วันอังคารที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ผู้ว่าฯ ททท.เปิดแผนที่ความอร่อย 5 สินค้าGI ทั่วไทย 5 ภูมิภาค

 ผู้ว่าฯ ททท.เปิดแผนที่ความอร่อย 5 สินค้าGI 5 ภูมิภาค

กาแฟดอยช้าง-เนื้อสกล-มะพร้าวสามพราน-ทุเรียนจันท์-หมูย่างตรัง

 

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิด “แผนที่ความอร่อย” พาไปรู้จัก "5 สินค้า GI" หรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ระดับตัวตึงจาก 5 ภูมิภาค ที่การันตีว่าของแท้ต้องถิ่นนี้เท่านั้น! ซักเนเจอร์หลักทั่วไทยใน 5 ภูมิภาค


● “ภาคเหนือ” | กาแฟดอยช้าง เชียงราย :

ดื่มด่ำความหอมละมุนระดับโลก ด้วยเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจากยอดดอยสูง ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ด้วยกลิ่นหอม เจือรสเปรี้ยว กลมกล่อม ชุ่มคอได้รับการยอมรับในเวทีโลกและมีมาตรฐานระดับสากล เช่น USDA Organic, EU Organic Farming, EU Geographical Indication และ Specialty Coffee Association เป็นเครื่องการันตีคุณภาพ


● “ภาคอีสาน” | เนื้อโคขุนโพนยางคำ สกลนคร :

สายเนื้อต้องยอมสยบ! เนื้อโคขุนพรีเมียมลายหินอ่อน ของเด็ดสกลนครที่ผ่านกระบวนการเก็บบ่ม (Aging) ในอุณหภูมิที่เหมาะสม ให้เอนไซม์ธรรมชาติ ค่อย ๆ ทำงานจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุน

 


● “ภาคกลาง” | มะพร้าวน้ำหอมสามพราน นครปฐม :

เติมความสดชื่นด้วยสุดยอดมะพร้าวที่ดังไกลระดับโลก! ด้วยเอกลักษณ์ของพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำที่มี "ดินลักจืดลักเค็ม"ทำให้มะพร้าวน้ำหอมสามพราน มีน้ำที่รสหวานละมุนชื่นใจ เนื้อนุ่ม และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายใบเตย ดื่มกี่ทีก็ชื่นใจคลายร้อน

 


● “ภาคตะวันออก” | ทุเรียนจันท์ จันทบุรี :

ราชาผลไม้จากผืนดินตะวันออกที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้ทุเรียนจันท์มีเนื้อเนียนละเอียด สีเหลืองสวย หวานมันกำลังดี และมีกลิ่นหอมละมุนเฉพาะตัว เป็นรสชาติล้ำค่าที่หลายคนตั้งตารอทุกปี

 


● “ภาคใต้” | หมูย่างเมืองตรัง : กรอบนอก นุ่มใน หอมเครื่องเทศ! หมูย่างสูตรต้นตำรับเมืองตรัง

ที่หมักด้วยเครื่องเทศท้องถิ่น ย่างในเตาพิเศษจนหนังกรอบอร่อย ทานคู่กับติ่มซำและกาแฟยามเช้าแบบชาวตรังคือฟินสุด ๆ

ทุกคำที่ได้ลิ้มรส...คือการได้สัมผัสและดื่มด่ำอัตลักษณ์ของไทยเซฟลิสต์ไว้ แล้วตามไปชิมให้ได้ทั่วไทย

ททท.โรมจับมือ Avoris Group สเปนโหมขายเที่ยวไทย ลุย5กิจกรรมเข้าถึง5ล้านคนขายทัวร์มาไทย2,136Pax

ททท.โรมจับมือ Avoris Group สเปนโหมขายเที่ยวไทย

ลุย5กิจกรรมเข้าถึง5ล้านคนขายทัวร์มาไทย2,136Pax

ททท.สำนักงานโรม อิตาลี ร่วมกับ Avoris Groupโปรโมทเที่ยวเมืองไทยเจาะตลาดสเปน

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TATRome #AvorisGroup #ตลาดสเปน

ททท.โรม กอดคอเครือ Avoris Group บริษัทนำเที่ยวชั้นนำสเปน โหมแคมเปญ “It’s Time to Return to Thailand” ทำพีอาร์กระตุ้นการขาย สร้างการรับรู้ในสเปนกว่า 5 ล้านคนครั้ง ขายทัวร์มาไทย 2,136 Pax ด้วยไฮไลต์ 5 กิจกรรม

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานกรุงโรม อิตาลี เร่งทำกิจกรรมประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการขายเมืองไทย ร่วมกับบริษัทนำเที่ยวชั้นนำในเครือ Avoris Group ได้แก่ บริษัทนำเที่ยว CATAI และ B Travel สเปน สร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยว กระตุ้นการขายเมืองไทย เชิญชวนนักท่องเที่ยวสเปนที่เคยเดินทางท่องเที่ยวแล้วกลับมาเที่ยวซ้ำอีกครั้งช่วงซัมเมอร์ ฮอลิเดย์ นี้ ภายใต้คอนเซปต์ “It’s Time to Return to Thailand”

ททท.สำนักงานโรม ได้สร้างการรับรู้การท่องเที่ยวเมืองไทยผ่านสื่อท้องถิ่นประมาณ 5 ล้าน คน-ครั้ง และเสนอขายแพ็กเกจท่องเที่ยวไทย 2,136 Pax จากการต่อเนื่องรวม 5 กิจกรรม ดังนี้



กิจกรรมที่ 1 : ประชาสัมพันธ์ผ่าน Digital Platform ของบริษัทนำเที่ยว B Travel (Banner & Exclusive Landing page)

กิจกรรมที่ 2 : ประชาสัมพันธ์ผ่าน Digital Screen ณ สำนักงานขายของบริษัทนำเที่ยว B Travel ทั่วประเทศสเปน จำนวน 415 สาขา

กิจกรรมที่  3 : จัดทำ Brand Content ประชาสัมพันธ์และกระตุ้นการขายประเทศไทยในนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังของสเปน VIAJAR MAGAZINE

https://viajar.elperiodico.com/destinos/asia/2026/06/15/bangkok-chiang-mai-viaje-vip-131227533



กิจกรรมที่ 4 : ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านสื่อ Out Of Home (OOH) ในพื้นที่เมืองหลักของสเปนเป็นเวลา 10 วัน ได้แก่ กรุงมาดริด (Plaza Castilla, Avenida de America, Estacion Sur Mendez Alvaro/ Principe Pio) เมืองบาร์เซโลน่า (Estacion Nord) เมืองวาเลนเซีย (Calle Colon) เมืองเซบีย่า (Centro Comercial Way Dos Hermanas) เมืองซาราโกซ่า (Estacion Delicias)



กิจกรรมที่ 5 : ประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านสื่อ Out Of Home (OOH) ผ่านการ Wrap รถโดยสารประจำทางในกรุงมาดริด

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ ททท. เน้นสร้างภาพลักษณ์ให้ไทยเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพ นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่มอบประสบการณ์ท่องเที่ยวที่แตกต่างและมีความหมาย กระตุ้นเดินทางกลุ่มเป้าหมายให้เลือไทยเป็นจุดหมายปลายทางการพักผ่อนอย่างต่อเนื่องตลอดไป

 




“บางจาก-Mitico International”โชว์ความสำเร็จดักจับคาร์บอน โปรเจกต์สาธิตที่โรงกลั่นพระโขนง

“บางจาก-Mitico International”โชว์ความสำเร็จดักจับคาร์บอน

โปรเจกต์สาธิตที่โรงกลั่นบางจากลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #MiticoInternational #ดักจัดคาร์บอนโรงกลั่นน้ำมัน

บางจากฯ กับ Mitico International ประสบความสำเร็จโปรเจกต์ “สาธิตเทคโนโลยี ดักจับคาร์บอน” ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง เดินหน้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ปี’93

 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ Mitico International Sàrl ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการ “สาธิตเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน” (Carbon Capture) ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง ทาง “Mitico” เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศจากสหรัฐอเมริกา ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโซลูชันการดักจับคาร์บอนสำหรับแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยีของบริษัทได้รับการพัฒนาต่อยอดจากงานวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแคลิฟอร์เนีย (California Institute of Technology: Caltech) โดยใช้วัสดุดูดซับชนิดของแข็ง (Solid Sorbent) ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการเผาไหม้ในภาคอุตสาหกรรม

ระบบดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีต้นทุนที่เหมาะสม สามารถขยายผลได้ในระดับอุตสาหกรรม และติดตั้งใช้งานร่วมกับโรงงานเดิมได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยีของ Mitico ภายใต้สภาวะการดำเนินงานจริงของโรงกลั่นน้ำมัน รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาปรับใช้กับกระบวนการผลิตที่มีอยู่ การสาธิตครั้งนี้ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้รับข้อมูลเชิงปฏิบัติการที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับประสิทธิภาพและศักยภาพในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาบทบาทการดักจับคาร์บอนในฐานะหนึ่งในทางเลือกการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมที่ยังไม่สามารถลดการปล่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยแนวทางทั่วไป

“นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์” ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทคโนโลยีการดักจับคาร์บอนเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมที่ยากต่อการลดการปล่อยด้วยวิธีการทั่วไปเพียงอย่างเดียว การสาธิตเทคโนโลยีร่วมกับ Mitico ครั้งนี้ช่วยให้เราได้ประเมินประสิทธิภาพของเทคโนโลยีภายใต้สภาวะการดำเนินงานจริงของโรงกลั่น และได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับศักยภาพการนำไปประยุกต์ใช้

โครงการนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันแสวงหาแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและขยายผลได้ เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม สอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มบริษัทบางจากในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

“นายรอน โรเจอร์ส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Mitico International Sàrl กล่าวว่า ขอขอบคุณทีมงานบางจากฯ เป็นอย่างยิ่งในความร่วมมือ ความเปิดกว้าง ความทุ่มเทตลอดระยะเวลาโครงการ การสาธิตครั้งนี้ช่วยให้สามารถพิสูจน์ประสิทธิภาพของเทคโนโลยีในสภาพแวดล้อมการปฏิบัติงานจริง และช่วยเสริมความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนที่มีต้นทุนเหมาะสม สามารถมีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม เรามองเห็นโอกาสที่สำคัญทั้งในไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลการสาธิตยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีดักจับคาร์บอนในการสนับสนุนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานทางอุตสาหกรรมที่มีระดับใหญ่ ซึ่งบางจากฯ และ Mitico จะยังคงร่วมกันศึกษาข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้รับจากโครงการ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้เพื่อต่อยอดความร่วมมือและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในพื้นที่ดำเนินงานอื่นของกลุ่มบริษัทบางจากต่อไป

ททท.MOU 2 พันธมิตรอินโดฯ“TransNusa Airline-Traveloka” เปิดใหม่บินตรงมาไทยเริ่ม6ส.ค.69

ททท.MOU 2 พันธมิตรอินโดฯ“TransNusa Airline-Traveloka”

บินตรงไทย6ส.ค.-เชื่อมเที่ยวอาเซียนขยายฐานตลาดมุสลิม

อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เป็นสักขพยานพิธี ททท.MOU สายการบิน TransNusa อินโดนีเซีย

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #TransNusaAirline #Traveloka  

ททท.ใช้โอกาสนายกฯ อนุทิน เยือนอินโดนีเซีย ลงนาม MOU 2 พันธมิตรใหญ่ สายการบิน “TransNusa” บินตรง จาการ์ตา-กรุงเทพฯ 6 ส.ค.บาหลี-ภูเก็ต 9 ก.ย.นี้ ลุยยกระดับเชื่อมทางอากาศ 2 ประเทศ ผนึกแพลตฟอร์ม “Traveloka” ดันไทยสู่จุดหมายเที่ยวคุณภาพ เชื่อม Asean Tourism และ Muslim-Friendly Destination

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ได้รับโอกาสที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี นำคณะเดินทางเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 กรกฎาคม 2569  เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เชิงรุกเปิดตลาดท่องเที่ยวอาเซียน ทาง ททท.ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ด้านการท่องเที่ยว 2 ฉบับ กับ Datuk Bernard Francis ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการบินทรานส์นุสา/TransNusa และนายอัลเบิร์ตผู้ร่วมก่อตั้ง Traveloka ที่โรงแรมแฟร์มองต์ กรุงจาการ์ตา โดยได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีสำคัญดังกล่าว

ททท.วางแผนเดินหน้าทิศทางความร่วมมือโดยตั้งเป้าให้อินโดนีเซียเป็น 1 ใน 5 ตลาดท่องเที่ยวหลักที่สำคัญมากในอาเซียน การลงนามครั้งนี้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์การยกระดับความเชื่อมโยงทางอากาศ (Air Connectivity) เชื่อมโยงการเดินทางอย่างไรร้อยต่อระหว่างสองประเทศ


มุ่งขยายบริการบินตรง ไป-กลับ 2 เส้นทาง ได้แก่ จาการ์ตา–กรุงเทพฯ และ บาหลี–ภูเก็ต รวมทั้งแผนต่อยอดกระจายนักท่องเที่ยวไปยัง “เมืองน่าเที่ยว” ทั่วเมืองไทย ผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand: Feel All the Feelings”

ผู้ว่าฯ ฐาปนีย์ กล่าวว่าความร่วมมือระหว่าง ททท.กับ TransNusa จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการด้วยเที่ยวบินปฐมฤกษ์ จาการ์ตา–สุวรรณภูมิ วันที่ 6 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป 2 เที่ยว/วัน และ บาหลี - ภูเก็ต เริ่มวันที่ 9 กันยายน 2569 เป็นต้นไป แล้ว TransNusa ยังมีบริการเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) ตรงกับกลยุทธ์ททท. เล็งเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง สร้างมูลค่าเพิ่มและกระจายรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน


ส่วนความร่วมมือกับ “Traveloka” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มท่องเที่ยวยอดนิยมของภูมิภาคนี้ จะช่วยให้ ททท.เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายศักยภาพสูงได้อย่างแม่นยำ ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.นักท่องเที่ยวการเดินทางด้วยตนเอง (FIT) 2.ครอบครัว 3.นักท่องเที่ยวมุสลิม

ททท.ได้ใช้การร่วมกับธุรกิจแถวหน้าของอินโดนีเซีย 2 พันธมิตร ย้ำความพร้อมผลักดันไทยให้เป็นประเทศจุดหมายปลายทางที่มิตรต่อมุสลิม (Muslim-Friendly Destination) พร้อมชูจุดขายด้านอาหารไทย ประวัติศาสตร์ ชุมชน สุขภาพ และธรรมชาติชายหาด ควบคู่กันไปด้วย

สถิตินักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมาไทยตั้งแต่ 1 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2569 มีจำนวน 376,337 คน วันเฉลี่ย 6 คืน/ทริป ตลอดปีนี้ ตั้งเป้าให้ได้ถึง 890,000 คน ททท.มั่นใจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว




วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ททท.แฟรงเฟิร์ตดึงบริษัทนำเที่ยว-สื่อยุโรปเปิดมุมใหม่โหมขายแห่เทียนอุบลเที่ยว7ประสบการณ์

 ททท.แฟรงเฟิร์ตดึงบริษัทนำเที่ยว-สื่อยุโรปตลุยอุบลฯ

เปิดมุมใหม่โหมขายแห่เทียนเชื่อมเที่ยว7ประสบการณ์

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TATFrankfurt #แห่เทียนพรรษาอุบลราชธานี

ททท. แฟรงก์เฟิร์ต นำตัวแทนท่องเที่ยว สื่อ ยุโรป 3 ชาติ “เยอรมัน-สวิตเซอร์แลนด์-ออสเตรีย” เปิดมุมใหม่เที่ยวเมืองไทยในอุบลราชธานีสัมผัส 7 ประสบการณ์ พร้อมขาย “แห่เทียนพรรษา” หวังสร้างคอนเทนท์ แพกเกจทัวร์เจาะกลุ่มเที่ยวซ้ำ หวังใช้สื่อสร้างการรับรู้กว่า 3 ล้านคน-ครั้ง

นายชาญยุทธ เศวตสุวรรณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  สำนักงานแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมัน เปิดเผยว่า ได้นำคณะผู้แทนบริษัทนำเที่ยวและสื่อมวลชนจากตลาดระยะไกล (Longhaul Market) เยอรมนี สวิตเซอร์แลนต์ และออสเตรีย 8 ราย เดินทางเข้าร่วมร่วมกิจกรรม "Signature Thailand Fam Trip - Ubon Ratchathani Candle Procession Festival 2026" พร้อมทั้งสำรวจเส้นทางและสินค้าการท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี ช่วงเทศกาลแห่เทียนพรรษา เมื่อ 27 - 31 กรกฎาคม 2569  

กิจกรรม Signature Thailand Fam Trip ครั้งนี้ เน้นสร้างประสบการณ์ความประทับใจไม่รู้ลืมหรือ Unforgettable Experience เจาะลึกการท่องเที่ยวด้าน “ศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติ” และมุ่งนำเสนอสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวอุบลราชธานี ด้วยการนำคณะตัวแทนการท่องเที่ยวและสื่อทั้ง 3 ประเทศ ร่วมสัมผัส 7 ประสบการณ์ ได้แก่


ประสบการณ์ที่ 1 : ลงพื้นที่ชุมชนทำเทียนพรรษาเพื่อเรียนรู้ภูมิปัญญาการแกะสลักและการติดพิมพ์เทียนพรรษาจากปราชญ์ชาวบ้าน

ประสบการณ์ที่ 2 : นั่งรถสามล้อดั้งเดิมชมเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สื่อความหมายที่ดี

ประสบการณ์ที่ 3 : เข้าร่วมชมงานรวมเทียน บริเวณทุ่งศรีเมือง และขบวนแห่เทียนพรรษาประจำปี

ประสบการณ์ที่ 4 : ร่วมเรียนรู้งานหัตถกรรมท้องถิ่น ที่ชุมชนหล่อทองเหลืองบ้านปะอาว ศูนย์ทอผ้าบ้านคำปุน และวิถีการทอผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติที่ หมู่บ้านฝ้าย ทอแสง คอตตอน วิลเลจ


ประสบการณ์ที่ 5 : สำรวจแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม  ได้แก่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว

ประสบการณ์ที่ 6 : ร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญและรับประทานอาหารค่ำแบบพื้นบ้าน (พาแลง)

ประสบการณ์ที่ 7 : การสำรวจศักยภาพความพร้อมของโรงแรมที่พักในพื้นที่อุบลราชธานี หนึ่งในเมืองน่าเที่ยวภาคอีสาน


“ผู้แทนบริษัทนำเที่ยวจากยุโรป” ที่ร่วมทริปนี้ แสดงเห็นว่า “อุบลราชธานี” ภาคอีสานของไทยมีความโดดเด่นและมีศักยภาพสามารถนำไปออกแบบเส้นทางเพื่อเสนอขายนักท่องเที่ยวในตลาดเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรียได้ โดยเฉพาะกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวซ้ำ (Revisitor) ผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและประสบการณ์ท้องถิ่น

ขณะที่ “สื่อมวลชน” ที่ร่วมทริป ยืนยันว่ามองเห็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์ เพื่อทำคอนเทนต์ได้อ่างหลากหลายครอบคลุมทุกมิติ ทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และอาหาร โดยใช้งาน “แห่เทียนพรรษา” เป็นจุดขายหลักในการเล่าเรื่อง แต่ละสื่อพร้อมจะถ่ายทอดประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านนิตยสาร หนังสือพิมพ์ และช่องทางออนไลน์ อาทิ DIE WELT (เยอรมนี) WESER-KURIER (เยอรมนี) reisetrends (สวิตเซอร์แลนด์) และ Kurier (ออสเตรีย) คาดจะสามารถสร้างการรับรู้ได้ไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน-ครั้ง

 


 

บางจากเฝ้าฯรับเสด็จในหลวงพระราชินีเปิดโครงการหลวง57 ร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยสู่ยั่งยืน

บางจากเฝ้าฯรับเสด็จในหลวงพระราชินีเปิดโครงการหลวง57

ทูลเกล้าฯถวายหัตถศิลป์-ร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยสู่ยั่งยืน


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #โครงการหลวง57 #สืบสานภูมิปัญญาไทยสู่ยั่งยืน

บางจากฯ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในพิธีเปิดงาน “โครงการหลวง 57” ร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทยและสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมทูลเกล้าฯ ถวาย “ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์” จากหนองบัวลำภูและพัทลุง เพื่อเผยแพร่คุณค่างานหัตถกรรมไทย



            พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “โครงการหลวง 57” ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ทางมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกัมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดขึ้นระหว่าง 1–12 สิงหาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” (The Blooming Legacy of Royal Flora) โดยมี พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิโครงการหลวง และประธานกรรมการจัดงาน “โครงการหลวง 57” พร้อมด้วยองคมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน คณะผู้จัดงาน อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิโครงการหลวง รวมถึงผู้แทนโครงการส่วนพระองค์ และผู้บริหารองค์กรผู้สนับสนุนการจัดงาน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ


            ในโอกาสนี้ นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารและพนักงานบางจากฯ ร่วมเฝ้าฯ รับเสด็จ ในฐานะองค์กรผู้สนับสนุนการจัดงานโครงการหลวง 57 พร้อมทั้งทูลเกล้าฯ ถวาย “ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์” จากจังหวัดหนองบัวลำภูและจังหวัดพัทลุง เพื่อร่วมเผยแพร่คุณค่าของงานหัตถกรรมไทย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน ด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจอย่างยั่งยืนไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคม

ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ที่ทูลเกล้าฯ ถวาย คือผ้าไหมแก้วทอหน้าปักลายดอกเอเดลไวส์ ผลงานของช่างฝีมือจากวิชชาลัยผ้าทอหนองบัวลำภู (ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา) จังหวัดหนองบัวลำภู ผืนผ้าใช้เทคนิคการทอแบบขิดทอหน้าปัก ทำให้มีสองด้านที่แตกต่างกัน โดยด้านหน้าเป็นลายนูน ส่วนด้านหลังเป็นพื้นเรียบ ทอจากเส้นไหมแก้วที่มีคุณสมบัติโปร่งเบา ระบายอากาศได้ดี ผิวสัมผัสลื่น และย้อมสีธรรมชาติจากใบฉนวน ปักเป็นลวดลายดอกเอเดลไวส์ พรรณไม้ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้มูลนิธิโครงการหลวงนำไปทดสอบวิจัย จนสามารถขยายพันธุ์ และปลูกเลี้ยงได้สำเร็จที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ และผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ อีกหนึ่งชิ้นที่ทูลเกล้าฯ ถวาย คือกระเป๋ากระจูดสานจากแบรนด์บ้านอารยา ผลิตโดยชาวบ้านชุมชนทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง ผสานงานหัตถศิลป์ท้องถิ่นเข้ากับงานออกแบบร่วมสมัย เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์และสร้างรายได้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน การจักสานกระจูดสะท้อนวิถีชีวิตและรากฐานทางวัฒนธรรมของชาวปักษ์ใต้ในการสืบทอดองค์ความรู้จากบรรพบุรุษ ด้วยการนำต้นกระจูด ซึ่งเป็นวัชพืชพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีอยู่มากในท้องถิ่น มาประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ก่อนพัฒนาต่อยอดเป็นงานหัตถกรรมที่สร้างอาชีพและรายได้ จนกลายเป็นหนึ่งในหัตถศิลป์อันเป็นเอกลักษณ์ของภาคใต้ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน



            ปี 2569 บางจากฯ ร่วมสนับสนุนการจัดงานโครงการหลวง 57 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมทั้งสนับสนุนบัตรเติมน้ำมันบางจากสำหรับการเดินทางของเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงการขนส่งผลิตภัณฑ์ของโครงการหลวงสู่พื้นที่จัดงาน ตลอดจนมอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ผ่านแอปพลิเคชันบางจาก รับฟรีไอศกรีมอะโวคาโดสูตรออริจินอล หนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ยอดนิยมของโครงการหลวง จำนวน 300 สิทธิ์แรก

            บางจากฯ ขอเชิญชวนร่วมงาน “โครงการหลวง 57” ภายใต้แนวคิด “พรรณพืชพระราชทาน สืบสาน รักษา ต่อยอด จากดอยสู่เมือง” ศึกษาเรื่องราวการดำเนินงานและผลสำเร็จของมูลนิธิโครงการหลวงผ่านนิทรรศการต่าง ๆ ชื่นชมความงดงามของไม้ดอกเมืองหนาว และพบกับ “กุหลาบควีนสุทิดา” กุหลาบสายพันธุ์ใหม่ที่ได้รับพระราชทานนามาภิไธย เนื่องในโอกาสสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 4 รอบ ซึ่งนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในงาน พร้อมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม จับจ่ายใช้สอยจากร้านจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิโครงการหลวง โครงการส่วนพระองค์ และหน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนโครงการหลวง โดยงานนี้จัดขึ้นจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์



 

“ททท.มุมไบ”ชู Partnership 360°รุกอินเดียใต้-ศรีลังกา บุกคนรุ่นใหม่-ครอบครัวครองTop of Mind Destination

“ททท.มุมไบ” ชู Partnership 360°รุกอินเดียใต้-ศรีลังกา

บุกคนรุ่นใหม่-ครอบครัวครองTop of Mind Destination


ทท.มุมไบ ทำการตลาดเชิงรุกในเอเชียใต้ผ่านกลยุทธ์ Partnership 360° : Team Thailand Synergy”

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #ทททมุมไบ #TAT #Partnership360

ททท.มุมไบ งัดกลยุทธ์ Partnership 360° ผนึกทีมประเทศไทย กระตุ้นตลาดครึ่งหลังปี’69 นำไทยครอง Top of Mind Destination ตลาด “อินเดียใต้–ศรีลังกา” กลุ่มไฮเอนด์ คนรุ่นใหม่ ครอบครัว


นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.สำนักงานมุมไบ ทำการตลาดเชิงรุกในภูมิภาคเอเชียใต้ ผ่านกลยุทธ์ Partnership 360° : Team Thailand Synergy” โดยได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทีมประเทศไทย ภาครัฐ เอกชน พันธมิตรทางธุรกิจ ยกระดับภาพลักษณ์ไทย สร้างการรับรู้ กระตุ้นความต้องการเดินทาง ช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ได้ผลักดันประเทศเป็นครองใจนักท่องเที่ยว “Top of Mind Destination” อินเดียและศรีลังกาในงาน Top Thai Brands 2026 เมื่อ 31 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2569 ที่ห้างสรรพสินค้า เอ็กซ์เพรส เวนิว เมืองเชนไน อินเดีย

นายรชา อารีพรรค กงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน ให้เกียรติ เป็นประธานเปิดงาน ในฐานะสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเชนไน โดยจัดงานนี้ขึ้นโดยมุ่งประชาสัมพันธ์สินค้าไทยให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดอินเดียมากขึ้น ภายในงานนำผู้ประกอบการไทย 26 ราย จัดแสดงและจำหน่ายสินค้า อาหารเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์สปาและเวลเนส ของใช้ในครัวเรือน พร้อมกิจกรรมนวดไทย สาธิตปรุงอาหารไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย



ส่วน ททท. สำนักงานมุมไบ ร่วมกับทีมประเทศไทยนำเสนอไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพ ทำประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ภูเก็ต กระบี่ พังงา สมุย และเชียงใหม่ ควบคู่ผลักดันประสบการณ์ท่องเที่ยวตอบโจทย์เป้าหมายหลักตลาดอินเดียใต้ 2 กลุ่ม คนรุ่นใหม่ (Millennials) และครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูง (Affluent Families) โดยใช้จุดแข็ง 1.มาตรการฟรีวีซ่า 2.ความสะดวกของเที่ยวบินตรง 3.ความหลากหลายประสบการณ์ท่องเที่ยว เป็นปัจจัยสนับสนุนการตัดสินใจเดินทางมายังไทย

ปัจจุบันมีสายการบินให้บริการเที่ยวบินตรง ไป-กลับ เชนไน-กรุงเทพฯ ได้แก่ การบินไทย ไทยไลออนแอร์ ไทยแอร์เอเชีย อินดิโก ททท. มุมไบ เร่งขยายผลเจาะตลาดศรีลังกา เข้าร่วมงาน Thai Festival 2026 เมื่อ 1-2 สิงหาคม 2569 ที่ Colombo Municipal Council กรุงโคลอมโบ โดยร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโคลัมโบ ทีมประเทศไทย พันธมิตรภาคธุรกิจ และชุมชนคนไทยในศรีลังกา ร่วมส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว อาหารไทย และสินค้าไทย อย่างเต็มที่


ททท.มุมไบได้ร่วมกับ 2nd Chance บริษัทนำเที่ยวรายใหญ่ที่สุดของศรีลังกา เสนอขายแพคเก็จท่องเที่ยวเมืองไทย ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ให้ผู้ที่สนใจภายในงานดังกล่าว ถือเป็นการปักธงตลาดที่มีศักยภาพสูงศรีลังกาที่มีสัดส่วนผู้เดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ (Outbound) สูงถึง 20% ของประชากร คิดเป็นปีละ 5 ล้านคน เลือกเดินทางมาเอเชียสูงถึง 70% หรือประมาณ 3.5 ล้านคน ส่วนไทยมีเที่ยวบินตรงรองรับเส้นทาง ไป-กลับ โคลัมโบ-กรุงเทพฯ โดยการบินไทย ไทยแอร์เอเชีย ศรีลังกันแอร์ไลน์ส

สำหรับ ททท.เดินหน้าทำความร่วมมือภายใต้แนวคิด Partnership 360° : Team Thailand Synergy ตอกย้ำทำตลาดเชิงบูรณาการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน วัฒนธรรม ความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภาพลักษณ์ไทยในทุกมิติ สร้างแรงจูงใจในการเดินทางอย่างต่อเนื่อง มุ่งผลักดันประเทศไทยเป็น Top of Mind Destination ของชาวเอเชียใต้ ตลอดช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพต่อเนื่องในระยะยาว

 


“TAT Academy”ปลุกธุรกิจรุกท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยุคใหม่ดันไทยสู่“Sanctuary of Healing”

“ TAT Academy ”ปลุกธุรกิจรุกท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยุคใหม่ เปิดอบรมผนึกทีมดันไทยสู่ดินแดน“ Sanctuary of Healing” เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยส...