ททท.ตะวันออกงัดบิ๊กแคมเปญขับรถกินเที่ยว9จังหวัดตลอดปี69
ชูโมเดลเทรนด์ดีไซน์เที่ยวด้วยตัวเอง“อาหาร-ผลไม้-ตลาดชุมชน”
ลุยเที่ยวยั่งยืน“เขาใหญ่-เลียบทะเลอ่าวไทย-มหัศจรรย์3ป่าตราด”
ช้อปก่อนบินที่คิงเพาเวอร์รางน้ำรับเลยคูปองสุดเฮง
6,600 บาท
ซัมเมอร์ทริปช้อปคิงเพาเวอร์“สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”ลดสูงสุด30%
PowerPass จัดเต็ม8เมนูมหาเฮง+รับฟรีชุดน้ำชา1,888บาท/เซ็ต
“ททท.-ลิซ่า”
ลุยต่อยอดเที่ยวทั่วไทยโปรโมทใหญ่สื่อครบวงจร
บางจาก!!นำOil&Gasคว้าTIME Asia-Pacific’s Best Companies
TCEBเปิดแนวรุกเสริมแกร่ง5อุตสาหกรรมไฮไลต์Future Food
ล่องเจ้าพระยากับททท.-ไทยสมายโบ๊ททริปรักษ์โลก 25-27
ก.พ.
6
สัญญาณเตือนบ่งบอกว่าชีวิตเร่งรีบต้องรีบเพิ่มสารอาหารด่วน
“มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม”เปิดสมัครใบรับรองมาตรฐานถึง15มี.ค.
“CENTEL-OR”ตั้งบริษัทร่วมทุนโรงแรมราคาประหยัดเปิดQ2ปี70
วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #ล่องเจ้าพระยาไทยสมายโบ๊ท
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/17BAXYk7xc/
ช่วงที่ 1 !! สัมภาษณ์ “กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระตุ้นเที่ยวภาคตะวันออกปีม้า 2569 คัดสินค้าเด่น 9 จังหวัด โครงการใหญ่ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ปลุก “บิ๊กเทรนด์ขับรถเที่ยวดีไซน์เส้นทางด้วยตนเอง” โชว์ตัวอย่าง 9 เส้นทางตะลอนกิน “อาหารทะเล/เมนูท้องถิ่น-ผลไม้-ตลาดชุมชน” ชมชิมช้อปชิล “เที่ยวใกล้กรุง-ทัวร์สวนผลไม้-ปั่นจักรยานสัมผัสตลาดชุมชน-สัมผัสเทศกาลปลาหมึกพัทยา” โหมกระแสเที่ยวยั่งยืน 4 เส้นทาง “เที่ยวเขาใหญ่ทางนครนายก/ปราจีนบุรี-ขับรถถนนบูรพาชลทิศเลียบทะเลจันทบุรี-สำรวจมหัศจรรย์ 3 ป่า ตราด” ทุกพื้นที่เที่ยวง่าย สะดวก มีกิจกรรมเชิงการเรียนรู้มากมาย ไปซ้ำ ๆ ได้ตลอดทั้งปี 365 วัน
นางกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์กระตุ้นนักท่องเที่ยวปี 2569 เข้าสู่ภูมิภาคภาคตะวันออก 9 จังหวัด ด้วยจุดแข็ง เดินทางใกล้ คมนาคมสะดวกรวดเร็ว ในเส้นทางการท่องเที่ยว 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.เส้นทางผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น เขาใหญ่” พื้นที่ นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว 2.ใกล้กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา 3.เลียบทะเล ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
มีสินค้าอุดมสมบูรณ์ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่มไลฟ์สไตล์
ด้วยศักยภาพพื้นที่มีทั้งอาหารการกิน ศิลปวัฒนธรรม ธรรมชาติผืนป่า ทะเล
แหล่งท่องเที่ยวร่วมสมัย เป็นสีสันตะวันออกอย่างแท้จริง
ไฮไลต์เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ททท.ร่วมกับพันธมิตรเปิดตัวครงการใหญ่ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ขับรถกินเที่ยวได้ตลอดทั้งปีในภาคตะวันออก 9 จังหวัด นำเสนออัตลักษณ์เด่นพื้นที่ ประกอบด้วย
● “อาหารทะเล” จากวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพดีมาก ด้วยภูมิศาสตร์เป็นแหล่งผลิตอันอุดมสมบูรณ์ พร้อมเสิร์ฟนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี
● “อาหารถิ่นเมนูขึ้นชื่อ” ที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น แกงหมูชะมวง ข้าวคลุกพริกเกลือ ต้มหน่อกระวาน เส้นจันท์ผัดปู แกงส้มผักกระชับ แกงเผ็ดหน่อสับปะรด ก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง ปูไข่ตะกายดาว มัสมั่นไก่ทุเรียน และอื่น ๆ
● “ผลไม้ในสวนธรรมชาติ” ระหว่างกุมภาพันธ์-มีนาคม นี้ มี “มะยงชิด” สินค้าขึ้นชื่อในจังหวัดนครนายก เปิดสวนต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคน “มะม่วง” หลากหลายสายพันธุ์รสชาติอร่อยมาก ในจังหวัดฉะเชิงเทรา อย่างพันธุ์ น้ำดอกไม้ ขายตึก (คล้ายมะม่วงแก้ว) และอีกมากมาย รวมทั้ง“มะพร้าวน้ำหอม” มีดินปากอ่าวอุดมสมบูรณ์
● “ตลาดชุมชน” มีทั้งตลาดบก ตลาดน้ำ ตัวอย่างเช่น ตลาดบ้านใหม่ร้อยปี ฉะเชิงเทรา ตลาดจีนชากแง้ว ชลบุรี ตลาดน้ำเกาะกลอย ระยอง และตลาดเก่าเมืองจันท์ จันทบุรี
โดย ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก มี “กิจกรรม” รองรับโครงการ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” จับมือกับเครือข่าย Thailand Gastronomy Network (TGN) มีชุมชนเข้าร่วมด้วย พร้อมกับผู้นำทางความคิด KOL (Key Opinion Leader) ที่มีแฟนคลับมาร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เช่น “เชฟเบลล์-รศิกาญจ์น รุ่งลักษมีโรจน์” แชมป์จากรายการเรียลลิตี้ทำอาหารชื่อดัง The Restaurant War Thailand ซีซัน 2 และช่างภาพด้านอาหาร ปลุกกระแสการขับรถท่องเที่ยวด้วยตนเองตามเส้นทางที่ KOL แนะนำ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเที่ยวภายในพื้นที่กันเอง และข้ามภูมิภาคทั่วไทย ด้วยวิธี “ออกแบบเส้นทาง” ได้เอง ซึ่งสามารถแวะพักตามร้านอาหาร ชุมชน สถานที่ท่องเที่ยว สวนผลไม้ และจุดต่าง ๆ
ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ได้นำเสนอการออกแบบทริปขับรถท่องเที่ยวตามรสชาติที่ชื่นชอบตามอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดตามตัวอย่างดังนี้
● สมุทรปราการ “Gate to the Flavour Road” พร้อม Bang Krachao Layover และ Gourmet Cycling
● ฉะเชิงเทรา “Bangpakong River Feast” เมืองแห่งรสชาติจากสายน้ำ ผืนป่าและความศรัทธา
● ชลบุรี “Seafood Capital & Coastal Living Paradise”
● ระยอง “Slow Coast & Fruit Valley”
● จันทบุรี “Herbs Route Experience & Heritage Food Walk
● ตราด “Island-to-Table, Mangrove-to-Table Journey”
ผอ.กนกกิตติกา กล่าวว่า ในโครงการ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ททท.ร่วมกับพันธมิตรมอบ “สิทธิพิเศษให้นักท่องเที่ยว” ได้แก่ “บัตรเครดิตเคทีซี” ให้ผู้ถือบัตรเครดิต KTC รับส่วนลดในพื้นที่ภาคตะวันออกที่เข้าร่วมโครงการ ทั้ง โรงแรม รีสอร์ต ที่พัก พร้อมดูแลทุกการใช้จ่ายรับเงินคืนตามคอนเซ็ปต์ได้มากกว่าที่เคย และ “ร้านอาหาร” ทั่วทั้งภาคกว่า 2,000 แห่ง และ “ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย” จัดเตรียมรถเช่าขับท่องเที่ยวมีให้เลือกทั้ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) รถหรู BMW สามารถเลือกใช้บริการตามความชอบของนักท่องเที่ยวทุกคน
ช่วงปลายกุมภาพันธ์-มีนาคม 2569 ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ขอนำเสนอการท่องเที่ยวที่มีความสุข สนุก และแหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยวในมิติต่าง ๆ ประกอบด้วย
1.ท่องเที่ยวใกล้กรุง ที่ “จิมมี่
ฟาร์ม” ต.ก้อนแก้ว
อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้มีฟาร์มปลูกพืชออร์แกนิก
พร้อมเมนูอาหารอร่อย ๆ ผสมผสานกิจกรรมความสนุกสนานทำ D I
Y เช่น ทำสวนในขวดแก้ว ยาดมสมุนไพร ขนมจากใจ แล้วยังมี “ตลาดชุมชน”
บ้านใหม่ร้อยปี ตลาดน้ำบางคล้า และอีกหลายตลาด ราคาสมเหตุผลคุ้มค่าเงิน
เป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าต่อการพักผ่อน
2.ท่องเที่ยวสวนผลไม้ ผืนป่า ชุมชน ดื่มด่ำสัมผัสธรรมชาติสองข้างทาง แวะตามสวนต่าง ๆ ในนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว
3.ปั่นจักรยานชมตลาดผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ในจังหวัดสมุทรปราการ ได้ออกกำลังกาย สูดโอโซนบริสุทธิ์ ทำให้เกิดความสุขกายใจ
4.เที่ยวงานอาหารอีเวนต์ใหญ่ “เทศกาลปลาหมึกและอาหารทะเลริมชายหาด ประจำปี 2569” ระหว่าง 20-21 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณชายหาดจอมเทียน ส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวด้านอาหารทะเล (Food and Festival)
สำหรับ “เส้นทางการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน” ปี 2569 ภูมิภาคภาคตะวันออก ก็มีไฮไลต์ชวนไปเติมประสบการณ์ความสุข เด่น 4 เส้นทาง ได้แก่
● เส้นทางที่ 1 เที่ยวธรรมชาติอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เลือใช้จุดขึ้นเขาทาง เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ทะลุออกไปทางบ้านเนินหอม จ.ปราจีนบุรี ขึ้นเขาใหญ่ไปชม ผาเดียวดาย น้ำตกเหวนรก สวยงามมาก โดยมีกิจกรรมทำเป็นหมู่คณะได้ กิจกรรมแรก “ทำโป่งดิน” ผสมเกลือ เป็นอาหารช้างป่า แต่นักท่องเที่ยวจะต้องติดต่อในพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ กิจกรรมที่สอง “ล้างกรงเสือช่วยสัตว์ป่าที่ถูกทำร้าย” ช่วยให้สัตว์มีพื้นที่ใช้ชีวิต
● เส้นทางที่ 2 ท่องเที่ยวระยอง -จันทบุรี ถนนเฉลิมบูรพาชลทิศ เลียบทะเล สวยงามไม่แพ้นิวซีแลนด์ ขับรถริมทะเลสวยงาม แล้วแวะไปสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ทุ่งโปรงทอง และผืนป่าโกงกางสวยงาม แล้วก็แวะไปที่ “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติอ่าวคุ้งกระเบน จันทบุรี” มีกิจกรรม เขี่ยไข่ปู ทำบ้านปลา ปล่อยปู สามารถทำได้ง่ายในทุกการเดินทาง
● เส้นทางที่ 3 เที่ยวตราด โดดเด่นด้วยการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ "มหัศจรรย์ 3 ป่า” คือ ป่าโกงกาง ป่าจาก และป่าตะบูนไฮไลต์ มีบริการให้นักท่องเที่ยวนั่งเรือชมความงามป่าตะบูนที่มีรากสานซ้อนกันเป็นลานรากไม้ (ลานตะบูน) อายุกว่า 100 ปี หรือจะเดินชมกับทำกิจกรรมโบว์ลิ่งหรือโยนลูกตะบูนเพื่อขยายพันธุ์ไม้ได้ด้วย
แล้วตราดยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางทะเล เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ทำกิจกรรมดำน้ำ พายเซิร์ฟ รวมทั้งในตัวจังหวัดก็มี “ชุมชน” พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยว ชวนไปทำกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอน ลดโลกร้อน เพื่อปลูกจิตสำนึกร่วมดูแลให้สภาพภูมิอากาศโลกไม่ร้อนไปกว่านี้
● เส้นทางที่ 4 ท่องเที่ยวพิพิธภัณฑ์ภาคตะวันออก ทั้งใน ตราด จันทบุรี ปราจีนบุรี แต่ละแห่งนักท่องเที่ยวจะได้ค้นหาแหล่งที่มาของชาวชาติพันธุ์ที่มีความหลากหลาย ได้อพยพเคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐาน แล้วทำให้เกิด “วัฒนธรรมอาหาร” แตกต่างกันไป
ผอ.กนกกิตติกา
กล่าวว่า ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป ขอเชิญชวนเลือก “ภาคตะวันออก” ทั้ง 9
จังหวัด เป็นจุดหมายปลายทางขับรถท่องเที่ยว ชิม-ชม-ชิล อาหาร
ธรรมชาติ แหล่งเรียนรู้ อันอุดมสมบูรณ์ เดินทางง่าย สะดวก ทุกจังหวัด
สามารถขับรถเที่ยวระยะสั้น ๆ ได้บ่อย ๆ ซ้ำ ๆ คุ้มค่า และมีความตลอดทั้งปี 365
วัน
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-ช้อปก่อนบินที่คิงเพาเวอร์รางน้ำรับคูปองสุดเฮง
6,600 บาท
ช้อปก่อนบินที่
“คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” รับคูปองสุดเฮงรวมสูงสุด 6,600 บาท และรับอั่งเปาส่วนลดรวม
5,600 บาท : รับส่วนลด 2,800 บาท
เมื่อช้อปครบ 8,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ได้จำนวน 2 ใบ โดยลุยเก็บอั่งเปา ได้จนนาทีสุดท้ายวันที่ 22
ก.พ. 2569
● พิเศษ! มีไฟลต์บินออก “ดอนเมือง” แจกฟรี!
คูปองลดรวม 1,000 บาท กับโปรโมชั่นและหมวดสินค้าที่ร่วมรายการ
● รับคูปองส่วนลด 500 บาท เมื่อช้อป 4,000 บาทขึ้นไป (สุทธิ)/ใบเสร็จรับเงิน ได้จำนวน 2 ใบ
เมื่อเลือกรับสินค้า ณ จุด Pick Up Counter คิง เพาเวอร์
ท่าอากาศยานดอนเมืองเท่านั้น
ข่าวที่ 2 -ซัมเมอร์ทริปช้อปคิงเพาเวอร์“สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง”ลดสูงสุด30%
เตรียมพร้อมก่อนขึ้นเครื่องไป
SUMMER TRIP เล็งช้อปไอเทมรับหน้าร้อน
น้ำหอม เครื่องสำอาง ลดสูงสุด 30% ได้ที่ ร้านดิวตี้ฟรี คิง
เพาเวอร์ 2 สนามบินหลัก
“คิง
เพาเวอร์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
ลดสูงสุด 20% ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
ลดสูงสุด 30%
“คิง
เพาเวอร์ ท่าอากาศยานดอนเมือง” ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ
ลดสูงสุด 20%
ช้อปครบ 8,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30% (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
สมัครสมาชิก
POWER PASS ฟรี! : รับทันที!
เซตคูปองส่วนลด 30% x 6 ใบ
คูปองใบที่
1 - ช้อปที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต
คูปองใบที่
2 - ช้อปที่ คิง เพาเวอร์ ในท่าอากาศยานทุกสาขา
คูปองใบที่
3 - ช้อปที่ KINGPOWER.COM หรือแอปพลิเคชัน KING
POWER
คูปองใบที่
4 - ช้อปที่ FIRSTER.COM หรือแอปพลิเคชัน FIRSTER
คูปองใบที่
5 - ช้อปที่ TAIHAITAO.COM หรือ WeChat
Mini Program
คูปองใบที่
6 - ช้อปที่ KINGPOWER-CN.COM หรือ WeChat
Mini Program
ให้สิทธิ์ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการต่อ
1 ใบเสร็จ ตลอดรายการรับได้คนละ 1 สิทธิ์
ข่าวที่ 3-PowerPass จัดเต็ม8เมนูมหาเฮง+รับฟรีชุดน้ำชา1,888บาท/เซ็ต
มากิน
เมนูเฮงมหาอร่อย! "ซาลาเปาไส้ทอง และ 8 เมนูมงคล" คิง เพาเวอร์ ให้สิทธิ์สมาชิก POWER
PASS แลก 400 CARAT รับฟรี! คูปองทานอาหาร 100
บาท ที่ THAI TASTE HUB
● พิเศษฉลองตรุษจีน รับเพิ่ม!
ซาลาเปาไส้ทอง 1 ลูก (จำนวนจำกัด) ที่ ไทย เทสต์ ฮับ ชั้น 3
● สมาชิก POWER PASS ช้อปครบ 50,000
บาทขึ้นไป / ใบเสร็จ รับฟรี! "High Tea Set รวม 8 เมนูมงคล" และชุดน้ำชาสูตรต้นตำรับ มูลค่าเซตละ 1,888 บาท ที่
ARCHA BAR โรงเตี๊ยมพลังม้า คราวน์ แมซซานีน ชั้น 2
●
Eclipso สนับสนุนเมนูเฮง พร้อเปิดตำนานแหล่งของกิน “รับความเฮง” ภายใน 22 กุมภาพันธ์ 2569 ไปกับร้านอาหารชื่อดัง
พร้อมโซนขนมและของฝากให้เลือกช้อปอีกมากมาย แวะมาด่วน ๆ ได้เลยที่ชั้น 3 คิง เพาเวอร์ รางน้ำ
ข่าวที่ 4- “ททท.-ลิซ่า” ลุยต่อยอดเที่ยวทั่วไทยโปรโมทใหญ่สื่อครบวงจร
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) กับ “ลิซ่า : LISA -ลลิษา มโนบาล” เดินหน้าสร้างกระแสการท่องเที่ยวเมืองไทยต่อเนื่องปล่อยสื่อภาพยนตร์โฆษณา
Ep.2 Amazing Thailand ชุด “feel
all the feelings” ชวนคนไทยร่วมสนุก ออกตามหาและชี้พิกัดที่พบเห็น
“ลิซ่า” ในแลนด์มาร์กสำคัญทั่วไทยผ่านสื่อต่าง ๆ
ททท.ลุยปล่อยภาพยนตร์โฆษณาใหม่ “feel
all the feelings” Ep.#2 ถ่ายทอดมุมมองของ
“ลิซ่า” ผ่านคำถามชวนค้นหาว่า What does Thailand feel like? หรือ “ประเทศไทยให้ความรู้สึกแบบไหน”
ก่อนจะพาผู้ชมออกเดินทางไปสัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยในมิติแห่งความสุขทั้ง 1.ช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน 2.การเติมพลังใจ 3.ความงดงามในทุกโมเมนต์ของชีวิต
สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวของประเทศไทยซึ่งหาไม่ได้จากที่อื่นบนโลก ผ่านแลนด์มาร์กสถานที่ท่องเที่ยวงดงามทั่วประเทศ
ตั้งแต่
18 กุมภาพันธ์ 2569 ททท.เดินหน้าต่อยอดแคมเปญภาพยนตร์โฆษณาเชิญชวนคนไทย
“ตามรอยลิซ่า” ร่วมสนุกไปกับการตามหาภาพ “ลิซ่า” ผ่านสื่อโฆษณาหลายรูปแบบ ดังนี้
● “รถไฟฟ้า BTS” สายสีเขียวอ่อน (สายสุขุมวิท)
และสีเขียวเข้ม (สายสีลม) เนรมิตเป็นสื่อโฆษณาหุ้มขบวน ถ่ายทอดบรรยากาศแคมเปญ Amazing
Thailand x LISA “feel all the feelings” ชวนผู้โดยสารร่วมสัมผัสอารมณ์ความรู้สึกระหว่างการเดินทางในชีวิตประจำวัน
เริ่มเผยแพร่แล้วตั้งแต่วันนี้-พฤษภาคม 2569
โดยได้ตกแต่งภายในขบวนรถไฟฟ้าด้วยภาพลักษณ์แคมเปญอย่างโดดเด่น
ควบคู่กับภาพสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญจากทั่วไทย พร้อมวิ่งผ่านแลนด์มาร์คใจกลางเมือง
ครอบคลุม 9 สถานีหลัก ได้แก่ สยาม (ทั้งฝั่งบนและฝั่งล่าง),
พญาไท, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ,ชิดลม, อ่อนนุช, ช่องนนทรี,
ศาลาแดง, อโศก และพร้อมพงษ์
เชิญชวนผู้โดยสาร
BTS ที่พบเจอ “ลิซ่า”ตามสถานีต่าง ๆ สร้างประสบการณ์ระหว่างการเดินทางเก็บภาพความประทับใจตลอดเส้นทาง
และร่วมสัมผัสทุกอารมณ์ feel all the feelings
● รถไฟฟ้า
MRT ครอบคลุมทำเลสำคัญทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
เช่น ภายในสถานีรถไฟฟ้าบริเวณ ณรงค์ อินเตอร์เชนจ์ ใกล้ทางด่วนรามอินทรา–อาจณรงค์
● เส้นทางมอเตอร์เวย์ Air
Traveler Gateway
● ป้าย Lightbox
ภายในท่าอากาศยานดอนเมือง ครอบค[6มจุดรับกระเป๋าภายในประเทศและทางเดินผู้โดยสารขาเข้าระหว่างประเทศ
● จอดิจิทัลภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
และสนามบินชั้นนำทั่วประเทศ
● จอ The
Base บนพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ย่านบึงมักกะสัน, Bravo
BKK พระราม 9, อาคาร Exchange Tower แยกอโศก, Ploenchit Interchange, โซนสาทร–เซนต์หลุยส์
ใกล้สถานีเซนต์หลุยส์, จอ Twintube ถนนพระราม
4
● อาคาร Chartered Square แยกสาทร–สุรศักดิ์
● ทางด่วนต่าง ๆ
ได้แก่ เฉลิมมหานคร–ดาวคะนอง มุ่งหน้าพระราม 3, ทางด่วนเฉลิมมหานคร-ดินแดง
(มักกะสัน) ฝั่งมุ่งหน้าดินแดง, บริเวณทางด่วนบูรพาวิถี กม.2
ขาออก, ทางด่วนเส้นศรีรัช–แจ้งวัฒนะ
มุ่งหน้าด่านประชาชื่น, ทางด่วนศรีรัช-ศรีนครินทร์
ฝั่งมุ่งหน้าดินแดง, ทางด่วนโทลล์เวย์ทั้งขาเข้าและขาออก,
โรงแรม SO/ Bangkok ถนนสาทรเหนือ–พระราม 4
● ใกล้แลนด์มาร์กของประเทศอย่าง
แยกหัวลำโพง ถนนพระราม 4
● พื้นที่หัวเมืองหลักในภูมิภาค
อย่าง สี่แยก เซ็นทรัล ภูเก็ต , สามแยกถนนโพธิ์ศรี
อุดรธานี แยก บขส. จังหวัดชลบุรี, ถนนพหลโยธิน
บริเวณร้านของฝากแม่ฮอม, ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ กม.552 เชียงใหม่ มุ่งหน้าลำพูน วงเวียนหอนาฬิกา จังหวัดลำปาง
● ฉายภาพยนตร์โฆษณาก่อนเริ่มฉายในโรงภาพยนตร์
เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์
● ห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง เช่น Cเซ็นทรัล แอมบาสซี่ กับ ไอคอนสยาม/ICONSIAM
ด่วน
!! ใครพบเจอ “ลิซ่า” ที่ไหน
สามารถถ่ายภาพและร่วมแชร์โมเมนต์ความประทับใจผ่านคอมเมนต์
พร้อมบอกเล่าความรู้สึกว่า What does Thailand feel like? หรือ
“ประเทศไทยให้ความรู้สึกแบบไหน” ด้วยเหตุผลที่ทำให้หลงรักเมืองไทยในแบบของตัวเอง
ร่วมแชร์โมเมนต์ได้ทาง
Amazing Thailand : https://www.facebook.com/share/p/1CWXsP2qWo/ และ
X(@go2Thailand): https://x.com/i/status/2024046238279381111
ข่าวที่ 5-บางจาก!!รายแรกOil&Gasคว้าTIME Asia-Pacific’s Best Companies
นายชัยวัฒน์
โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท
บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 11 บริษัทไทย ที่ติดอันดับรายชื่อ Best Companies Asia-Pacific
2026 บริษัทชั้นนำระดับ 500 แห่งในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
จัดโดยนิตยสาร TIME ร่วมกับ Statista แพลตฟอร์มข้อมูลและวิเคราะห์ธุรกิจระดับโลก
สะท้อนศักยภาพขององค์กรในระดับภูมิภาค ทั้งด้านการดูแลบุคลากร
ความสามารถสร้างการเติบโตทางธุรกิจ และการดำเนินงานตามหลัก ESG
ซึ่งบางจากฯ
เป็นบริษัทไทยรายเดียวในกลุ่ม Oil & Gas ที่ติดอันดับ และติดท็อป 3 จาก 11 บริษัทไทยใน TIME Asia-Pacific’s Best Companies 2026 สะท้อนองค์กรมีความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
ควบคู่การดูแลบุคลากร การดำเนินงานตามหลัก ESG
ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลจากพนักงานทุกคนและพันธมิตรร่วมมือกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า
ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันบางจากมุ่งหน้าพัฒนาองค์กรและขยายธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพเติบโตในระยะยาว
บางจากติดอันดับ
TIME Asia-Pacific’s Best Companies 2026 โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาสำคัญ
3 ด้าน ได้แก่
● 1.ความพึงพอใจของพนักงาน ซึ่งอ้างอิงจากการสำรวจอิสระของพนักงานมากกว่า 50,000 คนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
● 2. ผลการดำเนินงานทางการเงิน
ประเมินจากการเติบโตของรายได้ทั้งในเชิงสัดส่วนและเชิงมูลค่าระหว่างปี พ.ศ. 2565-2567
● 3. ความโปร่งใสด้านความยั่งยืน ซึ่งใช้ตัวชี้วัดด้าน ESG ครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลภายในของ Statista ได้รวบรวมข้อมูลทางธุรกิจและทางการเงินของบริษัทหลายพันแห่งจากนานาประเทศในภูมิภาคนี้
สำหรับ
Best Companies Asia-Pacific 2026 เป็นเครื่องสะท้อนความแข็งแกร่งขององค์กรในระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกทั้ง 3 ด้าน สามารถสร้างสมดุลระหว่างการเติบโต ความรับผิดชอบ
และความสามารถรับมือกับความท้าทายระดับโลก
โดยเน้นองค์กรที่มีความพึงพอใจของพนักงานระดับสูง ธุรกิจเติบโตแข็งแกร่ง
และดำเนินงานตามแนวปฏิบัติด้าน ESG อย่างจริงจัง
เป็นข้อมูลอ้างอิงสำคัญต่อผู้บริโภคและนักลงทุนในการพิจารณาความน่าเชื่อถือและศักยภาพขององค์กรชั้นนำ
ข่าวที่ 6- TCEBเปิดแนวรุกปี69เสริมแกร่ง5อุตสาหกรรมไฮไลต์Future Food
ดร.จารุวรรณ
สุวรรณศาสน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บได้สนับสนุนการจัดงาน The
Largest Future Food Leader Summit 2026 :Regenerative Personalized Nutrition and
AI Health for People & Planet Longevity ของบริษัท เทสท์บัด
จำกัด พร้อมทั้งขึ้นเวทีร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “MICE IN 2026: FOOD VALUE
CHAIN & INNOVATION โอกาสทางยุทธศาสตร์ของอุตสาหกรรมไมซ์ไทยในห่วงโซ่คุณค่าอาหารและนวัตกรรม”
มุ่งนำเสนอเป้าหมายปี 2569 ทางทีเส็บเดินหน้าส่งเสริม 5 อุตสาหกรรมหลัก (5 Future Frontiers) ประกอบด้วย
● อุตสาหกรรมแรก :
Food Value Chain & Innovation: ยกระดับอุตสาหกรรมอาหาร
รากฐานความแข็งแกร่งเดิมของประเทศที่ต้องยกระดับสู่นวัตกรรม
● อุตสาหกรรมสอง :
Digital & AI: ทำหน้าที่เป็น “Enabler” หรือผู้สนับสนุนหลักในทุก
Real Sector เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการตรวจสอบย้อนกลับ
● อุตสาหกรรมสาม
: Wellness & Longevity: การขับเคลื่อนเศรษฐกิจผู้สูงวัยและการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน
เพื่อรับมือกับสังคมสูงอายุในอนาคต
● อุตสาหกรรมสี่
: Advanced & Sustainable Manufacturing: การปรับโฉมภาคการผลิตสู่มาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสูง
● อุตสาหกรรมห้า
: Bioeconomy & Life Sciences: การต่อยอดจากความหลากหลายทางชีวภาพสู่วิทยาศาสตร์การแพทย์และยา
ดร.จารุวรรณ
กล่าวว่า ไมซ์จะมีบทบาทเชิงรุกในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต หรือ Future Food
อย่างโดดดเด่น ด้วยการนำเทรนด์เทคโนโลยีเข้าไปใช้เป็นซับธีมงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับอาหารระดับนานาชาติ
เช่น THAIFEX,
ProPak และFood Ingredients Asia กระตุ้นคู่ค้าต่างชาติส่องสปอร์ตไลท์หากจะจัดเอ็กซิบิชั่นต้องมาที่ประเทศเท่านั้น
ขานรับกับปัจจุบันไทยมีเมืองด้านอาหารตามมาตรฐานยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็น Gastronomy
City 3 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ภูเก็ต สงขลา
อนาคตทีเส็บจะเดินหน้าใช้แพลตฟอร์ม UNESCO Creative City Network นำเสนอเมืองที่เชี่ยวชาญและโดดเด่นด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้าน Gastronomy
City ของไทยให้ครบทั้ง 9 จังหวัด
ซึ่งมีความพร้อมใช้วัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุงอาหาร สร้างผลเชิงบวกกับเศรษฐกิจอาหารในท้องถิ่น
ควบคู่กับส่งเสริมให้ห่วงโซ่อาหารยังคงอยู่ในเมืองอย่างยั่งยืน
ช่วงที่ 2 ปลายเดือนกุมภาพันธ์ นี้ ททท.ชวนล่องเรือ ไทย สมายล์ โบ๊ท สบาย ๆ
ช่วงวันธรรมดา จัดรอบพิเศษเพียง 3 วันเท่านั้น 25-27 กุมภาพันธ์ 2569 จัดเต็มในราคาเพียง 1,200 บาท แล้วฟัง “6สัญญาณเตือนจากร่างกาย”
ให้เติมสารอาหารด่วน เกาะติดข่าวดี ๆ ข่าวแรก “มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม”
เปิดให้โรงแรม รีสอร์ต ทั่วไทย สมัครด่วน ขอใบรับรองมาตรฐานที่พักภายใน 15 มี.ค. ข่าวที่สอง “CENTEL-OR”
กอดคอตั้งบริษัทร่วมทุนลุยธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด เริ่มบริการ ไตรมาส 2 ปี 70
ท่องเที่ยว –ล่องเจ้าพระยากับททท.-ไทยสมายโบ๊ททริปรักษ์โลก
25-27
ก.พ.
“ไม่ต้องรอวันหยุดยาว
ก็เที่ยวได้” ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สำนักงานกรุงเทพมหานคร เปิดเดือนใหม่ด้วยพลังดี ๆ
บนสายน้ำทรงคุณค่าที่สุดของกรุงเทพฯ เสิร์ฟความปัง ชวน “ล่องเหนือรับโชคกลางเจ้าพระยา”
กับ “ไทย สมายล์ โบ๊ท”
ชวนคุณเติมพลังบวกกลางสัปดาห์ แบบ
“วัน เดย์ ทริป” สุดเอ็กซ์คลูซีฟบนสายน้ำ ภายใต้แนวคิด Thai Go – Sustainable Weekday River
Experience
เส้นทางล่องเจ้าพระยา : สยามเจริญนคร – เอเชียทีค – สาทร –
ไอคอนสยาม – วัดอรุณฯ – ท่าช้าง
“ท่องเที่ยวรอบพิเศษ” เพียง 3 วันเท่านั้น ระหว่าง 25
– 27 กุมภาพันธ์ 2569 ยามเย็น วันละ 1 รอบ เวลา 17.00 – 18.30 น.
“ราคา โปรโมชั่น” คนละ 1,200 บาท จากปกติ 1,500
บาท จองก่อนรับสิทธิ์ก่อนรอบละ 48 คน
“ล่องเรือไฟฟ้า” ขนาด 2 ชั้น ชมวิวสองฝั่งแม่น้ำแบบพาโนรามา
ร่วมเดินทางพักผ่อนแบบรักษ์โลก สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
“อิ่มอร่อย” ในปิ่นโตรักษ์โลก : เสิร์ฟเมนูไทยต้นตำรับ
เสิร์ฟด้วยความใส่ใจ ทั้งรสชาติ และสิ่งแวดล้อม
“เช็คอินความสุข” : เปิดให้นักท่องเที่ยวสายฮีลใจได้เลือกเดินทางท่องเที่ยววันธรรมดาโดยไม่ต้องรอวันหยุดยาว
แบบสบาย ๆ ไม่แออัด
“เช็กอินแลนด์มาร์ก Iconic” : เก็บภาพมุมใหม่
ไม่ซ้ำใคร ผ่านจุดไฮไลต์อย่าง เอเชีย ทีค ริเวอร์ฟรอนท์ ไอคอนสยาม วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
ท่าช้าง แลนด์มาร์กคลาสสิกริมเจ้าพระยา
“ดื่มด่ำวิถีชีวิตสองฝั่งน้ำ” : ฟังเรื่องเล่าจากไกด์ผู้เชี่ยวชาญ
พร้อมบรรยากาศโรแมนติกยามเย็น
“สนุกกับเวิร์คช้อป” : ทดลองทำ DIY ยาดมสไตล์หงส์ไทย เป็นของที่ระลึกทำเอง เสริมสิริมงคล รับพลังดี ๆ
กลับบ้าน
นักท่องเที่ยวสายฟินชอบบรรยากาศสายน้ำยามเย็น
จองที่นั่งหรือสมัครได้ 3 ช่องทาง ดังนี้
● LINE Official: Thai Smile Boat Trip : https://lin.ee/6XzsI4h
● ลงทะเบียนผ่าน Google Form : https://forms.gle/T9AJygjqvWWTduY77
● โทรสอบถาม/สำรองที่นั่ง 06-6125-3917 ดูเพิ่มใน
Facebook : ไทย สมายล์ โบ้ท
สุขภาพ –6
สัญญาณเตือนบ่งบอกว่าชีวิตเร่งรีบต้องรีบเพิ่มสารอาหารด่วน
การใช้ชีวิตของคนยุคนี้
ต้องเร่งรีบแข่งกับทุกอย่าง ที่มีสัญญาณเตือน “ร่างกาย” กำลังถูกทำร้าย
จึงเตือนว่าถึงเวลาต้อง “เติมสารอาหาร” เข้าใจ สังเกตุได้จาก 6 สัญญาณเตือน ดังนี้
1.
เหนื่อยล้า อ่อนเพลียเรื้อรัง รู้สึกไม่สดชื่น ไม่มีพลังงาน
แม้จะได้พักผ่อนตอนกลางคืนอย่างเพียงพอแล้ว สัญญาณนี้อาจเกี่ยวกับการขาด วิตามิน B หรือธาตุเหล็ก ที่มีบทบาทสำคัญการสร้างพลังงาน
2.
สมองเบลอ (Brain Fog) ขาดสมาธิ ความจำสั้น การตัดสินใจช้าลง
มักเชื่อมโยงกับการทำงานของระบบประสาทที่ต้องการ วิตามินบี โอเมกา3s หรือแมกนีเซี่ยม
3.
ป่วยบ่อย / ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ติดหวัดง่าย ใช้เวลานานเพื่อฟื้นตัวจากอาการป่วย
บ่งบอกถึงระบบภูมิคุ้มกันไม่แข็งแรงพอ ซึ่งต้องการวิตามินซี ดี และสังกะสี
4.
ผมร่วงง่าย / เล็บเปราะ เส้นผมอ่อนแอ หลุดร่วงมากกว่าปกติ หรือเล็บเปราะแตกหักง่าย
คือสัญญาณที่ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญสร้างโครงสร้าง เช่น ไบโอติน หรือโปรตีน
5.
ผิวพรรณไม่สดใส ผิวดูหมองคล้ำ ไม่เปล่งปลั่ง หรือมีปัญหาผิวรักษาไม่หาย
อาจเกิดจากขาดวิตามินเอ ซี อี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระและฟื้นฟูผิว
6.
พลังงานตกต่ำ รู้สึกซึมเซา ไม่พร้อมทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
ระดับพลังงานในร่างกายไม่คงที่
อาจต้องพิจารณาการได้รับสารอาหารช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –“มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม”เปิดสมัครใบรับรองมาตรฐานที่พักถึง15มี.ค.
“มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม” ของสมาคมโรงแรมไทย
รายงานว่า ได้รับมอบหมายจากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชิญชวน
“สถานประกอบการ” ประเภท “โรงแรมและรีสอร์ท” สมัครขอ “การรับรองมาตรฐานที่พัก” เพื่อการท่องเที่ยว
(ประเภทโรงแรม/รีสอร์ท) ระดับ 1-5 ดาว
“สมัครฟรี” ไม่มีค่าใช้จ่ายในการขอการรับรองมาตรฐานสำหรับ
70 โรงแรมแรก (สมัครใหม่)
“รับสมัคร” ตั้งแต่วันนี้
-15 มีนาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม
“กดLink
สมัคร” https://forms.gle/7UJXK5Ubx9TNXQxW9
“กำหนดจะประกาศรายชื่อ” โรงแรมที่ได้รับคัดเลือกผ่านทาง
E-mail ที่แต่ละโรงแรมแจ้งใน Link
“เงื่อนไขการรับสมัคร” เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติ
พร้อมเอกสาร ดังนี้
● มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมและเปิดทำการมาแล้ว
1 ปี
● ยอมรับเงื่อนไขการแจ้งวันลงพื้นที่ที่ทางผู้ประสานงานแจ้งเท่านั้น
ช่วงเวลาการลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานโรงแรมระหว่างเดือนมีนาคม – กรกฏาคม 2569
โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์
● จะต้องจัดเตรียมห้องพักให้คณะกรรมการ
(คณะกรรมการเข้าพัก 1 คืน จำนวน 3-4 ห้อง
อาจจะก่อนหรือหลังวันตรวจประเมิน)
-"คณะกรรมการจะต้องใช้บริการเพื่อให้คะแนนในส่วนของหมวดห้องพักและการให้บริการของพนักงาน"
● จะต้องจัดเตรียมเรื่อง
อาหาร(เช้า กลางวัน เย็น) รถรับส่ง ให้คณะกรรมการ
คณะกรรมการจะต้องใช้บริการเพื่อให้คะแนนในส่วนของหมวดห้องอาหารและการให้บริการของพนักงาน"
สอบถามเพิ่มกับทางคุณอรศิริ
ภิรมพงษ์ 086 342 8928 และ คุณธารินทร์ทอง พรมทอง 086 342
8933
มูลนิธิมาตรฐานโรงแรม :Thailand
Hotel Standard Foundation
Line
Official : @hotelstandard หรือคลิก Link เพื่อเพิ่มเพื่อน https://lin.ee/uij9mmM
E-mail
: standard@thaihotels.org
Website : http://www.thaihotels.org/16679475/hotel-standard
ข่าวที่สอง –“CENTEL-OR”ตั้งบริษัทร่วมทุนโรงแรมราคาประหยัดเปิดQ2ปี70
บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด
(มหาชน) (CENTEL) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถึงผลการประชุมคณะกรรมการ
ครั้งที่ 1/2569 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 มีมติอนุมัติให้ CENTEL หรือบริษัทย่อยที่ CENTEL ถือหุ้น 100% จัดตั้ง บริษัทร่วมทุน
(Joint Venture) ร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก
จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทในเครือ (OR)
โดย CENTEL หรือบริษัทย่อยจะถือหุ้นสัดส่วน 51% และ OR ถือหุ้นสัดส่วน
49% ของทุนจดทะเบียนตามลำดับ แล้ว CENTEL จะลงทุนในวงเงินเริ่มแรกไม่เกิน
360 ล้านบาท
สำหรับ OR มีข้อมูลความเคลื่อนไหวเรื่องการลงทุนเริ่มแรกจะใช้เงินลงทุนไม่เกิน 346 ล้านบาท
ตั้งเป้าเปิดให้บริการโรงแรมในสถานีน้ำมันเฟสแรก 6 แห่ง ช่วงเปิดดำเนินการ 1-2 ปีแรก ตั้งเป้าทำอัตราการเข้าพักไว้ประมาณ
50–70% หลังปีที่ 3 เป็นต้นไปจะขยับเพิ่มเป็น 70–80%
“แผนธุรกิจ” ทางบริษัทร่วมทุนใหม่ของทั้งสองกลุ่มคาดจะเริ่มก่อสร้างโรงแรมแห่งแรกช่วง ไตรมาส 2 ปี 2569 ภายใน 1 ปีจะสามารถเปิดให้บริการได้ช่วงไตรมาส 2
ปี 2570
“ขนาดห้องพัก” โรงแรมแต่ละแห่งจะมีขนาด 80–90 ห้อง
“ราคาที่พัก” อัตราค่าห้องพักเฉลี่ยจะประมาณ 800–1,300 บาท/ห้อง/คืน
สำหรับ การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาและดำเนินธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด
(Budget Hotel) เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตของ CENTEL
ในการขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจโรงแรมให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากยิ่งขึ้น
เลือกจับมือกับ OR เพราะสามารถเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็ว
และเติบโตในระยะยาวได้อย่างแข็งแกร่ง
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น