“ดร.ศุภวรรณ”บิ๊กTCEBนำไมซ์ไทยปี’69ขานรับ2เทรนด์โลก
ชู2อุตฯโกยรายได้“เศรษฐกิจสร้างสรรค์-โรงงานผลิตขั้นสูง”
9เดือนปีม้าฝ่าโจทย์ยากฟื้นตลาด“คอนเวนชั่น”ไทย+อินเตอร์
ระดมทุกกระทรวงร่วมแคมเปญOne
Ministry One Convention
ชวนฉลองตรุษจีนที่คิง เพาเวอร์“ช้อป-ไหว้-กิน-เที่ยว-รับโชค”
คิงเพาเวอร์รางน้ำชวนสายแฟแวะมาช้อปด่วน3แบรนด์ใหม่
WINTER SPECIALช้อปฉ่ำที่คิงเพาเวอร์ออนไลน์ลดเลย20%
ททท.จัดใหญ่ตรุษจีน“เยาวราช-หาดใหญ่”รายได้4.23หมื่นล้าน
บางจากหนุนกอล์ฟช้าง–เจ็นซ์กอล์ฟทัวร์”ลุยทำClimate Action
TCEBชูแผนใหม่ไมซ์ปี’69ทำแบรนด์ประเทศไทยปั๊ม1.6แสนล้าน
สุขทันทีเที่ยวตามรอยลิซ่าFeelingsสัมผัสเสน่ห์ไทย12เส้นทาง
รู้ไว้!!อาหาร 8ชนิดกินเข้าไปแล้วมีระยะการย่อย30-300 นาที
ศูนย์ฯสิริกิติ์นำศูนย์ประชุมไทยคว้าครั้งแรกรางวัลดีสุดในเอเชีย
แอร์บัสคาด10ปีหน้าการบินเอเชียปี78พุ่ง138,700 ล้านดอลล์
วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เที่ยวไทยไปกับsLisa
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...ฟังสดจากLink...https://www.facebook.com/share/v/18CwD8eZdu/
ช่วงที่
1 ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์
ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” ลั่นอุตฯไมซ์ไทยศักราชใหม่จัดทัพใหม่รับ 2 เทรนด์โลก เทรนด์แรก “เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ :Creative Economy” ใช้จุดแข็งอุตสาหกรรมอาหาร
สุขภาพ เฮลท์เวลเนส และกระแสใหม่ Longivity:การทำให้มีอายุยืน
เทรนด์ที่ 2 ลุย“การผลิตขั้นสูง : Advance
Manufacturing” ดึงงานไมซ์ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หมุนเวียนมาไทย
ช่วยแปลงโฉมโรงงานผลิตด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ด้วย IA โรบ็อต
และไฮเทคโนโลยี ช่วงที่เหลือ 9 เดือน ปีงบ69 ม.ค.-ก.ย.เร่งบู๊ส “คอนเวนชั่น” ฝ่าโจทย์ยาก
“จำนวนและขนาดงานหดตัว-บาทแข็งส่งผลให้การจัดไมซ์ในไทยต้นทุนสูง” ชูใช้แคมเปญ “One
Ministry One Convention :หนึ่งองค์กรหนึ่งการประชุมขนาดใหญ่”
จ่อเพิ่มอีกแคมเปญเด็ด “สนับสนุนเงินลงทุนจัดคอนเว็นชั่นทั่วไทย”
ดร.ศุภวรรณ
ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ปี 2569
พร้อมจะนำทีเส็บขยายฐานตลาดไมซ์ ไม่ใช่การท่องเที่ยว
แต่ซเป็นเครื่องมือหรือกลไกเจรจาธุรกิจทำให้เกิดการค้าการลงทุนครบทั้ง 4 ส่วน คือ “M-I-C-E” ทั้งทางด้านการจัดประชุมสัมมนา
(Meeting) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) การจัดแสดงสินค้า (Exhibition)
และการจัดประชุมนานาชาติ (Convention) เพิ่มใหม่อีก 2
ส่วน คือ Event :กิจกรรมขนาดใหญ่ และ
Festival : งานเทศกาล ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกใช้งานไมซ์ขับเคลื่อน
เพราะทุกครั้งที่มีนักธุรกิจ นักลงทุน หรือกลุ่มนักวิชาการมารวมตัวกัน
ก็จะเกิดการสร้างเครือข่ายและนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้น
ดังนั้น
MICE จึงเป็นกลไกขับเคลื่อนท่องเที่ยวก่อนและหลังการจัดงานในลักษณะ
"Bleisure"
ระหว่าง การเดินทางเชิงธุรกิจ
(Business) กับการพักผ่อน (Leisure) ของคนทั่วโลกที่มาไทยเพื่อร่วมงานใดงานหนึ่งแล้วผสมผสานการทำงานกับการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน
ปี 2569 มองเห็น 2 เทรนด์ใหม่ ที่จะสร้างการเติบโตให้ไทย
และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตามโครงสร้าง ประกอบด้วย
เทรนด์แรก “เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ :Creative Economy” ทีเส็บจะผลักดัน “ประเทศไทย” เป็นจุดหมายปลายทางสอดคล้องกับศักยภาพที่มีขีดความสามารถรองรับอุตสาหกรรมเชิงนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี พร้อมจะเป็นแกน “ทำให้เกิดประโยชน์ได้หลายรูปแบบ” ควบคู่ไปกับอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้ว โดยสามารถ “สร้างมูลค่าเพิ่ม” ได้มากขึ้น เพื่อเป็นแรงส่งด้านสินค้าที่มีบริการมากกว่าการเข้าร่วมงานไมซ์เพียงอย่างเดียว
รวมทั้งการเดินทางมางานไมซ์ในไทยจะต้องมี
“ประสบการณ์ร่วม” ไฮไลต์อย่างเรื่องอุตสาหกรรมอาหาร ต้องเน้น “อาหารแห่งอนาคต/Future Food”
ตอนนี้จะมีงาน THAIFEX – ANUGA ASIA มาจัดในไทยช่วงเดือนพฤษภาคมทุกปี
ซึ่งมีสินค้าเติบโตเพิ่มขึ้นมากคืออาหารแห่งอนาคต
เทรนด์ที่ 2 “การผลิตขั้นสูง :
Advance Manufacturing” โลกและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กำลังก้าวสู่การใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีสมัยใหม่ ระบบอัจฉริยะ AI, IoT, หุ่นยนต์,
3D Printing, ข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง ซึ่งมีโรงงานผลิตโปรดักซ์หลากหลายรองรับจำนวนมาก ตัวอย่าง
ทางด้านการแพทย์ เวลเนส สินค้าที่ช่วยอายุยืน
เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันทั้งไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ล้วนเป็นประเทศพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายด้าน การเกษตร อุตสาหกรรมแพทย์ เฮลท์แคร์ เสริมด้วยเรื่องอาหาร โรงงาน เป็นประเทศผลิตอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลาย ซึ่งต้องการนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาสร้างความมั่งคั่ง
แล้วในอุตสาหกรรมเป้าหมาย ยังมีเรื่องงานไมซ์การประชุมคุณหมอและแพทย์ศาสตร์ในไทยมีปีละกว่า 200 งาน โดยเฉพาะปี 2569 ไทยได้รับเลือกเป็นสถานที่จัดงาน Global Wellness Summit 2026 งาน Global Health Care โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานเจ้าภาพ เป็นกลุ่มที่เติบโตครอบคลุมทั้ง Health (สุขภาพ) +Wellness(ดูแลสุขภาพองค์รวม)+Longivity(การมีอายุยืน) โดยใช้ศาสตร์ “food Add Medicine :การกินอาหารและยา” ซึ่งมีผู้จัดงานมาทำเป็นทั้งคอนเฟอร์เรนซ์และสินค้า อย่าง ไวต้าวิตามิน
ขณะนี้ซีรีย์อุตสาหกรรมอาหารและการการเกษตรในโลกยุคปัจจุบันได้แตกแยกย่อยซับเซ็ตเป็นสินค้าต่าง
ๆ อีกมากมาย รวมทั้งเมดิคัล ซึ่งผนวกรวมกับเวลเนส การมีอายุยืนยาว เข้าไว้ด้วยกัน
นอกจากนี้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังมีงานอีเวนต์รายการเด่น ๆ อย่าง SYNTECH, E-SPORT ,Geamscom เกมโชว์ใหญ่สุดในโลก จัดที่เมืองโคโลญจน์ เยอรมัน โคลนนิ่งมาจัดในภูมิภาคเอเชีย หรือ Beaty and Cosmatic เพราะประเทศแถบนี้เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสมุนไพรหลากหลาย
สำหรับ “เศรษฐกิจอายุวัฒน์ หรือ Longevity Economy” ตอนนี้ทีเส็บได้เปิดโปรไฟลต์ใหม่ให้ต่างชาติเข้ามา “ประเทศไทย” เป็นฐานเพราะทุกอุตสาหกรรม “การออกแบบหรือดีไซน์” ทางด้านสถาปัตยกรรม เฟอร์นิเจอร์ไฟล์สไตล์ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มได้สอดคล้องตามเป้าหมาย
“Longivity Economy” ปัจจุบันเป็นเมกะเทรนด์โลกตอบโจทย์ตลาดที่มีกำลังซื้อสูง
กลายเป็นพลังทางเศรษฐกิจใหม่ที่เกิดจากการที่มนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้น
โดยไม่ใช่แค่การดูแลผู้สูงอายุ แต่เน้นการยืดช่วงเวลาของการมีสุขภาพดี (Healthspan) ทำให้เกิดความต้องการสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์
เทคโนโลยี (AgeTech) สุขภาพเชิงป้องกัน
และที่อยู่อาศัยที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ผอ.ศุภวรรณ กล่าวว่า
ปีงบประมาณของทีเส็บ 2569 ไตรมาส 1 ระหว่าง 1 ตุลาคม-31
ธันวาคม 2568
มีสัญญาณที่ดีจากไมซ์ตลาดในและต่างประเทศรวมกว่า 7 ล้านคน
มาจาก 3 ส่วน คือ 1.Exhibition : การแสดงสินค้า
และ 2.การประชุมพนกงานองค์กรขนาดใหญ่ต่าง ๆ (Corporate
Meeting &Incentive :MI)
ส่งเสริมให้พนักงานมาฟรีเพื่อประชุม และ 3.การเดินทางเพื่อรางวัล
ตามคาดการณ์ตลอดปีนี้ ทีเส็บจะนำไมซ์สร้างรายได้เกินกว่า 200,000 ล้านบาท ภายใต้เงื่อนไขจะต้องดูความท้าทายภาพรวมทางเศรษฐกิจ
จากผลกระทบทาง ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)
สงครามระหว่างประเทศ การกีดกันและอุปสรรคทางการค้า ทำให้ “ค่าเงินบาทแข็ง”
หรือเงินที่ใช้ทำการค้าแข็งค่า ซึ่งส่งผลทำให้ “การจัดงานในไทย” ขยับสูงขึ้น
เมื่อเปรียบเทียบกับสิงคโปร์ เวียดนาม
ทีเส็บจะต้องใช้เวลาช่วงที่เหลืออีก 9 เดือน มกราคม-กันยายน 2569 เร่งบู๊สตลาดดึงงาน “ประชุมขนาดใหญ่ : Convention” เข้ามาเพิ่มให้ได้มากที่สุด ปี 2568 ไทยอยู่อันดับ 25 ของโลก ตามเป้าหมายมุ่งขยับติดอันดับต้น ๆ ของโลก แล้วคอนเว็นชั่นของไทยยังครองอันดับ1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการเดินทางของกลุ่มการประชุมที่มีคนจำนวนมาก “หดตัวลง” รวมทั้งการพำนักอยู่ก็ลดลงด้วยเช่นกัน
งานคอนเว็นชั่นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนทั้ง “จำนวนงานและขนาดของงาน” เพราะองค์กรต่าง ๆ หันมาใช้การประชุมแบบไฮบริดจ์ ออนไลน์ผสมออนกราวนด์ แตกต่างจากเดิม โดยจะเหลือแค่ “การประชุมประจำปี :Annaul Meeting” เพียงอย่างเดียว แทนการประชุมตลอดทั้งปี
“เครื่องมือ” ที่จะนำมาบู๊สตลาดคอนเว็นชั่นให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ต้องเร่งทำ 2 ส่วน
ส่วนที่ 1 ทีเส็บได้ออกแคมเปญ “One Ministry One Convention :หนึ่งองค์กรหนึ่งการประชุมขนาดใหญ่” กระตุ้นให้แต่ละกระทรวง ร่วมมือกผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุม เพราะ กระทรวง ทบวง กรม ของไทย ได้เข้าไปร่วมประชุมในต่างประเทศค่อนข้างมาก ทางทีเส็บได้ไปเยี่ยมเยือนตามกระทรวงต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้สนับสนุนการดึงงานมาจัดในไทย
“กระทรวงสาธารณสุข” มีความตื่นตัวค่อนข้างมาก เพราะกลุ่มคุณหมอ แพทย์ มีงานประชุมค่อนข้างถี่และจำนวนมาก
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตร” ก็เป็นอีกกระทรวงที่ดูแลผลผลิต การส่งออกปริมาณสูง จึงมีการจัดประชุมเกษตร ปศุสัตว์ และอื่น ๆ ค่อนข้างมากในแต่ละปี
“สมาคมองค์กรธุรกิจเอกชน” กลุ่มแพทย์ กลุ่มวิศวกร นักวิชาการ ต่างก็รวมตัวกันทั่วโลก เวียนจัดประชุมในหลายประเทศ
ส่วนที่ 2 กระตุ้นการพัฒนาเมืองตามจังหวัดอื่น ๆ ให้มีความพร้อม เพื่อกระจายงานคอนเว็นชั่นจากกรุงเทพฯ ไปจัดตามจังหวัดขนาดใหญ่ทั้ง สถานที่จัดงาน ศูนย์ประชุม โรงแรมที่ได้มาตรฐาน ทั้งความปลอดภัย ความยั่งยืน (Sustainibility) การช่วยเหลือชุมชนหรือเปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม จุดเริ่มจะต้องกระจายไปยัง 10 MICE CITY ให้สำเร็จ
ผอ.ศุภวรรณ
กล่าวว่า ทีเส็บมีแผนจัดทำโครงการเด่น ๆ
เพื่อสนับสนุนเอกชนร่วมผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ของไทยเติบโตในปี 2569 โดยได้จัดการประชุมกับหลายสมาคมคือ
1.สมาคมส่งเสริมการจัดประชุมนานาชาติ (TICA) ส่งเสริมการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (incentive) 2.สมาคมจัดการแสดงสินค้าไทย (TEA) เพื่อสร้างความแข็งแกร่งภายในให้เอกชนสนับสนุนบริษัทแฟรนไชส์จากต่างประเทศ
“เป้าหมายหลัก” ปี 2569 ยกระดับไมซ์ของประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการดึง “ผู้รับมอบสิทธิ์จัดงาน” (delegate) ในภูมิภาคเอเชียให้มากที่สุด เพื่อดึงสมาคมทั้งการแสดงสินค้า การจัดประชุม เข้ามาร่วมงาน ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ทีเส็บ จะเปิดตัวแคมเปญสนับสนุนทางด้านการเงินช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ 2 กลุ่ม “ผู้ซื้อ/Buyer” กับ “ผู้เข้าร่วมประชุม/Visitors” นานาชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชีย เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ดึงงาน และคนเข้ามาร่วมงานไมซ์ให้มากที่สุด
ขณะนี้ทีเส็บได้บูรณาการทำงานร่วมกับหลายองค์กร
เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ส่งเสริม SMEs โดยมีนโยบายสนับสนุนเงินทุนกับผู้ประกอบการ
แล้วยังจับมือกับสถาบันการเงินอื่น ๆ ด้วย
หรือมาตรการภาษีตามนโยบายรัฐบาลประกาศให้ส่วนลด “หักภาษี” ได้ 2 เท่า หรือ 200 % และ “กระจายงาน”
ในพื้นที่ฟื้นฟูอย่าง หาดใหญ่ สงขลา
และจังหวัดชายแดนที่เกิดการปะทะกับประเทศเพื่อนบ้าน
จะต้องมีแคมเปญไมซ์กระตุ้นการจัดงานข้ามภาคเข้าไปช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในแต่ละพื้นที่กลับสู่ปกติอีกครั้ง
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิง
เพาเวอร์ชวนฉลองตรุษจีน“ช้อป-ไหว้-กิน-เที่ยว-รับโชค”
ดร.นิตินัย ศิริสมรรถการ
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์
ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว ต้อนรับตรุษจีนเดินหน้าจัดเทศกาล “KING POWER CHINESE NEW YEAR 2026 RACE OF LUCK &
JOY ปีม้า ช้อปมหาเฮง” ระหว่างวันที่ 12 – 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต
กระตุ้นกำลังซื้อด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นต่อเนื่อง 11 วันเต็ม
เตรียมจัดพิธีเปิดยิ่งใหญ่วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569
เวลา 18.00 น. ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ
กรุงเทพฯ ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน ปี 2569 พร้อมสร้างประสบการณ์ดึงดูดท่องเที่ยวเพิ่มการใช้จ่ายเงินขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างแข็งแกรง
สอดคล้องตามกลยุทธ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) ที่ชูแนวคิด VALUE OVER VOLUM
มุ่งขยายตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าเน้นปริมาณคน
เพื่อยกระดับไทยเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของนักเดินทางทั่วโลก
รวมั้งสอดรับกับกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ภายใต้แนวคิด “THE POWER OF POSSIBILITIES ชีวิตไม่หยุดค้นหาความเป็นไปได้”
ผลักดันไทยเป็นเดสติเนชันแห่งการเฉลิมฉลองทุกเทศกาลของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
“กิจกรรมไฮไลต์” ต้อนรับตรุษจีนกับ คิง เพาเวอร์ ได้ทั้ง 11 วัน ในงาน KING POWER
CHINESE NEW YEAR 2026 RACE OF LUCK & JOY ปีม้า ช้อปมหาเฮง มาได้ตลอดเทศกาล 5 กิจกรรม “มาช้อป-มาไหว้-มากิน-มาเที่ยว-มาเฉลิมฉลองโชคลาภ”
กับสิทธิพิเศษโปรโมชั่นและกิจกรรมหลากหลาย ดังนี้
● มาช้อป
โปรเฮงมหาคุ้ม สิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิก “POWER PASS” รับฟรีอั่งเปา 2,800 บาท 2 ใบ เมื่อช้อปครบ 8,000
บาท และช้อปครบทุก 10,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้นคูปองภาพสะสม 1
สิทธิ์ แลกรับรางวัลเช่น ทอง 1 สลึง
หรือบัตรกำนัลมูลค่า 500 บาท ร่วมกิจกรรม THE LUCKY เซียมซี รับเพิ่มคูปองอั่งเปาลดสูงสุด 888 บาท หรือรางวัลอื่น ๆ
อีกมากมาย
ทุกการช้อปสินค้า ดิวตี้ ฟรี ที่ คิง
เพาเวอร์ รางน้ำ รับส่วนลดเพิ่มและกิจกรรม THE POWER OF JOY ม้าหมุนนำโชค ทำนายทาย LUCK เพียงแค่แสดงสถานะสมาชิก
POWER PASS รับสิทธิ์ขึ้นม้าหมุน เพื่อรับฟรีคูปองส่วนลดสูงสุด
35% และของรางวัลจากแบรนด์ชั้นนำ พิเศษ!! สมัครสมาชิกใหม่ภายในวัน รับเพิ่ม 1 สิทธิ์
ทางด้าน “คิง เพาเวอร์ ซิตี บูทีก”
ร่วมจัดแคมเปญ KING POWER CITY BOUTIQUE RACE
OF LUCK & JOY ลัคกี้ทุกวัน เลิฟลี่ทุกดีล มีไฟลต์ หรือไม่มีไฟลต์ก็ช้อปได้ รับส่วนลดสูงสุด 40% โดยมียอดซื้ออยู่ใน 20,000 บาท (สุทธิ/ใบเสร็จ) หากยังไม่เป็นสมาชิกสมัครฟรี POWER PASS แล้วรับคูปองส่วนลดสูงสุด 30% นำไปซื้อสินค้าแผนกต่าง
ๆ ที่เข้าร่วมรายการ
● มาไหว้ เสริมเฮงเริ่มต้นปีมหามงคล THE POWER OF RACE ร่วมเบิกฤกษ์รับความเฮงต้อนรับตรุษจีน
เชิญชวนสักการะองค์จำลอง
“เทพตั่วเหล่าเอี๊ย” ปกป้องคุ้มครองเสริมดวงชะตาส่งเสริมบารมี
ขจัดอุปสรรค มีคนอุปถัมภ์ สุขภาพแข็งแรง
และธุรกิจเจริญรุ่งเรือง
“เทพเจ้าไฉ่สิ่งเอี๊ย” ส่งเสริมเรื่องโชคลาภ ความร่ำรวย ความอุดมสมบูรณ์ และประสบความสำเร็จในชีวิต
“เทพเจ้ากวนอู ปางง้าวมังกรเขียว” ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ความสงบร่มเย็น
ส่งเสริมความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีชัยชนะเหนือคู่แข่งทั้งปวง
● มากิน เมนูเฮงมหาอร่อย เสริมพลังรับปีม้ากับเมนูมงคล “THE POWER OF VITALITY” เสริมพลังกาย พลังใจ พลังสมองกับ HIGH TEA SET 8
เสิร์ฟเมนูมงคลพร้อมชาจีนตรา 3 ม้า มูลค่าเซตละ 1,888 บาท ที่ อาชา บาร์ เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข
พิเศษ!! เพียงแสดงสถานะสมาชิก
VEGA, CROWN รับฟรี เซ็ต
เมนู พิเศษ ที่บริเวณ คราวน์ แมสซานีน คิง เพาเวอร์ รางน้ำ
สมาชิก POWER PASS !! สามารถนำแต้มสะสม 400 CARAT แลกรับคูปองอาหาร THAI TASTE HUB มูลค่า 100 บาท พร้อมรับซาลาเปาไส้ทอง 1 ลูกทันที มาก่อนมีสิทธิ์ก่อนมีจำนวนจำกัด
● มาเที่ยว กิจกรรมเฮงมหาสนุก สนุกกับกิจกรรมเสริมสิริมงคล ตลอด 11 วัน ได้แก่
“THE POWER OF LUCK” ตู้คีบม้าเงินม้าทองมหาเฮง สมาชิก POWER PASS เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข
รับสิทธิ์คีบลูกบอลรับความเฮงกับตู้คีบม้าเงินม้าทองมหาเฮง เพื่อรับเครื่องรางเสริมพลังมงคลให้ชีวิตจากวัดชวงหลินวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุด
สำนักสงฆ์ 1 เดียวของสิงคโปร์ (สิทธิ์จำนวนจำกัด)
“THE
POWER OF HAPPINESS” พบกับโชว์สุดอลังการฉลองพลังปีม้าไฟ ชมการแสดง CHINESE CONTEMPORARY ศิลปะจีนร่วมสมัย การแสดงสิงโตมงคล
และหุ่นละครเล็กอักษรา
“กิจกรรม KID ZONE และ PAW ZONE” เมื่อซื้อสินค้าครบตามเงื่อนไข
รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ตัวต่อ MICROBRIK ร่วมทำสร้อยคอ CHARM SPECIAL
● มาเฉลิมฉลองกับขบวนพลังแห่งโชคลาภ
ตำนานม้าศักดิ์สิทธิ์ พบกับ HERO RIDERS OF FORTUNE นักรบ ผู้นำพาพลังจากสวรรค์สู่แผ่นดิน,
PHOENIX WING WARRIOR เทพธิดานักรบผู้คุ้มครองโชคลาภและความสุข และม้าศักดิ์สิทธิ์ CELESTIAL HORSE OF
DESTINY ผู้พิทักษ์ประตูโชคลาภมอบพลังแห่งการเริ่มต้นใหม่
ผนึกกำลังกับเหล่าผู้พิทักษ์จากทิศต่าง ๆ และ DRAGON LIONS 8
สี ที่นำพามาซึ่งความโชคดีในทุกด้าน
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์รางน้ำชวนสายแฟแวะมาช้อปด่วน3แบรนด์ใหม่
สายแฟต้องแวะมาชม
มาช้อป มาแชร์
ผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่พร้อมจะก้าวจากแบรนด์ระดับท้องถิ่นสู่ระดับประเทศและนานาชาติ
โดยมีกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พร้อมให้การสนับสนุน และเปิดพื้นที่ให้นำเสนอ
กุมภาพันธ์ 2569 มาแล้ว 3
แบรนด์ไทยมาใหม่! ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ แวะมาช้อปด่วน
1.Ravipa
เครื่องประดับดีไซน์เรียบหรู แฝงความหมายสุดพิเศษ
2.Gongdid
Design แบรนด์แฟชั่นสุดมินิมอล ใส่ง่ายได้ทุกวัน
3.My
Very Own Way แบรนด์กระเป๋าที่ไม่ซ้ำใคร เพราะให้คุณเลือก Mix
& Match ได้เอง
เลือกช้อปได้ตามสไตล์ที่ใช่ของแต่ละคน
ทั้ง Style Lovers, Step Into Style!
ข่าวที่ 3- WINTER
SPECIALช้อปฉ่ำคิงเพาเวอร์ออนไลน์ลด20%
WINTER
WEEKEND SPECIAL ช้อปฉ่ำก่อนบิน รับทริปลมหนาว
ลดสูงสุด
20% เมื่อช้อปครบ 3 ชิ้นขึ้นไป รหัสส่วนลด
WINTERWS(เฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ)
ดีลต่อเนื่อง
4 วันเต็ม ทริปหนาวนี้ความปังต้องติดลบองศา!
จะสกินแคร์เติมความชุ่มชื้นหรือลิปสติกสีอุ่นๆ ก็ต้องจัดให้ครบ
เพราะหน้าเราจะแห้งไม่ได้ แต่กระเป๋าตังค์แห้งไม่เป็นไร!
ข่าวที่ 4-ททท.จัดใหญ่ตรุษจีน“เยาวราช-หาดใหญ่”รายได้4.23หมื่นล้าน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 (Amazing
Thailand Happy Chinese New Year 2026) ระหว่างวันที่ 13-22 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนรับปีพิเศษความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย–จีน
51 ปี โดยมีไฮไลต์จัดงานหลัก 2 พื้นที่ กรุงเทพฯ และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมทั้งสนับสนุนในนครสวรรค์และสุพรรณบุรี
แต่ละพื้นที่พร้อมใจกันสร้างความสุขและความเป็นสิริมงคล
ด้วยสีสันศิลปวัฒนธรรมอันงดงาม ประดับไฟตระการตา
การแสดงทางวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน และกิจกรรมสาธิตหลากหลาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวร่วมตลอดเทศกาล
ททท. คาดสถานการณ์การเดินทางช่วงตรุษจีน ระหว่าง 13-22 กุมภาพันธ์
2569 จะมีนักท่องเที่วรวมกว่า 3.5 ล้านคน แบ่งเป็น “นักท่องเที่ยวต่างชาติ”
เข้ามาไทย ประมาณ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น
10 % มีนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 241,000 คน และ “ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย”
อีก 2.30 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3 % “สร้างรายได้” รวมประมาณ
42,230 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 13 %
นายหยาง เสี่ยวหลง
ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรมสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ให้เกียรติร่วมแถลงเทศกาลตรุษจีน
เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ห้องโถงธนะรัชต์
อาคาร ททท.สำนักงานใหญ่ พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์
เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นายกองเอกเชษฐา ขาวประเสริฐ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ว่าที่ร้อยตรีศราวุธ จันทวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์
พลตำรวจตรี กฤษณ์ วาฤทธิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว
ปี 2569 เป็นปีแห่งความพิเศษความสัมพันธ์ทางการฑูตไทย-จีน
ก้าวสู่ปีที่ 51 และครบรอบ 22 ปี ความร่วมมือระหว่าง ททท.
กับกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
ได้ร่วมกันสืบสานและแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรมไทย-จีนต่อเนื่องมายาวนาน ดังคำกล่าวคือ
“จง ไท่ อี้ เจี่ย ชิน - จีนไทย ครอบครัวเดียวกัน” ททท.ได้จัดตรุษจีนอย่างยิ่งใหญ่
2 พื้นที่หลัก ได้แก่
● พื้นที่แรก กรุงเทพมหานคร
“เทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 :Amazing
Thailand Happy Chinese New Year 2026” บูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่าง
ๆ เช่น สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กรุงเทพมหานคร
เขตสัมพันธวงศ์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน บริษัทไทเบฟเวอเรจ จัดกิจกรรม 2
พื้นที่ย่อย
-กิจกรรมตกแต่งประดับไฟ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2569
บนถนนเยาวราช บริเวณวงเวียนโอเดียนถึงแยกเฉลิมบุรี ภายใต้แนวคิด “Ride
the Fortune, Share the Future”
ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ -1 มีนาคม 2569
ร่วมฉลองความสุข ส่งต่อความรุ่งเรือง ตั้งแต่ 18.00-23.00 น.
-กิจกรรมเทศกาลตรุษจีนประเทศไทย ประจำปี 2569 วันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่ 16.00-22.00 น. เปิดม่านมงคลพิธีกล่าวอวยพร
ไทย-จีน วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จัดเต็มไฮไลต์ การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
4 คณะ ได้แก่ กรุงปักกิ่ง นครฉงซิ่ง มณฑลเหอหนาน และมณฑลฝูเจี้ยน
รวมทั้งสาธิตวัฒนธรรมไทย-จีน การประดิษฐ์โคมจีน การพิมพ์ลายอักษรมงคล การเขียนพู่กันจีน
วาดหัวโขน การตัดกระดาษจีน การปักผ้าไทย พวงกุญแจดอกไม้ประดิษฐ์ โหราศาสตร์จีน
เป็นต้น และการแสดงสุดพิเศษจากศิลปินชั้นนำของไทย ตระการตากับสีสันโคมไฟมงคลขนาดใหญ่
เซอร์ไพรส์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับศิลปินและนักแสดงจีนสุดฮอต “จู
เจิ้งถิง” และการแสดงศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีชื่อเสียง ต้าอู๋
พิทยา ,Klear, Better Weather,MEAN, HERS, Slapkiss, Sirious Bacon, Wanyai, โอบ นิธิ, 2Ectasy Jeffy Kakagoesbackhome
● พื้นที่สอง
หาดใหญ่ สงขลา จัด Amazing Thailand Chinese New Year 2026 @ Hat Yai
วันที่ 17-20 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณถนนเสน่หานุสรณ์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชมการแสดงจากมณฑลฝูเจี้ยน
สาธารณรัฐประชาชนจีน การเชิดสิงโต การแสดงกายกรรม การประดับไฟยามค่ำคืน
สร้างความสุขและความเป็นสิริมงคลให้เมืองหาดใหญ่คึกคัก
ตลอดตรุษจีนปีม้าทอง ททท.
ยังได้สนับสนุนจัดงานตรุษจีนในภูมิภาคที่มีเอกลักษณ์ ได้แก่
● ประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ
จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 10 - 21 กุมภาพันธ์ 2569
● งานตรุษจีนสุพรรณบุรี มหัศจรรย์ 18 ปี มังกรสวรรค์ ณ
อุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี วันที17-18
กุมภาพันธ์ 2569
ข่าวที่ 5-บางจากหนุนกอล์ฟช้าง–เจ็นซ์กอล์ฟทัวร์”ลุยทำClimate Action
นางกลอยตา ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่
งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
บางจากฯ แถลงสนับสนุนจัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชน “ช้าง – เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์ 2026” ปี 2569 ร่วมกับ นายทศพล ศรีวรกุล
ผู้จัดการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด
และผู้บริหารจากองค์กรพันธมิตร เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ ราชพฤกษ์ คลับ กรุงเทพฯ โดยทำต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 พร้อมขยายบทบาทด้านการขับเคลื่อน climate action ด้วยการมอบทุนพัฒนาทักษะให้นักกอล์ฟเยาวชนรวม 12 ทุน และสนับสนุนทุกการแข่งขันของ The GENZ เป็น Carbon Neutral Event หรือกิจกรรมที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์
“บางจากฯ”
ดำเนินธุรกิจควบคู่การสร้างสมดุลแห่งความยั่งยืนให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาเยาวชนต่อเนื่องหลายโครงการ
โดยมีกอล์ฟเป็นหนึ่งในกีฬาช่วยสร้างสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลและทำกิจกรรมกลางแจ้ง
เสริมสร้างสมาธิ การคิด การตัดสินใจ การควบคุมอารมณ์ของตนเอง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้
ตามที่ “แจ็ค นิคคลอส”
นักกอล์ฟระดับตำนานของโลก เคยกล่าวไว้ว่า “กอล์ฟเป็นกีฬาที่ปลูกฝังคุณลักษณะ
ความมีวินัย และความเคารพ ซึ่งเป็นคุณค่าที่ติดตัวเยาวชนไปไกลกว่าสนามกอล์ฟ”
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับวัฒนธรรมพนักงานของบางจากฯ
ที่มุ่งพัฒนาคนให้ “เป็นคนดี มีความรู้ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น” อันเป็นพื้นฐานสำคัญการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG สร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้สังคม
แล้วยังมี Carbon
Markets Club ช่วยต่อยอดแนวคิดดังกล่าว มุ่งชดเชยคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการเดินทางและการใช้ชีวิตประจำวันของ
“โปรเปียโน – อาภิชญา ยุบล” เดินหน้าผลักดันให้เป็น “นักกีฬาไร้คาร์บอนของไทย”
ปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกให้นักกีฬารุ่นใหม่อย่างเป็นรูปธรรมทั้งปัจจุบันและอนาคต
ข่าวที่ 6- TCEBชูแผนใหม่ไมซ์ปี’69ทำแบรนด์ประเทศไทยปั๊ม1.6แสนล้าน
ดร.
ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า นำทีม 3 รองผู้อำนวยการเสนอแผนประจำปี
2569 : TCEB Strategic Direction 2026 ภายใต้แนวคิด From
Change that Matters to Impact that Lasts เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ
ประกาศต่อหน้าภาคีพันธมิตรทุกเครือข่ายที่เข้ามาร่วมรับฟังอย่างคับคั่ง
ถึงทิศทางการเดินหน้าอุตสาหกรรมไมซ์ไทยปี 2569 เติบโตเพิ่มให้ได้
10 % สร้างรายได้ทางตรง 163,000 ล้านบาท
จากตลาดในประเทศ 92,000 ล้านบาท และต่างประเทศ 71,000
ล้านบาท ผลักดันให้ไมซ์สร้างผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ถึง 1.77% เพิ่มขึ้นจากเดิม 1.65%
โดยได้นำผลศึกษาจาก
Brand Insights ค้นหาอุตสาหกรรม “จุดแข็ง” ของไทย เพื่อปั้นเป็น
“จุดขาย”ระดับชาติและภูมิภาคเอเชีย ผลักดันมาตรฐานรับรองการจัดงานอย่างยั่งยืน
พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรมขับเคลื่อนการทำตลาด โดยจับมือหน่วยงานภาครัฐเพิ่มความยืดหยุ่นกฎระเบียบการจัดงานต่าง
ๆ
ปี 2569
ทีเส็บกำหนด “วิสัยทัศน์” ให้ประเทศไทยก้าวสู่ผู้นำไมซ์ระดับโลกบนรากฐานที่แข็งแรงในฐานะ
“Global-Asia’s Trusted Gateway” หรือ “ประตูสู่เอเชียที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจ”
ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์ไทยสร้างผลเชิงบวกระดับสูง (High-Impact) ต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการจัดงาน
พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ทรงคุณค่าและยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ “TCEB
Go” เพิ่มความแหลมคมและชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้สำเร็จ
ขานรับปรากฏการณ์ “Sustainable MICE Mega Trends :
เมกะเทรนด์ไมซ์ที่ยั่งยืน” เน้น “ส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นจุดแข็งของประเทศไทยสร้างจุดขายระดับนานาชาติ”
3 ส่วนหลัก ดังนี้
ส่วนที่
1 ผลักดัน ESG
(Environmental, Social, Governance) บูรณาการให้อยู่ในทุกงานไมซ์
ยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนของไมซ์ไทยให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล
สร้างแต้มต่อบ่มเพาะและพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง
ส่วนที่
2 พัฒนา Data, Intelligence และนวัตกรรม
ให้เป็นเครื่องมือหลักขับเคลื่อนทั้งการดำเนินงานและการตลาด
ส่วนที่
3 Fast Track ผ่อนปรนกฎระเบียบและเพิ่มความคล่องตัวในการจัดงานในไทย
โดยเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ
ดร.ศุภวรรณ
กล่าวว่า การปรับโฟกัสให้ชัดเจนโดย “ผลักดันอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศไทย
ให้เป็นจุดดึงดูดการจัดงานเชิงธุรกิจ” สอดคล้องกับแนวทางการ “วางนโยบายใหม่”
สร้างความคมชัด
ด้านที่
1 “แบรนด์ประเทศไทย” ในเวทีการแข่งขันระดับนานาชาติ
สอดรับกับผลการศึกษาของ Brand Insights ที่ทีเส็บได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพไมซ์นานาชาติ
568 ราย สะท้อนความต้องการตรงกัน คือ ให้ประเทศไทยนำเสนออุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งชัดเจน
เช่น วิทยาศาสตร์การแพทย์ สุขภาวะ การมีอายุยืนยาว (Wellness &
Longevity) เทคโนโลยีการเกษตรทันสมัย เทคโนโลยีชีวภาพ
และนวัตกรรมด้านอาหารอนาคต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง
การท่องเที่ยวยั่งยืน ดิจิทัลและ AI
ด้านที่
2 ความยั่งยืน ทีเส็บมุ่งตอบโจทย์เทรนด์สากล
โดยได้ศึกษาไว้ด้วยคือ จะต้องได้การรับรองด้วยมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ
สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างโปร่งใส
โดยใช้กลยุทธ์
“TCEB Go เป็นกรอบดำเนินงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทย “แปลงเป็นแนวคิด
: Shift for Impact” เจาะตลาดเป้าหมายในต่างประเทศ
“Change for Growth : ขับเคลื่อนตลาดในประเทศและเมืองจุดหมายปลายทาง”
ให้เติบโตมีความพร้อม และ “Meaningful
Trust : สร้างความไว้วางใจ” ที่มีความหมาย
ผ่านมาตรฐาน การบริการ และมีระบบสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม
ช่วงที่ 2 ทริปใหม่ต้อนรับปีม้า จะชวนเดินทางตามรอยศิลปินดัง “ลิซ่า”
แบรนด์แอมบาสเดอร์ท่องเที่ยวพาสัมผัสเสน่ห์ไทยไปกับ Feelings ของ ททท.ใน 12 เส้นทาง แล้วฟังให้รู้ “8อาหาร” กินแล้วมีเวลาย่อยต่างกัน 30-300 นาที
เกาะติดข่าวดี ๆ ข่าวแรก “ศูนย์สิริกิติ์ศูนย์ประชุมไทย”
คว้าครั้งแรกรางวัลดีที่สุดในเอเชีย ข่าวที่สอง “แอร์บัส” พยากรณ์ 10 ปีหน้า ปี2578 มูลค่าตลาดบริการบินในเอเชีย แปซิฟิก
พุ่งสูง 1.78 แสนล้านดอลลาร์
ท่องเที่ยว –สุขทันทีเที่ยวตามลิซ่าFeelingsเสน่ห์ทั่วไทย 12 เส้นทาง
“ลิซ่า”
ลลิษา มโนบาล” Amazing Thailand Ambassador มาชวนคนทั้งประเทศท่องแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมและธรรมชาติแต่ละภูมิภาค ไปกับ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)นำเสนอการท่องเที่ยวร่วมสมัยถ่ายทอดอารมณ์และบรรยากาศชวนให้สัมผัสทุกความรู้สึกที่สร้างแรงบันดาลใจไปกับ
“feel all the feelings” เผยให้เห็นธรรมชาติ วัฒนธรรม วิถีชีวิตไทยอันงดงาม ทุกพื้นที่พร้อมต้อนรับนักเดินทางทุกคน
เริ่มต้นใน “ภาคเหนือ” ดินแดนแห่งล้านนา นำเสนอ 8 เส้นทาง
8 จังหวัด
เส้นทางที่
1 “วัดเจดีย์หลวง” จังหวัดเชียงใหม่ วัดเก่าแก่กลางเมืองล้านนา
เต็มไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิตภาคเหนือ เจดีย์โบราณตั้งตระหง่านท่ามกลางความเงียบสงบเปี่ยมด้วยศรัทธา
สะท้อนรากวัฒนธรรมไทยที่แข็งแรงและงดงาม ผสานเสน่ห์ “ประเพณียี่เป็ง”
หรือลอยกระทงล้านนา หนึ่งในเทศกาลสำคัญจัดขึ้นในคืนพระจันทร์เต็มดวงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
กับภาพจำโคมลอยนับพันดวงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนนอกตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนวัดเจดีย์หลวงก็สว่างไสวจากแสงเทียนและการจุดผางประทีปนับแสนดวง
แสงเล็ก
ๆ เหล่านี้คือมนต์สะกดเปลี่ยนค่ำคืนเต็มไปด้วยประกายความงดงามอันประทับใจยากจะลืมระหว่างการถ่ายทำ
“ลิซ่า” ได้มีส่วนร่วมจุดเทียน ทำให้ทุกภาพเทศกาลเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและความรู้สึกอย่างแท้จริง
เส้นทางที่
2 วัดภูมินทร์
จังหวัดน่าน กับจิตรกรรมอันโด่งดัง “ปู่ม่านย่าม่าน”
ที่เล่าเรื่องราวความรักอย่างอ่อนโยนและละเอียดอ่อน
ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสความรู้สึกอบอุ่นในทุก ๆ รายละเอียด
เส้นทางที่
3 ทุ่งนาสะปัน
จังหวัดน่าน
ท้องนาเขียวขจีโอบล้อมด้วยขุนเขาและหมอกยามเช้า
สร้างบรรยากาศสงบผ่อนคลายเหมือนอยู่กลางฝัน
ดื่มด่ำกับเสน่ห์ที่แตกต่างกันทั้งในช่วงเขียวชอุ่มของฤดูฝนและทะเลหมอกในช่วงปลายฝนต้นหนาว
เส้นทางที่ 4 ภูลังกา
จังหวัดพะเยา
คือจุดหมายต้องห้ามพลาด ด้วยทัศนียภาพอันเลอค่าของทะเลหมอกและผืนป่าบนยอดเขาสูง
ท่ามกลางละอองขาวที่โอบล้อมราวกับหลุดเข้าไปในโลกแห่งจินตนาการ
ช่วยให้จิตใจได้รับความผ่อนคลายและกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
เส้นทางที่ 5
ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย
เป็นหนึ่งในยอดดอยที่สวยที่สุดในเมืองไทย เมื่อยืนอยู่บนหน้าผาสูง
มองทะเลหมอกและทิวเขาที่ทอดยาว สร้างความรู้สึกอิสระและเต็มไปด้วยพลังจากธรรมชาติ อีกหนึ่งโลเคชันที่สร้างความประทับใจไม่แพ้กัน
เส้นทางที่
6 เจดีย์ลอยฟ้า วัดพระพุทธบาทสุทธาวาส จังหวัดลำปาง
ที่ให้ความรู้สึกมหัศจรรย์ในความงดงามตระการตาของเหล่าเจดีย์น้อยใหญ่ที่เรียงรายอยู่บนยอดเขาหินปูน
สวยงามราวกับลอยอยู่บนฟ้า ผสมผสานกับความงามของธรรมชาติได้อย่างลงตัว
การเข้าถึงที่แห่งนี้ ต้องเดินเท้าขึ้นบันไดตามหน้าผาสูงชัน ลัดเลาะบันไดเหล็กกว่า
300 ขั้น เพื่อขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของอำเภอแจ้ห่ม และกราบพระประธานบนยอดเขา
นอกจากความรู้สึกตื่นเต้นและท้าทายแล้ว
ยังจะได้รับความอิ่มอกอิ่มใจจากการมาเยือนอีกด้วย
เส้นทางที่ 7 น้ำตกทีลอซู
จังหวัดตาก
จุดหมายปลายทางทางภาคเหนือ สะท้อนนิยามความอลังการ
ด้วยสายน้ำที่ไหลทอดตัวลงมาเป็นชั้นอย่างงดงามท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์
ปักหมุดน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดของเมืองไทย
ซึ่งจะมอบภาพความประทับใจให้ตั้งแต่แรกเห็น
เส้นทางที่ 8 วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว
จังหวัดเพชรบูรณ์
อยู่ท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนบนเขาค้อ ตลอดวันมองเห็นทิวทัศน์ได้รอบทิศทุกช่วงเวลา
ยามเช้าวันอากาศแจ่มใส
จะเห็นทะเลหมอกลอยละล่องโอบล้อมวัดราวกับอยู่ท่ามกลางสรวงสวรรค์
สะกดสายตาด้วยอุโบสถพระพุทธเจ้า 5 องค์ ที่มีองค์พระพุทธรูปสีขาวนั่งลดหลั่นซ้อนกันลงมา
และเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิต
ประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยกระเบื้องหลากหลายสี เครื่องประดับ สร้อย กำไล
ถ้วยชามเครื่องเบญจรงค์ อย่างวิจิตรบรรจง ฯลฯ พร้อมมุมถ่ายภาพสวยงามอีกมากมาย
“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” ลิซ่าได้นำผู้ชมเข้าสู่ Feelings ที่นุ่มลึกมีเสน่ห์เฉพาะตัว
1 เส้นทาง 1 จังหวัด
เส้นทางที่ 9 ทะเลบัวแดง
จังหวัดอุดรธานี ท่ามกลางแสงเช้าสีทอง
ดอกบัวแดงนับหมื่นดอกบานสะพรั่งเต็มผืนน้ำราวกับถูกย้อมด้วยพรมสีชมพูขนาดใหญ่สุดลูกหูลูกตา
ทำให้ผู้มาเยือนสงบผ่อนคลายไปกับธรรมชาติได้แต้มสีสันและความสดใสลงบนผืนน้ำ
“ภาคกลาง” ลิซ่า พาเดินทางสู่โลเคชันความอลังการงดงามกับภาพงดงามคุ้นตาคนไทยและทั่วโลก
1 เส้นทาง
เส้นทางที่
10 วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ที่ปรากฏโฉมอย่างสง่างาม เรืองรองริมแม่น้ำเจ้าพระยา
พระปรางค์สะท้อนแสงแดดและแสงไฟ เป็นภาพจำของกรุงเทพฯ ที่งดงามเหนือกาลเวลา
และไม่เคยหลุดจากสายตาคนทั่วทุกพื้นที่
“ภาคตะวันออก”
และ “ภาคใต้” ทะเลไทยใน
Feelings ความสดใสและอิสระของธรรมชาติสองฟากฝั่งงดงามแตกต่างกันด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ของฝั่งอ่าวไทย
ที่สงบเงียบ กับภาคใต้สดใส
เส้นทางที่
11 เกาะทะลุ จังหวัดระยอง สวรรค์ตะวันออก ให้ความรู้สึกถึงวันพักผ่อนอันเรียบง่าย
น้ำทะเลใสสะอาด ลมเย็นสบาย สงบเงียบ โดดเด่นด้วภาพช่องหินตรงกลางสามารถทะลุผ่านได้
เป็นจุดดำน้ำตื้นชมปะการังสวยงามและสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของระยอง
เส้นทางที่
12 เสม็ดนางชี
จังหวัดพังงา ข้ามมายังฝั่งทะเลอันดามัน ภาพวิวอ่าวพังงาและสันทรายขาวกลางทะเลราวกับภาพฝันด้วยธรรมชาติรอบอ่าวกว้างไกล
สุดสายตา น้ำทะเลสงบนิ่งสีเขียวมรกต โอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนเล็กใหญ่
ตัดเส้นด้วยป่าโกงกางสีเขียวสด “ยามพระอาทิตย์ขึ้น “ค่อย ๆ
ทอแสงสีทองแทรกขึ้นจากด้านหลังหุบเขา
สุขภาพ –รู้ไว้!!อาหาร 8ชนิดกินเข้าไปแล้วมีระยะการย่อย30-300นาที
รู้ไว้ด้วย!! อาหารแต่ละชนิดที่เรากินใช้เวลาย่อยนานเท่าไร อาหารทั้ง 8 ประเภท มีระยะเวลาในการย่อยไม่เหมือนกัน
ดังนี้
1.ผลไม้ :
เป็นอาหารที่มีวิตามินมาก แต่มีเส้นใยไม่มากนัก จึงใช้ระยะเวลาย่อยประมาณ 20-40 นาที
2.ผัก : ใช้เวลาย่อยพอ
ๆ กับผลไม้ โดยใช้เวลาประมาน 30-50 นาที
3.เนื้อปลา :
จะย่อยเร็วสุด ซึ่งใช้เวลาย่อยประมาน 30-60 นาที
4.ข้าวและธัญพืช :
ปกติจะใช้เวลาย่อยประมาน 90-120 นาที
5.เนื้อไก่ :
เป็นอาหารประเภทโปรตีนที่กินกันบ่อยๆ ซึ่งใช้เวลาย่อยประมาน 90-120 นาที
6.ผลิตภัณฑ์จากนม :
จะใช้เวลาย่อยประมาณ 120 นาที
7.เนื้อวัว : ซึ่งเนื้อวัวใช้เวลาย่อยประมาน 180-240 นาที
8.เนื้อหมู :
เนื้อสัตว์ที่ย่อยยากกว่าที่คิด โดยจะใช้เวลาย่อยประมาน 300
นาที
สิ่งสำคัญที่จะทำให้ระบบการย่อยสามารถทำงานได้ดีขึ้นคือ
1. ควรเคี้ยวอาหารช้าๆ
เคี้ยวให้ละเอียด
2. หลังรับประทานอาหารควรเดินออกกำลังกายเบา
ๆ
3. กินข้าวเสร็จไม่ควรนอนทันที
แต่ควรรอให้อาหารย่อยอย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
ร่างกายของแต่ละคน
อาจจะใช้เวลาย่อยอาหารแต่ละชนิดต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
เช่น อายุ เพศ ไลฟ์สไตล์ และสุขภาพแต่ละบุคคล
แต่การเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้เราจัดการมื้ออาหารได้เหมาะสม
และส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก
–ศูนย์ฯสิริกิติ์นำศูนย์ประชุมไทยคว้าครั้งแรกรางวัลดีสุดในเอเชีย
“ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์” ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีนานาชาติ
คว้า 2 รางวัลใหญ่ระดับเอเชีย จากเวที World MICE Awards
2025 ได้แก่ 1.รางวัลศูนย์การประชุมที่ดีที่สุดในเอเชีย
: Best Convention Centre in Asia เป็นครั้งแรกของศูนย์ประชุมไทยที่ได้รับรางวัลนี้
2.รางวัลศูนย์การประชุมที่ดีที่สุดในประเทศไทย : Best
Convention Centre in Thailand ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
“World MICE Awards” จัดโดย World Travel Group องค์กรชั้นนำจากสหราชอาณาจักร
มีบทบาทสำคัญในการจัดรางวัลระดับโลกด้านการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมบริการ สำหรับรางวัลนี้เป็นหนึ่งในรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้เพื่อยกย่ององค์กร
สถานที่ และผู้ให้บริการด้านไมซ์ที่โดดเด่น ทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐานการให้บริการ
และศักยภาพการแข่งขันระดับโลก
รางวัลดังกล่าวสะท้อนความเป็นเลิศของภาคธุรกิจไมซ์ ทำผ่านกระบวนการคัดเลือก
การโหวต จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม ผู้จัดงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทั่วโลก
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์สร้างความสำเร็จคว้ารางวัลดังกล่าว
สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความพร้อมของศูนย์ประชุมครบเครื่องทุกมิติ ทั้งด้าน โครงสร้างพื้นฐาน การให้บริการ
การบริหารจัดการรองรับงานอิเวนต์ต่อเนื่องระดับชาติ และนานาชาติ
ดึงดูดทั่วโลกเข้ามาใช้บริการ
“สุรพล อุทินทุ” ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เปิดเผยว่า การได้รับรางวัลศูนย์การประชุมที่ดีที่สุดในเอเชียจากเวที
World MICE Awards 2025 ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญอีกก้าวของศูนย์ฯ
สิริกิติ์ ซึ่งได้การยอมรับขยับจากระดับประเทศสู่ภูมิภาค แล้วก็เป็นรางวัลที่ประเทศไทยได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่
3 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความพร้อมต่อเนื่องทุกด้าน
ความสำเร็จครั้งนี้เป็นมากกว่าความภาคภูมิใจ แต่คือพลังของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมไมซ์ที่ได้ความร่วมมือกันยกระดับมาตรฐานการจัดงานของประเทศไทยสู่เวทีนานาชาติ
ได้อย่างสง่างาม
ศูนย์สิริกิติ์ได้รับความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ซึ่งสะท้อนความไว้วางใจให้เป็นสถานที่จัดงานสำคัญ
ๆ ต่อเนื่อง ปี 2569 มีงานระดับนานาชาติเตรียมมาจัดที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์
ตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้จัดงานจากองค์กรชั้นนำระดับโลกที่เห็นถึงศักยภาพในฐานะเวทีสำคัญการจัดอิเวนต์ระดับนานาชาติ
3 งานใหญ่ ได้แก่
●งานประชุมสมาคมอุตสาหกรรมนิทรรศการโลก
UFI Asia-Pacific Conference 2026 วันที่ 5 - 6 มีนาคม 2569
● งานประชุมด้านฟินเทค
และนวัตกรรมการเงินระดับโลก Money20/20 Asia วันที่
21 - 23 เมษายน 2569
● งานประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
และกลุ่มธนาคารโลก 2026 International Monetary Fund and World Bank Group Annual Meetings วันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569
ข่าวที่สอง –แอร์บัสคาด10ปีหน้าการบินเอเชียปี78พุ่ง138,700ล้านดอลล์
แอร์บัส
เปิดข้อมูล รายงานคาดการณ์ตลาดบริการการบินโลก (Global Services Forecast:
GSF) ฉบับล่าสุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (รวมจีนและอินเดีย)
ระบุความต้องการบริการการบินในภูมิภาคนี้จะเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) 5.2 %
จากปีนี้ 2569 จนถึงอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า ปี 2587 จะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 138.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแรงขับเคลื่อนต่าง ๆ 6 เรื่อง ดังนี้
●
“เติบโตด้วยแรงหนุน”
มาจาก 2 ส่วน คือ 1.การขยายตัวของปริมาณการเดินทางทางอากาศและการเพิ่มขึ้นของฝูงบิน
.oช่วง 20 ปีข้างหน้า
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะต้องการเครื่องบินพาณิชย์ใหม่ 19,560 ลำ คิดเป็น 46 %ความต้องการเครื่องบินทั่วโลก
2.ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตลาดการเดินทางทางอากาศเติบโตเร็วที่สุดในโลก
ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.4 %ปี
สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 3.6 %
●
“การดัดแปลงและยกระดับอากาศยาน” (Modifications
& Upgrades) ปี 2568: 3,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2587 : 6,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) – สายการบินต่าง ๆ
ดำเนินโครงการปรับปรุงอากาศยานที่มีอายุการใช้งานมากขึ้นอย่างซับซ้อน
ส่งผลให้ความต้องการปรับปรุงและยกระดับห้องโดยสารเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง
โครงการเหล่านี้ยังถูกนำมาใช้แนะนำผลิตภัณฑ์ “ห้องโดยสารระดับพรีเมียม”
และระบบเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนเครื่องบิน (In-Flight Connectivity:
IFC) เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป
●
“ดิจิทัลและการเชื่อมต่อ” (Digital &
onnectivity) (ปี 2568 : 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2587: 11,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
สายการบินและผู้ให้บริการซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้
เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยสนับสนุนการบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์
เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการ
และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนแรงงานผ่านการใช้ระบบอัตโนมัติ
●
“การฝึกอบรม (Training) ปี 2568: 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2587 : 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ –
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการฝึกอบรมและประเมินผลตามสมรรถนะ (Competency-Based
Training and Assessment: CBTA) อย่างรวดเร็ว
เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม ภายในปี 2587 จะต้องการบุคลากรด้านการบินใหม่กว่า 1.06 ล้านคน ได้แก่ นักบิน 282,000 คน
ช่างเทคนิค 302,000 คน และลูกเรือ 473,000 คน
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น