วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569

CEOกลุ่มบางจากใช้เวทีMIT-AIT ชี้“Energy Addition”วิถีพลังงานโลก

 CEOกลุ่มบางจากชี้“Energy Addition”วิถีพลังงานโลก

ใช้เวทีMIT-AITถอดเส้นทางการเปลี่ยนผ่านพลังงาน

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช CEO กลุ่มบางจากขึ้นเวที MIT นำเสนอ Energy Addition คือวิถีพลังงานโลก

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #EnergyAddition #วิถีพลังงานโลก

CEO กลุ่มบริษัทบางจาก ชี้ “Energy Addition” คือวิถีพลังงานโลก ลุยประกาศบนเวที Future of Energy Workshop ของ MIT – AIT


นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้รับเชิญร่วมเสวนาพิเศษ “Accelerating Energy Transition and Climate Action in Asia: Evidence-Based Policymaking, Strategic Foresight, and Energy-Climate Modeling” ในงาน Future of Energy Workshop จัดโดย MIT Management ASEAN Office ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)  ซึ่งได้นำเสนอถึงเรื่อง ระบบพลังงานโลกไม่ได้ทดแทนหรือเปลี่ยนแปลงแบบตัดขาด หากดำเนินตามวิถีของ Energy Addition มาตลอด ตั้งแต่ชีวมวล ถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ จนถึงพลังงานหมุนเวียน เสริมเข้ามาต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคม


ในส่วนของ “พลังงานหมุนเวียน” มีความสำคัญกับการลดความเข้มข้นของคาร์บอน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านความไม่สม่ำเสมอ รวมถึงแหล่งผลิตพลังงาน และพื้นที่ความต้องการใช้มักไม่อยู่ในที่เดียวกันหรือเวลาเดียวกัน ระบบพลังงานดังกล่าวจึงต้องพิจารณาทั้งแหล่งที่มา การขนส่ง การกักเก็บ โครงสร้างพื้นฐาน และความหนาแน่นของพลังงาน เป็นเหตุผลที่ทำให้ในระยะสั้นไม่สามารถนำพลังงานบางรูปแบบมาทดแทนกันได้โดยตรง

ปัจจุบัน โลกใช้น้ำมันดิบประมาณ 100 ล้านบาร์เรล/วัน สะท้อนเรื่อง “วิถีพลังงานของโลก” ยังต้องอาศัยฐานพลังงานเดิมควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ต้องใช้เวลาขยายผล ดังนั้นการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero จึงไม่ใช่ยุติการใช้หรือกำจัดไฮโดรคาร์บอนทันที แต่คือการจัดการและลดคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน เทคโนโลยี กลไกทางเศรษฐศาสตร์ หากเปรียบเทียบกับโควิด-19 เราไม่ได้แก้ปัญหาด้วยการกำจัดคนไข้ แต่กำจัดไวรัสที่เป็นปัญหา


นายชัยวัฒน์ยังได้กล่าวถึงบทบาทของกลไกตลาดคาร์บอนในการเชื่อมระบบพลังงานเดิมเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ สิ่งสำคัญคือมาตรฐานการตรวจสอบและรับรองที่เข้มแข็ง โปร่งใส และยอมรับได้ในระดับสากล เชื่อมโยงเข้ากับตลาดโลก การผลักดันมาตรฐานดังกล่าวผ่าน Carbon Markets Club สะท้อนความตั้งใจยกระดับตลาดคาร์บอนให้มีคุณภาพและเชื่อมต่อกับระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างเป็นรูปธรรม  ส่วนการออกแบบกลไกคาร์บอนจำเป็นต้องคำนึงถึงบริบทการพัฒนาและการเข้าถึงพลังงาน ทั้งโลกไม่ได้ใช้แนวทางเดียวกัน

สำหรับงาน Future of Energy Workshop ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านพลังงานและนโยบายระดับนานาชาติ ได้แก่ ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน Prof. Yeh Shin-cheng อดีตรัฐมนตรี สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) Prof. Shobhakar Dhakal, IPCC Coordinating Lead และ Dr. Naveed Anwar, CEO, CSI Bangkok ดำเนินการเสวนาโดย Prof. Pai-Chi Li, President, AIT



ขณะที่ “นางกลอยตา ณ ถลาง” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. บางจากฯ ก็ได้ร่วมเสวนาเมื่อ 27 มกราคม 2569 หัวข้อ “Game Changers for Energy Transition and Resilience” ในงาน Powering Southeast Asia Through 2050 ของ MIT Management Office ได้แลกเปลี่ยนมุมมองประเด็นต่าง ๆ เช่น “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่สามารถใช้แนวทางเดียวกันทั้งหมดได้ เนื่องจากแต่ละประเทศมีบริบทด้านทรัพยากร โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมที่แตกต่างกัน อีกทั้งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคไฟฟ้า

ได้ยกตัวอย่างการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งมีบทบาทสำคัญลดคาร์บอนภาคการบิน ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ควบคู่กับกฎระเบียบและนโยบายภาครัฐที่ชัดเจน  โดยเฉพาะมาตรการกำหนดสัดส่วนผสม (mandate) ที่ช่วยลดความไม่แน่นอนและทำให้การลงทุนเกิดขึ้นได้จริง

นางกลอยตาย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่สามารถรอเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบได้ แต่ต้องอาศัยการลงมือทำ ควบคู่กับการเรียนรู้และการประสานความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ผ่านเครือข่ายต่าง ๆ เช่น Carbon Markets Club แล้วเดินไปข้างหน้าพร้อมๆ กัน จึงจะสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

“Lisa-ลลิษา มโนบาล”AmazingThailand Ambassador ปลุกเสน่ห์ไทยกระหึ่มตลาดโลก

Lisa-ลลิษา มโนบาล”ปลุกพลังเสน่ห์เมืองไทยกระหึ่มตลาดโลก

ททท.ชูFeel All the Feelings”ดันภาพลักษณ์+เชื่อมั่นเที่ยวไทย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #LISA #AmazingThailandAmbassador #FeelAllTheFeelings

Lisa-ลลิษา มโนบาล” เปิดตัวเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Amazing Thailand Ambassador โชว์พลัง“เสน่ห์ท่องเที่ยวไทย” กระหึ่มตลาดโลก ด้วยแคมเปญ Feel All the Feelings” พลิกโฉม “ภาพลักษณ์” สร้างเชื่อมั่น Trust Thailand หนุนจุดขายความงามทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ให้นานาชาติกลับมาเที่ยวไทยซ้ำๆ ระยะยาว

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เปิดตัว “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ Amazing Thailand Ambassador อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “Feel All the Feelings” เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เพื่อถ่ายทอด “เสน่ห์ประเทศไทย” มุมใหม่เปี่ยมด้วยคุณค่าและความหมายในทุกประสบการณ์ ร่วมยกระดับ “ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย” สู่จุดหมายปลายทางคุณภาพของโลกหรือ Quality Leisure Destination รวมทั้งขอเชิญชวนคนไทยร่วมเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” สร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวผ่านโครงการ Trusted Thailand มอบทุกการเดินทางอย่างอุ่นใจ น่าจดจำ นำไปสู่การกลับมาท่องเที่ยวซ้ำอย่างยั่งยืน



Amazing Thailand Ambassador ที่ ททท.เปิดตัวครั้งนี้ ถือปรากฏการณ์สำคัญของการท่องเที่ยวไทย สะท้อนถึงการผสานอย่างลงตัวทั้ง ความงดงามทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย โดยมี “วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร” เป็นแลนด์มาร์กระดับโลก อย่างมีพลังสื่อถึงสัญลักษณ์สะท้อนอัตลักษณ์และความภูมิใจของประเทศไทย


ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่า ประเทศไทยได้ถ่ายทอดความงดงามผ่านมุมมองของ “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งพร้อมจะเปิดประสบการณ์รับรู้ใหม่ ให้ผู้คนได้ยลโฉมเมืองไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำคุณภาพสูง ที่มีความลึกซึ้งมากกว่าสถานที่อันสวยงาม หากยังคงเต็มไปด้วย ‘คุณค่า’ และ ‘ความหมาย’ ซ่อนอยู่ในทุกประสบการณ์ ทั้งผู้คน วัฒนธรรม วิถีชีวิต บรรยากาศในแต่ละจุดหมาย ททท.ต้องการให้ทุกการเดินทางในไทย สามารถสร้างความทรงจำที่ลึกซึ้ง ทรงคุณค่า และอยู่ในใจนักท่องเที่ยวได้อย่างยาวนาน

พร้อมทั้งจุดประกายให้ผู้คนทั่วโลกอยากเดินทางซ้ำ ๆ มาท่องเที่ยวเมืองไทย แล้วช่วยกันบอกต่อเรื่องราวความประทับใจไปกับแคมเปญ “Feel All the Feelings” มุ่งนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวเมืองไทยที่งดงาม โดยมีนักแสดงชื่อดังร่วมถ่ายทอดอารมณ์และประสบการณ์ ได้แก่ วิน – เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร, กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ และ บลู – พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ ทำให้การท่องเที่ยวเมืองไทยกลายเป็นความทรงจำที่มีความหมาย ด้วยเรื่องราวที่อยากเล่าต่อไม่รู้จบ ทำให้เสน่ห์การท่องเที่ยวเมืองไทยครองใจทั่วโลกในระยะยาว

 


วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

สิงคโปร์ แอร์ไลน์สปรับความถี่บินฤดูร้อนปี’69 เพิ่ม5เส้นทาง“กรุงเทพ/ย่างกุ้ง/สุราบายา/โคลัมโบ/ดูไบ”

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส”ลุยเพิ่มความถี่บินฤดูร้อนปี’69

5เส้นทาง“กรุงเทพ/ย่างกุ้ง/สุราบายา/โคลัมโบ/ดูไบ”

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เพิ่มความถี่ตารางบินฤดูร้อน 29 มี.ค.-24 ตงค.69 ไฮไลต์ 5 เส้นทาง 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #SIA #ตารางบินฤดูร้อนปี2569 

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส” เปิดตารางฤดูร้อน 29 มี.ค-24 ต.ค.69 ปรับเครือข่ายบินซีกโลกเหนือ เพิ่มความถี่ เพิ่มขีดความสามารถบริการ จากสิงคโปร์ ไป-กลับ แต่ละสัปดาห์ ไฮไลต์ 5 เส้นทาง “กรุงเทพฯ” 7เที่ยว “ย่างกุ้ง” 10 เที่ยว “สุราบายา” 21 เที่ยว “โคลัมโบ” 10-14 เที่ยว “ดูไบ”ใช้ฝูงบินซูเปอร์จัมโบ้A380

สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส” (SIA) ประกาศจะปรับความถี่เที่ยวบินและเพิ่มขีดความสามารถบางเส้นทางบินทั่วโลก เพื่อรองรับผู้โดยสารที่มีความต้องการเดินทางช่วง “ฤดูร้อน” แถบซีกโลกเหนือประจำปี 2569 เริ่มวันที่ 29 มีนาคม-24 ตุลาคม 2569 ไฮไลต์หลัก ๆ 5 เส้นทาง ดังนี้


เส้นทางที่ 1 สิงคโปร์-กรุงเทพฯ เริ่ม 29 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จะเพิ่มความถี่เที่ยวบินอีก 1 เที่ยว/วัน จะทำให้มีบริการมายังไทยรวมทั้งหมดเป็น 7 เที่ยว/วัน

เส้นทางที่ 2 สิงคโปร์-ย่างกุ้ง เมียนมา เริ่ม 31 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จะเพิ่มเป็น 10 เที่ยว/สัปดาห์ จากปัจจุบัน 7 เที่ยว/สัปดาห์


เส้นทางที่ 3 สิงคโปร์-สุราบายา อินโดนีเซีย เริ่ม 29 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป จะเพิ่มเป็น 21 เที่ยว/สัปดาห์ จากปัจจุบัน19 เที่ยว/สัปดาห์

เส้นทางที่ 4 สิงคโปร์-โคลอมโบ ศรีลังกา ระหว่าง 29 มีนาคม-30 เมษายน จะให้บริการ 10 เที่ยว/สัปดาห์ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป จะเพิ่มเป็น 2 เที่ยว/วัน หรือ 14 เที่ยว/สัปดาห์ จาก 10 เที่ยว/ตสัปดาห์

เส้นทางที่ 5 สิงคโปร์-ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะนำเครื่องบินแอร์บัสซูเปอร์จัมโบ้ A380 มาบริการเป็นครั้งแรกตลอดตารางบินฤดูร้อนซีกโลกเหนือ เพื่อเพิ่มที่นั่งชั้นพรีเมี่ยมที่มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น


Mr Dai Haoyu รองประธานอาวุโสฝ่ายวางแผนการตลาด สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส กล่าวว่า สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ได้ทบทวนเครือข่ายเส้นทางบินอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันไป แล้วการปรับเปลี่ยนความถี่ในแต่ละเส้นทางบิน จะช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกเดินทางมากขึ้น พร้อมทั้งได้ยกระดับการเชื่อมต่อเครือข่ายการบินในทุกตลาด โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีความต้องการการเดินทางสูง จึงหวังจะได้ต้อนรับลูกค้าบนเที่ยวบิน สิงคโปร์ แอร์ไลน์สพร้อมอบบริการระดับโลกให้ผู้โดยสารทุกคนประทับใจทุกทริปการเดินทาง



ผู้ว่า ททท.ชวนร่วมงาน The Night by Amazing Thailand ดนตรีเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่วันนี้-7ก.พ.ที่สวนลุม

ผู้ว่าฯททท.ชวนร่วมงาน The Night by Amazing Thailand

ดนตรีเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่วันนี้-7ก.พ.ที่สวนลุม

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TheNightbyAmazingThailand 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนร่วมงานดนตรีเฉลิมพระเกียรติสุดยิ่งใหญ่ใจ กลางกรุงเทพ The Night by Amazing Thailand รอยไหมในแสงจันทร์ : ศิลป์แห่งแผ่นดินในความทรงจําใต้แสงพระบารมี วันที่ 27 ม.ค. – 7 ก.พ. 2569 เวลา 16.00-21.30 น. ณ อาคารบันเทิง สวนลุมพินี 

นำเสนอกิจกรรมถ่ายทอดความวิจิตรตระการตามรดกไทยผ่านนวัตกรรมแสงสีเสียงระดับสากล เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  


โดยมีไฮไลท์สำคัญ ให้ทุกคนเข้ามาร่วมฟังดนตรีครั้งยิ่งใหญ่นี้ด้วยกัน ประกอบด้วย

ไฮไลต์แรก “THE MOONLIGHT CONCERT: รอยไหมในแสงจันทร์” การแสดงดนตรีชุด “บทเพลงแห่งพระเมตตา” ที่รวบรวมเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระมหากรุณาธิคุณ นำเสนอในรูปแบบ Jazz Meets Orchestra โดยศิลปินระดับโลก Koh Mr.Saxman & The Sound of Siam ร่วมกับวง Thai Symphony Orchestra

พร้อมศิลปินรับเชิญที่จะสลับสับเปลี่ยนมาร่วมมากมาย เช่น เบน ชลาทิศ, วิยะดา โกมารกุล ณ นคร, สุชาติ ชวางกูร, เก่ง ธชย, อันฉี Anchee The Voice, ครูกิต The Voice, มายด์ สิริกร เพลงเอก, ฟอร์ด สบชัย, กบ ทรงสิทธิ์, วสุ แสงสิงแก้ว, ลูกหว้า พิจิกา รวมทั้งคุณอิสริยา คูประเสริฐ นักร้องประจําพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง


ไฮไลต์ที่ 2 IMMERSIVE BOX นิทรรศการสื่อผสมเสมือนจริงที่นำเสนอพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวงอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่การส่งเสริมงานหัตถศิลป์ ศิลปาชีพ และการยกระดับผ้าไทยให้เป็นแฟชั่นไอคอนที่คนทั่วโลกยอมรับ 

            เป็นครั้งแรกที่นำวงออเคสตรามาผสมผสานกับการแสดงโขนในรูปแบบ KHON IN JAZZ ถือเป็นมิติใหม่แห่งการผสมผสานทางศิลปะ นอกเหนือเวทีแสดงโขน แล้วยังคือพื้นที่แห่งจิตวิญญาณศิลปะไทยที่สะท้อนพระราชดำริในการอนุรักษ์โขนให้คงอยู่ในวิถีชีวิตปัจจุบัน

            เชิญชวนมาร่วมสร้างความทรงจำอันงดงามกับ The Nighe by Amazing ระหว่าง 27 มกราคม -7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 - 21.30 น.  บริเวณลานบันเทิง สวนลุมพินี (ประตู 1 ตรงข้าม สน.ลุมพินี) กรุงเทพฯ 

ติดตามรายละเอียด https://www.facebook.com/ThailandFestival หรือ1672 Travel Buddy 



วันอังคารที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569

AOTผนึก ATTA หนุนท่องเที่ยว+MICE ดันการบินโตยั่งยืนเพิ่มผู้โดยสาร-เที่ยวบินเข้าไทยปี69

AOTผนึก ATTA หนุนท่องเที่ยว+MICE ดันการบินโตยั่งยืน

ขยายเครือข่ายใหม่เพิ่มผู้โดยสาร-ดึงเที่ยวบินแห่เข้าไทย

 

AOT ร่วมงาน ATTA Thailand Tourism & MICE Next 2026 หนุนท่องเที่ยว MICE ดันการบินปี69 โตยั่งยืน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #ATTA #การบินโตยั่งยืน

AOT รุกใหญ่ปี’69 ร่วมบิ๊กอีเวนต์ATTA Thailand Tourism & MICE Next 2026” หนุนท่องเที่ยว ผนวกตลาด MICE เมืองไทย ขยายภาคีเครือข่ายธุรกิจใหม่ ๆ ดึงแอร์ไลน์สเพิ่มยอดผู้โดยสารแห่เข้าไทยโตยั่งยืน

           


            นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า ผู้บริหาร AOT เข้าร่วมงาน ATTA Thailand Tourism & MICE Next 2026” ของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) มุ่งเน้นร่วมมือกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจหรือ MICE สร้างแม่เหล็กดึงดูดสายการบินนานาชาติเปิดเส้นทางบินใหม่ทำให้ผู้โดยสารเติบโตอย่างยั่งยืน





โดยนายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) นายวิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เข้าร่วมงานพร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและเสริมสร้างความร่วมมือเชิงนโยบายร่วมกับเครือข่ายผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เมื่อเร็ว ๆ  นี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายในงานมีผู้เข้าร่วม1,200–1,500 คน เช่น ผู้ประกอบการ บริษัทนำเที่ยว นักลงทุน ผู้ซื้อจากประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


        “นายศิโรตม์” ได้ร่วมเวทีสัมมนาแนวโน้มอุตสาหกรรมท่องเที่ยวปี 2026 หัวข้อ Thailand Tourism Outlook 2026, Tourism Risk and Crisis Management in Thailand และ China Tourism Situation in Thailand เพื่อต่อยอดการบินเข้ากับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการเดินทางเชิงธุรกิจหรือ MICE ได้ครอบคลุมทั้ง 4 เรื่อง ได้แก่

เรื่องที่ 1 นำข้อมูลแนวโน้มปี 2569 ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและ MICE ของไทย รวมถึงแนวทางยกระดับและพัฒนาการท่องเที่ยวในอนาคตของประเทศ

เรื่องที่ 2 นำข้อมูลมาวิเคราะห์เร่งสร้างความเชื่อมโยงและบูรณาการทำงาน รวมถึงการสร้างโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ของ AOT

เรื่องที่ 3 AOT ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการนำเที่ยว และสายการบินอีวีเอ แอร์ (ไต้หวัน) กับ ไชน่า แอร์ไลน์ส เร่งเพิ่มโอกาสเปิดเส้นทางบินใหม่ ควบคู่การเพิ่มความถี่เที่ยวบิน

เรื่องที่ 4 ได้นำเสนอมาตรการส่งเสริมสิทธิประโยชน์ทางการบิน (Incentives) ของ AOT สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการให้เข้ามาใช้บริการท่าอากาศยาน AOT เพิ่มขึ้น สนับสนุนให้ปี 2569 มีปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินเติบโตอย่างยั่งยืน



          AOT ใช้โอกาสเข้าร่วมพบปะกับภาคธุรกิจในงาน ATTA Thailand Tourism & MICE Next 2026 สะท้อนบทบาทความพร้อมสนับสนุนระบบนิเวศด้านการบิน ภาพรวมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และการเดินทางเชิงธุรกิจ/MICE ของประเทศ ผ่านช่องทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการและพันธมิตรจากหลายส่วน ควบคู่กับการดำเนินงานเชิงรุกระดับนโยบายและปฏิบัติการ

โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบินของไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน

 

 

ตรุษจีนปี’69 ททท.คาดท่องเที่ยวเงินสะพัดทั่วไทย4.2หมื่นล้าน

“ต่างชาติ”ใช้เต็มเหนี่ยว3.5หมื่นล้าน+ในประเทศ6.75พันล้าน

ททท.คาดการณ์ตรุษจีน10 วัน ระหว่าง13-22 ก.พ.2569 รายได้ท่องเที่ยวทั่วไทยกว่า 42,230 ล้านบาท

 เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ตรุษจีนปี69 #ท่องเที่ยวสดใสเงินสะพัด4หมื่นล้าน

ททท.คาด “ตรุษจีน” ปีม้า 2569 มีสัญญาณสดใสคาด 10 วัน เงินสะพัดทั่วไทยกว่า 42,230 ล้านบาท โตสองหลัก 13% “ต่างชาติ” ใช้จ่ายเต็มที่ 35,480 ล้านบาท พุ่งสูง 14 % “คนไทย” 6,750  ล้านบาท เพิ่ม 4 %



นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยว “เทศกาลตรุษจีน” ระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569  ตลอด 10 วัน จะเกิดกระแสการเดินทางของทั้งคนไทยและต่างชาติ มีสัญญาณสดใสคึกคักมีการท่องเที่ยวทั่วเมืองไทยมีแนวโน้มเติบโตเป็นบวก ตามคาดการณ์ดังนี้

จะมี “รายได้รวม” เข้าประเทศกว่า 42,230 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 13 % จากช่วงเดียวกันกับปี 2568 ทำไว้ 37,415 ล้านบาท ด้วยพลังขับเคลื่อนสำคัญของ 2 ตลาดหลัก  ได้แก่

“ตลาดต่างประเทศ” : สร้างรายได้รวม 35,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 % สูงกว่าปี 2568 ทำไว้ 31,000 ล้านบาท จะมี “จำนวนท่องเที่ยว” ประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10 % สูงกว่าปี 2568 ทำไว้ 1.13 ล้านคน

ตลาดในประเทศ : สร้างรายได้รวม 6,750  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 % สูงกว่าปี 2568 ทำไว้  6,255 ล้านบาท จะมี “จำนวนท่องเที่ยว” ประมาณ  2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3  % สูงกว่าปี 2568 ทำไว้ 2.21 ล้านคน

 


 

CEOกลุ่มบางจากใช้เวทีMIT-AIT ชี้“Energy Addition”วิถีพลังงานโลก

  CEO กลุ่มบางจากชี้“ Energy Addition ”วิถีพลังงานโลก ใช้เวที MIT-AITถอดเส้นทางการ เปลี่ยนผ่านพลังงาน   นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช CEO กล...