ททท.นครนายกนำปราจีนบุรี-สระแก้วปลุกตลาดกรีนซีซั่นปี69
ตลุยทัวร์สวนผลไม้GIปราจีน-เล่นกอล์ฟวันธรรมดา7สนามหรู
สายมูเที่ยวฉ่ำ6จุด-สายแคมป์เขาใหญ่-ล่องแก่งสาริกา/หินเพิง
ไตรมาส1ปี69ดึงนักท่องเที่ยว
1.4 ล้านคน-รายได้เฉียด4พันล้าน
KING POWER RENT &
GO” บริการใหม่เช่าอุปกรณ์ออนทัวร์
POWER PASS เสิร์ฟกะรัตแลกROPการบินไทยได้1,000ไมล์
คิงเพาเวอร์เชียร์ช้อปน้ำหอมตัวท็อปก่อนบินสู่กามิโกชิญี่ปุ่น
ททท.นำซีอีโอTomorrowlandพบนายกฯชูไทยเวิลด์อีเวนต์ฮับ
บางจากคว้า S&P
Globalด้านยั่งยืน10%-ที่2โลกอุตฯ
Oil&Gas
TCEBนำ3ผลงานไทยคว้ารางวัลโลกจากEventex Awards2026
ชวนเที่ยวงานประเพณี“ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลเชียงใหม่”
5 แนวทางการปรับสุขลักษณะการนอนช่วยสมองทำอายุยืน
การบินไทย Q1/69
รายได้รวมลด 1.2% กำไรพุ่ง 1 หมื่นล้าน
บางกอกแอร์ Q1/69 โกยกำไรสุทธิ 2,099ล้านบาทโตดี24.5%
วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #ประเพณีใส่ขันดอกอินทขิลเชียงใหม่
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...
สัมภาษณ์
!! นายวัชรพล สารสอน ผู้อำนวยการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก ปลุกเทรนด์เที่ยวใกล้
เที่ยวง่าย กรีนซีซั่น พ.ค.-ก.ค.69 ตลุย 2 กิจกรรม “อร่อยทุกไร่ชิมไปทุกสวน” กินทุเรียน GI มรดกเมืองปราจีนบุรี
“เล่นกอล์ฟวันธรรมดา” 7 สนามหรู ราคาสุดคุ้ม “สายมู” ชี้เป้า
6 เส้นทางเด็ด “ถ้ำแสงธรรม-ถ้ำน้ำเขาพระศิวะ” จ.สระแก้ว
“ชมเมืองศรีมโหสถ-พระพิฆเนศยุคทวารวดี” ปราจีนบุรี “วัดมณีวงศ์-อุทยานพระพิฆเนศ” นครนายก
“สายแคมป์สัมผัสธรรมชาติ” ปักหมุดที่เขาใหญ่ฝั่งปราจีนบุรี กับ อีโคอายส์ วิลเลจ
นครนายก “สายผจญภัย” ล่องแก่งสุดมันส์ที่ “สาริกา-แก่งหินเพิง” ไตรมาส 1 ม.ค.-มี.ค.69 ดึงนักท่องเที่ยวได้กว่า 1.4 ล้านคน-ครั้ง
นายวัชรพล
สารสอน ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก
เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์กระตุ้นนักท่องเที่ยวในประเทศเดินทางเข้าสู่พื้นที่ดูแล 3 จังหวัด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ที่มีความหลากหลาย
สามารถท่องเที่ยวได้ทุกวันตลอดทั้งปี ระหว่างพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 ได้จัดมหกรรมกระตุ้นนักเดินทางให้สอดคล้องกับฤดูกาลด้วย 3 กิจกรรม ได้แก่
กิจกรรมที่
1 อร่อยทุกไร่ชิมไปทุกสวน มีผลไม้โดดเด่นใน “ปราจีนบุรี” ภายใต้แคมเปญ
"Durian of Prachinburi: The Heritage Taste" นำเสนอจากรุ่นสู่รุ่นคัดสรรค์ด้วยใจ ส่งมอบความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ผลไม้ท้องถิ่น
มอบโปรโมชั่นสวนที่เข้าร่วมโครงการ15 สวน พฤษภาคม-31 กรกฎาคม 2569 นักท่องเที่ยวรับส่วนลดทันที 100 บาท
เมื่อซื้อทุเรียนครบ 500 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ได้คนละ 1 สิทธิ์
/ 1 สวน /วัน
กิจกรรมที่
2 การท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ ททท. สำนักงานนครนายก
ร่วมกับสนามกอล์ฟในพื้นที่นครนายก 7 แห่ง จัดแคมเปญ "Amazing Weekday Golf 2026" เริ่ม 1 พฤษภาคม-15 กรกฎาคม 2569 มุ่งส่งเสริมการกระจายรายได้วันธรรมดา
เพิ่มกลุ่มที่มีเวลาพร้อมใช้จ่ายเงิน ด้วยโปรโมชั่นราคาสุดพิเศษ เช่น สนามรอยัล
ฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ต แอนด์สปา ระดับแชมเปียนส์ 18 หลุม สนามวอเตอร์มิลล์
กอล์ฟ แอนด์ การ์เด้นส์ สนามไพรม์ ซิตี้ กอล์ฟ คลับ บรรยากาศดีมีต้นไม้ร่มรื่น สนามกอล์ฟอธิตายา
คลอง 14 สนามกอล์ฟเขาชะโงก เชื่อมโยงไปถึงปราจีนบุรีคือ สนามกอล์ฟกบิลบุรี
คันทรีคลับ และ ฮิลล์ไซด์ คันทรี โฮม กอล์ฟ แอนด์ รีสอร์ท แต่ละแห่งคุ้มค่าเงิน เดินทางสะดวก
แคมเปญ "Amazing Weekday Golf 2026" ได้ร่วมกันทำมากกว่าโปรโมชั่น ด้วยการพลัสเพิ่มเข้าไป ทั้งประสบการณ์พักผ่อน และการเล่นกอล์ฟ หลุมที่เล่นมีความแตกต่างจากสนามทั่วไป รวมไปถึงอาหารสนามกอล์ฟมีเมนูซิกเนแจอร์ ให้นักกอล์ฟ นักท่องเที่ยวได้รับประทาน
สำหรับ “เส้นทางท่องเที่ยว” ททท.มีไฮไลต์ขานรับความสนใจนักเดินทางแต่ละกลุ่มวัยแต่ละสายที่สนใจท่องเที่ยวเฉพาะแตกต่างกัน โดยได้สร้างสรรค์ศักยภาพการเชื่อมโยงพื้นที่เข้าด้วยกันทั้ง 3 จังหวัด รองรับแต่ละสายทั้ง สายมู/สายศรัทธา สายแคมปิ้งใกล้ชิดธรรมชาติ สายผจญภัย/Adventure รวมแล้วมีให้เลือกไม่ต่ำกว่า ุ6 เส้นทาง 8 แห่ง ได้แก่
เส้นทางที่ 1 อุทยานแห่งชาติสีดา จ.สระแก้ว ชมผีเสื้อหน้าฝนนับล้านตัวกว่า 400 สายพันธุ์ เดินชมธรรมชาติ อาบป่า
เส้นทางที่ 2 เที่ยวสวนผลไม้ปราจีนบุรี สามารถรองรับนักท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะจำนวนมากได้ก็มี สวนลุงมนัส และด้วยสภาพภูมิอากาศและดินชุ่มชื้น ทำให้ทุเรียนมีอัตลักษณ์เป็นสินค้าตรวจสอบกลับทางภูมิศาสตร์ได้ (GI) รสชาติหนึ่งเดียวในเมืองไทย
เส้นทางที่ 3 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขึ้นทางนครนายก-ปราจีนบุรี ตามเส้นทางแวะชมน้ำตกเขาชะโงก แล้วขึ้นเขาใหญ่ไปสัมผัสผาเดียวดาย กลับลงมาทางนครนายก ผ่านทางอำเภอเมืองแวะซื้อของฝาก สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ “อุทยานพระพิฆเนศ” ตำบลสาริกา “วัดมณีวงศ์” ตำบลดงละคร
พร้อมกับเส้นทางท่องเที่ยวรองรับแต่ละสายที่มีความชอบการเดินทางพักผ่อนแตกต่างกัน
ททท.นครนายก มีคำแนะนำให้ปักหมุดได้ดังนี้
● เส้นทาง 4 สายมู ไฮไลต์ในจังหวัดสระแก้ว สระแก้ว นครนายก แนะนำจังหวัดละ 2 แห่ง รวม 6 แห่ง ได้แก่
แห่งที่ 1 ถ้ำแสงธรรม ตั้งอยู่ในเขต สวนรุกขชาติเขาฉกรรจ์ อำเภอเขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว เป็นสถานที่อันซีนท่องเที่ยวใหม่จุดเด่นคือการชมปรากฏการณ์ลำแสงอาทิตย์ช่วงเที่ยงส่องลอดรูถ้ำลงมาเป็นลำสวยงาม หรือ
แห่งที่ 2 ถ้ำน้ำเขาศิวะ บ้านเขาจันทร์แดง ต.คลองไก่เถื่อน
อ.คลองหาด จ.สระแก้ว เป็นแหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัยอันซีนนั่งเรือลอดเข้าไปชมมีน้ำไหลผ่านตลอดปี
ลึกประมาณ 500 เมตร ภายในมีหินยอกหินย้อยงดงามของหิน และมีน้ำตกเล็กๆ
ความเชื่อว่าเป็นวังพญานาค
แห่งที่ 3 เมืองโบราณศรีมโหสถ ต.โคกปีบ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภาคตะวันออก เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดีขนาดใหญ่ พุทธศตวรรษที่ 11-18 มีรอยพระพุทธบาทครอบอยู่ และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ของสำคัญอื่น ๆ
แห่งที่ 4 พระคเณศหรือพระพิฆเนศ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราจีนบุรี
ถ.ปราจีนอนุสรณ์ อ.เมือง เป็นศิลปะทวารวดีประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 12 อายุกว่า 1,400 ปี แกะสลักหินองค์สูงใหญ่เก่าแก่ที่สุดในเมืองไทย
แห่งที่ 5 วัดมณีวงศ์ ตำบลดงละคร อำเภอเมือง ขึ้นชื่อเรื่องสถาปัตยกรรมสุดอลังการ
ไฮไลต์คือ “วังรัตนมณีมหานครบาดาลนาคราช หรือวังพญานาค” ทั้ง 4 ตระกูล ได้แก่
วิรูปักข์ (สีทอง) เอราปถะ (สีเขียว) ฉัพพยาปุตะ (สีรุ้ง) และกันหาโคตะมะ (สีดำ) ภายในถ้ำมีแสงไฟสีต่าง
ๆ บริเวณด้านหน้าทางเข้าเป็นที่ตั้งถ้ำกับสะพานเป็นประติมากรรมปูนปั้นจำลองการข้ามห้วงนรก
ตัวสะพานเป็นพญานาคห้าเศียร พร้อมองค์พญานาคจำแลงที่อยู่ในสระบัว ภายในวังพญานาคมี
“พระรัตนมณีมหาบาดาล” พระพุทธรูปองค์ใหญ่สีทองอร่ามอยู่ท่ามกลางเหล่าพญานาค
รวมทั้งประติมากรรมปูนปั้นมากมาย
แห่งที่ 6 อุทยานพระพิฆเนศ ตำบลสาริกา ภายในอุทยานมีองค์ใหญ่ 2
ปาง คือ ปางนั่งประทานพรหรือปางคณบดี และปางไสยาสน์ประทานพร ประดิษฐานมหาเทพ 3
พระองค์ ได้แก่ พระพรหม พระวิษณุ พระศิวะ รวมทั้งมีพระพิฆเนศองค์ดำโบราณอายุกว่า
800 ปี
● เส้นทางที่ 5 สายแคมปิ้งใกล้ชิดธรรมชาติ
มีพื้นที่ยอดนิยมช่วงปลายฝนต้นหนาว
แห่งที่ 7 “อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ฝั่งปราจีนบุรี ในบริเวณผาตอมใจ ผาเดียวดาย และพื้นที่กางเต็นท์อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จะเห็นทะเลหมอกยามเช้า มีสัตว์ป่าอย่างกวาง และสัตว์ต่าง ๆ ให้ได้ชม
แห่งที่ 8 “แคมปิ้ง-Glamping-เวลเนส”
ทั่วจังหวัดนครนายก แนะนำที่ “อีโค อายส์ วิลเลจ” ตำบลเขาพระ อำเภอเมือง
มีบริการครบวงจรมีอาหารสุขภาพ ตรวจสุขภาพ หรือเขาอีโต้
● เส้นทางที่ 6 สายผจญภัย/Adventure แถบนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับมรดกโลก ทางฝั่งนครนายก การล่องแก่ง เช่น น้ำตกสาริกา ความท้าทายระดับกลาง ขับรถ ATV ฝั่งปราจีนบุรี มี “แก่งหินเพิง” ระดับกลางถึงสูง มีโรงแรม รีสอร์ต แถบอำเภอนาดีรองรับการพักค้างคืน
ผอ.วัชรพลกล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวโดยภาพรวมในพื้นที่รับผิดชอบ ไตรมาส 1 ปี 2569 ระหว่างมกราคม-มีนาคม 2569 มีผู้เยี่ยมเยือนสะสมเดินทางเข้ามารวม 3 จังหวัด กว่า 1.4 ล้านคน-ครั้ง สามารถสร้างรายได้กว่า 4,000 ล้านบาท แยกแต่ละจังหวัดได้ดังนี้
“นครนายก” รวม 758,676 คน-ครั้ง เพิ่มในเกณฑ์ที่ดี 3.47 % รายได้ 1,993 ล้านบาท เพิ่ม1.57 %อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OR) 67 % เพิ่ม 0.72 %
“ปราจีนบุรี” รวม 380,850 คน-ครั้ง เพิ่ม 2.12 % รายได้ลดลง 1.26 % จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน เศรษฐกิจ อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OR) 53.20 %
“สระแก้ว” ด้วยการปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่มีท่าทีจะจบเมื่อไร ผนวกกับวิกฤตพลังงาน เศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยว 267,338 คน-ครั้ง ลดลง 26% รายได้ 853 ล้านบาท ลด 26.67 % จากปีปกติทั่วไปทำได้เกิน 1,000 ล้านบาท อัตราการเข้าพัก (OR) 35.82 % ลดลง 16 %
ผอ.วัชรพลกล่าวว่า ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วไทยเดินทางมาเที่ยวใกล้ ๆ ที่ “นครนายก” มีครบทั้งสายธรรมชาติ สายมู สายกีฬา โดยเฉพาะผู้ที่ชอบกอล์ฟมาได้ทันทีวันธรรมดา 7 สนาม หรือเที่ยวสวนผลไม้สามารถมาชิมอาหารเมนูผลไม้ได้ด้วย เช่นเดียวกับ “ปราจีนบุรี” มีทุเรียนอัตลักษณ์ GI โดดเด่นเรื่องเวลเนส สมุนไพร และ “สระแก้ว” ชมพู่ขึ้นชื่อที่คลองหาด ด้วยความหลากหลายที่เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย เที่ยวได้ทุกวัน
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-“KING
POWER RENT & GO” บริการใหม่เช่าอุปกรณ์ออนทัวร์
คิง
เพาเวอร์
เดินหน้ายกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว เปิดบริการใหม่ “KING POWER RENT & GO” ทางเลือกให้นักเดินทางต่างประเทศที่ต้องการความสะดวกสบาย
ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทาง
ด้วยบริการเช่าแกดเจ็ตและอุปกรณ์เดินทางจากแบรนด์ชั้นนำ ภายใต้คอนเซปต์ “เช่าง่าย
เที่ยวสบาย ไม่ต้องจ่ายเยอะ” เพิ่มความคล่องตัวก่อนออกทริป
คิง
เพาเวอร์
เปิดตัวบริการครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สและยกระดับประสบการณ์ท่องเที่ยวให้สะดวก
ครบจบในที่เดียว
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน
LINE Official
Account @KINGPOWER หรือจุดบริการ RENT & GO ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ชั้น 2
ข่าวที่ 2 -POWER PASS เสิร์ฟกะรัตแลกROPการบินไทยได้1,000ไมล์
คิง เพาเวอร์ “เปลี่ยน CARAT เป็น ROP MILE” สมาชิก POWER PASS คิง เพาเวอร์ เปิดให้นำคะแนนสะสมกะรัต/CARAT แลกเป็นรอยัล ออร์คิด พลัส ไมล์ (Royal Orchid Plus :ROP MILE) แลกได้สูงสุด 1,000 ไมล์ เริ่มตั้งแต่วันนี้- 31 กรกฏาคม 2569
วิธีแลกทำง่าย ๆ 3 ขั้นตอน 1. LOG IN เข้า POWER PASS เลือก Rewards ที่ต้องการแลก 2. กด REDEEM และ CONFIRM เพื่อแลก CARAT เป็นไมล์ 3. สมาชิกจะได้รับข้อความยืนยันการแลกไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส ผ่าน SMS หรืออีเมล จากนั้นสมาชิกจะต้องกรอกข้อมูล ชื่อ-นามสกุล หมายเลข ROP Member ID เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการแลกไมล์สะสมดังกล่าว
สมัครฟรี!
POWER PASS เพื่อสะสม CARAT
ได้ทันที เพื่อรับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษอีกมากมาย
พิเศษ!สมาชิกใหม่ ในวันสมัครช้อปครบ 25,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ) รับฟรี
สิทธิ์ใช้บริการห้องพักรับรอง THE ATLAS CLUB ที่ คิง
เพาเวอร์ รางน้ำ และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์เชียร์ช้อปน้ำหอมตัวท็อปก่อนบินเที่ยวกามิโกชิญี่ปุ่น
คิง เพาเวอร์ จัดเต็ม “Perfume Picks of the Season” เลือกมุมโปรดรวม “กลิ่นหอมตัวท็อปประจำซีซั่น” เติมเสน่ห์ทุกลุค ตั้งแต่วันนี้- 30 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ทุกวันน่าจดจำยิ่งกว่าเดิมกับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบรนด์ชั้นนำ ทุกครั้งก่อนบินไปฮีลใจวิวหลักล้านที่ “กามิโกชิ” (KAMIKOCHI)” อุทยานแห่งชาติที่สวยงามในจังหวัดนากาโนะ บนเทือกเขาแอลป์ตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น
สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่เหมาะกับกลิ่นหอมตัวท็อปของน้ำหอมที่คิง
เพาเวอร์ กามิโกชิ เปิดให้ชมธรรมชาติระหว่างเมษายน-พฤศจิกายนของทุกปี โดยมี “ไทโช”
เป็นมุมถ่ายรูปกับน้ำใสเหมือนกระจก และสะพานกัปปะแลนด์มาร์คจุดเช็คอินสุดฮ็อต
แนะนำให้ช้อปน้ำหอมที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เอาอยู่ทุกลุค
ช้อปให้ครบ 8,000 บาท/ใบเสร็จ จะได้ส่วนลดสูงสุด 30%
ข่าวที่ 4-ททท.นำซีอีโอTomorrowlandพบนายกฯชูไทยเวิลด์อีเวนต์ฮับ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้การนำของนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมผู้ว่าการ ททท. ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูงและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/CEO ของ “Tomorrowland” เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เมื่อ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อรายงานความคืบหน้าการจัดเทศกาลดนตรีระดับโลกในเมืองไทย
“ประเทศไทย” ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานเต็มรูปแบบครั้งแรกในเอเชีย ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 ที่ วิสดอม วัลเลย์ จังหวัดชลบุรี รวมทั้งมีแผนจะจัดต่อเนื่องถึงปี 2573
การจัดบิ๊กอีเวนต์ครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยก้าวเข้าสู่บทใหม่จาก “จุดหมายปลายทางยอดนิยม” สู่การเป็น “ศูนย์กลางอีเวนต์ระดับโลก : Global Event Hub” ขับเคลื่อนด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และประสบการณ์ระดับสากล
นับเป็นหมุดหมายสำคัญของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพจัดเมกะอีเวนต์ “Tomorrowland” ครั้งแรกในเอเชีย โดยมีนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 100 ประเทศ ให้การตอบรับอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นด้านศักยภาพของไทย ทั้งด้านสินค้า บริการ โครงสร้างพื้นฐาน ความพร้อมรองรับอีเวนต์ระดับนานาชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้บริหาร พร้อมยืนยันถึงรัฐบาลไทยมีความพร้อมให้การสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล ครอบคลุมครบทุกมิติทั้ง การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ทางด้านคณะผู้บริหาร Tomorrowland ได้แสดงความมั่นใจต่อศักยภาพของประเทศไทย รวมทั้งพร้อมต่อยอดความร่วมมือในหลายมิติ สร้างประสบการณ์ระดับโลกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของไทยให้นานาชาติได้เข้าถึงอย่างกว้างขวาง
“Tomorrowland” คือเทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ (EDM) ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมากสุดในโลก มีจุดเด่นเรื่องการลงทุนเนรมิตเวทีสุดอลังการราวกับหลุดเข้าไปในโลกเทพนิยาย ผสมผสานเข้ากับการเล่าเรื่อง แต่ละปีจะนำเสนอธีมแตกต่างกันไป ที่ผ่านมาแต่ละปีมีผู้เข้าร่วมจากทั่วโลก 220 ประเทศ รวมครั้งละ 400,000 คน
ดังนั้นการจัดเมกะอีเวนต์งาน
Tomorrowland จึงถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญว่า
“ประเทศไทยพร้อมแล้ว” ที่จะเป็น “Global Event Hub” นำอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก้าวสู่ตลาดคุณภาพเต็มรูปแบบสร้างประโยชน์เชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยยั่งยืนในระยะยาว
ข่าวที่ 5-บางจากคว้าS&Pglobalด้านยั่งยืน10%-ที่2โลกอุตฯOil&Gas
นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าได้เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบโล่และประกาศเกียรติคุณ จาก Mr. Robert Dornau, Senior Director, Head of Corporate Engagement, S&P Global โดยบางจากฯ ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืน Top 10% และเป็นอันดับ 2 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรม Oil & Gas Refining and Marketing ด้วยคะแนน 80 คะแนน จากทั่วโลกที่เข้ารับการประเมินในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ 48 บริษัท
โดยบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รับมอบโล่และประกาศเกียรติคุณด้านความยั่งยืน ในงาน S&P Global Sustainability Yearbook 2026 Distinction Ceremony เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 จัดโดย S&P Global ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท จากผลการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 และได้รับการเผยแพร่ใน Sustainability Yearbook 2026
ผลการประเมินครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบางจากฯ ในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วย ESG อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างสมดุล โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ควบคู่การเติบโตของธุรกิจในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างต่อเนื่อง
S&P Global ถือเป็นหนึ่งในองค์การประเมินด้านความยั่งยืนที่ได้การยอมรับระดับสากล เมื่อปี 2568 มีบริษัทจากทั่วโลก 9,243 แห่ง เข้าร่วมการประเมิน ในกลุ่มอุตสาหกรรม Oil & Gas Refining & Marketing มีบริษัทเข้ารับการประเมิน 48 บริษัท และมีเพียง 8 บริษัท ที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ใน Sustainability Yearbook 2026
พร้อมกันนี้
บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) “BSRC” ได้รับคัดเลือกเป็น Sustainability
Yearbook Member จากผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนรวมอยู่ในกลุ่มบริษัทชั้นนำของอุตสาหกรรม
และได้รับประกาศเกียรติคุณ Industry Mover จากพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้
ข่าวที่ 6-TCEB นำ3 ผลงานไทยคว้ารางวัลโลกจากEventex Awards 2026
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” นำประเทศไทยสร้างชื่อเสียงครั้งสำคัญในเวทีงานเทศกาลและอีเวนต์ระดับนานาชาติ คว้ารางวัล 3 ผลงาน จาก “Eventex Awards 2026” หนึ่งในเวทีประกวดด้าน Festival & Event Experience ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก
ผลงานทั้งหมดได้รับการผลักดันและส่งเข้า ประกวดโดย “ฝ่ายพัฒนาการจัดงานเมกะอีเวนต์และเทศกาล นานาชาติ” TCEB ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของผู้จัดงาน ไทย ทั้งทางด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี ความคิด สร้างสรรค์ และแนวทางพัฒนาเทศกาลอย่างยั่งยืน สามารถก้าวสู่มาตรฐานระดับสากลได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ได้รับรางวัล
รางวัล “GOLD” :Thai Run – Race Electronics Medical Record (RaceEMR) หมวด Data Collection / Event Analytics Technology แพลตฟอร์มบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์แบบเรียลไทม์ การแข่งขันกีฬาประเภท Endurance เช่น งานวิ่งมาราธอน
รางวัล SILVER : Thailand Coffee Fest 2025 หมวด Sustainable Event ในฐานะผู้จัดงานกาแฟใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้แนวคิด “Drink Better Coffee” เชื่อมโยงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างรับผิดชอบ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระดับนานาชาติ และอนาคตของกาแฟที่ยั่งยืนร่วมกัน
รางวัล
BRONZE : Bangsaen 21: AI & Biometric Digital Ecosystem for Mass Participation
หมวด Use Of Technology ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็น “The Finest Running Event Ever” งาน Bangsaen 21 ได้นำเทคโนโลยี AI Face Search ระบบยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลชีวมิติ (Biometric Authentication) และโครงสร้างพื้นฐานแบบไร้กระดาษ (Paperless Infrastructure) มาใช้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การจัดงาน พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้งานมหกรรมกีฬามวลชนระดับสากล
สำหรับเวที Eventex Awards 2026 มีผลงานส่งเข้าประกวดกว่า 1,405 ผลงาน จากทั่วโลก 58 ประเทศ และได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติจากอุตสาหกรรมเทศกาลและประสบการณ์สร้างสรรค์
ช่วงที่ 2 เที่ยวงานประเพณีล้านนา “ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลเชียงใหม่” ไปเสริมมงคล
ในวันที่เรียกว่า เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก แล้วก็เลือกซื้อดอกไม้พื้นบ้านใส่จำนวนชุดตามความเชื่อด้วยตัวเลข 12
และ 32 แล้วก็ฟัง “5
แนวทางปรับสุขลักษณะการนอน” ช่วยสมองดีอายุยืน ส่งท้ายด้วยข่าวฮ็อต ข่าวแรก “การบินไทยQ1/69” รายได้รวมลด 1.2%กำไรพุ่ง 1 หมื่นล้าน ข่าวที่สอง “บางกอกแอร์ Q1/69” กำไรสุทธิ 2,099 ล้านบาท โต 24.5%
ท่องเที่ยว –ชวนเที่ยวงานประเพณี“ใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลเชียงใหม่”
หนึ่งปีมีครั้งเดียวไปเที่ยวงานประเพณี “ใส่ขันดอก บูชาเสาอินทขิล 2569” ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชวนไปสัมผัสความเชื่อของชาวล้านนาที่มีมาอย่างยาวนานได้ตั้งแต่วันนี้ -20 พฤษภาคม 2569 มาร่วมสักการะ “เสาอินทขิล” หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่มเย็นเป็นสุข และความอุดมสมบูรณ์ของบ้านเมือง ที่ชาวเชียงใหม่เรียกว่า “เดือน 8 เข้า เดือน 9 ออก”
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569
จะเป็นวันออกจัดขึ้นที่ “วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร” ประชาชนและนักท่องเที่ยวมาร่วมใส่ขันดอกและสักการะได้
ในแต่ละวันตั้งแต่ 06.00 – 24.00 น.
“ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล” ถือเป็นมรดกวัฒนธรรมสำคัญของเชียงใหม่ ที่สะท้อนพลังแห่งศรัทธาและอัตลักษณ์ล้านนาอันงดงาม สืบทอดต่อกันมายาวนานจากรุ่นสู่รุ่น “บูชาอินทขิล 12 ขัน” เป็นความเชื่อและรูปแบบการจัดเครื่องสักการะประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิลของชาวล้านนา “12 ขัน” หมายถึง การจัดขันดอกหรือขันบูชา 12 ชุด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเสริมสิริมงคล
“ภายในขัน” จะมี ธูป เทียน เครื่องบูชาต่าง ๆ
และนิยมใส่ดอกไม้พื้นเมืองล้านนา เช่น ดอกดาวเรือง ดอกมะลิ ดอกคำฝอย ดอกเอื้อง
ถวายแด่เสาอินทขิล ชาวเชียงใหม่เชื่อว่า “เสาหลักเมือง”
เป็นที่คุ้มครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข
“ดอกไม้ใส่ขันดอก” นักท่องเที่ยวเลือกซื้อได้บริเวณ โรงเรียนเมตตาศึกษา
เพื่อร่วมบูชาเสาอินทขิลตามประเพณีล้านนาและขอเชิญชวนสวมใส่ผ้าไทยและชุดพื้นเมืองร่วมสืบสานประเพณีอันงดงาม
ประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขิล
ถือเป็นมรดกวัฒนธรรมสำคัญของเชียงใหม่ การจัดขันดอกหรือขันบูชาจำนวน 32 ชุด หรือ
12 ชุด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเสริมสิริมงคล
เป็นเลขที่มีความหมายเชื่อมโยงกับขวัญของคนเรา
“เลข 32” มีความหมายถึง
การบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต การเสริมขวัญกำลังใจให้ครบทั้ง 32 ขวัญ
ขอให้สุขภาพแข็งแรง ชีวิตร่มเย็น ปลอดภัย
“เลข 12” มีความหมายเชื่อมโยงกับคติล้านนา
เช่น 12 นักษัตร 12 เดือน
ความสมบูรณ์ครบถ้วนของชีวิตและบ้านเมือง
สอบถามข้อมูลได้ที่
ททท.สำนักงานเชียงใหม่ โทร : 053-248604-5
Line Id :
@tatchiangmai
สุขภาพ –5
แนวทางการปรับสุขลักษณะการนอนให้อายุยืน
การนอน
กับสมอง และระบบซ่อมแซมร่างกาย"มีความสำคัญต่อการยืดอายุให้ยาวนานชึ้น
คำแนะนำของ นพ.เขตต์ ศรีประทักษ์ และ นพ.อั๋น (The Longevist) มีรายละเอียดเบื้องต้นที่นำมาปฏิบัติได้ 5 แนวทางการปรับสุขลักษณะการนอนให้อายุยืน
1.เข้านอนและตื่นให้ตรงเวลา:
เพื่อสร้างวินัยให้สมองและฮอร์โมน
2.จัดการแสงสว่าง:
ตอนเช้าต้องรับแสงแดด ก่อนนอนควรหรี่ไฟ หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้า (Blue
Light) จากมือถือและหน้าจออย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน
เพราะจะยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน
3.ลดการทำงานของสมอง:
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก งานที่ใช้ความคิด หรือหนังที่ตื่นเต้นก่อนนอน 2
ชั่วโมง เพื่อให้สมองค่อยๆ "Cool Down"
4.ปรับอุณหภูมิ:
ห้องควรเย็นลงเล็กน้อย (ประมาณ 20-22 องศาเซลเซียส หรือลดลงจากปกติ 1-2 องศา)
เพื่อลดระดับเมตาบอลิซึมให้ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อน
5.เทคนิคเสริม:
การทำ Journaling (จดบันทึกเรื่องค้างคาใจ)
การนั่งสมาธิก่อนนอน 3-15 นาที หรือการฟังคลื่นเสียงความถี่ต่ำ (Binaural
Beats) ช่วยให้หลับลึกขึ้น
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –การบินไทยQ1/69 รายได้รวมลด 1.2%กำไรพุ่ง 1
หมื่นล้าน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)
ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ยังสามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการบริหารราคาตั๋วโดยสารและโครงสร้างรายได้
ตามรายละเอียดดังนี้
● “มีรายได้รวม”
(ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ทั้งสิ้น 51,029 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน ลดลง 596 ล้านบาท คิดเป็น 1.2%
จากปัจจัยหลักคือ ปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งลดลง ส่วนรายได้ผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วยใกล้เคียงกับปีก่อน
(รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมัน และค่าเบี้ยประกันภัย ไม่รวมค่าน้ำหนักส่วนเกิน) และได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า
ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารด้านราคาและโครงสร้างรายได้ยังทำได้ดี
● “มีกำไรสุทธิ” 10,107
ล้านบาท สูงกว่าปีก่อนมีกำไรสุทธิ 9,839 ล้านบาท
และมี EBITDA 17,548 ล้านบาท
● “มีกำไรจากการดำเนินงาน” ก่อนต้นทุนทางการเงิน
(ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 13,747 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 0.6% มีอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT
Margin) 26.9%
● “มีค่าใช้จ่ายรวม”
(ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) 37,282 ล้านบาท ลดลง 1.8%
จากค่าน้ำมันเครื่องบินลดลงตามปริมาณการผลิต เงินบาทแข็งค่า ถึงแม้ว่าราคาน้ำมันเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
มีค่าใช้จ่ายในส่วนแปรผันตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง จำนวนเที่ยวบิน
และผู้โดยสารลดลง
● “มีต้นทุนทางการเงิน” 2,987
ล้านบาท ลดลง 494 ล้านบาท
และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้ 1,088 ล้านบาท
โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน การวัดมูลค่าตราสารอนุพันธ์
และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ
● “มีเครื่องบิน” ที่ใช้ทำการบินทั้งสิ้น
80 ลำ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
มีการใช้ประโยชน์เครื่องบินเฉลี่ย 13.8 ชั่วโมง/ลำ/วัน
ขนส่งผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 4.18 ล้านคน
มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) 17,389 ล้านที่นั่ง-กิโลเมตร
ลดลง 1.9% ปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) 14,453 ล้านคน-กิโลเมตร ลดลง 2.2% ทำให้อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร
(Cabin Factor) เฉลี่ย 83.1% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนทำไว้
83.3%
● “มีสินทรัพย์รวม” 324,542
ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 20,483 ล้านบาท หรือ 6.7%
● “มีหนี้สินรวม” 235,920
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
จำนวน 7,773 ล้านบาท 3.4%
● “มีส่วนของผู้ถือหุ้น” 88,622
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
จำนวน 12,710 ล้านบาท หรือ 16.7%
● “มีเงินสด” และรายการเทียบเท่าเงินสดรวมสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 132,320
ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการดำเนินกิจการ 8,760 ล้านบาท
จาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
ข่าวที่สอง –บางกอกแอร์ Q1/69 กำไรสุทธิ 2,099ล้านบาทโตดี24.5%
บริษัท
การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) “BA” ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส
1 ปี 2569 มีรายได้รวม 7,906 ล้านบาท เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน มีกำไรจากการดำเนินงาน 2,586.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4 % และมีกำไรสุทธิ
2,099.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5 %
มีจำนวนผู้โดยสารรวม 1.2 ล้านคน
มีอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) 86.2 %
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าไตรมาส 1 ปี 2569
บริษัท ฯ ได้ปรับลดปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารลง 11.8
% ตามจำนวนเที่ยวบินที่ปรับลดลง เส้นทางกรุงเทพฯ–พนมเปญ
และปีที่ผ่านมาหยุดบริการเส้นทางกรุงเทพฯ–ลำปาง และลำปาง–แม่ฮ่องสอน
แต่ยังมุ่งบริหารเครือข่ายเส้นทางบินที่มีความต้องการเดินทางสูง
โดยจัดให้มีปริมาณที่นั่งอย่างเหมาะสม
จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นมาส่งผลถึงต้นทุนการดำเนินงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กระทบไตรมาส 1 ปี 2569 มีผู้โดยสาร 1.2 ล้านคน ลดลง 5.2 % อัตราการขนส่งผู้โดยสารเฉลี่ย
86.2 % เพิ่มขึ้น 4.7 จุด ส่วน “ราคาตั๋วโดยสาร” ใกล้เคียงกับปีก่อนเฉลี่ย 4,469.7 บาท
บริษัท ฯ มีกำไรจากการดำเนินงาน 2,586.6 ล้านบาท
เพิ่มขึ้น 242.9 ล้านบาท คิดเป็น 10.4 %
จากปัจจัยสนับสนุนหลักการบริหารต้นทุน ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมลดลง 6.2 % โดยเฉพาะปริมาณการใช้น้ำมัน
และค่าเช่าเครื่องบินลดลง
ขณะที่ “รายได้รวม” ไตรมาส 1 ประกอบด้วย
1.รายได้จากตั๋วโดยสาร 68.6 %
2.รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสนามบิน 20.8 % 3.รายได้จากธุรกิจสนามบิน 2.3 % ของรายได้รวม จึงมีกำไรสุทธิ 2,099.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5 % กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัท
ฯ 2,091.0 ล้านบาท
คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.01 บาท
สะท้อนถึงความพยายามเรื่องการควบคุมค่าใช้จ่ายท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาค
บมจ.การบินกรุงเทพฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ “Leading
Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” เพื่อใช้เป็นกรอบการดำเนินธุรกิจระยะยาว
โดยมุ่งพัฒนาธุรกิจการบินแบบครบวงจร ควบคู่การดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบ
การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “Low Carbon Skies by Bangkok
Airways” ที่ได้รับการคัดเลือกให้บรรจุในหนังสือ Thailand’s
Best Practices and Lessons Learned in Development (Vol.2) จัดทำโดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ
(TICA)
ตอกย้ำถึงความโดดเด่นของแนวทางการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม
การดำเนินงานด้านบรรษัทภิบาล บริษัท ฯ ด้วยกิจกรรม PDPA in
Practice Knowledge Sharing เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม
กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ให้หน่วยงานภายในองค์กร
โดยเฉพาะประเด็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ในบริบทการดำเนินงานจริง
พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เหมาะสม
รวมทั้งได้ทบทวนและประกาศนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business
Continuity Management: BCM) ปี 2569
เพื่อเสริมสร้างความพร้อมรับมือกับสถานการณ์วิกฤตหรือเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
และอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน
IFRS S1 และ IFRS S2
เพื่อให้มีความครบถ้วน โปร่งใส
เชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.


















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น