อรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ จัดบิ๊กอีเวนต์“สังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์ 2569” 13-15 ก.พ.69
“อรุษ นวราช”บูมบิ๊กอีเวนต์“สังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์
2026”
เปิดสวนสามพรานดึงเครือข่ายทั่วไทยรับสายเฮลท์ 13-15ก.พ.69
ตลอดงานจัดเต็ม“จับคู่ธุรกิจ-เสวนากูรูดัง-เวิร์คช้อปสร้างอาชีพ”
ช้อปสินค้าอินทรีย์สด/แปรรูป-ชิมของอร่อย-แชร์เทรนด์สุขภาพ
ช้อปคิงเพาเวอร์THE POWER GIFTIVALของขวัญลดเบอร์แรง
คิงเพาเวอร์สมัครPOWER PASS-รับคืน20%-ฟรีประกันเดินทาง
ปี’69คิงเพาเวอร์แจกรัวๆ
Special Gift ห้ามพลาดช้อปรับ6สิทธิ์
ททท.รุกทัวร์จีนรุ่นใหม่ปี69ผนึกใช้“Tencent-WeTV-SichuanTV”
บางจากชู ESGในDNAดูแลสังคมขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานยั่งยืน
เที่ยวเชียงใหม่ Night Marketฟิน2ถนนคนเดิน“สันกำแพง-ท่าแพ”
6 วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยเมื่อไม่สามารถหลีกหนีฝุ่น PM
2.5
การบินไทย-AMEXฉลอง20ปีลดตั๋วบินโลก2พัน-ROP2หมื่นไมล์
GISTAเร่งศึกษา3พื้นที่เปิดท่าอวกาศยานในไทยรับเศรษฐกิจใหม่
วันเสาร์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #สังคมสุขใจออร์แกนิกเฟสต์2026
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/16fbUZMwc
ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ จัดบิ๊กอีเวนต์แห่งปี “สังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์ 2569” 13-15 ก.พ. นี้ เปิดพื้นที่หน้าสวนสามพราน 5 ไร่ ชวนมาร่วม “รักตัวเอง รักสุขภาพ รัก 360 องศา” หนุนเทรนด์ตลาดโตทุกปี 20% ขานรับเทศกาลวาเลนไลน์ พบสินค้าคุณภาพทั่วไทยกว่า 200 บูธ จัดเต็มตลอดงาน 3 ไฮไลต์ “จับคู่เจรจาธุรกิจ” ผู้ผลิตกับโรงแรม ร้านอาหาร “มหกรรมขายสินค้าอินทรีย์สดแปรรูป” ระดมผู้ผลิตเกษตรอินทรีย์ทั่วไทยคัดสรรค์สินค้าคุณภาพมาให้ผู้บริโภค “เวทีเสวนา” ของเหล่ากูรูเกษตรอินทรีย์ ทั้ง “วิฑูรย์ ปัญญากุล” เจ้าของฟาร์มรูฟท้อปในเมือง “ปริ๊นท์ ณ นคร” บ้านเจ้าชายผัก “โจน จันได” มนุษย์บ้านดิน
นายอรุษ นวราช เลขานุการมูลนิธิสังคมสุขใจ เปิดเผยว่า ทางมูลนิธิฯ เตรียมจัดงาน “สังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์ 2569” ครั้งที่ 10 จัดในธีม “เรารักตัวเอง เรารักสุขภาพ รัก 360 องศา” ขานรับเทศกาลวาเลนไทน์ ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณตลาดสุขใจ ขนาดพื้นที่ 5 ไร่ หน้าสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยได้ร่วมกับพันธมิตรหลัก สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” การท่องเทียวแห่งประเทศไทย (ททท.) จังหวัดนครปฐม เปิดให้ผู้ประกอบการเกษตรกรเพาะปลูกพืชเกษตรอินทรีย์จากทั่วประเทศ เป็นเครือข่ายภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ มาร่วมนำเสนอสินค้าหลากหลายทั้งสดและแปรรูปกว่า 200 บูธ ตลอดงานยังได้จัดทำโมเดล “การจัดงานลดขยะเป็นศูนย์” ควบคู่กันไปด้วย
ปี 2569 ภายในงาน “สังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์ 2569” แบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่
● ส่วนที่ 1 การจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างตัวแทนผู้ขายเกษตรอินทรีย์กับคู่ค้าทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และอื่น ๆ เริ่มตั้งแต่วันแรก 13 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดให้ผู้ซื้อ-ผู้ขาย เจรจาการค้าระหว่างกัน เพื่อหาวัตถุดิบและซัพพลายเออร์
● ส่วนที่ 2 บูธขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ปีนี้จะเน้นผลิตภัณฑ์แปรรูปเพิ่มเป็นพิเศษ รวมทั้งสามารถช้อปสินค้า ร่วมกิจกรรมเวิร์คช้อปมากมาย ตลอด 3 วัน 13-15 กุมภาพันธ์ 2569
● ส่วนที่
3 เวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญ นำโดย “คุณวิฑูรย์
ปัญญากุล” ประธานกรรมการผู้จัดการ Bangkok Rooftop Farming ผู้บุกเบิกเรื่องเกษตรอินทรีย์แถวหน้าของเมืองไทยจากเกษตรพื้นบ้านปลอดสารพิษสู่เกษตรอินทรีย์
“คุณปริ๊นท์ ณ นคร : นคร ลิมปคุปตถาวร”
จากบ้านเจ้าชายผัก
เป็นเกษตรกรผู้บุกเบิกการทำเกษตรอินทรีย์ในเมืองเริ่มจากปลูกผักกินเองที่บ้านย่านลาดพร้าว
พัฒนาสู่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรในเมือง “คุณโจ จันได”
มนุษย์บ้านดินตัวอย่างของคนใช้ชีวิตและการทำเกษตรอย่างยั่งยืน
รวมทั้งการนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มาตอบโจทย์ผู้เข้าร่วมงานทุกคน
ทุกวัน
ระหว่าง 13-15 กุมภาพันธ์ 2569 จะจัดให้มี “เวทีหลัก” นำเสนอแรงบันดาลใจในการหันมาทำเกษตรอินทรีย์ การดูแลสุขภาพกายใจ หันมารักษ์โลกอย่างยั่งยืน และ “เวทีย่อย” รองรับกลุ่มเข้าร่วมเวิร์คช้อปต่าง ๆ เพื่อเชิญชวนผู้สนใจเฉพาะทางเข้าร่วมฟังและทำกิจกรรมด้วยกัน
นายอรุษ กล่าวว่า ผู้ที่เข้าร่วมงานสังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์ 2569 จะได้รับประโยชน์หลายมิติ เช่น “ผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์” นำเสนอความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นทุกปี มีศักยภาพสร้างผลผลิตเติบโตโดยมีนวัตกรรมที่ดี หรือจะมาไอเดียการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ นอกเหนือจากการจับคู่ทางธุรกิจระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายโดยตรง ส่วน “ผู้บริโภคผลิตภัณฑ์อินทรีย์” จะได้พบกับสินค้ามากกว่าของกิน คือแฟชั่นเสื้อผ้าทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ กับผลิตภัณฑ์แปรรูปใหม่ ๆ สามารถแลกเปลี่ยนพูดคุยองค์ความรู้ สร้างแรงบันดาลใจหลายแง่มุมกลับไปด้วย
“สถานการณ์อุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์เมืองไทย” หลัก ๆ จะมีอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่
● เรื่องที่ 1 ความต้องการสินค้าเติบโตเพิ่มขึ้นปีละ 20%
● เรื่องที่ 2 ผู้บริโภคตื่นตัวหันมารับประทานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ควบคู่กับทำให้ผู้ประกอบการขยายตัวเติบโตควบคู่กันไป สร้างเศรษฐกิจเชิงบวกให้ประเทศ
● เรื่องที่ 3 ปลุกกระแสการรักษ์โลกในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร โดยสามารถปลูกเองมากขึ้น แต่ “อุปสรรค” ยังคงเป็น “สภาพอากาศแปรปรวน” ไม่สามารถคาดคะเนได้จึงทำให้เกษตรอินทรีย์ต้องเผชิญความท้าทาย ทำได้ยากขึ้นบ้าง
“ความท้าทายใหม่” วงการอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์เมืองไทย ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป มีดังนี้
เรื่องที่ 1 “การตื่นตัว ตื่นรู้” เมื่อได้มาร่วมชมงาน “สังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์ 2569
เรื่องที่ 2 กระตุ้นให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของการบริโภคอินทรีย์มีความสำคัญต่อสุขภาพ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
เรื่องที่ 3 ปูพื้นฐานการเข้าสู่สังคมอินทรีย์ต้องมีองค์ความรู้ ซึ่งสามารถเพิ่มประสบการณ์โดยตรงจากเครือข่ายสังคมสุขใจ
นายอรุษ กล่าวว่า งานสังคมสุขใจ ออร์แกนิก เฟสต์ 2569 จะเป็นงานเชิงสร้างสรรค์ให้คนตื่นตัวเรื่อง “การดูแลสุขภาพ” สามารถสร้างสังคมหรือคอมมิวนิตี้เชื่อมโยงไปได้หลายกลุ่มเนื่องจากมีผู้บริโภคเติบโตอย่างมีนัยสำคัญปีละกว่า 20 % แล้วยังสามารถเป็นกำลังใจให้ “ผู้ผลิตหรือเกษตรกร” หันมาทำการเกษตรปลอดภัยไร้สารเพิ่มมากขึ้น สามารถมาพบกันได้ในงานนี้ มาตั้งแต่วันแรก 13 กุมภาพันธ์ 2569 จะได้สินค้าที่ต้องการก่อนจะหมดอย่างรวดเร็ว ส่วนวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ ก็สามารถมาหาความรู้เพิ่มเติม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-ช้อปคิงเพาเวอร์THE
POWER GIFTIVALของขวัญลดเบอร์แรง
THE
POWER GIFTIVAL ช้อปของขวัญรับปีใหม่ คุ้มได้อีก! ที่ คิง เพาเวอร์
รางน้ำ และภูเก็ต วันนี้-31 มกราคม 2569
1.ช้อปบิวตี้ไอเทม น้ำหอม และเครื่องสำอางลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ
สมาชิก POWER PASS ลด ON-TOP 5%
2.แผนกแว่นตา ลดสูงสุด 20% เพียงช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30% เพียงช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ สมาชิก POWER PASS ON-TOP 5%
3.แผนกแฟชั่น นาฬิกา และเครื่องประดับ (เฉพาะแบรนด์และสินค้าที่ร่วมรายการ)รับฟรีทันที! 3,000 บาท เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ
สินค้าแผนกแฟชั่น
เครื่องประดับ และแว่นตา จำกัดการซื้อสูงสุดไม่เกิน 60,000 บาท/ใบเสร็จ
(รับสูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท) สินค้าแผนกนาฬิกา
จำกัดการซื้อสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/ใบเสร็จ
(รับสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท)
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์สมัครPOWER PASS-รับคืน20%-ฟรีประกันเดินทาง
ช้อปทุกอย่างที่เป็นไปได้ที่ “คิง
เพาเวอร์” รับสิทธิประโยชน์รับศักราชใหม่ ได้เต็มพลัง วันนี้- 31 มกราคม 2569
1.สมัครสมาชิก POWER
PASS รับคุ้มรับเซตคูปองส่วนลด 30% จำนวน 6ใบ นำไปช้อปสินค้าแผนกที่ร่วมรายการต่อ 1 ใบเสร็จ
2.ช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
ได้มากกว่า! รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% วันนี้– 31 ม.ค. 2569เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ
และธนาคารกำหนด แนะนำให้ตรวจสอบสื่อเงื่อนไขเต็มจากสื่อของธนาคารโดยตรงควบคู่กันไปด้วย
3.สายเที่ยวเฮรับปีใหม่!
แจกของขวัญฟรี เดินทางอุ่นใจไร้กังวล รับส่วนลดค่าประกันการเดินทาง 18%
เมื่อซื้อประกันการเดินทางต่างประเทศจาก TQM เพียงแค่สแกน QR Code รับสิทธิ์ได้ทันที! ตั้งแต่วันนี้–
31 ม.ค. 2569 สำหรับเงื่อนไขเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทประกันภัยและข้อกำหนดของสำนักงาน
คปภ.
ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์แจกรัวๆ Special Gift ปี69ห้ามพลาดช้อปรับ6สิทธิ์
คลิกเร็ว
!! Online Exclusive ช้อปปิ้งสุดคุ้มค่า พร้อมรับของแถม
Special Gift ฟรี! “คิง
เพาเวอร์ออนไลน์”ให้สิทธิ์เฉพาะลูกค้าคนโปรดของเราเท่านั้น รีบมาช้อปเลย
เมื่อช้อปตามเงื่อนไข วันนี้- 31 มกราคม 2569
ห้ามพลาดรับสิทธิ์รัว ๆ 6 รายการ
1.สินค้า Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย!
รับสินค้าที่สนามบิน
2.แบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน ตามเงื่อนไขของยอดซื้อและกติกาของสถาบันการเงิน
3.รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 54,900 บาท
4.ฟรี! ของสมนาคุณสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง
(ของแถมมีจำนวนจำกัดและอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
5.รับเลย! ส่วนลด 800 บาท เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์
6.รับสิทธิ์การสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาท (สุทธิ)
เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ
และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ
กำหนด
ข่าวที่ 4-ททท.รุกทัวร์จีนรุ่นใหม่ปี69ผนึกใช้“Tencent-WeTV-SichuanTV”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ต้อนรับปี 2569
เร่งกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีนต่อเนื่อง โดยร่วมมือกับสื่อพันธมิตรชั้นนำของจีน
ได้แก่ Tencent, WeTV และ Sichuan TV สร้างสรรค์คอนเทนต์ท่องเที่ยวคุณภาพ
ประเภทรายการวาไรตี้และภาพยนตร์โฆษณา (Television Commerci TVC) นำเสนอเสน่ห์ไทยมิติใหม่ สร้างแรงบันดาลใจและเสริมความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ในการเดินทางโดยเฉพาะกลุ่ม
Generation Y และ Generation Z
ปี 2569 ททท. ตั้งเป้าหมายสร้าง “รายได้ท่องเที่ยว” จากตลาดนักท่องเที่ยวจีน
มูลค่ารวม 260,204 ล้านบาท ผลักดันให้ประเทศไทยกลับมาเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมครองใจนักท่องเที่ยวจีนอย่างยั่งยืนอีกครั้ง
ททท.กับสื่อชั้นนำของจีนร่วมมือกันขับเคลื่อนผ่าน
Tencent Video และ WeTV ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในกลุ่มผู้ชมชาวจีนรุ่นใหม่
เลือกไฮไลต์ 2 รายการ ได้แก่
● รายการแรก
ผลิตเนื้อหาวาไรตี้ท่องเที่ยวเชิงอาหาร “TASTEFUL
THAILAND”
● รายการที่สอง
“FOREVER by YOUR SIDE” ซึ่งเป็นรายการ Dating เชิงท่องเที่ยว ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมอาหาร ความหลากหลายทางวัฒนธรรม
และความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวไทย
แล้ว ททท. ยังได้ร่วมมือกับ Sichuan
TV จัดทำ “ภาพยนตร์โฆษณา” ทำการประชาสัมพันธ์ ร่วมกับ CHU YI
ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Key Opinion Leader: KOL) ชื่อดังของจีน ถ่ายทอดประสบการณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยทันสมัยในมุมมองใหม่
แปลกใหม่ เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ภายใต้แคมเปญ “Play the New Thai Way” สะท้อนภาพลักษณ์เมืองไทยในฐานะจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ปลอดภัย และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
“แผนการดำเนินงาน ปี 2569” ททท. เตรียมเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการตลาดขนาดใหญ่ในตลาดจีน ภายใต้ชื่อ “จงไท่อี่เจียชิน”
หรือ “จีนไทยครอบครัวเดียวกัน” โดยจะร่วมมือกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน
จัดกิจกรรมส่งเสริมตลาดและการขาย จัดอีเวนต์ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
นำเสนอเมืองน่าเที่ยวของไทยที่มีศักยภาพเหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนแต่ละกลุ่มวัย
ข่าวที่
5-บางจากชู ESGในDNAดูแลสังคมขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานยั่งยืน
นายชัยวัฒน์
โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ร่วมเสวนาหัวข้อ “The
Sustainability Imperative: ESG as a Core Business Strategy – เจาะลึกกฎระเบียบโลกใหม่และโอกาสทางธุรกิจสีเขียว”
ในงานครอบครัวข่าว 3 Forum 2026 ทิศทางโลก ทิศทางไทย : Global
Dynamics and Thailand’s Future เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ร่วมกับ นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช
อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และนายนรินทร์ เผ่าวณิช
ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ดำเนินรายการโดย นายกิตติ สิงหาปัด จัดโดย
สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นายชัยวัฒน์ ได้กล่าวถึงแนวคิดของบางจากในการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก
ESG เป็นแกนกลางมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ ESG เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจตั้งแต่ต้น
เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว
ควบคู่การสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือหุ้น มีตัวอย่างคือ “สถานีบริการน้ำมันสหกรณ์การเกษตรหรือปั๊มชุมชน”
ถือกำเนิดขึ้นเมื่อแล้วกว่า 30 ปี คอยช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาน้ำมันราคาแพงและไม่มีคุณภาพ
รวมทั้งสร้างรายได้ให้สมาชิกสหกรณ์ฯ จัดเป็นวิสาหกิจชุมชนยุคแรก ๆ ของไทย เติบโตมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนในอดีตเป็น CSR คือการแบ่งปันวันที่มีกำไร ทางบางจากฯ
ไม่ได้มองเป็นเพียงการบริจาค แต่ ESG คือการหลอมรวมความยั่งยืนให้กลายเป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจนั่นเอง
ซีอีโอบางจากยังสะท้อนให้เห็นถึง “การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างรอบด้านและมองไกล”
ยกตัวอย่าง 10 ปีก่อนช่วงที่โลกเริ่มเปลี่ยนจากน้ำมันไปสู่ไฟฟ้า
บางจากฯ มองเรื่องแบตเตอรี่คือหัวใจสำคัญของระบบพลังงานใหม่ กับลิเทียมคือวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์
ระยะแรกจึงเข้าไปลงทุนและเรียนรู้ พร้อมขยายการลงทุนพลังงานสะอาดต่อเนื่อง
เริ่มจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
กระทั่งผ่านมาถึงปัจจุบันโลกยุคดิจิทัลขับเคลื่อนด้วยดาต้า
เซ็นเตอร์ และโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจใหม่
จำเป็นต้องมีพลังงานที่สามารถจ่ายไฟได้อย่างมั่นคงตลอด 24 ชั่วโมง ต้องก้าวข้ามข้อจำกัดของพลังงานเดินไปสู่พลังงานฐาน เช่น
พลังงานความร้อนใต้พิภพ
เพื่อข้ามขีดจำกัดของพลังงานเดิมไปสู่พลังงานที่มั่นคงและยั่งยืน
“ด้านกลไกตลาดคาร์บอน”
บางจากฯ ริเริ่มก่อตั้ง Carbon Markets Club สนับสนุนการบริหารจัดการและการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในเมืองไทย
รองรับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ เช่น CBAM ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสร้างความรู้
ความร่วมมือ ระบบนิเวศด้านคาร์บอนให้ภาคธุรกิจไทย
ใช้ตลาดคาร์บอนเป็นกลไกทางเศรษฐกิจมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งองค์กรและบุคคลกว่า
1,700 ราย พร้อมต่อยอดความร่วมมือสู่ระดับภูมิภาคผ่านกรอบ ASEAN
Common Carbon Framework (ACCF) เสริมอำนาจต่อรองของอาเซียนบนเวทีโลกได้ด้วย
“ด้านธรรมาภิบาล”
ย้ำถึงโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการของบางจากฯ ที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้
โดยบริษัทฯ มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่มากกว่า 10%
แต่ไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดมีอำนาจควบคุม เพราะไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดถือหุ้นเกิน 25% ของสิทธิออกเสียง
พร้อมยึดหลักการถ่วงดุลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจทุกภาคส่วนต่อเนื่องกว่า
40 ปี
นายชัยวัฒน์กล่าวทิ้งท้ายว่า “ESG อยู่ใน DNA บางจากฯ ซึ่งดำเนินงานด้วยความโปร่งใส
ตรวจสอบได้ คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงดีที่สุดให้ธุรกิจในระยะยาว จึงขอให้มั่นใจบางจากยังยึดมั่นการดูแลสังคมควบคู่กับการตอบแทนผู้ถือหุ้นในแง่ธุรกิจอย่างโปร่งใสมีธรรมาภิบาล
ช่วงที่ 2 ไปเที่ยวเมืองไทยด้วยกัน ตอนนี้มีงาน “เชียงใหม่
ไนท์ มาร์เก็ต” เปิด 2 ถนนคนเดิน ชวนไปฟินได้ “สันกำแพง”
จัดเต็มทุกวันเสาร์ “ท่าแพ” จัดใหญ่ทุกวันอาทิตย์ เริ่มเสาร์นี้วันแรก 17 มกราคม ยาวไปถึง 1 มีนาคม นี้ แล้วฟัง “6 วิธีดูแลตัวเอง” เมื่อไม่สามารถหนีฝุ่น PM2.5 ได้
ตามด้วยข่าวปัง ๆ ข่าวแรก “การบินไทย-อเมริกันเอ็กซ์เพรส” ฉลอง 20 ปี ซื้อตั๋วบินทั่วโลกลด 2,000 บาท รับROP เพิ่ม 20,000 ไมล์ ข่าวที่สอง “GISDA เร่งศึกษา3พื้นที่เป้าหมาย”
สร้างเศรษฐกิจอวกาศในไทย
ท่องเที่ยว –เที่ยวเชียงใหม่ Night
Marketฟิน2ถนนคนเดิน“สันกำแพง-ท่าแพ”
ต้อนรับปีใหม่ชวนเที่ยวยาว ๆ อีเวนต์ใหญ่ “เชียงใหม่
Night Market” เริ่มวันแรกเสาร์นี้17
มกราคม ต่อเนื่องทุกวันหยุดจนถึง 1 มีนาคม
2569 จะจัดต่อเนื่อง 6 สัปดาห์ ทุกวัน 10.00 – 22.00 น.
สุขทันทีที่เที่ยวในเชียงใหม่ปังสุด
ๆ บน 2 ถนนคนเดิน
ถนนสายแรก “สันกำแพง” ไปฟินได้ทุกวันเสาร์ กับถนนสายที่สอง “ท่าแพ” เชียงใหม่ ชวนไปชิวทุกวันอาทิตย์
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ภูมิภาคภาคเหนือ ได้เนรมิตถนนคนเดินท่าแพและสันกําแพง โดยตกแต่งเชิงสร้างสีสัน
สะท้อนอัตลักษณ์ตลอดระยะทางด้วยการใช้เทคนิคแสง สี เทคโนโลยีสมัยใหม่ จำนวนจัดแสดงถนนละ
10 จุด ได้แก่
● ถนนคนเดินสันกำแพง
จุดแลนด์มาร์ค : “The Grand Arts of San Kamphaeng:
พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง”
จุดแสดงที่ 1
ข่วงสันกำแพง : ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy)
จุดแสดงที่ 2
ข่วงสันกำแพง : จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา
(The Spirit of Clay)
จุดแสดงที่ 3
ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : โคมอธิษฐาน (The
Wishing Lanna)
จุดแสดงที่ 4
ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง : วาดสรรค์ผืนร่ม (Color
Your Canopy)
จุดแสดงที่ 5
ตลาดข่วงสันกำแพง : ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The
Light beat)
จุดแสดงที่ 6
ธนาคารกรุงเทพ : น้องจ๊างสุดชิค (The
Cool Elephant)
จุดแสดงที่ 7
อาคารชินวัตร : ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The
Basket of Prosperity)
จุดแสดงที่ 8
ถนนคนเดินสันกำแพง :
ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom)
จุดแสดงที่ 9
หลังตึกห้างทองไพศาล : สานศิลป์ทอแสง
(The Weaver's Beacon)
จุดแสดงที่ 10 ถนนคนเดินสันกำแพง
: ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall)
● “ถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ)”
จุดแลนด์มาร์ค : “The Sand Stupa: เจดีย์แห่งการเริ่มต้น”
แรงบันดาลใจจากประเพณีป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง
นำเสนอการแสดง ดังนี้
จุดแสดงที่ 1
วัดพันอ้น : เจดีย์อัฐอร่าม (The
Radiant Octagon)
จุดแสดงที่ 2
หอพื้นถิ่นล้านนา : ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna
Guardian) สิงห์คู่ สัญลักษณ์แห่งพลังปัญญาและการคุ้มครอง
ประตูเมืองและวัดวาอาราม
จุดแสดงที่ 3
พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ : จากถนนแห่งศรัทธา
สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred Road to the Heritage of the Nation)
จุดแสดงที่ 4
ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ : คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The
Flame of Memory)
นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ พูดถึงความทรงจำผ่าน
"สัตว์ทั้งสี่" ที่ทำหน้าที่เป็นดัง "ผู้พิทักษ์" ได้แก่ หงส์
กระต่าย กวาง และ นกฮูก
จุดแสดงที่ 5 วัดพันเตา
: ธารบุญสู่แสง (The Stream
of Light) ต้นไม้ใหญ่และแสงที่สว่างไสวเป็นดุจ "สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองรอง" หรือเป็นสัญลักษณ์ของความผาสุกที่กำลังจะเกิดขึ้น
จุดแสดงที่ 6
วัดพันเตา : พนมมือ ศรัทธา (The
Gesture of Radiance)
จุดแสดงที่ 7
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร : ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา
(The Lantern of Lanna Imagination)
จุดแสดงที่ 8
หอพื้นถิ่นล้านนา :
เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers)
จุดแสดงที่ 9
วัดทุงยู : เส้นทางแห่งการผลิบาน
(The Blooming Way)
จุดแสดงที่ 10
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร : แนวแกนทางวัฒนธรรม
(The Axis of Culture)
●
“เพลิดเพลินกับช้อป” เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึก
อิ่มอร่อยกับเมนูอาหารท้องถิ่นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนร้านค้ามาให้ได้ลิ้มลองจำนวนมาก
ผู้เข้าร่วมงานซื้อสินค้าและบริการภายในงาน ครบทุก 200
บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว
เช่น ที่พัก ร้านอาหาร สปา ได้ด้วย
●
“สนุกสนานชมการแสดง” กับเหล่าศิลปินชื่อดังได้ทุกวัน ต่อเนื่องเสาร์และอาทิตย์ตลอด
6 สัปดาห์ ได้แก่
-เดือนมกราคม 2569
: วันที่ 17 มกราคม
: Scrubb, 18 มกราคม : Proxie, 24 มกราคม
: Whal & Dolph, 25 มกราคม : No One Else, 31 มกราคม : Yented
-เดือนกุมภาพันธ์ 2569
: 1 กุมภาพันธ์ : Atom, 14 กุมภาพันธ์ :
Pause, Earth Patravee, 15 กุมภาพันธ์ : ATLAS, Sarah
Salola, 21 กุมภาพันธ์ : Songkarn Rangsan, 22 กุมภาพันธ์ : Serious Bacon, 28 กุมภาพันธ์ : Mean
-เดือนมีนาคม 2569
: ปิดท้ายวันที่ 1 มีนาคม ชมศิลปินวงดัง Season Five
●
“บริการรถรับส่งฟรี” ททท.มีบริการรถรับ - ส่ง ไป-กลับ จากทั้ง 2
ถนนคนเดิน ดังนี้
“ถนนคนเดินสันกำแพง” 2 เส้นทาง ได้แก่
1.
เส้นทางข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง -
ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ – ข่วงสันกำแพง
2.
เส้นทาง One Nimman – เซ็นทรัลเชียงใหม่ –
ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง - ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ - ข่วงสันกำแพง
“ถนนคนเดินท่าแพ” 2 เส้นทาง ได้แก่
1.
One Nimman – ตลาดช้างเผือก – อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ –
วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร
2.
ข่วงประตูท่าแพ - วัดศรีดอนไชย – ตลาดประตูเชียงใหม่ –
วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร
สุขภาพ –6
วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยเมื่อไม่สามารถหลีกหนีฝุ่น PM 2.5
สภาพอากาศในกรุงเทพฯ
ปริมณฑลและหลายจังหวัด กำลังเผชิญปัญหาความหนาแน่นของฝุ่น PM2.5
ต้อนรับปีใหม่ 2569 วิธีดูแลตัวเองให้ปลอดภัยเมื่อไม่สามารถหลีกหนีเรื่องเหล่านี้ได้
มี 6 วิธี ดังนี้
1.พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารครบ 5 หมู่
2.ดื่มน้ำให้มากๆ
3.รับประทานผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
4.หลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง
หากเป็นวันที่ค่าของฝุ่น pm 2.5 เกินค่ามาตรฐาน
ให้พิจารณามาออกกำลังกายภายในอาคารแทน
5.ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทป้องกันการเล็ดลอดของฝุ่นเข้ามาในอาคาร
6.ผู้ป่วยกลุ่มโรคภูมิแพ้โพรงจมูกอักเสบ และหอบหืด ควรใช้ยาสูดทางปาก
และยาพ่นจมูกต่อเนื่อง หลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
พิจารณาการล้างจมูกอาจช่วยลดทั้งฝุ่น pm 2.5
ในทางเดินหายใจส่วนบน และสารก่อภูมิแพ้ได้
คุณหมอแนะนำตัวช่วยเสริมที่ควรมี
เพื่อป้องกัน ฝุ่น pm 2.5
1.ใช้เครื่องฟอกอากาศ” ที่มี HEPA ( High efficiency particulate
air) filter เพื่อช่วยกรองฝุ่น pm 2.5
ภายในอาคาร
2.ควรพกหน้ากากประเภทที่สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 0.3 ไมครอนได้ เช่น หน้ากาก N95 ที่ได้มาตรฐานติดตัว
ศึกษาวิธีสวมใส่ที่ถูกต้องและใช้ทุกครั้งที่มีความจำเป็นต้องออกภายนอกอาคาร
3.“ผู้ป่วย” กลุ่มภูมิแพ้ผิวหนัง แนะนำใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกายมิดชิด
และหลังกลับเข้ามาภายในอาคารแนะนำเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ
สระผมชำระล้างร่างกายที่อาจนำพาฝุ่นเข้ามาภายในอาคาร
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –การบินไทย-AMEXฉลอง20ปีลดตั๋วบินโลก2พัน-ROP2หมื่นไมล์
นายกิตติพงษ์
สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
การบินไทย กับ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (AMEX) ร่วมฉลองครบรอบ 20
ปี บัตรเครดิตแพลทินัม การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส มอบข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟแทนคำขอบคุณสมาชิกบัตรในโอกาสครบสองทศวรรษ
เริ่มตั้งแต่ 15 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
ได้ยกระดับความร่วมมืออีกขั้นด้วยสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่กับข้อเสนอประสบการณ์ให้ลูกค้าอย่างคุ้มค่าเพื่อการเดินทางอย่างราบรื่น
ส่งเสริมตลาดสร้างแม่เหล็กดึงดูดผู้โดยสารและสมาชิกบัตรทุกคน
“นายพร้อม สิริสันต์”
ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด กล่าวว่า
อเมริกัน เอ็กซ์เพรส และการบินไทย มุ่งมั่นร่วมกันมอบประสบการณ์การเดินทางที่คุ้มค่าและน่าจดจำให้ลูกค้า
โดยเฉพาะในโอกาสบัตรเครดิตแพลทินัม การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ครบ 2 ทศวรรษ จึงได้ร่วมกันมอบข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์รูปแบบใหม่ ช่วยให้สมาชิกสะสมและแลกรับไมล์ได้ในอัตราดียิ่งขึ้น
แลกรางวัลและสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่น่าสนใจเมื่อจองใช้บริการตั๋วโดยสารกับการบินไทย
● ส่วนลด 2,000
บาทตั๋วการบินไทยเดินทางไปทั่วโลก
ตั้งแต่ 15 มกราคม - 31 มีนาคม 2569 สมาชิกบัตรเครดิตแพลทินัม
การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส รับส่วนลด 2,000 บาท
เมื่อจองตั๋วโดยสารเส้นทางบิน ไป-กลับระหว่างประเทศทั่วโลก ผ่านเว็บไซต์ thaiairways.com หรือแอปพลิเคชัน THAI Mobile App จะต้องจอง 2
คน และเดินทางพร้อมกัน
กดใช้รหัสส่วนลด“20YEARS” ข้อเสนอนี้ใช้ได้ 1 ครั้ง/สมาชิกบัตร ตลอดรายการให้ใช้สิทธิ์รวม 500 ครั้ง
● ข้อเสนอแรกเข้า:
รับไมล์ ROPสูงสุด 20,000 ไมล์
“ผู้สมัครใหม่”
บัตรเครดิตแพลทินัม การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส เมื่อได้รับอนุมัติระหว่าง 15 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2569 รับไมล์สะสม
Royal Orchid Plus “ROP” สูงสุด 20,000 ไมล์ ผ่าน 3 ขั้นตอนดังนี้
1.สมัครบัตร : รับคะแนนแพลทินัม การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส 20,000
คะแนน เทียบเท่า 10,000 ไมล์ ROP เมื่อมียอดใช้จ่ายครบ 50,000 บาท ที่เป็นสมาชิกบัตรภายในเดือนแรก
2.ใช้จ่ายครั้งแรก : รับ 5,000 ไมล์ ROP เมื่อใช้จ่ายครั้งแรกในยอดเท่าใดก็ได้ภายใน 30 วันแรก
ไม่รวมบัตรโดยสารในชั้นโดยสาร
K/S/G/V/W/L/O/I/X/E/N/R ที่ออกจากกรุงเทพฯ
หรือมีจุดหมายปลายทางสู่กรุงเทพฯ
3.เดินทางครั้งแรก : รับ 5,000 ไมล์ ROP เมื่อเดินทางการบินไทยครั้งแรกเที่ยวบินระหว่างประเทศ
“ช่องทางการสมัครบัตร”
ทาง e-apply และได้รับอนุมัติระหว่าง 15 มกราคม - 28 กุมภาพันธ์ 2569
“ชำระค่าธรรมเนียม”
ปีแรก รายปี 5,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
“ไม่ใช่สมาชิกบัตรปัจจุบัน”
ที่ถือบัตรใด ๆ ที่ออกโดย บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด
“ไม่ได้ยกเลิก”
บัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ใด ๆ ที่ออกโดยบริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด
ภายใน 12 เดือนก่อนวันที่ได้รับใบสมัครบัตรเครดิตแพลทินัม
การบินไทย อเมริกัน เอ็กซ์เพรส
ตรวจสอบเงื่อนไขข้อกำหนดเพิ่มที่
: go.amex/thairop_en
ข่าวที่สอง –GISTAเร่งศึกษา3พื้นที่เปิดท่าอวกาศยานในไทยรับเศรษฐกิจใหม่
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
(GISTDA) รายงานว่า
ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะตั้ง “Spaceport หรือ ท่าอวกาศยาน” ในเมืองไทย
เพื่อวางรากฐานการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศของประเทศ ขับเคลื่อน
“เศรษฐกิจอวกาศ :Space Economy” ตอนนี้ทั่วโลกกำลังเติบโตก้าวกระโดด
ทั้งด้านเทคโนโลยีปล่อยดาวเทียมขนาดเล็ก การสื่อสารผ่านดาวเทียม การสำรวจโลก
การใช้ข้อมูลภูมิสารสนเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เป็นจุดเปลี่ยนของไทยถือที่จะแสดงบทบาทเชิงรุกเรื่อง
“เศรษฐกิจอวกาศ” ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจหลายมิติ เช่น ภาคการขนส่งอวกาศ
การผลิตอุปกรณ์อวกาศ การให้บริการด้านการท่องเที่ยวเชิงอวกาศ
การพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น เช่น พลังงานสะอาด การสื่อสาร และปัญญาประดิษฐ์
ขณะนี้มีผลการศึกษาพื้นที่เป้าหมายที่มีความเป็นไปได้ใน
3 แห่ง ได้แก่
พื้นที่แรก
เกาะจวง/เกาะจาน จ.ชลบุรี เหมาะกับการส่งแบบแนวดิ่ง
เด่นด้านการใช้ประโยชน์พื้นที่และผลกระทบต่อประชาชนน้อย
พื้นที่
2 แหลมสนอ่อน จ.สงขลา เหมาะกับการส่งแบบแนวดิ่ง
แต่อาจยังต้องศึกษาผลกระทบกับพื้นที่ชุมชน
พื้นที่
3 ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา (พัทยา ระยอง)
มีความเด่นด้านโลจิสติกส์ เหมาะกับการส่งแบบแนวราบ
และมีศักยภาพพัฒนาเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอวกาศในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.






