ททท.ดึงธุรกิจไทย-ทั่วโลก10-12 มิ.ย.69 ร่วมเทรดTTM+2026
บูม“เวลเนส-HiddenGems-ทัวร์รักษ์โลก”จับคู่15,400นัดหมาย
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TTM2026 #HealingIsTheNewLuxury #Wellness #HiddenGems #TravelWithCare
ททท.ลั่นจัดบิ๊กอีเวนต์ TTM +2026 นำเอกชนไทย ต่างชาติ
เกือบ 1,000 ราย 10-12 มิ.ย.69 ที่สวนนงนุชพัทยา คาดจับคู่ซื้อขายท่องเที่ยวได้กว่า 15,400 นัดหมาย ชู “Healing is the New
Luxury” ดันจุดขาย 3 เรื่อง “เวลเนส 5 ภาค-เมืองรอง Hidden Gems-เที่ยวใส่ใจสิ่งแวดล้อม”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
ททท.พร้อมการจัดงาน Thailand Travel Mart Plus
(TTM+) 2026 ภายใต้แนวคิด “Healing is the New
Luxury” ระหว่าง 10–12 มิถุนายน
2569 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี นำเสนอไทยเป็นจุดหมายปลายทางเวลเนส
และการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วโลก (Buyers) ตอบรับเข้าร่วมงาน429
ราย เป็นสัญญาณบวกและตลาดโลกเชื่อมั่นที่มีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
แม้อยู่ในช่วงเศรษฐกิจโลกผันผวน วิกฤติพลังงาน และความไม่สงบ
ททท.คาดตลอดงาน TTM +2026 จะสร้างการนัดหมายเจรจาธุรกิจกว่า 15,400 นัดหมาย เป็นสัญญาณบวกของตลาดท่องเที่ยวโลกและโอกาสทางธุรกิจของภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ปี 2569 TTM+
กลับมาพร้อมแนวคิด “Healing is the New Luxury” นำเสนอจุดขายเด่น ๆ 3 เรื่อง ได้แก่
เรื่องที่ 1 ทำให้ปลายทางการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ
ด้วยสินค้าและบริการเวลเนส Wellness จากทั้ง 5 ภูมิภาค
เรื่องที่ 2 ทำให้เสน่ห์เมืองรองหรือ
Hidden Gems
เรื่องที่ 3 แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างใส่ใจสิ่งแวดล้อม
(Travel with Care) เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านเวลเนสและการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั่วโลกเตรียมเข้าร่วมงานในฐานะผู้ซื้อ
429 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.7 % สัดส่วนหลัก ประกอบด้วย ตลาดอาเซียน 33 % ตลาดเอเชียตะวันออก 28
% ตลาดยุโรป 24 %และตลาดอเมริกา 15 % มีจำนวนเพิ่มขึ้นชัดเจน และสื่อมวลชนต่างประเทศอีกกว่า 60 ราย สะท้อนไทยยังได้รับความเชื่อมั่นให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของทั่วโลก
ภายในงาน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย
(Sallers) 428
ราย ได้แก่ ผู้ประกอบการ
โรงแรมที่พัก บริษัทนำเที่ยว แหล่งท่องเที่ยว เอนเตอร์เมนท์ กอล์ฟคอร์ส
การท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี เวลเนสรีสอร์ต โรงพยาบาล และอื่น ๆ
ส่วนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวจาก
ททท. ได้แก่ TAT STAR ภายใต้เป้าหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism
Goals: STGs) ผู้ประกอบการที่เป็นสมาชิก CF Hotels ผู้ประกอบการทีได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย The Thailand
Tourism Awards (TTA)
ภายในงานนอกจากการจับคู่ธุรกิจแล้ว ยังมีกิจกรรมสำคัญ ไฮไลต์ไม่ต่ำกว่า 7 กิจกรรม เช่น
- Thailand Tourism Update ฉายภาพสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทยสู่ตลาดโลก
-TTM Talk เวทีเสวนาด้าน Medical
& Wellness
Tourism ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury”
-กิจกรรมประชาสัมพันธ์และสาธิต Showcase ต่าง ๆ ของ ททท. และหน่วยงานพันธมิตร
-กิจกรรม TTM+ 2026 Opening
Ceremony & Welcome Reception ในวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ Alexa Beach Club Pattaya
-Pattaya Night วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ที่สวนน้ำ Columbia Pictures Aquaverse
-กิจกรรมรายการนำเที่ยว Pre Tour วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างมาก
ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนครบเรียบร้อยแล้วทั้ง 7 เส้นทาง ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยหลากหลายรูปแบบ
ทั้งท่องเที่ยวธรรมชาติ ไลฟ์สไตล์ กอล์ฟ การล่องเรือยอร์ช การท่องเที่ยวชุมชนท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี
-กิจกรรม Post Tour ระหว่าง 13-16 มิถุนายน 2569 จะพาผู้ประกอบการเดินทางเชื่อมโยงทั่วประเทศสู่
5 ภูมิภาค เที่ยว 5
เส้นทาง ได้แก่ ระยอง–จันทบุรี, ปราจีนบุรี-นครราชสีมา, นครปฐม–กาญจนบุรี,
สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช และเชียงราย
ทั้ง Pro-Post Tour เพื่อให้ผู้ประกอบการนำไปจัดทำเส้นทางเสนอขายในตลาดต่างประเทศ และช่วยกระจายรายได้สู่พื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม
ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีความหมายและสร้างแรงบันดาลใจให้นักเดินทางจากทั่วโลก
“ด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน” TTM+ 2026 ได้นำระบบดิจิทัลและแพลตฟอร์มอัจฉริยะมายกระดับประสบการณ์ผู้เข้าร่วมงานครบวงจร
ทั้งระบบจับคู่เจรจาธุรกิจล่วงหน้า (Pre-Scheduled Appointment Matching) และแอปพลิเคชั่น “TAGTHAi” อำนวยความสะดวกด้านข้อมูลท่องเที่ยว การชำระเงิน บริการต่าง ๆ ภายในงานให้ผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศ
ควบคู่การดำเนินงานภายใต้แนวคิด Sustainable Event ผ่านมาตรการลดใช้ทรัพยากร การจัดเก็บข้อมูล คาร์บอน
ฟุตปริ๊นท์และแนวทาง “Zero Waste to Landfills” ด้วยระบบบริหารจัดการขยะครบวงจร
การคัดแยกขยะการส่งต่ออาหารส่วนเกิน วัสดุที่ยังใช้ประโยชน์ได้นำไปมอบให้แก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่
เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนแก่สังคม
“อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ” คือการนำเสนอแนวคิด Thailand Event Hub ผ่านพื้นที่ ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน ทำประชาสัมพันธ์กิจกรรมระดับโลก เช่น Tomorrowland
Thailand ซึ่งสะท้อนทิศทางใหม่ของไทยในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวผ่านเวิลด์อีเวนต์
ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก และสร้างมูลค่าเพิ่มเข้าสู่เศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
ภายใต้พื้นที่ “ไทยแลนด์ พาวิลเลี่ยน” นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวเวลเนสของไทย 5 ภูมิภาค
ด้วยกิจกรรมสาธิตและกิจกรรมทดลองสัมผัสประสบการณ์จริง (Experiential Marketing) และสร้างประสบการณ์แบบองค์รวม
(Sensory Experience) ถ่ายทอดเสน่ห์ของไทยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง
5 มิติ ได้แก่ การมองเห็น การรับรส การได้กลิ่น การได้ยิน และการสัมผัส เช่น “ด้านการมองเห็น”
นำเสนอผลไม้ไทยอัตลักษณ์ “ด้านรสชาติ” กิจกรรมชิมอาหารท้องถิ่นรูปแบบ “Amuse-bouche”
หรือ “One Bite Experience”






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น