วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569

ศูนย์สิริกิติ์แท็กทีม PTTGCลุยกระดับศูนย์ประชุมสีเขียว ชูครัวสู่เครื่องผลิตน้ำมันSAF

 

ศูนย์สิริกิติ์แท็กทีม PTTGCลุยกระดับศูนย์ประชุมสีเขียว

ชูครัวสู่เครื่องนำน้ำมันพืชใช้แล้วผลิตน้ำมันเครื่องบินSAF

 


สุรพล อุทินทุ ซีอีโอศูนย์สิริกิติ์ ผนึก PTTGC นำน้ำมันพืชใช้แล้ว "ครัวสู่เครื่อง"ผลิตน้ำมันเครื่องบินSAF

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #QSNCC #ศูนย์สิริกิติ์ #ศูนย์ประชุมสีเขียว #ครัวสู่เครื่อง  #SAF

ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตอกย้ำ “ศูนย์ประชุมสีเขียว” ควง PTTGC ร่วมโครงการ “ครัวสู่เครื่อง” ระดมนำน้ำมันพืชใช้แปลงสภาพเป็น SAF น้ำมันเครื่องบิน” รุ่นใหม่ใช้พลังงานสะอาดช่วยโลกก๊าซเรือนกระจก



ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) จับมือกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) “PTTGC” เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดงานอิเวนต์อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “ครัวสู่เครื่อง” นำน้ำมันพืชใช้แล้วจากการประกอบอาหารภายในศูนย์ฯ ไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) พลังงานสะอาดที่มีบทบาทสำคัญช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากภาคอุตสาหกรรมการบิน ช่วยตอกย้ำบทบาท “ศูนย์การประชุมสีเขียว” ที่ได้มาตรฐานระดับสากล รองรับการจัดงานอิเวนต์อย่างยั่งยืน

โดยได้ต่อยอดความสำเร็จการบริหารจัดการการลดปริมาณขยะและการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อปี 2568 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถลดปริมาณขยะอาหาร น้ำมันพืชที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 68,000 กิโลกรัม หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 2,700 ต้น ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 24,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์

ทางศูนย์ฯ ได้บริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร (Waste Management) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยนำเศษอาหารจากงานอีเวนต์เข้าสู่กระบวนการแปรรูปอบแห้ง แล้วนำไปเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย ก่อนนำไปต่อยอดเป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้ และพืชผัก และส่งต่อเศษอาหาร, ขนมปังเพื่อนำไปใช้เป็นอาหารปลา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ด้านปศุสัตว์ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากร พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี



สำหรับ “น้ำมันพืชใช้แล้วจากการประกอบอาหาร” ภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะถูกส่งต่อภายใต้โครงการ “ครัวสู่เครื่อง” เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พลังงานสะอาดที่มีบทบาทสำคัญช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมการบิน และเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“สุรพล อุทินทุ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า ศูนย์ฯ สิริกิติ์  ยึดมั่นการสร้างคุณค่าทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนเข้าไว้ในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ และความร่วมมือภายใต้โครงการ ‘ครัวสู่เครื่อง’ สะท้อนแนวคิดการนำน้ำมันพืชใช้แล้ว จากการดำเนินงานภายในศูนย์ประชุม ไปผลิตเป็นพลังงานสะอาด ควบคู่การบริหารจัดการเศษอาหาร และทรัพยากรอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่ออย่างเหมาะสม สร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม และสังคมในวงกว้าง



“เรายังมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อลดปริมาณขยะอาหาร                         ให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมส่งเสริมให้พนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้ใช้บริการ มีส่วนร่วมคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง นำไปสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบให้น้อยที่สุด” สุรพล กล่าว

นอกจากความร่วมมือกับ PTTGC แล้ว ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังทำงานร่วมกับพันธมิตร

-ด้านความยั่งยืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคชุมชน เช่น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม  กรุงเทพมหานคร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล  บริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด

-ด้านภาคอาหาร  และเกษตร เช่น ผู้ประกอบการด้านอาหาร และฟาร์มปลา เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะทุกมิติ ทั้งขยะ อาหาร รีไซเคิล อิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันพืชใช้แล้ว พร้อมเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

 


สำหรับความร่วมมือ “ครัวสู่เครื่อง” ย้ำศูนย์การประชุมสีเขียว “สุรพล อุทินทุ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และสุทธิชัย บัณฑิตวรภูมิ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ร่วมกับ “รัชดา สวัสดิ์รักษ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโรงกลั่นน้ำมัน และเชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รับส่งมอบน้ำมันพืชที่เหลือจากการปรุงอาหารภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ สู่การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน “SAF” ช่วยส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

 

 

“สุชาดา ยุวบูรณ์”คว้ารางวัลThailand MICE Pioneer Award ผู้นำบุกเบิกอุตสาหกรรมไมซ์เมืองไทย

“สุชาดา ยุวบูรณ์”คว้ารางวัลThailand MICE Pioneer Award

ผู้นำการบุกเบิกอุตสาหกรรมไมซ์แถวหน้าของประเทศไทย


สุชาดา ยุวบูรณ์” ประธานสวนสามพราน รับรางวัลอันทรงเกียรติ “Thailand MICE Pioneer Award

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #สุชาดายุวบูรณ์ #ThailandMICEPioneerAward #TCEB #TICA


ขอแสดงความยินดีกับ “สุชาดา ยุวบูรณ์” ประธานสวนสามพราน ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ (ไทย) “TICA” ในวัย 81 ปี คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ Thailand MICE Pioneer Awardจากเวที Thailand MICE Legacy Awards โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” จัดขึ้นในงาน Thailand MICE Day 2026 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)




โดยมี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) "TCEB" เป็นประธานพิธีเปิดงานและมอบรางวัลดังกล่าว



“สุชาดา ยุวบูรณ์” เปิดเผยว่า รู้สึกภาคภูมิใจในวัยก้าวสู่ 8 ทศวรรษ ที่ได้รับเกียรติจากหน่วยงานสำคัญอย่าง TCEB และ TICA มอบรางวัล Thailand MICE Pioneer Award” ให้ครั้งนี้ ในฐานะผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมไมซ์และการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยได้ส่งต่อให้สู่คนรุ่นต่อรุ่น ได้ร่วมกันยกระดับพัฒนากระทั่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในเสาหลักและกลไกสำคัญ สร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างเศรษฐกิจ เข้าสู่ประเทศ เติบโตอย่างมั่นคง แข็งแรง มาจนถึงทุกวันนี้ และในอนาคตไมซ์ยังคงเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่จะสร้างประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองได้ต่อไป




วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2569

AOT ลุยงาน Routes Asia 2026จับคู่ธุรกิจ-ดึงแอร์ไลน์ใหม่ หนุนไทยศูนย์กลางการบิน

AOT ลุยงาน Routes Asia 2026จับคู่ธุรกิจ-ดึงแอร์ไลน์ใหม่

ต่อยอดตลาดอินเตอร์เชิงพาณิชย์หนุนไทยศูนย์กลางการบิน

บมจ.ท่าอากาศยานไทย "AOT"ร่วมเจรจาธุรกิจดึงสายการบินใหม่ๆมาไทยในงาน Route Asia2026

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #RouteAsia2026

AOT ยึดเวที Routes Asia 2026 ลุย 3 กิจกรรม “จับคู่ธุรกิจกว่า 40แอร์ไลน์-จัดนิทรรศการ-ฉลองสายการบินอินเตอร์เปิดเส้นทางใหม่” ต่อยอดตลาด หนุนไทยศูนย์กลางการบินแห่งภูมิภาคเอเชีย

            นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “
AOT” เปิดเผยว่า นำทีมผู้บริหารและพนักงาน AOT ร่วมจัดนิทรรศการในงาน Routes Asia 2026 ระหว่าง 14–16 เมษายน 2569 ที่เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน หนึ่งในงานสำคัญที่ได้รวบรวมผู้บริหารสายการบิน ท่าอากาศยาน และหน่วยงานวิเคราะห์เส้นทางการบินจากทั่วโลกเข้ามาร่วมพบปะพูดคุยกัน


            AOT เข้าร่วมงาน Routes Asia 2026 เป้าหมายในการทำภารกิจหลัก 3 กิจกรรม ประกอบด้วย

กิจกรรมที่ 1 จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับสายการบินและท่าอากาศยานมากกว่า 40 ราย ส่งเสริมโอกาสเข้ามายังไทย ทั้งการเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบิน ต่อยอดความร่วมมือเชิงพาณิชย์ เพิ่มน้ำหนักให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล

กิจกรรมที่ 2 จัดนิทรรศการ มุ่งนำเสนอศักยภาพการขนส่งทางอากาศของไทยและการทำตลาดในเส้นทางบินที่มีประสิทธิภาพ ดึงความสนใจสายการบินต่างๆ หันมาใช้บริการท่าอากาศยาน AOT เพิ่มมากขึ้นในอนาคต


        กิจกรรมที่ 3  Inaugural Flight Ceremony แสดงความยินดีกับสายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่มายังปี 2569 ได้แก่

-นอร์ส แอตแลนติก แอร์เวย์ส เปิดบินตรง ไป-กลับ เส้นทาง แมนเชสเตอร์-กรุงเทพฯManchester–Bangkok

-สายการบิน Scoot โลว์คอสต์เครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เปิดบินตรง ไป-กลับ เส้นทาง สิงคโปร์-เชียงราย

-สายการบิน TransNusa เปิดบิตรง ไป-กลับ เส้นทาง จาการ์ตา-กรุงเทพฯ

ทุกสายการบินล้วนมีส่วนสำคัญที่ได้เพิ่มทางเลือกการเดินทางจากตลาดต่างประเทศ และขยายการเข้าถึงเมืองไทย

 


TCEBผนึก“ม.อ.-มหาดไทย-อาชีวะ”เปิดตัวนวัตกรรมไมซ์ชูสงขลาโมเดลดันศก.ฐานรากสู่เวทีโลก

 TCEBผนึก“ม.อ.-มหาดไทย-อาชีวะ”เปิดตัวนวัตกรรมไมซ์

ชูสงขลาโมเดลแพลตฟอร์มไมซ์ดันศก.ฐานรากสู่เวทีโลก


 เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TCEB #MICECitySummit2026 #สงขลาโมเดล

ทีเส็บ ใช้งาน MICE City Summit ปีที่ 10 เปิดนวัตกรรมความร่วมมือพัฒนาเมืองกับ 3 พันธมิตร “ม.อ.-มหาดไทย– อาชีวะ” ทำยุทธศาสตร์ชาติ ปั้นนักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง ใช้ “สงขลาโมเดล” สร้างแพลตฟอร์มนำเศรษฐกิจฐานรากทั่วไทยผงาดในเวทีโลก

 


ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า วันที่ 28 เมษายน 2569 ทีเส็บจัดงานประชุมสุดยอดเมืองไมซ์ หรือ “MICE City Summit” ปีที่ 10 โดยได้เปิดตัวนวัตกรรมความร่วมมือไมซ์ 4 พันธมิตร นำโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ทีเส็บจับมือกับ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ (City Data Intelligence) มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

          ทีเส็บมุ่งทำภารกิจพัฒนาเมืองไมซ์ “MICE City” ให้มีขีดความสามารถจัดงานระดับนานาชาติ หนึ่งในจุดขาย “การประมูลสิทธิ์” ดึงงานมาจัดในไทย เริ่มจัดงาน MICE City Summit มาตั้งแต่ปี 2559 โดยให้จังหวัดที่เป็นเมืองไมซ์ภูมิภาคต่างๆ หมุนเวียนเป็นเมืองเจ้าภาพแต่ละปี สร้างเวทีให้ผู้นำเมือง ผู้บริหารเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมอง ยุทธศาสตร์ องค์ความรู้และถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์การพัฒนาเมืองโดยใช้ “ไมซ์” เป็นกลไกและเครื่องมือขับเคลื่อน ขณะนี้มี 10ไมซ์ ซิตี้


        ปี 2569 ในโอกาส MICE City Summit 2026 ปีที่ 10 จึงไดจัดทำเพิ่มพิเศษและลงนาม “ข้อตกลงความร่วมมือมุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ : City Data Intelligenceเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก โดยมีหน่วยงานหลักร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรม ได้แก่

1.กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานหลักของภาครัฐที่กำกับการบริหารการพัฒนาเมืองทั่วประเทศ

2.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หน่วยงานอุดมศึกษาชั้นนำของภาคใต้และของเมืองไมซ์สงขลา

3.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ

4.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อน

“ผลสำเร็จ” จากความร่วมมือระหว่าง ทีเส็บ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางความยั่งยืน เมื่อปี 2567 ได้รับการประเมินเป็นเมืองที่มีคะแนนสูงเป็นอันดับ ของเอเชีย มีตัวชี้วัดเข้าเกณฑ์ดัชนีความยั่งยืนของจุดหมายปลายทางทั่วโลก (The Global Destination Sustainability Index :GDS-Index) ได้นำมาใช้ภายใต้ข้อลงความร่วมมือครั้งนี้คือ “สงขลาโมเดล”



นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเชื่อมั่นการพัฒนาเมืองในศตวรรษนี้ต้องอาศัยพลังความร่วมมือ ข้อมูล ความรู้ กลไกเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศอย่างแท้จริง โดยมีอุตสาหกรรมไมซ์หนึ่งเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ทรงพลังที่สุด ซึ่งทำได้มากกว่าสร้างรายได้จากการจัดงาน แต่สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่น กระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม “ความร่วมมือ” คือการประกาศก้าวใหม่การพัฒนาเมืองไทย ทางมหาดไทยพร้อมใช้พลังของรัฐ เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน เยกระดับเมืองให้ทันสมัย เข้มแข็ง เติบโตอย่างสมดุลบนฐานของประชาชนอย่างแท้จริง


นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”  ยุคใหม่พร้อมยกระดับโครงสร้างการบริหารจัดการท้องถิ่นโดยใช้ “แพลตฟอร์มไมซ์” เป็นกลไกหลักทลายความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ มุ่งสร้าง “นักบริหารเมืองสมรรถนะสูง” ที่มีดีเอ็นเอเข้าใจภูมิสังคมอย่างลึกซึ้ง พลิกโฉมทุกหัวเมืองทั่วไทยให้น่าอยู่และเปลี่ยนชุมชนให้เป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เป้าหมายสูงสุดคือชัยชนะที่วัดผลได้จริงจากรายได้ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มขึ้น และการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรมผ่านระบบข้อมูลอัจฉริยะที่ช่วยตัดสินใจเชิงนโยบายแบบเรียลไทม์ การผนึกกำลังในครั้งนี้จึงเป็นการปฏิรูปมหาดไทยสู่หน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมจะยกระดับท้องถิ่นไทยก้าวสู่เมืองจุดหมายปลายทางระดับโลก

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า ม.อ. พร้อมประกาศความสำเร็จ “สงขลาโมเดล” ในฐานะ Living Lab ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคมีศูนย์กลางขับเคลื่อนเชิงรุกอย่าง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ทำหน้าที่เป็น “City CVB” ยกระดับเมืองสู่เวทีโลกจนปรากฏผลสัมฤทธิ์ได้รับการจัดอันดับ GDS-Index 2025 ให้เป็นเมืองไมซ์ยั่งยืนอันดับ 1 ของไทยติดต่อกัน 3 ปี อันดับ 3 ของเอเชีย อันดับ 28 ของโลก และคว้าอันดับ 7 ของโลกด้านความก้าวหน้าทางสังคม (Social Progress)

ได้รับการยกย่องเป็น “เมืองเทศกาลและ อีเวนต์โลก” (IFEA World Festival & Event City 2025) ความสำเร็จระดับโลกดังกล่าวได้สกัดเป็นองค์ความรู้เพื่อปฏิรูปการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ทลายทุกกำแพงการเรียนรู้ กำลังสร้างระบบนิเวศการพัฒนา “นักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง” คิดเป็น ทำได้ ลงมือปฏิบัติได้ทันท่วงที โดยม.อ. มุ่งใช้โมเดลนี้เป็นพิมพ์เขียวยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ขับเคลื่อนไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และการจัดงานระดับโลกอย่างสง่างามและยั่งยืน



ดร. ศุภวรรณ กล่าวว่า “ทีเส็บ มีนโยบายพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ไทยให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นเพื่อการแข่งขันระดับสากล โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพบุคลากรไมซ์และการยกระดับเมืองจุดหมายการจัดงาน เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงาน เมื่อทีเส็บลงนามร่วมมือกับอีก 3 พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไมซ์ไทยถือเป็นหมุดหมายใหม่ของนวัตกรรมครอบคลุม เชิงนโยบาย การปฏิบัติการและการศึกษา ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้รากฐานระบบนิเวศไมซ์ไทย สะท้อนความคิดริเริ่มและความมุ่งมั่นขยายบทบาทงานไมซ์จาก Business เป็น Development Event ส่งสัญญาณเชิงบวกให้ตลาดไมซ์นานาชาติเชื่อถือและเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายสร้าง High Value Impact จากแพลตฟอร์มไมซ์

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “สอศ.” กล่าวว่า “ภายใต้นโยบาย OVEC ONE Team “เรียนดี มีความสุข” และหลักการ “ทำดี ทำได้ ทำทันที” พร้อมนำความเชี่ยวชาญระดับสูงจาก ม.อ. และนวัตกรรมเชิงนโยบายจากทีเส็บ เป็นเบ้าหลอมสำคัญ “เจียระไนผู้สอนอาชีวศึกษา” ทั่วประเทศก้าวสู่การเป็นสถาปนิกแห่งการสร้างชาติอย่างแท้จริง โดยจะใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ไร้พรมแดนบ่มเพาะครูอาชีวะให้เป็นผู้นำนวัตกรรมปั้นนักปฏิบัติรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงพร้อมทำงานได้ทันที ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมไมซ์ และเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างแม่นยำ

นับเป็นก้าวย่างสำคัญการอาชีวศึกษาไทย จะเป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนศักยภาพคนไทยสู่เวทีสากล สร้างแรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจยั่งยืนและมั่นคงให้ไทยตั้งแต่วันนี้สู่อนาคตที่ดีต่อไป

 

ททท.งัด2กิจกรรมปลุกพลังเที่ยวไทย1พ.ค.-31ก.ค.กับ “ลิซ่า” รับ5สไตล์500รางวัล

ททท.งัด2กิจกรรมปลุกพลังเที่ยวไทย1พ.ค.-31ก.ค.กับ “ลิซ่า”

เที่ยวสะสมแต้มBuddy Rewards/ใบเสร็จรับ5สไตล์500รางวัล

 

ททท.ชวนเที่ยวไทยกับลิซ่า จัดเต็ม กิจกรรม “สะสมแต้มผ่าน Buddy Rewards-ใบเสร็จ" รับ500 รางวัล

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #LISA #BuddyRewards #FeelAlltheFeelingsSeekingThailandsWonders

ททท.ปลุกคนออกเดินทางเที่ยวไทยกับ “ลิซ่า” “Feel All the Feelings, Seeking Thailand’s Wonders”  2 กิจกรรม “สะสมแต้มผ่าน Buddy Rewards+สะสมใบเสร็จเมื่อใช้บริการสถานประกอบการมาตรฐานยั่งยืน แจกใหญ่ 400 รางวัล เริ่ม 1 พ.ค.-31 ก.ค.69


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จุดพลังการเดินทางทั่วไทยกับ “ลิซ่า” Amazing Thailand Ambassador เชิญชวนออกมาสัมผัสเสน่ห์และเรื่องราวเมืองท่องเที่ยวอันหลากหลายทั่วประเทศ ภายใต้กิจกรรม Feel All the Feelings, Seeking Thailand’s Wonders” เติมเต็มทุกการพักผ่อนให้เป็นช่วงเวลาแห่งการฮีลใจ และร่วมสนุกพิเศษกับ 2 กิจกรรม ได้แก่ 1.การสะสมแต้มผ่าน Buddy Rewards และ 2.สะสมใบเสร็จเมื่อใช้บริการสถานประกอบการที่ได้การรับรองมาตรฐาน เช่น โครงการ Trusted Thailand โครงการ STAR /Sustainable Tourism Acceleration Rating และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แล้วลุ้นรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 5 สไตล์ 500 รางวัล เริ่ม1 พฤษภาคม -31 กรกฎาคม 2569

ททท.หวังให้กิจกรรมนี้เป็นแรงกระตุ้นส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ กระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นทั่วทุกภาค ควบคู่การยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยวไทย ร่วมกับสถานประกอบการที่ได้การรับรองคุณภาพด้านมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ผสานเสน่ห์แหล่งท่องเที่ยวไทยเข้ากับคุณภาพของผู้ประกอบการ จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

ททท.ชวนออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดังกล่าวได้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 กับ 2 กิจกรรม ดังนี้


กิจกรรมที่ 1 : ลุ้นรับของที่ระลึกจากการสะสม Buddy Rewards กระตุ้นการเดินทางในประเทศ รับสิทธิ์เป็นเจ้าของ Photobox ที่บรรจุ Photocard ภาพ Key Visual Amazing Thailand Ambassador สอดแทรกรูปแหล่งท่องเที่ยว และชุดสติกเกอร์โฮโลแกรม เริ่ม 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าของจะหมด

กิจกรรม 2 : ลุ้นรับของที่ระลึกจากการสะสมใบเสร็จท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย ร่วมสนุกและลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้อีก 4 แบบ 4 สไตล์ เริ่ม 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 ปิดรับลงทะเบียนร่วมสนุก 3 สิงหาคม  นี้ ภายใน 10.00 น.

การประกาศรางวัล : 31 สิงหาคม 2569 กิจกรรมที่ 2 ประกาศรวมครั้งเดียวทั้งหมด 400 รางวัล ทาง Facebook: Amazing Thailand

“สิทธิ์รับ 500 รางวัล” รวมทั้ง 2 กิจกรรม ให้ลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษ สะท้อนเสน่ห์เมืองไทยในมุมมองร่วมสมัยที่มีลิซ่าปรากฏอยู่ทั้ง 5 ผลิตภัณฑ์ 5 สไตล์ ได้แก่ โฟโต้บ็อกซ์/โฟโต้การ์ด-เสื้อยืดขาว/ดำ 55 เมืงท่องเที่ยว-พวงกุญแจ-ผ้าแหล่งเที่ยวไร่ชาเชียงราย ตามรายละเอียดดังนี้


Photobox และ Photocard – ภาพบันทึกเรื่องราวการเดินทาง ของ “ลิซ่า”

-ดีไซน์พิเศษบรรจุโฟโต้การ์ด “ลิซ่า” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ด้วยการบันทึกทิวทัศน์อันโดดเด่นไว้อย่างประณีต 8 แห่ง เน้นเสน่ห์ของภูมิประเทศ แสง สี บรรยากาศให้ชัดเจนในเฟรมเดียว กับ “ชุดสติกเกอร์โฮโลแกรม” เคลือบรุ้งกินน้ำ สะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างร่วมสมัยกับเรื่องราวหลากหลายเสน่ห์กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไทย ไอเทมเซทนี้ไม่ใช่แค่ของสะสม แต่เป็นตัวแทนความประทับใจหยิบขึ้นมาดูเมื่อใด ก็พาย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งการเดินทางได้เสมอ



เสื้อยืดสีดำ 55 เมืองน่าเที่ยว ถักทอเสน่ห์แลนด์มาร์กทั่วไทย ผ่านภาพบ้านรักไทยกลางหุบเขาอย่างงดงาม

-เสื้อยืดสีดำพิมพ์ภาพ “ลิซ่า” ที่บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป๋ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านกลางหุบเขาโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ผสานเข้ากับความละมุนของสายหมอก เกิดเป็นทิวทัศน์เรียบง่ายแต่ชวนสะกดสายตา ด้านหลังปรากฏรายชื่อแลนด์มาร์ก 55 เมืองน่าเที่ยว เสมือนแผนที่สร้างแรงบันดาลใจชวนให้ออกเดินทางต่อ จัดวางลวดลายมินิมอล คงความสมดุลระหว่างแฟชั่นกับเรื่องราว สวมใส่สบายมีคาแรกเตอร์ชัด ไอเทมชิ้นนี้คือสเตทเมนต์แห่งการเดินทางที่พร้อมพาทุกคนก้าวออกไปค้นพบเมืองไทยในมุมใหม่

เสื้อยืดสีขาว 55 เมืองน่าเที่ยว ถ่ายทอดเสน่ห์เขาสก สู่แรงบันดาลใจบทใหม่การเดินทาง

-เสื้อยืดสีขาวพิมพ์ภาพ “ลิซ่า” ท่ามกลางทัศนียภาพของเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนตระหง่านและผืนน้ำสีมรกตสะท้อนธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดพลังความงามเรียบสะอาดตา ด้านหลังมาพร้อมรายชื่อ 55 เมืองน่าเที่ยว จัดวางดีไซน์ร่วมสมัย ผสานความมินิมอลเข้ากับอารมณ์การเดินทางได้อย่างลงตัว สวมใส่สบาย สะท้อนตัวตนของคนที่หลงใหลการออกไปเปิดโลกกเติมความประทับใจใหม่ ๆ ในทุกก้าว

 


พวงกุญแจโลหะสีเงิน แลนด์มาร์กเมืองกรุงในงานดีไซน์ประณีต

-พวงกุญแจโลหะสีเงิน ขัดเงา พิมพ์ลาย “ลิซ่า” เคียงฉากหลังวัดอรุณราชวราราม ถ่ายทอดเสน่ห์สถาปัตยกรรมไทยวิจิตรตระการตา ด้วยดีไซน์โปร่งใสสะอาดตา เส้นสายพระปรางค์ตัดกับซิลูเอตอย่างมีจังหวะ เกิดเป็นไอเทมขนาดกะทัดรัดสะท้อนภาพจำของกรุงเทพมหานครอย่างคมชัดสร้างสรรค์ลงบนแผ่นเมทัล พร้อมเคลือบเรซินเงาเพิ่มมิติ โดยภาพของลิซ่า มีลายประจำยามดีไซน์มาอย่างลงตัว

-แผ่นซีดี สีดำขนาดจิ๋วในรูปแบบ NFC สามารถเข้าถึงผลงานภาพยนต์โฆษณา (TVC) ได้ทุกที่ทุกเวลา และชิ้นงานเลเซอร์โลโก้ Amazing Thailand x LISA ด้านหลังมีชื่อแคมเปญ feel all The feelings พวงกุญแจ เซทนี้ถือเป็นทั้งของสะสมและของประดับเพิ่มคาแรกเตอร์ให้ทุกวันดูมีเรื่องราวดี ๆ

 


ผ้าสารพัดประโยชน์ – สีสันแห่งสายลม แสงแดดและกลิ่นอายไร่ชา

-ผ้าพิมพ์ลายภาพ “ลิซ่า” ที่ไร่ชา จ.เชียงราย ถ่ายทอดความพลิ้วไหวแนวเนินเขาสีเขียวตัดกับแสงแดดอ่อนยามเช้า ผ่านดีไซน์สดใสและมีมิติ เนื้อผ้าซิลค์ซาตินเบาสบาย เคลื่อนไหวไปกับสายลม ใช้งานได้หลากหลายทั้งพันคอ คลุมไหล่ โพกศีรษะ เป็นไอเทมรวมความงามธรรมชาติไว้ในรูปแบบร่วมสมัย เปลี่ยนบรรยากาศเดินทางให้กลายเป็นแฟชั่นพีซมีสไตล์ใช้งานได้จริง

 

ศูนย์สิริกิติ์แท็กทีม PTTGCลุยกระดับศูนย์ประชุมสีเขียว ชูครัวสู่เครื่องผลิตน้ำมันSAF

  ศูนย์สิริกิติ์แท็กทีม PTTGC ลุยกระดับศูนย์ประชุมสีเขียว ชูครัวสู่เครื่องนำน้ำมันพืชใช้แล้วผลิตน้ำมันเครื่องบิน SAF   สุรพล อุทินทุ ซีอ...