วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569

“บางจาก”เปิดแผน5ปีขึ้นชั้นสู่“กลุ่มพลังงานระดับโลก” ตั้งเป้าปี’73มีEBIDAโต2เท่า-ปี74รายได้1ล้านล้านบาท

“บางจาก”เปิดแผน5ปีขึ้นชั้นสู่“กลุ่มพลังงานระดับโลก”

ตั้งเป้าปี’73มีEBIDAโต2เท่า-ปี74รายได้1ล้านล้านบาท

 


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก  #แผนยุทธศาสตร์5ปีสู่กลุ่มพลังงานระดับโลก

กลุ่มบริษัทบางจากเปิดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี หวังขึ้นชั้น “กลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก” สร้างธุรกิจครบวงจร เสริมความมั่นคงพลังงานและรับมือความผันผวน ตั้งเป้าภายในปี73 ทำ EBITDA เพิ่ม 2 เท่า ปี’74 สร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บมจ.บางจากฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี มุ่งเน้นความมั่นคงทางพลังงานและความสามารถรับมือความผันผวน (Energy Security and Resiliency) เป็นแกนสำคัญ โดยใช้ความแข็งแกร่งด้วยวิธี “ผนึกธุรกิจครบวงจร” เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรักษาความต่อเนื่องและบริหารสมดุลด้านพลังงานเมื่อเกิดวิกฤต หรือห่วงโซ่อุปทานชะงัก ภายในปี 2573 ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA เป็น 2 เท่า พร้อมก้าวขึ้นเป็น “กลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก”  นำองค์กรติดอันดับเครดิตสากลระดับ Investment Grade และภายในปี 2574 จะสร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท

 ขณะนี้กลุ่มบริษัทบางจากมีฐานธุรกิจพลังงานครบวงจร ตั้งแต่ การสำรวจและผลิตปิโตรเลียม การกลั่น การตลาด การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ความแข็งแกร่งดังกล่าวมาจากผลดำเนินงานครึ่งแรกปี 2569 ทำได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ มี EBITDA 43,763 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิ 18,383 ล้านบาท โดยได้แรงสนับสนุนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้ง SAF ธุรกิจการค้า ธุรกิจต้นน้ำ ธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน Bangchak Hong Kong (BHK) จะเป็นฐานสำคัญขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้

ขณะที่ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ห่วงโซ่อุปทานติดขัด ความผันผวนของราคาพลังงาน ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานไม่ได้ขึ้นอยู่กับการมีทรัพยากรเพียงพอเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงความสามารถในการเข้าถึงแหล่งพลังงาน แปรรูป และส่งมอบถึงตลาดอย่างต่อเนื่อง


“ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม” จึงยังมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงด้านแหล่งพลังงาน (Energy Security) ภายในปี 2578 โลกยังต้องการน้ำมันจากแหล่งผลิตใหม่อย่างน้อย 20 ล้านบาร์เรล/วัน

“โรงกลั่น” มีบทบาทแปรรูปวัตถุดิบให้เป็นผลิตภัณฑ์พลังงานที่ตลาดต้องการอย่างเพียงพอและมั่นใจ (Energy Reliability) โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังการกลั่นโลกตึงตัว

“เครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์” ช่วยกระจายแหล่งจัดหาและเส้นทางขนส่ง เพื่อรักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบเมื่อเกิดความผันผวนหรือวิกฤต (Energy Resiliency)

เมื่อเชื่อมโยงธุรกิจต้นน้ำ กับ โรงกลั่นน้ำมันบางจาก 2 แห่ง ที่มีกำลังการกลั่นรวม 294,000 บาร์เรล/วัน เข้ากับเครือข่ายการค้าและโลจิสติกส์ “กลุ่มบริษัทบางจาก” จึงสามารถบริหารพลังงานได้ตั้งแต่แหล่งผลิตจนถึงตลาด พร้อมทั้งมีความคล่องตัวปรับแผนตามสถานการณ์ และการดำเนินงานเมื่อเกิดวิกฤต (Resiliency)  มีความสามารถในการรักษาความต่อเนื่อง เห็นได้จากการรักษาการขนส่งและส่งมอบสินค้าช่วงไตรมาส 1-2 ปี 2569 ที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญข้อจำกัด

การปรับโครงสร้างเมื่อต้นปีนี้เป็น 5 กลุ่มธุรกิจ กลุ่มบางจากมุ่งสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่จาก “เชื้อเพลิงฟอสซิล” สู่พลังงานสะอาด โดยมีธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง ใช้สินทรัพย์และระบบที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่การพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพและเชื้อเพลิงคาร์บอนต่ำที่สามารถใช้ร่วมกับระบบเดิมได้ เช่น SAF และกรีนดีเซล (HVO) เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานไม่ลดทอนความมั่นคงของระบบ และเพิ่มความพร้อมรับวิกฤตในอนาคต ตามรายละเอียดดังนี้


กลุ่มที่ 1 ธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด และพลังงานชีวภาพ : เพิ่มประสิทธิภาพตลอดห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain Optimization)  ด้วยการเชื่อมโยงสินทรัพย์และเครือข่ายตั้งแต่โรงกลั่น เชื้อเพลิงชีวภาพ การค้าและโลจิสติกส์ ไปจนถึงช่องทางตลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง โดยมีธุรกิจสำคัญคือ “SAF” รองรับการเติบโต เมื่อพฤษภาคม 2569 เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ทำให้ไตรมาส 2 สร้าง EBITDA ราว 1,000 ล้านบาท แนวโน้มโลกช่วง 10 ปีหน้า ข้อกำหนดหลายประเทศมีความต้องการ SAF เพิ่มขึ้นประมาณ 11 เท่า

-ธุรกิจการตลาดในประเทศ ภายในปี 2574 ตั้งเป้ามีส่วนแบ่งตลาดค้าปลีก 33% เพิ่ม EBITDA ในธุรกิจ non-oil และอินทนิลเป็น 3 เท่า “ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น” โตเป็น 2 เท่า  และ “บางจาก ฮ่องกง/BHKW มีเครือข่ายสถานีบริการ 31 แห่ง “คลังน้ำมัน” จะเป็นฐานธุรกิจในฮ่องกงและรองรับการเติบโตในภูมิภาค ครอบคลุมตลาดค้าปลีก ลูกค้าธุรกิจ เชื้อเพลิงเรือ ผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำ และน้ำมันหล่อลื่น ภายในปี 2574 ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเชื้อเพลิงเรือเป็น 25 % จาก 13%

กลุ่มที่ 2 ธุรกิจการค้าน้ำมัน : มุ่งสร้างความยืดหยุ่นและคล่องตัว ขยายเครือข่ายและผลิตภัณฑ์ โดยดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ จัดหาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ไปจนถึงธุรกิจโลจิสติกส์ เชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตภัณฑ์เฉพาะทาง ธุรกรรมอนุพันธ์ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานและเครือข่ายการค้าระดับสากลของกลุ่มบริษัท เพื่อเพิ่มสัดส่วนธุรกิจกับลูกค้าภายนอกกลุ่มบริษัทฯ ควบคู่ “การบริหารความเสี่ยงและวิเคราะห์ตลาด” เพื่อใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาและความต้องการในแต่ละภูมิภาค

อีกบทบาทสำคัญคือช่วยให้กลุ่มบริษัทบริหารแหล่งจัดหาและกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังตลาดต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว รักษาความต่อเนื่องการส่งมอบพลังงาน เมื่อเส้นทางขนส่งหรือห่วงโซ่อุปทานเกิดข้อจำกัด ตั้งเป้าภายในปี 2574 มี EBITDA ประมาณ 5,000 ล้านบาท



กลุ่มที่ 3 ธุรกิจทรัพยากรธรรมชาติ : เร่งเพิ่มความมั่นคงเข้าถึงแหล่งพลังงาน โดยต่อยอดความเชี่ยวชาญของ OKEA ในการบริหารสินทรัพย์ปิโตรเลียมช่วงกลางถึงปลายอายุการผลิตในนอร์เวย์ เน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์เดิม ควบคู่การพัฒนาโครงการเดิมและลงทุนใหม่อย่างมีวินัย วางฐานดำเนินงานในอ่าวไทยและขยายพอร์ตสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระจายแหล่งผลิต พร้อมสร้างผลตอบแทน กับกระแสเงินสดระยะยาว ภายในปี 2574 ตั้งเป้าเพิ่มอัตราการผลิตเป็นประมาณ 100,000 บาร์เรล/วัน (เทียบเท่าน้ำมันดิบ)

กลุ่มที่ 4 ธุรกิจไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐาน : ช่วยสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานของกลุ่มบริษัทฯ โดยยกระดับธุรกิจผลิตไฟฟ้าสู่แพลตฟอร์มด้านพลังงานและสาธารณูปโภค “ธุรกิจผลิตไฟฟ้า” จะนำประสบการณ์และฐานดำเนินงานในไทยและสหรัฐอเมริกามาพัฒนารูปแบบโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และระบบกักเก็บพลังงานที่สามารถขยายผลได้ ตั้งเป้าภายในปี 2574 จะขยายกำลังผลิตอีกไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ ควบคู่การพัฒนาบริการคลังและโลจิสติกส์แบบครบวงจร เพื่อใช้สินทรัพย์ให้เต็มศักยภาพและเพิ่มความยืดหยุ่นดำเนินงาน พัฒนาโอกาสด้านการสำรองพลังงานเชิงยุทธศาสตร์ เน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ปี 2574 ตั้งเป้าทำEBITDA เป็น 1.5 เท่าจากฐานปี 2568

กลุ่มที่ 5 ธุรกิจใหม่และโฮลดิ้งส์ : บ่มเพาะธุรกิจแห่งอนาคตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กลุ่มบริษัทฯ โดยจัดสรรเงินลงทุนให้สอดคล้องกับศักยภาพธุรกิจและทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ “ด้านการเงิน” กลุ่มบริษัทบางจากจะรักษาวินัยในการจัดสรรเงินทุน โดยเลือกลงทุนในธุรกิจหลักและโอกาสที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมกับความเสี่ยง ควบคู่การจำหน่ายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก นำเงินทุนกลับไปลงทุนในธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพื่อรักษาสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นทางการเงิน ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด

โดยเสริมความแข็งแกร่ง “ฐานะการเงิน” พร้อมสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นผ่านโครงการซื้อหุ้นคืนระยะ 3 ปี และการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่อง ด้วยอัตราผลตอบแทนรวมของผู้ถือหุ้น BCP ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 94% เทียบกับ SET ENERGY ที่ 38.1% และ SET50 ที่ 32.6%    



นายชัยวัฒน์ ย้ำว่า แผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของกลุ่มบริษัทบางจาก” ไม่ได้ตั้งเป้าปี 2574 ไว้เพียงรายได้ 1 ล้านล้านบาทเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพการเติบโต” ทั้งโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ความสามารถทำกำไร กระแสเงินสดที่มั่นคง วินัยทางการเงิน แต่มีกลไกสำคัญคือ “การประสานจุดแข็ง 5 กลุ่มธุรกิจ” ให้ทำงานเป็นแพลตฟอร์มพลังงานเดียวกัน สร้างคุณค่าระยะยาวแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทางธุรกิจ จากวันนี้เป็นองค์กรชั้นนำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 21 ใน Fortune Southeast Asia 500 ภายในปี 2574 มุ่งสู่ “กลุ่มธุรกิจพลังงานระดับโลก” ติดอันดับ Fortune Global 500 ควบคู่ได้รับอันดับเครดิตองค์กรระดับ Investment Grade จาก S&P และ Moody’s

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

“สุวรรณภูมิ”แนะผู้โดยสารวางแผนมาสนามบินล่วงหน้า ช่วงซ่อมบำรุงทางเข้าอาคารผู้โดยสาร31ส.ค.69-7เม.ย.70

  “สุวรรณภูมิ”แนะผู้โดยสารวางแผนมาสนามบินล่วงหน้า ช่วงซ่อมบำรุงทางเข้าอาคารผู้โดยสาร 31 ส.ค. 69-7 เม.ย. 70 เรื่องโดย... # เพ็ญรุ่งใยสา...