วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกปลุกขับรถกินเที่ยว 9 จังหวัดปี69 อาหาร-สวนผลไม้-ตลาดชุมชน

กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

ททท.ตะวันออกงัดบิ๊กแคมเปญขับรถกินเที่ยว9จังหวัดตลอดปี69

ชูโมเดลเทรนด์ดีไซน์เที่ยวด้วยตัวเอง“อาหาร-ผลไม้-ตลาดชุมชน”

ลุยเที่ยวยั่งยืน“เขาใหญ่-เลียบทะเลอ่าวไทย-มหัศจรรย์3ป่าตราด”

ช้อปก่อนบินที่คิงเพาเวอร์รางน้ำรับเลยคูปองสุดเฮง 6,600 บาท

ซัมเมอร์ทริปช้อปคิงเพาเวอร์“สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”ลดสูงสุด30%

PowerPass จัดเต็ม8เมนูมหาเฮง+รับฟรีชุดน้ำชา1,888บาท/เซ็ต

“ททท.-ลิซ่า” ลุยต่อยอดเที่ยวทั่วไทยโปรโมทใหญ่สื่อครบวงจร

บางจาก!!นำOil&Gasคว้าTIME Asia-Pacific’s Best Companies

TCEBเปิดแนวรุกเสริมแกร่ง5อุตสาหกรรมไฮไลต์Future Food

ล่องเจ้าพระยากับททท.-ไทยสมายโบ๊ททริปรักษ์โลก 25-27 ก.พ.

6 สัญญาณเตือนบ่งบอกว่าชีวิตเร่งรีบต้องรีบเพิ่มสารอาหารด่วน

“มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม”เปิดสมัครใบรับรองมาตรฐานถึง15มี.ค.

CENTEL-OR”ตั้งบริษัทร่วมทุนโรงแรมราคาประหยัดเปิดQ2ปี70

 

วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #ล่องเจ้าพระยาไทยสมายโบ๊ท

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/17BAXYk7xc/

ช่วงที่ 1 !! สัมภาษณ์ “กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระตุ้นเที่ยวภาคตะวันออกปีม้า 2569 คัดสินค้าเด่น 9 จังหวัด โครงการใหญ่ EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ปลุก “บิ๊กเทรนด์ขับรถเที่ยวดีไซน์เส้นทางด้วยตนเอง” โชว์ตัวอย่าง 9 เส้นทางตะลอนกิน “อาหารทะเล/เมนูท้องถิ่น-ผลไม้-ตลาดชุมชน” ชมชิมช้อปชิล “เที่ยวใกล้กรุง-ทัวร์สวนผลไม้-ปั่นจักรยานสัมผัสตลาดชุมชน-สัมผัสเทศกาลปลาหมึกพัทยา” โหมกระแสเที่ยวยั่งยืน 4 เส้นทาง “เที่ยวเขาใหญ่ทางนครนายก/ปราจีนบุรี-ขับรถถนนบูรพาชลทิศเลียบทะเลจันทบุรี-สำรวจมหัศจรรย์ 3 ป่า ตราด” ทุกพื้นที่เที่ยวง่าย สะดวก มีกิจกรรมเชิงการเรียนรู้มากมาย ไปซ้ำ ๆ ได้ตลอดทั้งปี 365 วัน

 


นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์กระตุ้นนักท่องเที่ยวปี 2569 เข้าสู่ภูมิภาคภาคตะวันออก 9 จังหวัด ด้วยจุดแข็ง เดินทางใกล้ คมนาคมสะดวกรวดเร็ว ในเส้นทางการท่องเที่ยว  3 กลุ่ม ได้แก่ 1.เส้นทางผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น เขาใหญ่” พื้นที่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว 2.ใกล้กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา 3.เลียบทะเล ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด

มีสินค้าอุดมสมบูรณ์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์ ด้วยศักยภาพพื้นที่มีทั้งอาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติผืนป่า ทะเล แหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัย เป็นสีสันตะวันออกอย่างแท้จริง 

ไฮไลต์เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ททท.ร่วมกับพันธมิตรเปิดตัวครงการใหญ่ EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ขับรถกินเที่ยวได้ตลอดทั้งปีในภาคตะวันออก 9 จังหวัด นำเสนออัตลักษณ์เด่นพื้นที่ ประกอบด้วย


“อาหารทะเล” จากวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพดีมาก ด้วยภูมิศาสตร์เป็นแหล่งผลิตอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมเสิร์ฟนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี

“อาหารถิ่นเมนูขึ้นชื่อ” ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น แกงหมูชะมวง ข้าวคลุกพริกเกลือ ต้มหน่อกระวาน เส้นจันท์ผัดปู แกงส้มผักกระชับ แกงเผ็ดหน่อสับปะรด ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ปูไข่ตะกายดาว มัสมั่นไก่ทุเรียน และอื่น ๆ


“ผลไม้ในสวนธรรมชาติ” ระหว่างกุมภาพันธ์-มีนาคม นี้ มี “มะยงชิด” สินค้าขึ้นชื่อในจังหวัดนครนายก เปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน “มะม่วง” หลากหลายสายพันธุ์รสชาติอร่อยมาก ในจังหวัดฉะเชิงเทรา อย่างพันธุ์ น้ำดอกไม้ ขายตึก (คล้ายมะม่วงแก้ว) และอีกมากมาย รวมทั้ง“มะพร้าวน้ำหอม” มีดินปากอ่าวอุดมสมบูรณ์

“ตลาดชุมชน” มีทั้งตลาดบก ตลาดน้ำ ตัวอย่างเช่น ตลาดบ้านใหม่ร้อยปี ฉะเชิงเทรา ตลาดจีนชากแง้ว ชลบุรี ตลาดน้ำเกาะกลอย ระยอง และตลาดเก่าเมืองจันท์ จันทบุรี

โดย ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก มี “กิจกรรม” รองรับโครงการ EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” จับมือกับเครือข่าย Thailand Gastronomy Network (TGN)  มีชุมชนเข้าร่วมด้วย พร้อมกับผู้นำทางความคิด KOL (Key Opinion Leader) ที่มีแฟนคลับมาร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เช่น “เชฟเบลล์-รศิกาญจ์น รุ่งลักษมีโรจน์” แชมป์จากรายการเรียลลิตี้ทำอาหารชื่อดัง The Restaurant War Thailand ซีซัน 2 และช่างภาพด้านอาหาร ปลุกกระแสการขับรถท่องเที่ยวด้วยตนเองตามเส้นทางที่ KOL แนะนำ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเที่ยวภายในพื้นที่กันเอง และข้ามภูมิภาคทั่วไทย ด้วยวิธี “ออกแบบเส้นทาง” ได้เอง ซึ่งสามารถแวะพักตามร้านอาหาร ชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว สวนผลไม้ และจุดต่าง ๆ 

ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ได้นำเสนอการออกแบบทริปขับรถท่องเที่ยวตามรสชาติที่ชื่นชอบตามอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดตามตัวอย่างดังนี้

 


สมุทรปราการ “Gate to the Flavour Road” พร้อม Bang Krachao Layover และ Gourmet Cycling

ฉะเชิงเทรา “Bangpakong River Feast” เมืองแห่งรสชาติจากสายน้ำ ผืนป่าและความศรัทธา

ชลบุรี “Seafood Capital & Coastal Living Paradise”

ระยอง “Slow Coast & Fruit Valley”

จันทบุรี “Herbs Route Experience & Heritage Food Walk

ตราด “Island-to-Table, Mangrove-to-Table Journey”

ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ในโครงการ EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ททท.ร่วมกับพันธมิตรมอบ “สิทธิพิเศษให้นักท่องเที่ยว” ได้แก่  บัตรเครดิตเคทีซี” ให้ผู้ถือบัตรเครดิต KTC รับส่วนลดในพื้นที่ภาคตะวันออกที่เข้าร่วมโครงการ ทั้ง โรงแรม รีสอร์ต ที่พัก พร้อมดูแลทุกการใช้จ่ายรับเงินคืนตามคอนเซ็ปต์ได้มากกว่าที่เคย และ “ร้านอาหาร” ทั่วทั้งภาคกว่า 2,000 แห่ง และ “ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย” จัดเตรียมรถเช่าขับท่องเที่ยวมีให้เลือกทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถหรู BMW สามารถเลือกใช้บริการตามความชอบของนักท่องเที่ยวทุกคน

ช่วงปลายกุมภาพันธ์-มีนาคม 2569 ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอการท่องเที่ยวที่มีความสุข สนุก และแหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ ประกอบด้วย

1.ท่องเที่ยวใกล้กรุง ที่ “จิมมี่ ฟาร์ม” ต.ก้อนแก้ว อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้มีฟาร์มปลูกพืชออร์แกนิก พร้อมเมนูอาหารอร่อย ๆ ผสมผสานกิจกรรมความสนุกสนานทำ D I Y เช่น ทำสวนในขวดแก้ว ยาดมสมุนไพร ขนมจากใจ แล้วยังมี “ตลาดชุมชน” บ้านใหม่ร้อยปี ตลาดน้ำบางคล้า และอีกหลายตลาด ราคาสมเหตุผลคุ้มค่าเงิน เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าต่อการพักผ่อน

 


2.ท่องเที่ยวสวนผลไม้ ผืนป่า ชุมชน ดื่มด่ำสัมผัสธรรมชาติสองข้างทาง แวะตามสวนต่าง ๆ ในนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว

3.ปั่นจักรยานชมตลาดผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ในจังหวัดสมุทรปราการ ได้ออกกำลังกาย สูดโอโซนบริสุทธิ์ ทำให้เกิดความสุขกายใจ

4.เที่ยวงานอาหารอีเวนต์ใหญ่ “เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด ประจำปี 2569” ระหว่าง 20-21 กุมภาพันธ์ 2569  บริเวณชายหาดจอมเทียน ส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวด้านอาหารทะเล (Food and Festival)

สำหรับ “เส้นทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ปี 2569 ภูมิภาคภาคตะวันออก ก็มีไฮไลต์ชวนไปเติมประสบการณ์ความสุข เด่น 4 เส้นทาง ได้แก่

เส้นทางที่ 1 เที่ยวธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เลือใช้จุดขึ้นเขาทาง เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ทะลุออกไปทางบ้านเนินหอม จ.ปราจีนบุรี ขึ้นเขาใหญ่ไปชม ผาเดียวดาย น้ำตกเหวนรก สวยงามมาก โดยมีกิจกรรมทำเป็นหมู่คณะได้ กิจกรรมแรก  “ทำโป่งดิน” ผสมเกลือ เป็นอาหารช้างป่า แต่นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อในพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมอุปกรณ์ต่าง  กิจกรรมที่สอง “ล้างกรงเสือช่วยสัตว์ป่าที่ถูกทำร้าย” ช่วยให้สัตว์มีพื้นที่ใช้ชีวิต

เส้นทางที่ 2 ท่องเที่ยวระยอง -จันทบุรี ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ เลียบทะเล สวยงามไม่แพ้นิวซีแลนด์ ขับรถริมทะเลสวยงาม แล้วแวะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ทุ่งโปรงทอง และผืนป่าโกงกางสวยงาม แล้วก็แวะไปที่ “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี” มีกิจกรรม เขี่ยไข่ปู ทำบ้านปลา ปล่อยปู สามารถทำได้ง่ายในทุกการเดินทาง

เส้นทางที่ 3 เที่ยวตราด โดดเด่นด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ "มหัศจรรย์ 3 ป่า” คือ ป่าโกงกาง ป่าจาก และป่าตะบูนไฮไลต์ มีบริการให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือชมความงามป่าตะบูนที่มีรากสานซ้อนกันเป็นลานรากไม้ (ลานตะบูน) อายุกว่า 100 ปี หรือจะเดินชมกับทำกิจกรรมโบว์ลิ่งหรือโยนลูกตะบูนเพื่อขยายพันธุ์ไม้ได้ด้วย

แล้วตราดยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางทะเล เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ทำกิจกรรมดำน้ำ พายเซิร์ฟ รวมทั้งในตัวจังหวัดก็มี “ชุมชน” พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ชวนไปทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน เพื่อปลูกจิตสำนึกร่วมดูแลให้สภาพภูมิอากาศโลกไม่ร้อนไปกว่านี้

            เส้นทางที่ 4 ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ภาคตะวันออก ทั้งใน ตราด จันทบุรี ปราจีนบุรี แต่ละแห่งนักท่องเที่ยวจะได้ค้นหาแหล่งที่มาของชาวชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลาย ได้อพยพเคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐาน แล้วทำให้เกิด “วัฒนธรรมอาหาร” แตกต่างกันไป

            ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ขอเชิญชวนเลือก “ภาคตะวันออก” ทั้ง 9 จังหวัด เป็นจุดหมายปลายทางขับรถท่องเที่ยว ชิม-ชม-ชิล อาหาร ธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ อันอุดมสมบูรณ์ เดินทางง่าย สะดวก ทุกจังหวัด สามารถขับรถเที่ยวระยะสั้น ๆ ได้บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ คุ้มค่า และมีความตลอดทั้งปี 365 วัน

 

 

ฟังข่าวต้นชั่วโมง

 

ข่าวที่ 1-ช้อปก่อนบินที่คิงเพาเวอร์รางน้ำรับคูปองสุดเฮง 6,600 บาท

 

 

ช้อปก่อนบินที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” รับคูปองสุดเฮงรวมสูงสุด 6,600 บาท และรับอั่งเปาส่วนลดรวม 5,600 บาท : รับส่วนลด 2,800 บาท เมื่อช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ได้จำนวน 2 ใบ โดยลุยเก็บอั่งเปา ได้จนนาทีสุดท้ายวันที่ 22 ก.พ. 2569

 

พิเศษ! มีไฟลต์บินออก “ดอนเมือง” แจกฟรี! คูปองลดรวม 1,000 บาท กับโปรโมชั่นและหมวดสินค้าที่ร่วมรายการ

 

รับคูปองส่วนลด 500 บาท เมื่อช้อป 4,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ)/ใบเสร็จรับเงิน ได้จำนวน 2 ใบ เมื่อเลือกรับสินค้า ณ จุด Pick Up Counter คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมืองเท่านั้น

 

 

ข่าวที่ 2 -ซัมเมอร์ทริปช้อปคิงเพาเวอร์“สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”ลดสูงสุด30%

 

เตรียมพร้อมก่อนขึ้นเครื่องไป SUMMER TRIP  เล็งช้อปไอเทมรับหน้าร้อน น้ำหอม เครื่องสำอาง ลดสูงสุด 30% ได้ที่ ร้านดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ 2 สนามบินหลัก

 

“คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20% ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30%

 

“คิง เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง” ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20%

ช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)

 

สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี! : รับทันที! เซตคูปองส่วนลด 30% x 6 ใบ

คูปองใบที่ 1 - ช้อปที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต

คูปองใบที่ 2 - ช้อปที่ คิง เพาเวอร์ ในท่าอากาศยานทุกสาขา

คูปองใบที่ 3 - ช้อปที่ KINGPOWER.COM หรือแอปพลิเคชัน KING POWER

คูปองใบที่ 4 - ช้อปที่ FIRSTER.COM หรือแอปพลิเคชัน FIRSTER

คูปองใบที่ 5 - ช้อปที่ TAIHAITAO.COM หรือ WeChat Mini Program

คูปองใบที่ 6 - ช้อปที่ KINGPOWER-CN.COM หรือ WeChat Mini Program

ให้สิทธิ์ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการต่อ 1 ใบเสร็จ ตลอดรายการรับได้คนละ 1 สิทธิ์

 

ข่าวที่ 3-PowerPass จัดเต็ม8เมนูมหาเฮง+รับฟรีชุดน้ำชา1,888บาท/เซ็ต

 

มากิน เมนูเฮงมหาอร่อย! "ซาลาเปาไส้ทอง และ 8 เมนูมงคล"  คิง เพาเวอร์ ให้สิทธิ์สมาชิก POWER PASS แลก 400 CARAT รับฟรี! คูปองทานอาหาร 100 บาท ที่ THAI TASTE HUB

 

พิเศษฉลองตรุษจีน รับเพิ่ม! ซาลาเปาไส้ทอง 1 ลูก (จำนวนจำกัด) ที่ ไทย เทสต์ ฮับ ชั้น 3

 

สมาชิก POWER PASS ช้อปครบ 50,000 บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ รับฟรี! "High Tea Set รวม 8 เมนูมงคล" และชุดน้ำชาสูตรต้นตำรับ  มูลค่าเซตละ 1,888 บาท ที่ ARCHA BAR โรงเตี๊ยมพลังม้า คราวน์ แมซซานีน ชั้น 2

 

Eclipso สนับสนุนเมนูเฮง พร้อเปิดตำนานแหล่งของกิน “รับความเฮง” ภายใน 22 กุมภาพันธ์ 2569 ไปกับร้านอาหารชื่อดัง พร้อมโซนขนมและของฝากให้เลือกช้อปอีกมากมาย แวะมาด่วน ๆ ได้เลยที่ชั้น 3  คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

 

ข่าวที่ 4- “ททท.-ลิซ่า” ลุยต่อยอดเที่ยวทั่วไทยโปรโมทใหญ่สื่อครบวงจร

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับ “ลิซ่า : LISA -ลลิษา มโนบาล” เดินหน้าสร้างกระแสการท่องเที่ยวเมืองไทยต่อเนื่องปล่อยสื่อภาพยนตร์โฆษณา Ep.2 Amazing Thailand ชุด feel all the feelings” ชวนคนไทยร่วมสนุก ออกตามหาและชี้พิกัดที่พบเห็น “ลิซ่า” ในแลนด์มาร์กสำคัญทั่วไทยผ่านสื่อต่าง ๆ

 

ททท.ลุยปล่อยภาพยนตร์โฆษณาใหม่ feel all the feelings” Ep.#2 ถ่ายทอดมุมมองของ “ลิซ่า” ผ่านคำถามชวนค้นหาว่า What does Thailand feel like? หรือ “ประเทศไทยให้ความรู้สึกแบบไหน” ก่อนจะพาผู้ชมออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยในมิติแห่งความสุขทั้ง 1.ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน 2.การเติมพลังใจ 3.ความงดงามในทุกโมเมนต์ของชีวิต สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศไทยซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นบนโลก ผ่านแลนด์มาร์กสถานที่ท่องเที่ยวงดงามทั่วประเทศ

 

ตั้งแต่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ททท.เดินหน้าต่อยอดแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาเชิญชวนคนไทย “ตามรอยลิซ่า” ร่วมสนุกไปกับการตามหาภาพ “ลิซ่า” ผ่านสื่อโฆษณาหลายรูปแบบ ดังนี้

 

“รถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท) และสีเขียวเข้ม (สายสีลม) เนรมิตเป็นสื่อโฆษณาหุ้มขบวน ถ่ายทอดบรรยากาศแคมเปญ Amazing Thailand x LISA “feel all the feelingsชวนผู้โดยสารร่วมสัมผัสอารมณ์ความรู้สึกระหว่างการเดินทางในชีวิตประจำวัน เริ่มเผยแพร่แล้วตั้งแต่วันนี้-พฤษภาคม 2569

 

โดยได้ตกแต่งภายในขบวนรถไฟฟ้าด้วยภาพลักษณ์แคมเปญอย่างโดดเด่น ควบคู่กับภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจากทั่วไทย พร้อมวิ่งผ่านแลนด์มาร์คใจกลางเมือง ครอบคลุม 9 สถานีหลัก ได้แก่ สยาม (ทั้งฝั่งบนและฝั่งล่าง), พญาไท, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ,ชิดลม, อ่อนนุช, ช่องนนทรี, ศาลาแดง, อโศก และพร้อมพงษ์

 

เชิญชวนผู้โดยสาร BTS ที่พบเจอ “ลิซ่า”ตามสถานีต่าง ๆ สร้างประสบการณ์ระหว่างการเดินทางเก็บภาพความประทับใจตลอดเส้นทาง และร่วมสัมผัสทุกอารมณ์ feel all the feelings

 

รถไฟฟ้า MRT ครอบคลุมทำเลสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เช่น ภายในสถานีรถไฟฟ้าบริเวณ ณรงค์ อินเตอร์เชนจ์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา–อาจณรงค์

 

เส้นทางมอเตอร์เวย์ Air Traveler Gateway

 

ป้าย Lightbox ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ครอบค[6มจุดรับกระเป๋าภายในประเทศและทางเดินผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ

 

จอดิจิทัลภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสนามบินชั้นนำทั่วประเทศ

 

จอ The Base บนพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ย่านบึงมักกะสัน, Bravo BKK พระราม 9, อาคาร Exchange Tower แยกอโศก, Ploenchit Interchange, โซนสาทร–เซนต์หลุยส์ ใกล้สถานีเซนต์หลุยส์, จอ Twintube ถนนพระราม 4

 

อาคาร Chartered Square แยกสาทร–สุรศักดิ์

 

ทางด่วนต่าง ๆ ได้แก่ เฉลิมมหานคร–ดาวคะนอง มุ่งหน้าพระราม 3, ทางด่วนเฉลิมมหานคร-ดินแดง (มักกะสัน) ฝั่งมุ่งหน้าดินแดง, บริเวณทางด่วนบูรพาวิถี กม.2 ขาออก, ทางด่วนเส้นศรีรัช–แจ้งวัฒนะ มุ่งหน้าด่านประชาชื่น, ทางด่วนศรีรัช-ศรีนครินทร์ ฝั่งมุ่งหน้าดินแดง, ทางด่วนโทลล์เวย์ทั้งขาเข้าและขาออก, โรงแรม SO/ Bangkok ถนนสาทรเหนือ–พระราม 4

 

ใกล้แลนด์มาร์กของประเทศอย่าง แยกหัวลำโพง ถนนพระราม

 

พื้นที่หัวเมืองหลักในภูมิภาค อย่าง สี่แยก เซ็นทรัล ภูเก็ต , สามแยกถนนโพธิ์ศรี อุดรธานี แยก บขส. จังหวัดชลบุรี, ถนนพหลโยธิน บริเวณร้านของฝากแม่ฮอม, ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ กม.552 เชียงใหม่ มุ่งหน้าลำพูน วงเวียนหอนาฬิกา จังหวัดลำปาง

 

ฉายภาพยนตร์โฆษณาก่อนเริ่มฉายในโรงภาพยนตร์ เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ 

 

ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง เช่น Cเซ็นทรัล แอมบาสซี่ กับ ไอคอนสยาม/ICONSIAM

 

ด่วน !! ใครพบเจอ “ลิซ่า” ที่ไหน สามารถถ่ายภาพและร่วมแชร์โมเมนต์ความประทับใจผ่านคอมเมนต์ พร้อมบอกเล่าความรู้สึกว่า What does Thailand feel like? หรือ “ประเทศไทยให้ความรู้สึกแบบไหน” ด้วยเหตุผลที่ทำให้หลงรักเมืองไทยในแบบของตัวเอง 

 

ร่วมแชร์โมเมนต์ได้ทาง Amazing Thailand https://www.facebook.com/share/p/1CWXsP2qWo/ และ X(@go2Thailand): https://x.com/i/status/2024046238279381111

 

ข่าวที่ 5-บางจาก!!รายแรกOil&Gasคว้าTIME Asia-Pacific’s Best Companies

 

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 11 บริษัทไทย ที่ติดอันดับรายชื่อ Best Companies Asia-Pacific 2026 บริษัทชั้นนำระดับ 500 แห่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จัดโดยนิตยสาร TIME ร่วมกับ Statista แพลตฟอร์มข้อมูลและวิเคราะห์ธุรกิจระดับโลก สะท้อนศักยภาพขององค์กรในระดับภูมิภาค ทั้งด้านการดูแลบุคลากร ความสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และการดำเนินงานตามหลัก ESG

 

ซึ่งบางจากฯ เป็นบริษัทไทยรายเดียวในกลุ่ม Oil & Gas ที่ติดอันดับ และติดท็อป 3 จาก 11 บริษัทไทยใน TIME Asia-Pacific’s Best Companies 2026 สะท้อนองค์กรมีความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่การดูแลบุคลากร การดำเนินงานตามหลัก ESG 

 

ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากพนักงานทุกคนและพันธมิตรร่วมมือกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันบางจากมุ่งหน้าพัฒนาองค์กรและขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเติบโตในระยะยาว

           

บางจากติดอันดับ TIME Asia-Pacific’s Best Companies 2026 โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาสำคัญ ด้าน ได้แก่ 

 

1.ความพึงพอใจของพนักงาน ซึ่งอ้างอิงจากการสำรวจอิสระของพนักงานมากกว่า 50,000 คนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก 

 

2. ผลการดำเนินงานทางการเงิน ประเมินจากการเติบโตของรายได้ทั้งในเชิงสัดส่วนและเชิงมูลค่าระหว่างปี พ.ศ. 2565-2567 

 

3. ความโปร่งใสด้านความยั่งยืน ซึ่งใช้ตัวชี้วัดด้าน ESG ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลภายในของ Statista ได้รวบรวมข้อมูลทางธุรกิจและทางการเงินของบริษัทหลายพันแห่งจากนานาประเทศในภูมิภาคนี้

 

สำหรับ Best Companies Asia-Pacific 2026 เป็นเครื่องสะท้อนความแข็งแกร่งขององค์กรในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกทั้ง 3 ด้าน สามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต ความรับผิดชอบ และความสามารถรับมือกับความท้าทายระดับโลก โดยเน้นองค์กรที่มีความพึงพอใจของพนักงานระดับสูง ธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง และดำเนินงานตามแนวปฏิบัติด้าน ESG อย่างจริงจัง เป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญต่อผู้บริโภคและนักลงทุนในการพิจารณาความน่าเชื่อถือและศักยภาพขององค์กรชั้นนำ

 

ข่าวที่ 6- TCEBเปิดแนวรุกปี69เสริมแกร่ง5อุตสาหกรรมไฮไลต์Future Food

 

ดร.จารุวรรณ สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บได้สนับสนุนการจัดงาน The Largest Future Food Leader Summit 2026 :Regenerative Personalized Nutrition and AI Health for People & Planet Longevity ของบริษัท เทสท์บัด จำกัด พร้อมทั้งขึ้นเวทีร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “MICE IN 2026: FOOD VALUE CHAIN & INNOVATION โอกาสทางยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในห่วงโซ่คุณค่าอาหารและนวัตกรรม” มุ่งนำเสนอเป้าหมายปี 2569 ทางทีเส็บเดินหน้าส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมหลัก (5 Future Frontiers) ประกอบด้วย

 

อุตสาหกรรมแรก : Food Value Chain & Innovation: ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร รากฐานความแข็งแกร่งเดิมของประเทศที่ต้องยกระดับสู่นวัตกรรม

 

อุตสาหกรรมสอง : Digital & AI: ทำหน้าที่เป็น “Enabler” หรือผู้สนับสนุนหลักในทุก Real Sector เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตรวจสอบย้อนกลับ

 

อุตสาหกรรมสาม : Wellness & Longevity: การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผู้สูงวัยและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อรับมือกับสังคมสูงอายุในอนาคต

 

อุตสาหกรรมสี่ : Advanced & Sustainable Manufacturing: การปรับโฉมภาคการผลิตสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสูง

 

อุตสาหกรรมห้า : Bioeconomy & Life Sciences: การต่อยอดจากความหลากหลายทางชีวภาพสู่วิทยาศาสตร์การแพทย์และยา

 

ดร.จารุวรรณ กล่าวว่า ไมซ์จะมีบทบาทเชิงรุกในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต หรือ Future Food อย่างโดดดเด่น ด้วยการนำเทรนด์เทคโนโลยีเข้าไปใช้เป็นซับธีมงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหารระดับนานาชาติ เช่น THAIFEX, ProPak และFood Ingredients Asia กระตุ้นคู่ค้าต่างชาติส่องสปอร์ตไลท์หากจะจัดเอ็กซิบิชั่นต้องมาที่ประเทศเท่านั้น ขานรับกับปัจจุบันไทยมีเมืองด้านอาหารตามมาตรฐานยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็น Gastronomy City 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ภูเก็ต สงขลา

 

อนาคตทีเส็บจะเดินหน้าใช้แพลตฟอร์ม UNESCO Creative City Network นำเสนอเมืองที่เชี่ยวชาญและโดดเด่นด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้าน Gastronomy City ของไทยให้ครบทั้ง 9 จังหวัด ซึ่งมีความพร้อมใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุงอาหาร สร้างผลเชิงบวกกับเศรษฐกิจอาหารในท้องถิ่น ควบคู่กับส่งเสริมให้ห่วงโซ่อาหารยังคงอยู่ในเมืองอย่างยั่งยืน

 

          ช่วงที่ 2 ปลายเดือนกุมภาพันธ์ นี้ ททท.ชวนล่องเรือ ไทย สมายล์ โบ๊ท สบาย ๆ ช่วงวันธรรมดา จัดรอบพิเศษเพียง 3 วันเท่านั้น 25-27 กุมภาพันธ์ 2569 จัดเต็มในราคาเพียง 1,200 บาท แล้วฟัง “6สัญญาณเตือนจากร่างกาย” ให้เติมสารอาหารด่วน เกาะติดข่าวดี ๆ ข่าวแรก “มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม” เปิดให้โรงแรม รีสอร์ต ทั่วไทย สมัครด่วน ขอใบรับรองมาตรฐานที่พักภายใน 15 มี.ค. ข่าวที่สอง “CENTEL-OR” กอดคอตั้งบริษัทร่วมทุนลุยธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด เริ่มบริการ ไตรมาส 2 ปี 70

 

ท่องเที่ยว –ล่องเจ้าพระยากับททท.-ไทยสมายโบ๊ททริปรักษ์โลก 25-27 ก.พ.

 

ไม่ต้องรอวันหยุดยาว ก็เที่ยวได้” ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร เปิดเดือนใหม่ด้วยพลังดี ๆ บนสายน้ำทรงคุณค่าที่สุดของกรุงเทพฯ เสิร์ฟความปัง ชวน “ล่องเหนือรับโชคกลางเจ้าพระยา”  กับ “ไทย สมายล์ โบ๊ท”

 

ชวนคุณเติมพลังบวกกลางสัปดาห์ แบบ “วัน เดย์ ทริป” สุดเอ็กซ์คลูซีฟบนสายน้ำ ภายใต้แนวคิด Thai Go – Sustainable Weekday River Experience

 

เส้นทางล่องเจ้าพระยา : สยามเจริญนคร – เอเชียทีค – สาทร – ไอคอนสยาม – วัดอรุณฯ – ท่าช้าง

 

“ท่องเที่ยวรอบพิเศษ” เพียง 3 วันเท่านั้น ระหว่าง 25 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ยามเย็น วันละ 1 รอบ เวลา 17.00 – 18.30 น.

 

“ราคา โปรโมชั่น” คนละ 1,200 บาท จากปกติ 1,500 บาท จองก่อนรับสิทธิ์ก่อนรอบละ 48 คน

 

“ล่องเรือไฟฟ้า” ขนาด 2 ชั้น ชมวิวสองฝั่งแม่น้ำแบบพาโนรามา ร่วมเดินทางพักผ่อนแบบรักษ์โลก สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

 

“อิ่มอร่อย” ในปิ่นโตรักษ์โลก : เสิร์ฟเมนูไทยต้นตำรับ เสิร์ฟด้วยความใส่ใจ ทั้งรสชาติ และสิ่งแวดล้อม

 

“เช็คอินความสุข” : เปิดให้นักท่องเที่ยวสายฮีลใจได้เลือกเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดาโดยไม่ต้องรอวันหยุดยาว แบบสบาย ๆ ไม่แออัด

 

“เช็กอินแลนด์มาร์ก Iconic : เก็บภาพมุมใหม่ ไม่ซ้ำใคร ผ่านจุดไฮไลต์อย่าง เอเชีย ทีค ริเวอร์ฟรอนท์ ไอคอนสยาม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ท่าช้าง แลนด์มาร์กคลาสสิกริมเจ้าพระยา

 

“ดื่มด่ำวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำ” : ฟังเรื่องเล่าจากไกด์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบรรยากาศโรแมนติกยามเย็น

 

“สนุกกับเวิร์คช้อป” : ทดลองทำ DIY ยาดมสไตล์หงส์ไทย เป็นของที่ระลึกทำเอง เสริมสิริมงคล รับพลังดี ๆ กลับบ้าน

           

นักท่องเที่ยวสายฟินชอบบรรยากาศสายน้ำยามเย็น จองที่นั่งหรือสมัครได้ 3 ช่องทาง ดังนี้

 

LINE Official: Thai Smile Boat Trip : https://lin.ee/6XzsI4h

 

ลงทะเบียนผ่าน Google Form : https://forms.gle/T9AJygjqvWWTduY77

 

โทรสอบถาม/สำรองที่นั่ง 06-6125-3917 ดูเพิ่มใน Facebook : ไทย สมายล์ โบ้ท

 

สุขภาพ –6 สัญญาณเตือนบ่งบอกว่าชีวิตเร่งรีบต้องรีบเพิ่มสารอาหารด่วน

 

การใช้ชีวิตของคนยุคนี้ ต้องเร่งรีบแข่งกับทุกอย่าง ที่มีสัญญาณเตือน “ร่างกาย” กำลังถูกทำร้าย จึงเตือนว่าถึงเวลาต้อง “เติมสารอาหาร” เข้าใจ สังเกตุได้จาก 6 สัญญาณเตือน ดังนี้

 

1. เหนื่อยล้า อ่อนเพลียเรื้อรัง รู้สึกไม่สดชื่น ไม่มีพลังงาน แม้จะได้พักผ่อนตอนกลางคืนอย่างเพียงพอแล้ว สัญญาณนี้อาจเกี่ยวกับการขาด วิตามิน B หรือธาตุเหล็ก ที่มีบทบาทสำคัญการสร้างพลังงาน

 

2. สมองเบลอ (Brain Fog) ขาดสมาธิ ความจำสั้น การตัดสินใจช้าลง มักเชื่อมโยงกับการทำงานของระบบประสาทที่ต้องการ วิตามินบี โอเมกา3s หรือแมกนีเซี่ยม

 

3. ป่วยบ่อย / ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ติดหวัดง่าย ใช้เวลานานเพื่อฟื้นตัวจากอาการป่วย บ่งบอกถึงระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงพอ ซึ่งต้องการวิตามินซี ดี และสังกะสี

 

4. ผมร่วงง่าย / เล็บเปราะ เส้นผมอ่อนแอ หลุดร่วงมากกว่าปกติ หรือเล็บเปราะแตกหักง่าย คือสัญญาณที่ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญสร้างโครงสร้าง เช่น ไบโอติน หรือโปรตีน

 

5. ผิวพรรณไม่สดใส ผิวดูหมองคล้ำ ไม่เปล่งปลั่ง หรือมีปัญหาผิวรักษาไม่หาย อาจเกิดจากขาดวิตามินเอ ซี อี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและฟื้นฟูผิว

 

6. พลังงานตกต่ำ รู้สึกซึมเซา ไม่พร้อมทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ระดับพลังงานในร่างกายไม่คงที่ อาจต้องพิจารณาการได้รับสารอาหารช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก –“มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม”เปิดสมัครใบรับรองมาตรฐานที่พักถึง15มี.ค.

 

“มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม” ของสมาคมโรงแรมไทย รายงานว่า ได้รับมอบหมายจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชิญชวน “สถานประกอบการ” ประเภท “โรงแรมและรีสอร์ท” สมัครขอ “การรับรองมาตรฐานที่พัก” เพื่อการท่องเที่ยว (ประเภทโรงแรม/รีสอร์ท) ระดับ 1-5 ดาว 

 

“สมัครฟรี” ไม่มีค่าใช้จ่ายในการขอการรับรองมาตรฐานสำหรับ 70 โรงแรมแรก (สมัครใหม่)

“รับสมัคร” ตั้งแต่วันนี้ -15 มีนาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม 

“กดLink สมัคร”  https://forms.gle/7UJXK5Ubx9TNXQxW9

 

“กำหนดจะประกาศรายชื่อ” โรงแรมที่ได้รับคัดเลือกผ่านทาง E-mail ที่แต่ละโรงแรมแจ้งใน Link

 

“เงื่อนไขการรับสมัคร” เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ พร้อมเอกสาร ดังนี้

 

มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมและเปิดทำการมาแล้ว 1 ปี

 

ยอมรับเงื่อนไขการแจ้งวันลงพื้นที่ที่ทางผู้ประสานงานแจ้งเท่านั้น ช่วงเวลาการลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานโรงแรมระหว่างเดือนมีนาคม – กรกฏาคม 2569 โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์

 

จะต้องจัดเตรียมห้องพักให้คณะกรรมการ (คณะกรรมการเข้าพัก 1 คืน จำนวน 3-4 ห้อง อาจจะก่อนหรือหลังวันตรวจประเมิน)

 

-"คณะกรรมการจะต้องใช้บริการเพื่อให้คะแนนในส่วนของหมวดห้องพักและการให้บริการของพนักงาน"

 

จะต้องจัดเตรียมเรื่อง อาหาร(เช้า กลางวัน เย็น) รถรับส่ง ให้คณะกรรมการ คณะกรรมการจะต้องใช้บริการเพื่อให้คะแนนในส่วนของหมวดห้องอาหารและการให้บริการของพนักงาน"

 

สอบถามเพิ่มกับทางคุณอรศิริ ภิรมพงษ์ 086 342 8928 และ คุณธารินทร์ทอง พรมทอง 086 342 8933

มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม :Thailand Hotel Standard Foundation

Line Official : @hotelstandard  หรือคลิก Link เพื่อเพิ่มเพื่อน https://lin.ee/uij9mmM

E-mail          standard@thaihotels.org 

Website       : http://www.thaihotels.org/16679475/hotel-standard

 

ข่าวที่สอง CENTEL-OR”ตั้งบริษัทร่วมทุนโรงแรมราคาประหยัดเปิดQ2ปี70

 

บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) (CENTEL) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงผลการประชุมคณะกรรมการ ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติให้ CENTEL หรือบริษัทย่อยที่ CENTEL ถือหุ้น 100% จัดตั้ง บริษัทร่วมทุน (Joint Venture) ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในเครือ (OR)

 

โดย CENTEL หรือบริษัทย่อยจะถือหุ้นสัดส่วน 51% และ OR ถือหุ้นสัดส่วน 49% ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ แล้ว CENTEL จะลงทุนในวงเงินเริ่มแรกไม่เกิน 360 ล้านบาท

 

สำหรับ OR มีข้อมูลความเคลื่อนไหวเรื่องการลงทุนเริ่มแรกจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 346 ล้านบาท ตั้งเป้าเปิดให้บริการโรงแรมในสถานีน้ำมันเฟสแรก 6 แห่ง ช่วงเปิดดำเนินการ 1-2 ปีแรก ตั้งเป้าทำอัตราการเข้าพักไว้ประมาณ 50–70% หลังปีที่ 3 เป็นต้นไปจะขยับเพิ่มเป็น 70–80%

 

“แผนธุรกิจ” ทางบริษัทร่วมทุนใหม่ของทั้งสองกลุ่มคาดจะเริ่มก่อสร้างโรงแรมแห่งแรกช่วง ไตรมาส 2 ปี 2569 ภายใน 1 ปีจะสามารถเปิดให้บริการได้ช่วงไตรมาส 2 ปี 2570

 

“ขนาดห้องพัก” โรงแรมแต่ละแห่งจะมีขนาด 80–90 ห้อง

 

“ราคาที่พัก” อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยจะประมาณ 800–1,300 บาท/ห้อง/คืน

 

สำหรับ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด (Budget Hotel) เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตของ CENTEL ในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากยิ่งขึ้น เลือกจับมือกับ OR เพราะสามารถเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และเติบโตในระยะยาวได้อย่างแข็งแกร่ง

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

TCEB รุกตลาดไมซ์ครึ่งปีหลัง69ชู3โปรเจกต์ Mazimice Thailand 3มิติ-เปิดNet Zero Academy-แอปใหม่JerGan

  ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) "TCEB" TCEB รุกตลาดไมซ์ไทยไมซ์โลกครึ่งปีหลัง 69 ชูห...