วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มเท่าตัวธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%

บางจากQ1/69รายได้โต6%กำไรบริษัทใหญ่เพิ่มกว่าเท่าตัว

ธุรกิจโรงกลั่น EBIDA พุ่ง100%-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมันโต

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #ไตรมาส1ปี2569  

บางจากฯ ไตรมาส 1 ปี’69 รายได้จากการขายและบริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 %  กำไรบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว “ธุรกิจโรงกลั่น” EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่ม 100 %กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %

 

กลุ่มบริษัทบางจาก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 “มีรายได้” จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่ม 6 % และ EBITDA 17,795 ล้านบาท “มีกำไร” ส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มกว่าเท่าตัว เพราะสามารถบริหารการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานภายใต้สถานการณ์ตลาดพลังงานโลกผันผวนความตึงตัวของอุปทานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทำสถิติการผลิตเฉลี่ย 279,800 บาร์เรล/วัน มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันระดับสูงสุดรวม 3,700 ล้านลิตร

แต่ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนวโน้มต้นทุนพลังงานอาจปรับตัวสูงขึ้น และราคาน้ำมันในตลาดโลกจะผันผวน บริษัทฯติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับแผนธุรกิจให้เหมาะสม

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัทบางจากยืนหยัดทำหน้าที่ท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงานโลกตั้งแต่เดือนมีนาคม 2569 สนับสนุนจัดหาและส่งมอบพลังงานของประเทศ ความมุ่งมั่นจัดหาน้ำมันดิบที่มีคุณภาพจากหลายภูมิภาคทั่วโลก ทำให้ไตรมาส 1 ปี 2569 ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางในระดับที่จำกัด

ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวและความไม่แน่นอนการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ “ต้นทุน” น้ำมันดิบ ส่วนต่างราคาน้ำมันดิบ (Crude Premium) ต้นทุนค่าขนส่งและประกันภัยปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนความเสี่ยงจากภาวะสงครามบริษัทฯ จะทยอยรับรู้ผลกระทบตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป และได้พยายามเต็มความสามารถจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม จากแหล่งใหม่ ๆ เพื่อรักษาอัตราการกลั่นและรองรับความต้องการใช้พลังงานภายในประเทศ

ปัจจุบันได้จัดหาน้ำมันดิบไปแล้วถึงเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์พลังงานอย่างใกล้ชิดและปรับแผนดำเนินงานอย่างทันท่วงที เพื่อบริหารต้นทุนและความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างเหมาะสม โดยได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และมีมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภค เช่น

-เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เป็นทางเลือกให้ภาคขนส่ง ภาคประมง และภาคอุตสาหกรรม

-ทำโครงการ “Fry to Fly - 2 ลิตร แลก 1 ลิตร” ภายใต้แนวคิด “น้ำมันครัวแลกน้ำมันรถ” เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค

-ได้รับเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาด 700,000 บาร์เรล เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซอย่างปลอดภัย สู่ท่าเรือโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชาตามแผน

-สนับสนุนการจัดหาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เริ่มดำเนินการผลิตและมีกำหนดส่งมอบผลิตภัณฑ์ครั้งแรกภายในพฤษภาคม 2569

กลุ่มบริษัทบางจากยังรับรู้ผลจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และรับรู้ผลประโยชน์จากการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมัน 2 แห่ง รวมประมาณ 2,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,800 ล้านบาท จากการบริหารการจัดหาและสั่งซื้อน้ำมันดิบ การบริหารกำลังการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมันบางจากศรีราชา

การขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศโดยเข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้น Chevron Hong Kong Limited (“CHK”) สัดส่วน 100 % ประกอบด้วย สถานีบริการน้ำมันจำนวน 31 แห่ง พร้อมคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือ เพื่อสนับสนุนการบริหารธุรกิจโรงกลั่น การค้าน้ำมัน และธุรกิจการตลาดในระยะยาว รองรับการพัฒนาธุรกิจน้ำมันเรือเดินสมุทรแบบครบวงจร คาดธุรกรรมดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 กลุ่มบริษัทบางจาก มีผลการดำเนินงานแต่ละส่วน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนมีดังนี้

-รายได้จากการขายและการให้บริการ 142,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 %  

- EBITDA 17,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40 %

-กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (ที่ไม่รวมรายการพิเศษ) 953 ล้านบาท หากรวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในไตรมาส บริษัทฯ มีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 4.17 บาท

“นางสาวภัทร์ภูรี ชินกุลกิจนิวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานบัญชีและการเงิน รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน และปัจจัยบวกสำคัญของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

กลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ



-ธุรกิจโรงกลั่น มี EBITDA 10,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100 % จากปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ระดับ 279,800 บาร์เรลต่อวัน  ค่าการกลั่นพื้นฐานที่ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 18.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล รับรู้ Inventory Gain ของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น การตลาด และพลังงานชีวภาพ เทียบเท่า 8,299 ล้านบาทตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม

-ธุรกิจการตลาด มี EBITDA 1,563 ล้านบาท มีปริมาณการจำหน่ายน้ำมันรวมสูงสุด 3,700 ล้านลิตร จากการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีกตามความต้องการใช้น้ำมันที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สิ้นไตรมาสนี้มีสถานีบริการรวม 2,217 สถานี จุดชาร์จ EV กว่า 592 สถานี มีส่วนแบ่งทางการตลาดผ่านสถานีบริการที่ระดับ 27.7% และยังคงมุ่งนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงทั้ง Premium 97 และ Premium Diesel มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันพรีเมี่ยมกว่า 18.6% เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เครือข่ายบริการ 40 สถานี ส่วน Retail Experience ขยายห้บริการร้านกาแฟอินทนิลมีรวม 1,187 สาขา

-ธุรกิจพลังงานชีวภาพ มี EBITDA 408 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42 % จากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลและไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้พลังงาน รวมถึงมาตรการภาครัฐปรับเพิ่มสัดส่วนผสมน้ำมันดีเซลพื้นฐานจาก B5 เป็น B7 ส่วนการบริหารจัดการวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พลอยช่วยสนับสนุนกำไรขั้นต้น



กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน

-กลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน มี EBITDA 266 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33 %แม้ปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงจากการชะลอตัวของธุรกรรมภายนอกกลุ่มบริษัทบางจาก (OutOut) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปริมาณการซื้อขายภายในกลุ่มยังขยายตัวได้ตามกำลังการกลั่นที่เพิ่มขึ้น

โดยกลุ่มธุรกิจการค้าน้ำมัน ได้ร่วมกับ Quantum Global Group ทำสัญญาเช่าเรือแบบระยะยาวเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการและลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ และต่อยอดเพิ่มรายได้จาก Freight Trading

กลุ่มธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ

มี EBITDA 4,308 ล้านบาท จากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันและก๊าซธรรมชาติปรับเพิ่มขึ้น ตามสถานการณ์พลังงานโลกและความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นช่วงฤดูหนาว รวมปริมาณการผลิตและจำหน่ายปรับเพิ่มขึ้นมากกว่ากำลังผลิตตามสัญญาของแหล่ง Brage และ Draugen ตามแผนบริหารการขาย และเริ่มผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของหลุมผลิต Talisker East ในพื้นที่แหล่งผลิต Brage ตั้งแต่เดือนมกราคม

กลุ่มธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน

มี EBITDA 1,396 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 55 % จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ และธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม Monsoon ใน สปป. ลาว ได้รับผลกระทบด้านฤดูกาล โครงการคลังน้ำมันและท่าเทียบเรือในไทย มีปริมาณการใช้ถังเก็บน้ำมันเทียบเท่ากับไตรมาสก่อนจากสัญญาเช่าแบบคงที่ ปริมาณการใช้ท่อเพื่อขนถ่ายน้ำมันลดลงเพราะลูกค้าใช้บริการลดลง

กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 23,788 ล้านบาท มีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 0.91 เท่า คงอันดับเครดิตองค์กรและตราสารหนี้ที่ระดับ “A+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” หรือ “Stable” จากทริสเรทติ้ง

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศสดึงไฮเอนด์-อัลตร้าลักชัวรี่ ยุโรปเที่ยวไทย

ผู้ว่าฯ ททท.ผนึกสื่อชั้นนำฝรั่งเศส 4 ค่ายบูมเที่ยวไทย รุกเจาะตลาดมหาเศรษฐียุโรปไฮเอนด์-อัลตร้าลักชัวรี่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ...