วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569

การบินไทย-LH Bankเปิดตัวเงินฝากสีเขียว500 ล้านร่วมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำก้าวสู่ ESG

การบินไทย-LH Bankเปิดตัวเงินฝากสีเขียว 500 ล้าน

โดดร่วมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำนำธุรกิจการบินสู่ ESG

 

การบินไทยลงนามกับ LH Bank เปิดตัว "เงินฝากสีเขียว" เข้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและ ESG

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ThaiAirways #LHBank #GreenDeposit

การบินไทย ลงนาม LH Bank เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” 500 ล้านบาท ร่วมวง “เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” สนับสนุนกิจกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำธุรกิจการเข้าสู่ ESG




นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้ร่วมกันลงนามความร่วมมือ เรื่อง การใช้ผลิตภัณฑ์ “เงินฝากสีเขียว” โดยมีนางเฉิดโฉม เทอดสถีรศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการเงินและการบัญชี บริษัท การบินไทยฯ และนายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank เป็นผู้ลงนาม ส่วน Ms. Christine Engstrom, Director General, Sectors Department 3 ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และนายสมบัติ จิวะริยาเวช ประธาน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยาน ที่สำนักงานใหญ่ การบินไทย ถนนวิภาวดีรังสิต

การบินไทยได้ดำเนินธุรกิจโดยตระหนักถึง “ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” จากอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง จึงมุ่งปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานทุกมิติ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านโครงการและกิจกรรมที่หลากหลาย ล่าสุดเลือกใช้บริการเงินฝากสีเขียว (Green Deposit) กับ LH Bank ตั้งเป้านำเงินฝากไปสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นการต่อยอดแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) ยกระดับการบริหารสภาพคล่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว



นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH Bank กล่าวว่า ธนาคารมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันทางการเงินเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียว หรือ Green Deposit ให้นำเงินฝากดังกล่าวไปสนับสนุนธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการพลังงานสะอาด โครงการอาคารสีเขียว ธุรกิจที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“ผลิตภัณฑ์เงินฝากสีเขียว” ออกแบบภายใต้กรอบ Sustainable Finance Framework ครอบคลุมมาตรฐานการระดมทุนสีเขียวเพื่อความยั่งยืน โดยมีธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เป็นที่ปรึกษา และได้ประเมินและให้ความเห็นโดยอิสระจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด แล้วผลิตภัณฑ์เงินฝากดังกล่าวยังได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เป็นลูกค้าเงินฝาก 500 ล้านบาท มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจโดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)

  

ททท.ผนึก“AVORIS-ไอเบอโร่เจ็ท”สเปนดึงตลาดไกลมาไทยปี’69

ททท.ผนึก“AVORIS-ไอเบอโร่เจ็ท”สเปนดึงตลาดไกลมาไทยปี’69

นำสื่อลุย4จังหวัด+เทศกาลเที่ยวเมืองไทย+บินเพิ่ม 2 ไฟลต์/วีค

 

ททท.จับมือ AVORIS Group-ไอเบอโร่เจ็ท” กระตุ้นสเปนตลาดระยะไกลมาไทยเพิ่มปี 2569

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #AVORISGroup #Iberojet

ททท.โรม เปิดเกมรุกตลาดไกล ผนึกยักษ์ใหญ่สเปน “AVORIS Group-ไอเบอโร่เจ็ท” จัดทริป Amazing Thailand AVORIS Media Familiarization Trip” นำสื่อสเปนลัดฟ้ามาไทยสำรวจ 4 จังหวัด ชมสินค้า 5 ภาค เทศกาลเที่ยวเมืองไทย หวังเข้าถึง 1 ล้านคน ขานรับไอเบอโร่บินตรงไทยเพิ่ม 2 ไฟลต์/สัปดาห์

 


นางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานกรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรท่องเที่ยวแนวหน้าของสเปน  AVORIS Group และสายการบินไอเบอโร่เจ็ท/Iberrojet พาคณะสื่อมวลชนสเปนเดินทางเปิดประสบการณ์ในเมืองไทยพร้อมทำกิจกรรม “Amazing Thailand AVORIS Media Familiarization Trip” ตามเส้นทางเสน่ห์ไทย 4 จังหวัด กรุงเทพฯ–กาญจนบุรี–เชียงใหม่–ลำปาง ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ช่วงวันที่ 20–27 มีนาคม 2569 และร่วมสัมผัสบรรยากาศความคึกคักงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 44” ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่ออัปเดตสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยครบมิติ เติมไอเดียและแรงบันดาลใจ ต่อยอดนำเสนอขายในตลาดสเปน หนึ่งในกลยุทธ์สร้างตลาดที่มีศักยภาพเติบโตหรือ Strategic Growth Market



ททท. คาดจัดกิจกรรมนี้ จะช่วยสร้างกระแสการรับรู้สินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยในตลาดสเปน ผ่านสื่อออนไลน์และออฟไลน์ได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน-ครั้ง สามารถต่อยอดให้เกิดการตัดสินใจเดินทางจริงและการพัฒนาแพ็กเกจเที่ยวไทยขายในตลาดสเปนอย่างเป็นรูปธรรมระยะต่อไป

ตลาดสเปน เดินทางมาไทยแล้วระหว่าง 1 มกราคม – 30 มีนาคม 2569 จำนวน 38,797 คน นิยมเลือกท่องเที่ยวเมืองไทยสูงสุดช่วงเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม ของทุกปี จึงเป็นตลาดสำคัญช่วยเสริมและผลักดันไทยสู่จุดหมายการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี All Year-Round Destination ได้อย่างโดดเด่น

ขณะนี้สายการบินไอเบอโร่เจ็ท เตรียมเพิ่มความถี่เที่ยวบินตรงเพิ่มเป็น 2 เที่ยว/สัปดาห์ จากปัจจุบัน 1 เที่ยว ตอกย้ำความเชื่อมั่นและสนับสนุนการเดินทางมาไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง


ปี 2568 ตลาดสเปนสร้างสถิติใหม่มีนักท่องเที่ยวมาไทย 216,249 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 4.11 % สร้างรายได้ 10,866 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 50,248 บาท/คน/ทริป พักเฉลี่ย 14.29 วัน

สำหรับ AVORIS Group เป็นบริษัทนำเที่ยวสเปนอรายใหญ่อันดับ 1  ส่วนสายการบิน “ไอเบอโร่เจ็ท” ให้บริการเที่ยวบินตรง ไป-กลับ มาดริด–กรุงเทพฯ  กิจกรรมได้ต่อยอดความสำเร็จหลังเสร็จสิ้นการเข้าร่วมงาน FITUR 2026 เมื่อเดือนมกราคม จึงได้จัด "Amazing Thailand AVORIS Media Familiarization Trip" นำคณะสื่อมวลชนชั้นนำอย่าง Gaceta Del Turismo, Grupo Nexo, Solo Agentes, El Español, El Mundo และ Ladevi พร้อมผู้บริหารจาก Avoris และ Iberojet รวม 7 ราย เดินทางเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯ, กาญจนบุรี, เชียงใหม่ และลำปาง


มุ่งนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนที่ยั่งยืน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ทดสอบสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ลิ้มรสเอกลักษณ์อาหารถิ่นภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” ทำคอนเทนต์ประชาสัมพันธ์ สร้างกระแสดึงนักท่องเที่ยวสเปนบินตรงมาไทย 

            ททท.ได้ต่อยอดความร่วมมือด้วยการหารือเชิงกลยุทธ์กับผู้บริหาร AVORIS Group และไอเบอโร่เจ็ท Iberojet วางแผนขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในสเปนกลุ่มตลาดศักยภาพสูง ทั้งกำลังซื้อและนิยมเดินทางแบบครอบครัว จึงเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนและบริษัทนำเที่ยวได้มาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยอย่างใกล้ชิด ตอกย้ำจุดแข็งเส้นทางบินตรงตอบโจทย์เทรนด์ปัจจุบันของตลาดระยะไกลในปัจจุบันที่จะทำให้ไทยมีรายได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม





           

 

บางจากร่วมถกอนาคต“พลังงานชีวภาพ” ของไทย แนะ“เพิ่ม-เตรียมพร้อม-สร้างศักยภาพ”

บางจากร่วมถกอนาคต“พลังงานชีวภาพ” ของไทย

แนะใส่เกียร์เร่ง“เพิ่ม-เตรียมพร้อม-สร้างศักยภาพ”

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #พลังงานชีวภาพ 

ผู้บริหารบางจากร่วมเวที “Special Dialogue: Beyond Oil : Thailand’s Bioindustry Moment” ถกอนาคต “พลังงานชีวภาพไทย” ฝ่าความผันผวนพลังงานโลก แนะขับเคลื่อน 3 เรื่อง “เพิ่มการผลิต-เตรียมพร้อม-สร้างศักยภาพ”

 

นางนฤพรรณ สุธรรมเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้รับเชิญเข้าร่วมเสวนาหัวข้อ “Special Dialogue: Beyond Oil: Thailand’s Bioindustry Moment” เมื่อเร็ว ๆ นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์พลังงานโลก และการพลิกวิกฤตราคาน้ำมันให้เป็นโอกาสของอุตสาหกรรมชีวภาพไทย ครอบคลุมบทบาทของพลังงานชีวภาพในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดการพึ่งพาวัตถุดิบที่ไม่หมุนเวียน รวมถึงการขับเคลื่อน Bioeconomy ให้เกิดผลในเชิงอุตสาหกรรมและการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม

เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองบนเวทีร่วมกับ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายสุทธิเกตติ์ ทัดพิทักษ์กุล รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และรักษาการ
ที่ปรึกษาด้านการลงทุน รศ. ดร.อุ่นเรือน เล็กน้อย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ดร.นรินทร์ เผ่าวณิช ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)



กิจกรรมเสวนาครั้งนี้ทางสถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นางนฤพรรณ กล่าวว่าได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่อง “การใช้ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ” ในลักษณะ Drop-in โดยชี้ให้เห็นถึงไฮไลต์สำคัญทางด้านพลังงานที่จะต้องตระหนัก เตรียมความพร้อม และสร้างศักยภาพ 3 เรื่อง ได้แก่



เรื่องแรก “วิกฤตราคาน้ำมัน” ปัจจุบันเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพาพลังงานฟอสซิลนำเข้าเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป และเป็นจังหวะสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องตระหนักถึงบทบาทของเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น ไบโอเอทานอลและไบโอดีเซล ผลิตจากวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศได้ 

เรื่องที่ 2 การเตรียมความพร้อมสู่พลังงานแห่งอนาคต โดยเฉพาะ Advanced Biofuels และ 2G Biofuels เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) เพื่อรองรับภาคการบินคาร์บอนต่ำในระยะยาว

เรื่องที่ 3 สะท้อนศักยภาพและคุณค่าของอุตสาหกรรมชีวภาพไทย ในสายตาพันธมิตรระดับโลก ทั้งในมิติความยั่งยืน นวัตกรรม และการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่

ขณะที่ภาพรวมในเวทีเสวนาครั้งนี้ ได้ชี้อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ยังฉุดรั้ง Bioeconomy ไทย ทั้งกลไกตลาด นโยบาย และโครงสร้างพื้นฐานสู่เชิงพาณิชย์ จึงพร้อมจะผลักดัน ข้อเสนอเชิงนโยบาย–การลงทุน–นวัตกรรม ความจำเป็นของความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อให้อุตสาหกรรมชีวภาพเป็น New Growth Engine และกลไกเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สอดคล้องทิศทาง BCG และการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศต่อไป



 

ททท.-ไทยเบฟจัดสงกรานต์ไทยสู่สากล“Water Festival2026 4 ภาค 6จังหวัด11-15 เม.ย.69

ททท.-ไทยเบฟจัดสงกรานต์ไทยสู่สากล“Water Festival2026

สนุกสนานสงกรานต์บ้านฉัน 4 ภาค 6จังหวัด11-15 เม.ย.69

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #WaterFestival2026 #สนุกสนานสงกรานต์บ้านฉัน

ททท.ร่วมไทยเบฟ ยกระดับสงกรานต์ไทยสู่สากล จัดยิ่งใหญ่ “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” 11-15 เม.ย.นี้ จัดทั่วไทย 4 ภาค 6 จังหวัด เชื่อมพลังชุมชนชูธีม “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน”

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า  ททท.สนับสนุนภาคีเครือข่ายพันธมิตรจัดงาน “Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย” ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 ภายใต้แนวคิด "สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน" โดยร่วมกับ นายสุรพล เศวตเศรนี ประธานจัดงาน นายนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมจัดงานกระจายทั่วประเทศ 4 ภาค ในพื้นที่ท่องเที่ยวเด่น 6 จังหวัด

ททท.มุ่งส่งเสริมและประชาสัมพันธ์เทศกาลสงกรานต์ไทยต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการยกระดับเทศกาลไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยใช้การท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ถ่ายทอดเสน่ห์ไทยผ่านวัฒนธรรม ประเพณี ศิลปะร่วมสมัย และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อกระตุ้นการเดินทางและเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะ “จุดหมายปลายทางด้านเทศกาลและวัฒนธรรม” ระดับสากล

การจัดงาน Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ปี 2569 ยังคงเน้นเชื่อมโยงชุมชนท้องถิ่น ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมกันสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ส่งเสริม “สร้างรายได้” เข้าสู่ชุมชน และ “ต่อยอด” ภูมิปัญญาท้องถิ่นพัฒนาให้เป็นที่รู้จักในระดับสากลอย่างยั่งยืน


Water Festival 2026 เทศกาลวิถีน้ำ…วิถีไทย ปี 2569 จะจัดขึ้นทั่วไทย 4 ภาค 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ลำพูน ภูเก็ต อุดรธานี และขอนแก่น เชื่อมพื้นที่วัฒนธรรมสำคัญริมสายน้ำ ตอกย้ำคุณค่าประเพณีสงกรานต์อันเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของวิถีน้ำ…วิถีไทย 

ตลอดงานเทศกาลดังกล่าว นักท่องเที่ยวจะได้ตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมการแสดง การละเล่น ช้อปปิ้งสินค้า มุมเช็คอินถ่ายภาพสุดชิล ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน สงกรานต์บ้านฉัน” ตลอดมหาสงกรานต์ “สายมู”ไม่ควรพลาดกับกิจกรรมมงคลดีต่อใจ 8 ประการ ชวนทุกคนมาร่วมไหว้พระขอพร สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่ไทยด้วยกัน 





บพท.ปลุกพลังนักวิจัยต่อยอดชุดความรู้พลิกวิกฤตปุ๋ยแพง-ทั่วไทยลุยทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองลดนำเข้าแสนล้าน/ปี

บพท.ปลุกพลังนักวิจัยต่อยอดชุดความรู้พลิกวิกฤตปุ๋ยแพง

อีสาน-เหนือ-ใต้ลุยทำปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองลดนำเข้าแสนล้าน/ปี

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บพท #พลิกวิกฤตปุ๋ยแพง #ช่วยเกษตรกรทั่วไทย

บพท.รวมพลังคณาจารย์ นักวิจัย มหาลัยที่ได้ทุนทั่ว “อีสาน-เหนือ-ใต้” นำชุดความรู้ช่วยเกษตรกร หันทำปุ๋ยอินทรีย์ในพื้นที่ใช้เอง ลดพึ่งพานำเข้าปีละเกือบแสนล้าน พลิกวิกฤตสงครามตะวันออกกลางทำ“ปุ๋ยราคาแพงและอาจขาดแคลน” สร้างโอกาสใหม่อนาคตภาคเกษตร ขานรับนโยบายรัฐบาลไทย


“ดร.กิตติ  สัจจาวัฒนา” ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) เปิดเผยว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดี และน่ายินดีอย่างยิ่งเมื่อคณาจารย์ นักวิจัย ที่บพท.ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยกระตือรือร้นร่วมพัฒนาต่อยอดงานวิจัย ในช่วงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้ภาคการเกษตรของไทยได้รับผลกระทบหนักเรื่องปุ๋ยราคาแพงและอาจจะขาดแคลน ทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จึงได้นำเอาองค์ความรู้งานวิจัยไปรณรงค์ “ผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุชีวมวล” ในพื้นที่ ทดแทนการพึ่งพาปุ๋ยเคมีนำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยเกษตรกรลดปัญหาเรื่องปุ๋ยรวมถึงสามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้ด้วย

โดยมีคาดหวังวิกฤตสงครามครั้งนี้ ได้พลิกวิกฤตสร้างโอกาสใหม่ที่ดีให้ภาคเกษตรไทยหันมาพึ่งพาตัวเอง  ลดการนำเข้าปุ๋ยปริมาณสูงถึงปีละ 5 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่าสูงปีละ 94,000 ล้านบาทลงได้ อนาคตจะเป็นประโยชน์คุณภาพชีวิตเกษตรกร ระบบเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมโดยรวมของไทยทั้งประเทศ


ดร.นิสานาถ  แก้ววินัด คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ เปิดเผยว่า คณาจารย์และนักวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) รวมพลังกันทำวิจัย พัฒนาปุ๋ยชีวภาพ จากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ พร้อมให้ความช่วยเหลือเกษตรกร บรรเทาผลกระทบเรื่อง “ปุ๋ยราคาแพงและอาจขาดแคลน” เพราะสงครามอ่าวเปอร์เชียในตะวันออกกลาง

ขณะนี้ บพท.กับสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) “รวพ.” ภายใต้กำกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต่างตระหนักดีถึงสงครามครั้งนี้มีผลกระทบกับเกษตรกรเรื่องการเพาะปลูกต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมี ซึ่งมีความเสี่ยงจะต้องแบกรับ “ภาระค่าปุ๋ย” แพงขึ้น และ “เสี่ยงจะขาดแคลนปุ๋ย”  จึงได้ร่วมกันขยายผลองค์ความรู้งานวิจัยนำมาใช้ประโยชน์ “พัฒนาปุ๋ยชีวภาพ” จาก “วัสดุชีวมวลในพื้นที่” ส่งเสริมเกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี ลดปัญหาปุ๋ยแพงและขาดแคลน

ล่าสุดมีเกษตรกรพื้นที่หลายกลุ่มลงมือทำแล้ว ได้แก่ กลุ่มยะวึก กลุ่มไทรงาม กลุ่มบุตาโสม กลุ่มบ้านศรีณรงค์ กลุ่มบ้านหัวนาคำ ด้วยการรณรงค์ถ่ายทอดองค์ความรู้วิธีทำปุ๋ยใช้เองจากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ ทำให้มีปุ๋ยใช้ช่วงฤดูกาลเพาะปลูกเดือนพฤษภาคม นับจากวันพืชมงคล 2569 เป็นต้นไป


“ผศ.ดร.ชัญญรินทร์ สมพร”  รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด กล่าวว่า คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ดร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมเกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีย์ไว้ใช้เอง เตรียมรับมือปุ๋ยเคมีราคาแพงและอาจขาดแคลน เพราะค่าปุ๋ยมีสัดส่วนสูงถึง 40-60% ของต้นทุนการผลิตทางการเกษตร

คณะวิจัยได้นำชุดความรู้จากงานวิจัยวิธีที่เกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีย์ได้เอง ไปถ่ายทอดสู่กลุ่มเป้าหมายนำมูลวัว มูลหมู มูลไก่ ซึ่งเกษตรกรเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป นำไปหมักกับน้ำเชื้อจุลินทรีย์ผสมกับแกลบ แล้วเกษตรกรยังทำน้ำเชื้อจุลินทรีย์เองได้ โดยนำเศษผักไปหมักช่วยให้พึ่งพาตัวเองเรื่องปุ๋ยได้มากขึ้น

“ผศ.ดร.กัมปนาท เภสัชชา” อาจารย์และนักวิจัยคณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวว่า คณะนักวิจัยได้พัฒนาชุดความรู้จากงานวิจัยไปช่วลดภาระปัญหาปุ๋ยกับอาหารสัตว์ราคาแพง โดยได้คิดค้นสูตรอาหารสัตว์ เลี้ยงโค เน้นใช้มันสำปะหลัง รำข้าว ที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้แทนวัตถุดิบลดพึ่งพาการนำเข้าควบคู่การรวบรวมมูลโคไปหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี

“ผศ.ดร.ณรงค์ คชภัคดี” รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และอาจารย์สาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง กล่าวว่า นำงานวิจัยมาขยายผลทำปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ส่งเสริมเกษตรกร นำใบกระถินไปหมักกับนมเปรี้ยว กากน้ำตาล จนได้ปุ๋ยชีวภาพที่มีสารอาหารและแร่ธาตุจำเป็นของพืชครบถ้วน ปุ๋ยสูตรนี้ใช้แล้วได้ผลทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่วลายเสือ ลำใย และผัก

ทั้ง รศ.ดร.จรีรัตน์ รวมเจริญ ผศ.ดร.ณัฏฐากร  วรอัฐสิน และผศ.ดร.เอกนรินทร์  เรืองรักษ์  อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประสานเป็นเสียงเดียวกันว่า คณาจารย์และนักวิจัยมหาลัยสงขลานครินทร์ มีชุดความรู้จากงานวิจัยทำปุ๋ยอินทรีย์หลายสูตรที่จะทดแทนพึ่งพาปุ๋ยเคมี

โดยเฉพาะการใช้ต้นปาล์มน้ำมันไปหมักกับมูลไก่ หรือนำมูลแพะไปหมักกับใบปาล์มน้ำมัน หรือนำเศษวัสดุจากทะเล อย่างเศษปลา แกนปลาหมึก เปลือกกุ้ง เปลือกหอย เปลือกปู ไปหมักร่วมกับน้ำต้มปลา และน้ำจุลินทรีย์ ทำให้ได้ปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดีทดแทนปุ๋ยเคมี ลดความเดือดร้อนจากราคาแพงและขาดแคลนช่วงสงครามตอนนี้ได้



“ผศ.ดร.ปริศนา วงค์ล้อม” อาจารย์คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่า ได้เร่งรัดพัฒนาสารปรับปรุงดิน ช่วยเหลือเกษตรกรและตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดยนำมูลค้างคาวจากถ้ำเขากลาง จ.พัทลุง มาใช้เป็นวัตถุดิบ เกิดเป็นปุ๋ยซึ่งมีปริมาณมากเป็นตัน  มูลค้างคาวมีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พืชต้องการสูงมาก สามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างดี

“ผศ.ดร.พีรนาฏ คิดดี” คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ใช้ความรู้จากงานวิจัยอีกชุดหนึ่งช่วยเหลือเกษตรกรเช่นกัน โดยนำสาหร่ายหางกระรอก วัชพืชน้ำ ไปหมักกับมูลโคเป็นปุ๋ยหมักจากสาหร่ายหางกระรอก

 

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569

AirAsia MOVEชี้คนไทยGenY&Soloแห่เที่ยวสงกรานต์ ปี’69จัดโปรที่พักทั่วโลก

AirAsia MOVEชี้คนไทยGenY&Soloแห่เที่ยวสงกรานต์

ปี’69จัดโปรที่พักทั่วโลก-ปลุกโรงแรม/ทัวร์ปรับกลยุทธ์

 

AirAsia MOVE เปิดข้อมูลคนไทย Gen Y &Solo Traveller แชมป์เที่ยวสงกรานต์ปี67-69

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AirAsiaMove #สงกรานต์ #GenY #SoloTraveller

AirAsia MOVE เปิดข้อมูล 3 ปี67-69 คนไทยแชมป์เที่ยว “สงกรานต์” 2 กลุ่มหลัก Gen Y กับ Solo Traveller แชมป์เที่ยว “กิน-บิน-พักยาว” ปี’69 จัดโปรเพิ่มจองพักทั่วโลกลดเพิ่ม 400-450 บาทแนะโรงแรม บริษัททัวร์ ปรับกลยุทธ์ด่วน


AirAsia MOVE แพลตฟอร์มการท่องเที่ยวชั้นนำของภูมิภาค เปิดเผยอินไซต์ " Songkran Travel Trends (2567-2569)" โดยมีวิเคราะห์พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ (10-18 เมษายน) ที่ผ่านมาตลอด 3 ปี พบนักเดินทางกลุ่มหลักมี “การเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ” โดยเฉพาะพลังของ Gen Y (หรือคนรุ่นใหม่/Millennials) กับเทรนด์การเที่ยวคนเดียว (Solo Traveller) พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

1. นักท่องเที่ยวเบอร์หนึ่ง : Gen Y ครองบัลลังก์นักเดินทาง 3 ปีซ้อน จากการเปรียบเทียบข้อมูลพบว่ากลุ่ม Gen Y คือหัวใจหลักขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์อย่างชัดเจนดังนี้

- สัดส่วนผู้เดินทางสูงสุด : ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา Gen Y ทุกปีครองจำนวนที่นั่งขายได้ (Seats Sold) สูงที่สุดเป็นอันดับ 1    โดยยืนยัน “การเติบโตต่อเนื่อง” ปี 2568 มีจำนวนที่นั่งขายให้กลุ่ม Gen Y เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปี 2567 เกือบ 30%

- แชมป์ตลอดกาลปี 2569 : แม้ภาพรวมตลาดจะเปลี่ยนแปลง แต่กลุ่ม Gen Y ยังคงเดินทางต่อเนื่อง จองที่นั่งครองสัดส่วนสูงกว่ากลุ่ม Gen Z และ Gen X เกือบ 1 เท่า

- ระยะเวลาพำนัก : นักท่องเที่ยว Gen Y ส่วนใหญ่นิยมใช้เวลาพักผ่อนยาว 3-5 วัน

- พฤติกรรมการจอง : นิยมวางแผนล่วงหน้าประมาณ 31-60 วัน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่จองผ่านระบบ Digital

2. Top Destinations: เช็คอินที่ไหนกันบ้าง

คนไทยยังคงให้ความสำคัญกับ "ไทยเที่ยวไทย" เป็นอันดับ 1 ในทุกๆ ปี แต่เทรนด์การเดินทางไปต่างประเทศเริ่มมีการขยายตัวสู่หลากหลายจุดหมาย

-Domestic : เส้นทางยอดฮิตยังคงเป็นเชียงใหม่ (CNX), ภูเก็ต (HKT), และหาดใหญ่ (HDY)

-International : ญี่ปุ่นครองแชมป์จุดหมายต่างประเทศที่คนไทย Gen Y และ Gen X เลือกไปมากที่สุด ตามมาด้วย เวียดนาม และจีน ในปี 2568-2569 เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

3. Insight การใช้จ่าย : ยอมจ่ายเพื่อความสบาย

แม้พฤติกรรมการเดินทางจะเปลี่ยนไป แต่ปี 2569 ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อผู้โดยสารกลับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 3200 บาท สะท้อนถึงการเลือกซื้อบริการเสริมมากขึ้น ดังนี้

-น้ำหนักกระเป๋า : เป็นบริการเสริมที่ครองค่าใช้จ่ายสูงสุดในกลุ่มบริการเสริมทั้งหมด นั่นหมายถึงกลุ่มนี้มีกำลังพร้อมจับจ่ายในทริป

-การสั่งอาหารล่วงหน้า : มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยเฉพาะปี 2568 ความต้องการสั่งอาหารบนเครื่องพุ่งสูงขึ้นกว่าปี 2567

4. "Solo Traveler" เทรนด์ใหม่ที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ

จากข้อมูลเผยให้เห็นถึง นักเดินทางกลุ่ม “เดินทางคนเดียว/Solo Traveller” มีสัดส่วนการจอง (Booking Contribution) ตลอด 3 ปีมีสูงสุดถึง 65% - 75% และนักเดินทางกลุ่มนี้เริ่มวางแผนจองล่วงหน้าสั้นลงโดยส่วนใหญ่จองก่อนเดินทาง 31-60 วัน  


AirAsia MOVE ส่งดีลแรงรับฤดูท่องเที่ยว

AirAsia MOVE จัดเต็มดีลสุดคุ้มต้อนรับ ฤดูกาลท่องเที่ยวในราคาประหยัดกว่าเดิม ด้วย “ส่วนลดพิเศษ” เพื่อการจองโรงแรมทั่วโลก ดังนี้

1.ลดเพิ่มทันที 400 บาท เพียงใส่โค้ด MOVEHOTELS50 (เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 3,000 บาท)

2.รับส่วนลดเพิ่ม 450 บาท เมื่อใส่โค้ด SNAPNOW (เมื่อมียอดจองขั้นต่ำ 7,700 บาท) มอบให้สายเที่ยวแบบแพ็กเกจสุดคุ้มกับ SNAP! (เที่ยวบิน+โรงแรม) ทุกจุดหมายปลายทาง


 จองเลยผ่านแอป AirAsia MOVE เพื่อ "บิน พัก เที่ยว แอปเดียวครบ" ในราคาสบายกระเป๋า โดยติดตามได้ที่ @airasiamove บน Instagram & TikTok ดาวน์โหลดแอป AirAsia MOVE ผ่าน Apple App Store Google Play Store และ Huawei App Gallery 



สำหรับ “ข้อแนะนำ” ให้ผู้ประกอบการโรงแรมและท่องเที่ยวในไทยปี 2569

AirAsia MOVE แนะนำให้ภาคธุรกิจควรจะปรับให้สอดคล้องกับพฤติกรรม "Solo & Gen Y" นักเดินทางครอบส่วนแบ่งสูงที่สุด ดังนี้

Solo-Friendly Packages : นักเดินทางที่จองแบบคนเดียว (Solo Traveller) มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 70% ของยอดจองทั้งหมด 

-ผู้ประกอบการโรงแรมควรออกแบบแพ็กเกจรองรับผู้เข้าพักคนเดียว หรือเพิ่มกิจกรรมที่ Solo Traveller สามารถเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น

Long-Stay Offers : Gen Y นิยมพัก 3-5 วัน

-โรงแรมควรทำแพ็กเกจ Stay Longer, Pay Less เพื่อดึงดูดกลุ่มดังกล่าว

Digital First: ข้อมูลระบุการจองผ่านโมบาย แอป และ OTA มีสัดส่วนสูงมาก

-ผู้ประกอบการต้องมั่นใจว่าระบบจองออนไลน์และ Mobile UX ของตนเองลื่นไหลที่สุด

Targeting Japan & Vietnam Lovers :

-ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ควรเน้นโปรแกรมท่องเที่ยวญี่ปุ่นและเวียดนามมุ่งเจาะกลุ่ม Gen Y ที่ชอบถ่ายภาพและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น

เตรียมพร้อมบริการสะดวกซื้อ : พฤติกรรมนักท่องเที่ยวยินดีจ่ายเพื่อความสะดวก (เช่น น้ำหนักกระเป๋า/อาหาร)

-โรงแรมอาจเสนอโปรโมชั่นเสริม เช่น บริการส่งกระเป๋า หรือแพ็กเกจอาหารที่พร้อมเดินทาง

การบินไทย-LH Bankเปิดตัวเงินฝากสีเขียว500 ล้านร่วมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำก้าวสู่ ESG

การบินไทย- LH Bank เปิดตัวเงินฝากสีเขียว 500 ล้าน โดดร่วมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำนำธุรกิจการบินสู่ ESG   การบินไทยลงนามกับ LH Bank เปิดตัว ...