ททท.จาการ์ตาผนึกทุกพันธมิตรดึงเศรษฐีอินโดเที่ยวไทย
ควง“แอร์ไลน์จัดโปรตั๋ว-OTAกระตุ้นยอดจองแพกเกจ”
เร่งขยายตลาดไฮเอนด์ทัวร์กอล์ฟ-เมดิคัลเวลเนสสปา”
บูมเมืองรองเส้นทางใหม่“เขาใหญ่
โคราช”เทียบชั้นยุโรป
คิง
เพาเวอร์ออนไลน์ช้อปแบรนด์ดังลุคสวยลดสุด30%
ลด30%สนั่นเกาะช้อปคิงเพาเวอร์ภูเก็ตจ่าย 8,000 บาท
MAY DEALSฟีลซัมเมอร์ที่คิงเพาเวอร์ซิตี้บูทีกลดทุกโซน
ททท.ชวนวิ่งเที่ยวครั้งแรกในไทยGI Tour&Trail Running
บางจากนำแชมป์Genwitปี’68 เข้าเฝ้าสมเด็จพระเทพฯ
TCEBนำไมซ์พลิกโฉมพืชสวนโลกอุดรในเวทีโลก
5 มิติ
เที่ยวตามรอยหนังดังหลงรัก“สวนพฤกษศาสตร์ระยอง”
5 วิธีรีเซ็ตร่างกายตัดตัวกระตุ้นอักเสบได้พุงลดผิวใส
เชอราตันหัวหินฯยืดโปรที่พักถึง15พ.ค.Summer
Saver
พิพัฒน์เร่งAOT3โปรเจกต์-2สนามบินอันดามัน-ล้านนา”
วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เที่ยวสวนพฤกษศาสตร์ระยอง
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...https://www.facebook.com/share/v/1BQV5PQzvT/
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! “นิติ
วงษ์วิชาสวัสดิ์” ผู้อำนวยการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจาการ์ตา เร่งกระตุ้น “อินโดนีเซีย”
เที่ยวเมืองไทย ใช้เงินดี 30,000 บาท/ทริป ช่วง
ม.ค.-เม.ย.มาเที่ยวแล้วกว่า 2.5 แสนคน 30% ของเป้าหมายปี’69 ช่วงหลังการสู้รบในตะวันออกกลาง
ลุยปรับกิจกรรมการตลาดเร่งด่วน พ.ค.นี้เป็นต้นไป “3
กิจกรรมหลัก” ร่วมกับแอร์ไลน์สทำโปรโมชั่น “ผนึกธุรกิจ OTA”
กระตุ้นจองแพกเกจเที่ยวใกล้ในต่างประเทศจุดหมายแรกเลือกมาไทย
ผนึกบล็อกเกอร์/อินฟลูเอนเซอร์ ทำพีอาร์โปรโมทแหล่งท่องเที่ยว เมืองหลักยอดนิยม
“กรุงเทพฯ-พัทยา-เมืองรอง เขาใหญ่/โคราช” ควบคู่การขยายตลาดคุณภาพสูง 2 กลุ่ม “กีฬากอล์ฟ-เมดิคัล/Health & Wellness Spa”
นายนิติ วงษ์วิชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานจาการ์ตา อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมนักท่องเที่ยวตลาดอินโดนีเซียเดินทางเข้าไทยระหว่างมกราคม-เมษายน 2569 สดใส 2.5 แสนคน ทำได้ 30 % ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2569 ส่วนใหญ่จะเป็นนักเดินทางอิสระด้วยตนเอง (FIT) กว่า 80% มีวันพักเฉลี่ย 5-6 คืน/ทริป ใช้จ่ายเงิน 30,000 บาท/คน/ทริป สะท้อนถึงกำลังซื้อที่ยังมีอยู่อย่างแข็งแกร่ง ผนวกกับสายการบินบริการเต็มรูปแบบ (full service) และต้นทุนต่ำ(Lowcost Airlines) มีอัตราบรรทุกผู้โดยสารมาไทยทำได้ 80-90%
แต่พอเกิดเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แนวโน้มนักท่องเที่ยวตลาดดังกล่าวเริ่มลดลงบ้าง เพราะ ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบินกับเศรษฐกิจภายในอินโดนีเซียเริ่มได้รับผลกระทบ ผนวกกับบางสายการบินปรับลดความถี่จำนวนเที่ยวบิน ให้สอดคล้องกับราคาน้ำมันตลาดโลก
ททท.จาการ์ตา
จึงต้องเร่งปรับกลยุทธ์ส่งเสริมการตลาด ช่วงเดือนพฤษภาคมนี้
ยังสามารถพึ่งพาตลาดกลุ่มครอบครัวจะเดินทางช่วงปิดภาคเรียน
ช่องทางที่จะใช้เป็นเครื่องมือหลักคือ โซเชียล มีเดีย “กิจกรรม”
ที่จะเน้นทำเชิงรุก
1. นำเสนอสินค้าการท่องเที่ยวที่ดึงความสนใจกลุ่มนักท่องเที่ยวเป้าหมาย FIT ไฮไลต์เป็นกระแสแรงมากขณะนี้คือ ย่านทรงวาด เยาวราช ประตูน้ำ ที่ชาวอินโดนีเซียจะต้องมาเช็คอินแล้วโพสต์ลงโซเชียล มีเดีย
2.ช้อปปิ้งตามสถานที่ยอดนิยมซึ่งเป็นกระแสครองใจตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Y & Z
3.สร้างประสบการณ์เชิงคุณค่าการท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น
โดยได้เดินหน้ากระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมาไทยด้วย
3 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย
กิจกรรมที่ 1 จับมือกับสายการบินที่มีเที่ยวบินตรง (direct flight) และบินอ้อม (indirect flight ) ไป-กลับอินโดนีเซียมายังประเทศไทย ขณะนี้ขยายไปยังกลุ่มธุรกิจเรือสำราญ (cruise) เป็นกลุ่มที่เดินทางมาไทยทางสมุย และภูเก็ต
ขณะนี้
ททท.ได้หารือกับสายการบินผู้นำตลาด ทำแพกเกจการขายผ่านโซเชียล มีเดีย
กระตุ้นให้เกิดการจองเดินทางต่างประเทศจุดหมายแรกให้นึกถึงเลือกมาเที่ยวเมืองไทย
ต่อเนื่องในระยะยาวก็ยังส่งเสริมรักษาตลาดไว้ให้มากที่สุด
กิจกรรมที่ 2 ทำการตลาดร่วมกับแพลตฟอร์มท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA :Online Travel Agent) กระตุ้นให้เกิดการจองท่องเที่ยวในเมืองไทย
กิจกรรมที่ 3 ร่วมกับบล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำในอินโดนีเซีย ทำประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ การท่องเที่ยวเมืองไทย
ททท.ได้ขยายกิจกรรมการตลาดไปยังเมืองเศรษฐกิจรองในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็น บันดุง บาลิกปาปัน เซมารัง เน้นเจาะครอบครัวมุสลิม เป็นกลุ่มตลาดขนาดใหญ่ที่ชื่นชอบเดินทางมายังประเทศไทย
ขณะเดียวกันก็มีแผนส่งเสริมการตลาดระยะ “สั้น-กลาง-ยาว” เพื่อสร้างแรงจูงใจไม่ให้สายการบินต่าง ๆ ปรับลดจำนวนความถี่เที่ยวบินหรือลดเที่ยวบินมายังไทย โดยได้จัดทำ “โปรโมชั่น” รวมทั้งบล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์
พื้นที่ท่องเที่ยวจุดหมายปลายทางที่ชาวอินโดนีเซียนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ในเมืองไทย ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.พัทยา ชลบุรี 3.เมืองน่าเที่ยวหรือเมืองรอง เปลี่ยนความสนใจสู่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ล่าสุด ททท.จาการ์ตา พาผู้ประกอบการท่องเที่ยวอินโดนีเซียลงพื้นที่ตื่นเต้นและให้ความสนใจที่จะเปิดใช้ทางด่วน M6 จากสนามบินดอนเมือง/กรุงเทพฯ สู่นครราชสีมา โดยลดเวลาการเดินทางได้มาก
ด้วยเสน่ห์ “เขาใหญ่” เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ตอบโจทย์ทั้ง 1.บรรยากาศคล้ายยุโรป แต่ราคาประหยัดกว่ามาก 2.บริการที่สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวชาวอินโดนีเซีย 3.สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติสวยงามมีจุดเช็คอินถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียได้เป็นจำนวนมาก เช่น ทอสคาน่าทิวทัศน์คล้ายอิตาลี หรือวินด์ยาร์ดคล้ายได้เที่ยวฝรั่งเศส หรือฮอกไกโดของญี่ปุ่น เขาใหญ่ที่เดียวชาวอินโดนีเซียเที่ยวได้ครบทุกสไตล์
ผอ.นิติกล่าวว่า ททท.เดินหน้าเจาะกลุ่มตลาดคุณภาพสูง High Value ควบคู่กันไปด้วยอีก 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 การท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ ร่วมกับพันธมิตรพามาเล่นกอล์ฟในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วยังได้ขายต่อเนื่องเข้ามาเพิ่มเร็วๆ นี้อีกกว่า 100 Pax
กลุ่มที่ 2 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ล่าสุดนำผู้ประกอบการอินโดนีเซียเข้าร่วม Amazing Thailand Health and Wellness Trade Meet 2026 ที่กรุงเทพมหานคร รวมถึงร่วมกับสถานฑูต และเครือโรงพยาบาล BDMS ของไทย กับสมาคมชมรมสุขภาพศักยภาพสูงในอินโดนีเซีย นำเสนอถึงความพร้อมของไทยที่จะให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทยที่ตลาดอินโดนีเซียนิยมมาใช้บริการมี
2 ส่วน ได้แก่
-ส่วนที่ 1 การเดินทางเชิงการแพทย์ (Medical Tourism) เข้ามาทำศัลยกรรม ผ่าตัด เช็คสุขภาพ
-ส่วนที่ 2 Wellness นักท่องเที่ยวนิยมมานวดสปา ทำโปรแกรมดูแลสุขภาพเพื่อยืดอายุให้ยืนขึ้น (longevity) ชอบเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง เพราะชื่นชอบเวลเนสสปาของไทยที่มีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส แตกต่างจากบาหลี อินโดนีเซีย
ผอ.นิติกล่าวว่า มีข้อแนะนำให้ “ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในไทย” เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ซึ่งมีการใช้จ่ายเงินสูงเฉลี่ย 30,000 บาท/คน/ทริป เบื้องต้นยังคงนิยมเดินทางมายังเมืองหลัก แต่ ททท.พยายามขยายเส้นทางไปยังเมืองน่าเที่ยว/เมืองรองอย่าง นครราชสีมา เชียงราย
สิ่งที่ควร “จัดเตรียม” ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียซึ่งส่วนใหญ่เป็นมุสลิม หลัก ๆ คือ 1.อาหารฮาลาล และช่วงเดือนรอมฎอน จะต้องจัดเตรียมอาหารให้รับประทานได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น 2.สัญลักษณ์ชี้ทาง เครื่องหมายการทำละหมาด 3.ห้องน้ำต้องมีสายชำระอย่างถูกต้อง
ส่วนที่ต้องรักษาไว้คือ “เสน่ห์ไทย” อัธยาศรัยไมตรีที่ชาวอินโดนีเซียชื่นชอบคนไทยอย่างมาก จึงเป็นจุดแข็งที่ดี ควรรักษาไว้มอบความประทับใจให้นักท่องเที่ยวนำเงินมาใช้จ่ายในไทยกระจายจากเมืองหลักสู่เมืองน่าเที่ยวเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิง เพาเวอร์ออนไลน์ช้อปแบรนด์ดังลุคสวยลดสุด30%
คิง เพาเวอร์ นำแบรนด์ดังโหมแคมเปญ “Ready to glow on the go? เติมลุคสวยเปล่งประกาย พร้อมช้อปไอเทมโปรดก่อนออกเดินทางได้ทุกที่ทุกเวลา จากแบรนด์ชั้นนำ ESTEE LAUDER, CLE DE PEAU BEAUTE, SK-II, L'OCCITANE, CLINIQUE, SULWHASOO, KIEHL'S, CLARINS, LA ROCHE POSAY และอื่นๆอีกมาก ชมสินค้าพร้อมช้อปและรับดีลพิเศษ
มอบสิ่งดีที่สุดแห่งช่วงเวลาพิเศษ... ช้อปฟินก่อนบินไปต่างประเทศ ช้อป “คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ออนไลน์” ตลอดเดือน ตั้งแต่วันนี้ -31 พฤษภาคม 2569 ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว ช้อปคลายร้อนได้แบบฉ่ำ ๆ พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ
1.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท รับรหัสส่วนลด 20MAY26
2.ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รับรหัสส่วนลด 30MAY26
ข่าวที่ 2 -ช้อปสนั่นเกาะที่คิงเพาเวอร์ภูเก็ตจ่าย 8,000 บาทลด30%
ช้อปสนั่นลั่นเกาะ! มีไฟลต์ไม่มีไฟลต์ก็ช้อปได้ ที่ ดิวตี้ฟรีในเมือง “คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต” ที่ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก
เลือกด่วน !! สินค้าน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ลดสูงสุด 30% ที่ซื้อครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ (เฉพาะแบรนด์และสินค้าที่ร่วมรายการ)
แฟนคลับสายแฟชั่น นาฬิกา แว่นตา ร่วมรายการคุ้มกว่า! ด้วยการซื้อ CASH CARD ก่อนช้อป 10,000 บาท รับฟรี! GIFT CARD มูลค่า 3,000 บาท
ช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
รับเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 58,300 บาท แบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน
ข่าวที่ 3- MAY DEALS ฟีลซัมเมอที่คิง เพาเวอร์ซิตี้บูทีกลดทุกโซน
คิง
เพาเวอร์ ซิตี้ บูทีก เปิดมหกรรม MAY
DEALS ฟีลซัมเมอร์ "ลดทุกโซน" ครบทั้งดีลบิวตี้ & แฟชั่น
ช้อปได้ 60
วันล่วงหน้าก่อนบิน
1.สมาชิก POWER PASS รับส่วนลดสูงสุด 30%เมื่อช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
2.MAY
DEALS บัตรเครดิตใบโปรด แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 24%
พิเศษ!
สมาชิก POWER PASS แบ่งชำระ 0% นานสูงสุด
6 เดือน
-มีไฟลต์หรือไม่มีไฟลต์ก็ช้อปได้!
-สินค้าป้ายฟ้า ไม่ต้องบิน รับกลับทันที
-สินค้าป้ายขาว ช้อปก่อนบิน รับที่สนามบิน
ช้อป
DUTY FREE แบบไม่ต้องรีบ ฟีลซัมเมอร์ได้ทั้งวัน ที่ King
Power City Boutique ชั้น 1-2 โซน Parade,
One Bangkok
ข่าวที่ 4-ททท.ชวนวิ่งเที่ยวครั้งแรกในไทยGI Tour&Trail Running
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า เชิญชวนชวนมาร่วมวิ่ง “AMAZING
Thailand GI Tour & Trail Running” เปิดประสบการณ์ครั้งแรกในเมืองไทยกับการ
“วิ่งท่องเที่ยว” ที่มีความหมาย (Meaningful) รูปแบบใหม่
ผสานพลังกีฬา สุขภาพ เสน่ห์ท้องถิ่นไว้ได้อย่างลงตัวที่สุด โดยได้ร่วมกบหน่วยงานพันธมิตรทั้ง
กรมการค้าภายใน กรมทรัพย์สินทางปัญญา มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวไทยผ่านการนำ
“สินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI)” มาเป็นจุดขายในแต่ละพื้นที่
ให้ผู้เข้าร่วมได้ทั้ง “วิ่ง ฟิน เที่ยว และสัมผัสอัตลักษณ์ชุมชน” อย่างแท้จริง
“เปิดรับสมัคร”
ตั้งแต่วันนี้-15 พฤษภาคม 69 เพื่อให้ร่วมกิจกรรมวิ่งสะสมระยะทางจนครบ 77 กิโลเมตร
วันที่สมัครและสะสมการวิ่งได้ที่เว็บไซต์ https://race.thai.run/gitourandtrail
เมื่อสะสมระยะครบตามเงื่อนไข
ผู้สมัครจะได้รับเสื้อ Finisher และเหรียญที่ระลึก ลุ้นรับ GI SET จำนวน 100 รางวัล มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตรโวเชอร์ที่พักฟรี
สร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวในอนาคต
กิจกรรมนี้บ่งบอกถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่หันมาที่ใส่ใจสุขภาพ
มาวิ่ง กับ ททท. ได้ทั้งสุขภาพและแสวงหาประสบการณ์ใหม่ ได้ใจชุมชนสนับสนุนและสินค้าท้องถิ่น
สร้างเศรษฐกิจที่ดีจากฐานรากไปพร้อม ๆ กัน
งานวิ่งเปิดเริ่มอย่างยิ่งใหญ่ตั้งแต่วันที่
3 พฤษภาคม 2569 กับมหกรรม “แอ่วเทรลเมืองล้านนา”
จิบกาแฟ แลมนต์ขุนเขา นำเสนอสินค้า “GI
กาแฟเทพเสด็จ” ซึ่งมีจุดเด่นคือเป็นกาแฟอาราบิกาที่มีกลิ่นของดอกไม้ป่า
ตลอดเส้นทางวิ่งจะมีฐาน GI Coffee Experience สาธิตการคั่ว การชงกาแฟเทพเสด็จต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน
เป็นจุดเริ่มต้นที่
ททท.ให้สายสุขภาพและกีฬาเตรียมพบจัดงานในอีกหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พร้อมจะพาคุณไปรู้จักสินค้า
GI ของเมืองไทยในมุมที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ผนวกกับกิจกรรม
Virtual Run ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้นักวิ่งสามารถสะสมระยะทางรวม
77 กิโลเมตร สร้างการมีส่วนร่วมและขยายการรับรู้โครงการดงกล่าว ขยายตัวเป็นวงกว้างในทุกภูมิภาค
ททท.เชิญชวนทุกคนที่สนใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวิ่งที่มีความหมาย
กระจายรายได้ สร้างสุขภาพและมีความสุขกับการท่องเที่ยวไปด้วยกัน
ข่าวที่ 5-สมเด็จพระเทพฯพระราชทานบางจากนำแชมป์Genwitเข้าเฝ้า
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณา
พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหารบริษัทฯ ผู้แทนบริษัท เวิร์คพอยท์
เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) คณะผู้บริหาร ครู
ผู้แทนนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ผู้ชนะเลิศการแข่งขันรายการ "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented by Bangchak Group" ซีซั่น 2 ปี 2568 เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาทรับรางวัลพระราชทาน เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ณ วังสระปทุม
รายการ “Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented
by Bangchak Group" เป็นรายการแข่งขันตอบปัญหาเชิงวิชาการ
ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
ผ่านการแข่งขันตอบปัญหาและไขปริศนาต่าง ๆ ตามแนวทางสะเต็มศึกษา
เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2567 โดยบริษัทเวิร์คพอยท์
เอ็นเทอร์เทนเมนท์ฯ
เป็นรายการที่ได้รับรางวัลนาฏราช
และรางวัล MORAL AWARDS 2024 เข้ารอบสุดท้าย 1 ใน 5 รางวัลระดับเอเชีย Content
Asia Awards ที่ไทเป สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)
แสดงให้เห็นว่าเป็นรายการที่ให้ทั้งสาระ
ความบันเทิง และสร้างแรงบันดาลใจแก่เยาวชนและผู้ชมทั่วไป
พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมกระแสการเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษาให้แพร่หลายยิ่งขึ้น
ปี 2569 รายการ "Genwit อัจฉริยะพันธุ์ใหม่ Presented
by Bangchak Group" ซีซั่น 3 จะเริ่มออกอากาศวันที่ 17 มิถุนายน 2569 มีโรงเรียนสนใจสมัครกว่า 120 โรงเรียน
ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบแข่งขันแล้วรวมทั้งหมด 24 โรงเรียน
ข่าวที่ 6-TCEBนำไมซ์พลิกโฉมพืชสวนโลกอุดรในเวทีโลก 5
มิติ
ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า
ทีเส็บจะนำอุตสาหกรรมไมซ์พลิกโฉมพืชสวนโลก : Udon
Thani International Horticultural Expo 2026
เตรียมจัดขึ้นที่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ต.กุดสระ อ.เมือง จ.อุดรธานี เริ่ม 1
พฤศจิกายน 2569 - 14 มีนาคม 2570 ด้วยแนวคิด "Diversity of Life: ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต" เน้นวิถีชีวิต สายน้ำ และความยั่งยืน พร้อมจะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้อุดรธานีก้าวสู่เวทีธุรกิจโลก
5 มิติ ประกอบด้วย
● มิติที่ 1 การลงทุนที่คุ้มค่า
: Smart Investment ในมุมมองการงบประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท
ไม่ใช่แค่ "ค่าใช้จ่าย" แต่เป็น "การลงทุน"
ที่จะสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจได้สูงถึง 32,000 ล้านบาท
ดึงดูดผู้เข้าร่วมงานในช่วงที่ตรงกับฤดูท่องเที่ยวพอดีเหมาะแก่การเดินทางมาชมงานตลอด
134 วัน ได้ไม่ต่ำกว่า
3.6 ล้านคน
● ที่ 2 พลิกโฉมภาคอีสานสู่
Global Destination โดยใช้กลไกของงานไมซ์เปลี่ยนผ่าน (Transform) อุดรธานีและภาคอีสานให้มีชื่อปรากฏอยู่ในปฏิทินงานระดับโลก (Global
Event Calendar) สร้างหมุดหมายใหม่ให้นักเดินทางทั่วโลกต้องมาเยือนในอนาคตต่อไป
● มิติที่ 3 ยกระดับสู่งานเทียบเท่า
World Expo ทีเส็บในฐานะหน่วยงานหลักระดับชาติที่ทำหน้าที่ประมูลสิทธิ์ (National
Bidder) วางเป้าหมายให้งานนี้เป็น "Business
Dialogue" เจรจา
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางธุรกิจระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภาครัฐและเอกชน
ที่มากกว่าการมาเดินชมความงามพันธุ์ไม้ ซึ่งสามารถตอบโจทย์เทรนด์โลก โดยเฉพาะเรื่องความมั่นคงทางอาหาร
(Food Security) ที่หลายประเทศต้องพึ่งพาไทย
● มิติที่ 4 สร้างบทบาทตัวเชื่อมทุกภาคส่วน
Connector โดยทีเส็บพร้อมเป็นสื่อกลางนำการจัดงานไมซ์เชื่อมโยงทุกอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
ทั้งเกษตร นวัตกรรม สุขภาพ เทรนด์ใหม่มาแรงในภาคอีสานคือการท่องเที่ยวด้านอาหาร (Gastronomy)
● มิติที่ 5 เจาะกลุ่มตลาดองค์กรที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่
Corporate ดึงเม็ดเงินเข้าพื้นที่ เพราะการจัดงานครั้งนี้จะมีมากกว่านักท่องเที่ยว
แต่จะมีคอร์ปอเรตที่มีกำลังซื้อสูงทั้งของไทยและอาเซียน โดยเฉพาะจีนตอนใต้ สนใจเข้ามาจัดประชุมและสัมมนา
ตลอด 134 วัน จะมีกิจกรรมฟอรัมธุรกิจ คอนเว็นชั่น เทรดโชว์ โรดโชว์ และเวิร์คชอป
เกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลดีต่ออนาคตจังหวัดอุดรธานีเมือง ไมซ์ ซิตี้ แห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเปลี่ยนโฉมไปตลอดกาลในเวทีโลก
ช่วงที่ 2 ลองหันมาเลือกเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ดัง ที่สามารถดึงผู้ชมจำนวนมาก
สร้างชื่ออย่าง “สวนพฤกษศาสตร์ระยอง” ที่จะทำให้เราหลงรักธรรมชาติ มาพายคายัก
ดื่มด่ำโอโซนจากพืชพรรณไม้โบราณเขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ แล้วฟัง “5 วิธีรีเซตร่างกาย” ตัดตัวกระตุ้นอักเสบพุงลดหน้าใส ต่อด้วยข่าวดี ๆ
ข่าวแรก “เชอราตันหัวหิน ปราณบุรีวิลล่า” ยืดโปร Summer Saver ไปจนถึง 15 พ.ค.นี้ ข่าวที่สอง “พิพัฒน์” รมว.คมนาคม
มอบนโยบาย AOT เร่ง 3 โปรเจกต์
ลุยศึกษา 2 สนามบินใหม่ อันดามัน-ล้านนา
ท่องเที่ยว –เที่ยวตามรอยหนังดังหลงรักสวนพฤกษศาสตร์ระยอง
เที่ยวธรรมชาติเมืองไทยตามรอยหนังดัง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนปักหมุดไปสูดโอโซนที่“สวนพฤกษศาสตร์ระยอง"
พื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่กว่า 3,000 ไร่ จังหวัดระยอง
ได้ทุกวันตั้งแต่ 6
โมงเช้า-6 โมงเย็น
หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ “ธี่หยด
2”
โดนใจคนรุ่นใหม่ได้สร้างปรากฏการณ์ดึงคนดูทำเงินไปกว่า 700 ล้าน
เป็นพิกัดที่มีบรรยากาศให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าสู่ “ดินแดนแห่งกาลเวลาหยุดนิ่ง”
และทุกเงามืดแฝงไปด้วยความลึกลับรอการคลี่คลายอย่างน่าสนใจ
“สวนพฤกษศาสตร์ระยอง" เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพืชพรรณและระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก
ที่ได้รวบรวมพันธุ์ไม้พื้นถิ่นไว้มากมาย ทั้งพรรณไม้ชายเลน พืชน้ำ ไม้ป่าดิบชื้นเติบโตตามธรรมชาติ
กลายเป็นผืนป่าเขียวชอุ่มสะท้อนความงดงามของระบบนิเวศไทยอย่างแท้จริง
“กิจกรรม”
ยอดฮิตไปถึงแล้วแนะนำต้องห้ามพลาดร่วมสนุก “พายเรือคายัค” สำรวจผืนป่าเสม็ดขาวโบราณ
มีลำต้นสีขาวสูงเรียงรายราวกับภาพวาด เมื่อโดนแสงแดดยามบ่ายส่องลอดยอดไม้ลงมา จะสัมผัสได้ในเวลาเดียวกันถึงภาพความลึกลับและงดงาม
สถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติพันธุ์ไม้โบราณ
แห่งนี้ มีเรื่องราวมากคุณค่า เปิดต้อนรับทุกเพศทุกวัยได้ศึกษาและชื่นชมระบบนิเวศไทยกลางผืนป่าเขียวชอุ่ม
เป็นแหล่งชาร์จออกซิเจนอย่างใกล้ชิดที่น่าลองมาสักครั้ง
มารับพลังชีวิต ความสงบ
ความงามที่ซ่อนอยู่ในผืนป่าแห่งนี้ แล้วก็พร้อมจะมอบความสุขทันทีที่ได้มาเที่ยว
“สวนพฤกษศาสตร์ระยอง”
หนึ่งสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ธี่หยด 2 Death Whisperer 2 ภาคต่อภาพยนตร์ไทยสยองขวัญ
ได้ใช้สวนพฤกษ์ศาสตร์เติมแต้มเรื่องราวที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชนบท เมื่อพระเอกออกตามล่าหาปีศาจร้ายที่หลบซ่อนตัวอยู่ในป่าอันลี้ลับห่างไกลผู้คน
สามารถพาผู้ชมดำดิ่งสู่ความสยองขวัญในอ้อมกอดธรรมชาติราวกับได้ตัดขาดโลกภายนอกออกไปจนหมดสิ้น
เที่ยวตามเส้นทางถ่ายทำภาพยนตร์
เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของพักผ่อนแบบฟิน ได้ศึกษาเรียนรู้พืชพรรณธรรมชาติ
และเติมความสุขให้ลมหายใจแห่งการเดินทางเที่ยวเมืองไทย
สุขภาพ –5
วิธีรีเซ็ตร่างกายตัดตัวกระตุ้นอักเสบได้พุงลดผิวใส
เมื่อรู้สึกว่าตัวเองปวดเมื่อยเรื้อรัง
นอนไม่ลึก พุงลงยาก ผิวหมอง เหนื่อยง่ายทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรหนัก
นี่อาจเป็นสัญญาณของ “การอักเสบระดับต่ำสะสม” ที่เกิดจากอาหารหวานจัด เครียด
นอนดึก ไม่ขยับตัว และปล่อยไว้นานเป็นปี ๆ การรีเซ็ตร่างกายทำได้จริง 5 วิธี
1.ตัดตัวกระตุ้นอักเสบ 14–30 วันแบบจริงจัง ลองเริ่มจากลดน้ำตาล
เครื่องดื่มหวาน ของทอดน้ำมันท่วม เนื้อแปรรูป และแป้งขัดขาว
เพราะอาหารกลุ่มนี้กระตุ้นอินซูลินและสารอักเสบในร่างกาย เลือกคาร์บเชิงซ้อน
โปรตีนคุณภาพ และไขมันดีแทน ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 2–4 สัปดาห์
ระดับพลังงานและอาการบวมตึงจะเริ่มเปลี่ยนชัดเจน
2.เพิ่มอาหารต้านอักเสบทุกมื้อ -เติมของพีด้วยการเพิ่มผักหลากสีครึ่งจานทุกมื้อ
เลือกปลาไขมันดีโอเมก้า-3 สัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ใส่สมุนไพรอย่างขมิ้น ขิง กระเทียม
และเพิ่มถั่ว เมล็ดพืช น้ำมันมะกอก เพราะไขมันดีช่วยลดไซโตไคน์อักเสบ
ทำให้ระบบเผาผลาญค่อย ๆ กลับมาสมดุล
3.รีเซ็ตการนอนให้ลึกและสม่ำเสมอ - การนอนคือช่วงที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง
ฮอร์โมนฟื้นฟูจะหลั่งมากช่วงก่อนเที่ยงคืน ตั้งเป้านอนก่อน 23.00 น. อย่างน้อย 7–8
ชั่วโมง ปิดหน้าจอก่อนนอน 1 ชั่วโมง ห้องมืดและเย็นพอเหมาะ แค่คุณภาพการนอนดีขึ้น
ระดับการอักเสบในเลือดสามารถลดลงได้ภายในไม่กี่สัปดาห์
4.ขยับร่างกายแบบพอดี -ลองเริ่มจากเดินเร็ว ว่ายน้ำ
โยคะ หรือเวทเบา ๆ 30 นาที 4–5 วัน/สัปดาห์
การขยับสม่ำเสมอช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ ลดไขมันช่องท้อง
ลดสารอักเสบเรื้อรังโดยไม่ทำให้ร่างกายเครียดเกินไป
5.ดูแลลำไส้ให้สมดุลเพราะลำไส้คือศูนย์กลางภูมิคุ้มกัน -ถ้าจุลินทรีย์เสียสมดุล ผนังลำไส้อาจรั่วเล็ก ๆ กระตุ้นการอักเสบทั้งตัว
เพิ่มผักที่มีไฟเบอร์ละลายน้ำเยอะ ๆ อาหารหมักที่มีจุลินทรีย์ดี โยเกิร์ตไม่หวาน
ลดอาหารแปรรูป ปรับสมดุลลำไส้ต่อเนื่อง 4–8 สัปดาห์ จะช่วยให้ท้องอืดลด ผิวดีขึ้น
และอาการล้าค่อย ๆ หายไป
“รีเซ็ตร่างกาย”
ลดตัวกระตุ้นอักเสบและเพิ่มตัวช่วยซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง 1–3 เดือน
คุณจะเริ่มรู้สึกว่าร่างกายเบา นอนลึก พลังงานนิ่ง
อาการเรื้อรังที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ค่อย ๆ ดีขึ้น
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –“พิพัฒน์”เร่งAOTลุยQuick-Winลุย2สนามบิน“อันดามัน-ล้านนา”
นายพิพัฒน์
รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ตรวจเยี่ยการดำเนินงานบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” พร้อมมอบนโยบายมุ่งเน้น Quick-Win โดยกำชับให้ AOT
เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ ทาง AOT
จะเร่งพัฒนาท่าอากาศยานตามแผนแม่บท
มุ่งสร้างประสบการณ์การเดินทางให้น่าจดจำและน่าประทับใจ
ลดรายจ่ายฟุ่มเฟือยที่ไม่จำเป็น สนับสนุนเศรษฐกิจของภูมิภาคเติบโตต่อไป โดยมี
ดร.รัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการฯ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายอภิรัฐ
ไชยวงศ์น้อย ประธานกรรมการ AOT นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหาร AOT เข้าร่วมที่สำนักงานใหญ่
AOT
นายพิพัฒน์
กล่าวว่า ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
ได้แถลงนโยบายมุ่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประเทศ พร้อมวางรากฐานให้สามารถแข่งขันระดับสากลอย่างยั่งยืน
กำชับให้กระทรวงคมนาคมเร่งพัฒนาและบูรณาการเชื่อมโยงระบบขนส่งให้ครอบคลุมทั้งประเทศ
ทำให้ประชาชนมีระบบคมนาคมใช้อย่างทันสมัย สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ทางกระทรวงจึงเร่งเดินหน้า
Quick-Win 3 โครงการ ดังนี้
● โครงการที่
1 เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามแผน
สามารถเปิดใบริการได้โดยเร็ว ได้แก่ การจัดหาเทคโนโลยีตรวจจับและยับยั้งอากาศยานไร้คนขับ
(Drone) กับป้องกันอันตรายจากนก (Bird Strike)
● โครงการที่
2 เร่งรัดประกวดราคาโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม
ได้แก่
-โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น
(ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)
-โครงการให้บริการคลังสินค้า
(ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ผู้ประกอบการรายที่ 2)
● โครงการที่
3 เร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการ
ได้แก่
-โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East
Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568)
-โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3
-โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต
ระยะที่ 2
-โครงการศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่า (Preliminary Feasibility
Study) ท่าอากาศยานอันดามัน และล้านนา
นายพิพัฒน์
กล่าวว่า ได้มอบนโยบาย AOT ผู้บริหารท่าอากาศยานหลักของประเทศ 6 แห่ง ทำหน้าที่เป็นประตูสู่ประเทศไทย เน้นความสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
● ด้านแรก เร่งพัฒนาระบบคมนาคมทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
● ด้านที่
2 เร่งลงทุนขยายขีดความสามารถท่าอากาศยานและนำเทคโนโลยีอัตโนมัติมาใช้เพื่อยกระดับบริการผู้โดยสาร
● ด้านที่
3 ศึกษาพัฒนาท่าอากาศยานอันดามัน กับท่าอากาศยานล้านนา
รองรับและแบ่งเบาการจราจรของท่าอากาศยานหลัก
ข่าวที่สอง
–เชอราตันหัวหินฯยืดโปรที่พักถึง15พ.ค.Summer Saver
“เชอราตันหัวหิน
ปราณบุรีวิลล่า” นำเสนอโปรโมชั่น “Summer Saver” โดยได้ขยายเวลาจองวันนี้- 18 พฤษภาคม 2569 มอบการพักผ่อนริมทะเลเงียบสงบ พร้อมพูลวิลล่า
ท่ามกลางเทรนด์เที่ยวใกล้ และสโลว์ไลฟ์ช่วงปิดเทอมเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2569กลุ่มครอบครัวชวนกันมาเช็คอินที่หัวหิน–ปราณบุรี
“มอบสิทธิประโยชน์”
ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนในห้องไสตล์
“ดูเพล็กซ์ พูล วิลล่า” ราคาเริ่มต้นเพียง
5,777 บาท/ยูนิต พร้อมรับอาหารเช้าผู้ใหญ่ 2 คน เด็กอายุต่ำกว่า
12 ปี อีก 2 คน รวมถึงเครดิตรีสอร์ทมูลค่า 1,000
บาท/คืน นำไปใช้กับอาหาร เครื่องดื่ม บริการในรีสอร์ท
จองทางเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันนี้-18
พฤษภาคม 2569 นำมาใช้เข้าพักได้จนถึง 30 มิถุนายน
2569 ดูรายละเอียดสำรองห้องพักได้ที่ www.sheratonpranburi.com
หรือ โทร. 032 909 900
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น