วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ททท.ตลาดระยะไกลเร่งกระตุ้นครึ่งปีหลัง3เรื่อง-ปรับฮับบินใหม่-คาดQ4/69ฟื้นทุกตลาด

 


จิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท.

ททท.ตลาดระยะไกลเร่งกระตุ้นครึ่งปีหลัง4ทวีปชุดใหญ่3เรื่อง

ผนึกแอร์ไลน์ปรับฮับบินใหม่ตะวันออกกลาง/ยุโรป/อเมริกา

คาดQ4/69ฟื้นทุกตลาดคึกคัก-สายการบินเพิ่มไฟลต์ปลายปี

TTM+2026เอเย่นต์Longhaulแห่ร่วม170ราย-บูม 12 เส้นทาง

RENT & GO บริการเช่าสินค้าคิงเพาเวอร์ง่ายๆ 3 ขั้นตอน

คิงเพาเวอร์ปลุกสต๊าฟร่วมมาตรฐานปลอดภัยน่าอยู่ ยั่งยืน

ททท.ปั๊มท่องเที่ยวเอเชียเข้าไทย8.29ล้านคน/Q3/69ทรงตัว

Carbon Markets Clubบางจากร่วมACCFลุยตลาดคาร์บอน

เที่ยวโคราชชมพระนอนหินทราย& Khao Yai Art Forest 

เดินแค่10 นาทีหลังมื้ออาหารช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้จริง

สมาคมโรงแรมไทยยื่น “รมว.สุรศักดิ์” แก้ท่องเที่ยว 8 เรื่อง

ชาเทรียมจัดใหญ่“The Oyster World Cup Gastronomy2026”

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เทศกาลพระนอนหินทรายโคราช #KhaoyaiArtForest

ฟัง Live สด...https://www.facebook.com/share/v/18wD6ov888/

 

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแนวรุกตลาดระยะไกลครึ่งหลังปี’69 ปูพรมฟื้นตลาดเป็นบวกเร็วที่สุด 3 เรื่อง “จับมือพันธมิตแอร์ไลน์ส” กลุ่มบินตรงปรับฮับบินเข้าไทย “ตะวันออกกลาง” มีข่าวดี เอทิฮัดแอร์เวย์ส กลับมาบินเพิ่ม FlyDubai ก.ค.นี้ บินเพิ่ม ดูไบ-กรุงเทพฯ 2 เที่ยว/วัน “อเมริกา” แอร์แคนาดา อีวีแอร์ ยอดจองล่วงหน้ามาไทยเดือน มิ.ย.โตถึง 36 % “ยุโรป” บริติแอร์เวย์ส การบินไทย ทยอยเพิ่มเส้นทางและเที่ยวบิน “LOT แอร์ไลน์ส” โปแลนด์ ปลายปีนี้บินเข้าไทยตลอดปี ททท.ตั้งเป้าฟื้นนักท่องเที่ยวระยะไกลทุกตลาดไตรมาส 4/69 งาน TTM +2026 วันที่ 9-11 มิ.ย.นี้ เอเย่นต์ท่องเที่ยวตลาดไกลตอบรับเข้าร่วมกว่า 170 ราย สบช่องเสนอขายโปรดักซ์ลักชัวรี่ ไฮเอนด์ ครบวงจร ดีไซน์ Pre-Post Tour พาผู้ซื้อและสื่อทั่วโลกลุยสำรวจทั่วไทย 12 เส้นทาง

นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมตลาดการท่องเที่ยวระยะไกล (Longhaul) ทั้ง 4 ทวีป  เมื่อปี 2568 ทำสถิติสูงถึง 10.8 ล้านคน เติบโตแบบก้าวกระโดด 12 % พอเข้าสู่ปี 2569 ต้องเผชิญความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ 1 มกราคม-17 พฤษภาคม 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนอยู่ในสภาพยังทรงตัว “ยุโรป” เพิ่มประมาณ 0.07 % “อเมริกา” เพิ่ม 0.10 % “ตะวันออกกลาง” ได้รับผลกระทบสูงสุดลดลง 38 % “แอฟริกา” ลดลงตามไปด้วย จากสายการบินยกเลิกเที่ยวบินเชื่อมโยงไปถึงตลาดอื่น ๆ ทั้งยุโรป อเมริกา ทำให้การเดินทางต้องเปลี่ยนไปใช้ “ศูนย์กลางการบิน” ในพื้นที่อื่นแทน 

ททท. คาดการณ์สัญญานตลาดระยะไกลจะเริ่มกลับมาเป็นบวกชัดเจนขึ้นช่วงฤดูร้อน (Summer Holiday) และจะฟื้นตัวเต็มที่รับฤดูท่องเที่ยวไตรมาสที่ 4 ปี 2569 เป็นต้นไป


ปัจจุบัน “พฤติกรรมนักท่องเที่ยว” ในตะวันออกกลาง หากไม่มีสถานการณ์เพิ่มก็จะเริ่มทยอยกลับมาได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ตอนนี้การจองก่อนการเดินทางทำล่วงหน้าค่อนข้างกระชั้นชิดเพียง 14 วัน หรือแค่ 2 สัปดาห์ แต่ก็ยังคงเสิร์ซค้นหาไทยเป็นจุดหมายปลายทางมากสุด และมีสัญญาณที่ดีจาก 2 สายการบิน ได้แก่

สายการบิน Fly Dubi ช่วงหน้าร้อนในตะวันออกลางระหว่างกรกฎาคม-กันยายน 2569 จะมีเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ไป-กลับ ดูไบ-ดอนเมือง 2 เที่ยว/วัน และ “เอทิฮัด แอร์เวย์ส” จะกลับมาบินเพิ่มเป็น 2 เที่ยว/วัน เช่นกัน

ดังนั้น “ช่วงครึ่งปีหลัง” ระหว่างมิถุนายน-ธันวาคม 2569 ททท.ได้ปรับนโยบายผ่านกลยุทธ์ Airlines Focus ร่วมกับสายการบินนานาชาติ “เปลี่ยนศูนย์การการบินแต่ละทวีป” เข้าสู่ไทย  ได้แก่

“ตลาดอเมริกา” ใช้ระยะเวลาบินไกลมากหรือ Super Longhaul  ได้ใช้ “เที่ยวบินตรง” ของ “แอร์ แคนาดา” ไป-กลับ โตรอนโต-กรุงเทพฯ แต่ลูกค้าต้นทางจะมาจากฝั่งตะวันตกของอเมริกา และ “เที่ยวบินอ้อม” โดยหันไปใช้ สายการบินโคเรียน แอร์ แวะพักโซล ไชน่าแอร์ไลน์ (ไทเป)

“ตลาดยุโรป” ช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 ยุโรปเหนือจากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย/นอร์ดิก เติบโตดี 2 หลัก ต่อด้วย ยุโรปตะวันออก ทั้งโปแลนด์ โรมาเนีย เติบโตดีมากจากหลายปัจจัยโดย ททท.ทำงานต่อเนื่องกับสถานฑูตไทยในกรุงวอร์ซอ ทีม ไทยแลนด์ ผลักดันจนกระทั่ง “LOT Airlines Poland” ช่วงตารางบินฤดูหนาวปลายปี 2569 จะทำเที่ยวบินตลอดทั้งปี ไป-กลับ วอซอร์/โปแลนด์-ไทย สามารถเพิ่มการเข้าถึงเมืองไทยเติบโตต่อเนื่องจากปัจจุบันมีถึง 20 %

            ด้วยศักยภาพและการปรับตัวของอุปทานการบิน (Aviation Capacity Integration) ช่วงสถานการณ์สู้รบทำให้เส้นทางบินผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางและสายการบินกลุ่มฝั่งอ่าว “ลดปริมาณที่นั่ง” (Seat Capacity) ลงค่อนข้างมาก ในภาพรวม “ช่วงที่ผ่านมา” ลดลง 33.69% และ “ช่วงไตรมาส 2” เมษายน-มิถุนายนนี้ จะลด 18%) ส่งผลกระทบทางอ้อมกับฮับการบินที่ใช้ต่อเครื่องของตลาดยุโรปใต้ ลาตินอเมริกา



สำหรับปัจจัย “เชิงบวก” สนับสนุนตลาดระยะไกลเดินทางมาไทยช่วงครึ่งปีหลัง  3 เรื่อง ประกอบด้วย

เรื่องที่ 1 มีสายการบินทางเลือกและบินตรง (Direct & Alternative Hubs) ซึ่งไม่ได้ใช้ศูนย์กลางบินผ่านจุดขัดแย้ง กลับได้อานิสงส์ทำอัตราบรรทุกผู้โดยสารสูงมาก เช่น เตอร์กีช แอร์ไลน์ส์ กับสาการบินที่มีเที่ยวบินตรงมาไทย เช่น “EVA Air” จากเนเธอร์แลนด์มียอดจองเติบโตต่อเนื่องถึงกันยายนนี้ หรือ “กาตาร์ แอร์เวย์ส” เส้นทางบิน บรัสเซลส์-โดฮา ต่อเข้าไทยเดือนมิถุนายนนี้ และอื่น ๆ อย่างสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ส (SAS) ฟินแอร์ แอร์ แอสตานา

เรื่องที่ 2 จะมีเที่ยวบินใหม่ช่วงครึ่งปีหลัง ตั้งแต่กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป สายการบินต่าง ๆ จะเพิ่มจำนวนที่นั่งมากขึ้น เช่น FlyDubai บินตรงลงดอนเมือง 2 เที่ยว/วัน ช่วงต้นฤดูท่องเที่ยวตุลาคม-ธันวาคม จะมีเที่ยวบินใหม่และเช่าเหมาลา (Charter Flights) เข้ามาเสริมทั้งจาก LOT PolishAirlines จากวอร์ซอ โปรแลนด์ “เวอร์จิน แอตแลนติก” จากลอนดอนสู่ภูเก็ต และ สแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ส จากโคเปนเฮเกน/เดอนมาร์ก

เรื่องที่ 3 ทำโปรโมชั่นตลาดร่วมกัน (Joint Promotion) ททท.จับมือกับสายการบินต่าง ๆ ที่มีเส้นทางบินตรงแบบ Point-to-Point มายังไทย สร้างความมั่นใจสูงสุดและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียม ได้แก่

“ตลาดยุโรป” โดยภาพรวม “ยังคงทรงตัว” ทางกลุ่มยุโรปเหนือและยุโรปตะวันออก เติบโตได้อย่างโดดเด่น เช่น โปแลนด์ เพิ่ม 17.15%) และ สแกนดิเนเวียสวีเดน เพิ่ม 14.59% ส่วยุโรปตะวันตก ฝรั่งเศส กับสหราชอาณาจักร อยู่ในระดับทรงตัว

ททท.ร่วมกับสายการบินชั้นนำ ได้แก่ “อีวีเอ แอร์” (ไต้หวัน) ช่วงมิถุนายนนี้มียอดจองเติบโต เส้นทาง อัมสเตอร์ดัม-กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้น 36.4% “การบินไทย” เตรียมจะเปิดบินตรง อัมสเตอร์ดัม-กรุงเทพฯ ทุกวัน หรือ 1 เที่ยว/วัน เริ่ม 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป “บริติช แอร์เวย์ส” จากสนามบินแกตวิค/ลอนดอน มาไทย รวมทั้งเวอร์จิน แอตแลนติก นอร์ส แอตแลนติก หรือสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำอย่าง Sunclass Airlines บินตรงสู่กระบี่/ภูเก็ต

“ตลาดอเมริกา” โดยภาพรวมยังคงรักษาเสถียรภาพได้ดี ทั้งสหรัฐอเมริกา ส่วนแคนาดาเพิ่ม 2.86% เพราะไม่ได้รับผลกระทบจากข้อจากัดทางน่านฟ้าฝั่งตะวันออกกลางโดยตรง มีไฮไลต์การขับเคลื่อนตลาดดังนี้

-ตลาดฝั่งอเมริกาเหนือ ททท.ร่วมกับสายการบิน “แอร์ แคนาดา” สนับสนุนตั๋วโดยสารจัดกิจกรรมนำอินฟลูเอนเซอร์แคนาดา เดินทางมาสำรวจเมืองน่าเที่ยว Hidden Gem FAM Trip เจาะตลาดและกระจายรายสู่เมืองรองของไทยโดยตรงในเดือนกรกฎาคม นี้

และร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง โคเรียนแอร์ และเดลต้าแอร์ไลน์ส ใช้ประโยชน์จากศูนย์กลางการบินทางเลือกในเอเชียเหนืออย่าง อินชอน ซึ่งเป็น จุดแวะพักต่อเครื่องให้นักท่องเที่ยวตอนในและแถบมิดเวสต์ของสหรัฐอเมริกามาไทย โดย ททท. จับมือกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในอเมริกา (เช่น TALGV และ Goway) ร่วมทำโปรโมชั่นเสนอขายแพกเกจตั๋วเครื่องบินแวะพักกระตุ้นยอดจองและยอดขายเพิ่มนักเดินทางเพิ่มขึ้น



ตลอดครึ่งปีหลัง 2569 กลุ่มนักท่องเที่ยวที่นิยมจองแบบกระชั้นชิดช่วยรักษาความเคลื่อนไหวและขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดตะวันออกกลาง” ชะลอตัวลดลง 38.02% แต่ ททท. มองเห็นโอกาสสำคัญช่วงปิดเทอมฤดูร้อนระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2569 โดยเฉพาะ “ซาอุดีอาระเบีย” ปิดเทอมยาวนานถึง 60 วัน และเป็นกลุ่มใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 110,000 บาท/ทริป ททท. จึงมุ่งเจาะกลุ่ม  “ครอบครัว” กับ “เวลเนส” มุ่งรักษาเสถียรภาพจำนวนนักท่องเที่ยวรวมตลาดระยะไกลไว้ให้ได้มากที่สุด

“ตลาดแอฟริกา” ททท. ยังได้เร่งโปรโมตตลาดดาวรุ่งในแอฟริกาเติบโตสูงและได้รับผลกระทบต่ำอย่าง โมร็อกโก เพิ่ม 66.02% แอฟริกาใต้ เพิ่ม 6.61% และ มอริเชียส เพิ่ม 34.84%

นางจิระวดี กล่าวว่า ในงาน Thailand Travel Mart Plus : TTM +2026 วันที่ 10-11มิถุนายน 2569 ททท.จัดเทรดใหญ่ที่สวนนงนุช จ.ชลบุรี จะมีคู่ค้าในกลุ่มตลาดระยะไกล มีบริษัทนาเที่ยวระดับคุณภาพตอบรับ กว่า 170 ราย จากตัวแทนการท่องเที่ยวคู่ค้านานาชาติรวมทั้งหมดกว่า 400 ราย โดยได้รับความสนใจจากตัวแทนผู้ซื้อ (Buyer) นำโดยยุโรป 20 ราย กลุ่มอเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา(USMEA) เน้นขยาย ไปสู่กลุ่มตลาดใหม่ระดับบน เซ็กเมนท์ใหม่ ๆ ควบคู่การรักษากลุ่มตลาดเดิมอย่างเหนียวแน่น เพื่อยกระดับมูลค่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปเติบโตสูงขึ้นได้

          โดยชูแคมเปญ “Healing is the New Luxuryซึ่งมีความหมายลึกซึ้งถึงการนำเสนอโปรดักซ์ที่มีความเป็นส่วนตัว เทเลเมด มีบริการที่ดีด้วยไทยฮอสพิทาลิตี้ ทำให้ “นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ” จึงชื่นชอบเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทาง ปัจจุบัน ททท.ทำการตลาดด้วยการ “สร้างมูลค่าเพิ่ม” ทำให้เกิดแรงจูงใจเรื่องประสบการณ์ /Experience คัดสรรข้อมูลไว้ใน AI ให้มีการค้นหาพบเจอได้ง่ายที่สุด ทั้งระบบนิเวศน์การท่องเที่ยวเมืองไทย ตั้งแต่เริ่มต้นทางมาจนถึงการเข้าพักผ่อนในโรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว และปัจจัยแวดล้อมทั้งมด ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมการเดินทางด้วย “การมีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง” เช่น เดินทางมาฝึกอบรมด้านกีฬา โดยใช้ไทยเป็นแคมป์ฝึกกีฬา และอื่น ๆ


ส่วนคู่ค้าที่จะดึงมาร่วม TTM +2026 ได้ร่วมกับ “แอร์ แอสตานา” นำบริษัทผู้ซื้อระดับท็อปเข้าร่วมจาก 15 ราย 3 ประเทศหลัก คือ คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน และคีร์กีซสถาน รวมสื่อมวลชน เข้ามาต่อยอดการขายเที่ยวเมืองไทยทำ เมกะ แฟม ทริป เจาะกลุ่มตลาดเฉพาะที่ใช้จ่ายสูง (Premium Niche) เช่น กลุ่มบริษัททัวร์และผู้บริหารด้านไมซ์ คอร์ปอเรต แทรเวล จัดแต่งงานระดับหรู

และมีคู่ค้าจากโปแลนด์ ฮังการี และประเทศใกล้เคียงมาร่วมงาน ททท. ได้รุกจัดกิจกรรมพาเอเย่นต์โปแลนด์สำรวจเส้นทางท่องเที่ยว กรุงเทพฯ-อยุธยา พาสื่อมวลชนลงพื้นที่ในชลบุรีและประจวบคีรีขันธ์ เพื่อนำไปดีไซน์แพ็กเกจทัวร์หรูหรา เริ่มโฆษณาขายตั๋วบินตรงล่วงหน้าเข้าไทยตั้งแต่ต้นฤดูท่องเที่ยวปลายปี 2569

ตลอดงาน TTM +2026 ททท.ได้ดีไซน์เส้นทางพาเอเยนต์และสื่อมวลชนสำรวจการท่องเที่ยวก่อนและหลังงานทั้งหมด 12 เส้นทาง แบ่งเป็น

ก่อนงาน/Pre Tour 7 เส้นทาง ในพื้นที่พัทยา-ชลบุรี เน้นตอบโจทย์เทรนด์ทำงานควบคู่การพักผ่อน (Bleisure) รองรับกลุ่มลักชัวรี ด้วยไฮไลท์สนามกอล์ฟมาตรฐานโลก วิถีชุมชนยั่งยืนที่ตะเคียนเตี้ย และประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟชวนล่องเรือยอชต์สุดหรู

หลังงาน/Post-Tour อีก 5 เส้นทาง นำเสนอการท่องเที่ยวข้ามภูมิภาค เช่น ระยอง-จันทบุรี เจาะกลุ่มท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy)ชิมผลไม้พรีเมียม, ปราจีนบุรี-นครราชสีมา มิติสุขภาพควบคู่การพักผ่อนระดับหรูหราท่ามกลางธรรมชาติ และเส้นทางภาคเหนือและภาคใต้ กระจายรายได้และความพร้อมของซัพพลายเชนท่องเที่ยวไทย

ฟังข่าวต้นชั่วโมง


ข่าวที่ 1- RENT & GO บริการเช่าสินค้าคิงเพาเวอร์ง่าย 3 ขั้นตอน

คิง เพาเวอร์ เปิดบริการ Rent & Go บริการเช่าแกดเจ็ทและอุปกรณ์ไปต่างประเทศ ไม่ต้องซื้อให้เปลืองแค่ “เช่า” แล้วออกไปใช้ชีวิตแบบชิล ๆ ได้เลย จองสินค้า ผ่าน LINE OFFICIAL ACCOUNT @KINGPER ได้แค่ 3 ขั้นตอน ดังนี้ 

1.การเช่าสินค้า • กดเมนู RENT & GO ทำการเลือกสินค้าที่ต้องการ • เลือกวัน-เวลา รับและคืนสินค้าพร้อมยืนยันรายการ • ชำระค่าเช่าสินค้า

2.การรับสินค้า • แสดงใบยืนยันการเช่า พร้อมบัตรประชาชน ที่จุดบริการ RENT & GO คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ชั้น 2 • ชำระเงินประกันและรับสินค้า

3.การคืนสินค้า • แสดงใบตรวจรับมอบสินค้า ที่จุดบริการ RENT & GO คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ชั้น 2 • รอพนักงานตรวจสอบสินค้าและดำเนินตามขั้นตอน


ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ปลุกสต๊าฟร่วมมาตรฐานปลอดภัยน่าอยู่ ยั่งยืน

ชัยวัฒน์ ว่องคงคากุล เป็นผู้แทนฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เล็งเห็นถึง“ความปลอดภัย” และ “สิ่งแวดล้อมที่ดี” เริ่มต้นจากความใส่ใจและความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน จึงร่วมกับพนักงานทุกคนเดินหน้านโยบายและวัตถุประสงค์เป้าหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ร่วมสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย น่าอยู่ และยั่งยืน

ทำเป้าหมายสำคัญภายใต้มาตรฐานสากล มาตรฐานความปลอดภัย (ISO 45001 : 2018) มุ่งลดอุบัติเหตุจากรถยก การปฏิบัติงาน และลดการบาดเจ็บจากการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวด

มาตรฐานสิ่งแวดล้อม (ISO 14001 : 2015) -เดินหน้าสู่องค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยการคัดแยกขยะให้ถูกต้องตามเป้าหมาย 90% พร้อมพัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียให้ได้มาตรฐาน

นโยบาย 7 ป แนวทางปฏิบัติร่วมกัน เพื่อสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่ดีให้กับทั้งองค์กรและชุมชนรอบข้าง

มุ่งรณรงค์ให้พนักงานทุกคนควรรู้  วิธีการใช้เครื่องดับเพลิง แนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัย ตำแหน่งจุดรวมพลกรณีฉุกเฉิน• จุดรวมพลหลัก : ลานน้ำพุ • จุดรวมพลสำรอง : ด้านหลังโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ

คิง เพาเวอร์ คำนึงถึงทุกความใส่ใจและพนักงานทุกคนลงมือทำร่วมกัน คือพลังสำคัญสร้างองค์กรที่ปลอดภัย สุขภาพดี และยั่งยืน

 


ข่าวที่ 3-ททท.ปั๊มท่องเที่ยวเอเชียเข้าไทย8.29ล้านคนQ3/69ทรงตัว

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ภาพรวมระหว่าง 1 มกราคม-16 พฤษภาคม 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Shorthaul) เดินทางมาไทยแล้วกว่า 8.24 ล้านคน “เอเชียตะวันออก” เติบโตแรงสุดคือ “สาธารณรัฐปราชนจีน” ครองแชมป์เป็นตลาดหลักเติบโตสูงสุด 18.79 % ส่วนอีก 4 ตลาด อินเดีย ไต้หวัน เมียนมา ฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง คาดตลอดปี 2569 มีนักท่องเที่ยวมาไทยรวม 21.87 ล้านคน

 

ช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 ประเมินสถานการณ์ตลาดระยะใกล้มี “แนวโน้มทรงตัว” ถึงขยายตัวเล็กน้อย จากแรงหนุนของช่วงวันหยุดภาคเรียน (School Holidays) ในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศ ช่วงพฤษภาคม–สิงหาคม รวมถึงช่วงซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ ตลาดสำคัญ โดยเฉพาะตลาดจีน

 

ส่วน “ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน” ปรับตัวสูงขึ้น มีแนวโน้มทำให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางระยะใกล้หรือภายในภูมิภาคมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันยิ่งทวีความเข้มข้น

 

ช่วงเดือนพฤษภาคม–กรกฎาคม 2569 ททท.เล็งเห็นถึงจังหวะสำคัญของไทยในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและช่วงชิงขีดความสามารถทางการแข่งขันด้วยการปรับกลยุทธ์จากแนวคิด ฟื้นฟูการท่องเที่ยวด้วยจำนวน (Volume Recovery) สู่การขับเคลื่อนด้านมูลค่า (Value-driven Growth) ในระยะยาวจะช่วยกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

โดยททท. พร้อมเดินหน้ากระตุ้นตลาดต่อเนื่อง ส่งเสริมการเดินทางช่วงวันหยุดและฤดูท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเดินทางและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

 

สถิติระหว่าง 1 มกราคม-16 พฤษภาคม 2569 ตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ (shorthaul) มาไทยรวมทั้งสิ้น 8.24 ล้านคน  นำโดยภูมิภาคเอเชียตะวันออก  3.73 ล้านคน ภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ และแปซิฟิกใต้ รวม 4.50 ล้านคน  เดินทางมามากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

 

1.สาธารณรัฐประชาชนจีน 2,151,861 คน เติบโต 18.79 % หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 340,000 คน โดยมีเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งเข้าสู่ประเทศไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

 

2.มาเลเซีย 1.46 ล้านคน

 

3.อินเดีย  941,331 คน เพิ่มขึ้น 8.80 %

 

4.เกาหลีใต้ 0.51 ล้านคน  

 

5.ไต้หวัน  410,785 คน เพิ่มขึ้น 3.68 %  เป็นตลาดที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางอิสระ (FIT) และเดินทางท่องเที่ยวซ้ำสูง (Repeat Visitor)

 

 ขณะที่ “เมียนมา” มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยสะสม 291,913 คน เพิ่มขึ้น 24.47 % ส่วนใหญ่เดินทางมาเพื่อรักษาพยาบาล ศึกษาต่อ และติดต่อธุรกิจ แม้จะมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ยังเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง  

 

“ฟิลิปปินส์” มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยแล้ว 244,375 คน เพิ่มขึ้น 2.21 % ไทยยังคงติดอันดับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 1 ใน 10

 

           

ตลาดเอเชียมีแรงกระตุ้นเป็นแม่เหล็กจูงใจให้นักท่องเที่ยวตลาดเอเชียเดินทางเข้ามาไทยในทิศทางที่แข็งแกร่งช่วงนี้จากสนับสนุนการเดินทาง 4 ปัจจัย

 

ปัจจัยที่ 1 การทำตลาดเชิงรุกมุ่งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพและกลุ่มความสนใจพิเศษ เช่น กลุ่มอินเซ็นทีฟ กอล์ฟ เวลเนส และเดินทางเป็นคู่

 

ปัจจัยที่ 2 จัดทำโครงการกระตุ้นตลาดต่างประเทศ Thailand Summer Blast โดยสนับสนุนการเชื่อมต่อเที่ยว ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำ  และทำตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์     

 

ปัจจัยที่  3 กระแสการเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ต แฟนคอน และแฟนมีตของศิลปิน K-pop และ T-pop ในไทย ยังเป็นอีกแรงหนุนสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับจาก อาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง และจีน ซึ่งเป็นตลาดแฟนคลับขนาดใหญ่และมีกำลังใช้จ่ายสูง   

 

ปัจจัยที่ 4 นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ รวมถึงการขยายช่วงวันหยุดยาวของประเทศตลาดหลักอย่างจีน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการออกเดินทางท่องเที่ยวไทย


ข่าวที่ 4- Carbon Markets Clubบางจากร่วมACCFลุยตลาดคาร์บอน

            นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และประธาน Carbon Markets Club หนึ่งในหน่วยงานผู้ก่อตั้ง ACCF เปิดเผยว่า ล่าสุด ASEAN Common Carbon Framework (ACCF) หรือกรอบความร่วมมือด้านตลาดคาร์บอนอาเซียน ได้รายงานความคืบหน้าการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องตลาดคาร์บอนคุณภาพสูงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสมาคมสมาชิกจากประเทศต่าง ๆ ได้จัดการประชุม ACCF Steering Committee หรือคณะกรรมการที่สิงคโปร์ ระหว่างงาน Ecosperity Week 2026

โดยได้กล่าวถึงแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 57 และแถลงการณ์ร่วมอาเซียนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อ COP30 รวมทั้งได้รับการอ้างอิงแนวทางตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจอาเซียนของ ASEAN Capital Markets Forum  ตลอดปี 2568 ACCF ได้สนับสนุนมาตรฐานคาร์บอนทั้งระดับประเทศและมาตรฐานอิสระที่สอดคล้องกับเกณฑ์คุณภาพระดับสากลเช่น ICVCM และ CORSIA เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและตลาดโลกให้การยอมรับคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน

ACCF ดำเนินงานครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.อุปสงค์และอุปทานของตลาดคาร์บอน (Supply and Demand) 2.โครงสร้างพื้นฐานของตลาด (Market Infrastructure) 3.การสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพ (Strategic Communications and Capacity Building) โดยได้ผลักดันความสอดคล้องด้านนโยบาย (Policy Alignment) และธุรกรรมนำร่อง (Pilot Transactions) เป็นกลไกสนับสนุนสำคัญ มีสมาคมสมาชิกในแต่ละประเทศได้ร่วมสนับสนุนความก้าวหน้าดังกล่าว ผ่านโครงการระดับประเทศและภูมิภาคเชื่อมโยงกัน ได้แก่ Indonesia Carbon Trade Association (IDCTA), Malaysia Carbon Market Association (MCMA) และ Singapore Sustainable Finance Association (SSFA) ร่วมสนับสนุนหลักการร่วมภายใต้ Coalition to Grow Carbon Markets อย่างเป็นทางการ

“ประเทศไทย Carbon Markets Club (CMC) ได้ริเริ่มการเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนระหว่างประเทศ ผ่านความร่วมมือกับ Macao Emission Exchange (MEX) รวมถึงการนำ Renewable Energy Certificates (RECs) และคาร์บอนเครดิต T-VER ของไทย ขึ้นจดทะเบียนบนแพลตฟอร์มระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก พร้อมกับร่วมสนับสนุนแนวคิด High Integrity Carbon Initiative (HACI) ดำเนินการโดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างรากฐานตลาดคาร์บอนภายในประเทศ และสนับสนุนการยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่กำลังพัฒนา

ทาง CMC ยังมีภารกิจด้านการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และการเสริมสร้างศักยภาพของ ACCF การพัฒนาแนวทางการสื่อสารและอัตลักษณ์องค์กร เพื่อสร้างการความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคอย่างเป็นระบบ

พัฒนาการทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ ACCF ในฐานะแพลตฟอร์มความร่วมมือระดับภูมิภาค ที่สนับสนุนการประสานความสอดคล้องระหว่างระบบที่มีความหลากหลายในแต่ละประเทศ พร้อมเปิดทางเชื่อมโยงตลาดคาร์บอนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เป้าหมายสำคัญไม่ใช่การทำให้ทุกประเทศใช้ระบบเดียวกัน แต่คือการทำให้ระบบที่แตกต่างกันเชื่อมโยงกันได้อย่างน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพ

ระยะต่อไป ACCF จะยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในภาคปฏิบัติผ่านคณะทำงานต่าง ๆ รวมถึงธุรกรรมนำร่อง การประสานความสอดคล้องด้านนโยบาย การพัฒนาศักยภาพ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อคาร์บอนเครดิตจากอาเซียน สนับสนุนความร่วมมือข้ามพรมแดน และเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคในวงกว้าง

ACCF ยังจะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องด้านภาวะผู้นำและการประสานงาน โดยสมาคมสมาชิกจะร่วมกันดำเนินงานภายใต้โครงสร้างการหมุนเวียนบทบาท เพื่อรักษาแรงขับเคลื่อนและผลักดันเป้าหมายร่วมกันต่อไป การประชุมคณะกรรมการบริหารไตรมาส 2 ที่ SSFA ในครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญการส่งมอบตำแหน่งประธาน ACCF จาก MCMA ไปยัง SSFA จะเริ่มมีผลช่วงครึ่งหลังปี 2569 ทาง ACCF จะยังคงขยายความร่วมมือกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมในภูมิภาคอาเซียน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศตลาดคาร์บอนให้เชื่อมโยงกันและเปิดกว้างมากยิ่งขึ้นต่อไป

          ช่วงที่ 2 การเดินทางเติมเต็มประสบการณ์ท่องเที่ยว ที่ “โคราช” ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม นี้ สายศรัทธา ต้องห้ามพลาดชมเทศกาลพระนอนหินทราย เก่าแก่ ที่อำเภอสูงเนินอายุกว่า 1,300 ปี สายฟินต้องมาเช็คอินที่ “Khao Yai Art Forest” พิกัดท่องเที่ยวใหม่ แล้วฟัง  เดินแค่10 นาทีหลังมื้ออาหาร” ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้จริง พร้อมอัพเดทข่าวแวดวงท่องเที่ยว ข่าวแรก “สมาคมโรงแรมไทยยื่น “รมว.สุรศักดิ์” แก้ท่องเที่ยว 8 เรื่อง ข่าวที่สอง “โรงแรมชาเทรียม” จัดใหญ่“The Oyster World Cup Gastronomy2026” ตลอดมิถุนายน-กรกฎาคมนี้ ตอกย้ำกรุงเทพเป็นเมืองสวรรค์แห่งอาหาร

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวโคราชชมพระนอนหินทราย & Khao Yai Art Forest 

เมืองย่าโม “นครราชสีมา” เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวเพิ่มประสบการณ์ สุขทันทีที่ได้เที่ยว เทศกาลไหว้ “พระนอนหินทราย” อำเภอสูงเนิน และชมจุดแฮงเอาท์ใหม่ Khao Yai Art Forest  เที่ยวธรรมชาติเชื่อมโยงสู่ศิลปะหาชมยาก โคราชเที่ยวได้ทุกวัน 

 


พิกัดที่ 1 เที่ยวเทศกาลไหว้ "พระนอนหินทราย" ย้อนรอยอารยธรรมทวารวดี พระนอนเก่าแก่กว่า 1,300 ปี ระหว่าง 30 พฤษภาคม -1 มิถุนายน 2569 ณ วัดธรรมจักรเสมาราม ตำบลเสมา อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา

วันที่ 30 พฤษภาคม  กิจกรรมประกวดวาดภาพ เล่าเรื่อง "เมืองโบราณเสมา" มินิคอนเสิร์ต จาก หญิง ธิติกานต์

วันที่ 31 พฤษภาคม  ร่วมพิธีบวงสรวง พิธีแห่ถวายผ้าห่มพระพุทธไสยาสน์ ถวายบายศรี และดอกไม้บูชาพระนอน พิธีเปิดงานเทศกาลไหว้พระนอน ประจำปี 2569เที่ยวชม เมืองโบราณ ปราสาทเมืองเสมา ปราสาทเมืองแขก ปราสาทโนนกู่ ปราสาทเมืองเก่า พร้อมเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชาชมลิเกดัง คณะรุ่งฟ้า กฤษฎา บารมี พร้อม ดำดง

วันที่ 1 มิถุนายน  ชวนฟังเสวนาวิชาการ หัวข้อ "เมืองเก่าแห่งศรัทธา พระนอนเสมา กับงานอนุรักษ์"

 ชมการแสดงพื้นบ้าน การฟ้อนแคนเดือนห้า ช็อปสินค้าภายในตลาดวัฒนธรรม

เที่ยวเมืองโบราณ ปราสาทเมืองเสมา ปราสาทเมืองแขก ปราสาทโนนกู่ ปราสาทเมืองเก่า ถิ่นวัฒนธรรม งามล้ำธรรมจักร ภาษาหลักโคราช พระพุทธไสยาสน์รวมใจ ประเพณีใหญ่ไหว้พระนอน

 


พิกัดที่ 2 Khao Yai Art Forest  เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงศิลปะ ธรรมชาติ การพักผ่อน อาหาร และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ 



ชวนมาดื่มด่ำเส้นทางศิลปะกลางป่าธรรมชาติ สัมผัสภูเขาหมอกสุดตระการตา โดยศิลปินญี่ปุ่นที่หาชมได้ยากในโลก พร้อมลิ้มรสอาหารพื้นถิ่นรังสรรค์อย่างปราณีตโดยเชฟฝีมือดี เปิดบริการแต่ละช่วงในสัปดาห์ วันพฤบดี - ศุกร์ : 12:30 - 18:00 วันเสาร์ - อาทิตย์ : 10:00 - 18:00 (ปิดวันจันทร์ - วันพุธ)

อาหารกลางวัน วันพฤหัสบดี - ศุกร์ 13:00 - 14:00

อาหารเย็น วันพฤหัสบดี - อาทิตย์ 17:00 - 18:30 วันเสาร์ - อาทิตย์ 12:00 - 13:00

เปิดให้เข้า ชม Nhao Yai Fog Forest วันพฤหัสบดี - ศุกร์ : 16.30 น. (รอบละ 10 นาที) วันเสาร์ - อาทิตย์ : 11.30 น. และ 16.30 น. (รอบละ 10 าที)

 

สุขภาพ –เดินแค่10 นาทีหลังมื้ออาหารช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้จริง

           

ผู้ที่รับประทานอิ่มแล้วชอบ "หนังท้องตึง หนังตาหย่อน" อาการง่วงเพลียหลังมื้ออาหารมักเกิดจากระดับน้ำตาลพุ่งสูงเร็วเกินไป วันนี้มีงานวิจัยล่าสุดมาบอกกันเพราะแค่ "การเดิน" เพียงสั้น ๆ ก็ช่วยกู้สถานการณ์ได้แล้ว

 

งานวิจัยจากญี่ปุ่นทำการทดลองโดยเปรียบเทียบกลุ่มที่ออกเดินหลังอาหาร 10 นาที กับกลุ่มคนที่นั่งพักเฉย ๆ แล้ววัดผล ปรากฏว่า “กลุ่มที่ออกเดินทันที” หลังมื้ออาหารสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดสูงสุดได้อย่างชัดเจน ลดจากเฉลี่ย 181.9 เหลือ 164.3 mg/dL หรือลดลงไปประมาณ 17.6 mg/dL  มีความหมายมากกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักและป้องกันความเสี่ยงโรคเบาหวาน เพราะการลดระดับน้ำตาลช่วงพีคได้ จะช่วยลดภาระของตับอ่อนและลดการสะสมไขมันได้

 

เคล็ดลับ"ให้เดินทันที"หลังมื้ออาหารภายใน10-20 นาที

 

งานวิจัยพบว่า หากเรารอให้ผ่านไป 30 นาที แล้วค่อยเริ่มเดิน ไม่สามารถลดระดับน้ำตาลสูงสุดได้ดีเท่ากับการเดินทันที เป็นเพราะช่วงเวลาที่น้ำตาลในเลือดจะพุ่งขึ้นสูงสุดมักเกิดขึ้นเร็ว การรีบขยับร่างกายทันทีจึงเหมือนการดักจับน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานก่อนที่จะพุ่งสูงจนเกิดผลเสียต่อร่างกายนั่นเอง

 

ทำไมแค่เดินเบาๆ ก็เห็นผล

 

คำตอบอยู่ที่กล้ามเนื้อของเรา เมื่อเราขยับร่างกายหรือเดิน กล้ามเนื้อจะเปรียบเสมือน "ฟองน้ำ" ที่ดูดซับน้ำตาลจากกระแสเลือดเข้าไปเผาผลาญเป็นพลังงานทันที โดยไม่ต้องรออินซูลินออกฤทธิ์ วิธีนี้จึงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ทำให้สบายตัวขึ้น

 

How-to เดินยังไงให้เวิร์ก?

 

-เริ่มให้ไว : สำคัญมาก! ควรเริ่มเดินภายใน 10 นาที ถ้ารอเกิน 30 นาที ผลลัพธ์จะลดลงเยอะมาก

 

-เดินเบาๆ : แค่เดินแกว่งแขน เดินรอบบ้าน หรือเดินย่อยสบาย ๆ ไม่ต้องวิ่งหรือออกแรงหนัก

 

-ขอเวลาแค่ 10 นาที : ทำสั้นๆ แต่สม่ำเสมอทุกมื้อ หรือถ้ามีเวลาก็เดินต่อเนื่อง 15-30 นาทีขึ้นไปก็ยิ่งดี

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –สมาคมโรงแรมไทยยื่น“รมว.สุรศักดิ์”แก้ท่องเที่ยว 8 เรื่อง

 

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA :Thai Hotel Association)นำคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ยื่นหนังสือให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วันที่ 20 พฤษภาคม 2569  ห้องสุขุมวิท 2 ชั้น C โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 ถึงผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว 8 เรื่อง ตามรายละเอียดดังนี้

 

เรื่องที่ 1 สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก กระทบต้นทุนการเดินทางและค่าโดยสาร รวมทั้งบางเส้นนทางได้ยกเลิกเที่ยวบิน

 

ข้อเสนอ : ขอให้ประเทศไทยควรมีมาตรการทำให้การเดินทางมาท่องเที่ยวไทยมีต้นทุนที่เหมาะสมและเพิ่มมูลค่าให้นักท่องเที่ยวมาไทย ควบคู่เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ประกอบ้วย

 

- รัฐบาลควรให้การสนับสนุน เพิ่มเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (charter flight) เส้นทางต่าง ๆ เพื่อเพิ่มจำนวนและลดค่าใช้จ่ายการเดินทางให้นักท่องเที่ยว

 

-สนับสนุนโครงการร่วมจ่าย (co-payment) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศและเพิ่มกำลังซื้อนักท่องเที่ยวไทย

 

-ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ขณะนี้ยังไม่ควรเริ่มใช้การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการเดินทางขาออกต่างประเทศ (exit fee) 1,000 บาท/คน/ครั้ง เนื่องจากปัจจจุบันมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้น ส่วนไทยก็เดินทางไปจีนมากขึ้นเช่นกัน ส่งผลให้ 2 ประเทศมีจำนวนเที่ยวบินเพิ่มขึ้น

 

เรื่องที่ 2 มาตรการยกเลิกฟรีวีซ่าการท่องเที่ยวยังมีความจำเป็นต้องใช้นโยบายเดียวกันครอบคลุมทั้ง 93 ประเทศ แต่ควรพิจารณาประเทศที่มีศักยภาพ เช่น จำนวนวันพำนักในไทย จำนวนครั้งต่อปี ไทยสามารถกำหนดได้ว่าหลังจากเข้าประเทศมาแล้วจะต้องไม่ใช้ฟรีวีซ่าท่องเที่ยวอีกอย่างน้อย 60 วัน เพื่อป้องกัน visa run

 

เรื่องที่ 3 รัฐบาลควรสนับสนุนสร้างแพลตฟอร์มของคนไทย ใช้สำรองห้องพักโรงแรมที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งจะทำให้คิดค่าการตลาดถูกกว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ (OTA :online travel agent) เพื่อให้นักท่องเที่ยวจ่ายค่าห้องพักถูกลงได้ ส่วนผู้ประกอบการโรงแรมก็จะได้ราคาสูงกว่าเมื่อเทียยบกับการจองผ่าน OTA ต่างชาติ

 

สถิติปีปี 2568 มีเงินหมุนเวียนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศสร้างรายได้ถึง 1.16 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายจากห้องพักประมาณ 20-25% ดังนั้นค่าห้องพักจึงเป็นรายได้ที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยว

 

เรื่องที่ 4 รัฐบาลควรออกกฏหมายควบคุม OTA ต่างชาติ ให้จ่ายภาษีค่าการตลาดกับรัฐไทย และพิจารณากำหนดค่าคอมมิชชั่นให้เป็นธรรม เพราะปัจจุบันอยู่มีอัตราสูงมาก และยกเลิกนโยบาย “rate parity” หรือการตั้งราคาห้องพักให้ "เท่ากันทุกช่องทางการจัดจำหน่าย" ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ซึ่งในยุโรปหลายประเทศยกเลิกใช้แล้ว

 

เรื่องที่ 5 รัฐบาลควรพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อสนับสนุนให้การท่องเที่ยวกระจายตัวสู่เมืองรองมากขึ้น เช่น ระบบรถไฟที่ประสบความสำเร็จในญี่ปุ่นและสเปน

 

เรื่องที่ 6 รัฐบาลควรสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยอาจจะมีข้อเสนอให้ต่างชาติร่วมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น (man made destination) โดยอาจจะเสนอแปลงที่ดินที่มีศักยภาพ เช่นท่าเรือคลองเตย พื้นที่ EEC พัฒนาเป็นศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า สนามกีฬา คอนเสิร์ตฮอลล์ โรงแรม ศูนย์การค้า สวนสนุกระดับโลก

 

เรื่องที่ 7 รัฐบาลควรหาแหล่งเงินทุนหรือเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ให้โรงแรมขนาดกลางและขนาดเล็ก นำไปปรับปรุงโรงแรม และช่วยส่งเสริมนโยบายประหยัดพลังงาน

 

เรื่องที่ 8 รัฐบาลควรควบคุมไม่ให้สูบกัญชาในที่สาธารณะ เพราะมีผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว เช่น กลุ่มครอบครัว กลุ่มนักท่องเที่ยว

 

ข่าวที่สอง รร.ชาเทรียมจัดใหญ่“The Oyster World Cup Gastronomy2026” 

 

 ชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ” โรงแรมระดับลักซัวรี่ใจกลางย่านสยาม เตรียมจัดยิ่งใหญ่เทศกาลประจำกลางปี “The Oyster World Cup Gastronomy 2026” ตลอดเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2569 ตอกย้ำกรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์และอาหารระดับพรีเมียม

           

โดยได้รวบรวมเชฟระดับมิชลินสตาร์ แชมป์โลกด้านการแกะหอยนางรม และมิกโซโลจิสต์ชื่อดังจากทั่วโลก มาร่วมสร้างสรรค์ประสบการณ์เหนือระดับผ่าน 8 Culinary Journeys ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของหอยนางรม คาเวียร์ระดับพรีเมียม แชมเปญ และวัตถุดิบคุณภาพจากนานาประเทศ ยกระดับประสบการณ์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น 

พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจ Gastronomy Stay Experience เข้าพัก 2 คน พร้อมอาหารเช้า สัมผัสประสบการณ์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม ตลอดมิถุนายน-กรกฎาคม กับดินเนอร์จากเชฟชื่อดัง กิจกรรมพูลปาร์ตี้ การชิมวัตถุดิบระดับพรีเมียม และการแข่งขันเปิดหอยนางรม เพื่อมอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับลักชัวรีดูเพิ่ม  https://www.chatrium.com/grandbangkok/offers/oyster 

 

เทศกาลครั้งนี้ออกแบบให้เป็นประสบการณ์แบบ Multi-Sensory Experience ผสมผสานทั้งอาหาร ศิลปะ ความบันเทิง ไลฟ์สไตล์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่าน “กิจกรรม” สุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย ทั้งการแข่งขันแกะหอยนางรม ดินเนอร์ระดับเวิลด์คลาส มาสเตอร์คลาสด้านอาหารและเครื่องดื่ม พูลปาร์ตี้ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์สุดพิเศษตลอดสองเดือนเต็ม 

 

ไฮไลตเดือนมิถุนายน 2569 :  “Shuck Off Thailand ครั้งที่ 2” วันที่ 20 มิถุนายน 2569   : จับมือกับจัดสุดยอดการแข่งขันแกะหอยนางรมระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาตัวแทนประเทศไทยสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกในปี 2570 ภายในงาน แขกผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสบรรยากาศสุดคึกคัก พร้อมการแสดง Live Shucking Show ความบันเทิงตลอดทั้งวัน 

 

-ช่วงค่ำ พบกับ “8 Hands Gala Dinner” ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพียงค่ำคืนเดียว ที่รวบรวมเชฟชื่อดังระดับนานาชาติ 4 คน มาร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษเหนือระดับ 

           

กิจกรรมพิเศษตลอดทั้งเดือนมิถุนายน มีดังนี้

 

-มิถุนายน 2569  กับพูลปาร์ตี้ริมสระ พร้อมแพ็คเกจเครื่องดื่มสุดพิเศษต้อนรับเดือน Pride month 

 

-มิถุนายน 2569 Savio Gastro Series ครั้งที่ 6 กับเชฟรับเชิญพิเศษ เพียง คืนเดียวเท่านั้นกับเชฟดีเค จากห้องอาหาร ฮาโอมา 

 

-10–11 มิถุนายน 2569 Savio Gastro Series: The Sweet Part โดยเชฟขนมหวาน Otto Jurscha จากเวียนนา นำเสนอ Live Afternoon Tea & Dessert Experience ในธีมขนมหวานยุโรป จับคู่กับ TWG Tea และซิกเนเจอร์ม็อกเทลจาก Giffard  

 

-13 มิถุนายน 2569 Flow Pride Month Pool Party บรรยากาศสนุกสนาน พร้อมดีเจและ mixologists ที่รังสรรค์เครื่องดื่มพิเศษ แค่ในวันนี้วันเดียว 

 

-19 มิถุนายน 2569  กิจกรรม Oyster Master Class เปิดประสบการณ์เรียนรู้การแกะหอยนางรมจากผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ และกิจกรรมที่จะสร้างสีสันอีกมากมาย 

 

-20 มิถุนายน 2569 “Shuck Off Thailand ครั้งที่ 2” กิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ประจำปี 

 

-21 มิถุนายน 2569 Oyster World Cup Brunch มื้อบรันช์ธีมพิเศษ พร้อมกิจกรรมโชว์ Tuna Slicing    

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.ตลาดระยะไกลเร่งกระตุ้นครึ่งปีหลัง3เรื่อง-ปรับฮับบินใหม่-คาดQ4/69ฟื้นทุกตลาด

  จิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา ททท. ททท. ตลาดระยะไกลเร่งกระตุ้นครึ่งปีหลัง 4 ทวีปชุดใหญ่ 3 เร...