“พิพัฒน์”มอบนโยบายAOTสั่งลุย Quick-Win ด่วน 3 โปรเจกต์
เร่งศึกษา2สนามบินใหม่ “อันดามัน/ภาคใต้-ล้านนา/ภาคเหนือ”
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.งคมนาคม มอบนโยบาย AOT ลุย Quick-Win 3 โครงการ
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #AOT #นโยบายQuickWin #สนามบินอันดามันกับล้านนา
“พิพัฒน์”
รองนายกฯ และรมว.คมนาคม มอบนโยบาย AOT ใช้สูตร Quick-Win
เร่งด่วน 3 โปรเจกต์ “ลุยโครงการที่กำลังก่อสร้างให้เสร็จ-ประมูลลานจอด/คลังสินค้า
สุวรรณภูมิ-ศึกษาใหม่2สนามบินอันดามันกับล้านนา” ทางด้าน “ปวีณา”
ขานรับนโยบายศูนย์การบินโลก ปี77 ยกระดับ 6 สนามบินรับผู้โดยสารได้ 180ล้านคน/ปี
นายพิพัฒน์
รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยการดำเนินงานบริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” พร้อมมอบนโยบายมุ่งเน้น
Quick-Win โดยกำชับให้ AOT เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ
ทาง AOT จะเร่งพัฒนาท่าอากาศยานตามแผนแม่บท
มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางให้น่าจดจำและน่าประทับใจ
ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น สนับสนุนเศรษฐกิจของภูมิภาคเติบโตต่อไป โดยมี
ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการฯ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอภิรัฐ
ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ AOT นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหาร AOT เข้าร่วมที่สำนักงานใหญ่
AOT
นายพิพัฒน์
กล่าวว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ
พร้อมวางรากฐานให้สามารถแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืน กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงระบบขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศ
ทำให้ประชาชนมีระบบคมนาคมใช้อย่างทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ทางกระทรวงจึงเร่งเดินหน้า
Quick-Win 3 โครงการ ดังนี้
● โครงการที่
1 เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน
สามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่ การจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ
(Drone) กับป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)
● โครงการที่
2 เร่งรัดประกวดราคาโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม
ได้แก่
-โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น
(ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)
-โครงการให้บริการคลังสินค้า
(ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)
● โครงการที่
3 เร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ
ได้แก่
-โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East
Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568)
-โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3
-โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต
ระยะที่ 2
-โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility
Study) ท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา
นายพิพัฒน์
กล่าวว่า ได้มอบนโยบาย AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลักของประเทศ 6 แห่ง ทำหน้าที่เป็นประตูสู่ประเทศไทย เน้นความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
● ด้านแรก เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
● ด้านที่
2 เร่งลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานและนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับบริการผู้โดยสาร
● ด้านที่
3 ศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน กับท่าอากาศยานล้านนา รองรับและแบ่งเบาการจราจรของท่าอากาศยานหลัก
นางสาวปวีณา
จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า พร้อมขานรับนโยบาย
และสนับสนุนนโยบายรัฐบาลผลักดันไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก ทำให้ท่าอากาศยานของไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก
ปลอดภัยภายใต้มาตรฐานสากล การบริการเป็นเลิศ ทันสมัยและยั่งยืน ปัจจุบันมีความพร้อมขยายขีดความสามารถตามแผนแม่บทให้มีศักยภาพทั้ง
6 ท่าอากาศยาน ภายปี 2577 จะรองรับผู้โดยสารรวมได้กว่า
180 ล้านคน/ปี
-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเร่งก่อสร้างส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออก
(East Expansion) และก่อสร้างอาคารผู้โดยสารด้านทิศใต้ ควบคู่การเร่งขับเคลื่อนโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นการให้บริการผู้โดยสารภาคพื้น
และกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 และรายที่ 3
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการให้รวดเร็วยิ่งขึ้น คาดจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี
2570
-เร่งลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานอีก
5 แห่งอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
เพื่อให้ท่าอากาศยานสามารถรองรับเที่ยวบินและผู้โดยสารได้มากขึ้น มุ่งเน้นยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารด้วยคุณภาพการบริการที่เป็นเลิศพร้อมการนำเทคโนโลยีในระดับสากลมาใช้ทุกขั้นตอนให้บริการในสนามบินอย่างเต็มรูปแบบ
การสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย จะสร้างความประทับใจให้ชาวต่างชาติเดินทางกลับมาท่องเที่ยว
นอกจากนี้
-เร่งศึกษาโครงการลงทุนเพื่อก่อสร้างท่าอากาศยานอันดามัน
และท่าอากาศยานล้านนา แบ่งเบาการจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานภูเก็ตและท่าอากาศยานเชียงใหม่
ส่วน
“มาตรการด้านความปลอดภัย” AOT มุ่งยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานให้สอดคล้องกับสากล
รองรับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยะจะเร่งประสานความร่วมมือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติจัดหาระบบต่อต้านอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน
(Anti-Drone) ที่มาพร้อมเทคโนโลยีตรวจจับ และตอบโต้
สามารถวิเคราะห์และประเมินภัยคุกคามด้วย AI ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั้งระยะใกล้และไกลตลอดจนเร่งจัดหาเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อจัดการอันตรายที่เกิดจากสัตว์
โดยจะนำเทคโนโลยีมาใช้แจ้งเตือน เฝ้าระวังขับไล่
ซึ่งจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการนกและสัตว์อันตราย
ท่าอากาศยานทั้ง
6 แห่งของ AOT ได้รับการตรวจสอบและกำกับดูแลจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
และได้ตรวจสอบด้านมาตรฐานความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ
(International Civil Aviation Organization: ICAO) ยืนยันได้ถึงการดำเนินงานของ
AOT เป็นไปตามมาตรฐานสากล




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น