ททท.กาญจนบุรีQ1/69 รายได้ท่องเที่ยวฉลุย 9,328
ล้าน
4อีเวนต์ฮ็อตผลไม้ทองผาภูมิ/แกงป่า/ลาดหญ้า/Eco
Fun
โปรกรีนซีซั่นพายซับ/คายัค/อีสกู๊ตเตอร์-3เส้นทางฟินสุด
ช้อป Travel Set ก่อนบินที่คิงเพาเวอร์ลดปังสุด
30+5%
คิง เพาเวอร์ จัดลดทะลุโปรสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง 40%
ช้อป เดย์ อิน คิงเพาเวอร์ดิวตี้ฟรีในเมืองลดใหญ่ 40%
ททท.จัดTabletopSaleรับLOTAirดึงยุโรปมาไทยปี69/70
บางจากร่วมTNCCหนุน“Integrity
in Practice”ปฏิบัติจริง
TCEBแจ้งข่าวดีไทยที่1ไมซ์อาเซียน“ICCAGlobeWatch”
สุขทันทีเที่ยวงานประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ)ที่ตาก
แค่“หลับลึก”ให้เพียงพอทุกคืนช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้
“รมว.สุรศักดิ์”หารือฑูตญี่ปุ่นในไทยผนึกท่องเที่ยว4เรื่อง
การบินไทยอัดโปรตั๋วทั่วไทย2โปร1,700-2,000บาท/เที่ยว
วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้าที่ตาก
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...
ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานกาญจนบุรี ไตรมาส 1/69 ตุนรายได้ 9,328 ล้านบาท นักท่องเที่ยว 6.6 ล้านคน-ครั้ง มิ.ย.-ส.ค.นี้
เปิดฤดูเที่ยวหน้าฝน “กรีน ซีซั่น” ห้ามพลาด 4 กิจกรรม
“เที่ยวเทศกาลผลไม้ทองผาภูมิ” 25-29 มิ.ย. “แกงป่าและกาแฟ” 17-19
ก.ค.”ไนท์รัน” 31 ก.ค.” Amazing Ladya -มหัศจรรย์วัดขุนแผน” 12-15 ส.ค. จัดเต็ม 2 โปรพิเศษ “Eco Fun Weekday Kanchanaburi” สนุกกับโลว์คาร์บอน
พายซับบอร์ด คายัค อี-สกู๊ตเตอร์ รับโวเชอร์ส่วนลดอาหาร 150 บาท “งานเสน่ห์เมืองกาญจน์” 12-16
ก.ค.นี้ รับสิทธิ์ส่วนลดที่พัก อาหาร สปา พร้อมชี้เป้า 3 เส้นทาง สายประวัติศาสตร์ “เที่ยวรถไฟสายมรณะ”
สายมู “ตลุยกราบเกจิวัดดัง” สายธรรมชาติ เปิดจุดใหม่เที่ยวได้ตลอดปี
นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สำนักงานกาญจนบุรี เปิดเปิดเผยว่า ตลอดไตรมาสแรก ระหว่าง
มกราคม-มีนาคม 2569 กาญจนบุรี มีผู้เยี่ยมเยือน 6,600,511 คน-ครั้ง ใกล้เคียงกับปี
2568 ติดอันดับ 4 รองจาก ภูเก็ต ชลบุรี กรุงเทพฯ
(ตลอดทั้งปีจะอยู่อันดับ 3) สร้างรายได้ 9,328 ล้านบาท ติดอันดับ 12 (ตลอดทั้งปีอยู่ลำดับที่
10-11)
โดยได้อานิสงจากการเปิดมอเตอร์เวย์ M81 เพิ่มความสะดวกให้นักเดินทางจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้เวลาไม่ถึง 1
ชั่วโมง ก็มาเที่ยวกาญจนบุรีได้ พร้อมพักค้างคืน 3 วัน 2 คืน และ 2 วัน 1 คืน จึงสามารถกระจายคนและรายได้ไปยังอำเภอต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นด้วย
ช่วงไตรมาส 2-3 ได้วางกลยุทธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวต้อนรับกรีนซีซันหน้าฝนระหว่างมิถุนายน-สิงหาคม
2569 โดยพร้อมขับเคลื่อนด้วยหลายกิจกรรมมีทั้งสำนักงาน ททท.ทำเองและพันธมิตรต่าง ๆ
จัดขึ้น ต้องห้ามพลาด 4 กิจกรรม ดังนี้
● กิจกรรมแรก งานเทศกาลผลไม้ ของดีอำเภอทองผาภูมิ วันพฤหัสบดีที่
25-วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน 2569 บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เขื่อนวชิราลงกรณ์
เป็นงานใหญ่ประจำปีในพื้นที่มีผลไม้ซึ่งเป็นแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI :
) คือ ทุเรียน เงาะ ตลอดงานจะมีร้านค้าของดีอำเภอทองผาภูมิ
โซนทุเรียนจากสวนมาออกร้านเอง ครอบคลุมพื้นที่ปลูกขนาดใหญ่ 4 อำเภอ ได้แก่ ทองผาภูมิ ไทรโยค ศรีสวัสดิ์ สังขะบุรี
มีข้อแนะนำการชิมช้อป “ทุเรียน GI ทองผาภูมิ”
ซึ่งมีชื่อเสียงติดอันดับ 2 ของประเทศ รองจากชุมพร
ส่งออกต่างประเทศด้วย ส่วนกาญจนบุรีเป็นพื้นที่มีลักษณะเฉพาะ
ยังมีของดีขายให้ผู้บริโภคในประเทศ ด้วยภูมิศาสตร์ดินภูเขาตะนาวศรีจึงทำให้ “ทุเรียน”
มีเนื้อเหลืองอ่อน เป็นครีม แห้ง เม็ดเล็ก รับประทานง่าย ส่วน “เงาะ”
รสชาติอร่อยมาก พันธุ์ลูกขนาดเล็ก ๆ ขนยาวเขียวแดงเรื่อ เนื้อเงาะกรอบหวานร่อน
มีเอกลักษณ์เฉพาะ ผลผลิตมีปริมาณพอเพียงให้นักท่องเที่ยวได้รับประทาน
ภายในงานจะมีสวนต่าง ๆ มาออกร้านกว่า 10 ร้าน
● กิจกรรมที่ 2 เทศกาลแกงป่าและกาแฟ
เป็นมหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม วันที่ 17-19 กรกฎาคม นี้
บริเวณสกายวอล์ค ริมแม่น้ำแควใหญ่ เมนูฮ็อตสุด คือ “แกงป่า” ใส่มะเขือ 3 อย่าง รสจัดมาจะมีน้ำขลุกขลิก
ทางผู้จัดเลือกเชิญร้านขึ้นชื่อมานำเสนอนักท่องเที่ยวมีทั้งร้านอาหารดัง โรงแรม
ร้านกาแฟ โรบาสต้า ส่งออกภายใต้แบรนด์ต่าง ๆ กับคาเฟ่ยอดนิยมจำนวนกว่า 100 ร้าน
มาร่วมงานนี้แล้วมีจุดเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอเมืองยังอำเภอท่องเที่ยวขึ้นชื่อต่าง
ๆ ได้ด้วย เริ่มจาก สกายวอล์ค วัดวัดเทวสังฆาราม
(วัดเหนือ) วัดที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร
พระองค์ทรงมีชาติภูมิและทรงบรรพชาเป็นสามเณร ล่องแม่น้ำแควไปสู่อำเภอไทรโยค
ทองผาภูมิ แหล่งปลูกทุเรียน
ระหว่างทางยังมี “น้ำตกไทรโยค” สวยงาม
บันไดน้ำตกยื่นออกมาเป็นคล้ายระเบียงให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพฟิน ๆ
ได้อย่างปลอดภัย
● กิจกรรมที่ 3 งานไนท์รัน
วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2569 ที่โรงงานกระดาษไทยกาญจนบุรี รับ 6,000 คน ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี
(อบจ.) เจ้าภาพจัด มีรางวัลและเหรียญมอบให้ เป็นกิจกรรมกระตุ้นสายสุขภาพมาร่วมวิ่งท่องเที่ยวยามค่ำคืน
ระยะทาง 3 กม. 5 กม. และ 10 กม. ผ่านจุดท่องเที่ยวแลนด์มาร์คอย่างสกายวอล์ค
และท่าเทียบแพ “บ้านลินช้าง” พร้อมทั้งมีซุ้มอาหารอร่อยและคอนเสิร์ตศิลปินนักร้องระดับประเทศให้ชมด้วย
● กิจกรรมที่ 4 Amazing Ladya “มหัศจรรย์วัดขุนแผน” วันพุธที่ 12-วันเสาร์ที่ 15
สิงหาคม 2569 บริเวณโบราณสถานวัดขุนแผน
ต.ลาดหญ้า ซึ่งมีความเชื่อกันว่าหากได้มาไหว้แล้วจะสำเร็จตามประสงค์ด้วย
แนะนำให้ไปก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ตลอดงานจะมีรถรางบริการฟรีแวะไปส่งตามจุดต่าง ๆ
การจัดงานอะเมซิ่ง ลาดหญ้า
ปีนี้นำเสนอในธีม “ย้อนยุคและการแสดงแสงเสียง” เรื่องราวตำนานขุนแผนแสนสะท้าน
นักแสดงมาจากสำนักดาบพุทไธสวรรค์ มีฝีมือรับงานไปโชว์ต่างประเทศด้วย
ส่วนวันพิธีเปิดงาน 12 สิงหาคม นี้
จะมีขบวนแห่ด้วยช้าง ม้า ผู้คนแต่งกายตามแบบคนกาญจนบุรีแบบดั้งเดิม
เลือกใช้บริเวณ “ทุ่งลาดหญ้า” เป็นเมืองเก่ากาญจนบุรีซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีวัดต่าง ๆ ค่ายทหารศูนย์เรียนนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ที่ทั่วประเทศมาเรียนและฝึกจึงเป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวด้วย
ตลอดกรีน ซีซั่น ปี 2569 มี “โปรโมชั่น”
ที่ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี ร่วมกับผู้ประกอบการแต่ละพื้นที่มุ่งสร้างแรงจูงใจควบคู่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (Low Carbon) ไปด้วยกันอีก
2 รายการ ได้แก่
โปรโมชั่นแรก
: เที่ยวงาน Eco Fun Weekday Kanchanaburi แบบโลว์คาร์บอน ลดมลพิษ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดโลกร้อน เมื่อซื้อแพ็คเกจพาย
SUP Board คายัค และ อี-สกู๊ตเตอร์ ท่องเที่ยวช่วงวันธรรมดา
วันจันทร์-วันศุกร์ ไม่รวมวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในจังหวัดกาญจนบุรี จะได้รับ
“บัตรกำนัลหรือคูปอง” (Voucher) ส่วนลดค่าอาหารมูลค่า 150 บาท ใช้ได้กับร้านอาหาร
ร้านคาเฟ่ที่เข้าร่วม 11 ร้าน
โปรโมชั่นการซื้อแพกเกจ Eco Run ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้-31
กรกฎาคม 2569 จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วม 4 แห่ง คือ 1. Paddle
More Thailand กิจกรรมพายซับบอร์ด และคายัค 2. SEDS กิจกรรมพายซับบอร์ด
3. Lowcarbon Sangkhlaburi กิจกรรมพายซับบอร์ด และคายัค 4. Safarine กิจกรรม E-scooter
เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงสามารถพายซับบอร์ดมายังสกายวอล์ค ชมวัด และอีกจุดคือไปพายได้ที่เขื่อนศรีนครินทร์ สังขละบุรี ไฮไลต์เป็น “สะพานมอญ” สะพานไม้ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก
โปรโมชั่นที่ 2 : งานเสน่ห์เมืองกาญจน์ หรือ
KANNIVAL ชวนร่วมงาน คอนซูเมอร์ แฟร์ วันที่ 22 – 26
กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00 – 21.00 น.
ททท.นำเอกชนในพื้นที่เสนอขายสินค้าเด่นของกาญจนบุรี ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต
อำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นจุดเริ่มต้นมอเตอร์เวย์ส M81 กรุงเทพฯ
สู่กาญจนบุรี เชิญชวนคนกรุงเทพและปริมณฑลมาชมงานได้
เปิดให้นักท่องเที่ยวรับสิทธิพิเศษ “โซนแรก” ท่องเที่ยวเวลเนส โรงแรม
แหล่งท่องเที่ยวกรีนเมืองกาญจน์ จัดโปรโมชั่นพิเศษให้ซื้อเฉพาะในงาน เช่น
โวเชอร์ห้องพักโรงแรม ปกติ 1,500 บาท/ห้อง/คืน
ก็ลดต่ำกว่าปกติ และกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ “โซนสอง” สินค้าโอทอปของดีกาญจนบุรี
กว่า 100 ร้านค้า “โซนสาม” ดนตรี กิจกรรมการแสดง ความบันเทิงมากมาย
ผอ.สรียา กล่าวว่า กาญจบุรี มี “เส้นทางท่องเที่ยว” กรีน
ซีซัน หรือเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ตาม “เส้นทางพื้นที่ยอดนิยม” ที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบมากอันดับต้น
ๆ 3 เส้นทาง ได้แก่
● เส้นทาง : ประวัติศาสตร์รถไฟสายมรณะ ตลอดแนวสะพานข้ามแม่น้ำแคว มีไฮไลต์โค้งสวยงาม “สถานีถ้ำกระแซ” ลัดเลาะแนวภูเขามองลงมาด้านล่างจะเห็นวิวแม่น้ำแคว มีขบวนรถไฟให้บริการทั้งวันธรรมดา และวันเสาร์-อาทิตย์ รวมทั้งเช่าเหมาโบกี้เดินทางมาเป็นหมู่คณะกับรถไฟ Royal Blossom และ KIHA ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แล้วยังสามารถใช้บริการรถรับจากรถไฟไปเที่ยวกาญจนบุรี น้ำตกเฉพาะฤดู และเอราวัณจะมีน้ำตลอดทั้งปี
● เส้นทาง : สายศรัทธา มีวัดดังของเกจิอาจารย์ที่ละสังขารไปแล้ว
แต่ลูกศิษย์ยังนิยมเดินทางมาสักการะสม่ำเสมอ ไฮไลต์คือ
1.พระราชอุดมมงคล
(หลวงพ่ออุตตมะ)พระเกจิอาจารย์ชื่อดังเชื้อสายมอญ วัดวังก์วิเวการาม
2.วัดที่ ต.หนองหญ้า อำเภอเมือง มี 2 วัด ได้แก่ “ถ้ำพุหว้า” เป็นหนึ่งในสาขาของวัดปากน้ำ
หน้าถ้ำมีปราสาทหินทรายรูปแบบศิลปะขอมโบราณประยุกต์ขนาดใหญ่สีน้ำตาลแดง มีลวดลายประณีต
ภายในถ้ำเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีหินงอกหินย้อยขึ้นตามธรรมชาติ มีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ
ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุอัญเชิญมาจากเมียนมา บริเวณห้องโถงภายในถ้ำเหมาะทำศาสนกิจและปฏิบัติธรรม
และ
“วัดถ้ำคีรีธรรม” สถานที่ท่องเที่ยวตั้งอยู่กลางหุบเขา นิยมมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์พญานาค
องค์ปู่นิลกาฬนาคราช
3.สถานที่ขอพรจาก พ่อปู่พญานาคินทร์ และ แม่ย่านาคี
(แม่ย่าศรีปรังกาสี) ที่วัดปรังกาสี อำเภอทองผาภูมิ
● เส้นทางท่องเที่ยวใหม่ ๆ : แนะนำเพื่อกระจายตัวนักท่องเที่ยววันธรรมดา
และวันหยุดต่อเนื่อง
ก็มีเส้นทางสายสุขภาพ
เป็นแหล่งท่องเที่ยวฮีลกายและใจ (Natural Healing) กับท่องเที่ยวตามอีเวนต์ต่าง
ๆ แต่ละเดือน
“กาญจนบุรี” เป็นหนึ่งในจังหวัดน่าเที่ยวช่วงกรีน ซีซั่น ฤดูฝน มีความเขียวขจี หมอกสวยงาม และมีแหล่งท่องเที่ยวลับแห่งใหม่ล่าสุด ช่วงฤดูหนาวก็มีหมอกไอเย็น กางเตนต์ค้างแรมได้ ส่วนหน้าร้อน มีแหล่งท่องเที่ยวริมแม่น้ำเป็นไฮไลต์ 2 แห่ง ที่เขื่อนเขาแหลม และเขื่อนศรีนครินทร์ โดยมีบริการร้านอาหาร คาเฟ่ แพเปียก อยู่ริมแม่น้ำ พร้อมแพล่องรับประทานอาหาร ที่พักดี ๆ และมีอีเวนต์ขนาดใหญ่ทั้ง เทศกาลดนตรี คาเฟ่ อาหาร วิ่งเทรล และอื่น ๆ ติดตามได้ทางเพจ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-ช้อป Travel Set ที่คิงเพาเวอร์ลดปังสุด 30+5%
“คิง เพาเวอร์” คัดมาให้แล้ว TRAVEL SET สุดปัง ลดสูงสุด 30% + ลดเพิ่ม 5%สำหรับทริปกลางปีนี้จะบินญี่ปุ่น เกาหลี หรือยุโรป อย่าลืม! แวะช้อปก่อน TAKE-OFF! คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง
ช้อปได้เลยทุกทริป !! น้ำหอม เครื่องสำอาง
สกินแคร์ • ลดสูงสุด
30% เมื่อช้อปครบ 5,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลด ON-TOP เพิ่มอีก 5%เพียงช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ(เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
ข่าวที่ 2 -คิง เพาเวอร์ จัดลดทะลุโปรสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง 40%
ช้อปสินค้าบิวตี้ ลดทะลุทุกโปร สูงสุด 40% ให้สิทธิ์เฉพาะลูกค้าสัญชาติไทยเท่านั้น!
พบกับไอเทมฮิตราคาคุ้มสุด ท้าให้ช้อปน้ำหอม-สกินแคร์ แบรนด์ดังที่คัดมาแล้วว่าคนไทยต้องชอบ
เข้าร่วมมากกว่า 42 รายการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นำโดยแบรนด์หลักอย่าง ESTEE LAUDER • JO
MALONE •
LANCOME • YVES SAINT LAURENT • SULWHASOO และแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย
-พิเศษ! เฉพาะที่ คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง
-สงวนสิทธิ์เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิตที่ออกในประเทศไทยเท่านั้น
ตรวจสอบเงื่อนไขโปรโมชั่น แบรนด์ และสินค้าที่ร่วมรายการที่จุดขายทุกแห่ง
ข่าวที่ 3-ช้อป เดย์ อิน คิงเพาเวอร์ดิวตี้ฟรีในเมืองลดใหญ่ 40%
SHOPPING
DAY IN KINGPOWER -ช้อปน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์ ลดสูงสุด 40%
เมื่อช้อป 20,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
(เฉพาะแบรนด์และสินค้าที่ร่วมรายการ) ช้อปสินค้าแฟชั่น นาฬิกา
และแว่นตาที่ร่วมรายการคุ้มกว่า! ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
ทางออก 2 และสาขาเมืองท่องเที่ยว คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต ถนนเจ้าฟ้าตะวันตก
-เมื่อซื้อ
CASH CARD ก่อนช้อป 20,000 บาท
รับฟรี! GIFT CARD มูลค่า 4,000 บาท
-ช้อปผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
รับเครดิตเงินคืน รวมสูงสุด 58,300 บาทแบ่งชำระ 0% นาน 6 เดือน มีไฟลต์ ช้อปล่วงหน้าก่อนบินได้60วัน!
ข่าวที่ 4-ททท.จัดTabletop SaleรับLOTแอร์ไลน์ดึงยุโรปมาไทยปี69/70
นางสาวสุลัดดา ศรุติลาวัณย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคยุโรป การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
ททท.นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเปิดเวที Tabletop Sale จับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวโปแลนด์และผู้บริหารสายการบินต่าง
ๆ รุกเจาะโปแลนด์ตลาดดาวรุ่งยุโรปที่เติบโตดีต่อเนื่อง
ล่าสุด LOT Polish Airlines สายการบินแห่งชาติโปแลนด์
เตรียมเปิดให้บริการเที่ยวบินตรงแบบประจำอย่างเป็นทางการ ไป-กลับ วอร์ซอ–กรุงเทพฯ เริ่ม
7 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป คาดจะเป็นอีกแรงส่งสำคัญกระตุ้นนักท่องเที่ยวยุโรปช่วงฤดูหนาวปี
2569 เติบโตต่อเนื่อง พร้อมขยายโอกาสการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในระยะยาวระหว่าง 2
ประเทศได้
ขณะนี้โปแลนด์เป็นตลาดดาวรุ่งที่น่าจับตามีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยเติบโตโดดเด่น
ท่ามกลางของภูมิภาคยุโรปที่ยังอยู่ในระดับทรงตัว
จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ช่วง 1
มกราคม-18 พฤษภาคม 2569 โปแลนด์มาเที่ยวไทยแล้ว 137,772
คน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนถึง 17.08 %
ต่อเนื่องจากปี 2568 มาไทย
237,570 คน เพิ่มขึ้นจากปี 2567
ราว 31.46%
LOT
Polish Airlines เตรียมบริการเที่ยวบินตรง วอร์ซอ–กรุงเทพฯ แบบเที่ยวบินประจำสู่ไทย หลังจากในช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม–มีนาคม ที่ผ่านมาเคยทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ
(Charter Flight) มายังกรุงเทพฯ ภูเก็ต และกระบี่ ปีนี้ได้ปรับใหม่เริ่ม 7 ตุลาคม 2569 ระยะแรก
3 เที่ยว/สัปดาห์ และตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2569 ตลอดช่วงฤดูหนาวจะเพิ่มเป็น 5 เที่ยว/สัปดาห์
ทุกวันจันทร์ พุธ พฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์
ททท. คาดการณ์ช่วงตารางบินฤดูหนาว 2569/2570
จะมีนักท่องเที่ยวโปแลนด์เดินทางมาไทยประมาณ 47,000 คน
สร้างรายได้ราว 3,196 ล้านบาท และช่วงวินเทอร์ 2570/2571 คาดจะมาไทยเพิ่มเป็น
49,000 คน สร้างรายได้ 3,332 ล้านบาท
สะท้อนศักยภาพในระยะต่อไปตลาดโปแลนด์เติบโตดีมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
การเปิดบินตรงแบบประจำดังกล่าวจะช่วยขับเคลื่อนเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญกระตุ้นความต้องการเดินทาง
(ดีมานด์) ด้วยการเพิ่มความสะดวกเชื่อมโยงระหว่าง 2 ประเทศ เปิดโอกาสให้โปแลนด์กลายเป็นจุดเชื่อมต่อของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกที่ต้องการมาไทยได้มากขึ้น
ส่วนไทยจะก้าวเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคอาเซียนของตลาดโปแลนด์ด้วย แล้วเส้นทางบินใหม่ยังสามารถช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจการค้าระหว่างไทยกับโปแลนด์
รวมทั้งต่อยอดความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในระยะยาว
สำหรับการทำ
Tabletop Sale Session TAT x LOT Polish Airlines เมื่อ 25 พฤษภาคม 2569 ททท.หวังเตรียมความพร้อมก่อน LOT Polish Airlines เปิดบริการเที่ยวบินตรงอย่างเป็นทางการ
วอร์ซอ–กรุงเทพฯ จึงได้เชิญคณะผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวโปแลนด์ 8
รายและผู้บริหารสายการบินฯ 2 ราย
เดินทางมาสำรวจเส้นทางและบริการการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ระหว่าง 22-25
พฤษภาคม 2569 ก่อนจะทำ Tabletop Sale Session TAT x LOT Polish Airlines เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวโปแลนด์และไทย (Seller) 18 ราย ประกอบด้วย โรงแรมที่พัก 14 ราย และบริษัทนำเที่ยวไทย 4 ราย ได้พบเจรจาธุรกิจต่อยอดความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว
ส่งเสริมการขายต่อเนื่องการท่องเที่ยวฤดูหนาวปี 2569
เส้นทางบิน
วอซอร์-กรุงเทพฯ ใช้เวลาบินประมาณ 10 ชั่วโมง 20 นาที บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้ง
787 ดรีมไลเนอร์รองรับผู้โดยสารสูงสุด 252 ที่นั่ง/ลำ รองรับนักเดินทางท่องเที่ยวทั้งกลุ่มที่เดินทางเพื่อพักผ่อนและกลุ่มธุรกิจ
ชาวโปแลนด์นิยมมาเที่ยวในพื้นที่สำคัญของไทย
เช่น กรุงเทพฯ กระบี่ เกาะสมุย และเชียงใหม่ พักเฉลี่ยประมาณ 14 วัน
มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยราว 68,800 บาท/คน/ทริป เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่สร้างรายได้ระดับสูงเข้าสู่การท่องเที่ยวไทย
ข่าวที่ 5-บางจากร่วมTNCCหนุน “Integrity in
Practice”สู่การปฏิบัติจริง
นางกลอยตา
ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร
บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกรรมการหอการค้าไทย-นอร์เวย์ (Thai-Norwegian
Chamber of Commerce :TNCC) เปิดเผยว่า ได้ขึ้นเวที “Integrity
in Practice Forum: Shaping the Future through Responsible Governance” ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธรรมาภิบาล ความโปร่งใส
และการกำกับดูแลอย่างมีความรับผิดชอบ ทางหอการค้าไทย-นอร์เวย์ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย
และเครือข่ายหอการค้าต่างประเทศในไทย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมแนวคิดด้านความโปร่งใส
ความซื่อสัตย์สุจริต และการต่อต้านคอร์รัปชันในภาคธุรกิจและสังคม
จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ
30 ปี ของหอการค้าไทย-นอร์เวย์ โดยมี H.E. Mrs.
Astrid Emilie Helle เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย
กล่าวเปิดงาน พร้อมผู้แทนจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการศึกษา
และองค์กรด้านธรรมาภิบาลทั้งไทยและต่างประเทศ
ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวปฏิบัติด้านกำกับดูแลกิจการอย่างมีความรับผิดชอบ
ผ่านเวทีเสวนาและการหารือเชิงปฏิบัติการ
โดยนางกลอยตาได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ
“From Vision to Practice: Transparency Roadmap” มุ่งสะท้อนมุมมองเรื่อง
ESG และธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งของ DNA องค์กร และเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจดำเนินงานในทุกวัน
มากกว่าจะเป็นเพียงกรอบจัดทำรายงานหรือข้อกำหนดเชิงนโยบาย
นางกลอยตา
กล่าวว่า ความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจต้องนำไปปฏิบัติได้จริงในการทำงานประจำวัน
ผ่านกระบวนการที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ สร้างความเข้าใจร่วมกันภายในองค์กร โดย “Integrity
in Practice” คือการมองให้ไกลกว่าสิ่งที่กฎหมายกำหนด
และพร้อมดำเนินการเชิงรุกเมื่อพบสัญญาณเตือนหรือความเสี่ยงด้านจริยธรรม
ส่วนผู้นำองค์กรต้องเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติจริง
(walk the talk) ร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรแบบเปิดกว้าง
ให้พนักงานกล้าตั้งคำถาม กล้าสะท้อนความกังวล และตัดสินใจบนพื้นฐานของความถูกต้อง
ไม่ใช่แค่ปฏิบัติตามกฎระเบียบเท่านั้น
เพราะหลักการเหล่านี้มีความสำคัญต่อการสร้างความเชื่อมั่น การดึงดูดการลงทุน
ความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สำหรับบางจากฯ
ให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการต่อต้านคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง
โดยมีนโยบายกำกับดูแลกิจการเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2546 พร้อมกลไกสนับสนุนการดำเนินงานโปร่งใสและตรวจสอบได้ อาทิ
ระบบช่วงงดซื้อขายหลักทรัพย์ การเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์
การกำหนดระดับอำนาจอนุมัติ การแบ่งแยกหน้าที่ในการทำงาน
การพิจารณาและอนุมัติโครงการแบบข้ามสายงาน cross-functional ตลอดจนระบบควบคุมภายใน
การตรวจสอบภายใน และคณะกรรมการตรวจสอบ
ด้านการดำเนินงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญความโปร่งใสและความรับผิดชอบในกระบวนการทำงานจริง
ตั้งแต่การจัดซื้อจัดจ้าง การอนุมัติ ไปจนถึงการตัดสินใจในชีวิตประจำวัน
ผ่านหลักปฏิบัติต่าง ๆ เช่น การกำกับดูแลด้านการจัดซื้อจัดจ้าง
ระบบเอกสารและการตรวจสอบย้อนกลับ การปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
และนโยบายงดรับของขวัญ
อีกทั้งได้ขยายแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมไปยังคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
ผ่านการกำหนดแนวปฏิบัติสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของคู่ค้า
การจัดกิจกรรมและสัมมนาเพื่อสร้างความตระหนักด้านธรรมาภิบาลร่วมกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า
บางจากฯ
เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
ตั้งแต่ปี 2556 โดยให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านธรรมาภิบาลกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจต่อเนื่องมาตลอด
ปัจจุบันมีคู่ค้ากว่า 136 ราย ที่ได้การรับรอง CAC สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมความโปร่งใสและความซื่อสัตย์สุจริต
ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในองค์กร
แต่กำลังขยายไปสู่ห่วงโซ่คุณค่าและระบบนิเวศทางธุรกิจในวงกว้าง
ผ่านความร่วมมือของภาคธุรกิจยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชันร่วมกัน
ข่าวที่ 6- TCEBลั่นข่าวดีไทยที่1ไมซ์อาเซียนเวที“ICCA GlobeWatch 2025”
ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)
“TCEB” เปิดเผยว่า
ทีเส็บกับพันธมิตรมีข่าวดีจากเวทีนานาชาติ “ICCA GlobeWatch 2025” ประกาศให้ประเทศไทยครองอันดับตำแหน่งไมซ์อันดับต้น ๆ ประกอบด้วย
ประเทศ
ไทย อันดับ 1 อาเซียน เมืองจุดหมายประชุมนานาชาติ “กรุงเทพมหานคร” ติด 1 ใน
10 เมืองจัดประชุมการแพทย์ และ 18 เมืองทั่วไทย
ผ่านเกณฑ์จุดหมายประชุมนานาชาติ
“ประเทศไทย”
ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมไมซ์อันดับหนึ่งของภูมิภาคอาเซียนในปี 2568
จากการเป็นเจ้าภาพงานประชุมนานาชาติที่ผ่านเกณฑ์ ICCA รวม 171 งาน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 มากถึง 13 งาน ก้าวสู่อันดับ 24 ของโลก และอันดับ 5 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
“กรุงเทพมหานคร”
ติดอันดับ 10 เมืองเจ้าภาพที่มีการจัดงานประชุมนานาชาติด้านการแพทย์สูงสุดของโลก
โดยเป็นเพียง 1 ใน 2 เมืองจากเอเชียแปซิฟิค
ร่วมกับอีก 8 เมืองในยุโรป เช่น เวียนนา บาร์เซโลนา ลิสบอน
แล้วเมืองไมซ์ของไทยได้ขยับขีดความสามารถขึ้นเป็นเมืองประชุมนานาชาติด้วยมีจำนวนงานประชุมนานาชาติผ่านเกณฑ์ของ
ICCA มากขึ้นเป็นลำดับ ดังนี้
“เชียงใหม่”
(18 งาน) ภูเก็ต (9 งาน) เชียงราย
(5 งาน) ร่วมด้วย นนทบุรี (3 งาน)
ขอนแก่น ปทุมธานี และ สงขลา (เมืองละ 2 งาน) พัทยา ชลบุรี
หัวหิน นครราชสีมา (เมืองละ 1 งาน) ครองตำแหน่งในฐานะ
“เมืองเป้าหมายสำคัญการจัดประชุมระดับโลก” อย่างต่อเนื่อง
โดยมีเมืองน้องใหม่เจ้าภาพงานประชุมนานาชาติของไทยผ่านเกณฑ์
ICCA ได้แก่ นครปฐม (2 งาน)
เพชรบุรี พิษณุโลก นครศรีธรรมราช ระยอง และสมุทรปราการ (เมืองละ 1 งาน)
“ประเทศไทยและทีเส็บ”
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงขีดความสามารถและศักยภาพของประเทศพร้อมเป็นจุดหมายปลาย
“จัดประชุมนานาชาติ” ที่เชื่อมโยงทั้งองค์ความรู้ ธุรกิจ และความร่วมมือจากทั่วโลก
โดยทีเส็บมุ่งมั่นผสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการจัดประชุมนานาชาติในไทย
ต่อยอดความสัมพันธ์อันดีกับพันธมิตรในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและปักหมุดการเป็นเมืองจุดหมายงานประชุมนานาชาติบนแผนที่ไมซ์ระดับโลก
ขณะเดียวกัน
“นครศรีธรรมราช” เมืองน้องใหม่ป้ายแดง
ผ่านเกณฑ์ ICCA เปิดตัวอย่างปังบนเวทีระดับโลกครั้งแรก 1 งาน ภาคใต้!
ร่วมพาทีมไทยคว้าเบอร์ 1 อาเซียน จุดหมายประชุมนานาชาติ ปี 2025
“ICCA
GlobeWatch 2025” รายงานว่า ประเทศไทยยังคงครองอันดับ 1 ในอาเซียน (อันดับ 24 ของโลก)
ด้วยงานประชุมนานาชาติที่ผ่านเกณฑ์รวม 171 งาน โดยเฉพาะ
"ภาคใต้"
ได้โชว์ศักยภาพความพร้อมเต็มที่
มีเมืองไมซ์ทำผลงานผ่านเกณฑ์กระจายตัวสร้างชื่อบนเวทีโลกอย่างต่อเนื่อง ดังนี้
● ภูเก็ต
ยังคงเป็นไฮไลต์เด่น 9 งาน ครองตำแหน่งเมืองเป้าหมายสำคัญระดับโลก
● สงขลา
เมืองไมซ์ซิตี้หลักในภาคใต้ตอนล่าง ทำผลงาน 2 งาน
ทุกจังหวัดมีความพร้อมรอบด้าน
ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก องค์ความรู้
และเสน่ห์ท้องถิ่นที่พร้อมรองรับงานประชุมระดับนานาชาติ
ทีเส็บพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนและสนับสนุนทุกภาคส่วน
เพื่อปักหมุดให้ทุกภาคให้เป็นจุดหมายปลายทางของงานประชุมระดับโลกอย่างยั่งยืนต่อไป
ช่วงที่ 2 หยุดยาวสัปดาห์นี้ ขับรถกินลมชมวิวใกล้กรุง ไปเช็คอินเติมบุญ เที่ยวงาน
“ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ)” วัดพระธาตุ จ.ตาก ได้ต่อเนื่อง 30
พ.ค.-3 มิ.ย.26569 แล้วฟังวิธีดูแลสุขภา แค่ “หลับลึก” ให้เพียงพอทุกคืนช่วยป้องกันสมองเสื่อมได้
อัพเดทข่าวฮ็อต ข่าวแรก “รมว.สุรศักดิ์”หารือฑูตญี่ปุ่นในไทยผนึกท่องเที่ยว4เรื่อง
ข่าวที่สอง “การบินไทยอัดโปรตั๋ว” ทั่วไทย 2 โปร1,700-2,000บาท/เที่ยว
ท่องเที่ยว
–สุขทันทีเที่ยวงานประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า(เหนือ)ที่ตาก
สายศรัทธา
สายบุญ หยุดยาวสัปดาห์นี้มีนัดกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สำนักงานตาก ชวนท่องเที่ยวงาน “ประเพณีขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ)”
ประจำปี 2569
ร่วมสืบสานและสัมผัสพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ วันที่ 30 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน นี้ ที่วัดพระบรมธาตุ
อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก
ปีนี้มีความพิเศษพบกับ “อาจารย์คฑา ชินบัญชร” พยากรณ์ชื่อดังร่วมทำพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมพลังชีวิตและหนุนดวงชะตาเสริมพลังบุญให้ทุกคน
“ขึ้นธาตุเดือนเก้า” (เหนือ)
เป็นประเพณีที่ชาวบ้านตากสืบทอดต่อกันมาแต่โบราณ เพื่อสักการะองค์พระบรมสารีริกธาตุ
บวงสรวงขอพรเทวดาช่วงเริ่มฤดูทำนา จะทำตรงกับวันขึ้น
14 และ 15 ค่ำ เดือนเก้าเหนือ ซึ่งแต่ละปีวันที่กับเดือนสากลจะไม่ตรงกัน
เนื่องจากนับตามปฏิทินล้านนา อยู่ระหว่างพฤษภาคม-มิถุนายนของทุกปี)
ไฮไลต์วันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเก้า ผู้คนจะจัดเตรียมเครื่องคาว
หวาน ธูป เทียน ดอกไม้ ตกแต่งประดับประดาสวยงาม
มารวมกันบริเวณเชิงสะพานบุญ แล้วเคลื่อนขบวนไปตามสะพานบุญ ขึ้นสู่บันไดนาคผ่านประตูเคลื่อนไปยังองค์พระธาตุ เพื่อบูชาเครื่องสักการะขอพรให้การทำนาลุล่วงไปด้วยดี
ฝนตกต้องตามฤดูกาล
ปี 2569 ในงานจะจัดให้มีกิจกรรมและขบวนแห่ตามประเพณีดั้งเดิมเสริมพลังบุญตามศรัทธาความเชื่อไฮไลต์
5 กิจกรรม
● พิธีถวายผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ : ร่วมห่มผ้าองค์เจดีย์สีทองรายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีมะเมีย
● ขบวนแห่ปัจจัยไทยทานและผ้าห่มธาตุ : เริ่มเคลื่อนขบวนจากบริเวณหนองเล่ม
ผ่าน "สะพานบุญ" มุ่งสู่องค์พระบรมธาตุอย่างตระการตา
● ขบวนตุงไชยและต้นเงินต้นทอง : ตกแต่งตามแบบศิลปวัฒนธรรมล้านนาอย่างสวยงาม
สะท้อนความเลื่อมใสของคนในท้องถิ่น
● กราบหลวงพ่อทันใจ: ขอพรความสำเร็จจากพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองตาก
● กิจกรรมพลังบุญกับอาจารย์คทา: มีการนำสวดมนต์รับพลังบวก
แนะนำเคล็ดลับการไหว้ขอพรองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ และการทำบุญหนุนดวงชะตาตามหลักทักษา
งานขึ้นธาตุเดือนเก้า (เหนือ) เป็นประเพณีพื้นถิ่นที่มีความศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะกับคนเกิดปีมะเมีย เนื่องจาก
“วัดพระบรมธาตุ” แห่งนี้ มีลักษณะเป็นพระเจดีย์ใหญ่สีทอง
รายล้อมด้วยเจดีย์ย่อย คล้ายกับพระเจดีย์ชเวดากอง บรรจุพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ
ส่วน “พระนลาฏ” ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนามาร่วมบุญครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วยกัน
สุขภาพ –แค่ “หลับลึก”
ให้พอทุกคืนป้องกันสมองเสื่อมได้
ทุกคนเคยมีอาการ
เริ่มขี้ลืมง่าย เดินเข้าห้องแล้วลืมว่ามาทำอะไร หรือวางของไว้ตรงไหนก็จำไม่ได้
หลายคนคิดว่าเป็นเพราะอายุ งานหนัก หรือพักผ่อนน้อย แต่จริง ๆ แล้ว
“การนอนหลับลึก”
คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยปกป้องสมองจากภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์
●
“หลับลึก” มีความสำคัญ เพราะช่วงที่เราหลับลึก สมองไม่ได้หยุดทำงาน แต่กำลังเร่ง
“ซ่อมแซมและจัดระเบียบ” อยู่เบื้องหลัง
1.จัดเก็บความจำ : สมองจะย้ายข้อมูลสำคัญจากความจำระยะสั้น
ไปเก็บเป็นความจำระยะยาว หากหลับลึกไม่พอ ความจำจะเริ่มแย่ลงได้ง่าย
2.ล้างของเสียออกจากสมอง : ช่วงหลับลึก
ร่างกายจะช่วยกำจัดโปรตีนพิษอย่าง “เบต้าอะไมลอยด์” และ “เทาโปรตีน”
ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์โดยตรง หากนอนหลับไม่ดี
ของเสียเหล่านี้จะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
● ควรหลับลึกแค่ไหน : โดยทั่วไป ช่วง Deep Sleep ควรมีประมาณ 20%
ของเวลานอนทั้งหมด ง่ายที่สุดคือ ถ้านอน 7–8 ชั่วโมง ควรมีหลับลึกประมาณ 60–90
นาที/คืน แต่ปัญหาคือเมื่ออายุมากขึ้น ระยะเวลาหลับลึกจะลดลงเรื่อย ๆ
โดยเฉพาะหลังอายุ 40 ปี
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –“รมว.สุรศักดิ์”หารือฑูตญี่ปุ่นในไทยผนึกท่องเที่ยว4เรื่อง
นายสุรศักดิ์
พันธ์เจริญวรกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ได้ให้การต้อนรับนายโอตากะ
มาซาโตะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำประเทศไทย และคณะ
เมื่อ 28 พฤษภาคม 2569 พร้อมผู้บริหารของไทยมีนางณัฏฐิรา
แพงคุณ
รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว
รองผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือแนวทางความร่วมมือ 4 ประเด็น
ประกอบด้วย
● ประเด็นที่
1 การฟื้นฟูศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยาเพื่อกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในฐานะแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์
สะท้อนถึงความสัมพันธ์ไทย–ญี่ปุ่น ที่มีความใกล้ชิดมาอย่างยาวนาน
● ประเด็นที่
2 การเชื่อมโยงการท่องเที่ยวทางราง เส้นทาง รถไฟ KIHA กรุงเทพ-อยุธยา
เชื่อมต่อทางน้ำไปยังหมู่บ้านญี่ปุ่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ต่อยอดการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย
● ประเด็นที่
3 ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 140 ปี
การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ญี่ปุ่น
● ประเด็นที่
4 ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและญี่ปุ่นในประเด็นสำคัญ
เช่น การส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ พร้อมทั้งการสนับสนุนเส้นทางบินเชื่อมโยงสู่เมืองรอง
และแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว
ทางฝ่ายญี่ปุ่นได้ขอความร่วมมือไทยประชาสัมพันธ์การแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพรายการ
“SV.League” ที่สนามกีฬาหัวหมาก เป็นครั้งแรกที่จัดการจัดแข่งขันนอกประเทศญี่ปุ่น
ประเภท “ทีมหญิง” จะจัดวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569 “ทีมชาย” วันที่ 23–24 มกราคม 2570
ข่าวที่สอง –การบินไทยอัดโปรตั๋วทั่วไทย2โปร1,700-2,000บาท/เที่ยว
นายกิตติพงษ์
สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
การบินไทยจัดโปรโมชั่นตั๋วโดยสารภายในในประเทศ กระตุ้นการเดินทางวันธรรมดา
จันทร์-พฤหัสบดี ของสัปดาห์ เสนอซื้อตั๋วแบบเที่ยวเดียว ไป หรือ กลับ ราคาเริ่มต้น
1,700-2,000 บาท/เที่ยว ด้วย 2 โปรโมชั่น
ดังนี้
1.“กลับบ้าน…ให้หายคิดถึง”
เส้นทางในประเทศ ชวนทุกคนเดินทางกลับไปเยี่ยมครอบครัวช่วงวันหยุดยาว โดยจะมอบความคุ้มค่าตั๋วเครื่องบิน
“ชั้นประหยัด” ราคาพิเศษ เปิดให้จองซื้อตั๋วพร้อมเริ่มเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2569
ไฮไลต์การเดินทางช่วงวันหยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ 30 พฤษภาคม-3 มิถุนายน 2569
2. "บินสู่จุดหมายแห่งศรัทธา
และความสุขที่รออยู่ทั่วไทย”
ให้ผู้โดยสารเดินทางได้ทั่วไทยตามเส้นทางบินของการบินไทย เพื่อการพักผ่อน
ท่องเที่ยว ร่วมสืบสานกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาตามวัดสำคัญในจังหวัดต่าง ๆ
ทำโปรโมชั่นต้อนรับโอกาส
“วันวิสาขบูชา” ที่จะเชิญชวนผู้โดยสารออกเดินทางสู่จุดหมายปลายทางทั่วไทย
ไปสัมผัสเสน่ห์แต่ละเมือง ร่วมทำบุญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
และใช้ช่วงเวลาแห่งศรัทธานี้เติมเต็มความสุขให้ตนเองและครอบครัว
ผ่านเครือข่ายเส้นทางบินภายในประเทศ
“ตั๋วการบินไทยราคาพิเศษ”
เส้นทางตัวอย่าง จากกรุงเทพฯ สู่ปลายทางภาคอีสานในจังหวัด ขอนแก่น อุดรธานี
และอุบลราชธานี ที่นั่งชั้นประหยัด เริ่มต้น 1,700 บาท/เที่ยว
และเส้นทางสู่ภาคเหนือไปยัง เชียงใหม่ เชียงราย และ “ภาคใต้” ภูเก็ต กระบี่ หาดใหญ่
(สงขลา) เริ่มต้นเพียง 2,000 บาท/เที่ยว
เสนอขายตั๋วโดยสารชั้นประหยัด
“ราคาแบบเที่ยวเดียว” ให้ผู้โดยสารแต่ละคน รวมภาษีสนามบินเรียบร้อยแล้ว
และเป็นบัตรโดยสารแบบมีเงื่อนไข
โดยผู้โดยสารจะได้รับไมล์สะสมตามเงื่อนไขของโปรแกรมรอยัล ออร์คิด พลัส
สอบถามข้อมูลเพิ่มเรื่องตารางการบิน
และเงื่อนไขต่าง ๆ ช่องทางจองที่นั่งและออกตั๋วโดยสารได้ที่เว็บไซต์ thaiairways.com,
สำนักงานขายการบินไทย หรือ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือ THAI
Contact Center โทร. 0-2356-1111
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.


.jpg)
.jpg)
.jpg)

.jpg)
.jpg)
%20240556CU%20(1).jpg)
.jpg)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น