ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB”
TCEBนำ“ไมซ์ตลาดโลก”สร้างเศรษฐกิจเพิ่มรายได้ทั่วไทย
เร่ง“ต่อยอด-ยกระดับ-คัดแบรนด์”อุตสาหกรรมเป้าหมาย
ลุยเจาะ4เทรดโลก พ.ค.-ธ.ค.69-เปิดตัวThailand Meximize
รุกไมซ์ไฮเอนด์เมดิคัล/ภาคผลิต-3โร้ดโชว์“จีน-อินเดีย-ญี่ปุ่น”
คิง
เพาเวอร์สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองเทโปรสวยหอมลด 30%
ช้อปไอเทมผิว5,000บาทลดเร็ว30%ที่คิงเพาเวอร์ออนไลน์
ททท.ดึงธุรกิจร่วมAmazing Grand Saleเพิ่มรายได้ทั่วไทย
มูลนิธิใบไม้ปันสุขกลุ่มบางจากปี10ปั้นครูต้นแบบ371แห่ง
เที่ยวฟินจันทบุรี“อ่าวคุ้งกระเบน-เนินนางพญา-คุ้งวิมาน”
หลอดเลือดดีไม่มีตันลดคอเลสเตอรอลLDL อย่างเข้าใจ
การบินไทยชวนสมาชิกROPใช้ไมล์แลกตั๋วทั่วโลกได้ทันที
รร.รุกข์คีรีเขาใหญ่ฯเสนอเซ็ตพรีเมียม Private Glamping
วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #สุขทันทีที่เที่ยวจันทบุรี
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... .https://www.facebook.com/share/v/18S8gZwuHo/
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! ดร.จารุวรรณ
สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ
สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” นำไมซ์ดึงตลาดโลก 2 พันธกิจ
“เป็นเครื่องมือสร้างเศรษฐกิจชาติ-กระจายและเพิ่มรายได้ทั่วประเทศ” ด้วยจุดขายใหม่
Experience Economy ชู 3 ด้าน
“ต่อยอดการเดินทาง-ยกระดับข้อมูล-คัดเลือกแบรนด์อุตสาหกรรม”
พุ่งเป้าขยายฐานไมซ์คุณภาพสูงได้ทันที 2
กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย “เมดิคัล/เวลเนสสปา-ภาคการผลิต” นำเอกชนไทยลุย 4
Trade show “IMEX Frankfurt เยอรมัน”
เปิดแคมเปญใหญ่ Thailand Maximize-IT&CMA กรุงเทพฯ-
IMEX America ลาสเวกัส-IBTM WORLD สเปน” และทำ 3 Roadshow “อินเดีย-จีน-ญี่ปุ่น”
ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ได้วางกลยุทธ์ไมซ์ตลาดต่างประเทศปี 2569 ดูแล “MICE” ทั้งงานจัดการประชุม (M :Meeting) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (I :Incentive) การประชุมวิชาการขนาดใหญ่ (C :Convention) และการแสดงสินค้า (E :Exhibition) ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เติบโตจากปีที่ผ่านมา 10 % อุตสาหกรรมไมซ์ได้สร้างผลรวมทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยโดยรวมประมาณ 3.38 แสนล้านบาท คิดเป็น 1.65 % ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)
ทีเส็บมีพันธกิจหลัก 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 จะต้องใช้อุตสาหกรรมไมซ์เป็นเครื่องมือสร้างเศรษฐกิจประเทศ กระจายเม็ดเงิน และความเจริญไปสู่ MICE CITY หรือเมืองไมซ์ 10 จังหวัด ควบคู่กับเมืองที่มีศักยภาพใหม่ รวมทั้งในเวที “การแข่งขันระดับนานาชาติ” จะต้องพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมไมซ์โดยการใช้นวัตกรรม และข้อมูล เข้ามาช่วยขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ในเชิงกลยุทธ์การแข่งขันกับภูมิภาคเดียวกันจะต้องตอบโจทย์โดยเฉพาะ “งานนานาชาติ” จะต้องสร้างสิ่งที่ดี ๆ ให้เกิดขึ้น (legacy) ซึ่งเป็นหนึ่งในการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) โดยการออกแบบ ESG กับ Sustainibility by Design เมืองไมซ์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการดึงงานไมซ์ตลาดต่างประเทศมาจัดในไทยได้
ส่วนที่ 2 การกระจายและเพิ่มรายได้ จากการที่กลุ่มไมซ์เดินทางในแต่ละครั้งใช้จ่ายเงินมากขึ้น ก็จะต้องใส่ “ประสบการณ์” โดยมีจุดขายใหม่ ๆ ใส่เข้าไปเรียกว่า “Experience Economy” ทำให้ไมซ์เป็น “เครื่องมือสร้างเศรษฐกิจประเทศ” ได้อย่างแท้จริง เป็นแม่เหล็กดึงดูดคนเข้าร่วมจัดประชุมหรืองานไมซ์อื่น ๆ เข้ามาแล้ว ทำให้เกิดเครือข่ายผลประโยชน์ต่อเนื่องในห่วงโซ่ 3 ด้าน
ด้านที่ 1 “ต่อยอด” ให้เกิดการเดินทางเชื่อมโยงไปสู่การท่องเที่ยวได้ด้วย เช่น การไปพบลูกค้า เยี่ยมโรงงาน หรือกิจกรรมอื่น ๆ สร้างผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจเติบโต ทำให้ไทยมีความแตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยโครงสร้างพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรม ทำให้เป็นเส้นทางที่มีเสน่ห์ไทย
ด้านที่ 2 การยกระดับข้อมูลให้ผู้ประกอบการไมซ์นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาใช้ เพื่อสร้างประสิทธิภาพการจัดงาน การแทร็กเส้นทางให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
ด้านที่
3 คัดเลือกแบรนด์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายของภาครัฐได้ต่อยอดธุรกิจ
การค้า การลงทุน ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
ในฐานะที่ทีเส็บทำหน้าที่เป็นหน่วยงานขับเคลื่อนและอำนวยความสะดวก
(Facilitator) ในอุตสาหกรรมไมซ์เป็นตัวกลางเชื่อมโยงภาครัฐและเอกชน ช่วยลดขั้นตอน
อำนวยความสะดวก ให้การสนับสนุนรอบด้าน เพื่อทำให้แต่ละงานไมซ์
“ต่อยอด-วิจัย-พัฒนา” มูลค่าทางเศรษฐกิจให้อยู่ได้อย่างยั่งยืน
ดังนั้นจึงจะต้องมีวิธีเลือกงานโดยโฟกัส “กลุ่มที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย”
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Added) ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลมุ่งเน้น “ตลาดคุณภาพสูง (High Value) ซึ่งสามารถทำได้ทันที หลัก ๆ 2 กลุ่มแรก
กลุ่มที่ 1 อุตสาหกรรมการแพทย์ (Medicine) รวมไปถึงการมีสุขภาพที่ดี (Wellness) ที่เป็นมากกว่าบริการ ตัวอย่าง คือ การชะลอวัย (Anti Aging) การทำให้มีอายุยืนยาว (Longivity) ซึ่งสามารถสร้างมูลค่ารายได้ให้ประเทศเพิ่มสูงขึ้น
กลุ่มที่ 2 อุตสาหกรรมภาคการผลิต (Real Sector) ที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว จะต้องนำ AI เข้ามาช่วย ดังนั้นการดึงงานประชุมเข้ามาจัดจะเน้น โรโบติกต่าง ๆ เข้ามาขับเคลื่อนให้เกิดประสิทธิภาพที่ดี
ผนวกเข้ากับการออกแบบเส้นทางให้ผู้เดินทางหรือผู้เข้าร่วมประชุมมาร่วมงานไมซ์ “พำนักในไทย” นานวันขึ้น ใช้จ่ายเงินแต่ละครั้งเพิ่มมากขึ้น
สำหรับบางเรื่องที่ต้องทำในระยะยาวมี ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทางทีเส็บทำต่อเนื่องมากกว่า 10 ปี ได้แก่ การดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลหรือ ESGs (Environmental, Social, and Governance) คือแนวคิดการดำเนินธุรกิจมุ่งเน้นความยั่งยืน ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนนำเทคโนโลยีเข้ามาประเมินผลการจัดไมซ์แต่ละงานเป็นแดชบอร์ดตามเวลาจริงเกี่ยวกับ การวัดปริมาณการปล่อยคาร์บอน การชดเชยคาร์บอน ตอบโจทย์ผู้จัดงานต่างประเทศได้ดี
ดร.จารุวรรณ กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ทีเส็บมีแผนทำการตลาดเข้าร่วมงานขนาดใหญ่ระดับนานาชาติ “Trade Show” ต่างประเทศ เพื่อไปพบปะกับ บริษัทวางแผนและบริหารการจัดงาน หรือบริษัทที่มีเครือขนาดใหญ่ (Corporate) 4 งาน ได้แก่
1.IMEX Frankfurt 2026 ระหว่าง 19–21 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าเมสเซ่ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ลงทุนสร้างไทยแลนด์ พาวิลเลียน นำเอกชนไมซ์ของไทยไปร่วมตั้งโต๊ะจับคู่เจรจาธุรกิจกับตลาดยุโรป รวมทั้งการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้เข้าร่วมงาน (Lead Generation) จากแหล่งต่าง ๆ ที่มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากในงานเดียว
ตัวอย่าง ล่าสุดทีเส็บเพิ่งไปร่วมเทรดโชว์ที่สิงคโปร์ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลหรือ Lead ที่มีศักยภาพจำนวนมากมาได้ เป็นตลาดระยะใกล้ (short haul) เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
2.งาน IT&CMA และ CTW Asia-Pacific 2026 ระหว่าง 22-24 กันยายน 2569 ที่บางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ (BCCW) กรุงเทพมหานคร
3. IMEX America 2026 ระหว่าง 13 - 15 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมมันดาเลย์ เบย์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ซึ่งมี 2 มุมมอง ผู้ประกอบการบางกลุ่มระบุตลาดนี้เริ่มชะลอตัว แต่บางกลุ่มยังเห็นโอกาสการเติบโตต่อไปได้
4. IBTM WORLD 2026 ระหว่าง 17–19 พฤศจิกายน 2569 ที่ Fira Barcelona Gran Via เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
โดยได้วิเคราะห์แต่ละตลาดที่จะนำเอกชนไมซ์ของไทยไปร่วมทั้ง 4 งาน ด้วยสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางขณะนี้อาจจะส่งผลระยะยาว ทีเส็บจึงประเมินผลกระทบที่จะทำให้ตลาดไมซ์ของไทยลดลง 10-18 % โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ระยะสั้น จะโฟกัสตลาดระยะใกล้ โดยร่วมกับผู้ประกอบการกระตุ้นให้แต่ละประเทศเลือกนำงานไมซ์มาจัดในไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะงานไมซ์จาก “อินเดีย” ยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง มีงานที่ยืนยันจัดแล้วไม่ได้แจ้งยกเลิก เพียงแต่จะเจออุปสรรค “ราคาตั๋วเครื่องบิน” สูงขึ้น
ทีเส็บจึงเร่งปรับกลยุทธ์ เตรียมเปิดตัวแคมเปญ “Maximize Thailand” ในงาน IMEX Frankfurt 2026 ระหว่าง 19–21 พฤษภาคม นี้ที่เยอรมัน เน้นสร้างความเชื่อมั่นมากขึ้น รองรับกลุ่มธุรกิจจัดงานประชุมต่าง ๆ นำเสนอความสะดวกสบายด้วยโครงสร้างพื้นฐานทันทีการเดินทางแบบไร้รอยต่อในระดับภูมิภาคของไทย และระดับโลก ควบคู่กับสถานที่แต่ละแห่งสามารถรองรับการจัดงานไมซ์ได้ครบทุกประเภท
สิ่งสำคัญคือ “รัฐบาลไทย” สนับสนุนไมซ์อย่างจริงจัง ยืนยันได้จากสมาคมงานแสดงสินค้าโลก ( UFI : The Global Association of the Exhibition Industry) ทำสำรวจแล้วจัดอันดับให้ไทยด้านรัฐบาลสนับสนุนการจัดงานไมซ์ติดอันดับ Top 5 หรือ 1 ใน 5 ของโลก ทำนโยบายการสนับสนุนจัดแสดงสินค้าอย่างชัดเจน แล้วยังติด Best Coutry อันดับ 1 ทางด้าน Comprehensive Government Support ด้านเอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์
ส่วนที่ 2 เสนอขาย Experience Economy ด้วยอัตลักษณ์วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ทำให้แต่ละงานเกิดความประทับใจแต่ละด้านอย่างมีคุณค่าและความหมายที่ยั่งยืน ซึ่งผู้จัดงานไมซ์นานาชาติตระหนักถึงการเลือกมาจัดในไทยแล้วต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นประสบการณ์ที่ดี สร้างมูลค่าในระยะไกล
ขณะที่
Maximize
Thailand จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นนำไปสู่มูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้
วัดผลได้อย่างโปร่งใส
โดยมีตัวเลขวิจัยประเมินอยู่ตลอดในการผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจด้วยข้อมูลที่เชื่อถือได้
จากเครือข่ายผู้ร่วมจัดงานกับทีเส็บ
รวมทั้งเจ้าของงานสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปประชาสัมพันธ์สื่อสารหลังจัดงานในเมืองไทย
ดร.จารุวรรณ กล่าวว่า ทีเส็บมีแผนร่วมงาน “Roadshow 2569” ร่วมหา Visitor Promotion ผู้เข้าร่วมงาน นักเดินทาง ไปหาตลาดคอร์ปอเรตที่สนใจจะเดินทางมาไทย อีก 3 โร้ดโชว์ โดยเน้นเจาะตลาดเอเชีย 1.อินเดีย ช่วงสิงหาคม นี้ 2.MEET THAI จัดทำเป็น Expo Showcase 2026 ที่เสิ่นเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน ยกรูปแบบคล้าย MICE Day 2026 โดยขยายขนาดงานให้ครบทั้งอีโค ซิสเต็ม เพื่อหาลูกค้าไมซ์มาจัดงานในไทย ซึ่งมีตลาดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (MI) และในเฉิงตู ด้วยอีก 1 เมือง รุกตลาดใหม่ ๆ 3.โชว์เคสที่ โตเกียว โอซาก้า 2 เมืองในประเทศญี่ปุ่น ช่วงเดือนกันยายน นี้ ทีเส็บร่วมกับสมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ (TICA) พาผู้ประกอบการไทยไปนำเสนอสินค้าใหม่ ๆ
ปี 2569 ประเทศไทยมีแผนงานจะร่วมแข่งขันประมูลสิทธิ์นำงานนานาชาติมาจัดในไทย เบื้องต้นได้อานิสงจากก่อนนี้ได้สิทธิ์นำงานมาจัดปีนี้ 2 งานระดับโลก ได้แก่
งานแรก : GASTECH 2026 งานประชุมและจัดแสดงเทคโนโลยีนานาชาติด้านพลังงานยิ่งใหญ่ระดับโลก ซึ่งไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดระหว่าง14 - 17 กันยายน 2569 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) จะมีผู้ประกอบการ และรัฐมนตรีพลังงาน จำนวนผู้ร่วมงานกว่า 40,000-50,000 คน แล้วยังได้อานิสงคนที่จะร่วมงานพลังงานที่อาบูดาบีปลายปีนี้มาร่วมในไทยด้วย
งานที่ 2 : IMF–World Bank Group Annual Meetings ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปี 2026 ระหว่าง 12–18 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ
สำหรับงานที่ทีเส็บจะร่วมกับหน่วยงานรับผิดชอบไปประมูลในปี 2569 ก็จะมี 1.Robotic & Automation ไทยแข่งกับอินเดีย 2.Health Care ขนาด 1,200 คน 3.งานหอสมุด ขนาด 5,000 คน 4.Medical World Congress ไทยแข่งกับเกาหลีใต้ 5.Public Health World Congress กรมอนามัยสนับสนุน ขนาดประมาณ 3,000 คน และงานอีกหลากหลายที่ทยอยร่วมแข่งขันประมูลสิทธิ์ต่าง ๆ
ทีเส็บในฐานะผู้สนับสนุนให้เกิดงานไมซ์ในประเทศ ดังนั้นจึงไม่สามารถทำได้ด้วยตัวองค์กรเอง จึงได้มีโครงการ “One MICE One Ministry” เพื่อร่วมกับแต่ละกระทรวงต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าของอุตสาหกรรม เช่น กระทรวงสาธารณสุข ด้านเมดิคัล เฮลท์แคร์ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชิงงานด้านนวัตกรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้านสื่อเทคโนโลยีหลากหลาย และกระทรวงอื่น ๆ ที่จะร่วมกันเป็นเจ้าภาพ
ทาง “ผู้ประกอบการ” ทีเส็บได้เร่งผลักดันให้ร่วมยกระดับมาตรฐานสู่สากล เพื่อกระจายงานไปจัดตามจังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน งานไมซ์ต่าง ๆ จะอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 80 % ตามแผน 5 ปีหน้า จะขยายไปยัง หาดใหญ่ สงขลา เชียงใหม่ และจังหวัดอื่น ๆ ปี 2569 จะพยายามเพิ่ม ไมซ์ ซิตี้ ให้มากขึ้นด้วย เพื่อรองรับงานที่ต้องการจะขยายขนาดงานได้ เพื่อช่วยดึงความสนใจผู้จัดงานนานาชาติเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมไมซ์ โดยสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเต็มประสิทธิภาพได้ด้วย
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิง เพาเวอร์สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองเทโปรสวยหอมลด30%
คิง เพาเวอร์ ชวนนักเดินทางทุกคนเมื่อมีไฟลต์บินขาออกจากท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ หรือ ดอนเมือง อย่าลืม! แวะช้อปให้สนั่น ช้อปน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ลดสูงสุด 30%
● “คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” เมื่อช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ช้อปน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ลดสูงสุด 30%
● “คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง” เมื่อช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จลดสูงสุด 30%
● ยังไม่เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! เพื่อรับทันที! เซตคูปองส่วนลด สูงสุด 30% รวม 5 ใบ
นำเซ็ตคูปองไปใช้เลือกซื้อสินค้าแผนกที่ร่วมรายการตามสาขาที่ระบุไว้ในบัตรส่วนลดดังกล่าว ตลอดรายการ ได้คนละ 1 สิทธิ์ สมัครได้ด้วยตัวเอง!
สมัครสมาชิก POWER PASS ได้ทาง เว็บไซต์ POWERPASS.KINGPOWER.COM หรือ LINE Official Account @KINGPOWER
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ออนไลน์งัดไอเทมผิวช้อป5,000บาทลดทันที30%
WHAT ALL YOU NEED ผิวพร้อม แถมลุคสุดปัง! ช้อป Duty-Free ออนไลน์ง่ายๆ ดีลไอเทมตัวฮิต ราคาพิเศษ ดีลแรงมาไว สั่งซื้อล่วงหน้าได้เลยตั้งแต่ 60 วัน จนถึงสุดท้ายก่อนบิน 2 ชั่วโมง พร้อมช้อปก่อนบินได้เลย ที่ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” วันนี้ -31 พฤษภาคม 2569
1.ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 5,000 บาท กดรหัสส่วนลด 20MAY26
2.ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท กดรหัสส่วนลด 30MAY26
-สินค้า Duty-Free สุดฮอต มีไฟลต์บินแล้วรีบเลย!
รับสินค้าที่สนามบิน
-แบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6
เดือน
-รับเครดิตเงินคืนสูงสุด
62,800 บาท
-ฟรี!
ของสมนาคุณสุดพิเศษ จากแบรนด์ดัง
-รับเลย!
ส่วนลด 800 บาท เมื่อสมัครสมาชิกออนไลน์
-รับสิทธิ์การสมัครสมาชิก คิง เพาเวอร์ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 1,000บาท (สุทธิ)
ข่าวที่ 3-ททท.ดึงธุรกิจร่วมAmazing Grand Saleเพิ่มรายได้ทั่วไทย
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. จัดประชุมกับพันธมิตรผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกว่า 100 ราย เตรียมความพร้อมเข้าร่วมโครงการ “Amazing Thailand Grand Sale 2026” ระหว่าง 15 มิถุนายน- 15 สิงหาคม 2569 กระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติตลาดระยะใกล้และไกลเดินทางและใช้จ่ายเงินในไทยเติบโตเพิ่มขึ้น โดยร่วมกับภาครัฐและเอกชนผลักดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เป็นกลไกสำคัญสร้างและกระจายรายได้สู่ประชาชน โดยจะเผยแพร่เสน่ห์ไทยสู่สายตานานาชาติ นำเสนอการท่องเที่ยวคุณภาพกระจายไปยังเมืองน่าเที่ยว
สถิติปี 2566-2567 ต่างชาติใช้จ่ายเงินชอปปิ้งและของที่ระลึกสัดส่วน 15-20 % ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด สูงเป็นอันดับ 3 รองจาก ค่าที่พัก ค่าอาหารและเครื่องดื่ม
ตลาดหลักที่มีกำลังซื้อสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินเดีย เกาหลี และฮ่องกง
ปี 2569 ททท.จึงเตรียมจัดโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 มอบส่วนลดและสิทธิพิเศษในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวให้นักเดินทางต่างชาติช่วงกรีน ซีซั่น เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2569 จะดำเนินกิจกรรม 6 พื้นที่หลัก ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.จังหวัดชลบุรี (พัทยา) 3.เชียงใหม่ 4.อุดรธานี 5.ภูเก็ต 6.สงขลา (หาดใหญ่)
ร่วมกันเดินหน้ากระตุ้นการใช้จ่ายและตอบโจทย์แคมเปญ Unforgettable Experience สร้างประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ผลักดันเสน่ห์ไทยผ่านแบรนด์ไทยและสนับสนุนนักออกแบบไทยผ่านสินค้าแฟชั่น งานคราฟต์ เครื่องประดับ สินค้ารักษ์โลกจากวัสดุรีไซเคิล มอบประสบการณ์การชอปปิ้งรูปแบบใหม่เข้าถึงได้ด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม
“นายณัฐ ครุฑสูตร” รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า การประชุมเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ Amazing Thailand Grand Sale มีเป้าหมายเชิญชวนเข้าร่วมจัดกิจกรรม พร้อมสร้างภาพลักษณ์ไทยในฐานะแหล่งชอปปิ้ง (Shopping Destination) และส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวไทยที่น่าจดจำอย่างแท้จริง แต่ละปีที่ผ่านมาสามารถดึงดูดและช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี
ปี 2568 ตามข้อมูลโครงการนี้มีรายได้หมุนเวียนกว่า 700 ล้านบาท นักท่องเที่ยวพึงพอใจต่อโครงการ 92.92 % และต้องการบอกต่อกิจกรรม 98.67 % มีนักท่องเที่ยวต่างชาติร่วม 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย ใช้สิทธิพิเศษที่นักท่องเที่ยวตามลำดับ 5 อันดับแรก คือ โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร กิจกรรมและแพ็กเกจท่องเที่ยว แหล่งชอปปิ้ง และสุขภาพ/ความงาม
ปี 2569 ททท. ได้ปรับแนวคิดโครงการจาก “Discount-driven” สู่ “Discovery-driven” นำเสนออัตลักษณ์และจุดเด่นของแบรนด์ไทย ทั้งสินค้าและบริการ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชุมชน งานคราฟต์ สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Products) เชื่อมโยงเรื่องราวท้องถิ่น ผ่านการดีไซน์เส้นทางสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม จัดทำ “Shopping Route” แนะนำเส้นทางทั่วประเทศย่านชอปปิ้งและไลฟ์สไตล์ อำนวยความสะดวกและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ในการเดินทาง
ททท.เชิญชวนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวร่วมทำโปรโมชั่น สิทธิพิเศษ สนับสนุนกิจกรรมภายใต้โครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 จะเริ่มวันที่ 15 มิถุนายน – 15 สิงหาคม 2569 มีทั้งหมด 3 กิจกรรม ได้แก่
กิจกรรมที่ 1 : SHOP TO GET BAG นักท่องเที่ยวซื้อสินค้าหรือบริการครบ 2,000 บาทต่อใบเสร็จ สามารถนำมาแลกรับของที่ระลึกสุดพิเศษได้ในจุด Redemption ตามสถานประกอบการที่ร่วมโครงการฯ
กิจกรรมที่ 2 : Once Shop One Prize ทุกใบเสร็จที่มีมูลค่า 2,000 บาท สามารถลุ้นรับของรางวัลหรือ Voucher ด้านท่องเที่ยว มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท
กิจกรรมที่ 3 : Shop on Top นักท่องเที่ยวที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด (High Spending) 10 อันดับแรก ตลอดโครงการฯ รับของที่ระลึกจากสินค้าแบรนด์ไทย
ททท. ยังได้จัด กิจกรรม Top Sellers ให้สถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่มียอดขายตามเกณฑ์ที่กำหนดรับของที่ระลึกจาก ททท. ด้วย
เปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มที่ LINE Official Account:
@thailandgrandsale
ข่าวที่ 4-มูลนิธิใบไม้ปันสุขกลุ่มบางจากปี10ปั้นครูต้นแบบ 371 แห่ง
นายยอดพจน์ วงศ์รักมิตร
ประธานกรรมการมูลนิธิใบไม้ปันสุข เปิดเผยว่า
มูลนิธิใบไม้ปันสุข กลุ่มบริษัทบางจาก ได้จัดกิจกรรม “เสริมพลังครูต้นแบบ
สร้างเครือข่ายการเรียนรู้” ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง
เพื่อขยายผลการพัฒนาครูชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
ช่วยแก้ไขปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ด้วยการสร้างเครือข่ายผ่าน “ครูต้นแบบ”
เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ในวงกว้างสู่โรงเรียน มูลนิธิใบไม้ปันสุข
ดำเนินงานร่วมกับทุ่งสักอาศรม
พัฒนาครู ป.1 และบุคลากรทางการศึกษา ผ่านโครงการ “อ่านเขียนเรียนสนุก
ปั้นเด็กจิ๋วเป็นเด็กแจ๋ว” เน้นพัฒนากระบวนการสอนภาษาไทยอย่างเป็นระบบ
ควบคู่การติดตามและให้คำแนะนำครูอย่างใกล้ชิด
เพื่อให้เด็กอ่านออกเขียนได้อย่างมีคุณภาพ ปัจจุบันมีโรงเรียนในเครือข่ายทั่วประเทศกว่า
370 แห่ง 61 จังหวัด
จากการสังเกตการณ์กิจกรรมนี้พบว่า
“การจัดเวทีให้คุณครูได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและสนับสนุนให้เกิดการทำงานเครือข่ายยิ่งขึ้น
ทาทงมูลนิธิฯ จะส่งเสริมให้มีกิจกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง
สร้างความยั่งยืนและขยายผลเชิงบวกต่อระบบการศึกษาไทยมากขึ้น ในโอกาสมูลนิธิก้าวสู่ปีที่ 10 เตรียมพัฒนาระบบสารสนเทศมาใช้บริหารข้อมูลและเป็นช่องทางสื่อสาร
แบ่งปันข้อมูล
ส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ด้านอ่านออกเขียนได้ให้คุณครูและติดตามผลได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
“นางสาวในดวงตา
ปทุมสูติ” นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขปัญหาเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ทุ่งสักอาศรม กล่าวว่า การสอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ต้องอาศัยทั้งแบบฝึกหัดแจกลูกสะกดคำที่เรียงลำดับทักษะอย่างเป็นระบบแล้วยังมีหัวใจสำคัญคือ
“บันไดทักษะ 4 ขั้น”
นำพาให้เด็กอ่านออกเขียนได้อีกด้วยตลอด 10 ปี
ที่ทุ่งสักอาศรมร่วมงานกับมูลนิธิใบไม้ปันสุข มีข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน เรื่องการอบรมและติดตามเยี่ยมโรงเรียน
ให้คำแนะนำ ช่วยเหลือคุณครู ป.1 อย่างต่อเนื่อง
ช่วยแก้ไขปัญหา ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของครู
นักเรียนอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้
เพราะเมื่อครูผ่านการเรียนรู้และลงมือทำต่อเนื่องทุกวัน
จะเกิดความมั่นใจรวมทั้งได้เห็นพัฒนาการที่ดีของลูกศิษย์
เมื่อครูสอนได้ครบถ้วนแม่นยำจนเป็นต้นแบบที่สมบูรณ์
ย่อมได้รับความเชื่อมั่นที่จะเป็นผู้ร่วมเผยแพร่ให้เพื่อนครูทั้งภายในและนอกโรงเรียน
ส่งต่อที่ไม่สิ้นสุด ขยายเป็นเครือข่ายการทำงานร่วมกัน สิ่งสำคัญก็คือ
ต้องสอนด้วยแนวทางบันไดทักษะ 4 ขั้น
ด้วยความเคารพ เคร่งครัด ครบถ้วน ก็จะช่วยขยายเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ดร.สุรพล
ศรีศิลป์” ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา
สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 กล่าวว่า การพัฒนาทักษะอ่านออกเขียนได้ในพื้นที่แม่ฮ่องสอนมีความท้าทายจาก
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์
จากการทำงานร่วมกับมูลนิธิใบไม้ปันสุขและทุ่งสักอาศรมตลอดที่ผ่านมา 2 ปี พบการเปลี่ยนแปลงชัดเจนทั้งด้านศักยภาพครูและผลลัพธ์ของนักเรียน
ไม่เพียงสะท้อนผ่านผลการเรียนที่ดีขึ้น
แต่รวมถึงความมั่นใจและความสุขของเด็กในการเรียนรู้
“นางสาวอรพินท์
บุตรงาม” ครูประจำชั้น ป. 1 โรงเรียนวัดโตนดเตี้ย (ครูต้นแบบ) กล่าวว่า “แนวทาง “บันไดทักษะ 4 ขั้น”
ช่วยให้เด็กอ่านออกเขียนได้จริง จากการปรับวิธีสอนและลงมือทำต่อเนื่อง
จากเดิมนักเรียนอ่านคำนอกบทเรียนไม่ได้ สู่การพัฒนาที่เห็นผลชัดเจนในห้องเรียน
และสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้ครูและหน่วยงานอื่น ๆ ต่อไป
“นางสาวปวีณา
พึ่งแพง” ผู้จัดการกิจการเพื่อสังคม บมจ. บางจาก
คอร์ปอเรชั่น และผู้จัดการมูลนิธิใบไม้ปันสุข กล่าวว่า ยินดีที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งจากคณะกรรมการมูลนิธิฯ
ที่ได้สละเวลามาสังเกตการณ์ และผู้ร่วมกิจกรรม ทุกคนมีความประทับใจกับกิจกรรมนี้
ช่วยเติมพลังและสร้างกำลังใจในการทำงานมากขึ้น
ระยะต่อไปจะขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับครูต้นแบบที่มีประสบการณ์จริง
เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังโรงเรียนอื่น ๆ
ร่วมขยายผลการทำงานให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างมากขึ้น
กิจกรรมครั้งนี้เปิดให้ผู้บริหารจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูต้นแบบชั้น ป. 1 ในโครงการอ่านเขียนฯ
ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดแนวทางการสอน
ร่วมกันพัฒนาการทำงานสู่การสร้างเครือข่ายครูต้นแบบในวงกว้าง
เพื่อยกระดับทักษะการอ่านและการเขียนของเด็กไทยในระยะยาว
ช่วงที่ 2 ฤดูตลุยกินผลไม้เริ่มแล้วในภาคตะวันออก
ทริปนี้จึงขอแนะนำน เที่ยวฟินจันทบุรี“อ่าวคุ้งกระเบน-เนินนางพญา-คุ้งวิมาน” สามารถเที่ยวจบครบได้ภายในครึ่งวัน แล้วฟัง “หลอดเลือดดีไม่มีตัน” ลดคอเลสเตอรอลLDL อย่างเข้าใจ เกาะติดข่าวฮ็อต ข่าวแรก “การบินไทยชวนสมาชิกROP” ใช้ไมล์แลกตั๋วทั่วโลกได้ทันที ข่าวที่สอง “โรงแรมรุกข์คีรีเขาใหญ่ ในเครือเซ็นทารา เสนอ Private Glamping พร้อมเซ็ตบาร์บีคิวพรีเมียม 5,500 บาท
ท่องเที่ยว –เที่ยวฟินจันทบุรี“อ่าวคุ้งกระเบน-เนินนางพญา-คุ้งวิมาน”
“จันทบุรี”
จังหวัดที่มีชื่อเสียงในภาคตะวันออก ตอนนี้เปิดฤดูเที่ยวสวนผลไม้แล้ว
ระหว่างพฤษภาคม-สิงหาคม 2569
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
แนะนำพื้นที่แห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก วัด และชุมชน
เป็นไฮไลต์ตั้งอยู่ใกล้กัน เดินทางเที่ยวได้ภายครึ่งวัน 3 พิกัด
● พิกัดที่
1 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ เปิดเข้าฟรี ทุกวัน 07.00-16.30 น.
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้ตั้งขึ้นปี 2525 เป็นต้นมา
เพื่อเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยเรื่องระบบนิเวศทางธรรมชาติ
ในการหาแนวทางที่เหมาะสมต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลของจังหวัดจันทบุรี
“กิจกรรมท่องเที่ยว”
เดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน ระยะทาง 1,800 เมตร มีร้านค้า
และห้องน้ำบริการ เดินประมาณ 30-45
นาที
นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นทั้งแหล่งสมุนไพรชุมชน
แหล่งอาหารตามธรรมชาติ และได้รู้จักการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามวิถีชีวิต
สอบถามโทร. 0 3943 3216-8
● พิกัดที่
2 : จุดชมวิวเนินนางพญา ตั้งอยู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต บริเวณตอนใต้ของหาดคุ้งวิมาน
อำเภอนายายอาม
บริเวณจุดชมวิวเนินนางพญา สามารถมองเห็นถนนเฉลิมบูรพาชลทิตเป็นมุมคดเคี้ยวสวยงามขนานไปกับชายทะเลได้
ยิ่งช่วงบรยากาศยามเย็นเป็นหนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ตกดินสวยงามมากอีกแห่ง มีบริการต่าง
ๆ ตรงจุดชมวิว ทั้งลานจอดรถ ร้านอาหาร ร้านค้า ร้านกาแฟ ห้องน้ำ สะดวก ปลอดภัย
เที่ยวได้ทุกวัน
● พิกัดที่
3 : หาดคุ้งวิมาน อยู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต อำเภอนายายอาม
แหล่งท่องเที่ยวชายหาดบรรยากาศเงียบสงบทิวทัศน์สวยงาม
หาดนี้น้ำทะเลใส มีเม็ดทรายขนาดค่อนข้างใหญ่ออกสีน้ำตาลทอง สะอาด พื้นที่ตอนกลางของหาดเหมาะกับการเล่นน้ำ
ส่วนหาดคุ้งวิมานทางตอนเหนือและตอนใต้เป็นโขดหิน เหมาะทำกิจกรรมตกปลา ชมทิวทัศน์ มุมถ่ายรูปสวย
ๆ ตลอดแนวหาดมีที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ และห้องน้ำให้บริการ
สุขภาพ –หลอดเลือดดีไม่มีตัน ด้วยการลด LDL
อย่างเข้าใจ
ปัจจุบันผู้คนในเมืองไทย
พอไปพบแพทย์แล้วตรวจเจอ “คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) เมื่อเข้าสู่โหมดนี้ แล้วมีอาการ LDL พุ่งสูง
เป็นสัญญาณเงียบที่บอกถึง “ความเสี่ยง” ของหลอดเลือดแดงแข็งตัว
และโรคหัวใจอาจมาเยือน
การดูแลตัวเองจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญ
เริ่มต้นง่ายๆ ด้วย
1.การเลี่ยงไขมันทรานส์ในเบเกอรี่และอาหารแปรรูป เพราะกระตุ้น LDL ได้ร้ายกาจ
2.ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพราะร่างกายสร้างไขมันเองถึง
80% ส่วนที่มาจากอาหารมีเพียง 20%
ซึ่งการนอนหลับที่ดีช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและปรับสมดุลฮอร์โมนลดการสร้างไขมันส่วนเกิน
3.มื้อเย็นไม่ควรหนักท้อง เนื่องจากคอเลสเตอรอลส่วนใหญ่ถูกสร้างตอนกลางคืน
การทานอาหารแคลอรี่สูงมื้อเย็นจึงเพิ่มวัตถุดิบให้ร่างกายสร้างไขมันได้มาก
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –การบินไทยชวนสมาชิกROPใช้ไมล์แลกตั๋วทั่วโลกได้ทันที
บริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ได้มอบสิทธิประโยชน์เป็นทางเลือกใหม่ด้วยบริการ
Cash + Miles ตอบโจทย์การเดินทางให้สมาชิกโปรแกรมสะสมไมล์
ROP :Royal Orchid Plus ให้นำไมล์สะสมมาใช้เป็น “ส่วนลดซื้อตั๋วโดยสารเครื่องบิน”
ได้ทันที
สมาชิก
ROP สามารถเลือกชำระค่าโดยสารด้วย “เงินสดร่วมกับไมล์สะสม”
ได้อย่างยืดหยุ่น สะดวก คุ้มค่ายิ่งขึ้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
การบินไทยมุ่งมั่นดูแลสมาชิก
ROP และผู้โดยสารทุกคนอย่างต่อเนื่อง นำบริการ Cash
+ Miles เป็นอีกหนึ่งทางเลือกช่วยเพิ่มความสะดวกการเดินทาง
มอบโอกาสให้สมาชิกที่มีไมล์สะสมจำนวนมาก นำไมล์มาใช้ประโยชน์ได้ทันที
ช่วยบรรเทาค่าใช้จ่ายในการเดินทางเปลี่ยนไมล์ที่สะสมไว้ให้กลายเป็นความคุ้มค่าที่จับต้องได้ในทุกทริป
จุดเด่นสำคัญ
“Cash + Miles” มีอยู่ 3 อย่าง คือ
-สามารถเลือกใช้ไมล์ร่วมกับการชำระเงินสด
เพื่อรับส่วนลดค่าโดยสารได้ทันที
-ยืนยันที่นั่งได้ทันที
ครอบคลุมทุกเที่ยวบินที่ร่วมรายการ
-ยังคงได้รับไมล์สะสมจากการเดินทาง
ซึ่งจะถูกเครดิตกลับเข้าบัญชีตามเงื่อนไขของโปรแกรม
บริการ
Cash + Miles ใช้ได้กับการบินไทยเส้นทางยอดนิยมหลากหลาย
โดยมีเส้นทางไฮไลท์ เช่น นาริตะ, เซี่ยงไฮ้, ซิดนีย์ อัมสเตอร์ดัม
สำรองที่นั่งและใช้บริการ
Cash + Miles ได้แล้ววันนี้ผ่านทางเว็บไซต์ thaiairways.com ดูตามเงื่อนไขเป็นไปที่บริษัทฯ กำหนดไว้ให้ครบถ้วนด้วย
ข่าวที่สอง
–รร.รุกข์คีรีเขาใหญ่ฯเสนอเซ็ตพรีเมียม
Private Glamping
“โรงแรมรุกข์ คีรี เขาใหญ่ – เดอะ
เซ็นทารา คอลเลกชั่น” นำเสนอห้องอาหารรุกข์ คูซีน ชวนมาเปลี่ยนมื้อค่ำธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษ
ท่ามกลางบรรยากาศ “Private Glamping” สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
รายล้อมด้วยธรรมชาติและอากาศเย็นสบายบนหุบเขา ด้วยเซ็ตบาร์บีคิวสุดพรีเมียม
ราคา 5,500 บาท++ โดยได้คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ
พร้อมผักออร์แกนิกสดใหม่จากฟาร์มของโรงแรม เช่น กุ้งขาว คอหมู อกไก่
และเนื้อวัวสันในออสเตรเลีย มาไว้ในเซ็ต
เติมเต็มค่ำคืนให้น่าประทับใจยิ่งขึ้นกับ
“บาร์บีคิวเซ็ต” ราคา 6,500
บาท++ เพิ่มความพิเศษด้วยปลากะพง หมูสันนอก
ซี่โครงแกะเสิร์ฟพร้อมเครื่องเคียงหลากหลาย
ปิดท้ายด้วยพานาคอตต้าสตรอว์เบอร์รีเนื้อนุ่มละมุน
สัมผัสค่ำคืนแห่งการพักผ่อนส่วนตัว
พร้อมประสบการณ์ Private Glamping บาร์บีคิวสุดพิเศษรังสรรค์โดยโรงแรมรุกข์
คีรี เขาใหญ่ – เดอะ เซ็นทารา คอลเลกชัน
เพื่อมอบช่วงเวลาแห่งความสุขท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง
ลูกค้าที่จองเป็นกลุ่ม หรือหมู่คณะ ทางโรงแรมพร้อมให้บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ดูแลทุกความต้องการ ทั้งการจัดที่นั่ง เมนูพิเศษ และบริการเฉพาะกลุ่ม
เพื่อให้มื้อพิเศษของคุณสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
สอบถามเพิ่มและปรึกษาแพ็กเกจหมู่คณะของโรงแรมได้ที่
โทร 044-001-300 อีเมล: forkk@chr.co.th
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.











ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น