ททท.สมุทรสงครามปี69ดึงคนเที่ยว2ล้านคนดันรายได้โต
3%
ลุยขึ้นทะเบียนเมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารยูเนสโกภายในปี’70
บูมสุขทันทีวิถีถิ่นเช็คอิน2สมุทร-เที่ยวสไตล์SCGชุมชนยั่งยืน
ก.พ”ปลุกเที่ยว2งาน“เทศกาลส้มโอดี-งานเฉลิมพระเกียรติร.2”
POWER PASS เปิดแลกกะรัตเป็นไมล์การบินไทยง่าย3ขั้นตอน
คิงเพาเวอร์เปิดตรุษจีนวันแรก12ก.พ.ล็อกคิวมาเจอศิลปินดัง
ททท.“Happiness–เที่ยวภาคกลางบทใหม่ปั๊มตลาดทัวร์วัยเก๋า
บิ๊กบางจากถอดรหัสลับFeasibility Studyสู่การตัดสินใจลงทุน
สุขทันทีที่เที่ยว“ระยองเทรนด์ใหม่”สายสุขภาพฟินสุดๆ6
พิกัด
5อย่างสร้างสัมพันธ์ทางสังคมกับคนรอบข้างช่วยทำให้อายุยืน
ททท.นำเอกชนร่วมขายOTMปี69โกยรายได้อินเดีย9.3หมื่นล้าน
แอร์บัส-การบินไทยขยายข้อตกลงFHSรับฝูงบินใหม่ A321neo
วันอาทิตย์ที่
8 กุมภาพันธ์ 2569
ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง
ใยสามเสน”
ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen
#gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #สุขทันทีเที่ยวระยองมุมใหม่
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/188F1KQx1j/
ช่วงที่
1 !! สัมภาษณ์ นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม ปี’69 เร่งกระตุ้นท่องเที่ยว 2 ล้านคน-ครั้ง ดันรายได้โต 3%
ปูพรมขึ้นทะเบียน “เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารยูเนสโก”ภายในปี’70 ตอนนี้ลุยจับมือชุมชน จังหวัด คัดสินค้าพรีเมี่ยม หันเจาะตลาด
“เที่ยวหรูหรา” 2 แพกเกจ “ชมโขนดินเนอร์อาหารชาววังที่อุทยาน
ร.2-นวดหัตถาธาราล่องแม่น้ำแม่กลอง” ควบแผนหลัก 2 กิจกรรม “สุขทันที วิถีถิ่น เช็คอินเที่ยว 2 สมุทร-เที่ยว SCGอย่างยั่งยืน”
เฉพาะ ก.พ.69 ปลุกเที่ยว 2 งานใหญ่ “งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ
พระพุทธเลิศหล้านภาลัย” 7-8 ก.พ.และ “เทศกาลส้มโอดี” 10-14
ก.พ.และนั่งรถไฟเที่ยวด้วยตนเองแบบฟิน ๆ 2 วัน
1 คืน หรือสโลว์ไลฟ์ 3 วัน 2 คืน ใน อำเภอเมือง-อัมพวา-บางคนที 7 เส้นทาง
สัมภาษณ์ นายชัยวิทย์ เผื่อนอุดม ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวปี 2569 จะกระตุ้นนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมเยือนพื้นที่รับผิดชอบให้ได้ 2 ล้านคน-ครั้ง “สร้างรายได้” เติบโตจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 3 % ตั้งเป้ายกระดับจุดขายเป็น “เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารยูเนสโก” เริ่มปี 2569 และประกาศในปี 2570 ให้เมืองท่องเที่ยวเชิงอาหารของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities of Gastronomy) พิจารณาสมุทรสงครามซึ่งมีความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมอาหารและการใช้อาหารขับเคลื่อนทั้ง แหล่งผลิตวัตถุดิบ GI (Geographical Indication) ในพื้นที่แหล่งผลิตสินค้าชุมชนที่เฉพาะเจาะจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นทะเบียนให้เป็นวัตถุดิบคุณภาพ มีเอกลักษณ์ รสชาติ หรือชื่อเสียงเชื่อมโยงกับภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอาหารอย่าง กะปิ เกลือก น้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว สวนผลไม้
แต่ปัจจุบันการคมนาคมในเส้นทางถนนพระราม 2 ไม่ค่อยสะดวกจึงปรับกลยุทธ์ต้องเพิ่มจุดขายการท่องเที่ยวให้คนในประเทศมีทางเลือกด้วยวิธีรุกเจาะ “ตลาดหรูหรา” (luxury) เพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริป ผนวกการ “เพิ่มวันพักค้างคืน” เข้าพื้นที่มากขึ้น จับมือกับสถานที่ท่องเที่ยวและชุมชนต่าง ๆ คัดเลือก “สินค้าพรีเมี่ยม” จัดทำเป็นไฮไลต์บริการนักท่องเที่ยว เตรียมทำ 2 แพกเกจ
แพกเกจแรก “อาหารชาววัง” พร้อมบริการเสิร์ฟในแหล่งท่องเที่ยวอุทยาน ร.2 จัดทำเป็นแพจเกจ “ดินเนอร์” ชมโขนชิมอาหารชาววังทั้งคาว-หวาน ย้อนบรรยากาศสมัยรัชกาลที่ 2
แพกเกจที่สอง “นวดหัตถาธารา” ล่องเรือไปตามแม่น้ำแม่กลอง แทนการนวดในห้องปกติธรรมดา ขณะนี้กำลังหารือกับทางผู้ประกอบการ และตัวแทนบริษัทนำเที่ยวเพื่อเสนอขาย โดยจะเปิดตัวช่วงมีนาคมหรือเมษายน 2569 เพื่อให้ทันก่อนฤดูฝน
ในแผนหลัก
ททท.สมุทรสงครามยังมีการสร้างเครือข่ายท่องเที่ยว
ที่สามารถกระตุ้นการเดินทางต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี
พร้อมกับกระจายรายได้เข้าถึงชุมชนโดยตรง สร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเข้มแข็งอีก 2 กิจกรรม คือ
กิจกรรมที่ 1 “สุขทันที วิถีถิ่น เช็คอินเที่ยว 2 สมุทร” ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนต่าง ๆ ครอบคลุมทั้งใน 2 จังหวัด สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร จากสถานการณ์การเดินทางไม่สะดวกทางถนนพระราม 2 ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเที่ยวที่อื่น จึงได้นำเสนอเปิดจุดขายใหม่ “เที่ยวทางรถไฟ” สามารถขึ้นตรงสถานีวงเวียนใหญ่ โดยเชิญชวนเดินทางเที่ยวด้วยตนเองมาทำกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย เช่น ผลไม้กลับชาติ DIYตามชุมชน สัมผัสวิถีชีวิต และบริบทของชาวสมุทรสงครามแบบเรียบง่ายริมแม่น้ำลำคลอง
กิจกรรมที่ 2 ท่องเที่ยวเชิงนิเวศและชุมชนยั่งยืน SCG :Sustainable Tourism Goals สร้างรายได้ให้ชุมชน มีกิจกรรมเรื่องการทำซีเอสอาร์ จัดการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลูกป่า และอื่น ๆ
“เดือนกุมภาพันธ์
2569” มีไฮไลต์เน้นจัดอีเวนต์การท่องเที่ยวรายการใหญ่ของจังหวัดสมุทรสงคราม
2 งาน ได้แก่
งานแรก งานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย 7-8 มภาพันธ์ 2569 ที่อุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย หรืออุทยาน
ร.2 อำเภออัมพวา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิพระบรมราชานุสรณ์
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทรงเสด็จชมโขน
งานที่ 2 เทศกาล “กินส้มโอดี มีเฮง มหามงคล ปีม้าทอง” วันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกวัน 10.00-20.00 น.บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงครามพื่อส่งเสริมสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ท้องถิ่นเป็นงานประจำ กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีน คนนิยมมาซื้อส้มโอไปไหว้เจ้า เพราะเป็นจังหวัดที่โดดเด่นเรื่องน้ำเค็ม (ชายฝั่ง) น้ำกร่อย (ปากแม่น้ำ) และน้ำจืด (ลุ่มแม่น้ำแม่กลอง) จึงเป็นแหล่งอาหารการกินหลากหลายอุดมสมบูรณ์ ทั้งของสดจากทะเล สวนผลไม้
ผอ.ชัยวิทย์ กล่าวว่า ในจังหวัดสมุทรสงคราม มีความพร้อมเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะ “ห้องพัก” มีกว่า 2,000 ห้อง ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการได้อย่างหลากหลายทั้งประเภทที่พักมีตั้งแต่ “โรงแรม 4 ดาว ห้องพักริมน้ำ โฮมสเตย์ โซนที่พักได้รับความนิยมสูง บ้านพักริมน้ำอัมพวามีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจองเต็มเกือบทุกเดือน สำหรับ “ราคา” เริ่มต้นตั้งแต่ 1,000-4,000 บาท/ห้อง/คืน ราคาค่อนข้างสร้างผลตอบแทนที่ดีกับท้องถิ่น
ปี 2569 ททท.สมุทรสงคราม ตั้งเป้าจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70 % ช่วงการเดินทางหนาแน่นจะเป็นช่วงท่องเที่ยวเทศกาลลิ้นจี่ ผนวกกับทางจังหวัดและองค์กรต่างๆ ช่วยกันจัดกิจกรรมเพิ่มวันพักค้างมากที่สุด ปีนี้จัดแพกเกจต่อเนื่องระยะยาวท่องเที่ยวชิมผลไม้ในสวน ระหว่างมีนาคม-พฤษภาคม 2569 โดยได้จับมือกับทางเครือข่าย กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่หอการค้าไทย (Young Entrepreneurs Chamber of Commerce :YEC) และเกษตรกรเจ้าของสวน เปิดบริการเที่ยวสวนผลไม้ขึ้นชื่อ ทั้งสวนส้มโอ ลิ้นจี่ เมล่อน และคาเฟ่ ดึงดูดคนด้วยความถี่การเดินทางมากขึ้น กระจายเม็ดเงินเติบโตสูงตามเป้าหมาย
ผอ.ชัยวิทย์ กล่าวว่า สมุทรสงคราม ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบ และคาร์บอน เช่น 1.คาเฟ่สมดุล : Somdul Bee Sanctuary อำเภอบางคนที มีพื้นที่ทั้งหมด 18.6 ไร่ โดยได้เก็บรักษาพื้นที่ป่าตามธรรมชาติไว้ไม่ใช่สวนเพื่อการเกษตรเป็นบ้าน ทำเป็นแหล่งอาหาร ผลิตน้ำผึ้งชันโรงที่มีคุณค่า และเป็นแหล่งท่องเที่ยวด้วย 2.ชุมชนบ้านบางพลับ มีชื่อเสียงเรื่องชิมผลไม้กลับชาติ โดดเด่นเรื่องการอนุรักษ์สิ่งวดล้อมและวิถีชุมชน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสธรรมชาติ กับกิจกรรม ปั่นจักรยานชมสวนส้มโอและมะพร้าว เรียนรู้ฐานกิจกรรมรักษ์โลก เช่น การเผาถ่านผลไม้ ทำน้ำตาลมะพร้าว เน้นการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3.สวนมะนาวโห่ลุงศิริ ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรครบวงจร บริหารจัดการขยะเป็นศูนย์ Zero Waste สินค้าหลักจะนำผลไม้พื้นบ้านมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เช่น แยม น้ำผลไม้ เปิดบริการ : ทุกวัน 08.30 – 17.30 น. มีคาเฟ่เปิดช่วงวันศุกร์-อาทิตย์ ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนวันหยุด
“เส้นทางแนะนำ”
การจัดโปรแกรมท่องเที่ยวสมุทรสงครามด้วยตนเอง เส้นทางเริ่มต้นจากสวนสามพราน
จ.นครปฐม มุ่งหน้าสู่ จ.สมุทรสงคราม เลือกปักหมุดเที่ยวโดยใช้เวลาประมาณ
1.30 นาที แล้วพื้นที่ท่องเที่ยวแต่ละอำเภออยู่ติด ๆ กัน
นั่งรถประมาณ 15 นาที วางแผนเที่ยวแบบเดินชมสถานที่ 2
วัน 1 คืน หรือเที่ยวสโลว์ไลฟ์สบาย ก็ 3
วัน 2 คืน
“อำเภอเมือง” จุดที่ 1 ปลูกป่าชายเลนคลองโคน ทำกิจกรรมซีเอสอาร์ รักษาผืนป่าชายเลนและสิ่งมีชีวิตในน้ำใช้เป็นที่พักอาศัยขยายพันธุ์ สามารถพายเรือคายัค ดูประมงพื้นบ้าน จุดที่ 2 มาเดินเที่ยวสวนส้มโอเกษตรอินทรีย์
“อำเภออัมพวา” กับ “อำเภอบางคนที” เดินทางเที่ยวเชื่อมโยงถึงกันได้อีก 5 เส้นทาง ได้แก่ จุดที่ 3 ไหว้ท้าวเวสสุวรรณ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดจุฬามณี จุดที่ 4 ไปชมสวนส้มโอพลอยสุภา แหล่งเพาะปลูกส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ จุดที่ 5 สวนมะนาวโห่ลุงศิริ ร่วมกิจกรรมเกษตรครบวงจร จุดที่ 6 รับประทานอาหารที่คาเฟ่สมดุล บี แซงชัวรี่ จุดที่ 7เที่ยวชุมชนเกษตรสวนนอก ดูการย้อมสีผ้าจากธรรมชาติ
สำหรับ “อาหารการกิน” ในสมุทรสงคราม มีเมนูทะเลปรุงจากวัตถุดิบสดใหม่ จากเรือประมงพื้นบ้าน หรือชาวบ้านเลี้ยงเอง หรือชาวไปงมตอนน้ำขึ้นน้ำลง เช่น หอยแครง หอยหลอดผัดฉ่า ฉู่ฉี่ปลาทู หรือหอยแครง หอยแมลงภู่ และอีกมากมาย
ผอ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า เชิญชวนประชาชนเที่ยวสมุทรสงคราม กับสมุทรสาคร ตามคอนเซ็ปต์ “เที่ยวสาคร นอนสงคราม” นั่งรถไฟท่องเที่ยวมาสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน ชุมชนท้องถิ่น เปิดประสบการณ์พักผ่อนแบบสโลว์ไลฟ์ รับประทานอาหารอร่อย ชิลในคาเฟ่เก๋ ๆ แล้วตอนนี้มีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “สะพาะนแขวนวัดใหญ่” ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ทั้ง 2 จังหวัดเที่ยวได้ทุกวัน ตลอด 365
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-POWER PASS เปิดแลกกะรัตเป็นไมล์การบินไทยง่าย3ขั้นตอน
คิง เพาเวอร์ ชวน BURN CARAT ง่าย ๆ
ให้ได้ไมล์ไปบินฟินๆ 3 ขั้นตอน! ของสมาชิก POWER PASS ที่มี CARAT เต็มบัญชี มี 3 ขั้นตอน แลกเป็น “ไมล์ รอยัล ออร์คิด
พลัส กบินไทย” ง่ายๆ ผ่าน POWER PASS
1. LOG IN เข้า POWER
PASS เลือก Rewards ที่ต้องการแลก
2. กด REDEEM และ CONFIRM เพื่อแลก CARAT เป็น
ROP Miles
3. แจ้ง ROP Member ID
-สมาชิกสถานะ VEGA รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ เพื่อสอบถาม ROP Member ID ภายใน 3 วันทำการ
-สมาชิกสถานะ CROWN, SCARLET, NAVY: ติดต่อ King Power Contact Centre โทร. 1631 เพื่อแจ้ง ROP Member ID ภายใน 3 วันทำการสมาชิกจะได้รับ ไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส ภายใน 14 วัน หลังแจ้ง ROP Member ID แก่เจ้าหน้าที่
สมัครสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส ที่ thaiairways.com ก่อนแลกไมล์สะสม เฉพาะสมาชิก รอยัล ออร์คิด พลัส เท่านั้นจึงจะได้รับไมล์สะสม
แลก CARAT เป็นไมล์สะสม รอยัล ออร์คิด พลัส ผ่านทางเว็บไซต์ powerpass.kingpower.com เท่านั้น และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ยังไม่เป็นสมาชิก POWER PASS? สมัครฟรี!
สะสม CARAT ได้ทันที!
พร้อมรับสิทธิประโยชน์และสิทธิพิเศษอีกมากมายจาก POWER PASS
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์เปิดตรุษจีนวันแรก12ก.พ.ล็อกคิวมาเจอศิลปินดัง
ตรุษจีนนี้! ล็อกคิวมาเจอหนุ่มตี๋ “Sky
Wongravee” ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ฉลองใหญ่วันแรก! 12 กุมภาพันธ์ 2569 เปิดเทศกาลอย่างยิ่งใหญ่
18:00 น.
พบกับขบวนตรุษจีนมหาเฮง "The Power Of Luck, The Power Of Race" สามารถรับชมผ่าน Facebook Livestreaming: King Power official
18:40 น. เป็นต้นไป
พบกับกิจกรรม Lucky Fans! ทายใจศิลปินคนโปรด Ride
into luck with Sky Wongravee
ร่วมสนุกเป็น 1 ใน 48 Lucky Fans ขึ้นไปทายใจสกายบนม้าหมุน
พิเศษ!! เฉพาะสมาชิก POWER PASS ช้อปสินค้าภายในคิง เพาเวอร์
รางน้ำ วันที่ 12 ก.พ. 2569 ทุกๆ 800 บาท = รับ 1 สิทธิ์ร่วมสนุก
ข่าวที่ 3-ททท.“Happiness–เที่ยวภาคกลางบทใหม่ปั๊มตลาดทัวร์วัยเก๋า
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เปิดตัวโครงการ “Happiness
Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่
เติมไฟเติมฝัน” คาดหวังให้โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญสร้าง
“บทใหม่” ให้การท่องเที่ยวภาคกลาง
ตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งความสุข
พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัยอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน
ททท.จึงได้ร่วมภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสื่อประชาสัมพันธ์
4 ภาคีพันธมิตร ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด
(มหาชน) บริษัท โตโยต้า
มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท อะครอส เอเชีย จำกัด บริษัท ครีเอทีฟ มาก จำกัด
นำเสนอส่งมอบความสุข เชื่อมการเดินทางพักผ่อนควบคู่การค้นหาตัวตน
ผ่านกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์
(Experiential Tourism) เช่น
การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม งานศิลปะ วิถีชุมชน อาหารท้องถิ่น และกิจกรรมสร้างสรรค์
ช่วยเติมพลังใจและแรงบันดาลใจให้กลุ่มวัยคุณภาพออกเดินทางเที่ยวในประเทศกระจายทั่วเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว
“Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่
เติมไฟเติมฝัน” เป็นโครงการที่มุ่งขับเคลื่อนเมืองน่าเที่ยว/เมืองรองในภาคกลาง
รองรับโครงสร้าง “สังคมผู้สูงอายุ” เจาะกลุ่ม Gen X และสูงวัย 50 ปีขึ้นไป ซึ่งมีศักยภาพสูงและอำนาจซื้อสูง
มีเวลาว่าง ให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ผ่านการท่องเที่ยวตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ
แรงบันดาลใจ การเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่
โดย ททท. กับ บริษัท
พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เชิญชวนเที่ยวภาคกลาง 2 กิจกรรม ดังนี้
● กิจกรรมที่ 1 “50+ วัยเก๋า เติมไฟใจยังฟิต”
มอบสิทธิให้สมาชิก Max Card อายุ 50 ปีขึ้นไป เที่ยวภาคกลาง 17 จังหวัด รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ
ต่อที่ 1 : เติมน้ำมันที่ปั๊ม
PT สาขาภาคกลาง ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป รับแต้ม x2
ต่อที่ 2 : สะสมแต้ม Max Point จากการใช้จ่ายร้านค้าในเครือ PT สาขาภาคกลาง สูงสุด 5 อันดับรับสิทธิ์ร่วมเอ็กซ์คลูซีฟ ทริปจังหวัด
นครปฐม - ราชบุรี (รางวัลละ 2 ที่นั่ง)
วันที่ 13 -14 มีนาคม 2569
ลงทะเบียนร่วมกิจกรรมและดูเพิ่มเติมที่ https://bit.ly/4sR9EXi ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2569
● กิจรรมที่
2 “แจกดีลส่วนลด และสิทธิพิเศษ”
รับดีลส่วนลดกว่า 4,000 สิทธิ์ หรือ “จ่ายราคาพิเศษ”
เมื่อซื้อสินค้า และบริการท่องเที่ยวทั่วภาคกลาง 17 จังหวัด จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมกว่า
50 ราย ได้ทางแพลตฟอร์มพาทัวร์-Patois ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me (เมนู ไลฟ์สไตล์ & ท่องเที่ยว)
ททท. ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์
ประเทศไทย จำกัด บริษัท อะครอส เอเชีย จำกัด จัดกิจกรรม “Lost & found Trip เที่ยวปลุกไฟ
ใจปลุกฝัน” โดยร่วมกันออกแบบสินค้าและบริการในรูปแบบเส้นทางในเมืองน่าเที่ยวภาคกลาง
เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความสนใจ ความต้องการที่หลากหลาย
พานักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับรางวัลสัมผัสประสบการณ์กับ
“กิจกรรม “50+ วัยเก๋า
เติมไฟใจยังฟิต” ออกไปตามหาความฝันท่องเที่ยวนครปฐม - ราชบุรี
ทาง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย
จำกัด ได้สนับสนุนบริการมูลค่ามากกว่า 300,000 บาท ส่งเสริมการเดินทางหลากหลายรูปแบบภายใต้แนวคิด “Multi-Pathway” ให้ใช้ยานยนต์พลังงานทางเลือก
พร้อมพนักงานขับรถ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (BEV), รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
(PHEV) รถยนต์ไฮบริด (HEV)
นายอภิชัยกล่าวว่า ททท. ยังได้จัด “กิจกรรมออนไลน์”
เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคกลาง 17 จังหวัด
ร่วมกับ บริษัท ครีเอทีฟ
มาก จำกัด เปิดให้นักท่องเที่ยวบอกเล่าเรื่องราวความประทับใจแต่ละการเดินทางท่องเที่ยว
ผ่าน “โซเชียลมีเดีย” ของตนเอง ตั้งแต่กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2569 มูลค่ารวม 50,000
บาท เปิดให้ลุ้นรับโค้ดส่วนลดน้ำมัน PT 500 บาท 100 รางวัล
ติดตามรายละเอียดโครงการและโปรโมชั่นแคมเปญพิเศษได้ตามช่องทางหลัก
ๆ เช่น 1. เพจ PT Station 2.เพจ Maxme 3.เพจเที่ยวภาคกลาง 4.เพจ Happiness
Pathway 5.ช่องทางประชาสัมพันธ์ TOYOTA
ข่าวที่ 4-บิ๊กบางจากถอดรหัสลับFeasibility Studyสู่การตัดสินใจลงทุน
นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ รักษาการผู้จัดการใหญ่
กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
รับเชิญบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ (Feasibility Study)” เมื่อเร็ว ๆ
นี้ ให้นักศึกษาภาคพิเศษ โครงการ Flexible MBA ภาคเรียนที่ 2
ประจำปีการศึกษา 2568 คณะบริหารธุรกิจ
สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จึงได้ใช้เวทีนี้ถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทบางจาก
พร้อมแนวทางการปรับองค์กรสู่โลกยุคใหม่อย่างมั่นคง ภายใต้วิสัยทัศน์ “รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว”
โดยยกกรณีศึกษา 3 เรื่อง คือ 1.ธุรกิจผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน
(SAF) 2.โครงการ Fry to Fly นำน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วมาแปรรูปเป็นพลังงานสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมการบิน
ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
และขับเคลื่อนการบินไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน 3.ธุรกิจวินโนหนี้
(Winnonie) จากสตาร์ทอัพสู่แพลตฟอร์มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่อัตโนมัติ
พร้อมกับได้อธิบายหลักการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ
โดยวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ เช่น การตลาด การเงิน เทคโนโลยี กฎหมาย และทรัพยากร
ควบคู่กับการประมินความเสี่ยงและการใช้เครื่องมือ SWOT เพื่อจัดลำดับความสำคัญก่อนการลงทุน
รองรับความไม่แน่นอนจากปัจจัยรอบด้าน สร้างผลตอบแทน
และประโยชน์ตลอดกระบวนการส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ลูกค้า
โดยได้เน้นย้ำบทบาท “นักบริหารยุคใหม่” ต้องเข้าใจเป้าหมายองค์กร
ลูกค้า พร้อมปรับตัวค้นหาโอกาสใหม่ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายถึงความสำคัญเรื่อง “การส่งต่อความรู้”
จากรุ่นสู่รุ่น ยิ่งให้ยิ่งได้รับ
และสามารถส่งต่อได้ไม่สิ้นสุดเพื่อร่วมสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป
เช่นเดียวกับที่กลุ่มบริษัททำต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้
เป็นบทเรียนที่สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจพลังงานพร้อมขยายตัวได้อย่างมั่งคนยั่งยืน
ช่วงที่ 2 ได้เวลาเที่ยวภาคตะวันออก “เมืองระยอง” มุมใหม่ “สายสุขภาพ” สายฟิน
ล็อกคิว ไปวิ่งชมแหล่งท่องเที่ยวต่อเนื่องได้ตั้งแต่ กุมภาพันธ์-กันยายน 2569
เที่ยวได้สนุกด้วยกิจกรรมแข่งวิ่ง 6 งาน
แล้วฟัง “5 อย่างสร้างสัมพันธ์ทางสังคม” ช่วยทำให้อายุยืน
เกาะติดข่าวฮ็อต ๆ ข่าวแรก “ททท.นำธุรกิจไทย 36 ราย”
ร่วมมหกรรมขาย OTM ในมุมไบ ขยายตลาดอินเดียปี69 โกย 9.3 หมื่นล้าน ข่าวที่สอง “แอร์MOUการบินไทย” ขยายข้อตกลง FHSรับฝูงบินใหม่
A321neo
ท่องเที่ยว
–สุขทันทีเที่ยวระยองเทรนด์ใหม่สายสุขภาพกินฟิน 6 พิกัด
เที่ยวทะเลภาคตะวันออก ในมุมใหม่ ๆ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ระยอง ชวนสายสุขภาพ
บ้าพลัง ไป“สุขทันทีที่เที่ยวระยอง” เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน
สนุกสนานกับการท่องเที่ยวแนวใหม่ แข่งขันวิ่ง ลัดเลาะไปตามแหล่งท่องเที่ยว
และงานคาเฟ่ ทัวร์สวนผลไม้ 6 พิกัด
พิกัดที่ 1 สนุกกับแข่งขันวิ่งสินสมุทรรัน วันที่
22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่อนุสรณ์เรือรบประแส
ตำบลปากน้ำกระแส อำเภอแกลง ระยะทาง 21 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร
พิกัดที่ 2 ร่วมแข่งขันวิ่ง PALA RUN วันที่
22 มีนาคม 2569 ที่หาดพลา
อำเภอบ้านฉาง ระยะทาง 10 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร
พิกัดที่ 3 งานฉาง Modern Street Art 2026 A
city of art and Lifestyle
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม
2569 บริเวณ
โรงหนังบูรพาเธียเตอร์ อำเภอบ้านฉาง ศูนย์รวมงานศิลปะ สตรีทอาร์ต
แลนด์มาร์คสุดคลาสสิคเรื่องเล่าของชาวบ้านฉางพร้อมชวนทุกคนให้มาสัมผัส
ผลงานสร้างสรรค์จากคนในพื้นที่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
พิกัดที่ 4 งาน Mae Phim Coff & Crafts วันที่ 7 – 8 มีนาคม 2569
ชายหาดแหลมแม่พิมพ์
ตำบลสุนทรภู่ อำเภอแกลง เข้าฟรี มาแล้วได้มาแค่งานกาแฟ มีทั้ง art
workshop, crafts, flea market สายกาแฟ สายคราฟท์ สายชิว คนคูลๆ มาเลย
มาซึมซับบรรยากาศริมชายหาดกัน พร้อมกับฟังดนตรีฟรีกับ DJ ได้ตลอดทั้งวัน
พิกัดที่ 5 แข่งขันวิ่ง Rayong Fruit Farm Run วันที่ 7 มิถุนายน 2569 ณ
ตลาดกลางผลไม้ตะพง ตำบลตะพง อำเภอเมือง ระยะทาง
21 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร วิ่งเข้าสวนผลไม้ในเขตอำเภอเมืองระยอง
– อำเภอบ้านค่าย ชมวิถีชาวสวนผลไม้
แหล่งผลิตทุเรียนขึ้นชื่อของเมืองไทย
พิกัดที่ 6 การแข่งขันวิ่งวัดละหารไร่
วันที่ 13 กันยายน
2569 ณ วัดละหารไร่
อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง จัดการแข่งขันวิ่งระยะทาง 21 กิโลเมตร, 10 กิโลเมตร, 5 กิโลเมตร
ออกกำลัง พร้อมร่วมทำบุญ
กราบขอพรรูปหล่อเกจิอาจารย์ของภาคตะวันออก “หลวงปู่ทิม”
ททท.สำนักงานระยอง ขอเชิญนักท่องเที่ยวและผู้รักสุขภาพทั่วประเทศ
มาร่วมสัมผัสประสบการณ์
ท่องเที่ยวไปกับเสน่ห์หลากหลายของจังหวัดระยอง สุขทันที… เมื่อมาเที่ยวระยอง ยินดีต้อนรับทุกท่าน
ดูเพิ่มได้ทางออนไลน์ผ่าน
In box : แฟนเพจ https://www.facebook.com/ททท.สำนักงานระยอง
สุขภาพ –5อย่างสร้างสัมพันธ์ทางสังคมกับคนรอบข้างช่วยทำให้อายุยืน
ความสัมพันธ์ทางสังคมกับ Longevity
—โดยมีเพื่อนและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญที่มนุษย์ควรนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม หรือ Social
Connection คือพลังของ Longevity
หลายงานวิจัยระดับโลกยืนยันถึง “5เหตุผลอยู่กับคนที่ใช่…อายุยืนขึ้นได้จริง” ดังนี้
“ความสัมพันธ์ทางสังคม”
ทั้งเพื่อน ครอบครัว และคนรอบตัวช่วยให้เรามีอายุยืนขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ลดความเหงา แต่ส่งผลต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจแบบลึกซึ้ง เหตุผลที่การมีคนข้าง ๆ ถึงช่วยให้เราแข็งแรงขึ้นได้จริง ดังนี้
1.ลดความเครียดเรื้อรัง
: การมีคนให้คุยด้วย ช่วยลดฮอร์โมนความเครียด (Cortisol)
ทำให้เรานอนดีขึ้น ภูมิคุ้มกันดีขึ้น
และหัวใจทำงานมีประสิทธิภาพกว่าเดิม
2.ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
29% : มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่โดดเดี่ยวทางสังคม
มีความเสี่ยงโรคหัวใจสูงกว่าคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีอย่างชัดเจน
3.ลดโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้า
: การได้หัวเราะ พูดคุย หรืออยู่กับคนที่เรารัก
ช่วยหลั่งสารแห่งความสุข เช่น เซโรโทนิน และโดปามีน
ทำให้อารมณ์ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
4.อายุยืนขึ้นจริง
— พิสูจน์จากงานวิจัย 148 ชิ้น : การมีความสัมพันธ์ที่ดี
“เพิ่มโอกาสอายุยืนขึ้นถึง 50%” เมื่อเทียบกับคนที่อยู่ลำพัง
5.ทำให้ดูแลสุขภาพได้ดีขึ้น
: เพราะคนรอบตัวช่วยเตือนให้กินข้าว ทานยา พาไปตรวจสุขภาพ
หรือชวนออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพดีขึ้นแบบยั่งยืน
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ททท.นำเอกชนร่วมขายOTMปี69โกยรายได้อินเดีย9.3หมื่นล้าน
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. นำผู้ประกอบการไทย 36 ราย ร่วมงานส่งเสริมการขาย Outbound
Travel Mart (OTM) 2026 เมื่อ 5-7 กุมภาพันธ์ 2569
ที่ Jio Convention Centre ที่เมืองมุมไบ
อินเดีย นำเสนอเสน่ห์การท่องเที่ยวไทย เชื่อมโอกาสธุรกิจและสร้างเครือข่าย
เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มเดินทางพักผ่อนและคุณภาพสูง และโชว์ศิลปวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด
“Healing is the New Luxury” คาดสร้างดีลธุรกิจไม่น้อยกว่า 5,000
นัดหมาย และเงินสะพัดราว 366 ล้านบาท ปี 2569
จะทำให้ตลาดอินเดียมาไทยเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน
งาน OTM 2026 เป็นงานส่งเสริมการขายเน้นจับคู่เจรจาธุรกิจ (B2B) ระดับนานาชาติขนาดใหญ่ในภูมิภาคเอเชียใต้และภาคตะวันตกของอินเดีย ปีนี้มีทั่วโลกเข้าร่วมกว่า60
ประเทศ เปิดคูหาจัดแสดงกว่า 1,600 คูหา ททท.
เข้าร่วมครั้งที่ 13 โดยเปิดคูหาขนาด 200 ตารางเมตร นำเสนอเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยสร้างบรรยากาศเจรจาธุรกิจ
เชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวไทยอย่างใกล้ชิดกับผู้ซื้อจากอินเดีย กระตุ้นเป้าหมาย 4
ตลาด 1.กลุ่มเดินทางพักผ่อน (Leisure) 2.ท่องเที่ยวครั้งแรก (First Visit) 3.คนรุ่นใหม่ (Millennials) 4.กลุ่มคุณภาพสูง (Quality
Travelers)
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยตัวแทนผู้ขายมี 36 ราย
ได้แก่ โรงแรมและที่พัก 17 ราย บริษัทนำเที่ยว 11 ราย แหล่งท่องเที่ยว 7 ราย
สายการบิน 1 ราย ร่วมสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานนักท่องเที่ยวตลาดอินเดีย
เพิ่มขีดความสามารถนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยกับผู้ประกอบการอินเดีย ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailand ภายใต้แคมเปญ Healing is the New
Luxury
สำหรับอินเดียเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูงตั้งแต่ 1 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2569 มาท่องเที่ยวไทยแล้ว
ทั้งสิ้น 256,782 คน ติดอันดับ 4
ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยมากที่สุด ตอกย้ำความนิยมไทยคือจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอินเดียต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี
2567 มีกว่า 2.1 ล้านคน ปี 2568 มามากถึง 2.49 ล้านคน สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ สร้างรายได้ท่องเที่ยวกว่า 87,749.18 ล้านบาท
ปี 2569 ททท.
คาดว่าจะส่งเสริมให้ตลาดอินเดียเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน และสร้างรายได้กว่า 93,000
ล้านบาท ด้วยการมุ่งส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน
กระตุ้นนักท่องเที่ยวกลุ่ม เดินทางมาพักผ่อน อย่าง มิลเลนเนียลส์ ครอบครัว สูงวัย
นักท่องเที่ยวสตรี/ผู้หญิง และกลุ่มศักยภาพต่าง ๆ ได้แก่ อินเซ็นทีฟ
แต่งงานและจัดเฉลิมฉลอง หรูหรา และท่องเที่ยวเชิงกีฬา มุ่งทำงานกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยตามกรอบ
SDG มากขึ้น
ส่วนปัจจัยสนับสนุนสำคัญตลาดอินเดียเลือกมาเที่ยวเมืองไทย
ได้แก่
1.การเดินทางใช้เวลาบินเพียง 2-4
ชั่วโมง ด้วยเที่ยวบินตรงกว่า
10 สายการบิน
โดยมีจำนวนที่นั่งโดยสารรองรับตลอดปีกว่า 3,835,214 ที่นั่ง หรือกว่า 19,132 เที่ยวบิน
2.นักท่องเที่ยวอินเดียคุ้นเคยกับไทยเป็นอย่างดี
มีนักท่องเที่ยวที่เดินทางครั้งแรก 58.50 % เดินทางซ้ำ 41.50
% นิยมเดินทางด้วยตนเองช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเดือนธันวาคมต่อเนื่องมกราคม–กลางเดือนกุมภาพันธ์
ของทุกปี โดยเฉพาะ 3 กลุ่มหลัก 1.คู่แต่งงานชอบเดินทางเพื่อการพักผ่อน
2.การทำงานควบคู่การท่องเที่ยว (Workation) 3.การเฉลิมฉลองงานแต่งงานหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 38,340
บาท/คน/ทริป และพำนักเฉลี่ย 7.11 คืน
ขณะที่ กลุ่มมิลเลนเนียลส์ และ Gen Z ของอินเดียถือเป็นกำลังหลักในการเดินทางออกนอกประเทศ
จึงมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายตัวในเมืองรอง เช่น ปูเน่ อาร์เมดาบัด อัมริตซาร์
และลักนาว มีกลุ่นักท่องเที่ยวศักยภาพสูงเพิ่มขึ้น เช่น คู่แต่งงาน (Destination
Wedding) Wellness Retreats และการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย
ตลอดจนกลุ่มกลุ่มเจเนเรชั่นวัยรุ่น
ข่าวที่สอง
–แอร์บัส-การบินไทยขยายข้อตกลงFHSรับฝูงบินใหม่A321neo
“แอร์บัส” ประกาศจับมือ บริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) ลงนามข้อตกลงขยายการสนับสนุนชิ้นส่วนภายใต้โครงการ
การบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศยานแบบครบวงจรของแอร์บัส
โดยคิดค่าใช้จ่ายตามชั่วโมงการบิน (Flight
Hour Services: FHS) ครอบคลุมฝูงบินรุ่นใหม่ A321neo เริ่มทยอยเข้าประจำการตั้งแต่ปี 2568
“ข้อตกลงระยะยาวฉบับนี้”
ครอบคลุมบริการด้านชิ้นส่วนที่หลากหลาย เช่น การจัดเก็บชิ้นส่วนประจำ ในสถานที่ปฏิบัติงาน
การเข้าถึงคลังชิ้นส่วนกลาง บริการซ่อมแซมชิ้นส่วนที่ฐานปฏิบัติการหลักของการบินไทยในกรุงเทพฯ โดยการบินไทยยังจะได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของแอร์บัส
และทีมผู้แทนบริการ FHS ประจำภูมิภาค
จะให้การสนับสนุนด้านปฏิบัติการอย่างใกล้ชิดด้านงานบำรุงรักษาประจำวัน และช่วยเพิ่มความพร้อมใช้งานของฝูงบินและความสามารถคาดการณ์ต้นทุนด้วย
“ข้อตกลง FHS” ฉบับแรกของการบินไทยเริ่มขึ้นในปี
2555 โดยได้ลงนามเพื่อรับการสนับสนุนชิ้นส่วนสำหรับเครื่องบิน
A320ceo 20 ลำ
ล่าสุดทั้งสองฝ่ายได้ตกลงขยายขอบเขตของข้อตกลงให้ครอบคลุมเครื่องบิน A321neo 32 ลำ สะท้อนถึงการบินไทยมีความเชื่อมั่นแอร์บัสต่อโซลูชันสนับสนุนงานบำรุงรักษาครบวงจรและเชื่อถือได้
“นายอานันท์ สแตนลีย์”
ประธานแอร์บัส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า การขยายข้อตกลง FHS กับการบินไทยเพื่อสนับสนุนฝูงบิน A321neo ตอกย้ำความร่วมมืออันแข็งแกร่งที่มีมายาวนาน ที่แอร์บัสมุ่งมั่นสนับสนุนกลยุทธ์ปรับปรุงฝูงบินของสายการบินให้ทันสมัย
ผ่านการสนับสนุนชิ้นส่วนครบวงจรควบคู่กับมีทีมวิศวกรรมในพื้นที่
แอร์บัสมีส่วนช่วยให้การบินไทยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานนำอากาศยานทางเดินเดียวเจเนอเรชันใหม่เข้าประจำการ
“Airbus FHS” ได้นำเสนอโซลูชันด้านการบำรุงรักษาที่ยืดหยุ่นและครอบคลุม
ออกแบบมาเพื่อช่วยให้สายการบินเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานฝูงบินสูงสุด
ควบคู่ลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม ผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกของแอร์บัส
ขีดความสามารถด้านดิจิทัลขั้นสูง การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกขับเคลื่อนด้วยข้อมูล FHS ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและความเชื่อถือได้ในการปฏิบัติการ
Airbus
FHS เป็นผู้นำระดับโลกด้านการสนับสนุนชิ้นส่วนในรูปแบบการสนับสนุนชิ้นส่วนตามชั่วโมงการใช้งาน(Power-by-the-Hour) มอบโซลูชันการบำรุงรักษาระยะยาวที่แน่นอนและคาดการณ์ต้นทุนให้สายการบินทั่วโลกได้
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.


.jpg)







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น