ททท.ยันตลาดยุโรป/อเมริกายอดจองดีปลายปี’69-ต้นปี’70
ไทยเฝ้าระวังแข่งราคาจีน/เวียดนาม-ลั่นรักษาจุดแข็งบริการ
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #Longhaul #ยอดจองฤดูหนาวเที่ยวไทย
ททท.ยันตลาดท่องเที่ยว “ระยะไกล” ยุโรป อเมริกา 4 เดือนแรก ม.ค.-เม.ย.69 ทำได้ใกล้เคียงปี’68 เอกชนในต่างประเทศย้ำ “ยอดจองฤดูหนาว”
ปลายปี69-ต้นปี’70 ยังแกร่ง พ.ค.-ส.ค.นี้
ฟลายดูไบ เอทิฮัด บินเพิ่มเข้าไทย ต้องเฝ้าระวังเรื่อง “การแข่งขันราคา” จีน เวียดนาม
หันรักษาจุดแข็งไทย “ประสบการณ์-มาตรฐาน” บริการ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่าสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลช่วง 4
เดือนแรก มกราคม - เมษายน 2569 ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2568
แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยผู้ประกอบการประเมิน “ยอดจอง”
ช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี 2570 ยังคงอยู่ในระดับที่ดี หากสถานการณ์ความไม่สงบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
กลุ่มศักยภาพสูงที่เดินทางมาพักผ่อน (Quality Leisure) จะกลับมาอย่างรวดเร็ว
ตามที่ ททท.ได้ประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชนเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ
เมื่อ 15 พฤษภาคม 2569 ททท.เล็งเห็นความเคลื่อนไหว
2 ส่วน
ส่วนที่ 1 “โอกาสต่อยอดทำงานเชิงบูรณาการ” เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทั้งระบบอย่างจริงจัง
ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่อง
โดยเฉพาะด้านการผลิตสินค้า (Supply Side) และต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน
รวมทั้งสินค้าและบริการทั่วโลก ทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
ส่วนที่ 2 “การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก” ยังอยู่ในภาวะ “Wait & See” ภายใต้สถานการณ์ระหว่างประเทศไม่น่นอนนักท่องเที่ยวระมัดระวังมากขึ้น
เมื่อ ททท.ประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงมกราคม–เมษายน
2569 พบ “ตลาดระยะไกล” (Longhaul) จากอเมริกาและยุโรปยังมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันกับปี
2568 มีบางตลาดยังติบโต เช่น สแกนดิเนเวีย และยุโรปตะวันออก แม้สถานการณ์เมื่อเดือนมีนาคมจะตึงเครียดเริ่มรุนแรงก็ตาม
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับคุณภาพ
โดยมีตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดยังคงรักษาระดับได้
3 ปัจจัย ดังนี้
ปัจจัยที่ 1 ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นไฮซีซั่นของตลาดระยะไกล
นักท่องเที่ยวยังคงเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางตอบโจทย์ด้านคุณค่า ประสบการณ์ ความคุ้มค่า
โดยบางส่วนปรับเส้นทางการบินผ่านฮับการบินอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนที่เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทา
ปัจจัยที่ 2
ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อน
และเป็นฮอลิเดย์ เดสติเนชั่น ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ 3 ตลอด 2–3 ปีที่ผ่านมา
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ททท. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
ได้ร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากภูมิภาคอเมริกาและยุโรป
รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้านจุดเชื่อมต่อการบินผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ทำให้การเดินทางเข้าสู่ไทยมีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น
ขณะที่ “ตลาดตะวันออกกลาง” ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้ง
ทั้งการปิดสนามบิน ยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง ทำให้กลุ่มนักเดินทางเพื่อการพักผ่อน
(Leisure) ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง แต่กลุ่มมหาเศรษฐีหรือ Ultra
Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบในพื้นที่
แนวโน้มช่วง “พฤษภาคม–สิงหาคม” เป็นช่วงที่ตลาดยุโรปส่วนใหญ่มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปด้วยกันเอง ผนวกกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ
หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลคือ “จำนวนที่นั่งเที่ยวบิน” เข้าไทยลดลงตามไปด้วย
แต่ ททท. ยังคงเดินหน้าสร้างประเทศอันดับบนครองใจตลาดต่อไป (Top of Mind)
เพื่อรักษาตลาดให้เติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี 2569
ททท. เชื่อมั่นหากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย
ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC จะกลับมาเดินทางเที่ยวเมืองไทย เพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนช่วงกรกฎาคม–กันยายน
ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากเที่ยวบินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น Flydubai เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ ไป-กลับ ดอนเมือง 2 เที่ยว/วัน เริ่ม 1
กรกฎาคมนี้ และ เอทิฮัด แอร์เวย์ เตรียมเพิ่มอีก 2 เที่ยว/วัน เช่นกัน
ทางด้าน TUI ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกรายงานว่ามียอดจองทริปฤดูร้อน
กลุ่มนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราว 10% เพราะกังวลเรื่องสงครามและค่าครองชีพ จึงตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น
ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก
ไปยังจุดหมายที่มีภาพลักษณ์ความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย
และออสเตรเลีย แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น แล้วบางสายการบินก็ลดเที่ยวบินลง
ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในระยะยาวความต้องการเดินทางยังคงแข็งแรง
โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญและแพ็กเกจท่องเที่ยวคุณภาพ
สำหรับการท่องเที่ยว
ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงชัดเจน “เรื่องการจองก่อนเดินทาง” จากเดิมนิยมจองล่วงหน้านานกว่า
7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียง 16 สัปดาห์ สะท้อนถึงความระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ภาวะโลกไม่แน่นอน
ช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมิน “ยอดจอง”
ยังอยู่ระดับที่ดี หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติ เชื่อนักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะกลุ่มคุณภาพ
ขณะนี้ ประเทศไทยอาจเผชิญการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น
เมื่อนักท่องเที่ยวความอ่อนไหวเรื่อง “ราคา” จากประเทศคู่แข่งมีต้นทุนต่ำกว่า เช่น
จีนและเวียดนาม หัวใจสำคัญของไทยต้องเน้นการรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพ ประสบการณ์ มาตรฐานการท่องเที่ยว
เพื่อสร้างตลาดให้แข็งแกร่งยั่งยืนในระยะยาวต่อไป





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น