วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ททท.นำเอกชนรุกขายอินเดียงานใหญ่สุดSATTE2026 จับคู่ธุรกิจ5พันนัดหมายเจาะ9กลุ่ม-ปี69หวังแสนล้าน

ททท.นำเอกชนรุกขายอินเดียงานใหญ่สุดSATTE2026

จับคู่ธุรกิจ5พันนัดหมายเจาะ9กลุ่ม-ปี69หวังแสนล้าน

 

เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #TAT #SATTE2026 #อินเดียเที่ยวไทยแสนล้าน

ททท. ร่วมมหกรรมขายใหญ่สุด “SATTE 2026” เริ่มแล้ว 25-27 ก.พ.นี้ ที่กรุงเดลี อินเดีย นำเอกชนไทย 53 ราย จับคู่ธุรกิจ 5,000 นัดหมาย รุกเจาะ “ตลาดพักผ่อน+ไฮเอนด์” 9 กลุ่ม พาเหรดสินค้าครบทุกเซกเมนต์โชว์พลัง หวังปี69 กวาดรายได้เฉียดแสนล้าน

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.นำผู้ประกอบการไทย 53 ราย เข้าร่วมมหกรรมใหญ่ SATTE 2026 :South Asia Travel and Tourism Exchange ระหว่าง  25-27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่คอนเว็นชั่น เซ็นเตอร์ Yashobhoomi กรุงนิวเดลี อินเดีย  รุกเจาะตลาดศักยภาพด้วยแคมเปญ “Healing is the New Luxury” ควบคู่การจับคู่เจรจาธุรกิจของผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าอินเดีย ชูจุดขายสินค้าบริการท่องเที่ยวเวลเนส คาดจะทำได้ถึง 5,000 นัดหมาย ส่งเสริมปี 2569 สร้างรายได้เข้าไทย 97,860 ล้านบาท จากในงานมีคูหาจัดแสดงสินค้าท่องเที่ยวกว่า 1,400 คูหา คาดจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 35,000 คน ไทยมุ่งเจาะตลาดใหญ่ 2 ประเภท 9 กลุ่ม ได้แก่


ประเภทที่ 1 นักท่องเที่ยวเดินทางพักผ่อน (Leisure)  4 กลุ่มหลัก คือ ครอบครัว มิลเลนเนียล ผู้สูงวัย (Active Senior) กลุ่มสตรี

ประเภทที่ 2 นักท่องเที่ยวศักยภาพต่าง ๆ 5 กลุ่ม เช่น กลุ่มการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ กลุ่มเดินทางท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (Incentive) กลุ่มจัดแต่งงานและเฉลิมฉลอง (Wedding &amp ; Celebrations) กลุ่มท่องเที่ยวหรูหรา (Luxury) และกลุ่มกีฬากอล์ฟ

“กลยุทธ์” เน้นจับมือกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบินเสนอขายแพ็คเกจท่องเที่ยว จัดทำ โปรโมชั่นโครงการพิเศษให้กลุ่มอินเซ็นทีฟ เวดดิ้ง Incentive และ จัดแต่งงานและเฉลิมฉลอง เลือกเดินทางมาจัดงานในไทยมากขึ้น ช่วยเพิ่มระยะเวลาพักและค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวทำให้รายได้ท่องเที่ยวปี 2569 จากตลาดอินเดียได้ตามเป้า 97,860 ล้านบาท


“พิธีเปิดคูหาประเทศไทย” ในงาน SATTE 2026 เมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้รับเกียรติจาก นางสาวชวนาถ ทั่งสัมพันธ์ เอกอัครราชทูตไทย กรุงนิวเดลี เป็นประธาน พร้อมด้วย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท.และนายชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน ททท. เข้าร่วมด้วย

“คูหาประเทศไทย” ขนาด 312 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิด Palette of Wellness, Your Ultimate Healuxe นำเสนอแคมเปญการตลาดใหม่ “Healing is the New Luxury”ถ่ายทอดแนวคิดว่าการท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันมุ่งเติมเต็มสุขภาวะกายใจผ่านประสบการณ์ที่มี “ความหมาย” สร้างความสงบ ผ่อนคลายและแรงบันดาลใจ



“เปิดเจรจาธุรกิจ” ภายในคูหาประเทศไทยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 53 ราย จากโรงแรมและที่พัก 21 ราย บริษัทนำเที่ยว 18 ราย แหล่งท่องเที่ยว 11 ราย และ 3 สายการบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ทแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ รวมทั้งมีสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย หน่วยงานจากประเทศไทยร่วมเปิดคูหาด้วย

ททท.ใช้โอกาสนี้นำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวของไทย จัดแสดงผลิตภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวจุดหมายปลายทางที่มีรางวัล Thailand Tourism Awards การันตี จัดกิจกรรมสาธิตช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจผ่านโสตสัมผัสต่าง ๆ เช่น บาล์มน้ำมันนวดผ่อนคลายที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยกลิ่นสร้างสรรค์เฉพาะจุดหมายปลายทางในไทย สาธิตการนวดผ่อนคลาย โดยนักบำบัดจากสปาชั้นนำในไทย



รวมทั้งจัด Amazing Thailand Media Briefing เปิดให้สื่อมวลชนต่างชาติที่เข้าร่วมงานนี้ โดย ททท.ได้นำเสนอสถานการณ์การท่องเที่ยวไทย กับเปิดตัวแคมเปญสื่อสารการตลาด “Unforgettable Experience:

Healing is the New Luxury” มุ่งส่งเสริมไทยเป็น “จุดหมายปลายทางแห่งการฟื้นฟูกายใจ” ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสมดุล ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ

ผนวกสินค้าที่นักท่องเที่ยวอินเดียควรมาสัมผัสในย่าน ลิตเติ้ลอินเดีย ร้านอาหารมิชลิน Gaggan หรือเทศกาลทางวัฒนธรรม เช่น เทศกาลดิวาลี เทศกาลโฮลี สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ พร้อมแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผสานไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ เช่น ย่านทรงวาด Em District สุขุมวิท และจุดหมายปลายทางเชิงสุขภาพ เช่น อายุรเวท, โปรแกรม Longevity, สถานประกอบการที่ดูแลสุขภาพองค์รวมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ และเมืองน่าเที่ยว อาทิ กาญจนบุรี นครราชสีมา (เขาใหญ่) และเชียงราย เป็นทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยว Repeat Visitors



รวมทั้งส่งเสริมให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางตลาดอินเดียตลอดทั้งปีด้วยเทศกาลและอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ยี่เป็ง เทศกาลแห่ดาว Moto GP วิจิตรเจ้าพระยา อีเวนต์และการประชุมระดับโลก ได้แก่ Tomorrowland 2026, Global Sustainable Tourism Conference 2026, InterPride Conference 2026, the Global Wellness Summit 2026 และ IMF-World Bank Group Annual Meetings

“อินเดีย” เป็นตลาดที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตสูงต่อเนื่องจากปี 2568 มาไทย 2.49 ล้านคน เติบโตจากปีก่อน 16.8 % มีปัจจัยหนุนจาก “สายการบิน” เพิ่มจำนวนที่นั่งโดยสารระหว่างไทยและอินเดียตั้งแต่ปี 2567 ได้เพิ่มเที่วบิน เส้นทางบินใหม่ ปรับขนาดเครื่องบินลำใหญ่ขึ้น ผนวกกับอินเดียด้ยกเว้นวีซ่าให้นักท่องเที่ยวอินเดียจึงเติบโตต่อเนื่อง

ตั้งแต่ 1 มกราคม – 23 กุมภาพันธ์ 2569 นักท่องเที่ยวอินเดียเข้าไทยแล้วทั้งสิ้น 382,768 คน เพิ่มจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนกว่า 17 % ด้วยอินเดียเป็นตลาดขนาดใหญ่และกลุ่มชนชั้นกลางมีกำลังซื้อสูง จึงสามารถขยายสู่เมืองรองได้อย่าง ปูเน่ อาห์เมดาบัด อัมริตสาร์ และลัคเนา รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและกระตุ้นตลาดกลุ่มศักยภาพ ประชาสัมพันธ์ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailand ด้วยสินค้าบริการและกิจกรรมท่องเที่ยวต่อเนื่องหลากหลาย การทำรายได้ปีนี้น่าจะเติบโตดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การบินไทยปี68กำไรสุทธิ30,940 ล้านบาท -ปี’69บินอัมสเตอร์ดัม-ก.ค.เพิ่มความถี่จีน&อินเดีย

การบินไทยปี 68 โชว์กำไรสุทธิอู้ฟู่ 30,940 ล้านบาท ปี ’69 บินอัมสเตอร์ดัม-ก.ค.เพิ่มความถี่จีน & อินเดีย การบินไทยปี 2568 ทำกำไรสุทธิ 30...