วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ททท.ภาคตะวันออกจัดกระหึ่มซัมเมอร์-กรีนซีซัน 9จังหวัด“เที่ยวสวนผลไม้-ทะเล-ธรรมชาติเย็นฉ่ำหน้าฝน"


กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

ททท.ภาคตะวันออกจัดกระหึ่มเที่ยวซัมเมอร์-กรีนซีซัน

“ทัวร์สวนผลไม้”พ.ค.69”จันทบุรี-ระยอง-ตราด-ปราจีน”

เที่ยวทะเลพัทยา-บางสะเหร่-เกาะกลางทะเลอ่าวไทย

หน้าฝนตลุยล่องแก่ง-ดื่มด่ำธรรมชาติปังสุด 3 อุทยาน

เดินตลาดชุมชนวิถีเกษตร“ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ”

5.5 Magic Moments ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์ลดถึง30%

บินรอบนี้ช้อปคิงเพาเวอร์มีแต่ปังดีลฮ็อตที่รางน้ำ/ภูเก็ต

POWER PASSลด30%เดินทางเหนือระดับAOTลีมูซีน

ททท.ผนึกMormaiiแบรนด์บราซิลบูมเที่ยวไทย7จังหวัด

กลุ่มบางจาก-APAC แลกเปลี่ยนสัญญาเช่าเรือระยะยาว

TCEBผนึก“มอ.-มหาดไทย-อาชีวะ”เปิดนวัตกรรมไมซ์ปี69

เที่ยว2สมุทร “สาคร-สงคราม”ตลอดพ.ค.นี้เที่ยวได้9งาน

5 วิธีปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้จริง

ศูนย์สิริกิติ์แท็กทีม PTTGCลุยกระดับศูนย์ประชุมสีเขียว

ททท.ปารีส-TV5 Mondeจัดปฐมทัศน์สารคดี Isan Thailand

 

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #เที่ยว2สมุทร

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! “กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดฤดูเที่ยว “ซัมเมอร์” ทัวร์สวนผลไม้ “อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน” 4 จังหวัด “จันทบุรี-ระยอง-ตราด-ปราจีนบุรี” เริ่ม 7 พ.ค.69 จัดโปร 2 ต่อ จ่าย 500 บาทลด 100 บาท แอปฯแม่มณีท็อปอัพแจกเพิ่ม 100 บาท ชวนกันไปเช็คอินทะเล หาดพัทยา บางสะเหร่ เที่ยวเกาะกลางทะเล “กรีนซีซั่น” สายแอดเวนเจอร์เตรียมตัวเที่ยวเชิงผจญภัย “นครนายก” ชมธรรมชาติปัง 3 อุทยานแห่งชาติ “ปราจีนบุรี”   ล่องแก่งหินเพลิง ขึ้นเขาใหญ่ชมผาเดียวดาย ส่องกระทิงอุทยานแห่งชาติทับลาน มุ่งหน้าสู่ “สระแก้ว” ชมผีเสื้อนับล้านตัว อุทยานแห่งชาติปางสีดา ปิดท้ายเดินตลาดชุมชนวิถีเกษตร “สมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา” ชิม ช้อป แชร์

 

“กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ต้อนรับการท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2569 ในภาคตะวันออกเริ่มเปิด”ฤดูเที่ยวสวนผลไม้ไทย’ โดยเฉพาะ จันทบุรี ระยอง และตราด เชิญชวนนักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสประสบการณ์กินผลไม้สดจากสวนได้โดยตรง เพื่อสัมผัสวิถีธรรมชาติ ซึ่งสามารถเดินทางเป็นครอบครัวช่วยลดต้นทุนน้ำมันรถเดินทางได้ด้วย 

ปี 2569 ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเตรียมโปรโมทเส้นทาง สวนผลไม้ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถชิมทุเรียน มังคุด เงาะ แบบบุฟเฟต์ กินผลไม้สด ๆ จากต้น พร้อมเรียนรู้แหล่งผลิตจริง เริ่มต้นวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 จะจัดกิจกรรมเปิดฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก ประจำปี 2569 อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน ขึ้นที่จังหวัดจันทบุรี ทำประชาสัมพันธ์และสร้างกระแสกระตุ้นให้เกิดความต้องการออกเดินทางท่องเที่ยวภาคตะวันออกเพิ่มมากขึ้น

 


มี “โปรโมชั่น” ในแต่ละจังหวัด เมื่อนักท่องเที่ยวซื้อผลไม้ครบ 500 บาท รับคูปองส่วนลด 100 บาท ยกเว้นบางสวนไม่ได้เข้าร่วมรายการ ที่จันทบุรีใช้ แอปพลิเคชั่น “แม่มณี” ซื้อครบ 1,000 บาท ได้ลดเพิ่มอีก 100 บาท เท่ากับได้ส่วนลดรวม 2 ต่อ ถึง 200 บาท/1,000 บาท หรือบางพื้นที่เมื่อเช็คอินพักโรงแรมก็จะมีคูปองส่วนลดไปชิมสวนผลไม้มอบให้ด้วย สำหรับไฮไลต์การท่องเที่ยวสวนผลไม้ 4 จังหวัด ดังนี้

 

“จันทบุรี” โด่งดังเป็นแหล่งผลิตทุเรียนของประเทศไทย รวมทั้งการรวมตัวของสมาคมชาวสวนผลไม้อย่างน้อย 15 สวน ร่วมมือกันดูแลรักษา คุณภาพ โดยให้เกรดเนื้อทุเรียนตามหน่วยของอัญมณี ทุเรียนระดับ 2-3-4 กะรัต

“ระยอง” เป็นอีกจังหวัดยอดนิยมการท่องเที่ยว มีให้เลือกทั้งสวนขนาดใหญ่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่าง 3 สวนใหญ่ ได้แก่ สุภัทราแลนด์ สวนละไม สวนคุณยาย มีบริการรถนำนักท่องเที่ยวชมสวนด้วย หรือจะเป็นสวนแบบวิถีชีวิตชุมชนอย่าง “สวนยายดา” และอีกหลายสวนที่ได้รับรางวัลกินรีหรืออุตสาหกรรมท่องเที่ยว บริหารจัดการโดยชาวสวนที่ทำสืบต่อกันมา

 

“ตราด” ส่วนใหญ่จะเป็นชาวสวนขนานแท้ ต้อนรับนักท่องเที่ยว “ทุเรียนเกาะช้าง” ต้องจองกันไว้ล่วงหน้า เพราะแต่ละปีมีผลผลิตจำกัด

“ปราจีนบุรี” ทุเรียนขึ้นชื่อเช่นกัน ราคาย่อมเยา ได้รับการดูแลเรื่องดิน น้ำ และการตัดผลผลิต

ช่วงฤดูกาลผลไม้ที่หลากหลายโดยเฉพาะ “ทุเรียน” มีสายพันธุ์ให้ลิ้มลองจำนวนมาก รวมถึงผลไม้อื่น ๆ ทั้ง มังคุด เงาะ ลองกอง สละ และอีกมากมาย

การกินผลไม้ มีให้เลือกทั้งแบบ “บุฟเฟต์” หรือ “กินตามความอิ่ม” ชั่งน้ำหนักเป็นกิโลกรัม ก็ได้เช่นกัน ททท.แนะนำก่อนเดินทางไปยังสวนโดยเฉพาะทุเรียน เช็คข้อมูลก่อนล่วงหน้าก็จะได้รับประทานของอร่อยตรงใจ

 


ตลอดฤดูร้อน พฤษภาคม-กรกฎาคม นี้ ททท.เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวสวนผลไม้ มุ่งให้เกิดการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่แหล่งท่องเที่ยวและชุมชน ติดตามรายละเอียดอัพเดทได้ตลอดจาก Facebook เพจ : เที่ยวตะวันออก, เพจ ททท.สำนักงานภูมิภาคภาคตะวันออก ทั้ง 6 สำนักงาน


ผอ.กนกกิตติกา ภาคตะวันออก ยังเชิญชวน “ท่องเที่ยวทะเลหน้าร้อน” พัทยาและชลบุรี เป็นจุดหมายยอดนิยม “เมืองท่องเที่ยวครบวงจร เที่ยวได้ทั้งวันทั้งคืนในทริปเดียว” การเดินทางสะดวกและมีความหลากหลายตอบโจทย์ทุกกลุ่ม นักท่องเที่ยวสามารถเลือกทำกิจกรรมทางทะเล เช่น ดำน้ำ พายเรือ เจ็ตสกี หรือสายไลฟ์สไตล์ก็มีคาเฟ่ริมทะเล บีช คลับ และจุดถ่ายภาพใหม่ ๆ รองรับสายคอนเทนต์ รวมถึงกิจกรรมพิเศษงานดนตรีริมชายหาด ตลาดกลางคืน และกิจกรรมครอบครัว 

แล้วสามารถเลยไปถึง “บางสะเหร่ เก๋จริง ๆ” สามารถข้ามเรือไปเที่ยวเกาะต่าง ๆ ทะเลน้ำใสสวยงาม แล้วก็เล่นเซิร์ฟ เจ็ตสกี และอื่น ๆ


สำหรับ “พัทยา” ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลเมืองพัทยา ได้จัดทำเป็น “สมาร์ท ซิตี้” มีความปลอดภัย เที่ยวได้ทุกวัน

ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ภาคตะวันออกยังมีจุดหมายปลายทางรองรับการท่องเที่ยว “ใกล้กรุง” ผู้ที่มองหาธรรมชาติช่วงฤดูฝน แถบ นครนายก ปราจีนบุรี และสระแก้ว ถือเป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจ

“นครนายก” โดดเด่นด้านการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เริ่มจากโรงเรียนนายร้อย จปร.มีฐานการเรียนรู้สนุกมากมายเชิงกีฬาและความรู้ ต่อด้วย หน้าฝนมีพื้นที่น้ำตก พร้อมกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ไฮไลต์ “ล่องแก่ง” และพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ


“ปราจีนบุรี” สามารถเที่ยวเชิงสุขภาพและธรรมชาติ เช่น พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ชมน้ำตกเหวนรก ขึ้นผาเดียวดาย และแหล่งสมุนไพร อาหารอร่อย ช่วงหน้าฝนจะมีกิจกรรม “ล่องแก่งหินเพลิง พายเรือยางโต้เกลียวคลื่นความท้าทายระดับ 3-4

“สระแก้ว” เหมาะกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและตลาดชายแดน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ยังสวยงาม อย่าง อุทยานแห่งชาติทับลาน ไปดูกระทิง หรืออุทยานแห่งชาติปางสีดา ชมผีเสื้อนับล้านตัว จัดกิจกรรมแคมปิ้ง เป็นเส้นทางตอบโจทย์คนชอบพักผ่อนรักธรรมชาติ

เส้นทางนี้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่อยากพักผ่อนแบบใกล้ชิดธรรมชาติ เดินทางไม่ไกล และเที่ยวได้ตลอดฤดูฝน”

 


ปิดท้าย 2 จังหวัด “สมุทรปราการ-ฉะเชิงเทรา” มีวิถีการท่องเที่ยว “ตลาดบางน้ำผึ้ง” อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ มีของอร่อย ไม้ดอก ไม้ประดับ ราคาย่อมเยา พืชผักสวนครัว หรือจะทำกิจกรรมปั่นจักรยาน เส้นทางท่องเที่ยวตามสวนต่าง ๆ หรือจะเป็นบริเวณคุ้งบางกะเจ้า

            “ฉะเชิงเทรา” มีวัดสวยงามไม่แพ้วัดหลวงพ่อโสธร สร้างเพิ่มขึ้นอีก รวมทั้ง ตลาดบางคล้า มีมะม่วงออกผลผลิตหลากหลายสายพันธุ์ เช่น น้ำดอกไม้ หรือตลาดตรงข้ามวัดหลวงพ่อโสธร ขนมจากอร่อยสุดในเมืองไทย ทำจากวัตถุดิบพื้นบ้าน กลิ่นหอมจากการย่างเตาถ่าน

            ผอ.กนกกิตติกา ย้ำว่า ภาคตะวันออก เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางทั้ง 9 จังหวัด มีแหล่งท่องเที่ยวที่แตกต่างกันทั้งหน้าร้อน หน้าฝน หน้าหนาว ส่วนอาหารการกินอุดมสมบูรณ์รสชาติอร่อยมาก ทั้งเมนูคาวหวาน และมีกิจกรรมความสุขทันทีที่ได้เที่ยวภาคตะวันออก จึงขอเชิญชวนทุกคนออกเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย โดยเฉพาะช่วงวันธรรมดา จันทร์-พฤหัสบดี ทุกสัปดาห์ มาได้ตลอด 365 วัน

ฟังข่าวต้นชั่วโมง


ข่าวที่ 1-5.5 Magic Moments ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์ถึง10.พ.ค.ลด30%

5.5 MAGIC MOMENTS โมเมนต์มหัศจรรย์ ช้อปสุดฟิน “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” เริ่มต้นทริปในฝันด้วยการช้อปออนไลน์สุดคุ้ม รับของง่ายๆ ที่สนามบิน ช้อปง่ายไม่ต้องเผื่อเวลา เริ่มได้เลยวันนี้ -10 พฤษภาคม ลดสูงสุด 30 %

รวมดีลเด็ด ราคาดีทั้ง สกินแคร์ แฟชั่น บิวตี้ และของฝากสุดเก๋ พร้อมเช็คอินทุกพิกัด และโปรสุดคุ้มที่ห้ามพลาด สั่งซื้อล่วงหน้าได้เลยตั้งแต่ 60 วัน ถึง 2 ชั่วโมงก่อนบิน  พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ

-พิเศษ! Member Online (POWER PASS)

-ลดสูงสุด 30% ช้อปไม่มีขั้นต่ำ รหัสส่วนลด 55MEM26 เลือกสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ วันนี้ - 10 พฤษภาคม 2569

ข่าวที่ 2 -บินรอบนี้ช้อปคิงเพาเวอร์มีแต่ปังดีลฮ็อตที่รางน้ำ/ภูเก็ต

คิง เพาเวอร์ ตะโกนดัง ๆ บอกทุกคนว่า “บินรอบนี้ มีแต่ความปัง!” อย่าลืมมาแวะช้อปสินค้าบิวตี้ กับดีลสุดฮอตก่อนบิน ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต

1.ช้อปสินค้า DUTY-FREE น้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ลดสูงสุด 30%* เมื่อช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ตลุยเลือกได้เลยกับสินค้าที่ร่วมรายการ

2.ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS สมัครสมาชิกใหม่ฟรี!  รับคูปองส่วนลด 30% สามารถนำไปใช้ซื้อสินค้าแผนกแฟชั่น นาฬิกา และแว่นตา ที่ร่วมรายการ 1 ชิ้น วันนี้– 4 พฤษภาคม 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต


ข่าวที่ 3- POWER PASS ลด30%เดินทางเหนือระดับAOTลีมูซีน

เดินทางเหนือระดับ ด้วยบัตรสมาชิก POWER PASS รับส่วนลดพิเศษ 30% เต็มเปี่ยมด้วยคุณภาพ ไปกับ AOT ลีมูซีน บริการการจองรถไปสนามบิน ผ่านแอปพลิเคชัน AOT LIMOUSINE  วันนี้- 31 ธันวาคม 2569 รับสิทธิ์ คลิกเลย https://kp.group/4oo1NY

ยังไม่เป็นสมาชิกสมัครฟรี! พร้อมแลกรับดีลสุดคุ้มผ่าน CARAT REWARDS ได้ทันที สมัครผ่าน LINE Official Account @KINGPOWER


ข่าวที่ 4-ททท.ผนึกMormaiiแบรนด์ไลฟ์สไตล์บราซิลบูมเที่ยวไทย7จังหวัด

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิส (แอลเอ) จับมือกับ Mormaii ธุรกิจชั้นนำของบราซิลเจ้าของแบรนด์ไลฟ์สไตล์และอุปกรณ์กีฬากลางแจ้ง Outdoor ร่วมกันจัดกิจกรรม “Mormaii 2026 Catalog: Amazing Thailand Edition FAM Trip” นำคณะนักกีฬาและทีมงานบุกไทย สร้างสรรค์คอนเทนต์เชิงประสบการณ์ ในพื้นที่ท่องเที่ยใน 7 จังหวัด ตั้งเป้ากระตุ้นอเมริกาใต้มาไทยกว่า 3,000 ราย

โดยได้ทำอยู่ภายใต้โครงการ WYA Thailand Season 2 – Change the Way You Travel แคมเปญ Co-Brand Marketing ผนึกกับแบรนด์ดังกล่าวนำคณะนักกีฬาชาย-หญิง (Mormaii Ambassadors) และทีมงานรวม 10 คน เดินทางมาสำรวจและถ่ายทำคอนเทนต์ในเมืองไทยระหว่าง 16-27 เมษายน 2569 เส้นทางเชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ สมุทรสงคราม นครปฐม พระนครศรีอยุธยา กระบี่ และภูเก็ต

เน้นการถ่ายทอดมุมมองต่างๆของประเทศไทยผ่านการเป็น Official Backdrop อยู่ในแคตตาล็อกสินค้า Mormaii 2026 Collection แล้วเผยแพร่ผ่านช่องทางและร้านค้าเครือข่าย Mormaii ทั้งในบราซิลและสาขาต่าง ๆ ทั่วโลก นำเสนอภาพลักษณ์ไทยในฐานะ “ไลฟ์สไตล์ เดสติเนชั่น” ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ Gen Zกับกลุ่มที่รักความตื่นเต้นและธรรมชาติ Active Travellers

Soft Power และ Outdoor Activities นำเสนอ ซอฟท์ พาวเวอร์ -กิจกรรมกลางแจ้ง สร้างจุดขายมัดใจชาวบราซิลด้วยคอนเทนต์ที่จะถ่ายทอดให้เข้าถึงการบอกเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองใหม่ เช่น

-Active Lifestyle : กิจกรรมทางทะเล พายเรือ กีฬา Pickleball, Cold Bath โยคะ ปีนหน้าผา และเดินป่า (Hiking & Trekking)

-Cultural & Soft Power : สัมผัสเสน่ห์มวยไทย ลิ้มรสอาหารไทยท่ามกลางบรรยากาศวัฒนธรรมที่สวยงาม

-Sustainability : นำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จะใช้กลยุทธ์ Call to Action สื่อสารให้ตัดสินใจซื้อ มุ่งเป้าสู่ 12 ล้านอิมเพรสชั่น และจะนำนักท่องเที่ยวบราซิลมาไทยให้ได้ไม่น้อยกว่า 3,000 ราย

หลังเสร็จสิ้นแฟมทริปครั้งนี้ ททท.สำนักงานลอสแองเจลิส จะทำกิจกรรม Communication & Content Phase นำเสนอประเทศไทยผ่านระบบการขายหน้าร้านของแบรนด์ Mormaii ทั่วบราซิล ซึ่งมีมากกว่า 50,000 แห่ง และอินฟลูเอนเซอร์กว่า 300 ราย ภายใต้เครือข่าย Mormaii Pool ร่วมสร้างการรับรู้ เชื่อมโยงการจองไปยังสายการบินพันธมิตร เบื้องต้นคือ เอทิโอเปีย แอร์ไลน์ส

ด้าน Mormaii มีแผนปี 2570 จะออกแบบสินค้าคอลเลกชั่นพิเศษ "Thailand-Inspired Sunglasses" ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันและเอกลักษณ์ของไทย ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ไทยในระดับสากลอย่างยั่งยืน ทาง ททท.สำนักงานลอสแองเจลิส จะติดตามผลอย่างใกล้ชิดต่อไป


ข่าวที่ 5-กลุ่มบางจาก-APAC แลกเปลี่ยนสัญญาเช่าเรือระยะยาว

            นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ Mr. Moiz Saleem ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Quantum Global (APAC) Pte. Ltd. เดินหน้าแลกเปลี่ยนสัญญาเช่าเรือแบบระยะยาว (Vessel Time Charter Contract) ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือทางธุรกิจต่อเนื่องด้านการค้าและการขนส่ง ต่อยอดจากการทำงานร่วมกันที่ผ่านมาในด้านการค้าขายน้ำมันดิบและการขนส่งทางเรือ

            Quantum Global Group เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้านการค้าพลังงานและการขนส่งในระดับสากล ครอบคลุมการซื้อขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม รวมถึงการบริหารจัดการการขนส่งทางเรืออย่างหลากหลาย มุ่งสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาค

แล้วทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึง “แนวทางความร่วมมือในอนาคต” ครอบคลุม 5 เรื่อง ได้แก่ 1.การจัดหาน้ำมันดิบ 2.การขนส่ง 3.พลังงานชีวภาพ 4.โครงการด้านคาร์บอน 5.โอกาสในการร่วมลงทุนในธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน



ข่าวที่ 6-TCEBผนึก“มอ.-มหาดไทย-อาชีวะ”เปิดนวัตกรรมไมซ์ปี69

ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า วันที่ 28 เมษายน 2569 ทีเส็บจัดงานประชุมสุดยอดเมืองไมซ์ หรือ “MICE City Summit” ปีที่ 10 โดยได้เปิดตัวนวัตกรรมความร่วมมือไมซ์ 4 พันธมิตร นำโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ทีเส็บจับมือกับ กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเดินหน้าผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ (City Data Intelligence) มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

          ทีเส็บมุ่งทำภารกิจพัฒนาเมืองไมซ์ “MICE City” ให้มีขีดความสามารถจัดงานระดับนานาชาติ หนึ่งในจุดขาย “การประมูลสิทธิ์” ดึงงานมาจัดในไทย เริ่มจัดงาน MICE City Summit มาตั้งแต่ปี 2559 โดยให้จังหวัดที่เป็นเมืองไมซ์ภูมิภาคต่างๆ หมุนเวียนเป็นเมืองเจ้าภาพแต่ละปี สร้างเวทีให้ผู้นำเมือง ผู้บริหารเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมอง ยุทธศาสตร์ องค์ความรู้และถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์การพัฒนาเมืองโดยใช้ “ไมซ์” เป็นกลไกและเครื่องมือขับเคลื่อน ขณะนี้มี 10ไมซ์ ซิตี้

         ปี 2569 ในโอกาส MICE City Summit 2026 ปีที่ 10 จึงไดจัดทำเพิ่มพิเศษและลงนาม “ข้อตกลงความร่วมมือมุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ : City Data Intelligenceเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยจากฐานรากสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก โดยมีหน่วยงานหลักร่วมมือขับเคลื่อนนวัตกรรม ได้แก่

1.กระทรวงมหาดไทย หน่วยงานหลักของภาครัฐที่กำกับการบริหารการพัฒนาเมืองทั่วประเทศ 

2.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หน่วยงานอุดมศึกษาชั้นนำของภาคใต้และของเมืองไมซ์สงขลา

3.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาที่เป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนากำลังคนสายอาชีพ

4.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อน

“ผลสำเร็จ” จากความร่วมมือระหว่าง ทีเส็บ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ทำให้สงขลาเป็นจุดหมายปลายทางความยั่งยืน เมื่อปี 2567 ได้รับการประเมินเป็นเมืองที่มีคะแนนสูงเป็นอันดับ ของเอเชีย มีตัวชี้วัดเข้าเกณฑ์ดัชนีความยั่งยืนของจุดหมายปลายทางทั่วโลก (The Global Destination Sustainability Index :GDS-Index) ได้นำมาใช้ภายใต้ข้อลงความร่วมมือครั้งนี้คือ “สงขลาโมเดล”

นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเชื่อมั่นการพัฒนาเมืองในศตวรรษนี้ต้องอาศัยพลังความร่วมมือ ข้อมูล ความรู้ กลไกเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากระดับพื้นที่สู่ระดับประเทศอย่างแท้จริง โดยมีอุตสาหกรรมไมซ์หนึ่งเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ทรงพลังที่สุด ซึ่งทำได้มากกว่าสร้างรายได้จากการจัดงาน แต่สร้างโอกาส สร้างอาชีพ ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่น กระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม “ความร่วมมือ” คือการประกาศก้าวใหม่การพัฒนาเมืองไทย ทางมหาดไทยพร้อมใช้พลังของรัฐ เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเดินหน้าไปด้วยกัน เยกระดับเมืองให้ทันสมัย เข้มแข็ง เติบโตอย่างสมดุลบนฐานของประชาชนอย่างแท้จริง 

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข”  ยุคใหม่พร้อมยกระดับโครงสร้างการบริหารจัดการท้องถิ่นโดยใช้ “แพลตฟอร์มไมซ์” เป็นกลไกหลักทลายความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงพื้นที่ มุ่งสร้าง “นักบริหารเมืองสมรรถนะสูง” ที่มีดีเอ็นเอเข้าใจภูมิสังคมอย่างลึกซึ้ง พลิกโฉมทุกหัวเมืองทั่วไทยให้น่าอยู่และเปลี่ยนชุมชนให้เป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง เป้าหมายสูงสุดคือชัยชนะที่วัดผลได้จริงจากรายได้ประชาชนและเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มขึ้น และการกระจายโอกาสอย่างเป็นธรรมผ่านระบบข้อมูลอัจฉริยะที่ช่วยตัดสินใจเชิงนโยบายแบบเรียลไทม์ การผนึกกำลังในครั้งนี้จึงเป็นการปฏิรูปมหาดไทยสู่หน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ที่พร้อมจะยกระดับท้องถิ่นไทยก้าวสู่เมืองจุดหมายปลายทางระดับโลก

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) กล่าวว่า ม.อ. พร้อมประกาศความสำเร็จ “สงขลาโมเดล” ในฐานะ Living Lab ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคมีศูนย์กลางขับเคลื่อนเชิงรุกอย่าง สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการจังหวัดสงขลา (SCEB) ทำหน้าที่เป็น “City CVB” ยกระดับเมืองสู่เวทีโลกจนปรากฏผลสัมฤทธิ์ได้รับการจัดอันดับ GDS-Index 2025 ให้เป็นเมืองไมซ์ยั่งยืนอันดับ 1 ของไทยติดต่อกัน 3 ปี อันดับ 3 ของเอเชีย อันดับ 28 ของโลก และคว้าอันดับ 7 ของโลกด้านความก้าวหน้าทางสังคม (Social Progress)

ได้รับการยกย่องเป็น “เมืองเทศกาลและ อีเวนต์โลก” (IFEA World Festival & Event City 2025) ความสำเร็จระดับโลกดังกล่าวได้สกัดเป็นองค์ความรู้เพื่อปฏิรูปการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ทลายทุกกำแพงการเรียนรู้ กำลังสร้างระบบนิเวศการพัฒนา “นักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง” คิดเป็น ทำได้ ลงมือปฏิบัติได้ทันท่วงที โดยม.อ. มุ่งใช้โมเดลนี้เป็นพิมพ์เขียวยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ ขับเคลื่อนไทยให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ และการจัดงานระดับโลกอย่างสง่างามและยั่งยืน

ดร. ศุภวรรณ ผอ.ทีเส็บ กล่าวว่า “ทีเส็บ มีนโยบายพัฒนาระบบนิเวศไมซ์ไทยให้มีขีดความสามารถสูงขึ้นเพื่อการแข่งขันระดับสากล โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพบุคลากรไมซ์และการยกระดับเมืองจุดหมายการจัดงาน เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ไทยได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงาน เมื่อทีเส็บลงนามร่วมมือกับอีก 3 พันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและยกระดับขีดความสามารถอุตสาหกรรมไมซ์ไทยถือเป็นหมุดหมายใหม่ของนวัตกรรมครอบคลุม เชิงนโยบาย การปฏิบัติการและการศึกษา ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้รากฐานระบบนิเวศไมซ์ไทย สะท้อนความคิดริเริ่มและความมุ่งมั่นขยายบทบาทงานไมซ์จาก Business เป็น Development Event ส่งสัญญาณเชิงบวกให้ตลาดไมซ์นานาชาติเชื่อถือและเชื่อมั่นประเทศไทยในฐานะจุดหมายสร้าง High Value Impact จากแพลตฟอร์มไมซ์

นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา “สอศ.” กล่าวว่า “ภายใต้นโยบาย OVEC ONE Team “เรียนดี มีความสุข” และหลักการ “ทำดี ทำได้ ทำทันที” พร้อมนำความเชี่ยวชาญระดับสูงจาก ม.อ. และนวัตกรรมเชิงนโยบายจากทีเส็บ เป็นเบ้าหลอมสำคัญ “เจียระไนผู้สอนอาชีวศึกษา” ทั่วประเทศก้าวสู่การเป็นสถาปนิกแห่งการสร้างชาติอย่างแท้จริง โดยจะใช้แพลตฟอร์มการเรียนรู้ไร้พรมแดนบ่มเพาะครูอาชีวะให้เป็นผู้นำนวัตกรรมปั้นนักปฏิบัติรุ่นใหม่ที่มีสมรรถนะสูงพร้อมทำงานได้ทันที ตอบโจทย์ความต้องการในอุตสาหกรรมไมซ์ และเศรษฐกิจยุคใหม่ได้อย่างแม่นยำ

          ช่วงที่ 2 ทุกครั้งที่มีเวลาออกเดินทางไปพักผ่อนใกล้ ๆ ได้ตลอดเดือน “พฤษภาคม” นี้ ในเมือง 2 สมุทร ที่ “สมุทรสาคร” มีกิจกรรมฟิน 4 งาน และ “สมุทรสงคราม” อีก 5 งาน สนุกได้อย่างสบายใจ แล้วฟัง “5 วิธีปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์” สุขภาพจะดีเอง รู้ลึกเรื่องฮ็อต ข่าวแรก “ศูนย์สิริกิติ์จับมือ PTTGC” ลุยยกระดับศูนย์ประชุมสีเขียว ข่าวที่สอง “ททท.ปารีสผนึก TV5 Monde” ฝรั่งเศสจัดรอบปฐมทัศน์สารคดี Isan Thailand โปรโมท ซอฟท์ พาวเวอร์ “อาหาร-วัฒนธรรม-วิถีชีวิต”

 

ท่องเที่ยว –เที่ยว2สมุทร “สาคร-สงคราม”ตลอดพ.ค.นี้เที่ยวได้9งาน

 

            เที่ยวใกล้ เที่ยวง่าย เที่ยวสบาย ๆ ใน 2 สมุทร “สมุทรสาครและสมุทสงคราม” รับลมเย็นดับร้อน ตลอดเดือนพฤษภาคม2569 “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” สำนักงานสมุทรสงคราม ชวน สายกิน สายมู สายฟิน สายธรรมชาติ เช็คอินแบบรัว ๆ ต่อเนื่องทุกสัปดาห์ 2 พิกัด 9 งาน

 

พิกัดที่ 1 สมุทรสาคร  สายกิน สายมู ต้องมาลิ้มรสความอร่อยของดี ๆ วัตถุดิบปัง ๆ เช็คอินความสุขทันทีที่ได้เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ 4 งาน

 

งานแรก   “หม่ำ กับ หม่ำ Food Fair” มหกรรมความอร่อย รวมร้านเด็ดกว่า 80 ร้าน วันนี้ - 6 พฤษภาคม ที่เซ็นทรัลมหาชัย

 

งานที่สองSakhon Guide Fair” ชวนตะลุยกินสตรีทฟู้ดกระทุ่มแบน วันนี้-3 พฤษภาคม ที่วัดดอนไก่ดี  

 

งานที่สาม “เทศกาลอาหารอร่อยและของดีกระทุ่มแบน” วันนี้ -10 พฤษภาคม ที่ห้างโกลบอลเฮาส์

 

งานที่สี่ “มหาชัย เฟสติวัล” มหกรรมความสนุกจัดเต็ม วันที่ 8-17 พฤษภาคม ที่ตลาดนาดี

 

พิกัดที่ 2 สมุทรสงคราม สายชิลล์ ฟีลธรรมชาติ พลาดไม่ได้ 5 งาน

 

งานแรก   Art Garden 3 เสพศิลป์ในสวนสวย” วันนี้-4 พฤษภาคม  ที่ สิริสมพงษ์ ฟาร์ม แอนด์ คาเฟ่ อำเภอบางคนที ดินแดนแห่งสายน้ำ

 

งานสอง  “เทศกาลอาหารและของดีเมืองสามน้ำฯ" วันที่ 15-24 พฤษภาคม เต็มไปด้วยของอร่อยเพียบ พิกัดหน้าศาลากลางจังหวัด

 

งานที่สาม เทศกาลอาหารริมเขื่อน นั่งชิลล์กินของอร่อยริมน้ำ (1-3 พ.ค. @วัดนางวัง)

 

งานที่สี่   มาชิลล์เดินเล่นถนนคนดื้อ X คนเดินแม่กลอง หรือไปเช็คอินงาน MAEKLONG FARM FAIR (9-11 พ.ค.) ที่อัมพวา แบบสโลว์ไลฟ์

 

งานที่ห้า ไฮไลท์เด็ดฤดู"หยอดหอยหลอด" ที่ดอนหอยหลอด ชิมอาหารทะเล ช่วงพฤษภาคมชุมชนรวมตัวกันจัดทริปพานกท่องเที่ยวไปสนุกกับกิจกรรมการนั่งเรือจากฝั่งไปยังสันดอนดินปนทรายช่วงน้ำลง แล้วก็ลงมือหยอดปูนขาวบริเวณปากรูหอย เพื่อให้หอยหลอดโผล่ขึ้นมาให้นักท่องเที่ยวนำไปปรุงอาหารรับประทานได้ตามชอบ

 

ฝากรอยเท้าการเที่ยวและก้าวในทริปเดียวที่สามารถเก็บครบสองสมุทร สอบถามเพิ่มได้ที่ Facebook: ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม

 

สุขภาพ –5 วิธีปลุกพลังความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้จริง

 

ทักษะที่ทุกคนฝึกฝนและพัฒนาได้ เพื่อให้การทำงานของ “สมอง” ที่จะช่วยปลุกพลัง “ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ” ได้ ทำให้ชีวิตมีความสนุกต่อเนื่องได้ กับ 5 วิธี

 

1. หมั่นสังเกตและตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว -ความคิดสร้างสรรค์จำนวนมาก มักเริ่มต้นจากความสงสัย การตั้งคำถาม และสังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น สิ่งของต่าง ๆ ทำงานอย่างไร ทำไมร้านค้าถึงจัดวางสินค้าแบบนี้ ผู้คนมีพฤติกรรมอย่างไรในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน การอ่านหนังสือหรือเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่น ก็ช่วยให้เราเข้าใจมุมมองหลากหลายมากขึ้น สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ อาจกลายเป็นวัตถุดิบสำคัญของไอเดียใหม่ๆ ได้ในอนาคต

 

2.พูดคุยกับผู้คนที่แตกต่าง  - ไอเดียดีๆ เกิดจากการแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะคนที่อยู่ต่างสายงาน หรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การได้ฟังมุมมองหลากหลาย จะช่วยให้เราเห็นความเป็นไปได้ใหม่ ๆ นำไปสู่แนวคิดที่แตกต่างและสร้างสรรค์กว่าเดิม

 

3. เปลี่ยนความท้าทาย เป็นแรงผลักดันไอเดีย -ในช่วงที่กำลังเผชิญความยากลำบากหรือความท้าทาย คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เค้าจะไม่ปัญหานั้นกลายเป็นอุปสรรค เขามักใช้เป็นแรงขับเคลื่อนคิดสิ่งใหม่ๆ สร้างความแตกต่าง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้

 

4. สะสมและต่อยอดความคิดอย่างสม่ำเสมอ -ทุกไอเดียล้วนมีค่า ดังนั้น การจดบันทึกความคิดและไอเดียต่างๆ โดยไม่รีบตัดสิน สะสมความคิดเล็กๆ หลายอย่างเข้าด้วยกัน แล้วใช้แผนที่ความคิด (Mind Map) เชื่อมโยงแนวคิดต่างๆ จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น และต่อยอดความคิดใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น

 

5. ลงมือทำจริง และกล้าลองสิ่งใหม่ๆ -ไอเดียจะไม่มีทางพัฒนา หากยังคงอยู่แค่ในความคิด คนที่สร้างสรรค์มักจะมีนิสัย “คิดแล้วทำเลย” เพราะทุกการลงมือทำคือโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา พวกเขากล้าที่จะทดลองแนวคิดใหม่ๆ และไม่กลัวความผิดพลาด เมื่อใดก็ตามที่เราตกอยู่ในความกลัวนี้ ให้เตือนตัวเองว่า ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอในกระบวนการความคิดสร้างสรรค์

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –ศูนย์สิริกิติ์แท็กทีม PTTGCลุยกระดับศูนย์ประชุมสีเขียว

 

ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) จับมือกับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) “PTTGC” เดินหน้าขับเคลื่อนการจัดงานอิเวนต์อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “ครัวสู่เครื่อง” นำน้ำมันพืชใช้แล้วจากการประกอบอาหารภายในศูนย์ฯ ไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) พลังงานสะอาดที่มีบทบาทสำคัญช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากภาคอุตสาหกรรมการบิน ช่วยตอกย้ำบทบาท “ศูนย์การประชุมสีเขียว” ที่ได้มาตรฐานระดับสากล รองรับการจัดงานอิเวนต์อย่างยั่งยืน

 

โดยได้ต่อยอดความสำเร็จการบริหารจัดการการลดปริมาณขยะและการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อปี 2568 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถลดปริมาณขยะอาหาร น้ำมันพืชที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 68,000 กิโลกรัม หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 2,700 ต้น ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 24,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์

 

ทางศูนย์ฯ ได้บริหารจัดการขยะอย่างครบวงจร (Waste Management) ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง โดยนำเศษอาหารจากงานอีเวนต์เข้าสู่กระบวนการแปรรูปอบแห้ง แล้วนำไปเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย ก่อนนำไปต่อยอดเป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้ และพืชผัก และส่งต่อเศษอาหาร, ขนมปังเพื่อนำไปใช้เป็นอาหารปลา สามารถนำไปใช้ประโยชน์ ด้านปศุสัตว์ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากร พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนได้เป็นอย่างดี

 

สำหรับ “น้ำมันพืชใช้แล้วจากการประกอบอาหาร” ภายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะถูกส่งต่อภายใต้โครงการ “ครัวสู่เครื่อง” เพื่อนำไปผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) พลังงานสะอาดที่มีบทบาทสำคัญช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมการบิน และเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

 

“สุรพล อุทินทุ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า ศูนย์ฯ สิริกิติ์               ยึดมั่นการสร้างคุณค่าทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนเข้าไว้ในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ และความร่วมมือภายใต้โครงการ ‘ครัวสู่เครื่อง’ สะท้อนแนวคิดการนำน้ำมันพืชใช้แล้ว จากการดำเนินงานภายในศูนย์ประชุม ไปผลิตเป็นพลังงานสะอาด ควบคู่การบริหารจัดการเศษอาหาร และทรัพยากรอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่ออย่างเหมาะสม สร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อม และสังคมในวงกว้าง

 

“เรายังมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อลดปริมาณขยะอาหาร                         ให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมส่งเสริมให้พนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้ใช้บริการ มีส่วนร่วมคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง นำไปสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม ลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบให้น้อยที่สุด” สุรพล กล่าว

 

นอกจากความร่วมมือกับ PTTGC แล้ว ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ยังทำงานร่วมกับพันธมิตร

 

-ด้านความยั่งยืน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคชุมชน เช่น กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม  กรุงเทพมหานคร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล  บริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์  อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) บริษัท บีเอสจีเอฟ จำกัด

 

-ด้านภาคอาหาร  และเกษตร เช่น ผู้ประกอบการด้านอาหาร และฟาร์มปลา เพื่อร่วมกันลดปริมาณขยะทุกมิติ ทั้งขยะ อาหาร รีไซเคิล อิเล็กทรอนิกส์ และน้ำมันพืชใช้แล้ว พร้อมเปลี่ยนของเสียให้กลายเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม

 

สำหรับความร่วมมือ “ครัวสู่เครื่อง” ย้ำศูนย์การประชุมสีเขียว “สุรพล อุทินทุ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และสุทธิชัย บัณฑิตวรภูมิ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ร่วมกับ “รัชดา สวัสดิ์รักษ์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโรงกลั่นน้ำมัน และเชาวนี พันธุ์พฤกษ์ ผู้จัดการฝ่าย หน่วยงานบริหารกิจการเพื่อสังคม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รับส่งมอบน้ำมันพืชที่เหลือจากการปรุงอาหารภายในศูนย์ฯ สิริกิติ์ สู่การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน “SAF” ช่วยส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการบินของประเทศ

 

ข่าวที่สอง ททท.ปารีส-TV5 Mondeจัดปฐมทัศน์สารคดี Isan Thailand

 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานปารีส  สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปารีส และพันธมิตรภาคฝรั่งเศส ร่วมกันจัดยิ่งใหญ่งานฉายสารคดีท่องเที่ยวรอบปฐมทัศน์ ในรายการ “Destination Francophonie en Thaïlande ตอน : Isan Thailand ทางสถานีโทรทัศน์ชั้นนำในยุโรป TV5 Monde เมื่อ 28 เมษายน 2569ที่กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

 

“ออกอากาศ” สารคดีอีสานของไทยครั้งแรกเมื่อ 29 เมษายน 2569 มีเครือข่ายครอบคลุมผู้ชมทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ เข้าถึงกว่า 450 ล้านครัวเรือน และผู้ชมกว่า 60 ล้านคน/สัปดาห์ กลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง (High-End) มีแนวโน้มเดินทางต่างประเทศสูง ที่ได้รับชมผ่าน www.tv5mondeplus.com/df  และ https://www.youtube.com/watch?v=RfoBKr1RtJ4

 

“สารคดีชุดนี้” ได้ถ่ายทำตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม 2569 กระจายตามพื้นที่ทั่วภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย นำเสนอ “อัตลักษณ์ไทย” ผ่านอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิตท้องถิ่น เชื่อมโยงกับภาษาฝรั่งเศส เนื่องในโอกาสครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส

 

“เนื้อหารายการ” ได้นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวในอีสานหลายจังหวัด เช่น นครราชสีมา ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น สกลนคร และเชียงคาน จ.เลย  โดยเน้น “บุคคล Francophone”  เป็นตัวเชื่อมโยงวัฒนธรรมไทย–ฝรั่งเศส เช่น เชฟ นักออกแบบ ครู และผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น

 

สำหรับ บรรยากาศในงาน Destination Francophonie en Thaïlande ตอน : Isan Thailand” มีผู้เข้าร่วมกว่า 80 คน ประกอบด้วย ผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐฝรั่งเศส ผู้ประกอบการท่องเที่ยว สายการบิน บริษัทนำเที่ยว สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ ช่วยขยายการรับรู้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในวงกว้าง

 

รวมทั้งการจัดเลี้ยงแบบเฮฟวี่ ค็อกเทล นำเสนอ “อาหารอีสาน” โดยความร่วมกับโรงเรียนสอนทำอาหารไทยในปารีส ถ่ายทอดเมนูจากสารคดี เช่น ส้มตำ ไก่ย่าง ต้มแซบ และเมนูพิเศษ “เมี่ยง 170” เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ไทย–ฝรั่งเศส

 

โครงการดังกล่าวจัดทำขึ้นเพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่ตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงในยุโรป และส่งเสริม ซอฟท์ พาวเวอร์ ด้านอาหารและวัฒนธรรมอีสาน มุ่งกระจายการท่องเที่ยวสู่เมืองน่าเที่ยวตามนโยบายรัฐบาล โดยใช้สื่อระดับโลกเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์เมืองไทยเชิงรุกโดยเฉพาะอัตลักษณ์ของภูมิภาคอิสาน

 

เป็นอีกกลไกสำคัญช่วยขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากฝรั่งเศสและยุโรป ผ่านสื่อที่มีอิทธิพลสูง พร้อมทั้งสร้างการรับรู้เชิงบวกต่อ “อีสาน” ในฐานะจุดหมายปลายทางใหม่ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นระดับสากล

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.ภาคตะวันออกจัดกระหึ่มซัมเมอร์-กรีนซีซัน 9จังหวัด“เที่ยวสวนผลไม้-ทะเล-ธรรมชาติเย็นฉ่ำหน้าฝน"

กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร”   ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ททท.ภาคตะวันออกจัดกระหึ่มเที่ยวซัมเมอร์-กรีนซีซัน ...