วันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ททท.-CEAนำร่องต้นแบบ“แบรนด์เมืองสร้างสรรค์”9จังหวัด

ททท.-CEAนำร่องต้นแบบ“แบรนด์เมืองสร้างสรรค์”9จังหวัด

ปั้นจุดขายเทรนด์ตลาดคุณภาพสูง“น่าอยู่/ลงทุน/เที่ยว/ยั่งยืน”

 

ททท.จับมือ CEA เปิดโครงการ "แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” (Creative City Branding) นำร่อง 9 จังหวัด 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #CEA #แบรนด์เมืองสร้างสรรค์

ททท.แท็กทีม CEA ลุยปั้นต้นแบบ “แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” นำร่อง 4 ภาค 9 จังหวัด ลุยขับเคลื่อนแล้วตั้งแต่วันนี้-ส.ค.69 เดินหน้ารังสรรค์ทุนวัฒนธรรม “เนรมิตเมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์” ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพสูง “น่าอยู่-น่าลงทุน-น่าเที่ยว-ยั่งยืน”



            นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) “CEA” ทำต้นแบบ “แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” (Creative City Branding) นำร่อง 9 จังหวัด ได้แก่ “ภาคกลาง” 3 จังหวัด คือ เพชรบุรี ราชบุรี สิงห์บุรี “ภาคอีสาน” 3 จังหวัด คือ สกลนคร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี “ภาคใต้” 2 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช ปัตตานี  “ภาคเหนือ” 1 จังวัด คือ ลำพูน  โดยได้ทำเปิดตัวโครงการ “เนรมิตเมือง”: สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์” (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets) พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ TCDC กรุงเทพฯ และประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์   มุ่งปลดล็อกศักยภาพ “อัตลักษณ์เมือง” เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยว ร่วมกันยกระดับเมืองไทยให้ “น่าอยู่ - น่าลงทุน - น่าเที่ยว” อย่างยั่งยืน”


โครงการดังกล่าวจะกลไกสำคัญในการถ่ายทอด “DNA ของเมือง” สร้างคุณค่าในระยะยาว “เมืองที่น่าเที่ยว ต้องเริ่มจากการเป็นเมืองที่น่าอยู่” ด้วยคุณภาพชีวิตและอัตลักษณ์ที่เข้มแข็งของคนในพื้นที่ เป็นรากฐานสำคัญดึงดูดผู้มาเยือนและผู้คนสนใจลงทุน สร้างจุดเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่มูลค่าด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงาน ททท. มุ่งส่งมอบ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” (Meaningful Travel) ผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand: Feel All the Feelings” ช่วยดึงอารมณ์ ความรู้สึก และเรื่องราวเฉพาะตัวแต่ละพื้นที่มาเป็นจุดขายหลัก ภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” สร้างคุณค่าเหนือกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว



“เนรมิต” เมืองไทย ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ :

ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองต่าง ๆ โดดเด่นเรื่องต้นทุนทางวัฒนธรรมและสังคมที่แข็งแกร่ง ส่วนความท้าทายสำคัญคือขาดกลไกแปลงต้นทุนเหล่านี้เป็น “มูลค่าทางเศรษฐกิจ” อย่างเป็นระบบ เมืองที่ผ่านมาการพัฒนามักแยกส่วนขาดเชื่อมโยง “DNA ของเมือง” เข้ากับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุน

โครงการ “เนรมิตเมือง” : สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth City: Branding Cities into Creative Assets)” จึงเกิดขึ้นเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานด้านยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง (City Branding Strategy) นำร่อง 9 เมือง ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนเมืองที่มีทรัพยากรเดิม ให้กลายเป็นเมืองที่มี “สินทรัพย์สร้างสรรค์”

ทาง CEA เชื่อมั่นเมืองไทยมีศักยภาพ แต่ขาดระบบการจัดการแปลงให้เป็นพลังทางเศรษฐกิจ โครงการนี้คือ “ยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง” ทำได้มากกว่าการออกแบบโลโก้ สโลแกน หรือมาสคอต จะได้กำหนดทิศทางอนาคตของตนเองบนพื้นฐานตามอัตลักษณ์ที่แท้จริง  “แบรนด์เมือง” อย่างเข้มแข็งเป็นเครื่องมือสำคัญเชื่อมโยงนโยบาย การลงทุน ดึงดูดความร่วมมือจากระดับประเทศและนานาชาติ

โครงการนี้จะดำเนินการผ่าน 3 ขั้นตอน ระหว่างมกราคม - สิงหาคม 2569 ได้แก่

1.การกำหนดกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เมืองที่ชัดเจน (City Brand Strategy)

2.การออกแบบและทดลองใช้แบรนด์เมืองผ่านกิจกรรมในพื้นที่จริง (Brand Activation)

3.การพัฒนาอัตลักษณ์แบรนด์เมืองเพื่อประยุกต์ใช้ในมิติต่าง ๆ เช่น สินค้า บริการ และสภาพแวดล้อมเมือง (Brand Identity Development)

 


“แบรนด์เมือง” กับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไทย :

“แบรนด์เมือง” จะกลายเป็นกลไกสำคัญสร้าง “มูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ของเมือง” ระดับนานาชาติ หลายเมืองใช้แนวคิด City & Place Branding เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์พัฒนาควบคู่กันทั้งการพัฒนาและเศรษฐกิจ เช่น ฮอกไกโด และคุมาโมโตะ ในญี่ปุ่น ปอร์โต ในโปรตุเกส โพรวองซ์ -กราซ-และคานส์ ในฝรั่งเศส ล้วนใช้ “ตัวตนของเมือง” เป็นฐานสร้างเศรษฐกิจใหม่

โครงการ “เนรมิตเมือง” ของไทยก็มีทิศทางการพัฒนาเมือง “น่าอยู่ - น่าลงทุน - น่าเที่ยว” ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ประกอบด้วย

1.ยกระดับคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมเมืองเพื่อดึงดูดบุคลากรและคนรุ่นใหม่ (Talent Attraction)

2.สร้างโอกาสทางการลงทุนและการพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่

3.ต่อยอดสู่สินค้าและบริการสร้างสรรค์ (Creative Products & Services)

4.ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและเชิงสร้างสรรค์

ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้ “CEA” จะทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” วางระบบคิดเชิงสร้างสรรค์ ส่วน “ททท.” จะบูรณาการแบรนด์เมืองเข้ากับการสร้างสรรค์สินค้าและและบริการท่องเที่ยวให้มีอัตลักษณ์โดดเด่น มุ่งจะยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น ไปพร้อมกับใช้เครือข่ายทางการตลาดของ ททท. ทั้งในและต่างประเทศ เดินหน้าประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้ทั่วโลกเข้าถึงเสน่ห์ไทย

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การบินไทยปี68กำไรสุทธิ30,940 ล้านบาท -ปี’69บินอัมสเตอร์ดัม-ก.ค.เพิ่มความถี่จีน&อินเดีย

การบินไทยปี 68 โชว์กำไรสุทธิอู้ฟู่ 30,940 ล้านบาท ปี ’69 บินอัมสเตอร์ดัม-ก.ค.เพิ่มความถี่จีน & อินเดีย การบินไทยปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 30...