วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ททท.โตเกียวรุกเพิ่มตลาดญี่ปุ่นจัดหนักเทศกาลไทยเจาะญี่ปุ่นรุ่นใหม่ -Q2-3ปี69ผนึก2เอเย่นต์ขายWellcation

 

"เสกสรร ศรีไพรวรรณ” ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ททท.โตเกียวลุยขยายตลาดญี่ปุ่น“ม.ค.-เม.ย.”โกย 3.7แสนคน

9-10 พ.ค.เปิดบูธจัดหนักเทศกาลไทยเจาะตลาดญี่ปุ่นรุ่นใหม่

Q2-3ปี69ผนึก2เอเย่นต์ใหญ่ขายWellcationปั๊มYoungGen-สตรี

มิ.ย.-ธ.ค.ควงไทยแอร์เอเชียฯจัดหนักTAT X Air Asia Thailand

คิงเพาเวอร์ซิตี้บูทีกช้อป5,000บาทลด30%-รับเครดิตเงินคืน24%

POWER PASSรับสิทธิ์แลกแพกเกจ SEA LIFE ถึง 30 มิ.ย.69

ททท.ปลุกเที่ยวทั่วไทยไทยแจก500รางวัล2กิจกรรมกับ“ลิซ่า”

บางจากชี้รับมือวิกฤตพลังงาน2วิธีใช้พอเพียง-มีประสิทธิภาพ

ชวนออกไปเที่ยวชุมชนในกรุง“ย่านกุฎีจีน”4ความเชื่อ 5 พิกัด

5 วิธีรับมืออากาศร้อน-ระวังป้องกันหลีกเลี่ยงเสี่ยง 3 โรค

AOT ลุยงาน Routes Asia 2026จับคู่ธุรกิจ-ดึงแอร์ไลน์ใหม่

เอเชียทีคเดอะริเวอร์ฟรอนท์ฯโชว์ใหม่เวิลด์คลาส9DCinema

 

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เดินเที่ยวชุมชนกุฎีจีนกรุงเทพ

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! “เสกสรร ศรีไพรวรรณ” ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดแผนกระตุ้นตลาดญี่ปุ่นครบวงจร 4 เดือนแรก ตุนนักท่องเที่ยวไว้ได้แล้วกว่า 3.7 แสนคน พร้อมเฝ้าระวังผลกระทบ 3 ปัจจัย “เศรษฐกิจ/ต้นทุน-บาทแข็ง-น้ำมันเครื่องบินแพง” ไตรมาส 2-3 ผนึกเอเย่นต์ แอร์ไลน์ส ทำ 2 แคมเปญเด็ด แคมเปญแรก“Wellcation” ผนึกเอเย่นต์ใหญ่ HIS ทำยอดขายได้แล้วกว่า 10,000 pax ดึงญี่ปุ่นรุ่นใหม่มาไทยช่วงก.ค.-ส.ค.นี้ แคมเปญที่ 2 ร่วมกับไทย แอร์ เอเชียเอ็กซ์ รอเปิด “TAT x Thai Asia X Thailand Joint Promotion” มิ.ย.-ธ.ค. ละพร้อมเดินหน้าร่วม “เทศกาลไทย” 9-10 พ.ค.นี้ อีเวนต์ใหญ่แห่งปี เน้นดีไซน์บูธบูมเทรนด์ Thai Pop Culture ขานรับญี่ปุ่นรุ่นใหม่ เปิด 5 SOI ชวนมาเติมพลังเที่ยวเมืองไทย


 

นายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า สถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางเข้าไทยในสถานการณ์ความท้าทายยังมีสัญญาณชะลอตัวอยู่บ้าง โดยมียอดสะสมตั้งแต่ 1 มกราคม  - 29 เมษายน 2569 รวม 371,426 คน ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 2.89% ช่วงไตรมาส 2-3 ระหว่างพฤษภาคม-สิงหาคม นี้ จะต้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อเนื่องกับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจาก 3 ปัจจัย ได้แก่

 

ปัจจัยที่ 1 ภาวะเศรษฐกิจและต้นทุน นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นกังวลเรื่องความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น จากสถานการณ์สู้รบในอิหร่าน จึงระมัดระวังการใช้จ่าย  

ปัจจัยที่ 2 อัตราแลกเปลี่ยน ขณะนี้เงินบาต่ทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยน (จาก 0.23 บาท/เยน ในปีที่แล้ว เหลือ 0.20 บาท/เยน) ทำให้คนญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายในไทยแพงขึ้น กระทบต่อกลุ่มที่มีงบประมาณจำกัด 

ปัจจัยที่ 3   ต้องเฝ้าระวังค่าธรรมเนียมน้ำมัน (Fuel Surcharge) เริ่มพฤษภาคม-มิถุนายน 2569 เที่ยวบินจากญี่ปุ่นมาไทยปรับขึ้นเกือบเท่าตัวจาก 15,500 เป็น 29,600 เยน

โดยมี “จำนวนที่นั่งเที่ยวบิน” (Seat capacity) จากญี่ปุ่นมาไทย ในภาพรวมจำนวนเฉลี่ย 167,316 ที่นั่ง/เดือน 574 เที่ยว/เดือน จากต้นทางท่าอากาศยานหลักของญี่ปุ่นจาก นาริตะ ฮาเนดะ ฮ็อกไกโด  เชนได เข้าสู่กรุงเทพฯ

“สถานการณ์การบินจากญี่ปุ่นมาไทย” เฉพาะช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปีหรือซัมเมอร์อัตราบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย (Cabin factor) ของแต่ละสายการบินจะลดลงมากสุดเหลือประมาณ 50 % เช่น การบินไทย ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ในโตเกียวมีปรับลดเที่ยวบินบ้างแต่ไม่ถึงขั้นยกเลิกเส้นทางบินเหมือนบางพื้นที่ เช่น ท่าอากาศยานนาริตะมากรุงเทพฯ ลดเหลือ 2 เที่ยว/วัน จากปกติ 4 เที่ยว/วัน อาจจะส่งผลกับจำนวนที่นั่งเที่ยวบินเล็กน้อย

 


ทางด้าน “บริษัทตัวแทนท่องเที่ยว/Agents รายงานสถานการณ์ยอดขายท่องเที่ยววันหยุดยาว ตามคาดการณ์จากบริษัทตัวแทนนำเที่ยวญี่ปุ่น 2 รายใหญ่ คือ HIS และ JTB ตลอดช่วงวันหยุดยาว Golden Week” ระหว่าง 24 เมษายน - 10 พฤษภาคม 2569  แนวโน้มคนญี่ปุ่นเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น 4.8%  ประกอบด้วย 

-ข้อมูลจาก HIS ระบุจุดหมายหลักที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเลือกเรียงตามอันดับคือ 1.โชล/เกาหลี 2.ไต้หวัน 3.ฮาวาย 4.กรุงเทพฯ ติดอันดับ 4 ส่วนใหญ่เลือกจองผ่านตัวแทนการท่องเที่ยว    เมื่อดูตามสถิติของ 2 บริษัทใหญ่ญี่ปุ่นจะมาไทยช่วงวันหยุดยาวเพิ่มขึ้น ยอดจองผ่าน HIS จะเพิ่ม 24 และ JTB จะเพิ่ม 26%   

-ข้อมูลจาก JTB จะแตกต่างจาก HIS คือพยากรณ์ช่วง Golden Week ญี่ปุ่นจะเดินทางเที่ยวเรียงตามอันดับคือ 1.เกาหลี 2.ไต้หวัน 3.สาธารณรัฐประชาชน 4.ฮ่องกง 5.กรุงเทพฯ/ไทย



ผอ.เสกสรร กล่าวว่า ททท.สำนักงานโตเกียว ได้จัดทำกิจกรรมกระตุ้นตลาดท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าและทำต่อเนื่อง พร้อมคาดการณ์ช่วงวันหยุดยาว Golden Week 2569 ชาวญี่ปุ่นมียอดจองเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยประมาณ 27,000 คน สร้างรายได้ราว 100 ล้านบาท ซึ่งยังคงเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางติด 1 ใน 5 (Top 5) ด้วยแรงดึงดูด ความคุ้มค่าเงิน ระยะทางไม่ไกลเดินทางง่ายสั้น ๆ เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสามารถเดินทางได้

ส่วน “พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวญี่ปุ่น” จะเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศเป็น “ช่วงฤดู” (season) จะเดินทางหนาแน่น ช่วง พฤษภาคม/กรกฎาคม/สิงหาคม ของทุกปี มียอดสูงสุดถึง 200,000 คน/เดือน ขณะที่ “กลุ่มนักเดินทางเพื่อธุรกิจและพักผ่อน” (Bleisure : Business+Leisure) เป็นกลุ่มมีศักยภาพสูงสามารถเดินทางต่อเนื่องตลอดทั้งปี เนื่องจากมีผู้บริหารญี่ปุ่นต้องเข้าออกเพราะมีการลงทุนอยู่ในไทยกว่า 3,000 บริษัท ยกเว้นช่วงเปลี่ยนหรือย้ายสำนักงานอาจจะชะลอการเดินทางบ้างเล็กน้อย

 


ททท.สำนักงานโตเกียว เตรียม“กลยุทธ์ส่งเสริมการตลาด” โดยได้ทยอยทำ 2 แคมเปญ ประกอบด้วย

แคมเปญแรก “Wellcation การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เจาะกลุ่มตลาดคนรุ่นใหม่ Young Gen ททท.ร่วมกับบริษัท HIS กระตุ้นการเดินทางช่วงหน้าร้อน/ซัมเมอร์ กรกฎาคม-สิงหาคม 2569 (เริ่มเปิดตัวขายต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2569) ตอนนี้มียอดขายเกินเป้าหมายแล้วทำได้กว่า 10,000 pax 

ร่วมกับบริษัท Veltra เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ มุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวสตรีชาวญี่ปุ่น เส้นทาง การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในกระบี่ ภูเก็ต

แคมเปญที่ 2 ททท.สำนักงานโตเกียว กับโอซากา จะร่วมกับ ไทย แอร์ เอเชีย เอ็กซ์ เตรียมจัดแคมเปญ TAT x Thai Asia X Thailand Joint Promotion เสนอขายช่วงเดือนมิถุนายน-ธันวาคม 2569 โดยจะพิจารณาจากสถานการณ์หลังช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้เกี่ยวกับปัจจัยราคาน้ำมันเครื่องบินที่จะส่งผลต่อผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวด้วย

 


ผอ.เสกสรร กล่าวว่า ททท.โตเกียว ได้ร่วมกับพันธมิตรเตรียมจัด “เทศกาลไทย :Thailand Fest 2026วันที่ 9-10 พฤษภาคม 2569 จัดที่สวนสาธารณะในโตเกียว เป็นงานที่มีคนเข้าร่วมมากสุด จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 26 คาดจะมีผู้เข้าร่วมตลอด 2 วัน เกือบ 300,000 คน แล้ว ททท.ก็มีพันธมิตอย่าง ไทยเวียตเจ็ท และอื่น ๆ ร่วมกันนำเสนอสินค้าต่าง ๆ ของไทย เช่น ทุเรียน ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ที่ขาดไม่ได้คือ “มะม่วง”

เทศกาลนี้เป็นกิจกรรมกระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ สร้างการรับรู้ ดึงความสนใจในตลาดญี่ปุ่น ททท.จัดเต็มด้วยสินค้าท่องเที่ยวไทยเจาะลึกเข้าถึง “กลุ่มคนรุ่นใหม่/Young Gen ด้วย Thai Pop Culture : วัฒนธรรมร่วมสมัย” ออกแบบเชิงสร้างสรรค์ขานรับความสนใจของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบศิลปะวัฒนธรรมร่วมสมัย ผ่านเรื่องราว ดรามา ซีรีย์ แฟชั่น อาหาร จึงได้นำมาเสนอเป็นเสน่ห์ไทย สร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ เจาะกลุ่มเป้าหมายใหม่ด้วย

ภายในคูหา ททท.ได้ออกแบบ “เส้นทางประสบการณ์” เป็นซอย/SOI เปรียบเสมือนการเดินสำรวจประเทศไทยในมิติที่แตกต่างกัน โดยนำเรื่องราวของ Thai Pop Culture ซึ่งกำลังเป็นกระแสนิยมในญี่ปุ่น มาเป็นแกนหลักในการสื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงภาพลักษณ์ไทยให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย Mean Lee (มีน) ศิลปินและนักวาดภาพประกอบสไตล์ป๊อบอาร์ต เป็นผู้ออกแบบคูหาดังกล่าว ประกอบด้วย

 

-SOI 1 จุดให้ข้อมูลการท่องเที่ยวประเทศไทย ด้วยไฮไลต์สำคัญ และข้อเสนอพิเศษด้านการเดินทางจากพันธมิตรสายการบิน

 

-SOI 2 กิจกรรม Workshop ทอผ้าร่วมสมัย โดยแบรนด์ JUTATIP จากขอนแก่น เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสงานหัตถศิลป์ไทย และสร้างสรรค์ผลงานด้วยตนเอง

 

-SOI 3 กิจกรรม Thai Pop Culture Identity จัดทำร่วมกับศิลปิน SIRI เจ้าของผลงานคาแรคเตอร์ Tomato Twins เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ค้นหาตัวตน พร้อมถ่ายทอดออกมาเป็นคาแรกเตอร์ไทยและงาน Thai Pop Culture Illustration ในรูปแบบเฉพาะบุคคล

 

-SOI 4 กิจกรรมเสี่ยงเซียมซีจากวัดชื่อดังของไทย สะท้อนมิติของความเชื่อและวัฒนธรรมไทย เชื่อมโยงกับสถานที่ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเดินทางมาเติมพลัง (Power Spot) ในเมืองไทย  โดยจะมีเรื่องเล่าอยู่ภายในบูธ มีชื่อวัด 3 แห่ง ได้แก่ วัดระฆัง วัดหัวลำโพง วัดกัลยาณมิตร ตามความเชื่อ 3 อย่าง “โชคลาภ/สุขภาพ-การศึกษา-การงาน” เป็นแม่เหล็กดึงดูดชาวญี่ปุ่นสนใจมาตามหาพลังตามวัดต่าง ๆ ในเมืองไทย

 

-SOI 5 กิจกรรม Muay Thai Challenge ที่นำเสนอศิลปะมวยไทยในรูปแบบที่สนุกและเข้าถึงได้ พร้อมรับของที่ระลึกในรูปแบบ“เครื่องราง”หรือ โอมาโมริ (Omamori) ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับงานนี้ โดยลงนวมบอยซ์ (LONGNUAMBOYZ)

 

รวมยังมีกิจกรรมบนเวทีสะท้อนความเป็นไทยในมิติร่วมสมัย ทั้งการแสดงดนตรีหมอลำและดนตรีร่วมสมัย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ตลอดจนกิจกรรมจากศิลปินและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ทั้งชาวไทยและชาวญี่ปุ่น ที่ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยสู่ผู้เข้าร่วมงานตลอดการจัดงาน

 

ททท.สำนักงานโตเกียว มุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน เดินทางไปสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเมืองไทยด้วยตนเอง

 

ผอ.เสกสรร กล่าวว่า ไทยเป็นตลาดจุดหมายปลายทางตอบโจทย์นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่มาแล้ว “ไม่เครียด” ปี 2569 ต่อเนื่องปี 2570 จะสร้างสรรสินค้าท่องเที่ยวของไทยขยายเจาะตลาด “นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่-กลุ่มสตรี” เพราะปัจจุบันคนญี่ปุ่นจะเครียดกับการทำงาน ต้องการหาสถานที่ผ่อนคลาย สบายใจ จึงเหมาะเป็นจุดขายการทำแผนการตลาด “เทรนด์อนาคตตลาดญี่ปุ่น” จะเป็น Young Generation มากขึ้น ตามรายงานมีคนกลุ่มดังกล่าวทำหนังสือเดินทางมากสุดและเป็นกลุ่มผู้หญิงมีสัดส่วนสูงกว่าผู้ชาย

 

สินค้ายอดนิยมคือ Power Spot :รับพลังคลายเครียด ผ่อนคลาย สบายใจ” แล้วก็สนใจสุขภาพมากขึ้น อย่าง สปา ออกกำลังกาย เวลเนส ล่าสุด ททท.โตเกียว ได้นำคณะญี่ปุ่นมาร่วม  “Amazing Thailand Health & Wellness Trade Meet 2026”  ที่ BDMS กรุงเทพฯ พร้อมกับลงพื้นที่ไปทดลองทำเวลเนส วารีบำบัด ทำกิจกรรมนำเสนอการท่องเที่ยวกับช้างมุมใหม่ โดยร่วมกับศูนย์อนุรักษ์ช้าง วิถีชุมชน นำคณะทำสปาพอกตัวช้าง อาหารช้าง อาบน้ำ ส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตกับสัตว์ใหญ่ เป็นกิจกรรมที่ตอบโจทย์ชาวญี่ปุ่นอย่างมาก ช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 

ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์ซิตี้บูทีกช้อป5,000บาทลด30%-รับเครดิตเงินคืน24%

 

คิง เพาเวอร์ ซิตี้ บูทีก จัดหนัก Holidays is coming! หยุดยาวมาแล้ว ใครมีบิน ต้องมาช้อป DUTY FREE ก่อนไปทริป ที่ชั้น 1-2 โซน Parade, One Bangkok โซน น้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ และแว่นกันแดด ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ

 

-บัตรเครดิต ฮอตดีล! แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืน สูงสุด 24%

-พิเศษ! สมาชิก POWER PASS แบ่งชำระ 0%* นานสูงสุด 6 เดือน

-มีไฟลต์หรือไม่มีไฟลต์ก็ช้อปได้!

-สินค้าป้ายฟ้า ไม่ต้องบิน รับกลับทันที

-สินค้าป้ายขาว ช้อปก่อนบิน รับที่สนามบิน

 

สินค้า Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย! รับสินค้าที่สนามบิน

1.แบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน บาท

2. รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 62,800 บาท

3.รับเลย! ส่วนลด 800.- เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์ และรับสิทธิ์การสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000 บาท

 

ข่าวที่ 2 - POWER PASSรับสิทธิ์แลกแพกเกจ SEA LIFE ถึง 30 มิ.ย.69

 

สมาชิก POWER PASS รับสิทธิพิเศษกิจกรรมวันหยุดที่ควรต้องทำสักครั้ง! สำรวจโลกใต้ทะเลแบบจัดเต็ม สนุก ครบ จบในที่เดียว รับ SEA LIFE Bangkok วันนี้- 30 มิถุนายน 2569

 

แลกฟรี! แพ็กเกจ Special Fun เพียง 650 บาท ผ่าน CARAT Rewards คลิกแลกสิทธิพิเศษได้

 

สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! กดแลกรับดีลสุดคุ้มผ่าน CARAT REWARDS ได้ทันที หรือสมัครผ่าน LINE Official Account @KINGPOWER

 

ข่าวที่ 3-ททท.ปลุกเที่ยวทั่วไทยไทยแจก500รางวัล2กิจกรรมกับ“ลิซ่า”

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.จุดพลังการเดินทางทั่วไทยกับ “ลิซ่า” Amazing Thailand Ambassador เชิญชวนออกมาสัมผัสเสน่ห์และเรื่องราวเมืองท่องเที่ยวอันหลากหลายทั่วประเทศ ภายใต้กิจกรรม Feel All the Feelings, Seeking Thailand’s Wonders” เติมเต็มทุกการพักผ่อนให้เป็นช่วงเวลาแห่งการฮีลใจ และร่วมสนุกพิเศษกับ 2 กิจกรรม ได้แก่ 1.การสะสมแต้มผ่าน Buddy Rewards และ 2.สะสมใบเสร็จเมื่อใช้บริการสถานประกอบการที่ได้การรับรองมาตรฐาน เช่น โครงการ Trusted Thailand โครงการ STAR /Sustainable Tourism Acceleration Rating และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แล้วลุ้นรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ 5 สไตล์ 500 รางวัล เริ่ม1 พฤษภาคม -31 กรกฎาคม 2569

 

ททท.หวังให้กิจกรรมนี้เป็นแรงกระตุ้นส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ กระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นทั่วทุกภาค ควบคู่การยกระดับมาตรฐานท่องเที่ยวไทย ร่วมกับสถานประกอบการที่ได้การรับรองคุณภาพด้านมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความยั่งยืน ผสานเสน่ห์แหล่งท่องเที่ยวไทยเข้ากับคุณภาพของผู้ประกอบการ จะช่วยสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว

 

ททท.ชวนออกเดินทางท่องเที่ยวพร้อมเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดังกล่าวได้ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 กับ 2 กิจกรรม ดังนี้

 

กิจกรรมที่ 1 : ลุ้นรับของที่ระลึกจากการสะสม Buddy Rewards กระตุ้นการเดินทางในประเทศ รับสิทธิ์เป็นเจ้าของ Photobox ที่บรรจุ Photocard ภาพ Key Visual Amazing Thailand Ambassador สอดแทรกรูปแหล่งท่องเที่ยว และชุดสติกเกอร์โฮโลแกรม เริ่ม 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 หรือจนกว่าของจะหมด

 

กิจกรรม 2 : ลุ้นรับของที่ระลึกจากการสะสมใบเสร็จท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติที่เดินทางท่องเที่ยวเมืองไทย ร่วมสนุกและลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้อีก 4 แบบ 4 สไตล์ เริ่ม 1 พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 ปิดรับลงทะเบียนร่วมสนุก 3 สิงหาคม  นี้ ภายใน 10.00 น.

 

การประกาศรางวัล : 31 สิงหาคม 2569 ประกาศรวมครั้งเดียวทั้งหมด 500 รางวัล ทาง Facebook: Amazing Thailand

 

“สิทธิ์รับ 500 รางวัล” ทั้ง 2 กิจกรรมลุ้นรับของที่ระลึกสุดพิเศษ สะท้อนเสน่ห์เมืองไทยในมุมมองร่วมสมัยที่มีลิซ่าปรากฏอยู่ทั้ง 5 ผลิตภัณฑ์ 5 สไตล์ ได้แก่ โฟโต้บ็อกซ์/โฟโต้การ์ด-เสื้อยืดขาว/ดำ 55 เมืงท่องเที่ยว-พวงกุญแจ-ผ้าแหล่งเที่ยวไร่ชาเชียงราย ตามรายละเอียดดังนี้

 

Photobox และ Photocard – ภาพบันทึกเรื่องราวการเดินทาง ของ “ลิซ่า”

 

-ดีไซน์พิเศษบรรจุโฟโต้การ์ด “ลิซ่า” ในฐานะ Amazing Thailand Ambassador ด้วยการบันทึกทิวทัศน์อันโดดเด่นไว้อย่างประณีต 8 แห่ง เน้นเสน่ห์ของภูมิประเทศ แสง สี บรรยากาศให้ชัดเจนในเฟรมเดียว กับ “ชุดสติกเกอร์โฮโลแกรม” เคลือบรุ้งกินน้ำ สะท้อนกลิ่นอายความเป็นไทยอย่างร่วมสมัยกับเรื่องราวหลากหลายเสน่ห์กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองไทย ไอเทมเซทนี้ไม่ใช่แค่ของสะสม แต่เป็นตัวแทนความประทับใจหยิบขึ้นมาดูเมื่อใด ก็พาย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาแห่งการเดินทางได้เสมอ

 

เสื้อยืดสีดำ 55 เมืองน่าเที่ยว ถักทอเสน่ห์แลนด์มาร์กทั่วไทย ผ่านภาพบ้านรักไทยกลางหุบเขาอย่างงดงาม

 

-เสื้อยืดสีดำพิมพ์ภาพ “ลิซ่า” ที่บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป๋ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน หมู่บ้านกลางหุบเขาโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันเงียบสงบ ผสานเข้ากับความละมุนของสายหมอก เกิดเป็นทิวทัศน์เรียบง่ายแต่ชวนสะกดสายตา ด้านหลังปรากฏรายชื่อแลนด์มาร์ก 55 เมืองน่าเที่ยว เสมือนแผนที่สร้างแรงบันดาลใจชวนให้ออกเดินทางต่อ จัดวางลวดลายมินิมอล คงความสมดุลระหว่างแฟชั่นกับเรื่องราว สวมใส่สบายมีคาแรกเตอร์ชัด ไอเทมชิ้นนี้คือสเตทเมนต์แห่งการเดินทางที่พร้อมพาทุกคนก้าวออกไปค้นพบเมืองไทยในมุมใหม่

 

เสื้อยืดสีขาว 55 เมืองน่าเที่ยว ถ่ายทอดเสน่ห์เขาสก สู่แรงบันดาลใจบทใหม่การเดินทาง

 

-เสื้อยืดสีขาวพิมพ์ภาพ “ลิซ่า” ท่ามกลางทัศนียภาพของเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี โดดเด่นด้วยภูเขาหินปูนตระหง่านและผืนน้ำสีมรกตสะท้อนธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดพลังความงามเรียบสะอาดตา ด้านหลังมาพร้อมรายชื่อ 55 เมืองน่าเที่ยว จัดวางดีไซน์ร่วมสมัย ผสานความมินิมอลเข้ากับอารมณ์การเดินทางได้อย่างลงตัว สวมใส่สบาย สะท้อนตัวตนของคนที่หลงใหลการออกไปเปิดโลกกเติมความประทับใจใหม่ ๆ ในทุกก้าว

 

พวงกุญแจโลหะสีเงิน แลนด์มาร์กเมืองกรุงในงานดีไซน์ประณีต

 

-พวงกุญแจโลหะสีเงิน ขัดเงา พิมพ์ลาย “ลิซ่า” เคียงฉากหลังวัดอรุณราชวราราม ถ่ายทอดเสน่ห์สถาปัตยกรรมไทยวิจิตรตระการตา ด้วยดีไซน์โปร่งใสสะอาดตา เส้นสายพระปรางค์ตัดกับซิลูเอตอย่างมีจังหวะ เกิดเป็นไอเทมขนาดกะทัดรัดสะท้อนภาพจำของกรุงเทพมหานครอย่างคมชัดสร้างสรรค์ลงบนแผ่นเมทัล พร้อมเคลือบเรซินเงาเพิ่มมิติ โดยภาพของลิซ่า มีลายประจำยามดีไซน์มาอย่างลงตัว

 

-แผ่นซีดี สีดำขนาดจิ๋วในรูปแบบ NFC สามารถเข้าถึงผลงานภาพยนต์โฆษณา (TVC) ได้ทุกที่ทุกเวลา และชิ้นงานเลเซอร์โลโก้ Amazing Thailand x LISA ด้านหลังมีชื่อแคมเปญ feel all The feelings พวงกุญแจ เซทนี้ถือเป็นทั้งของสะสมและของประดับเพิ่มคาแรกเตอร์ให้ทุกวันดูมีเรื่องราวดี ๆ

 

 

ผ้าสารพัดประโยชน์ – สีสันแห่งสายลม แสงแดดและกลิ่นอายไร่ชา

 

-ผ้าพิมพ์ลายภาพ “ลิซ่า” ที่ไร่ชา จ.เชียงราย ถ่ายทอดความพลิ้วไหวแนวเนินเขาสีเขียวตัดกับแสงแดดอ่อนยามเช้า ผ่านดีไซน์สดใสและมีมิติ เนื้อผ้าซิลค์ซาตินเบาสบาย เคลื่อนไหวไปกับสายลม ใช้งานได้หลากหลายทั้งพันคอ คลุมไหล่ โพกศีรษะ เป็นไอเทมรวมความงามธรรมชาติไว้ในรูปแบบร่วมสมัย เปลี่ยนบรรยากาศเดินทางให้กลายเป็นแฟชั่นพีซมีสไตล์ใช้งานได้จริง

 

 

ข่าวที่ 4-บางจากแนะรับมือวิกฤตพลังงาน2วิธีใช้พอเพียง-มีประสิทธิภาพ

 

นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ  นี้ ได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายให้ผู้เข้าร่วมการอบรมจากหน่วยงานราชการและมหาวิทยาลัย หลักสูตร ได้แก่ 1.“การเติบโตของธุรกิจเอกชนอย่างยั่งยืนบนฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” หลักสูตรฝึกอบรมนักบริหารการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ (นบร.) รุ่นที่ 14 2.“สถานการณ์พลังงานไทยและผลกระทบจากวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง” หลักสูตรผู้บริหารในกระบวนการยุติธรรมทางรัฐธรรมนูญ (บยร.) รุ่นที่ 1 และ 3. Turning ESG into Business” หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอนามัยสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และการสร้างเสริมสุขภาพเชิงนวัตกรรม คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

 

“นำเสนอข้อมูลโดยภาพรวม” ครอบคลุมทั้ง มุมมองเชิงนโยบายและการปฏิบัติ โดยเชื่อมโยงตั้งแต่สถานการณ์พลังงานโลก ผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ไปจนถึงผลต่อประเทศไทย ทั้งเรื่องราคาพลังงาน ความเสี่ยงของห่วงโซ่อุปทาน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคง

 

พร้อมทั้ง “เสนอแนวทางรับมือ” ที่มุ่งรักษาสมดุลของระบบ มากกว่า “การแก้ปัญหาที่ราคาเพียงจุดเดียว” โดยถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารภายใต้ความไม่แน่นอน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่การบริหารต้นทุนและความเสี่ยง เชื่อมโยงแนวคิด ESG สู่การประยุกต์ใช้จริง เพื่อสะท้อนว่าความยั่งยืนต้องสามารถดำรงอยู่ได้ในเชิงธุรกิจ

 

นางกลอยตา กล่าวได้เสนอแนวคิด Sufficiency and Efficiency” หรือการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างพอเพียงและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงการปรับพฤติกรรม แต่เป็นวิธี “คิดการบริหารทรัพยากร” ภายใต้ข้อจำกัด ที่จะต้องดำเนินควบคู่กัน เพื่อให้เกิดสมดุลใหม่ของการใช้พลังงานด้วย 2 แนวคิด  ได้แก่

 

1.ใช้อย่างพอเพียงคือ ใช้เท่าที่จำเป็นและเลือกใช้ในสิ่งที่สร้างคุณค่า

2.ใช้อย่างมีประสิทธิภาพคือ การทำให้ทุกหน่วยทรัพยากรก่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด

 

แนวทางดังกล่าวสามารถประยุกต์ใช้ได้ในทุกระดับ ตั้งแต่ บุคคล ครัวเรือน องค์กร ไปจนถึงระดับประเทศ เชื่อมโยงตั้งแต่ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงความสามารถในการแข่งขัน การบริหารต้นทุน การออกแบบระบบให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

           

นางกลอยตากล่าวทิ้งท้ายว่า คำถามเรื่องพลังงานกำลังเปลี่ยนไปจาก “จะหาพลังงานเพิ่มจากที่ใด” ไปสู่ “จะใช้พลังงานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร” สะท้อนปรับจากการ “ตั้งรับ” ไปสู่การบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ในโลกที่ความไม่แน่นอนที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ 

 

          ช่วงที่ 2 ชวนกันไปสุขทันทีที่เที่ยวชุมชนเล็ก ๆ กว่า 200 ปี “กุฎีจีน” สัมผัสเสน่ห์ความผูกพันแห่งวิถีชีวิตในเมืองกรุง เต็มไปด้วยเรื่องเล่าของผู้คนที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข 4 ความเชื่อ 3 ศาสนา 5 พิกัด แล้วฟัง “5 วิธีรับมืออากาศร้อน” ระวังป้องกันหลีกเลี่ยงเสี่ยง 3 โรค ตามด้วยข่าวฮ็อต “AOTลุยงาน Route Asia 2026” จับคู่ธุรกิจดึงแอร์ไลน์สใหม่ ๆ มาไทย ข่าวที่สอง “เอเชีย ทีค ริเวอร์ฟรอนท์” เปิดตัวโชว์ใหม่ 9D Cinema เวิลด์คลาสสุด ๆ

 

ท่องเที่ยว –ชวนออกไปเที่ยวชุมในกรุง“ย่านกุฎีจีน”4ความเชื่อ5พิกัด

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนหาประสบการณ์เดินท่องเที่ยวลัดเลาะ “ย่านกุฎีจีน” ชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เสน่ห์แห่งความหลากหลายที่หลอมรวมผู้คน 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว บนรอยต่อของประวัติศาสตร์กว่า 200 ปี พื้นที่ที่ยังคงมีลมหายใจของเรื่องราวในอดีต สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรม วิถีชีวิต และความสัมพันธ์ของผู้คนในชุมชน

 

จากรุ่นสู่รุ่น…ผู้คนต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรม ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน ก่อเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาได้ยากในเมืองใหญ่แบบกรุงเทพฯ การออกมาสัมผัสวิถีกุฎีจีน เป็นมากกว่า “การเที่ยว” แต่จะได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย เปิดมุมมองใหม่ๆ ผ่านความหลากหลายที่อยู่ร่วมกันอย่างงดงาม

มีทัง วัดวาอาราม ศาลเจ้า โบสถ์ และมัสยิด ตั้งอยู่ไม่ไกลกัน ราวกับเป็นภาพสะท้อนความเข้าใจ และการยอมรับซึ่งกันและกัน ใน 5 พิกัด ดังนี้

 

พิกัดที่ 1 วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร : สักการะ "หลวงพ่อโต (ซำปอกง)"  เริ่มต้นทริปด้วยการสักการะ “หลวงพ่อโต (ซำปอกง)” พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่บ้านคู่เมืองฝั่งธนบุรี ที่ชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนเคารพศรัทธามาอย่างยาวนาน บรรยากาศภายในวัดสงบ ร่มรื่น เหมาะแวะไหว้พระ ขอพร

 

พิกัดที่ 2 วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร : ชมเจดีย์สีขาวทรงลังกา เจ้าของรางวัลชนะเลิศ (Award of Excellence)  จาก UNESCO ด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม วัดสำคัญโดดเด่นด้วย “พระบรมธาตุมหาเจดีย์” สีขาวทรงลังกา สวยงามสะอาดตา เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่ได้รับรางวัลดังกล่าว และบรรยากาศในวัดเงียบสงบ เหมาะเดินชมและเก็บภาพความงามแบบเรียบง่าย

 

พิกัดที่ 3 ศาลเจ้าเกียนอันเกง : สัมผัสความสงบในศาลเจ้าแม่กวนอิมโบราณ  ศาลเจ้าเก่าแก่สร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม ลวดลายแกะสลักโดดเด่นและสีสันสะท้อนความศรัทธาอันลึกซึ้ง เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าสำคัญตามความเชื่อของชาวจีน ในศาลเจ้าเงียบสงบ แฝงด้วยความขลัง เหมาะกับผู้ที่อยากมาสัมผัสวัฒนธรรมและความเชื่ออีกมุมของชุมชน

 

พิกัดที่ 4 โบสถ์ซางตาครู้ส : แลนด์มาร์คสีครีมพาสเทลริมน้ำ แลนด์มาร์คสำคัญของย่านกุฎีจีน ด้วยอาคารสีครีมพาสเทลตั้งเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา โบสถ์ที่มีสถาปัตยกรรมแบบยุโรปผสมผสานกับความเป็นไทยอย่างลงตัว เป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก มีมุมถ่ายรูปด้านหน้าโบสถ์และริมแม่น้ำที่สวยงาม

 

พิกัดที่ 5 มัสยิดบางหลวง (กุฎีขาว) : มัสยิดทรงไทยแห่งเดียวในโลก เก่าแก่มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรม “ทรงไทย” เพียงแห่งเดียวในโลก สะท้อนให้เห็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมและศรัทธาของชุมชนมุสลิมในย่านนี้ได้อย่างงดงาม สงบ เรียบง่าย เหมาะเดินชมและเรียนรู้วิถีชีวิตผู้คนในชุมชน

 

ปิดท้ายตรงร้านขนมฝรั่งกุฎีจีน : ลิ้มรสความอร่อยระดับตำนาน “ขนมฝรั่งกุฎีจีน” สืบทอดกันมากว่า 200 ปี ที่มีรากเหง้ามาจากสูตรโปรตุเกส ผสมผสานกับวัตถุดิบแบบไทย เนื้อขนมนุ่ม หอมไข่ มีท็อปปิ้งหลากหลาย เช่น ลูกเกด ฟักเชื่อม หรือฝอยทอง รสชาติเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์

 

สำหรับ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ประกอบด้วย พุทธเถรวาท (วัดกัลยาณมิตร / วัดประยูรวงศาวาส) พุทธมหายาน (ศาลเจ้าเกียนอันเกง) คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก (วัดซางตาครู้ส) อิสลาม (มัสยิดบางหลวง)

 

“การเดินทาง” จอดรถได้ที่วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร แล้วนั่ง MRT ลงสถานีสนามไชย (ทางออก 5) ต่อเรือข้ามฟากจาก “ท่าปากคลองตลาด” (ท่าอัษฎางค์) ลง “ท่าเรือหน้าวัดซางตาครู้ส” ก็สามารถเที่ยวชุมชนเล็ก ๆ ที่มีเสน่ห์มายาวนานได้อย่างสบายใจ

 

สุขภาพ –5 วิธีรับมืออากาศร้อน-ระวังป้องกันหลีกเลี่ยงเสี่ยง 3 โรค

 

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.), โรงพยาบาลเปาโล, โรงพยาบาลเมดพาร์ค และ HD Mall แนะนำให้ทุกคน รับมือกับอากาศร้อน ต้องระวังโรคที่มาพร้อม “อากาศร้อน” เพราะยิ่งร้อน… ยิ่งเสี่ยง

 

5 วิธีการรับมือกับอากาศร้อน สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

 

1.ดื่มน้ำเยอะๆ หรือจิบน้ำตลอดทั้งวัน เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายไม่ขาดน้ำ

 

2.กินอาหารที่ปรุงสุก สดใหม่ หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบ หรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนกินอาหาร

 

3.เลี่ยงแดดจัดช่วง 12.00-15.00 น.

 

4.ทาครีมกันแดด

 

5.หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ที่ไม่รู้จัก

 

รวมทั้ง “ระวังโรคที่มากับอากาศร้อน” 3 โรคหลัก ได้แก่

 

1.โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก

 

สาเหตุ : ร่างกายสะสมความร้อนมากเกินไป จนปรับตัวไม่ทัน

 

อาการ : ชักเกร็ง, หมดสติ, หน้ามืด ไข้ขึ้น, มีเหงื่อออกมาก หรืออาจจะไม่มีเหงื่อออกเลย เพราะต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติ

 

2.โรคอาหารเป็นพิษ

 

สาเหตุ : อาหาร หรือเครื่องดื่มปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย

 

อาการ: ถ่ายบ่อย, อ่อนเพลีย, บางรายมีอาการไข้ขึ้น

 

3.โรคไวรัสตับอักเสบ A

 

สาเหตุ : การรับประทานอาหาร และน้ำดื่มที่มีการปนเปื้อน ทำให้ตับอักเสบเฉียบพลัน

 

อาการ :อ่อนเพลีย, เบื่ออาหาร, คลื่นไส้อาเจียน และปัสสาวะเข้ม โรคนี้สามารถติดต่อผ่านคนสู่คนได้

 

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก – AOT ลุยงาน Routes Asia 2026จับคู่ธุรกิจ-ดึงแอร์ไลน์ใหม่

 

            นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “
AOT” เปิดเผยว่า นำทีมผู้บริหารและพนักงาน AOT ร่วมจัดนิทรรศการในงาน Routes Asia 2026 ระหว่าง 14–16 เมษายน 2569 ที่เมืองซีอาน สาธารณรัฐประชาชนจีน หนึ่งในงานสำคัญที่ได้รวบรวมผู้บริหารสายการบิน ท่าอากาศยาน และหน่วยงานวิเคราะห์เส้นทางการบินจากทั่วโลกเข้ามาร่วมพบปะพูดคุยกัน

           

AOT เข้าร่วมงาน Routes Asia 2026 เป้าหมายในการทำภารกิจหลัก 3 กิจกรรม ประกอบด้วย

 

กิจกรรมที่ 1 จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching) กับสายการบินและท่าอากาศยานมากกว่า 40 ราย ส่งเสริมโอกาสเข้ามายังไทย ทั้งการเปิดเส้นทางบินใหม่ เพิ่มความถี่เที่ยวบิน ต่อยอดความร่วมมือเชิงพาณิชย์ เพิ่มน้ำหนักให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคตามนโยบายรัฐบาล

 

กิจกรรมที่ 2 จัดนิทรรศการ มุ่งนำเสนอศักยภาพการขนส่งทางอากาศของไทยและการทำตลาดในเส้นทางบินที่มีประสิทธิภาพ ดึงความสนใจสายการบินต่างๆ หันมาใช้บริการท่าอากาศยาน AOT เพิ่มมากขึ้นในอนาคต

           

กิจกรรมที่ 3  Inaugural Flight Ceremony แสดงความยินดีกับสายการบินที่เปิดให้บริการเส้นทางบินใหม่มายังปี 2569 ได้แก่

 

-นอร์ส แอตแลนติก แอร์เวย์ส เปิดบินตรง ไป-กลับ เส้นทาง แมนเชสเตอร์-กรุงเทพฯManchester–Bangkok

 

-สายการบิน Scoot โลว์คอสต์เครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เปิดบินตรง ไป-กลับ เส้นทาง สิงคโปร์-เชียงราย

 

-สายการบิน TransNusa เปิดบินตรง ไป-กลับ เส้นทาง จาการ์ตา-กรุงเทพฯ

 

ข่าวที่สอง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ฯโชว์ใหม่เวิลด์คลาส 9D Cinema

 

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) “AWC  เดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวด้านความยั่งยืนรูปแบบใหม่ใน เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น เปิดตัว  Better World Better Future” หรือ “โลกยั่งยืน” เต็มรูปแบบ เริ่ม 30 เมษายน 2569 ที่ Hatch Dome กับประสบการณ์เรียนรู้ยุคใหม่ (Edutainment) ด้านความยั่งยืนแบบ Immersive ผ่านการเรียนรู้ 8 โซน ที่จะพาผู้เข้าชมสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งกับเรื่องราวความยั่งยืนแบบสมจริง ครบทั้งมิติ อารมณ์ ความคิด จินตนาการ สร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

 

“Better World Better Future”  นำเทคโนโลยี Immersive ระดับโลกผสานเข้ากับการเรียนรู้ยุคใหม่ (Edutainment) ที่มอบทั้งความบันเทิงและความรู้ผ่านประสบการณ์ Interactive เต็มรูปแบบ โดยมีไฮไลต์สำคัญ คือ 

 

โรงภาพยนตร์แบบมัลติเซนซอรี 9 มิติ (9D Cinema) มาพร้อมภาพยนตร์ 3 มิติ เก้าอี้เคลื่อนไหวตามเรื่องราวของภาพยนตร์ และเอฟเฟกต์สภาพแวดล้อมแบบสมจริงกระตุ้นทุกประสาทสัมผัส ทั้งหมดถูกนำเสนอภายใน Liminal Space แบบถาวรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ทลายเส้นกั้นระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกเสมือน

 

เพื่อตั้งคำถามสำคัญกับผู้เข้าชมทุกคนว่า “หากมนุษย์เราไม่เริ่มลงมือทำตั้งแต่วันนี้  โลกในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร?” พร้อมกันนั้น ยังเชิญชวนให้ผู้เข้าชมได้ทบทวนถึงแนวคิดที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นที่จะสามารถร่วมกันสร้างโอกาส Better World, Better Future (โลกยั่งยืน) ได้อย่างไร

 

9D Cinema” ความบันเทิงระดับโลก พร้อมกระตุ้นทุกประสาทสัมผัส คือหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของประสบการณ์โต้ตอบกับโลกการเรียนรู้ยุคใหม่ด้วย Impact Horizon’s Journey (เดินทางตามขอบฟ้า) ใน 8 โซน อิมเมอร์ซีฟที่เชื่อมต่อกัน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสความบันเทิงแบบ AR Interactive ผสานจอ Liminal Space ขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชีย เข้ากับภาพยนตร์ 3D Stereoscopic ระดับเวิลด์คลาสซึ่งสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อประสบการณ์สุดพิเศษนี้โดยเฉพาะ

 

“ผู้เข้าชม” จะได้สวมบทบาทนักสำรวจบนยาน Impact Horizon เพื่อออกเดินทางค้นหาไทม์ไลน์ที่มนุษยชาติสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ การเดินทางครั้งนี้จะพาย้อนช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์โลก ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ เหตุการณ์สูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่ ไปจนถึงอนาคตที่ต้องเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม เผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตโบราณที่ฟื้นคืนชีพอย่างสมจริง สร้างความตื่นเต้นตลอดการเดินทาง เพื่อให้ทุกคนเห็นโอกาสที่จะสร้างอนาคตดีกว่า

·          

 9D Hyper-Reality Cinema: เปิดประสบการณ์เสมือนจริงที่สุด

 

ตื่นเต้นกับระบบภาพ 3D Stereoscopic มาพร้อมที่นั่งซึ่งเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเรื่องราว รวมเอฟเฟกต์สภาพแวดล้อมครบครัน ทั้งลม ฝน แสง แรงสั่นสะเทือน ทุกองค์ประกอบนำสู่ประสบการณ์ 360 องศา แบบ Multi-sensory ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเรื่องราวอย่างแท้จริง

·          

 World’s Largest Permanent Liminal Space Experience: สัมผัสกับที่สุดของเทคโนโลยีการแสดงผลใน Liminal Space Experience แบบถาวรขนาดใหญ่สุดในโลก

 

พื้นที่ขนาดใหญ่ ที่โลกจริงและโลกเสมือนผสานกันอย่างไร้รอยต่อ ด้วยเทคโนโลยีการแสดงผลภาพ 3 มิติ (Stereoscopic display technology) และคอนเทนต์ภาพยนตร์ที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ ด้วยเทคโนโลยี Spatial content design ขั้นสูง ช่วยยกระดับมิติ ความลึก ขนาดของภาพให้สมจริงที่สุด เพื่อเชื่อมโยงโลกดิจิทัลเข้ากับสภาพแวดล้อมทางกายภาพได้อย่างไร้รอยต่อ ที่ผู้เข้าชมสัมผัสและโต้ตอบกับเรื่องราวได้

 

World-class Attraction Mixed AR Technology: แหล่งท่องเที่ยวระดับเวิลด์คลาสที่ผสานเทคโนโลยี AR อย่างลงตัว

 

ยกระดับประสบการณ์ความสมจริงไปอีกขั้นด้วย Immersive Wearable Glasses ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดย Liminal ด้วยเทคโนโลยี AR อัจฉริยะ ผสานโลกดิจิทัลเข้ากับโลกจริงไร้รอยต่อทุกมุมมองผ่าน Augmented Reality 

 

ผู้ชมสามารถสัมผัสและมีส่วนร่วมกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้อย่างสมจริง เทคโนโลยีนี้ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งการเล่าเรื่องในประสบการณ์ระดับสากลอย่าง Formula 1 Grand Prix Plaza Las Vegas เพื่อดึงผู้ชมให้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว เสมือนอยู่ในสนามแข่งจริง

 

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า AWC มุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่มอบประสบการณ์ทรงคุณค่าให้ทุกคน ควบคู่ผลเชิงบวกระยะยาวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับพันธมิตรระดับโลกและประเทศ ทำให้ “เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น” เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญทั้งด้านการท่องเที่ยว เทคโนโลยี การศึกษา ความยั่งยืน เพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์และความยั่งยืน

 

การเปิดตัว “Better World Better Future ได้นำเทคโนโลยี Immersive สู่การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ โดยพัฒนาร่วมกับพันธมิตรเพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้ให้เป็นการเดินทาง สนุก น่าสนใจ เข้าถึงได้ของคนทุกเพศทุกวัย ผ่านการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ความร่วมมือเชิงนวัตกรรม การเล่าเรื่องแบบอินเทอร์แอคทีฟ  ‘Better World Better Future’  จะเชื่อมโยงผู้เข้าชมให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ระดับโลก จุดประกายการตระหนักรู้และลงมือทำในระดับบุคคลและชุมชน

สัมผัสประสบการณ์ Better World Better Future (โลกยั่งยืน)” ได้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 เป็นต้นไป

 

-สถานที่ : Hatch Dome ชั้น 1 โครงการเอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น

-เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 11.00  21.00 น.

ราคาบัตร199 บาท ซื้อได้ทั้งช่องทางออนไลน์และวอล์คอิน

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บางกอกแอร์ Q1/69 กำไรสุทธิ 2,099ล้านบาทโตดี24.5%

บางกอกแอร์ Q1/69 กำไรสุทธิ 2,099 ล้านบาทโตดี 24.5% รายได้รวมเฉียด 8 พันล้านผู้โดยสาร 1.2 ล้านคนลด 5.2% บมจ.การบินกรุงเทพ “ BA ”บางกอกแอร์...