วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ททท.เตรียมเคาน์ดาวน์ยิ่งใหญ่ แจกโบนัส--การบินไทยเปิดธุรกิจฟู้ดทรัค--เที่ยวบ้านบ่อสวก

ททท.จัดทัพกิจกรรมปลุกเศรษฐกิจเที่ยวส่งท้ายปี’60
จัดใหญ่เคาน์ดาวน์-มหกรรมไล่ล่าอาหารถิ่น77จังหวัด
28ปีคิงเพาเวอร์แบรนด์ลดแหลก-เทศกาลอาหารดนตรี
“กาญจน์-กรุงเทพฯ-นครสวรรค์”ประชันจัดท่องเที่ยว
บางจากฯสุดคึกเปิดผลงาน9เดือนกำไร4.8พันล้าน
โลว์คอสต์หันใช้ฝูงบินใหญ่ช่วยดอนเมืองลดแออัด
ร่วมเดินทางตำนาน750ปีชุมชนบ่อสวกเมืองน่าน
ลุ้น“ททท.-ทอท.-วิทยุการบิน”แจกโบนัส2-7.5เดือน
บินไทยผุดธุรกิจยอดฮิตฟู้ดทรัคตะลอนขายทั่วไทย

สวัสดีวันเสาร์ที่  2560 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz. ฟังเรียลไทม์ได้ทางมือถือ และอ่านได้ทาง www.facebook.com/penroongyaisamsaen

ช่วงที่ 1 หลังจากเปิดปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน “คุณธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ต้องโหมกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่องโดยให้สัมภาษณ์กับทางรายการถึงภารกิจใหม่จะต้องปลุกกระแสฤดูท่องเที่ยว งานเคาน์ดาวน์ และแคมเปญ “ไล่ล่าอาหารถิ่น77 จังหวัด” เพิ่มสีสันการท่องเที่ยวช่วงปลายปีนี้ให้เกิดความคึกคัก ชวนคนทั้งไทยและต่างชาติออกมาใช้เงินจับจ่ายใช้เที่ยวทั่วไทยเติบโตอีก 7-10 %


ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ
 รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.


ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.เปิดเผยว่า ช่วงโค้งสุดท้ายปี 2560 เริ่มจากวันที่ 15 พฤศจิกายน เพิ่งจัดงานเปิดปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน ตามนโนบายรัฐบาล (จากวันนี้ - 1 มกราคม 2562) เรื่อยไปจนถึงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ธันวาคมนี้ ททท.เตรียมกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางทั้งตลาดคนไทยและนานาประเทศให้ใช้จ่ายเงินมากสุดตลอดฤดูการท่องเที่ยว (high season) ทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ เตรียมพร้อมแข่งขันกันจัดกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยว

เริ่มด้วยท่องเที่ยวหน้าหนาวนำร่องจาก “ภาคเหนือ” ขึ้นดอย อ่างขาง ห้วยน้ำดัง เชียงใหม่ ภูชี้ฟ้า  เชียงราย โดยเฉพาะ “งานเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส ชุมชนท่าแร่” สกลนคร ซึ่งคนท้องถิ่นจะพร้อมใจกันจัดขบวนแห่รถ แห่ดาว เป็นภาพสีสันที่สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งยังสะท้อนถึงความสุขของที่ทุกคนได้อยู่ร่วมกัน และงานเทศกาลดนตรีในสวน จังหวัดเชียงราย

ส่วนอีกกิจกรรมที่กำลังขยายความนิยมเป็นวงกว้างคืองาน “พุทธปฏิบัติบูชา พระธาตุพนม” เป็นกิจกรรมที่คนไปสวดมนต์ปฏิบัติธรรม ทำสมาธิ ณ วัดพระธาตุพนม วันที่ 9-10 ธันวาคม นี้

ไฮไลต์กิจกรรมซึ่งอยู่ภายใต้ Open to new Shades ของ ททท.คือ “Wonder Fruits Festival 2017” เป็นงานเทศกาลศิลปะ ดนตรี ระดับอินเตอร์ คล้ายงาน Coachella เทศกาลดนตรีที่แคลิฟอร์เนีย จัดระหว่าง 14-17 ธันวาคม นี้ ที่ เดอะ ฟิลด์ สยาม คันทรี คลับ พัทยา จ.ชลบุรี เหมาะกลุ่มนักท่องเที่ยววัยรุ่น และทุกเพศวัยสามารถไปร่วมสนุกได้

ขณะที่การเตรียมจัด “Countdown-ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่” ทุกปีสามารถชวนนักท่องเที่ยวมาร่วมเฉลิมฉลองศูนย์กลางใหญ่ในการจัดงานอยู่บริเวณ “เซ็นทรัล เวิลด์” ซึ่งเอกชนย่านราชประสงค์ร่วมมือกันปิดถนนจัดแสง สี ประดับประดับไฟฟ้าสวยงาม พร้อมทั้งรณรงค์ให้สวดมนต์ข้ามปีทั่วประเทศ

การจัดวางกลยุทธ์ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศ หลังจาก ททท.นำเอกชนและภาคีพันธมิตรในไทยไปร่วมมหกรรมขายในงาน World Travel Mart 2017 :WTM 2017 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้รับข้อมูลเรื่องการจองตั๋วโดยสารจากยุโรปเข้ามายังไทยช่วงปลายปีนี้หนาแน่นและเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จึงมั่นใจตัวเลขตั้งแต่พฤศจิกายน 2560-ต้นปี 2561 จะเติบโตตามเป้าใกล้สองหลัก

ส่วนกิจกรรมตามพื้นที่ท่องเที่ยวตามที่กล่าวไปข้างต้น ก็มีทั้งคนไทยและต่างชาตินิยมเที่ยวในพื้นที่เดียวกัน อย่างงาน Wonder Fruits Festival เมื่อปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวอาเซียน เอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี มาเลเซีย จำนวน 30,000-50,000 คน

ดังนั้นในการสื่อสารถึงนักท่องเที่ยวตลาดต่างประเทศ ททท.ต้องการส่งข้อความถึง “เมืองไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีความสุข” ตามที่พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่าหัวใจสำคัญคือคนไทยต้องทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี

ส่วนการโปรโมตชุมชนท่องเที่ยวศักยภาพสูงที่เสนอให้ต่างชาติเดินทางเข้าไปใช้จ่ายเงิน ตามที่ ททท.ทำร่วมกับ อพท.หลัก ๆ ประกอบด้วย หมู่บ้านน้ำเชี่ยว บ้านสลักคอก จ.ตราด ฝรั่งเศสสนใจมาก มีอาสาสมัครเยาวชนทยอยมาเป็นจำนวนมาก ตามด้วย ชุมชนบ้านนาต้นจั่น สุโขทัย แม่กำปอง เชียงใหม่ บานประสาน จ.นครราชสีมา บ้านเชียง จ.อุดรธานี พะโต๊ะ จ.ชุมพร ชุมชนทะเลน้อย จ.พัทลุง บ้านบางพลับ จ.สมุทรสงคราม ชุมชนบ้านเบญจรงค์ ดอนไก่ดี จ.สมุทรสาคร

แต่ละชุมชนจะมีอัตลักษณ์แตกต่างกันไปประการสำคัญชุมชนที่ ททท.คัดเลือกมานั้น ล้วนสามารถบริหารจัดการภายในอย่างเป็นระบบ มีคณะกรรมการชุมชนดำเนินการท่องเที่ยว แบ่งภารกิจให้แต่ละครอบครัวรับผิดชอบ เช่าเรือนำเที่ยวป่าโกงกาง ทำอาหาร โฮมสเตย์ ซึ่งเข้มแข็งได้ด้วยตนเองเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุก ๆ ชาติ

โดย ททท.ได้สื่อสารเรื่องหลักให้เข้าถึงตลาดโลกคือ “อาหารชุมชน” สามารถทำให้นักท่องเที่ยวจ่ายเงินตรงไปยังชุมชนมากที่สุด ในปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน หรือเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ซึ่งจัดเป็นประจำช่วงเดือนมกราคมของแต่ละปีก็มีคนนับแสนเข้ามาลิ้มลองอาหารถิ่นรับประทาน

ส่วนช่วงเดือนมีนาคมปีหน้าก็จะมี เทศกาลอาหารทะเล สมุทรสาคร เทศกาลองุ่นหวาน ดำเนินสะดวก เทศกาลเงาะนาสาร สุราษฎร์ธานี ล้วนแล้วแต่เป็นเทศกาลที่มีอายุการจัดงานยาวมาก ยกตัวอย่างเงาะนาสารมีมากกว่า 30 ปี เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจีนเข้าไปชิมกันตลอดเทศกาล

สำหรับเดือนธันวาคมนี้ ททท.จะเปิดตัว “มิชลีน ไกด์บุ๊ค” โดยรวบรวมเมนูอาหารนานาชาติและอาหารไทยในท้องถิ่นทำให้เห็นภาพวิถีชีวิตการกินของไทย ซึ่งจะเน้นอาหารถิ่นไว้ในคอนเซ็ปต์ของคู่มือแนะนำร้านต่าง ๆ ด้วย ที่ได้มิชลีนเข้ามาเสริมภาพลักษณ์ก้าวเข้าสู่อินเตอร์มากยิ่งขึ้น จะช่วยทำให้ “ร้านอาหารถิ่น” ซึ่งเกิดขึ้นเป็นรายวันไม่รู้จบ ในโลกโซเชียล มีเดีย มีเรื่องน่าค้นหาและติดตามไปไล่ล่าอาหารถิ่นกันในทั่วประเทศ

ซึ่งจะเป็นแคมเปญอนาคตอันใกล้นี้ในเชิงรุก “ไล่ล่าอาหารถิ่น 77 จังหวัด” ต้องติดตามกันหลังจากเปิดตัว มิชลิน ไกด์ บุ๊ค ก็จะเดินหน้าลุยเรื่องตามล่าอาหารถิ่นทันที สร้างสีสันและความสนุกสนาน

คุณธเนศวร์ย้ำว่าโดยภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวของไทยจะสามารถทำให้เข้าเป้าได้ ถึงแม้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาอาจจะเผชิญกับหลายอุปสรรค แต่ในปี 2560 มีปัจจัยหนุนทำให้ท่องเที่ยวเติบโตทั้งทางด้านจำนวนและมูลค่ารายได้ไม่ต่ำกว่า 8-9 % ส่งสัญญาณต่อเนื่องถึงความคึกคักในปีงบประมาณ 2561 จากอัตราการจองตั๋วโดยสารเดินทาง ที่พัก จากทั่วโลกเข้ามายังไทยปลายปีนี้ เรื่อยไปจนถึงคนไทยด้วยกันก็ตื่นตัวจองโปรแกรมท่องเที่ยวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้

ขณะนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วม E-greet ซึ่ง ททท.ได้จัดภาพสวย ๆ เก๋ ๆ นับพันภาพ ไว้ให้เข้าไปโหลดได้ที่ www.facebook.com/egreet

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1 “28ปีคิงเพาเวอร์ลดแหลก-บูมเทศกาลกินดื่ม”



นางสาววรมาศ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานพาณิชย์ และรักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการสายงานการตลาด กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กล่าวว่า ได้จัดมหกรรมฉลองครบรอบ 28 ปี ด้วยงาน ”28th Anniversary Discover Endless Surprises”  ระหว่าง 16 – 19 พฤศจิกายน 2560 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เป็นเทศกาลเซลโปรโมชั่นพิเศษครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีมากมายด้วยกองทัพสินค้าต่าง ๆ และแบรนด์เนมหรูระดับท็อป ลดราคาสูงสุดถึง 30%

พร้อมกับเปิดโฉมใหม่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ พื้นที่เกือบ 50,000 ตร.ม ภายใต้คอนเซปท์ “Explore Endlessly เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์โอ่อ่า หรูหรา ทันสมัยกว่าเดิม มีความหลากหลายครบทุกมิติ รองรับนักช้อปและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ตลอดการช้อปสามารถเข้าร่วมในโครงการ "ช็อปช่วยชาติ" โดยรวบรวมใบกำกับภาษีจากการซื้อสินค้าและค่าอาหารใน คิง เพาเวอร์ วงเงินไม่เกิน 15,000 บาท ที่ใช้จ่ายระหว่าง 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 ไปหักลดหย่อนภาษีตามนโยบายรัฐบาลได้ด้วย

ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ลูกค้าคนไทยและสมาชิกบัตรคิง เพาเวอร์ ลงทะเบียนวันนี้ จนถึง 30 พฤศจิกายน 2560 รับทันทีคูปองส่วนลด มูลค่า 500 บาท ไปใช้ซื้อสินค้ามูลค่า 5,000 บาทขึ้นไป ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา และภูเก็ต โทร.1631



และกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ชวนร่วมอีกงานคือ “The Urban Outdoor with Singha @KING POWER Rangnam” โดยเปิดลานน้ำพุ Fountain Square คิง เพาเวอร์รางน้ำ  จัดเทศกาลอาหาร เครื่องดื่ม โดยมีการแสดงสดวงดนตรีสไตล์ Jazz ทุกวันจนถึง 13 ธันวาคม 2560 เวลา 11.00 -23.00 น.

  พิเศษวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ เวลา 22.00 น.เป็นต้นไป พบกับการถ่ายทอดสดการแข่งกัน Premier League นัดสำคัญ ระหว่าง Leicester City พบกับ Manchester City

สำหรับดนตรีมีรอบพิเศษวันที่ 23 พฤศจิกายน นี้ เวลา 20.45 เป็นต้นไป ฟังคอนเสิร์ต จากวงอินดี้ฃั้นนำ The Parkinson  และ วันที่ 12 ธันวาคมร่วมคอนเสิร์ต จากวงดนตรีชั้นนำ Season Five เติมความสุขกันอย่างเต็มที่ตลอดงาน

ข่าวที่ 2  “ททท.กาญจน์-กรุงเทพฯ-นครสวรรค์ ชิงจัดเที่ยวปลายปี”

ททท.กาญจนบุรี ร่วมกับ จังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน)  เพิ่มสีสันการแสดงไลท์แอนด์ซาวด์ สู่สุดยอดการแสดงในรูปแบบละครเพลงแห่งความภาคภูมิใจ “วีรบุรุษ แม่น้ำแคว เดอะ มิวสิคัล” (DEATH RAILWAY HERO THE MUSICAL) เปิดการแสดงระหว่าง 23 พฤศจิกายน –3 ธันวาคม 2560 จำนวน 10 รอบ ณ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว ในงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว

โดยจำหน่ายบัตรราคา 300 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท บาท (พิเศษสุด รอบซ้อมใหญ่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 เวลา 1 ทุ่ม บัตรราคา 300 บาท โทร. 083 989 6780 และ 083 989 6824 LINE ID: showicv ซื้อบัตรได้ที่ www.icvapp.com/kanchanaburi

ระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน 2560 เวลา 16.00 น.ททท.สนับสนุนการจัดงาน Village Festival มหกรรมของฝากและของที่ระลึกจากชุมชนทั่วประเทศ  ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ ภายในงนงานมีแฟชั่นโชว์ผ้าไทย เวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบสินค้าชุมชน พร้อมของฝากดีไซน์เก๋ไก๋มาให้ช้อปพร้อมชิมอาหารถิ่น มินิคอนเสิร์ต

อีกทั้ง ททท. ยังได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานมหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก 2560 ครั้งที่ 7 (7th Celebration Of Silk Thai Silk Road To The World 2017) โดยมีสถานทูตเข้าร่วม 30 แห่ง และนักออกแบบแฟชั่นนานาชาติมากกว่า 25 ประเทศ ระหว่าง 22-25 พ.ย.2560 และ 26-30 พ.ย.2560  โดยจะมีพิธีเปิดวันที่ 25 พ.ย.2560 เวลา 17.00-19.00 น. ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาร่าแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์

ตลอดงานสามารถชมนิทรรศการ การแสดงชุดแฟชั่นบนแคทวอล์ค และในวันที่ 22-24 พ.ย.2560 ชมงานแฟชั่นโชว์วันละ 7 รอบ ณ EDEN 3 ชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์

ททท.นครสวรรค์ ททท. ชวนเที่ยวเมืองดอกไม้ช่วงกลางเดือน พฤศจิกายน 2560-มกราคม 2561 สัมผัสความของดอกไม้สวยงามพันธุ์ต่าง ๆ ทั้งทุ่งดอกบัวแดงและบัวนานาชนิดในบึงบอระเพ็ด ทุ่งดอกปอเทืองกับทุ่งดอกทานตะวัน เหลืองอร่ามในพื้นที่นับหมื่นไร่ ทุ่งทานตะวันในบริเวณตำบลพุนกยูง ตำบลสุขสำราญ ตำบลลำพยนต์ ส่วนทุ่งปอเทืองนิยมปลูกกันมากใน ตำบลซับตะเคียน ตำบลสุขสำราญ และตำบลลำพยนต์

ข่าวที่ 3 “บางจากสุดคึก9เดือนกำไรฉลุย4.8พันล้าน”

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 2560 ของบางจากฯ และบริษัทย่อย สามารถทำกำไรสุทธิ 4,838 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 3.19 บาท เป็นกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 4,393 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14 % โดยมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 125,832 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 %

เฉพาะไตรมาส 3 ปีนี้มีกำไรสุทธิ 1,495 ล้านบาท เป็นกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 1,316 ล้านบาท เพิ่ม 12 %
มาจากรายได้จากการขายและการให้บริการ 39,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 %


ด้านธุรกิจโรงกลั่น มีกำลังการผลิตเฉลี่ยระดับสูงที่ 110,030 บาร์เรลต่อวัน และมีค่าการกลั่นพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6.66 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มี EBITDA 2,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46 %  ส่วนความคืบหน้าการเพิ่มประสิทธิภาพของโรงกลั่นน้ำมันบางจากและการก่อสร้างหน่วยเพิ่มออกเทนเพื่อผลิตน้ำมันแก๊สโซลีน รวมทั้งโครงการปรับปรุงสเถียรภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย กำลังการผลิตและการดูแลสิ่งแวดล้อมอยู่ระหว่างการดำเนินงานตามแผน

ข่าวที่ 4 “โลคอสต์ปรับใช้เครื่องใหญ่ในดอนเมืองลดแออัด”



นาวาอากาศโทสุธีวัฒน์ สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” เปิดเผยว่าในช่วงตั้งแต่ตารางบินฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ปริมาณจราจรการบินจะหนาแน่นมาก ส่งผลทำให้สายการบินต้นทุนต่ำ (low cost airlines) ต้องปรับกลยุทธ์เปลี่ยนการใช้ฝูงบินโดยนำเครื่องขนาดที่มีนั่งจำนวนมากเข้ามาแทนที่ ได้แก่จาก แอร์บัส A320 ขนาด 220 ที่นั่ง เป็น แอร์บัส A340 ขนาด 330 ที่นั่ง และโบอิ้ง B777 ขนาด 368 ที่นั่ง

รวมทั้งกำลังเร่งศึกษาในการสร้างแรงจูงใจให้สายการบินกระจายเที่ยวบินมาใช้บริการขึ้น-ลง ยังท่าอากาศยานดอนเมืองมากขึ้นในช่วงเวลา 21.00-04.00 น. เนื่องจากตลอดปี2560 คาดการณ์จะมีผู้โดยสารรวมมากถึง 40 ล้นคน

ขณะเดียวกัน ทอท.อยู่ระหว่างการเปิดประกวดราคาปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายในประเทศหลังเดิม ทางด้านฝั่งทิศใต้มูลค่าประมาณ 2,500 ล้านบาท เพื่อเพิ่มพื้นที่รองรับนักเดินทางอย่างสะดวกสบาย กำหนดแล้วเสร็จปี 2563

ช่วงที่ 2 ถึงเวลาเติมความสุขด้วยการออกไปเที่ยวย้อนดูตำนานชุมชนกว่า 750 ปีที่บ้านบ่อสวก จ.น่าน หนึ่งเดียวของแหล่งกินพืชพื้นถิ่น ปั่นจักรยานรอบมรดกวัฒนธรรม พร้อมกับดูแลสุขภาพด้วยการ “เดินอย่างถูกวิธี” และมาลุ้นกันว่า 3 รัฐวิสาหกิจแถวหน้า “ททท.-ทอท.-วิทยุการบิน” ใครจ่ายโบนัสมากกว่า และพบกับฟู้ดทรัคธุรกิจใหม่ของการบินไทย ส่วนโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ฤกษ์ใช้เงินยกเครื่องบริการใหม่รับสนามบินเฟส2-3 และ EEC

@เที่ยววิถี750ปีชุมชนบ่อสวก จ.น่าน

เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังและเป็นตำนานกระซิบรักโรแมนติกของปู่ม่านย่าม่านแห่ง “จังหวัดน่าน” ในหลายแห่งมีเสน่ห์ภูมิปัญญาอันงามชวนไปสัมผัสความสุข ที่ “ชุมชนบ่อสวก” อำเภอเมือง จังหวัดน่าน แหล่งขุดค้นพบ “เตาเผาโบราณราว 750 ปี” สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นของภูมิปัญญาที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน จนกลายมาเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงภาชนะดินเผาขึ้นในชุมชน

เมื่อเดินทางไปถึงยัง “บ่อสวก” ก่อนอื่นต้องเลือกพักโฮมสเตย์ “บ้านบ่อสวกกับบ้านนาปง” เพื่อที่จะได้เที่ยวชมรอบชุมชน ไฮไลต์คือ เตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก เพื่อชมเรื่องราวความเป็นมาตั้งแต่ยุคอดีตสู่ปัจจุบันของการ “ทอผ้าแบบดั้งเดิม” ของกลุ่มทอผ้าบ้านชาวหลวง แล้วลองทำเครื่องปั้นดินเผากับชาวบ้าน พอตกเย็นร่วมรับประทานอาหารถิ่นกับชาวบ้าน





วันต่อมาตื่นเช้าไปตักบาตรที่ “วัดบ่อสวก” หรือ “วัดม่วงเจริญราษฎร์” แล้วนั่งล้อมวงในวัดรับประทานมื้อเช้ากับชาวบ่อสวก ซึ่งจัดเมนูอาหารเฉพาะถิ่นไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย ก่อนจะไปดูการผลิตน้ำอ้อยสูตรดั้งเดิมที่ลานหีบอ้อยโบราณ ซึ่งจะทำในช่วงฤดูกาลเท่า หรือจะไปชมการปั่นด้าย ย้อมผ้า และการทำผ้าทอมือ มีลายเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ด้วยสีสันสวยงามไม่ซ้ำที่อื่น อาทิ ลายน้ำไหล ลายปล้อง ลายขิต ลายยกดอก

สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งมีเรื่องราวที่น่าสนใจคือ

“แหล่งเตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก” ในอดีตเคยเป็นแหล่งผลิตเครื่องเคลือบดินเผาสำคัญแห่งล้านนา ปัจจุบันสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ จำลองวิถีชีวิต การอนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงามไว้



“ลานหีบอ้อย” ชาวน่านจะนำน้ำอ้อยมาปรุงอาหารตามสูตรที่บรรพบุรุษถ่ายทอดไว้ มาเป็นเมนูต้อนรับนักท่องเที่ยวและในงานบุญต่าง ๆ  “กลุ่มทอผ้าบ้านชาวหลวง)
“วัดม่วงเจริญราษฎร์” ทุกปีจะจัดงานประเพณีนมัสการพระธาตุฉิมพลี และยังมีกิจกรรมกลุ่มเพาะเห็ดฐานดำให้เรียนรู้ด้วย



ภายในชุมชนบ้านบ่อสวกจัดเป็น “หมู่บ้านวิถีเศรษฐกิจพอเพียง” ที่เหมาะจะไปดูงานได้ โดยมีการสาธิตทำเกษตรอินทรีย์ ข้าวอินทรีย์ การแปรรูปงานจักสาน กลุ่มอาชีพอื่น ๆ และมีสถาบันจัดการการเงินชุมชน

ส่วน “เมนูอาหารถิ่น” บ้านบ่อสวก ต้องห้ามพลาดชิม “ยำหน่อไม้หรือยำเทพธิดาดอย” ความพิเศษอยู่ตรงการใส่น้ำปู๋ ทำให้รสชาติเข้มข้นกลมกล่อม “น้ำพริกน้ำปู๋” โดยการนำปูนาหรือน้ำปู๋มาปรุงเป็นน้ำพริกวิถีถนอมอาหารเก็บไว้กินนาน ๆ  “แกงแคไก่บ้าน” ผสมผสานด้วยผักหลายชนิดกับไก่พื้นเมือง ปรุงรสแบบดั้งเดิม

ร้านอาหาร ต้องแวะไปชิม “ร้านแม่ประไพ” เจ้าของเมนูก๋วยเตี๋ยวกับขนมจีนน้ำเงี้ยวรสเด็ด  “ร้านส้มตำพี่เอี้ยง” ก็มีทั้งส้มตำ และไส้อั่วสมุนไพรสูตรแม่ป๋าน

ก่อนกลับนักท่องเที่ยวควรจะอุดหนุนผลิตภัณฑ์ชุมชนประจำถิ่น เมด อิน บ่อสวก อย่าง ผ้าทอมือลายต่าง ๆ หรืองานปั้นดินเผา ถ้วย ชาม แจกัน ล้วนเป็นชิ้นงานคุณภาพดี

สนใจท่องเที่ยว ติดต่อ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลบ่อสวก โทร.081-028-9051

@วิธีเดินเพื่อสุขภาพสร้างอายุยืน

หนังสือเดินศาสตร์ โดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
เขียนแนะนำไว้ถึงการเดินเพื่อสุขภาพ ด้วยสูตร เริ่มเดินอย่างไร เดินที่ไหน มากเท่าไรจึงพอ

ควรเริ่มเดินอย่างไร?

- เริ่มจากการเดินช้า ค่อยๆ เดินแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบ ประมาณ 3-5 นาที
- เมื่อเริ่มรู้สึกชิน ก็ค่อยเพิ่มความเร็วในระดับที่พอรูสึกเหนื่อย (คือยังพูดคุยทักทายได้ปกติ) แล้วเดินอีกราว
25-30 นาที จากนั้นในช่วงท้ายให้ชะลอความเร็วลง ก่อนเดินอีก 3-5 นาทีค่อยหยุด

เดินที่ไหน?

- เลือกสถานที่ที่สะดวก และหลีกเลี่ยงจุดที่ใกล้กับถนน ซึ่งเสี่ยงต้อการเกิดอุบัติเหตุ
- สถานที่ที่เดินควรมีอากาศถายเทสะดวก ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป เพราะร่างกายจะเกิดอาการอ่อนเพลีย
- ไม่ควรเดินในที่สูง ลาดชัน ลื่น และพื้นเป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะเสี่ยงต่อการหกล้มหรือได้รับอันตราย
- เลือกพื้นสนามเรียบๆ หรือเดินในสนามหญ้าเพื่อลดแรงกระแทก เช่น สนามกีฬา หรือสวนสาธารณะ

เดินมากแคไหนถึงจะพอ?

- ควรเดินให้ได้ระยะทาง 2.5-3.5 กิโลเมตรต่อวัน หรือวันละ 10,000 ก้าว
- แต่ถ้ารู้สึกว่าการนับก้าวยุ้งยากเกินไป ก็ขอแนะนําให้จําแบบง่ายๆ แทนว่า ‘ควรเดินนาน 30 นาทีและบวกรวมแล้วควรเดินให้ได้ 150 นาทีต่อสัปดาห์’ โดยจะทําครั้งเดียวครบหรือแบ่งทํา 2-3 ครั้งในหนึ่งวันก็ได้
- เริ่มทําจาก 3 วันต่อสัปดาห์และเพิ่มถึงสูงสุด 5-6 วันต่อสัปดาห์ (รวมไม่น้อยกว่า 150 นาทีต่อสัปดาห์)

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

ข่าวแรก-“ททท.-ทอท.-วิทยุการบิน”แจกโบนัสปี60

ตลอดปี 2560 สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยได้เสาหลักจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกับการบินขับเคลื่อน ดังนั้นในช่วงปลายปีนี้จึงมีประเพณีปฏิบัติที่ผู้ปฏิบัติงานส่วนใหญ่รอคอยคือรอลุ้น “เงินโบนัส” โดยเฉพาะในองค์กรหลัก ๆ มีรายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เตรียมจ่ายตามกรอบปฎิบัติที่เคยมีมาจะจ่ายเฉลี่ยประมาณ 2 เดือน หลังจากประสบความสำเร็จทำการตลาดดึงรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจตลอดทั้งปีมูลค่ารวมตามเป้ากว่า 2.7 ล้านล้านบาท

ขณะที่อีก 2 หน่วยงานที่สร้างความฮือฮาได้รับการจับตาจากทุกหน่วยงานมาตลอด คือ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” ในอดีตเคยทำสถิติจ่ายสูงสุดถึง 11 เดือน ปีนี้มีแนวโน้มจะจ่ายใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาประมาณ 7.5 เดือน ในฐานะองค์กรที่สร้างรายได้ทะลุทะลวงปีละราว 50,000 ล้านบาท

ทางด้าน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) หน่วยงานที่ไม่แสวงหากำไร แต่สามารถเก็บค่านำร่องอากาศยานและบริการจราจรทางอากาศได้ปีละมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ก็เป็นอีกรัฐวิสาหกิจขึ้นชื่อว่ามีทั้งสวัสดิการและโบนัสมอบให้พนักงานสูงต่อเนื่องทุกปี สำหรับปีนี้เตรียมจ่ายประมาณ 4 เดือน

ข่าวที่สอง “การบินไทยรุกหาเงินทุกทางผุดรถฟู้ดทรัคทั่วไทย



นางอุษณีย์ แสงสิงแก้ว  รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เป็นประธานในพิธีเปิดรถจำหน่ายอาหาร (FOOD TRUCK) ของฝ่ายครัวการบิน ซึ่งเป็นบริการที่ได้นำผลิตภัณฑ์อาหาร เบเกอรี่และเครื่องดื่ม ในรูปแบบของอาหารพรีเมี่ยม อาทิ สลัด แซนวิช เบเกอรี่ ไอศครีมโฮมเมด และเมนูที่เป็น Signature Dish ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด Thai Catering Food Contest ประจำปี 2017 คือ เมนูลาภปาก และเมนู Banana Caramel Cheese Cakeซึ่ง Food Truck จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่

สามารถที่จะไปอุดหนุนกันได้ในพื้นที่นำร่อง เริ่มให้บริการที่สำนักงานใหญ่และอาคารศูนย์ปฏิบัติการ การบินไทยฯ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตามแผนงานจะนำรถไปตั้งตามสถานที่ต่างๆ อาทิ เทศกาลดนตรี Big Mountain เขาใหญ่ อาคารสำนักงานการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญบางนา Central West Gate

ข่าวที่สาม “โรงแรมสุวรรณภูมิทุ่ม360ล้านปรับโฉมครั้งใหญ่”

นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัทโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) เปิดเผยว่า ภายใน 2 ปีหน้าเตรียมใช้เงินลงทุน 360 ล้านบาท ปรับปรุงโรงแรมเพิ่มความแปลกใหม่ยกระดับบริการเป็นพรีเมี่ยม ควบคู่ไปกับในจังหวะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเดินหน้าแผนแม่บทขยายพื้นที่เฟส 2-3  เพิ่มพื้นที่รองรับปริมาณจราจรและผู้โดยสารซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วปีละกว่า 60 ล้านคน รวมทั้งรัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนการขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายฝั่งตะวันออก (EEC) การขยายและยกระดับโรงแรมให้ทันสมัยสอดคล้องกับความต้องการของนักเดินทาง ซึ่งมีความได้เปรียบเรื่องทำเลตั้งอยู่ใกล้สุวรรณภูมิ เมื่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2562 ก็จะเพิ่มรายได้เข้าโรงแรมได้ถึงปีละ 1,000 ล้านบาท ด้วยเช่นกัน

สำหรับการปรับโฉมส่วนแรกที่จะเพิ่มคือ “สปอตบาร์”  จะเร่งทำให้แล้วเสร็จภายในมกราคม 2561 เพื่อให้บริการลูกค้าเข้าพักโรงแรมและผู้โดยสารระหว่างรอขึ้นเครื่องไปยังจุดหมายปลายทางทั่วโลก รวมทั้งจะจัดทำโปรแกรม Days Use Offer ให้แก่ผู้เข้ามาพักระหว่างวันเป็นรายชั่วโมง 3, 6 หรือ 9 ชั่วโมง เสริมเข้ามาด้วย

พบกันได้เป็นประจำทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ทาง FM 97.0 MHz. เวลา 11.00-12.00 น.

วันจันทร์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

แอรบัส โบอิ้ง การบินเทรนด์ใหม่เปลี่ยนโลกท่องเที่ยวใน5ปีหน้

5เทรนด์การบินเปลี่ยนโลกในอีก5ปีหน้า
ข้อมูลดี ๆ ที่นักเดินทางทุกคนต้องอ่าน

เรื่องโดย...เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน www.facebook.com/penroongyaisamsaen

ในมหกรรมการจัดงานท่องเที่ยวระดับโลก World Travel Mart 2017 : WTM 2017 เพิ่งปิดฉากลงเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 การเจรจาการค้าของประเทศไทย ที่ "การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย" หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยวทุกสาขาอาชีพ แห่แหนกันไปร่วมงานดังกล่าวอย่างคับคั่ง

ทว่าในอีกด้านหนึ่งของงาน WTM 2017 ได้จัดให้เป็นมุมสะท้อนข้อมูลอนาคตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อส่งสัญญาณบอกให้ทุกประเทศเตรียมตัว รวมไปถึง "นักเดินทางและนักท่องเที่ยว" ทุก ๆ คน

สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจ และต้องจับตามากเป็นพิเศษนับจากนี้เป็นต้นไป คือ "อนาคตอุตสาหกรรมการบินของโลกอีก 5 ปีข้างหน้า" ที่เราจะต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกของการเดินทางยุคใหม่

 ไม่ว่าเราจะนั่งเครื่องบินในชั้นธุรกิจหรือชั้นประหยัด ก็ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มการบินเชิงพาณิชย์ 5 เทรนด์แรง ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีการเดินทางของคนทั่วโลก ด้วยการตั้งค่าการบินให้เร็วขึ้นและสะดวกยิ่งขึ้นโดยไม่คำนึงถึงชั้นโดยสารอีกต่อไป

@เทรนด์แรก “ความเร็วและความสบาย”


บริษัท Boom Supersonic Technologies แห่งเดนเวอร์รัฐโคโลราโดกำลังพัฒนาเครื่องบินนั่งขนาด 50 ที่นั่งที่สามารถลดเวลาในการเดินทางได้ครึ่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวลาภายใน 3 ชั่วโมงจากลอนดอนบินตรงถึงนิวยอร์ก แตกต่างจากปัจจุบันที่ผู้โดยสารในชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 4-6 เท่า แต่บริการเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงด้วยอิทธิพลของนวัตกรรมทางเทคโนโลยียุคใหม่

 @เทรนด์ที่ 2 หุ่นยนต์ / ปัญญาประดิษฐ์


สนามบิน Amsterdam Schiphol ในอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ lได้นำหุ่นยุนต์มาให้บริการแทนที่คนขนสัมภาระกระเป๋าแล้ว ตัวหุ่นยนต์เหล่านี้สามารถจัดการด้วยการโหลดรถทางลาดจากศูนย์กลางอัตโนมัติซึ่งจะช่วยให้มนุษย์สามารถมุ่งเน้นงานที่ซับซ้อนมากขึ้นได้

สนามบินดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี ก็หันมาใช้หุ่นยนต์ดูแลลานจอดรถสำหรับผู้เข้าพัก แทนที่จะเป็นคนขับด้วยเพียงแค่ตอนลงจากเที่ยวบินใช้สมาร์ทโฟนของคุณและหุ่นยนต์ (เรียกว่า RAY) จะจัดส่งรถมารับแล้วนำไปส่งถึงจุดหมายที่ระบุไว้

สายการบิน EVA Air ไต้หวัน ได้นำหุ่นยนต์มาบริการเช็คอินบางส่วน ด้วย 'Pepper' ในสนามบินกรุงไทเป ช่วยให้ผู้คนเข้าสู่กระบวนการเช็คอิน ไม่เพียงแค่ตู้เช็คอินมาตรฐาน Pepper จะสแกนบัตรขึ้นเครื่องของคุณเพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางของคุณเช่นสภาพอากาศปัจจุบันและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ พร้อมทั้งจะให้คำแนะนำที่สนามบิน Duty Free และถ่ายรูปกับคุณได้ด้วย

ขณะนี้หุ่นยนต์ได้ถูกนำเข้ากับชีวิตประจำวันของเราอย่างช้าๆ แม้กระทั่งในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

@เทรนด์ที่ 3 ที่นั่งชั้นหนึ่งของสายการบินใกล้สูญพันธุ์



หลายทศวรรษที่ผ่านมาเมื่อผู้โดยสารสายการบินต้องการเดินทางบนที่นั่งแบบแบนราบก็ต้องจองตั๋วชั้น First Class ชั้นธุรกิจเป็นเพียงที่นั่งขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเมื่อสายการบินเอทิฮัดได้จัดทำชั้นที่นั่งแบบสตูดิโอทั้งประหยัดและสะดวกสบาย (คล้ายกับชั้น Premium Economy เพราะเมื่อเวลาผ่านไปการพัฒนาระหว่างที่นั่งชั้นธุรกิจกลายเป็นเรื่องที่แข่งขันกันมากขึ้นความแตกต่างระหว่างธุรกิจและที่นั่งชั้นหนึ่งก็ยิ่งแคบลง แต่ปัจจัยเรื่องค่าโดยสารยังคงเป็นนัยสำคัญ ดังนั้นนโยบายขององค์กรส่วนใหญ่จึงมักอนุญาตให้พนักงานเดินทางไปทำธุรกิจ แต่ไม่จำเป็นจะต้องซื้อตั๋วชั้นหนึ่งอีกต่อไป แต่จะหันไปซื้อที่นั่งชั้นธุรกิจมากขึ้น

@ เทรนด์ที่ 4 สนามบินหรูต่อสู้กันดุเดือด



สนามบินนานาชาติชางงี สิงคโปร์เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุ่มทุนสร้างสระว่ายน้ำร้านค้าระดับไฮเอนด์ สวนสนุก 4 ชั้น สำหรับเด็กและวัยรุ่คล้ายกับอยู่ในสวนสนุกในร่มและห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมา

สนามบินนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ เป็นที่ตั้งของร้านค้าปลอดภาษี Louis Vuitton เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Duty Free ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

สนามบินนานาชาติซูริค สวีตเซอร์แลนด์ เป็นสนามบินแห่งความฝันสำหรับผู้รักสุขภาพ มีศูนย์ปั่นจักรยานให้บริการภายในสนามบินและศูนย์ออกกำลังกายของโรงแรมครบครันด้วยจักรยานในร่มการฝึกด้วยน้ำหนักและสปาเพื่อการผ่อนคลาย

สนามบินนานาชาติมิวนิก เยอรมัน ช่วยให้คุณสามารถทำ Oktoberfest ได้ในกรณีที่คุณพลาด คุณสามารถทำให้มันขึ้นในสนามบินมิวนิกที่พวกเขามีสวนเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในร่มในโลก มีโรงเบียร์หลายแห่งที่ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับชิมและทัวร์ได้ และเมื่อเหล้าฮิตคุณคุณสามารถกดฝักนอนหลับที่มีจำนวนมากใช้ได้

@เทรนด์ที่ 5 แอร์บัสและโบอิ้งแข่งขันผลิตฝูงบินเปลี่ยนโลก


ทั้งแอร์บัสและโบอิ้ง เป็นบริษัทชั้นที่ครองส่วนแบ่งตลาดมีความสามารถในการผลิตเครื่องบินเชิงพาณิชย์เป็นจำนวนมาก โดยจะแข่งกันผลิตเครื่องบินรุ่นใหม่ในเส้นทางบินระยะไกลข้ามทวีป แต่ละยุคทั้งสองบริษัทต่างก็มีเครื่องบินพาณิชย์ของตนเอง เช่น โบอิ้ง 747 ในยุค 70 และยุค 80 เมื่อปี 2548 เริ่มเป็นเครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลก Airbus A380 สร้างความฮือฮาให้อุตสาหกรรมการบินโลก  จากนั้นก็ผลิต Airbus A350 XWB ส่วนโบอิ้งคิดค้น Boeing 787 Dreamlinerลงมาสู้ โดยกำลังเปลี่ยนแปลงการบินเชิงพาณิชย์

เครื่องบินของทั้งคู่เป็นเครื่องบินระยะไกลเครื่องยนต์แฝดและลำตัวกว้าง ขณะที่มีน้ำหนักเบาสายการบินมีโอกาสที่จะเพิ่มคุณสมบัติและสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมากและยังคงรักษาประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Airbus A350 XWB และ Boeing 787 Dreamliner เหมาะสำหรับการใช้งานในระยะยาว

แต่อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติของแอร์บัสเอ 380 มีคุณลักษณะ 4 เครื่องยนต์ จึงยังคงเป็นข้อได้เปรียบที่จะต้องใช้บินบางเส้นทางเหนือทวีปเป็นเกาะทะเล เช่น เส้นทางซิดนีย์ไปยังโจฮันเนสเบิร์ก

ติดตามอ่านข้อมูลเจาะลึก ในแวดวงการบินและท่องเที่ยวของเมืองไทยและทั่วโลกได้ทางบล็อกเกอร์gurutourza

วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

รถบัสนำเที่ยว2หมื่นคันฮือขอรัฐผ่าทางตัน-เที่ยวนครชุม กำแพงเพชร

ธุรกิจรถบัสนำเที่ยว2หมื่นคันวอนรัฐผ่าทางรอด
ปลดล็อกก่อนอุตฯท่องเที่ยวทั้งประเทศสะเทือน
คิงเพาเวอร์28ปีสินค้าแบรนด์แห่ลด17-19พ.ย.
จัดใหญ่6ขบวนแห่ปีเที่ยวยั่งยืนปิดถนน3.5กม.
สมาชิกบางจากเติมฟรีรีฟิลโชคดีติ่มซำ28แห่ง
สุวรรณภูมิตีปีกปี’61คาดผู้โดยสารพุ่ง63ล้าน
เที่ยวชุมชนโบราณนครชุม-สูตรลับอาหารไทย
เจาะลึก5เทรนด์การบิน5ปีหน้าเปลี่ยนโลก
รร.อัมราเสิร์ฟเมนูหายากที่ห้องเอเลเมนท์

สวัสดีวันอาทิตย์ที่  12 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz.

ช่วงที่ 1 ฟังกระแสร้อนของกลุ่มธุรกิจรถบัสนำเที่ยวกับ “คุณจิระเดช ห้วยหงส์ทอง” ประธาน บริษัท โทเทิ่ล บิซ คอนเน็ค จำกัด และผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จะมาสะท้อนความจริง ในช่วงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวขาขึ้นแบบฉุดไม่อยู่ ทว่าผู้ประกอบการคมนาคมขนส่งนักท่องเที่ยวกลับถูกกดดันรอบด้าน ส่งผลไปถึง “มาตรฐานความปลอดภัยในคุณภาพรถบริการ” แต่จะผ่าทางรอดเพื่อยกระดับสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้ รัฐเองก็ยื่นมือเข้ามาสนับสนุนหาแหล่งเงินทุนเพื่อนำมาใช้เป็นค่าบำรุงรักษารถภาคขนส่งหลังจากที่รัฐเก็บภาษีสูงปรี๊ดมาอย่างยาวนาน


จิระเดช ห้วยหงษทอง
 ประธาน บริษัท โทเทิ่ล บิซ คอนเน็ค จำกัด
และผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

คุณจิระเดช ห้วยหงษทอง ประธาน บริษัท โทเทิ่ล บิซ คอนเน็ค จำกัด และผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยในรายการถึงประเด็นร้อนแรงของ “ธุรกิจรถบัสนำเที่ยวทั่วประเทศกว่า 20,000 คัน” ในสถานการณ์ท่องเที่ยวขาขึ้น ต้องการให้รัฐสนับสนุนหาแหล่งเงินทุนมาช่วยนำไปบำรุงรักษา เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องไปถึงเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินทางโดยตรง อีกอย่างถ้ายังปล่อยให้สถานการณ์ย่ำอยู่กับที่อนาคตไทยอาจจะถูกเพื่อนบ้านชิงส่วนแบ่งนักท่องเที่ยวไป เพราะต้นทุนเรื่องรถบัสนำเที่ยวพุ่งปรี๊ดจากภาษีนำเข้า

คุณจิระเดชเปิดเผยว่าโดยภาพรวมสถานการณ์ตลาดท่องเที่ยวมีการจองล่วงหน้าเติบโตสูงมากเป็นช่วงฤดูเดินทางหนาแน่น ซึ่งเชื่อมโยงกับการใช้รถบัสบริการนำเที่ยวซึ่งปัจจุบันทั่วประเทศ ตามหัวเมืองท่องเที่ยว เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา รวมแล้วที่ได้มาตรฐานมีอยู่กว่า 20,000 คัน ซึ่งผู้ประกอบการได้นำไปปรับปรุงในช่วงนอกฤดูการใช้งาน ตอนนี้พอนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจำนวนความต้องการก็มีสูง ทั้งจากตลาดนักท่องเที่ยว รับส่งพนักงาน เด็กและเยาวชนทัศนศึกษา กระจายสัดส่วนไปตามสภาพของกำลังซื้อ

ส่วนรถบัสนำเที่ยวในประเทศไทยยังมีอยู่หลายมาตรฐาน เพราะบางกลุ่มก็นำรถบรรทุกมาทำเป็นรถโดยสารไม่ประจำทาง กลุ่มที่สอง รถนำส่วนประกอบเป็นบัส กลุ่มสามคือนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งภาครัฐเริ่มเข้มงวดมากขึ้น จึงทำให้ “ต้นทุนการซื้อบัสราคาสูงมาก” ราคาแต่ละคันปกติจะเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านบาท ซึ่งจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าไม่ต่ำกว่า 40 % ทั้งมีค่าตกแต่งสิ่งอำนวยความสะดวก ระบบบันเทิงภายในรถ เป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มเข้าไปด้วย ปัจจุบันยังมีรถบัสประเภทยาวกว่าทั่วไปจาก 12 เป็น 14 เมตร เพิ่มเข้ามาอีกกลุ่ม ดังนั้นการลงทุนจึงสูงไปตามเงื่อนไขของออปชั่นและค่าดอกเบี้ยเงินกู้มาซื้อรถแต่ละคันอาจจะถึง 8-9 ล้านบาท

เมื่อเปรียบเทียบรถบัสนำเที่ยวไม่ประจำทางแล้ว ประเทศไทยยังคงมีมาตรฐานดีกว่าอีกหลายประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนด้วยกัน แต่มีจุดอ่อนเรื่องการลงทุนใช้เงินสูงกว่าหลายเท่า

โดยเฉพาะ “ต้นทุนการนำเข้ารถ” ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสูง แข่งขันกับประเทศแถบเพื่อนบ้านลำบาก อย่างในกลุ่มอินโดจีน CLMV นำเข้ารถจากญี่ปุ่น เกาหลี เป็นฐานส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยจ่ายภาษีต่ำ แตกต่างจากเมืองไทย หากภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของรถนำเที่ยวที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมโดยรวมแล้ว ก็ควรพิจารณา “ลดต้นทุนซื้อรถ”

หากไม่สามารถดำเนินการเรื่องภาษีได้ก็ต้องสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ เพื่อมาปรับปรุงเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นเรื่องต้นทุนเมื่อรวมทุกอย่างแล้วเฉลี่ยคันละ 8-9 ล้านบาท  ถ้าปลดล็อกแหล่งเงินได้ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น เพราะตามปกติลงทุนขนาดนี้กว่าจะคุ้มทุนต้องใช้เวลา 8-10 ปี เพราะรถนำเที่ยวต้องขึ้นอยู่กับตลาดท่องเที่ยวที่มีช่วงโลว์และไฮซีซัน รวมถึง “รายได้จากราคาเช่า” ซึ่งบริษัทนำเที่ยวจะจ่ายแตกต่างกัน เพราะใช้จ่ายรถแต่ละคันเดือนละประมาณ 90,000 บาท ยังไม่รวมจ่ายค่าบำรุงรักษาความสึกหรอของอุปกรณ์ต่าง ๆ ค่าน้ำมัน แล้วมีค่าใช้จ่ายวันละเกิน 5,000 บาท แต่ “ราคาตลาดในการเช่าใช้บริการ” เฉลี่ยทำรายได้เพียงวันละ  3,000-4,000 บาท เท่ากับเจ้าของรถแทบจะไม่มีเงินส่วนที่เหลือไปปรับปรุงพัฒนามาตรฐานความปลอดภัย

สำหรับการคิดค่าเช่ารถบัสนำเที่ยว จะแบ่งเป็น “ตลาดยุโรป” จะทำราคาได้สูงกว่าตลาดจีนหรือเอเชียประมาณ 2 เท่า ขึ้นอยูกับการใช้งานตามเส้นทางท่องเที่ยว ระยะทางใกล้-ไกล ต่างกัน

ตลาดอินเดีย กับจีน เฉลี่ยคันละ 4,000-5,000  บาทต่อวัน ส่วนยุโรป เยอรมัน รัสเซีย และอื่น ๆ จะจ่ายแพงกว่าเฉลี่ยคันละ 10,000-11,000 บาทต่อวัน
การเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวจีนเข้ามายังเมืองไทยปีนี้เกือบ 10 ล้านคน ก็มีผลดีต่อการใช้รถนำเที่ยว แต่ก็โดนกดราคาต่ำลงเพราะวิ่งระยะใกล้แต่จำนวนรอบวิ่งจะสูง จึงทำให้อุปกรณ์ยิ่งเสื่อมโดยไม่มีเงินเหลือไปซ่อมแซมค่าสึกหรอ ทำให้ความปลอดภัยอาจจะอยู่ในระดับต่ำลงเปอร์เซ็นต์ที่นักท่องเที่ยวจะไม่ปลอดภัยก็ตามมาด้วย เพราะในตลาดก็ยังคงมีการตัดราคากันอย่างรุนแรง จากกลุ่มผู้ประกอบการที่ไม่ใช่เจ้าของรถโดยตรงแต่มีรถไว้ให้ใช้ฟรี

ด้วยปัญหารอบด้านของรถบัสนำเที่ยวไม่ประจำทาง เผชิญความกดดันรอบด้าน จึงต้องขึ้นอยู่กับ “แต่ละบริษัทของผู้ประกอบการเดินรถ” มีพื้นฐานในการจัดทำข้อมูลสำนักงานอย่างมีประสิทธิภาพ แล้วแบ่งตามกลุ่มรถตามขนาดจำนวนที่นั่งของรถ จะรักษาคุณภาพไว้เพื่อที่จะต่อรองราคาเช่าได้สูงตามไปด้วย และต้องมีกลยุทธ์ “ขายพ่วง” ด้วยการให้คำแนะนำแก่ผู้เช่าเพื่อขอเพิ่มราคากับลูกค้าได้

คุณจิระเดชกล่าวว่า กลุ่มธุรกิจรถบัสนำเที่ยวก็พยายามถีบตัวเองขึ้นไปสู่การเป็น รถบัส ตามนวัตกรรม 4.0 ด้วยทำการตลาดนำโซเชียลเน็ตเวิร์ค กับเรื่องของเทคโนโลยีทางจีพีเอสเข้ามาช่วยให้ได้มากที่สุด แต่ก็ยังอยู่ในเฉพาะกลุ่ม

ปัจจุบันรถบัสนำเที่ยวมีส่วนแบ่งรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งโตวันโตคืนเพียงแค่ 3-5 % หรือคิดไม่ถึงหลักหมื่นล้านบาทจากรายได้ท่องเที่ยวของประเทศรวมแต่ละปี เนื่องจากผู้ใช้มีทางเลือกในการใช้รถตู้ และรถบริการอื่น ๆ

อย่างไรก็ตาม “รถบัสนำเที่ยว” เป็นกลไกหลักและตัวแปรสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในบริการคมนาคมขนส่งเพื่อนำนักท่องเที่ยวไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง

ดังนั้นจึงต้องการจะฝากไปถึงหน่วยงานภาครัฐหากเล็งเห็นถึงหลักบูรณาการอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก็ควรจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการกลุ่มรถบัส เพื่อเติบโตอย่างมีมาตรฐานความปลอดภัยและพัฒนาได้อย่างประสิทธิภาพ ก้าวสู่ความยั่งยืนเหมือน ๆ กันได้ทั้งอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1 “คิงเพาเวอร์จัดทัพแบรนด์ถล่มราคา17-19พ.ย.นี้”



นายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ได้จัดฉลองครบรอบ 28 ปี การดำเนินธุรกิจ โดยได้จัดบิ๊กเซอร์ไพรส์ระหว่างวันที่ 17-19 พฤศจิกายน 2560 เอาใจขาช้อปนักเดินทาง ด้วยการมอบส่วนลดสูงสุดถึง 30% ในงาน ”28th Anniversary Discover Endless Surprises”

โดยได้เตรียมจัดทัพสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำจากทั่วโลกให้เลือกช้อปกันอย่างจุใจ พร้อมลุ้นรับของรางวัลต่างๆ มากมาย พิเศษ! สำหรับผู้ที่มียอดซื้อสูงสุดตลอดทั้งงาน รับเงินคืนเข้าบัตรสมาชิกสูงสุด 10,000 บาท งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 - 19 พฤศจิกายน 2560 เฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เท่านั้น สอบถามเพิ่มเติม โทร.1631


และตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้ ยังฉลองต่อเนื่องภายใต้แคมเปญ  “28th Anniversary Discover Endless Surprises” สำหรับลูกค้าคนไทยและสมาชิกบัตรคิง เพาเวอร์ เพียงลงทะเบียนรับคูปองส่วนลด มูลค่า 500 บาท ทันที สำหรับใช้ซื้อสินค้ามูลค่า 5,000 บาทขึ้นไป พิเศษ! เมื่อช็อปครบทุก 20,000 บาท รับฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 1,400 บาท และอื่น ๆ อีกมากมาย เริ่มแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤศจิกายน 2560 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา และภูเก็ต สอบถามเพิ่มเติม โทร.1631

ข่าวที่ 2 “เปิดเที่ยววิถีไทย6ขบวนใหญ่ปิดถนน3.5กม.”




นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี จะทำพิธีเปิด “ปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน-Amazing Thailand Tourism Year 2018” ในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ระหว่างเวลา 17.00-21.00 น. โดยจะใช้เส้นทางขบวนแห่การแสดงวัฒนธรรม แหล่งท่องเที่ยว อย่างยิ่งใหญ่ จากบริเวณหน้าสนามกีฬาแห่งชาติ ถึงสวนลุมพินี

เส้นทางขบวนแห่ ระยะทาง 3.5 กม. จะต้องปิดการจราจรตามเส้นทางขบวนปีท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน วันพุธที่ 15 พฤศจิกายน 2560 บริเวณ เส้นพระราม1 (ขาออก)  ฝั่งสยามดิสคัฟเวอรี่ จากแยกปทุมวัน ถึง สยามพารากอน แยกเฉลิมเผ่า ปิดเวลา 17:00-21:00 น. ส่วนเส้นทางการจราจรฝั่งพระราม 1 (ขาเข้า) เปิดให้ใช้ได้ตามปกติ


โดยตั้งเป้าจะกระตุ้นคนไทยออกมาเดินทางท่องเที่ยวในประเทศและชาวต่างชาติกเดินทางเข้าท่องเที่ยว ร่วมชมขบวนเปิดปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋อย่างยั่งยืน เริ่มใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 - 1 มกราคม 2562 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15 พ.ย. 2560 ณ บริเวณด้านหน้าห้างสยามดิสคัฟเวอรี่ ในช่วงเวลา 17.00-21.00 น. โดยในส่วนของขบวนรถจะใช้เส้นทางจาก สนามกีฬาแห่งชาติ-ถ.พระราม 1-แยกราชประสงค์-สวนลุมพินี

 โดยมีขบวนรถ 6 ขบวน ประกอบด้วย 1 ขบวนตราสัญลักษณ์ 2. ขบวนประเพณีไทย 5 ภาค 3. ขบวนอรรถรสไทย 4. ขบวนสีสันเทศกาล 5. ขบวนกีฬาเพื่อการท่องเที่ยว 6. ขบวนเจ้าบ้านที่ดี

ขบวนที่ 1 ขบวนตราสัญลักษณ์ปีท่องเที่ยววิถีไทย



              ประกอบด้วย ตราสัญลักษณ์ปีท่องเที่ยวไทยประดับไฟสวยงาม เดินนำขบวนโดย คุณนิษฐา (มิว) จิรยั่งยืน เป็นนางประทุมวดีเชิญตราสัญลักษณ์ บนดอกบัวในสระโบกขรณี สื่อถึงสายสัมพันธ์จะทำให้เราทุกคนมีความห่วงใยรักใคร่ และผูกพันต่อกันอย่างแนบแน่น เพราะความรักใคร่ปรองดอง ของไทยจะทำให้มีความสุข

ขบวนที่ 2 ขบวนประเพณีไทย 5 ภาค

ประกอบด้วย สถาปัตยกรรมไทยและประติมากรรมในประเพณีไทยทั้ง 5 ภาค ได้แก่
           
            “ภาคเหนือ” จำลองวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร จ.เชียงใหม่ ประกอบการแสดงฟ้อนเมือง และประเพณีรับพระธาตุเจ้าเข้าเวียง



            “ภาคใต้” จำลองวัดมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช ประกอบกับการแสดงมโนรา และประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ



“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” จำลองพระธาตุพนม จ.นครพนม ประกอบกับการแสดงรำภูไท



             “ภาคกลาง” จำลองประเพณีสงกรานต์มอญสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบกับการแสดงกลองยาว


ขบวนที่ 3 อรรถรสไทย

            ประกอบด้วย การจำลองอาหารคาวหวานและเครื่องปรุงซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมาประดับรถ เช่น ต้มยำกุ้ง ข้าวเหนียวมะม่วง ทับทิมกรอบ และคุณ เก่ง ธชย ขับเสภาเครื่องคาวหวาน

ขบวนที่ 4 สีสันเทศกาล


              ประกอบด้วย การนำเทศกาลเด่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นในไทย เช่น งานโชว์เหล่าฮีโร่ต่าง ๆ งานเทศกาลบอลลูนนานาชาติ งานเทศกาลว่าวนานาชาติ (Innovation Festival)

ขบวนที่ 5 กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว (Sports Tourism)


             ประกอบด้วย การนำเอากีฬาที่จะเกิดขึ้นในไทยในปี 2561 การแข่งขัน Air Race 1 Thailand, Moto GP, Amazing Thailand marathon Bangkok 2018, การไหว้ครูมวยไทยโลก และนำนักกีฬาที่มีชื่อเสียงเดินเข้าร่วมขบวนประกอบกับการแสดง Marching Band

ขบวนที่ 6 ขบวนเจ้าบ้านที่ดี

             ประกอบด้วย การจำลองเครื่องบินลงสู่ไทย และมีหลากหลายอาชีพ ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่คอยการมาเยือนของนักท่องเที่ยวให้เป็นที่ประทับใจ ผู้เข้าร่วมขบวนจะแต่งกายด้วยชุดอาชีพต่าง ๆ ร่วมกันเต้นด้วยท่าทางสนุกสนาน เช่น กัปตัน พนักงานสายการบิน ต.ม. คนขับแท็กซี่

การจอดแสดงรถประดับไฟฟ้า จะจอดแสดงในวันที่ 15-17 พฤศจิกายน 2560 เวลา 18.00 – 21.00 น.   ณ บริเวณลานด้านหน้าอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6

ข่าวที่ 3 “ททท.นำทัพรุกขายNew ShadeวิถีไทยในWTM”
นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. เปิดเผยว่าได้นำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเดินทางเพื่อเข้าร่วมงาน “World Travel Market 2017” (WTM 2017) งานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวที่มีความสำคัญที่สุดในสหราชอาณาจักร ซึ่งไทยเข้าร่วมมาเป็นครั้งที่ 37 โดยมีผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมจำนวน 34 ราย ประกอบด้วย โรงแรมและรีสอร์ท 29 ราย บริษัทนำเที่ยว 4 ราย และสายการบิน 1 ราย  ในพื้นที่พื้นที่ขนาด 420 ตารางเมตร เพื่อจัดสรรให้กับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย จำนวน 36 ราย

 โดยนำเสนอแคมเปญ “Open to the New Shades” คือ การเปิดประเทศไทยในมุมมองใหม่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เข้ามาสัมผัสความเป็นไทยผ่าน Million Shades of Thailand ความหลากหลายในเชิงลึกซึ่งประเทศไทยเต็มไปด้วยความหลากหลายของกิจกรรม สถานที่-ท่องเที่ยว มีความเป็นอยู่ มีวิถีชีวิต มีวิถีการกิน พร้อม VDO Wall จำนวน 4 จอ สำหรับนำเสนอภาพยนตร์โฆษณาและภาพ  แหล่งท่องเที่ยว พร้อมกับนำเสนอสินค้าด้านกีฬา Sports Tourism ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาระดับโลก MotoGP World Championship 2018 วันที่ 5-7 ตุลาคม 2561 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่าตลาดยุโรปเป็นลูกค้าหลักสำคัญของไทย โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรในปี 2559 เดินทางท่องเที่ยวไทยมากสุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน สหรัฐอเมริกา และเยอรมนี

ส่วนสถิติปี 2559 มีนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักรมาไทยรวม 965,000 คน เพิ่มขึ้น 7.63 %สร้างรายได้ 76,402 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15 %   เป็นตลาดที่ทำรายได้เป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคยุโรป และอันดับที่ 4 ของรายได้จากต่างชาติทั้งหมด  โดยภาพรวมการเติบโตเฉลี่ยระหว่างปี 2555-2559 มีทิศทางที่สดใส ด้านจำนวนมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5 % รายได้เติบโตเพิ่มปีละ 9 %

ข่าวที่ 4 “บางจากแจกรีฟิลด์สมาชิกในโชคดีติ่มซำ28แห่ง”

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ระหว่างวันนี้ - 30 เม.ย. 61 ให้สมาชิกบัตรบางจากใช้ 39 คะแนนแลกรับฟรี !!! รีฟิวเครื่องดื่มไม่อั้น ที่ร้านโชคดีติ่มซำ  เครื่องดื่ม Refill เก๊กฮวย/ชาเขียว 1 แก้ว (มูลค่า 39 บาท) ได้ตามสาขาต่าง ๆ ที่ที่ร่วมรายการ 28 สาขา

วิธีรับสิทธิ์  กด*766*78*19*หมายเลขบัตร16หลัก#แล้วโทรออก ตามขั้นตอน •  นำรหัสจาก SMS Code หลัก มาแสดงให้พนักงานเพื่อรับสิทธิ์ ก่อนชำระเงิน•  จำกัดการแลก 1 ครั้ง/ 1 สิทธิ์

ข่าวที่ 5 “สุวรรณภูมิตีปีกปี’61ผู้โดยสารทะลุ63ล้านคน”

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)  “ทอท.” เปิดเผยว่า แนวโน้มปี 2561 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีผู้โดยสารใช้บริการรวม 63 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5% การเดินทางผ่านเข้าออกสนามบินจะเริ่มหนาแน่นตั้งแต่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเดือนพฤศจิกายน 2560-กุมภาพันธ์ 2561  คาดจะมีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยมากถึงวันละ 1.8 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 5-6% ส่วนใหญ่เป็นเที่ยวบินตรงจากเมืองรองในประเทศแถบเอเชีย อาทิ จีน อินเดีย ส่วนอาเซียนมีปริมาณการจราจรหนาแน่นมากกว่าทุกปีเช่นกัน

ช่วงที่ 2 ติดตามเรื่องดี ๆ มีความสุขกับการได้ออกไปสัมผัสวิถีชีวิต “ชุมชนนครชุม” จังหวัดกำแพงเพชร ที่มีอารยธรรมความหลากหลายชาติพันธุ์กว่า 200 ครอบครัวที่อพยพมาตั้งถิ่นฐาน โดยรักษารากแห่งความดีงามไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมมาจนถึงทุกวันนี้ จากนั้นมาเรียนรู้ถึงการดูแลสุขภาพไม่ให้ “หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน” และข่าวเจาะลึกเทรนด์การบินโลกในอีก 5 ปีหน้า หุ่นยนต์จะเข้ามาบริการแทนคนตามสนามบินยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งจะแข่งกันสร้างจุดขายโดยเนรมิตสนามบินให้กลายเป็นเมืองมหัศจรรย์ ส่วนที่นั่งเฟิร์สคลาสส่งสัญญาณสูญพันธ์

@เที่ยวชุมชนโบราณนครชุม กำแพงเพชร



สถานที่ท่องเที่ยวในภาคเหนือตอนล่างอย่าง “นครชุม” เป็นชุมชนตลาดโบราณ แหล่งรวมการสืบสานสูตรอาหารและพระเครื่องขึ้นชื่อในจังหวัดกำแพงเพชร ชาวบ้านแถบนี้มีหลายเชื้อชาติ เมื่อครั้งอดีตอพยพมาจาก สปป.ลาว เมียนมา ไทยใหญ่ จีน กระเหรี่ยง ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์วัฒนธรรมเรื่องวิถีชีวิตการกินและการปั้นข้าวของเครื่องใหญ่ด้วยดินเผาแบบโบราณ



การไปพักผ่อนและท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋ในชุมชนนครชุม ควรใช้เวลาสัก 2 วัน มีโรงแรมเก๋ ๆ ให้เลือกอย่าง ชากังราว ริเวอร์วิว อยู่ติดแม่น้ำปิง โรงแรมเพชร อยู่ใจกลางเมือง หรือจะพัก บ้านดิน บามีรีสอร์ต ใกล้ริมน้ำปิง แวดล้อมด้วยสวนสีเขียว อีกทั้งยังสะดวกในการเดินทางไปตามสถานที่น่าสนใจมากมาย

เริ่มจากวันแรก “ตลุยกิน” ตั้งแต่มื้อเช้ากับเมนูขึ้นชื่อ “ขนมจีบแป้งสด” แสนอร่อยกับน้ำเย็นชื่นใจ แล้วเดินไปชม “บ้านคุณยายประภาศรี”  เรือนไม้อายุกว่า 100 ปี ไปดูขนมขึ้นชื่อของบ้านนี้คือ “ข้าวตอกอัด” ต่อด้วย “มื้อเที่ยง” ต้องห้ามพลาดไปเดินหาอาหารถิ่นในตลาดย้อนยุคของนครชุม มีให้เลือกหลายทั้งอาหารคาวและหวาน


“อาหารถิ่นในกำแพงเพชร” ต้องชิมให้ได้คือ “ข้าวตอกอัด” เป็นขนมของชุมชนเฉพาะถิ่นมีในนครชุมเท่านั้น “ขนมจีบแป้งสด” ทำจากแป้งข้าวเจ้า ทำให้เนื้อเหนียว ไส้ทำจากหน่อไม้ กุ้ง หมูสับ และเครื่องเทศ “เมี่ยงมะพร้าวคั่ว” เป้นของรับประทานเล่นรสอร่อยถูกปากนักท่องเที่ยว

สำหรับ “ร้านอาหาร” แนะนำ ก็มี “ร้านแจ๋วบะหมี่เกี๊ยว” เส้นอร่อยไม่เหมือนใคร “ครัวริมคลอง” ที่ทำเมนูต้มยำปลาแม่น้ำได้สุดแซบ ฉู่ฉี่ปลา และไข่ซาลาเปา “ร้านสุภาพผัดไทยนครชุม” ซึ่งผัดไทยได้เส้นนุ่มรสชาติกลมกล่อม ราดหน้า และหมูสะเต๊ะ

วันที่สอง ต้องไปดุแล้วลงมือทำไปกับชาวบ้านในชุมชน คือ ไปทำบุญตักบาตรที่ “วัดสว่างอารมณ์” ระหว่างทางไปชมบ้านห้างในสมัยรัชกาลที่ 5 แวะนมัสการพระบรมสาริกธาตุที่ “วัดพระบรมธาตุเจดียาราม” และไปดูการทำพระเครื่องนครชม เป็นการใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์ที่ได้เติมเต็มทั้งความสุขและความรู้ไปพร้อม ๆ กัน



ถ้ามีเวลาเหลือก็ไปชมธรรมชาติ “น้ำตกคลองลาน” ได้ชื่อว่าอลังการและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ไหลลงมาจากความสูงของหน้าผาชันราว 100 เมตร กว้าง 40 เมตร

จากนั้นก็ต้องกระจายรายได้สู่ชุมชนด้วยการช้อปปิ้งสินค้าพื้นบ้าน อย่าง เมี่ยงนครชุม ขนมข้าวตอกอัด พระเครื่องที่มีอัตลักษณ์ต่างจากที่อื่น โดยเฉพาะ พระซุ้มกอ องค์พระมีรัศมีเป็นรูป ก ครอบอยู่ที่เศียร เป็นหนึ่งในพระเบญจภาคีเสริมความเป็นสิริมงคลแก่ทุกชีวิต

สนใจไปท่องเที่ยว ติดต่อไปทางชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนนครชุม โทร.089-640-5287, 081-972-7238

@แพทย์แนะวิธีป้องกันหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข  อธิบายถึงสาเหตุสำคัญของคนที่เกิดอาการ “หัวใจหยุดเต้นฉับพลัน” มาจากโรครวมทั้งการใช้ชีวิตและมีพฤติกรรมสุขภาพไม่ถูกต้อง ได้แก่ เบาหวานความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วน สูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจแข็งตัวหรือตีบตัน

ปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตจากโรคหัวใจเฉลี่ยปีละ 54,000 คน หรือชั่วโมงละ 6 คน เป็นสาเหตุการตายสูงสุดสามลำดับแรกร่วมกับมะเร็งและอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่การป่วยและเสียชีวิต มักฉุกเฉิน และเกิดในคนที่ดูปกติไม่ทราบว่าเป็นโรคหัวใจมาก่อน

การดูแลสุขภาพและวิธีป้องกันอย่างแรกที่ควรทำคือ ผู้มีอายุ 35 ปีขึ้นไป จึงควรตรวจสุขภาพทุกปี หากผิดปกติจะได้ตรวจละเอียดหรือรับคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงเกิดโรค
       
เพราะการลดความเสี่ยงที่เป็นปัจจัยหลักของหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทำโดยกินอาหารสุขภาพ เช่น ผักผลไม้ ถั่ว ปลา ไม่หวาน-มัน-เค็ม ออกกำลังสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว 30 นาทีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง คุมน้ำหนัก งดบุหรี่

ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันสูง ไขมันในเลือดสูง ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจให้ออกกำลังกายปานกลาง เช่น แอโรบิกเดินเร็ว ปั่นจักรยาน วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ
       
ที่สำคัญต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ออกกำลังแต่พอเหมาะ เริ่มเบาๆ ค่อยเป็นค่อยไปที่สำคัญ วอร์มร่างกายก่อนและหลังออกกำลังกายทุกครั้ง
       
ผู้ที่มีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันหากได้รับการช่วยเหลือถูกวิธี-ทันท่วงที จะลดอัตราเสียชีวิตได้
       
หากพบผู้หมดสติให้เรียก-เขย่าตัวว่ายังตอบสนองหรือไม่ ถ้าไม่ ให้สังเกตว่ากระตุกหรือชักเกร็งหรือไม่ หรือหายใจเฮือกหรือหยุดหายใจ ถ้ามีให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหัวใจหยุดเต้นฉับพลันรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ1669 และเริ่มช่วยชีวิตขั้นพื้นฐานโดยนวดหัวใจหากมีเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (หรือ AED) ให้นำมาใช้ตามคำแนะนำที่ติดอยู่ที่เครื่อง

สัญญาณอาการโรคหัวใจคือ เจ็บแน่นหน้าอกคล้ายของหนักกดทับ ปวดร้าวที่ไหล่ แขนซ้าย หายใจลำบาก หากมีอาการที่ว่าให้รีบนั่ง บอกเพื่อน-ผู้อยู่ใกล้ ส่งโรงพยาบาลใกล้ที่สุดทันที หรือ โทร.สายด่วน 1669

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

ข่าวแรก “อนาคต5ปีหน้า 5เทรนด์การบินเปลี่ยนโลก”



จับตาอนาคตอุตสาหกรรมการบินของโลกอีก 5 ปีข้างหน้า ไม่ว่าเราจะนั่งเครื่องบินในชั้นธุรกิจหรือชั้นประหยัด ก็ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มการบินเชิงพาณิชย์ 5 เทรนด์แรง ซึ่งอาจส่งผลต่อวิธีการเดินทางของคนทั่วโลก ด้วยการตั้งค่าการบินให้เร็วขึ้นและสะดวกยิ่งขึ้นโดยไม่คำนึงถึงชั้นโดยสารอีกต่อไป


@เทรนด์แรก “ความเร็วและความสบาย”

บริษัท Boom Supersonic Technologies แห่งเดนเวอร์รัฐโคโลราโดกำลังพัฒนาเครื่องบินนั่งขนาด 50 ที่นั่งที่สามารถลดเวลาในการเดินทางได้ครึ่งหนึ่งเรียบร้อยแล้ว โดยใช้เวลาภายใน 3 ชั่วโมงจากลอนดอนบินตรงถึงนิวยอร์ก แตกต่างจากปัจจุบันที่ผู้โดยสารในชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 4-6 เท่า แต่บริการเหล่านี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงด้วยอิทธิพลของนวัตกรรมทางเทคโนโลยียุคใหม่

 @เทรนด์ที่ 2 หุ่นยนต์ / ปัญญาประดิษฐ์

สนามบิน Amsterdam Schiphol ในอัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ lได้นำหุ่นยุนต์มาให้บริการแทนที่คนขนสัมภาระกระเป๋าแล้ว ตัวหุ่นยนต์เหล่านี้สามารถจัดการด้วยการโหลดรถทางลาดจากศูนย์กลางอัตโนมัติซึ่งจะช่วยให้มนุษย์สามารถมุ่งเน้นงานที่ซับซ้อนมากขึ้นได้

สนามบินดุสเซลดอร์ฟ ในเยอรมนี ก็หันมาใช้หุ่นยนต์ดูแลลานจอดรถสำหรับผู้เข้าพัก แทนที่จะเป็นคนขับด้วยเพียงแค่ตอนลงจากเที่ยวบินใช้สมาร์ทโฟนของคุณและหุ่นยนต์ (เรียกว่า RAY) จะจัดส่งรถมารับแล้วนำไปส่งถึงจุดหมายที่ระบุไว้

สายการบิน EVA Air ไต้หวัน ได้นำหุ่นยนต์มาบริการเช็คอินบางส่วน ด้วย 'Pepper' ในสนามบินกรุงไทเป ช่วยให้ผู้คนเข้าสู่กระบวนการเช็คอิน ไม่เพียงแค่ตู้เช็คอินมาตรฐาน Pepper จะสแกนบัตรขึ้นเครื่องของคุณเพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับจุดหมายปลายทางของคุณเช่นสภาพอากาศปัจจุบันและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ พร้อมทั้งจะให้คำแนะนำที่สนามบิน Duty Free และถ่ายรูปกับคุณได้ด้วย

ขณะนี้หุ่นยนต์ได้ถูกนำเข้ากับชีวิตประจำวันของเราอย่างช้าๆ แม้กระทั่งในอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก

@เทรนด์ที่ 3 ที่นั่งชั้นหนึ่งของสายการบินใกล้สูญพันธุ์

หลายทศวรรษที่ผ่านมาเมื่อผู้โดยสารสายการบินต้องการเดินทางบนที่นั่งแบบแบนราบก็ต้องจองตั๋วชั้น First Class ชั้นธุรกิจเป็นเพียงที่นั่งขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปเมื่อสายการบินเอทิฮัดได้จัดทำชั้นที่นั่งแบบสตูดิโอทั้งประหยัดและสะดวกสบาย (คล้ายกับชั้น Premium Economy เพราะเมื่อเวลาผ่านไปการพัฒนาระหว่างที่นั่งชั้นธุรกิจกลายเป็นเรื่องที่แข่งขันกันมากขึ้นความแตกต่างระหว่างธุรกิจและที่นั่งชั้นหนึ่งก็ยิ่งแคบลง แต่ปัจจัยเรื่องค่าโดยสารยังคงเป็นนัยสำคัญ ดังนั้นนโยบายขององค์กรส่วนใหญ่จึงมักอนุญาตให้พนักงานเดินทางไปทำธุรกิจ แต่ไม่จำเป็นจะต้องซื้อตั๋วชั้นหนึ่งอีกต่อไป แต่จะหันไปซื้อที่นั่งชั้นธุรกิจมากขึ้น

@ เทรนด์ที่ 4 สนามบินหรูต่อสู้กันดุเดือด

สนามบินนานาชาติชางงี สิงคโปร์เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในโลกเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน เป็นศูนย์กลางการขนส่งที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุ่มทุนสร้างสระว่ายน้ำร้านค้าระดับไฮเอนด์ สวนสนุก 4 ชั้น สำหรับเด็กและวัยรุ่คล้ายกับอยู่ในสวนสนุกในร่มและห้างสรรพสินค้าขนาดมหึมา

สนามบินนานาชาติอินชอน เกาหลีใต้ เป็นที่ตั้งของร้านค้าปลอดภาษี Louis Vuitton เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีศูนย์การค้า Duty Free ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งสร้างรายได้มากกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

สนามบินนานาชาติซูริค สวีตเซอร์แลนด์ เป็นสนามบินแห่งความฝันสำหรับผู้รักสุขภาพ มีศูนย์ปั่นจักรยานให้บริการภายในสนามบินและศูนย์ออกกำลังกายของโรงแรมครบครันด้วยจักรยานในร่มการฝึกด้วยน้ำหนักและสปาเพื่อการผ่อนคลาย

สนามบินนานาชาติมิวนิก เยอรมัน ช่วยให้คุณสามารถทำ Oktoberfest ได้ในกรณีที่คุณพลาด คุณสามารถทำให้มันขึ้นในสนามบินมิวนิกที่พวกเขามีสวนเบียร์ที่ใหญ่ที่สุดในร่มในโลก มีโรงเบียร์หลายแห่งที่ซึ่งคุณสามารถเพลิดเพลินกับชิมและทัวร์ได้ และเมื่อเหล้าฮิตคุณคุณสามารถกดฝักนอนหลับที่มีจำนวนมากใช้ได้

@เทรนด์ที่ 5 แอร์บัสและโบอิ้งแข่งขันผลิตฝูงบินเปลี่ยนโลก

ทั้งแอร์บัสและโบอิ้ง เป็นบริษัทชั้นที่ครองส่วนแบ่งตลาดมีความสามารถในการผลิตเครื่องบินเชิงพาณิชย์เป็นจำนวนมาก โดยจะแข่งกันผลิตเครื่องบินรุ่นใหม่ในเส้นทางบินระยะไกลข้ามทวีป แต่ละยุคทั้งสองบริษัทต่างก็มีเครื่องบินพาณิชย์ของตนเอง เช่น โบอิ้ง 747 ในยุค 70 และยุค 80 เมื่อปี 2548 เริ่มเป็นเครื่องบินโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในโลก Airbus A380 สร้างความฮือฮาให้อุตสาหกรรมการบินโลก  จากนั้นก็ผลิต Airbus A350 XWB ส่วนโบอิ้งคิดค้น Boeing 787 Dreamlinerลงมาสู้ โดยกำลังเปลี่ยนแปลงการบินเชิงพาณิชย์

เครื่องบินของทั้งคู่เป็นเครื่องบินระยะไกลเครื่องยนต์แฝดและลำตัวกว้าง ขณะที่มีน้ำหนักเบาสายการบินมีโอกาสที่จะเพิ่มคุณสมบัติและสิ่งอำนวยความสะดวกจำนวนมากและยังคงรักษาประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ Airbus A350 XWB และ Boeing 787 Dreamliner เหมาะสำหรับการใช้งานในระยะยาว

แต่อย่างไรก็ตามด้วยคุณสมบัติของแอร์บัสเอ 380 มีคุณลักษณะ 4 เครื่องยนต์ จึงยังคงเป็นข้อได้เปรียบที่จะต้องใช้บินบางเส้นทางเหนือทวีปเป็นเกาะทะเล เช่น เส้นทางซิดนีย์ไปยังโจฮันเนสเบิร์ก

ข่าวที่สอง “นกแอร์หวังลุยบินจีน24จุดฟื้นธุรกิจคืนชีพภายใน3ปี”


นายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ กล่าวว่านกแอร์กำลังเร่งทำแผนฟื้นฟูธุรกิจเพื่อทำให้สายการบินกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยจะเดินหน้าพัฒนา 3 ระยะให้บรรลุเป้าหมายภายใน 3 ปี

ระยะที่ 1 ภายในครึ่งปีจะต้องลดภาระการขาดทุนให้หมด ระยะที่ 2 ระหว่างปี 2561 เรื่อยไปจนถึงต้นปี 2562 เน้นสร้างความพร้อมให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ระยะที่ 3 ช่วงปลายปี 2562-2563 จะเร่งไปขยายเส้นทางบินอีกครั้ง

โดยนกแอร์ได้วางกลยุทธ์พุ่งเป้ารุกหนักตลาดจีนด้วยบริการเช่าเหมาลำรวมทั้งหมด 24 เส้นทาง จากปัจจุบันทำอยู่แล้ว 18 เส้นทาง และภายใน 6 เดือนต่อจากนี้เป็นต้นไปจะเพิ่มอีก 6 เส้นทาง ได้แก่ ท่าอากาศยานดอนเมือง ไป-กลับ ซุนยี่  อู๋ซี ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ไป-กลับ ซุนยี่ เหมยเซียน ต้าถง และท่าอากาศยานภูเก็ต-ซีอาน

สำหรับปัจจุบันนกแอร์ใช้ท่าอากาศยานในไทยเป็นศูนย์กลาง 4 แห่ง ทำเช่าเหมาลำเข้าจีน ได้แก่ “ดอนเมือง” สู่เมือง ยังหยินฉวน หนานหนิง หนานทง หลินยี่ อีชาง เป่าโถว หนานทง เหยียนเฉิง เจิ้งโจว “ภูเก็ต” สู่เมือง หนานหนิง “เชียงใหม่” สู่เมือง หนานหนิง “อู่ตะเภา” สู่เมือง ไหโข่ว  หยินฉวน  หนานชาง  ฉางชา หลินยี่

ข่าวที่สาม “โรงแรมอัมราคัดสรรเมนูไทยหายากเสิร์ฟที่เอเลเมนท์”

นายวีรนาท ศิลานนท์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอัมรา กรุงเทพฯ กล่าวว่า ทางโรงแรมได้จัดโปรโมชั่น ‘Thai Passion At Element’  ห้องอาหารเอเลเมนท์ ตั้งอยู่ชั้น B1 เน้นให้ลูกค้าเข้าพักโรงแรม และเดินทางมากรุงเทพฯ ได้ลิ้มลองอาหารไทยแท้แบบดั้งเดิมหาทานได้ยาก และอาหารไทยคลาสสิกยอดนิยม อาทิ ปลาแห้งแตงโม ม้าห้อ น้ำพริกไข่ปู กุ้งกระเบื้อง พล่าเนื้อ ยำปลาสลิดทอด มัสมั่นเนื้อน่องลาย ต้มยำกุ้ง ไข่เจียวฟูกากหมู ข้าวอบสับปะรดและผัดไทยกุ้งห่อไข่ สามารถสั่งแยกรายเมนูและเซ็ทเมนูในราคาย่อมเยาเริ่มต้นเพียง 150 บาทต่อเมนูขึ้นไป

อีกทั้งเชฟชาลี เฉลิมพันธ์ และทีมงาน ยังได้จัดเต็มเมนูซิกเนเจอร์อาหารสิงคโปร์ อาหารตามเทศกาล และโปรโมชั่นอาหารไทย บุฟเฟต์อาหารกลางวันแบบนานาชาติ “Come 2 Pay 1” ทุกวันตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 14.30 น. ในราคาสุทธิเพียงคนละ 899 บาท รวมน้ำเปล่า ชา และกาแฟ

โทร. 02-021-8888 ต่อ 5320 หรือ www.bangkok.amarahotels.com

เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน
:บล็อกเกอร์ และผู้ดำเนินรายการ



วันศุกร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

คิงเพาเวอร์รางน้ำโฉมใหม่-เที่ยวบ้านทุ่งหลวงสุโขทัย


คิงเพาเวอร์โฉมใหม่ดึงแบรนด์เสริมทัพไทยฮับช็อปปิ้ง
ผุด“สตรีทฟู้ด-วิถีไทยครบวงจร”แม่เหล็กดูดเงินโลก
SHOP MORE SAVE MOREลดฉลอง28ปี พ.ย.นี้
ททท.จัดเที่ยว3งาน “กทม.-เมืองกาญจน์-งานช้าง”
บางจากปลื้มทริสต์จัดอันดับเครดิตเกรดAทุกเรื่อง
TCEBเดินกุมรุกดิจิตอลออนไลน์แอพเพิ่มยอดไมซ์
ทัวร์บ้านทุ่งหลวงสุโขทัยแหล่งปั้นดินเผา700 ปี
ทุนโรงแรมผุดมิกยูสหัวหินทั้ง“ดุสิต-ฮอลิเดย์อิน”
ไมเนอร์กรุ๊ปไทยผงาดทำ3โรงแรมหรูในกาตาร์

วันเสาร์ที่  11 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ในรายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97.0 MHz.

ช่วงที่ 1 ติดตามทายาทธุรกิจดิวตี้ฟรี “อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา” ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จะมาเล่าอย่างถึงโฉมใหม่ “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำ” กลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบต้อนรับการฉลองธุรกิจก้าวสู่ปีที่ 28 หลังจากใช้เงินถึง 2,500 ล้านบาท เนรมิตคอมเพล็กซ์เทรนด์ Mix Use สุดหรู นำแบรนด์โลก อย่าง PRADA , CUCCI ผลิตภัณฑ์ของกินของใช้สมุนไพรเพื่อสุขภาพวิถีไทย ร้านอาหารสตรีทฟู้ดแถวหน้าของเมืองไทย แบรนด์อินเตอร์ยอดนิยม แห่แหนกันมารวมอยู่ในคอมเพล็กซ์แห่งนี้ และทุกเรื่องราวเชิงรุกของคิง เพาเวอร์

แผนตลาดเชิงรุกปีหน้าเปิดแอพลิเคชั่นบุกขายดิวตี้ฟรีออนไลน์ครองกำลังซื้อจีนให้ได้ถึง 60 % อีกทั้งขณะนี้ยังได้เดินหน้าโปรเจ็กต์ซีเอสอาร์ “KING POWER THAI POWER :พลังคนไทย” ร่วมไปกับ “ตูน บอดี้สแลม” ฮีโร่ที่วิ่งจากใต้สู่เหนือสุด แจกลูกฟุตบอลให้ชุมชนตลอดเส้นทางตามเป้า 1 ล้านลูก รวมทั้งการทำสนามฟุตบอลหญ้าเทียมให้โรงเรียนในชุมชนได้เห็นคุณค่ากับประโยชน์ของกีฬาสร้างเยาวชนของชาติให้เติบโตอย่างมีคุณภาพได้


“อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา”
ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ 


“อภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา” ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า ช่วงเดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นมาได้เปิดบริการ “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำ” โฉมใหม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย หลังจากดำเนินธุรกิจมาแล้ว 10 ปี ตามนโยบายของคุณวิชัย ประธานกับคุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ซีอีโอ มีนโยบายให้ปิดปรับปรุง 5 เดือน ระหว่างพฤษภาคม-30 กันยายน 2560 ด้วยเงินลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์หรูอลังการต้อนรับตลาดเทรนด์ใหม่กลุ่มเดินทางอิสระ (F.I.T.)

        การเปลี่ยนโฉมครั้งนี้มาจากการทำสำรวจวิจัยจนค้นพบเทรนด์นักช้อปจากต่างประเทศโดยเฉพาะจีน เปลี่ยนจากเดินทางหมู่คณะหรือกรุ๊ปทัวร์ (G.I.T.) เป็นกลุ่มเดินทางอิสระ (F.I.T.) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การพัฒนาร้านค้าดิวตี้ฟรีในเมืองภายในอาคารคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำ ได้นำนวัตกรรมมาสร้างความตื่นตาตื่นใจมาเสนอลูกค้ากลุ่มนักเดินท่องเที่ยวอิสระและคนไทยเป็นหลัก


        ในการกลับมาเปิดเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2560 ประกอบด้วย 1.เพิ่มพื้นที่ขายภายในคอมเพล็กซ์เพิ่มจากกว่า 8,000 เป็น 10,555 ตารางเมตร เพิ่มประมาณ 2,500 ตารางเมตร 2.นำแบรนด์ระดับโลก PRADA, CUCCI ซึ่งยังไม่เคยมีตอนนี้ก็เข้ามาจำหน่ายเป็นดิวตี้ฟรีในเมืองแห่งแรก รวมถึงแบรนด์ใหม่ Alexander McQueen และอีกหลายแบรนด์ 3.เปิดพื้นที่ทำศูนย์รวมอาหารถิ่น “สตรีทฟู้ด” ยกร้านดัง ๆ ริมทางมาไว้ในคอมเพล็กซ์ และร้านแบรนด์อินเตอร์ยอดนิยม 4.เพิ่มโซนแทรเวล คลับ บริการฟรีแก่นักเดินทางที่จะมาแฮงเอาต์รอขึ้นเครื่องไว้รับรองบริเวณชั้น 1 กับเลาจน์สำหรับสมาชิกบัตรคิง เพาเวอร์ทั้งแบบธรรมดาและพรีเมี่ยม

เพราะก่อนจะลงมือก่อสร้างใหม่ได้ทำวิจัยและสำรวจถึงกระแสตอบรับนักช้อปผลปรากฎว่าโดนใจคนไทยและนักท่องเที่ยวแถบเอเชีย ซึ่งชื่นชอบมองหาสินค้าดิวตี้ฟรีแบรนด์ใหม่ ๆ เพื่อจะได้กลับมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น



        ภายในอาคารได้แยกสินค้าเป็น 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้น 1 สินค้าแบรนด์บูติก ชั้น 2 จะเป็นนาฬิกาแบรด์หรูหรา น้ำหอม เครื่องสำอาง แฟชั่นกีฬา สินค้าอิเลคทรอนิกส์ ชั้น 3 ปรับปรุงใหม่ทั้งชั้น แบ่งเป็นโซนขายสินค้าแบรนด์ไทยทั้งหมด แบ่งเป็น โซนสตรีทฟู้ดแลร้านอาหารแบรนด์ดังระดับอินเตอร์รวม 17 ร้าน ทำสำรวจแล้วพบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต่างต้องการค้นหาสิ่งแปลกใหม่และรสชาติอาหารท้องถิ่นที่ได้รับความนิยม จึงระดมร้านมีชื่อที่เปิดอยู่ตามถนนสายต่าง ๆ ทั่วฟ้าเมืองไทยมาไว้ในคอมเพล็กซ์ รางน้ำ ตอบสนองความต้องกชาวต่างชาติกลุ่ม F.I.T ตอบสนองความชื่นชอบของแต่ละคนเรื่องวิถีอาหารไทย สามารถเลือกได้ในที่เดียวในคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำ


ร้านอาหารสตรีทฟู้ดหลัก ๆ  เช่น ผัดไทยพิสมัย เกาเหลารองเมือง ก๋วยจับคอนแวน รวมถึงร้านอาหารดังเช่าพื้นที่เปิด อาทิ ElGAUCHO  ร้านนารา ร้าน Brekkie เพื่อคนรักสุขภาพ รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่น Nantsuttei Ramen-นันสึเตะ ราเมง และร้านของหวานอย่าง ร้าน Make Me Mango สูตรข้าวเหนียวมะม่วงหลากหลายสไตล์ ร้านชานม KOI The จากไต้หวัน คาดการณ์จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติและคนไทย อีกทั้งยังเปิดประตูต้อนรับคนทั่วไปสามารถมาทดลองรับประทานอาหารที่มารวมศูนย์อยู่ที่เดียวกัน ครบเครื่องเรื่องสะดวกสบายโดยไม่ต้องเดินทางไปยังร้านต้นตำรับ เพราะในคิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00-22.30 น.

        นอกเหนือจากนั้นยังมีลานน้ำพุบริเวณด้านหน้าคอมเพล็กซ์ชื่อ Dancing Fountain ลงทุนเกือบ 100 ล้านบาท ทำเป็นระบบดิจิตอล น้ำพุสามารถเต้นระบำได้ควบคู่กับการบรรเลงดนตรีต่าง ๆ  รวมทั้งสามารถเนรมิตให้เป็นลานกิจกรรมจัดงานแสดงต่าง ๆ ได้ครอบคลุมทุกอีเวนต์กลางแจ้ง โดยสามารถยกลานน้ำพุลงใต้ดินแล้วปรับเป็นพื้นราบจัดงานได้ตามปกติ

        สิ่งเหล่านี้จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบวิถีไทยและกิจกรรมตื่นตาตื่นใจใหม่ ๆ ซึ่งไม่สามารถหาชมได้จากที่อื่น นับเป็นการปรับโฉมให้ถูกใจลูกค้าคนไทยและทั่วโลกที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเมืองไทย



อีกทั้งคิง เพาเวอร์ เตรียมจัดงานฉลองการก้าวขึ้นสู่ปีที่ 28 งาน ”28th Anniversary Discover Endless Surprises” ระหว่าง 16-19 พฤศจิกายน 2560 ตลอด 4 วัน ณ คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ รางน้ำ จะมีไฮไลต์เด็ด ลดสูงสุด 30 % ตลอดเดือนพฤศจิกายนนี้สามารถช้อปโปรโมชั่นได้ทุกสาขาทั้งร้านเมืองคือ ศรีวารี ภูเก็ต พัทยา และในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต หาดใหญ่ เชียงใหม่

อภิเชษฐ์กล่าวว่า ขณะนี้เร่งขยายแนวรุกขายสินค้าดิวตี้ฟรีออนไลน์ ผ่านช่องทาง www.kingpower.com  พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้าอนาคต 1-2 ปีข้างหน้า นักช้อปชาวจีนซึ่งมีความเชี่ยวชาญซื้อสินค้าออนไลน์จะขยับยอดซื้อขึ้นไปถึง 60 % จากเดิมช่วงเปิดขายออนไลน์ระยะแรกจีนซื้อเพียง 5 กระทั่งตอนนี้เพิ่มเป็น 35 % ส่วนช่วงแรกเข้ามาซื้อ 80 % แต่ปัจจุบันเหลือราว 60 % ถูกแทนที่โดยจีนและตลาดต่างชาติ 40 %

ภายในไตรมาสแรกปี 2561 เตรียมเปิด Application kingpower เพิ่มช่องทางการซื้อให้สะดวกมากขึ้น ผ่านทาง ส่วนในไทยก็โปรโมตผ่านออนไลน์ facebook, line


        สำหรับรายได้และความสนใจของนักช้อปซื้อผ่านออนไลน์ ทุกวันนี้เติบโตระดับดีทั้งกลุ่มคนไทยและต่างชาติ ประเมินจากปริมาณการเข้ามาสั่งซื้อบางครั้งหนาแน่นจนเว็บไซต์ล่ม ส่วนในจีนทางคิง เพาเวอร์ ลงทุนโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ควบคู่กันไป ส่งผลให้ยอดขายเติบโตเพิ่ม 2 เท่า ซึ่งบางส่วนยังขายร่วมกับทาง TMALL ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นไปพยายามจะแยกตัวออกเป็นอิสระ เพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้าออนไลน์ตรงกับคิง เพาเวอร์ จึงเร่งพัฒนาเว็บไซต์ แอพลิเคชั่น ให้ทันสมัยเข้าถึงง่ายมากที่สุดนั่นเอง



        อภิเชษฐ์กล่าวถึงการทำโครงการเดินหน้าธุรกิจเพื่อประโยชน์คืนสู่สังคม “KING POWER THAI POWER : พลังคนไทย” ซีเอสอาร์เพื่อช่วยเหลือสังคม ได้แก่ โปรเจ็กต์แรกคือ POWER SPORT สร้างสนามฟุตบอลหญ้าเทียมให้โรงเรียนตามชุมชนต่าง ๆ ตั้งเป้าหมายภายใน 5 ปี จะทำทั้งหมด 100 สนาม เฉลี่ยปีละ 20 สนาม   ปัจจุบันสนามฟุตบอลแห่งแรกสร้างเสร็จเรียบร้อยส่งมอบแล้วที่โรงเรียนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ วางแผนจะทำเป็นสนามต้นแบบโปรโมตให้สนามอื่น ๆ นำไปสร้างต่อไป เพื่อให้ชุมชนทั่วประเทศได้เห็นสิ่งที่คิง เพาเวอร์ ทำเรื่องการใช้ศักยภาพที่มีสร้างประโยชน์ต่อท้องถิ่นทั่วไทย

        เมื่อช่วงเดือนตุลาคมปีนี้ได้เดินทางไปดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเตรียมตัวสร้างสนามแห่งฟุตบอลหญ้าเทียมแห่งที่สองในภาคเหนือจากนั้นก็จะทยอยสร้างจนครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้



        อีกโครงการซึ่งทำต่อเนื่องคือ ทยอยแจกลูกฟุตบอล  1 ล้านลูก รณรงค์ให้เยาวชนตามชุมชนต่างๆ หันมาสนใจเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ อีกทั้งในโครงการ “ก้าวคนละก้าว” ได้รับเกียรติจาก “ตูน บอดี้สแลม” นำลูกฟุตบอลของคิง เพาเวอร์ ไปร่วมแจกชุมชนตลอดระหว่างเส้นทางวิ่งจากใต้สู่เหนือ
“คิง เพาเวอร์” คือส่วนหนึ่งของพลังคนไทย ที่ได้บูรณาการธุรกิจ การคืนกำไรสู่สังคม รวมถึงวิถีความเป็นไทย เชื่อมโยงไทยสู่โลกภายนอก และมีส่วนช่วยดึงรายได้เข้าประเทศต่อเนื่องมา 28 ปี

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

ข่าวที่ 1 “สนุกกับ SHOP MORE SAVE MOREที่คิงเพาเวอร์”


กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ รายงานว่า ได้จัดมหกรรม SHOP MORE SAVE MORE ระหว่างวันนี้ – 31 ธันวาคม 2560ในร้านค้าดิวตี้ฟรี 3 สาขาหลัก ได้แก่คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา ภูเก็ต ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมืองด้วยกิจกรรมพิเศษในการสมัครสมาชิกฟรี

สามารถรับสิทธิเป็นสมาชิก ประเภท NAVY และ SCARLET ฟรีได้เลย เพียงรวบรวมใบเสร็จภายในเดือนและสาขาเดียวกันรวมใบเสร็จครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์การเป็นสมาชิกประเภท NAVY (ส่วนลด 5%) รวมใบเสร็จครบ 10,000 บาทขึ้นไป รับสิทธิ์การเป็นสมาชิกประเภท SCARLET (ส่วนลด 10%)

สามารถยื่นรับสิทธิ์เป็นสมาชิกฟรี ได้ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ศรีวารี พัทยา และภูเก็ต และสอบถามได้ที่ 1631                                                              

ข่าวที่ 2 “ททท.ชวนเที่ยว3งาน“กทม.-กาญจน์-ช้างสุรินทร์”


          นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่าร่วมกับ ขสมก. จัดกิจกรรม " ไหว้พระ 11 วัด...รัตนโกสินทร์ " โดยจัดรถเวียนทุก 30 นาที ไว้ 10 คัน (มีป้ายระบุไว้พระ 11 วัด สามารถขึ้นรถฟรีได้ทุกป้ายรถเมล์ในเส้นทางรถผ่านระหว่างวันนี้– 30 พฤศจิกายน 2560 ทุกวันช่วง 09.00 – 17.30 น.เปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เดินทางมาชมนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีโอกาสชมวัดสำคัญ ๆ

ได้แก่ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหาร  วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร   วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร (จอดที่ท่าช้าง ให้ข้ามเรือ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร วัดราชบูรณะราชวรวิหาร  วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร     วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สอบถามได้ที่ 1672 และ ขสมก. 1348

ทางด้าน “นายวิศรุต  อินแหยม” ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี กล่าวว่า ร่วมกับวิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีกาญจนบุรี จัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบยั่งยืน Amazing Green A Maze 2017 ระหว่าง 18 – 26 พ.ย. 2560 ชวนเที่ยวเชิงผจญภัยในเขาวงกตไร่ข้าวโพด พื้นที่ 9 ไร่ บนเนื้อที่ทำเกษตรกรรมกว่า 68 ไร่ กิจกรรมจะมีฐานให้ความรู้ของแต่ละฐาน เกมทายปัญหาให้สาระความรู้รอบตัวแก่ผู้ไปเที่ยวชม ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมและเทคโนโลยีกาญจนบุรี  ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ทุกวัน 09.00 - 18.00 น. ผู้ซื้อบัตร มีรางวัล และอาหาร เครื่องดื่มที่ผลิตจากทางวิทยาลัยเกษตรกรรมให้ฟรี ส่วนผู้เข้าศึกษาดูงานฟรี



ส่วน ททท.สำนักงานสุรินทร์ ร่วมกับ จังหวัดสุรินทร์ จัดงาน"มหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ประจำปี 2560" ปีที่ 57 วันที่ 8-19 พฤศจิกายน 2560  ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2560 ที่สนามกีฬาศรีณรงค์และสนามแสดงช้าง ถนนคชสาร ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

ข่าวที่ 3 “บางจากปลื้มทริสต์จัดอันดับอยู่ระดับAทั้งหมด”
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCPได้รับการจัดอันดับเครจาก ทริสเรทติ้ง โดยยังคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันอยู่ที่ระดับ “A" รวมทั้งหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของบริษัทที่ระดับ “A" ด้วย โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระคืนหนี้เงินกู้สกุลดอลลาร์สหรัฐฯ บางส่วนของบริษัทที่กำลังจะหมดอายุ

อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันของบางจากที่มีพื้นฐานมั่นคง ตลอดจนความได้เปรียบจากการบูรณาการธุรกิจการตลาดเข้ากับธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ตำแหน่งทางการตลาดของบริษัทที่แข็งแกร่งในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน และการขยายกิจการไปสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้า

ทั้งนี้ BCP ก่อตั้งในปี 2528 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2536 รวมเวลากว่า 24 ปี โดยมีผู้ถือหุ้น ณ เดือนกันยายน 2560 ประกอบด้วยกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 สัดส่วน 14.84% สำนักงานประกันสังคม 13.49% กระทรวงการคลัง 9.98% และนักลงทุนทั่วไปซึ่งถือส่วนที่เหลือ 61.69%

ธุรกิจหลักของบริษัทคือธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและการตลาด โดยบริษัทมีโรงกลั่นน้ำมันแบบคอมเพล็กซ์ (Complex Refinery) ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครด้วยอัตรากำลังการกลั่น 120,000 บาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นประมาณ 11% ของกำลังการกลั่นภายในประเทศทั้งหมด มีสถานีบริการน้ำมัน 1,082 แห่ง ณ เดือนมิถุนายน 2560

สำหรับธุรกิจอื่น ๆ ของบางจาก ได้แก่ ธุรกิจผลิตไฟฟ้า ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ และธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ ณ เดือนกันยายน 2560 บมจ.บีซีพีจี (BCPG) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เป็นเจ้าของและดำเนินงานโรงไฟฟ้ามีกำลังการผลิตตามสัญญารวม 160 เมกะวัตต์ในไทยและญี่ปุ่น รวมทั้งการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในฟิลิปปินส์และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในอินโดนีเซีย กำลังการผลิต 172 เมกะวัตต์

ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ประกอบด้วย โรงงานผลิตไบโอดีเซล กำลังผลิต 810,000 ลิตรต่อวัน โรงงานผลิตเอทานอลขนาด 150,000 ลิตรต่อวัน ปัจจุบันธุรกิจนี้อยู่ระหว่างการควบรวมกิจการกับบริษัทอื่นที่ดำเนินการผลิตเอทานอลซึ่งจะเพิ่มกำลังการผลิตเอทานอลเป็น 500,000 ลิตรต่อวัน อีกทั้งบริษัทยังได้ลงทุนในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในฟิลิปปินส์ด้วย

ข่าวที่ 4 “TCEBดันดิจิตอลออนไลน์บุกไมซ์เต็มรูปแบบปี’61”

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ได้นำกลยุทธ์การมุ่งเน้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายผู้จัดงานไมซ์และนักเดินทางกลุ่มไมซ์ในยุคดิจิตอล และก้าวทันเทรนด์การตลาด โดยใช้เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools) เป็นส่วนสำคัญในการทำตลาดออนไลน์ ตามยุทธศาสตร์ภายใต้แผนแม่บทอุตสาหกรรมการจัดประชุมและงานแสดงสินค้านานาชาติ พ.ศ. 2560-2564 คือ การผลักดันความต้องการจัดงานในอุตสาหกรรมไมซ์ และเพิ่มจำนวนงานด้านไมซ์ในประเทศไทยด้วยนวัตกรรมที่สามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดนักเดินทางกลุ่มไมซ์ ตลอดจนการมีองค์ความรู้และข้อมูลสถิติที่ช่วยในการวางแผนอุตสาหกรรมไมซ์

ล่าสุดได้จัดทำแอปพลิเคชันเสร็จเรียบร้อยแล้วคือ Biz Thailand เพื่อให้เข้าถึงง่าย โดยเป็นแอปพลิเคชัน 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ที่รวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก เที่ยวบินระหว่างประเทศและในประเทศ สถานที่จัดประชุมทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ๆ ไว้อย่างครบครัน ตั้งเป้าภายในปี 2561จะมีการใช้ถึง 10,000 ครั้ง

สำหรับการพัฒนาเว็บไซต์ www.businesseventsthailand.com จะเน้นรูปแบบคอนเท้นท์ มาร์เก็ตติ้ง (Content Marketing) มีบริการถึง 8 ภาษา และผู้เข้าชม (Pageviews) ทั้งสิ้น 2,701,958 ครั้ง จากต่างประเทศ 1,000,449 ครั้ง ในประเทศ 1,701,509 ครั้ง ปัจจุบันมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนมากกว่าคอมพิวเตอร์และแทปเลต จึงได้ต่อยอดเว็บไซต์เป็นแอปพลิเคชันเพิ่มยอดการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกช่องทาง

ช่วงที่ 2 จะพาไปชุมชนท่องเที่ยวเข้มแข็ง “บ้านทุ่งหลวง” เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัย ชมความล้ำค่าแห่งวิถีชีวิตเครื่องปั้นดินเผาโบราณสืบทอดนานกว่า 700 ปี แวะชิมอาหารถิ่นรสเด็ด ต่อด้วยการดูแลสุขภาพกินอย่างไรให้ชีวิตเสี่ยงน้อยลง

@เที่ยวชุมชนบ้านทุ่งหลวง เมืองเก่าสุโขทัย



สัปดาห์นี้มุ่งหน้าสู่ “เที่ยวชุมชนบ้านทุ่งหลวง” รอบอุทยานประวัติศาสตร์เมืองเก่า จังหวัดสุโขทัย กันดีกว่า ท้องถิ่นอบอวลไปด้วยอารยธรรม ยังคงร่องรอยความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรเมืองหลวงแห่งแรกของไทย อีกทั้งยังได้จารึกไว้ในโบราณวัตถุ โบราณสถาน และการถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่นถึงความเป็นมาและภูมิปัญญาของผู้เฒ่าผู้แก่สมัยก่อน

ชาวบ้านทุ่งหลวงมีอยู่ราว 200 ครัวเรือน พากันสืบทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านซึ่งกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนานาชาติ ด้วยการอนุรักษ์ให้เป็นหมู่บ้านผลิต “เครื่องปั้นดินเผา” ซึ่งสามารถเข้าไปเยี่ยมชมและเรียนรู้ศิลปะอันงดงาม



รอบ ๆ ชุมชนยังมีแหล่งท่องเที่ยวทรงคุณค่าอย่าง “อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย” ภายในบริเวณที่มีประตูเมืองล้อมเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า คูเมือง กำแพงเมือง เป็นที่ตั้งของโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ วัดสระศรี ตั้งอยู่กลางน้ำขนาดใหญ่ วัดมหาธาตุที่มีสถาปัตยกรรมสุโขทัยขนานแท้




“วันพระพายหลวง” ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางชุมชนก่อนการสถาปนาอาณาจักรสุโขทัย มีคูน้ำล้อมรอบอีกทั้งมีพระปรางค์  3 องค์ ก่อด้วยศิลาแลง และรูปศิลปะตามแบบบายนเขมรสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7



“ถนนสังคโลก ย่านสังคโลก” บริเซรนี้มีชุมชนบ้านใหม่ตระพังทอง เป็นถนนสายท่องเที่ยวให้เดินชม แหล่งหัตถกรรม และการทำเครื่องสังคโลก ที่ชาวชุมชนแห่งนี้ได้รับสืบทอดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน



“วัดศรีชุม” เป็นที่ประดิษฐ์พระพุทธรูปปูนปั้นพระอจนะ หรือตำนานพระพูดได้ มีลักษณะเป็นมณฑป ปัจจุบันเหลือเพียงผนังสี่เหลี่ยมด้านเท่า ส่วนหลังคาพังทลายหมดแล้ว

แนะนำให้ไปท่องเที่ยวแล้วลองแวะพักค้างคืน เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศเมืองเก่าอันร่มรื่น ทดลองพักที่ “โฮมสเตย์” ของชาวบ้านทุ่งหลวง ซึ่งมีกลุ่มโฮมสเตย์อยู่ใจกลางชุมชนให้สัมผัสถึงวิถีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย ตื่นเช้าขึ้นมาก็ไปทำบุญตักบาตร เดินชมตลาดสดตระพังทอง หาเมนูอาหารถิ่นรับประทาน ช่วงสาย ๆ ก็ไปทำบุญไหว้พระที่วัดพระพายหลวง ชมพระปรางค์ 3 องค์ และเดินชมโบราณสถานในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย

ส่วน “อาหารถิ่น” เมืองสุโขทัย เมื่อไปถึงแล้วต้องหารับประทานให้ได้ คือ “แกงไข่น้ำ” เมนูผักพื้นบ้านที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง “ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย” ปรุงด้วยน้ำมะนาสด ถั่วป่น คลักเคล้ากับกระเทียมเจียว กากหมูเสิร์ฟในชามสังคโลก “น้ำพริกแกงป่า”  ทำมาจากวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น รสชาติจัดจ้าน

หากเป็นร้านอาหารแนะนำ ก็มี “ร้านจันทร์ฉาย” เจ้าของสูตร ปลาม้วนจันทร์ฉาย ไก่ย่างจำเลยรัก “ครัวพลอยชมพู” มีทั้งก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ก๋วยเตี๋ยวพระร่วม ข้าวเปิ๊บ “เรือนนริศรา” มีเมนูเด็ดต้มยำปลาคัง ปลาเนื้ออ่อนทอดกระเทียม ผัดเผ็ดไก่สุโขทัย

ก่อนกลับแวะซื้อ “ของฝาก” จากเมืองเก่าสุโขทัย อย่างเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก ที่มีทั้ง ถ้วย ชาม พาน เป็นงานมือวาดลวดลายสวยงาม หรืองานฟันไม้ ทำขึ้นด้วยการใช้มีดฟันลงยนไม้ให้เป็นรูปต่างๆ ที่นิยมก็มี พระ นกคุ้ม ปลา และอื่น ๆ รวมถึงพระเครื่องสุโขทัย พระพิมพ์ที่ทำด้วยกรรมวิธีดั้งเดิม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่น

ต้องการไปเที่ยวชุมชนบ้านทุ่งหลวง ติดต่อได้ที่ ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย 080-116-4141

@กินแบบไม่คิดชีวิตอาจเสี่ยงตาย

ปัจจุบันเทรนของอาหารมีความหลากหลายผู้คนต่างนิยมเลือกซื้อเพราะรสชาติที่อร่อยและสีสันที่น่ากินแต่ใครจะรู้ว่าอาหารเหล่านี้มีส่วนประกอบอะไรบ้าง รสชาติที่แสนอร่อยแต่เต็มไปด้วยสารพิษ

ดังนั้นก่อนเราจะเลือกกินอะไรเข้าไปควรหยุดคิดสักนิดเพื่อสุขภาพร่างกายของเรา โดยเฉพาะสารพิษที่ปะปนอยู่ในอาหารแต่ละมื้อที่เผลอรับประทานเข้าไปโดยไม่รู้ตัว

เพราะมีทั้ง สารเร่งเนื้อแดง  ผงกรอบ (บอแรกซ์) ชื่อทางเคมมีว่า โซเดียมเตตราบอเรต (Sodium tetraborate) ซึ่งมีผู้ผลิตหลายคนนำมาใส่ในอาหารเพื่อให้อาหารดูสด กรุบกรอบน่ากิน สารฟอกขาว เป็นกลุ่มที่เรียกว่า ซัลไฟต์  เป็นสารที่ยับยั้งอาหารไม่ให้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เช่น ถั่วงอก ยอดมะพร้าว เพื่อให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น ฟอร์มาลิน สารเคมีชนิดนี้เป็นสารอันตรายและห้ามใช้ในอาหารทุกชนิด แต่ก็ยังมีผู้ประกอบอาหารบางรายนำมาใส่ในอาหารเพื่อให้อาหารสดใหม่ ไม่เน่าเสียได้ง่าย

ดังนั้นควรเลือกซื้อให้ถูกหลัก เลือกผักสดที่ไม่แข็งกรอบจนเกินไปหรือมีกลิ่นฉุนจนแสบจมูก และเลือกอาหารทะเลสดที่เนื้อไม่เปื่อยยุ่ย มีน้ำแข็งรักษาความสดไว้

นอกจากนี้ยังมีสิ่งปนเปื้อน สารกำจัดศัตรูพืช สารชนิดนี้ใช้ในการป้องกันไม่ให้ศัตรูพืชมากัดกินพืชที่อยู่ในระว่างการเจริญเติบโต ทำให้สารพิษตกค้างในผักผลไม้มากขึ้น เราควรใส่ใจในการเลือกซื้อผักอย่างละเอียดและรู้วิธีล้างผักผลไม้อย่างถูกวิธีด้วยขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ขั้นตอนการเตรียมผักก่อนล้าง  สำหรับผักหัว ควรปลอกเปลือกตัดส่วนที่ไม่รับประทานออก ผักราก ปอกเปลือกส่วนที่ไม่รับประทานออก ผักใบ แกะกลีบ/คลี่ใบถ้ามีดินติดให้เคาะออก ผลไม้ ล้างทั้งผล วิธีการล้าง ถ้าล้างด้วยน้ำไหลผ่าน ลดสารตกค้างได้ถึง 25-65 %

ขั้นตอนการล้างผัก 1.แช่ผักในน้ำ 2.นำใส่ตระกร้าตระแกงเปิดน้ำไหลผ่านไม่ใช้น้ำแรงเกินไป 3.ใช้มือช่วยถูใบประมาน 2 นาที

ขั้นตอนการล้งผลไม้ 1.ชนิดเปลือกบางเช่นองุ่นชมพู่ ให้แช่ลงไปทั้งพวง/ผล 2. ชนิดเปลือกแข็ง ส้ม ฝรั่ง แช่น้ำและล้างโดยใช้มือถูผิว เราก็จะได้รับประทานอย่างสะอาดและปลอดภัยมากขึ้น

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

ข่าวแรก “ชิงผุดโรงแรมมิกยูสในหัวหิน“ดุสิตดีทู/ฮอลิเดย์อินน์”

กลุ่มทุนดาหน้าเข้าลงทุนโรงแรม MIX USE โดยมีทั้งห้องพักโรงแรม เรสซิเดนท์ ห้างสรรพสินค้า เชื่อมต่ออยู่ในพื้นที่เดี่ยวกัน

โครงการแรก โรงแรมดุสิตดีทูโรงแรมและเรสซิเดนซ์ในหัวหินประเทศไทย ดุสิตได้ลงนามในข้อตกลงการจัดการโรงแรมกับ บริษัท เอนริช พารานิมิตร จำกัด ซึ่งเป็น บริษัท ย่อยของ Enrich Group ในกรุงเทพฯเพื่อดำเนินธุรกิจโรงแรมดุสิตดีทูหัวหินแอนด์เรสซิเดนซ์ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งช็อปปิ้งร้านอาหารและโรงภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดในหัวหิน BluPort ตลาดนัดกลางคืน Cicada อันทันสมัยและสวนน้ำวนานาว่าซึ่งเป็นแหล่ง waterslides ที่เร็วที่สุดและยาวที่สุดในเมืองไทย เตรียมจะเปิดให้บริการในไตรมาสแรกปี 2563 ประกอบด้วย โรงแรมหรูดุสิตดีทูที่มี 154 ห้อง พร้อมอาคารชุดที่พักอาศัยอีก 364 ห้อง พื้นที่ค้าปลีกและออฟฟิศ สิ่งอำนวยความสะดวกจะรวมถึงร้านอาหารที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน ศูนย์ออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ สโมสรสำหรับเด็ก พร้อมบาร์บนชั้นดาดฟ้าและพื้นที่จัดเลี้ยงขนาด 300 ตร.ม.

สำหรับ Residences จะดำเนินกิจการแยกต่างหากไปยังโรงแรมและจะมีสระว่ายน้ำและศูนย์ออกกำลังกายของตัวเอง

โครงการที่ 2 “พราว เรียลเอสเตท” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เพลย์เคชั่น” ด้วยเงินลงทุนราว 4,000 ล้าบาท ตามที่นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ได้เลือกหัวหินนำร่องทำโรงแรม และคอนโดมิเนียม โดยเลือกใช้เชนในเครือไอเอชจี และในช่วงปลายปี 2560 เตรียมเปิดเฟสสองโรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน ระดับ 4 ดาว  300 ห้อง ส่วนคอนโดมิเนียมพัฒนาในเฟสต่อไปกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2561

ตั้งเป้าที่จะใช้เป็นแม่เหล็กดึงนักท่องเที่ยวต่อจากที่ได้เปิดให้บริการสวนน้ำภายใต้ชื่อ “วานา นาวา หัวหิน” ทำให้ปัจจุบันมียอดผู้เข้าใช้บริการสวนน้ำปีละ 2.5 แสนคน เมื่อเปิดบริการโรงแรมใหม่จะดึงคนเข้ามาเพิ่มได้อีก 1 แสนคน

สำหรับ "Hua Hin เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของไทยที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าปีละ 5 ล้านคน

ข่าวที่สอง “ทุนไทยไมเนอร์กรุ๊ปผงาดในการ์ต้าผุด3โรงแรมใหม่

ทุนไทยกลุ่ม MHG ของไทยผงาดบริหารโรงแรมใหม่ 3 แห่งในประเทศกาตาร์

กลุ่มโรงแรมไมเนอร์ กรุ๊ป (MHG) ผู้นำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเชนบริหารโรงแรมของไทย รายงานว่าได้ลงนามพัฒนาโรงแรมใหม่ 3 แห่งภายใต้แบรนด์ Tivoli และ Oaks ในกาตาร์  พร้อมเปิดให้บริการในช่วงฤดูใบไม้ผลิ 2561 ซึ่งทาง Katara Hospitality ประกาศจะเปิดตัวในเดือนเมษายน 2561 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาห้องพักในใจกลางเมืองกาตาร์  มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมห้องพักและห้องสวีท 151 ห้อง ห้องอาหารหลากหลายประเภทศูนย์ออกกำลังกายสระว่ายน้ำและศูนย์บริการธุรกิจพร้อมห้องพักที่ชั้นบนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเส้นขอบฟ้าโดฮา และ West Bay

ส่วนโรงแรม Tivoli Al Najada ตั้งอยู่รอบจัตุรัสเปิดขนาดใหญ่ที่มีคาเฟ่ ร้านอาหารและร้านค้าโดยมีห้องอาหารซึ่งให้บริการอาหารกลางแจ้งบนเฉลียง Tivoli Al Najada พร้อมทังห้องบอลรูมงดงามขนาด 250 คน รองรับกลุ่มการจัดงานทางสังคมอันหรูหรา การจัดประชุม และงานต่างๆขององค์กร

ขณะที่ Oaks Hotels & Resorts จะเปิดตัวในกาตาร์ด้วย Oaks Al Najada Doha ภายในบริการเดือนเมษายนปี 2561 พร้อมกับมีอพาร์ทเมนต์ 100 ห้อง ได้รับการออกแบบเพื่อสร้างแนวคิดใหม่สำหรับที่พักอาศัยและอาคารสูงโดยมีการตกแต่งภายในที่หรูหราเรียบง่ายและสัมผัสศิลปะแบบ Arabian  สิ่งอำนวยความสะดวกที่ Oaks Al Najada รวมถึงสระว่ายน้ำกลางแจ้งศูนย์ออกกำลังกายการรับประทานอาหารกลางแจ้งบาร์ริมสระและรูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง ทั้งนี้โรงแรม Oaks จะเป็นแห่งที่สามในตะวันออกกลาง ต่อจากอาบูดาบีและดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์


โรงแรม Souq Al Wakra Hotel Qatar by Tivoli ตั้งอยู่ในย่านริมทะเลที่ทันสมัยและอยู่ห่างจากใจกลางเมืองโดฮาเพียง 20 นาที ประกอบด้วย ห้องพัก 100 ห้องอยู่ภายในอาคารสองหลังซึ่งเป็นบ้านมรดกเก่า ๆ ห้องพักและห้องสวีทกว้างขวางมีหลังคามุงจากแบบคลาสสิกรวมทั้งลวดลายของทะเลและทรายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ของ Al Wakra ในฐานะหมู่บ้านชาวประมงและแหล่งดำน้ำที่สวยงามสุด ๆ

Tivoli Al Najada ตั้งอยู่ใกล้กับ Oaks Al Najada และทั้งสองเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาใหม่เช่นเดียวกันในศูนย์กลางเมืองโดฮาโรงแรมอยู่ไม่ไกลจากการพัฒนาใหม่ของ Msheireb Downtown Doha, ถนน Bank, พิพิธภัณฑ์ศิลปะอิสลามบน Corniche และ Souq Waqif ที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้สถานที่ตั้งอยู่ห่างเพียง 15 นาทีจากสนามบินนานาชาติ Hamad และอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟกลางโดยมีกำหนดเปิดให้บริการในปีพ. ศ. 2563

ข่าวที่สาม “บางกอกแอร์-กาตาร์”ให้สมาชิกสะสมไมล์ร่วม2แอร์ไลน์

นายจิระพล หิรัญรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายบริหารเครือข่ายเส้นทางการบินและวางแผนฝูงบิน บางกอก แอร์เวย์ส กล่าวว่า ได้ร่วมมือกับสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ส ทางด้านรายการสะสมไมล์ เพื่อยกระดับและเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิกฟลายเออร์โบนัสของบางกอกแอร์เวย์ส เพิ่มประสบการณ์การเดินทางให้ผู้โดยสารแสนพิเศษด้วยการมอบสิทธิพิเศษและสิทธิประโยชน์ให้แก่สมาชิกมากมาย อาทิ บริการห้องรับรองผู้โดยสาร อาหารบนเที่ยวบิน และ น้ำหนักสัมภาระ เป็นต้น ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟลายเออร์โบนัสและบริการอื่นๆ ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส สามารถค้นหาเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokair.com

ติดตามฟังรายการได้เป็นประจำทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทาง FM 97.0 เวลา 11.00-12.00 น.

ผู้ว่าฯททท.ติดเทอร์โบท่องเที่ยวThe Year of Transformation รุก3กลยุทธ์ผนึก2ตลาด“ในประเทศ+Shorthaul”ผสมจุดขายใหม่ 4 มิติ

  ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผู้ว่าฯททท.ติดเทอร์โบท่องเที่ยว The Year of Transformation รุก 3 กลยุท...