ททท.-CEAนำร่องต้นแบบ“แบรนด์เมืองสร้างสรรค์”9จังหวัด
ปั้นจุดขายเทรนด์ตลาดคุณภาพสูง“น่าอยู่/ลงทุน/เที่ยว/ยั่งยืน”
ททท.จับมือ CEA เปิดโครงการ "“แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” (Creative City Branding) นำร่อง 9 จังหวัด
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #CEA #แบรนด์เมืองสร้างสรรค์
ททท.แท็กทีม
CEA ลุยปั้นต้นแบบ “แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” นำร่อง 4
ภาค 9 จังหวัด ลุยขับเคลื่อนแล้วตั้งแต่วันนี้-ส.ค.69 เดินหน้ารังสรรค์ทุนวัฒนธรรม “เนรมิตเมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์”
ยกระดับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพสูง “น่าอยู่-น่าลงทุน-น่าเที่ยว-ยั่งยืน”
นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
ททท.ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) “CEA” ทำต้นแบบ “แบรนด์เมืองสร้างสรรค์” (Creative City
Branding) นำร่อง 9 จังหวัด ได้แก่ “ภาคกลาง” 3 จังหวัด คือ เพชรบุรี ราชบุรี สิงห์บุรี “ภาคอีสาน” 3 จังหวัด คือ สกลนคร ศรีสะเกษ อุบลราชธานี “ภาคใต้” 2 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช ปัตตานี “ภาคเหนือ” 1 จังวัด
คือ ลำพูน โดยได้ทำเปิดตัวโครงการ “เนรมิตเมือง”:
สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์” (Neramyth City: Branding
Cities into Creative Assets) พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU)
เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ TCDC กรุงเทพฯ และประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ มุ่งปลดล็อกศักยภาพ
“อัตลักษณ์เมือง” เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน คนรุ่นใหม่
และนักท่องเที่ยว ร่วมกันยกระดับเมืองไทยให้ “น่าอยู่ - น่าลงทุน - น่าเที่ยว”
อย่างยั่งยืน”
โครงการดังกล่าวจะกลไกสำคัญในการถ่ายทอด
“DNA ของเมือง” สร้างคุณค่าในระยะยาว “เมืองที่น่าเที่ยว
ต้องเริ่มจากการเป็นเมืองที่น่าอยู่” ด้วยคุณภาพชีวิตและอัตลักษณ์ที่เข้มแข็งของคนในพื้นที่
เป็นรากฐานสำคัญดึงดูดผู้มาเยือนและผู้คนสนใจลงทุน สร้างจุดเปลี่ยนผ่านจากการท่องเที่ยวเชิงปริมาณสู่มูลค่าด้วยคุณภาพอย่างแท้จริง
สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงาน ททท. มุ่งส่งมอบ “ประสบการณ์ที่มีความหมาย” (Meaningful
Travel) ผ่านแคมเปญ “Amazing Thailand: Feel All the
Feelings” ช่วยดึงอารมณ์ ความรู้สึก และเรื่องราวเฉพาะตัวแต่ละพื้นที่มาเป็นจุดขายหลัก
ภายใต้แนวคิด “Value Over Volume” สร้างคุณค่าเหนือกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว
● “เนรมิต”
เมืองไทย ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์ :
ดร.
ชาคริต พิชญางกูร
ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเมืองต่าง
ๆ โดดเด่นเรื่องต้นทุนทางวัฒนธรรมและสังคมที่แข็งแกร่ง ส่วนความท้าทายสำคัญคือขาดกลไกแปลงต้นทุนเหล่านี้เป็น
“มูลค่าทางเศรษฐกิจ” อย่างเป็นระบบ เมืองที่ผ่านมาการพัฒนามักแยกส่วนขาดเชื่อมโยง
“DNA ของเมือง”
เข้ากับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุน
โครงการ
“เนรมิตเมือง” : สร้างแบรนด์เมืองสู่สินทรัพย์สร้างสรรค์ (Neramyth
City: Branding Cities into Creative Assets)” จึงเกิดขึ้นเพื่อวางโครงสร้างพื้นฐานด้านยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง
(City Branding Strategy) นำร่อง 9 เมือง ตั้งเป้าหมายเปลี่ยนเมืองที่มีทรัพยากรเดิม
ให้กลายเป็นเมืองที่มี “สินทรัพย์สร้างสรรค์”
ทาง CEA เชื่อมั่นเมืองไทยมีศักยภาพ แต่ขาดระบบการจัดการแปลงให้เป็นพลังทางเศรษฐกิจ
โครงการนี้คือ “ยุทธศาสตร์แบรนด์เมือง” ทำได้มากกว่าการออกแบบโลโก้ สโลแกน หรือมาสคอต
จะได้กำหนดทิศทางอนาคตของตนเองบนพื้นฐานตามอัตลักษณ์ที่แท้จริง “แบรนด์เมือง” อย่างเข้มแข็งเป็นเครื่องมือสำคัญเชื่อมโยงนโยบาย
การลงทุน ดึงดูดความร่วมมือจากระดับประเทศและนานาชาติ
โครงการนี้จะดำเนินการผ่าน
3 ขั้นตอน ระหว่างมกราคม - สิงหาคม 2569 ได้แก่
1.การกำหนดกลยุทธ์การสร้างแบรนด์เมืองที่ชัดเจน
(City Brand Strategy)
2.การออกแบบและทดลองใช้แบรนด์เมืองผ่านกิจกรรมในพื้นที่จริง
(Brand Activation)
3.การพัฒนาอัตลักษณ์แบรนด์เมืองเพื่อประยุกต์ใช้ในมิติต่าง
ๆ เช่น สินค้า บริการ และสภาพแวดล้อมเมือง (Brand Identity Development)
● “แบรนด์เมือง”
กับผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจไทย :
“แบรนด์เมือง” จะกลายเป็นกลไกสำคัญสร้าง
“มูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ของเมือง” ระดับนานาชาติ หลายเมืองใช้แนวคิด City
& Place Branding เป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์พัฒนาควบคู่กันทั้งการพัฒนาและเศรษฐกิจ
เช่น ฮอกไกโด และคุมาโมโตะ ในญี่ปุ่น ปอร์โต ในโปรตุเกส โพรวองซ์ -กราซ-และคานส์ ในฝรั่งเศส
ล้วนใช้ “ตัวตนของเมือง” เป็นฐานสร้างเศรษฐกิจใหม่
โครงการ
“เนรมิตเมือง” ของไทยก็มีทิศทางการพัฒนาเมือง “น่าอยู่ - น่าลงทุน - น่าเที่ยว” ช่วยสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ประกอบด้วย
1.ยกระดับคุณภาพชีวิตและสภาพแวดล้อมเมืองเพื่อดึงดูดบุคลากรและคนรุ่นใหม่
(Talent Attraction)
2.สร้างโอกาสทางการลงทุนและการพัฒนาผู้ประกอบการในพื้นที่
3.ต่อยอดสู่สินค้าและบริการสร้างสรรค์
(Creative Products & Services)
4.ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงคุณค่าและเชิงสร้างสรรค์
ขณะที่ความร่วมมือครั้งนี้
“CEA” จะทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” วางระบบคิดเชิงสร้างสรรค์
ส่วน “ททท.”
จะบูรณาการแบรนด์เมืองเข้ากับการสร้างสรรค์สินค้าและและบริการท่องเที่ยวให้มีอัตลักษณ์โดดเด่น
มุ่งจะยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และชุมชนท้องถิ่น ไปพร้อมกับใช้เครือข่ายทางการตลาดของ
ททท. ทั้งในและต่างประเทศ เดินหน้าประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้ทั่วโลกเข้าถึงเสน่ห์ไทย





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น