วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ททท.ยันตลาดยุโรป/อเมริกายอดจองดีปลายปี’69-ต้นปี’70

 ททท.ยันตลาดยุโรป/อเมริกายอดจองดีปลายปี’69-ต้นปี’70

ไทยเฝ้าระวังแข่งราคาจีน/เวียดนาม-ลั่นรักษาจุดแข็งบริการ

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #Longhaul #ยอดจองฤดูหนาวเที่ยวไทย

ททท.ยันตลาดท่องเที่ยว “ระยะไกล” ยุโรป อเมริกา 4 เดือนแรก ม.ค.-เม.ย.69 ทำได้ใกล้เคียงปี’68 เอกชนในต่างประเทศย้ำ “ยอดจองฤดูหนาว” ปลายปี69-ต้นปี’70 ยังแกร่ง พ.ค.-ส.ค.นี้ ฟลายดูไบ เอทิฮัด บินเพิ่มเข้าไทย ต้องเฝ้าระวังเรื่อง “การแข่งขันราคา” จีน เวียดนาม หันรักษาจุดแข็งไทย “ประสบการณ์-มาตรฐาน” บริการ


นางสาวฐาปนีย์  เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าสถานการณ์ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลช่วง 4 เดือนแรก มกราคม - เมษายน 2569 ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2568 แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยผู้ประกอบการประเมิน “ยอดจอง” ช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องถึงช่วงต้นปี 2570 ยังคงอยู่ในระดับที่ดี หากสถานการณ์ความไม่สงบกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กลุ่มศักยภาพสูงที่เดินทางมาพักผ่อน (Quality Leisure) จะกลับมาอย่างรวดเร็ว

ตามที่ ททท.ได้ประชุมหารือร่วมระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชนเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อ 15 พฤษภาคม 2569  ททท.เล็งเห็นความเคลื่อนไหว 2 ส่วน

ส่วนที่ 1 “โอกาสต่อยอดทำงานเชิงบูรณาการ” เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวทั้งระบบอย่างจริงจัง ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการผลิตสินค้า (Supply Side) และต้นทุนการดำเนินงานสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน รวมทั้งสินค้าและบริการทั่วโลก ทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน


ส่วนที่ 2 “การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก” ยังอยู่ในภาวะ “Wait & See” ภายใต้สถานการณ์ระหว่างประเทศไม่น่นอนนักท่องเที่ยวระมัดระวังมากขึ้น

เมื่อ ททท.ประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงมกราคม–เมษายน 2569 พบ “ตลาดระยะไกล” (Longhaul) จากอเมริกาและยุโรปยังมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันกับปี 2568 มีบางตลาดยังติบโต เช่น สแกนดิเนเวีย และยุโรปตะวันออก  แม้สถานการณ์เมื่อเดือนมีนาคมจะตึงเครียดเริ่มรุนแรงก็ตาม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับคุณภาพ

โดยมีตัวแปรสำคัญที่ทำให้ตลาดยังคงรักษาระดับได้ 3 ปัจจัย ดังนี้

ปัจจัยที่ 1  ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นไฮซีซั่นของตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยังคงเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางตอบโจทย์ด้านคุณค่า ประสบการณ์ ความคุ้มค่า โดยบางส่วนปรับเส้นทางการบินผ่านฮับการบินอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนที่เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทา

ปัจจัยที่ 2 ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะกับการพักผ่อน และเป็นฮอลิเดย์ เดสติเนชั่น ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง

ปัจจัยที่ 3 ตลอด 2–3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ททท. บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากภูมิภาคอเมริกาและยุโรป รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้านจุดเชื่อมต่อการบินผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ทำให้การเดินทางเข้าสู่ไทยมีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น



ขณะที่ “ตลาดตะวันออกกลาง” ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ทั้งการปิดสนามบิน ยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง ทำให้กลุ่มนักเดินทางเพื่อการพักผ่อน (Leisure) ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง แต่กลุ่มมหาเศรษฐีหรือ Ultra Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบในพื้นที่

แนวโน้มช่วง “พฤษภาคม–สิงหาคม” เป็นช่วงที่ตลาดยุโรปส่วนใหญ่มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปด้วยกันเอง ผนวกกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ผลคือ “จำนวนที่นั่งเที่ยวบิน” เข้าไทยลดลงตามไปด้วย แต่ ททท. ยังคงเดินหน้าสร้างประเทศอันดับบนครองใจตลาดต่อไป (Top of Mind) เพื่อรักษาตลาดให้เติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี 2569

ททท. เชื่อมั่นหากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC จะกลับมาเดินทางเที่ยวเมืองไทย เพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนช่วงกรกฎาคม–กันยายน ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากเที่ยวบินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เช่น Flydubai เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ ไป-กลับ ดอนเมือง 2 เที่ยว/วัน เริ่ม 1 กรกฎาคมนี้ และ เอทิฮัด แอร์เวย์ เตรียมเพิ่มอีก 2 เที่ยว/วัน เช่นกัน

ทางด้าน TUI ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกรายงานว่ามียอดจองทริปฤดูร้อน กลุ่มนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราว 10% เพราะกังวลเรื่องสงครามและค่าครองชีพ จึงตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก ไปยังจุดหมายที่มีภาพลักษณ์ความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น แล้วบางสายการบินก็ลดเที่ยวบินลง ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในระยะยาวความต้องการเดินทางยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญและแพ็กเกจท่องเที่ยวคุณภาพ


สำหรับการท่องเที่ยว ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงชัดเจน “เรื่องการจองก่อนเดินทาง” จากเดิมนิยมจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียง 16 สัปดาห์ สะท้อนถึงความระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ภาวะโลกไม่แน่นอน ช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมิน “ยอดจอง” ยังอยู่ระดับที่ดี หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ปกติ เชื่อนักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคุณภาพ

ขณะนี้ ประเทศไทยอาจเผชิญการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวความอ่อนไหวเรื่อง “ราคา” จากประเทศคู่แข่งมีต้นทุนต่ำกว่า เช่น จีนและเวียดนาม หัวใจสำคัญของไทยต้องเน้นการรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพ ประสบการณ์ มาตรฐานการท่องเที่ยว เพื่อสร้างตลาดให้แข็งแกร่งยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.-Ascent Travelโหมขายเมืองน่าเที่ยว55จังหวัด รับสิทธิพิเศษCashback 20%

ททท.- Ascent Travel โหมขายเมืองน่าเที่ยว 55 จังหวัด รับสิทธิพิเศษจองผ่านแพลตฟอร์ม Cashback 20 % เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutou...