วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569

Thailand Boat Festival 2026 ททท.ชู IMG-TGดันไทยฮับเที่ยวทะเลยอร์ช/มารีน่า

ททท.ยึดThailand Boat Festival”ดันไทยฮับเที่ยวทะเล

ชูIMG-TGบูมยอร์ช/มารีน่า “ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย”

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #ThailandBoatFestival2026 #ไทยศูนย์กลางเที่ยวทางทะเล

“ททท. ยึดเวที Thailand Boat Festival 2026” ยกระดับภาคใต้ “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค เชื่อมโยงไทยอินโดนีเซียมาเลเซีย ภายใต้กรอบ IMG-TGปลุกตลาดยอร์ช มารีน่า เช่าเหมาลำ คึกคัก

นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สนับสนุนการจัด “Thailand Boat Festival 2026” เมื่อ 15–18 มกราคม 2569 ที่ภูเก็ต โบ๊ท ลากูน จังหวัดภูเก็ต เดินหน้าพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลของไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบ IMT-GT โดยใช้งานแสดงและกิจกรรมทางทะเลนานาชาติเชื่อมโยงภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ร่วมกันผลักดันการท่องเที่ยวทางทะเลของไทย โดยมี “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวแบบไร้รอยต่อ

โดย ททท.ได้ใช้เวทีนี้เร่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวที่มีความสนใจเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) นำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวคุณภาพสูงสู่สากล ด้วยประสบการณ์บนฝั่ง แหล่งท่องเที่ยว สินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว และบริการสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง สร้างประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณค่าตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพในระยะยาว


ขณะเดียวกัน ททท.ได้นำผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมกิจกรรมพร้อประชาสมพันธ์การท่องเที่ยวทางทะเล เน้นย้ำศักยภาพเดินทางเชื่อมโยงข้ามพรมแดน นำโดย คณะผู้แทนหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT (Indonesia–Malaysia–Thailand Growth Triangle) ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และศูนย์ประสานงานแผนงานเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซียมาเลเซียไทย (Centre for Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle: CIMT) 

กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นเวทีสำคัญทางความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของอนุภูมิภาค โดยมี ททท. ร่วมกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานจากประเทศสมาชิก IMT-GT เชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการ ทั้งการท่องเที่ยวยอร์ช มารีน่า บริการเช่าเรือแบบเหมาลำ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของทั้งไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิด กำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลเชิงระบบ

ภายในงานได้ยังได้จัดเสวนาหัวข้อ “Unlocking Thailand’s Potential as a Leading Marine Tourism Destination in Southeast Asia” เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 15.3016.30 น. มีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและสมาคมที่เกี่ยวข้องร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความพร้อมของไทย ด้านการพัฒนาบุคลากร สินค้าและบริการพร้อมเสนอขาย แนวทางการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลแบบไร้รอยต่อ ซึ่งทางผู้แทนภาครัฐและเอกชนได้ร่วมสะท้อนภาพความพร้อมของไทยในทุกมิติ ครอบคลุมเรื่องนโยบาย มาตรฐาน และการพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวทางทะเล


นางสาววัจนันท์ ศิลปวรณ์วิวัฒน์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท. กล่าวว่า ชายฝั่งอันดามันของไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งที่พร้อมจะเป็น “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค” ภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT  ซึ่งมี “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” เป็นประตูสำคัญเชื่อมโยงการเดินทางทางเรือแบบไร้รอยต่อทั้งยอชต์ เรือสำราญ และเรือเฟอร์รี ระหว่างไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ขณะนี้ ททท. เน้นพัฒนาบุคลากร ยกระดับสินค้าและบริการ ทำให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมเติบโตอย่างยั่งยืน

นางสาวศิวาพร ถำวาปี ผู้แทนกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า กรมฯ ให้ความสำคัญเรื่องยกระดับมาตรฐานและการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวทางทะเล เพื่อให้ไทยมีความพร้อมรองรับนักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก การทำงานร่วมกันภายใต้กรอบ IMT-GT จะช่วยสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวทางทะเลที่เข้มแข็ง ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทยสู่สากล

นายวัฒนา โชคสุวณิช ประธานสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเรือสำราญไทย กล่าวว่า งาน Thailand Boat Festival 2026 คือพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนได้พัฒนาเครือข่ายการท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี “ภูเก็ต-กระบี่-สตูล” พร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการเดินทางทางเรือกับลังกาวี ปีนัง และซาบัง มาเลเซีย เพื่อสร้างประสบการณ์ยอช์ตระดับโลก ภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT และเปิดเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่เชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ 3 ประเทศ

เมื่อ 17 มกราคม 2569 เวลา 15.30–16.30 น. ได้จัดเสวนาหัวข้อ “IMT-GT as a Dreamed Destination for Quality Yacht Experience” มีผู้แทนจากหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสมาชิก IMT-GT ร่วมเสนอวิสัยทัศน์ จุดแข็ง และโอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT เน้นย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางทะเลของภูมิภาค ร่วมกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย

ได้แก่ Mr. Amri Bukhairi Bakhtiar, Director, Centre for the Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (CIMT)Mr. Saut F. Siagian, SVP Marketing & Business Development, PT. Pelabuhan Indonesia (Pelindo) และ Mr. Mohd Ashrul Ashraf Mohd Noor, Deputy Director, Package Development Division, Tourism Malaysia ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ จุดแข็ง และโอกาสพัฒนาการท่องเที่ยวทางทะเลเชื่อมโยง 3 ประเทศ ผลักดันความร่วมมือต่อเนื่องเป็นรูปธรรมในระยะต่อไป

โดยมี นางรุ่งทิพย์ บุกขุนทด ผู้อำนวยการกองเลขานุการและวิเทศสัมพันธ์ ททท. ร่วมถ่ายทอดทิศทางความร่วมมือระหว่างประเทศและบทบาทของไทยในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทางทะเลภายใต้กรอบ IMT-GT

ขณะที่ผู้แทนหน่วยงานไทยและประเทศสมาชิก IMT-GT ได้หารือแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลให้เกิดความต่อเนื่องเป็นรูปธรรม เช่น การจัดทำคู่มือสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชื่อมโยง 3 ประเทศ การพัฒนาสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านการท่องเที่ยวทางทะเล การจัดกิจกรรมทางการตลาดภายใต้แบรนด์ Sail IMT-GT นำไปสู่ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกรอบ IMT-GT ระยะต่อไป



 

ททท.หนุนกทม.เจ้าภาพประชุมเฟอรี่โลก“Interferry 2026”หนุนไทยศูนย์กลางอุตสาหกรรมเรือ

ททท.หนุนกทม.เจ้าภาพประชุมเฟอรี่โลกInterferry 2026”

40ชาติกว่า270บริษัทหนุนไทยศูนย์กลางอุตสาหกรรมเรือ

 

ททท.ร่วมเป็นเจ้าภาพInterferry 2026 – The 50th Annual Interferry Conference” 31ต.ค.-4พ.ย.69

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #Interferry206 #ศูนย์กลางเฟอรี่อินเตอร์

ททท.ร่วมกับพันธิตรประกาศร่วมเป็นเจ้าภาพจัด Interferry 2026 – The 50th Annual Interferry Conference” 31 ต.ค.-4 พ.ย.69 ที่กรุงเทพฯ ทั่วโลก 40 ประเทศ กว่า 270 บริษัท โชว์ศักยภาพไทยศูนย์กลางอุตสาหกรรมเรือเฟอรี่อินเตอร์และเรือโดยสาร

นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ร่วมกับพันธมิตรในไทยประกาศความพร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน “Interferry 2026 – The 50th Annual Interferry Conference” ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2569 ที่กรุงเทพมหานคร โดย “สมาคมอินเตอร์เฟอรี่” เปิดเวทีประชุมระดับโลก ประจำปี 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ มุมมองเชิงกลยุทธ์ ในนามองค์กรนานาชาติศูนย์กลางอุตสาหกรรมเรือเฟอร์รี่และเรือโดยสารทั่วโลก จะมีผู้แทนจากอุตสาหกรรมเรือเฟอร์รี่และเรือโดยสารจากทั่วโลก 40 ประเทศจากกว่า 270 บริษัท เข้าร่วมประชุมมากกว่า 400 คน มีทั้งภูมิภาคยุโรป อเมริกา และเอเชีย

ททท.ร่วมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดงาน อำนวยความสะดวก ออกบูธสาธิตกิจกรรมเสน่ห์ไทย มุ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงาน เพราะการประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญร่วมกำหนดทิศทางอุตสาหกรรมการเดินเรือเฟอร์รี่ระดับโลก มีผู้นำองค์กร ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมเรือเฟอร์รี่และเรือโดยสารร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มุมมองของอุตสาหกรรมในหลากหลายมิติ



เช่น กลยุทธ์การตลาด การบริหารจัดการเส้นทางเดินเรือ  กฎหมายการเดินเรือระหว่างประเทศภายใต้ IMO ความปลอดภัย เทคโนโลยีเรือรุ่นใหม่ นวัตกรรมด้านพลังงานสะอาด และแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมการเดินทางทางน้ำอย่างยั่งยืน

“กรุงเทพมหานคร” ของไทย ได้รับเลือกเป็นสถานที่เจ้าภาพจัดการประชุม “Interferry 2026 – The 50th Annual Interferry Conference” สะท้อนถึงศักยภาพประเทศ “ศูนย์กลาง” การคมนาคมทางน้ำ การท่องเที่ยวและการจัดประชุมนานาชาติในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคมทางน้ำที่หลากหลาย วัฒนธรรมการเดินเรือที่มีเอกลักษณ์ ความพร้อบริการและต้อนรับระดับสากล การประชุมงานใหญ่รายการนี้จะช่วยส่งเสริมบทบาทและยกระดับมาตรฐาน อุตสาหกรรมเดินเรือไทยเติบโตสู่ระดับโลก เพิ่มรายได้ในระบบเศรษฐกิจของไทยในอนาคตได้ด้วย



การประกาศเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัด “Interferry 2026 – The 50th Annual Interferry Conference”  จัดขึ้นเมื่อ 16 มกราคม 2569 ที่สุภัทรา ริเวอร์ เฮ้าส์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าร่วม ประกอบด้วย นางสุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ประธานกรรมการบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด Mr. Mike Corrigan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) อินเตอร์เฟอรี่ ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (ด้านความปลอดภัย) นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.

 

“BCPG-ORN”ลุยศึกษาเชิงพาณิชย์โปรเจกต์ “โซลาร์-แบตเตอรี่” ดันอสังหาฯนำนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ลดคาร์บอน

 BCPG-ORN”ลุยศึกษาเชิงพาณิชย์โปรเจกต์ “โซลาร์-แบตเตอรี่”

ดันอสังหาฯนำนวัตกรรมตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ลดคาร์บอน


BCPG ลงนามข้อตกลงกับ ORN ศึกษาเชิงพาณิชย์และเทคนิคการลงทุนโปรเจกต์ “โซลาร์–แบตเตอรี่” 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #BCPG #ORN #โซลาร์เซลแบตเตอรี่

BCPG ผนึก ORN ลงนามศึกษาเชิงพาณิชย์และเทคนิคการลงทุนโปรเจกต์ “โซลาร์–แบตเตอรี่” ภาคอสังหาริมทรัพย์ก้าวสู่ Smart & Sustainable Communities ตอบโจทย์ผู้บริโภคด้านนวัตกรรมอนาคต ลดค่าใช้จ่าย ลดคาร์บอน

นายชาญวิทย์ ตรังอดิศัยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการลงทุน บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บมจ.บีซีพีจี ในฐานะผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทย ร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้การลงทุน “โครงการระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์” พร้อมระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) มาใช้ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนระยะยาว และสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างเป็นรูปธรรม

“บีซีพีจี” ดำเนินธุรกิจทั้งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดด้วยเทคโนโลยีหลากหลาย ควบคู่การเน้นนำนวัตกรรมมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รองรับความต้องการของผู้บริโภคด้านพลังงาน ผนวกการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยบริษัทมีความพร้อมด้านเทคโนโลยี ประสบการณ์ การบริหารจัดการพลังงานในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงการให้เกิดประสิทธิภาพทางพลังงาน ลดต้นทุนในระยะยาว สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืนให้กับภาคธุรกิจ มีส่วนร่วมขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ



นายชาญวิทย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับอรสิรินครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญเรื่องแผนขยายการบริหารจัดการด้านพลังงานสะอาดผสานระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ภาคอสังหาริมทรัพย์ นับเป็นโอกาสสำคัญที่ทั้งสองบริษัทจะได้ร่วมกันศึกษาการลงทุนพลังงานสะอาดและโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย สร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล

“นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) “ORN กล่าวว่า ORN ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร โดยมุ่งมั่นสร้างสรรค์และพัฒนาโครงการนำนวัตกรรมมาตอบโจทย์ทุกความต้องการ คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การจับมือกันครั้งนี้สำคัญกับ “บีซีพีจี” ผู้นำด้านพลังงานสะอาดที่จะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ผนวกระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ จะร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้เชิงพาณิชย์และเชิงเทคนิค ช่วยลดต้นทุนค่าสาธารณูปโภค เช่น 1.ค่าไฟฟ้าทั้งของผู้อยู่อาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง 2.เพิ่มมูลค่าให้โครงการในเครืออรสิรินในระยะยาว 3.สนับสนุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้สอดรับกับแนวโน้มการใช้พลังงานแห่งอนาคต

            นายปรีดิกร ย้ำความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยต่อยอดพัฒนาโครงการอรสิรินสู่แนวคิด Smart & Sustainable Communities ด้วยการผสานนวัตกรรม เทคโนโลยี พลังงานทดแทน เพื่อสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัย การทำงาน การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก้าวสู่การเติบโตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

 

วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569

เชียงใหม่ Night Market เริ่มแล้วเที่ยวถนนคนเดินสันกำแพง-ท่าแพ ชมเสน่ห์วัฒนธรรมวันนี้-1มี.ค.69

เปิดแล้ว!เชียงใหม่ Night Market ถนนคนเดินสันกำแพง-ท่าแพ

ชมเสน่ห์วัฒนธรรมวันนี้-1มี.ค.69ดันเศรษฐกิจสะพัด186ล้าน

 




เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เชียงใหม่NightMarket #TAT 

ททท.ร่วมกับจังหวัดเปิด “เชียงใหม่ Night Market” ปลุกเที่ยว 2 ถนนคนเดิน “สันกำแพง-ท่าแพ” วันนี้- 1 มี.ค.69 สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรม ผ่านแสง สี ไฮเทคโนโลยี ถนนละ 10 จุด ชมได้ยาว ๆ ทุกเสาร์-อาทิตย์ 46 วัน หวังรายได้สะพัดกว่า 186 ล้าน



 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า งาน “เชียงใหม่ Night Market” ทำพิธีเปิดเรียบร้อยแล้วเมื่อค่ำคืนที่ 17 มกราคม 2569 บริเวณข่วงสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ททท.ร่วมมือกับจังหวัดเชียงใหม่ดึงดูดนักท่องเที่ยวชมเสน่ห์ยามค่ำคืนในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม ถนนคนเดิน 2 แห่ง สันกำแพงและท่าแพ จะจัดตั้งแต่ 17 มกราคม – 1 มีนาคม 2569 ด้วยไฮไลต์ความอลังการการชม Light Installation – Mapping พร้อมดนตรีและศิลปวัฒนธรรม  

“คาดความสำเร็จ” จะมีผู้เข้าร่วมงานทั้ง 2 พื้นที่กว่า 1 แสนคน สร้างรายได้กว่า 186 ล้านบาท จากการที่ ททท.ได้ส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโดยใช้กลยุทธ์ Event Marketing กระตุ้นด้วยงาน “เชียงใหม่ Night Market” ชูจุดขายถนนคนเดินท่าแพ และสันกำแพง ขานรับกับนโยบายประเทศมุ่งยกระดับถนนคนเดินจาก “ตลาดท้องถิ่น” สู่เป็น Creative Walking Street ระดับนานาชาติ ด้วยเสน่ห์แหล่งวัฒนธรรมที่โดดเด่น และเป็นศูนย์รวมหัตถกรรมและภูมิปัญญาล้านนา กับการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชน

นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ณ ถนนคนเดินสันกำแพง เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยนำต้นทุนทางวัฒนธรรมและหัตถศิลป์อันโดดเด่นของพื้นที่มาต่อยอดสู่รูปแบบสร้างสรรค์ร่วมสมัย ผ่านการผสมผสานศิลปะ แสง สี และเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวยามค่ำคืนที่มีชีวิตชีวา สอดคล้องกับวิสัยทัศน์จังหวัดเชียงใหม่สู่ “เมืองแห่งสุขภาพ เมืองแห่งการใช้ชีวิต และเมืองแห่งเทศกาล” ภายใต้แนวคิด “Value is the New Volume” และนโยบาย “12 เดือน 12 เทศกาล จังหวัดเชียงใหม่เที่ยวได้ทั้ง 365 วัน” ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยว สร้างรายได้ และกระจายประโยชน์สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน


 

“กิจกรรมภายในงาน” ททท.ได้ออกแบบภายใต้แนวคิด “San Kamphaeng Remix : Chiang Mai Remake” เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของสันกำแพง ผ่านศิลปะ แสง สี เทคโนโลยีดิจิทัลที่เติมเต็มให้ถนนคนเดินมีสีสัน และเป็นพื้นที่ให้ชาวสันกำแพงได้แสดงความสามารถ หัวใจสำคัญคือการคงไว้ซึ่งความเคารพและรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นเลือกแลนด์มาร์กจัดแสดงบนถนนคนเดินแห่งละ 10 จุด สร้างสรรค์เล่าเรื่องราวให้มากกว่าที่นักท่องเที่ยวเคยรู้จัก ส่งมอบประสบการณ์น่าจดจำ เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้ากับอัตลักษณ์ของท้องถิ่นได้

 



งานท่องเที่ยวเชียงใหม่ Night Market” 1.ถนนคนเดินสันกำแพง ทุกวันเสาร์ 2.ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ ทุกวันอาทิตย์ ต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 1 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 – 22.00 น. นักท่องเที่ยวจะได้ชมเทคนิคของแสง สี และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จำนวน 10 จุดจัดแสดง  ได้แก่


 

ถนนคนเดินสันกำแพง” จุดแลนด์มาร์ค : “The Grand Arts of San Kamphaeng:
พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง”
ได้แก่ ข่วงสันกำแพง :


จุดแสดงที่ 1 ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy)

จุดแสดงที่ 2 จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา (The Spirit of Clay), ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง :

จุดแสดงที่ 3 โคมอธิษฐาน (The Wishing Lanna)

จุดแสดงที่ 4 วาดสรรค์ผืนร่ม (Color Your Canopy)

จุดแสดงที่ 5 ตลาดข่วงสันกำแพง : ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The Light beat)

 จุดแสดงที่ 6 ธนาคารกรุงเทพ : น้องจ๊างสุดชิค (The Cool Elephant)

จุดแสดงที่ 7 อาคารชินวัตร : ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The Basket of Prosperity)

จุดแสดงที่ 8 ถนนคนเดินสันกำแพง : ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom)

จุดแสดงที่ 9 หลังตึกห้างทองไพศาล : สานศิลป์ทอแสง (The Weaver's Beacon)

จุดแสดงที่ 10 ถนนคนเดินสันกำแพง : ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall)  

 



ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) จุดแลนด์มาร์ค : “The Sand Stupa: เจดีย์แห่งการเริ่มต้น” แรงบันดาลใจจากประเพณีป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง

 

จุดแสดงที่ 1 วัดพันอ้น : เจดีย์อัฐอร่าม (The Radiant Octagon)

 

 จุดแสดงที่ 2 หอพื้นถิ่นล้านนา : ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna Guardian)
สิงห์คู่ สัญลักษณ์แห่งพลังปัญญาและการคุ้มครอง ประตูเมืองและวัดวาอาราม

 

จุดแสดงที่ 3 พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ : จากถนนแห่งศรัทธา สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred Road to the Heritage of the Nation)

จุดแสดงที่ 4 ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ :  คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The Flame of Memory) นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ พูดถึงความทรงจำผ่าน "สัตว์ทั้งสี่" ที่ทำหน้าที่เป็นดัง "ผู้พิทักษ์" ได้แก่
หงส์ กระต่าย กวาง และ นกฮูก

จุดแสดงที่ 5 วัดพันเตา : ธารบุญสู่แสง (The Stream of Light) ต้นไม้ใหญ่และแสงที่สว่างไสวเป็นดุจ "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองรอง" หรือเป็นสัญลักษณ์ของความผาสุกที่กำลังจะเกิดขึ้น

จุดแสดงที่ 6 วัดพันเตา : พนมมือ ศรัทธา (The Gesture of Radiance)

จุดแสดงที่ 7 วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร : ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา (The Lantern of Lanna Imagination)

จุดแสดงที่ 8 หอพื้นถิ่นล้านนา : เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers)

 จุดแสดงที่ 9 วัดทุงยู : เส้นทางแห่งการผลิบาน (The Blooming Way)

จุดแสดงที่ 10 วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร : แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture)

 

ช้อปเพลิน เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก

พิเศษ !!ผู้เข้าร่วมงานร่วมจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการภายในงาน เมื่อจับจ่ายครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว เช่น ที่พัก ร้านอาหาร สปา พร้อมสนุกสนานกับการแสดงจากศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ดังนี้

-เดือนมกราคม 2569 : Proxie, 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph,  25 มกราคม 2569 : No One Else, 31 มกราคม 2569 : Yented

-เดือนกุมภาพันธ์ 2569 : 1 กุมภาพันธ์ Atom /14 กุมภาพันธ์ Pause, Earth Patravee /15 กุมภาพันธ์ ATLAS, Sarah Salola / 21 กุมภาพันธ์ Songkarn Rangsan / 22 กุมภาพันธ์ Serious Bacon / 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean และ 1 มีนาคม  Season Five


ฟรีบริการรถรับส่งฟรีตลอดงาน ททท. จัดบริการรถรับ - ส่ง ดังนี้

-ถนนคนเดินสันกำแพง 2 เส้นทาง  ได้แก่

1. เส้นทางข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง

2. เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ – ศูนย์ทำร่ม บ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ - ข่วงสันกำแพง


ถนนคนเดินท่าแพ 2 เส้นทาง  ได้แก่

1. One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ – วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร

2. ข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร



Thailand Boat Festival 2026 ททท.ชู IMG-TGดันไทยฮับเที่ยวทะเลยอร์ช/มารีน่า

ททท.ยึด “ Thailand Boat Festival ”ดันไทยฮับเที่ยวทะเล ชู IMG-TG บูมยอร์ช/มารีน่า “ไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย”   เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใ...