24 ปี ร่วมกันยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยทุกองค์ประกอบทั้งการพัฒนามาตรฐานและบุคลากรที่ทำงานในอุตสาหกรรม ผู้ใช้บริการ ภาคการศึกษา ร่วมทำตลาดการขายทั้งในและต่างประเทศ การประชาสัมพันธ์ การดึงงานและการสนับสนุนงานร่วมกัน งาน Thailand MICE Week 2026 ทาง TICA เป็นองค์กรเอกชนที่มีสมาชิกกลุ่มผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์และชำนาญการสูงในห่วงโซ่อุตสาหกรรมไมซ์ มีความยินดีร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาให้งานนี้เป็นแพลตฟอร์มยกระดับความร่วมมือพันธมิตรทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมไมซ์ไทยเพราะเชื่อมั่นแข็งแกร่งของทุกฝ่ายคือจุดแข็งของประเทศไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติ

            ทีเส็บได้ตั้งเป้าหมายให้งาน Thailand MICE Week 2026 เป็น Net Zero Carbon Event งานแรกของเมืองไทย เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่วัดผลได้เป็นรูปธรรม  เป็นแบบอย่างในวงกว้างต่อไปและต่อยอดพัฒนาเป็นจุดขายของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันระดับนานาชาติ ในภาพใหญ่เพื่อให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยร่วมเปลี่ยนผ่านประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำตามยุทธศาสตร์ชาติอีกด้วย

 

บางจากยืนยันขนส่งน้ำมันทางเรือรับจ่าถูกระเบียบทุกหน่วยงานรัฐตรวจเข้มปริมาณน้ำมันคงคลังปกติ

บางจากยืนยันขนส่งน้ำมันทางเรือรับจ่ายถูกระเบียบ ทุกหน่วยงานรัฐตรวจเข้มปริมาณน้ำมันคงคลังปกติ เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza...