วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ททท.เอเชียแปซิฟิกปี69รุกใหม่ตลาดจีน 4 กลยุทธ์ ลุยตรุษจีน-Mega Trade-SummerBlast


ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

ททท.เอเชียแปซิฟิกเหยียบคันเร่งปี69รุกตลาดจีน4กลยุทธ์ใหม่

ลุยตรุษจีน-Mega Trade Meet-SummerBlast-Silverism China

อินเดียร่วมSATTE-เกาหลี/ญี่ปุ่นชูแพกเกจ-อาเซียนผนึกAgoda

เพิ่มสินค้าหรูทำเงิน“เที่ยวเชิงอาหาร-ทัวร์กีฬาหรู-เวลเนสสปา”

ช้อปดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์ออนไลน์กับบิ๊กแบรนด์แค่6พันลด20%

ตรุษจีนนี้ช้อปได้ลด 2 ต่อรับอั่งเปาที่ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์”

ททท.ปลุกเที่ยว“EAT THE EAST:THE GRAND ROAD TRIP”

BBGIกลุ่มบางจากปี’68กำไรพุ่ง 31%ปี’69เสริมแกร่ง 4 เรื่อง

เที่ยวเทศกาลบุญแห่งปีมาฆปูรมีศรีปราจีน 24ก.พ.-4 มี.ค.69

5วิธีเพิ่มออกซิเจนในเลือดอย่างง่าย ๆ ช่วยร่างกายแข็งแรง

AOTโชว์Q1/69กำไร4.6พันล้าน-จ่อขึ้นค่าPSCโกยหมื่นล้าน

แอร์บัส MOU ม.เกษตร-สจลผลิตเด็กไทยสู่อาชีพการบินโลก

วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97  #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋  #KingPower  #TAT   #บางจาก  #มาฆปูรมีศรีปราจีน

ฟัง Live สดจากลิงค์นี้...ฟังสดจากLink...https://www.facebook.com/share/v/14PpLJ8fJuu/

ช่วงที่ 1 สัมภาษณ์ !! นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแผนรุกหนักรับปีม้า 2569 ขานรับ 1 ม.ค.-10 ก.พ.นี้ ตลาดระยะใกล้เอเชีย แปซิฟิก มาไทยแล้วกว่า 2.5 ล้านคน เหยียบคันเร่ง “ตลาดจีน” ด้วย 4 กลยุทธ์ “ปลุกเที่ยวเทศกาลตรุษจีน-จัด Mega Trade Meet ครั้งแรกในเซี่ยงไฮ้- ต่อยอดThailand Summer Blast-จัด Silverism China 2026 ส่วนอินเดีย” นำเอกชนไทยร่วม SATTE 2026 เทรดใหญ่เอเชียใต้ที่เดลี “อาเซียน” ผนึกแพลตฟอร์ม Agoda แจกสิทธิพิเศษที่พัก “มาเลเซีย-สิงคโปร์-อินโดนีเซีย” เที่ยวใต้ราคาพิเศษ ได้ถึง มิ.ย.นี้ “เอเชียตะวันออก” ญี่ปุ่น เกาหลี เน้นแพกเกจราคาพิเศษ พร้อมคัดสินค้าท่องเที่ยว 3 กลุ่ม “เที่ยวเชิงอาหาร-กีฬา-เวลเนส” ตอบโจทย์แคมเปญ Healing is The New Luxury เพิ่มรายได้มากกว่าจำนวนคน

 

นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เริ่มต้นปี 2569 สถานการณ์นักท่องเที่ยวเอเชีย แปซิฟิก หรือตลาดระยะใกล้ (Short haul) ดีขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ 1 มกราคม -10 กุมาพันธ์ 2569 มีจำนวนรวม 2.5  ล้านคน  (จากภาพรวมต่างชาติเข้าไทย 4.5 ล้านคน) ไฮไลต์ ตลาดแรก “สาธารณรัฐประชาชนจีน” เข้ามาแล้วกว่า 6 แสนคน เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อนติดลบน้อยลงจาก 33% เหลือ 20 % รวมทั้งช่วงเทศกาลตรุษจีนตลาดมีสัญญาณสดใสมากขึ้น 2 ปัจจัยหนุน คือ 1.จีนมาไทยวันละ 20,000-28,000 คน 2.วันหยุดเที่ยวตรุษจีนยาวต่อเนื่อง 11 วัน ททท.คาดการณ์จะมีต่างชาติ 1.25 ล้านคน เป็นจีน 400,000 คน ตลาดที่สอง “อินเดีย” มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

โดยมี “ปัจจัยซึ่งแรงส่ง” ตลาดเอเชีย แปซิฟิก” เติบโตตั้งแต่ต้นปี 2569 มาจาก

ปัจจัยที่ 1 สายการบินนานาชาติเพิ่มเที่ยวบินตรงใหม่เข้าไทย นำโดย 1.ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ เปิด เชนได(ญี่ปุ่น)-กรุงเทพฯ(ดอนเมือง) 2.ซิตี้ ลิงค์แอร์ จาการ์ตา/อินโดนีเซีย-กรุงเทพฯ(ดอนเมือง) 3.แอร์เอเชีย บิน ญาจาง(เวียดนาม)-กรุงเทพฯ (ดอนเมือง) 4.สกู๊ต โลว์คอสต์เครือสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส บิน สิงคโปร์-เชียงราย(ไทย) 5.ไลออนแอร์ บิน อินชอน(เกาหลี)-กรุงเทพฯ 6.เส้นทางบินจาก โอซาก้า-ภูเก็ต , ฉงชิ่ง-ภูเก็ต

ปัจจัยที่ 2 นโยบายรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ของไทยได้สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางมาท่องเที่ยวเมืองไทย และการประกาศใช้มาตรการ Trusted Thailand ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กับ ททท.


ช่วงกุมภาพันธ์ 2569 สปอร์ตไลท์ส่องไปยัง “ตลาดจีน” มากสุดเพราะปี 2562 มาไทยถึง 11 ล้านคน ผนวกกับปี 2568 มาไทยอันดับสองรองจากมาเลเซีย ดังนั้นก็จะเน้นการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เร่งทำ 

กลยุทธ์ที่ 1 ความร่วมมือทางการตลาด (Joint Promotion) รองรับพฤติกรรมจีนเทรนด์ใหม่นิยมเดินทางท่องเที่ยวอิสระด้วยตัวเอง (FIT) มากขึ้น ททท.แต่ละสำนักงานในจีนจะร่วมกับกลุ่มตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA :Online Travel Agents) หลายแห่ง ใช้รูปแบบ Holiday Air-Tel Scheme ร่วมมือกับสายการบิน และพันธมิตร ทำแพ็คเกจราคาพิเศษ “รวมตั๋วเครื่องบิน+ห้องพัก” วางขายช่วงเทศกาล เช่น ตรุษจีน กระตุ้นยอดจองการท่องเที่ยว

ตัวอย่าง ททท.แต่ละสำนักงาน ได้แก่ ปักกิ่ง ร่วมกับ Qunar.com เซี่ยงไฮ้ จับมือกับ Ctrip, ถูหนิว (Tuniu), Fliggy และอื่น ๆ

การทำ “ความร่วมมือทางการตลาด” จะเน้นเพิ่มเติมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ได้รับความนิยม มุ่งสร้างภาพจำในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ เช่น ในกรุงเทพฯ นำเสนอทรงวาด ตลาดน้อย และแหล่งท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวที่จีนสนใจ

กลยุทธ์ที่ 2 ต่อยอดแคมเปญ Thailand Summer Blast จัดทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) จากกจีนมาไทย ช่วงตรุษจีนทำได้แล้วกว่า 2,000 เที่ยว

 


หลังตรุษจีนระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 มีแผนกระตุ้นตลาดระยะใกล้เอเชีย แปซิฟิก เตรียมขยายผลเชิงรุกเสน่ห์ทางด้าน “อาหารไทย” ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนจีน จะมีรายละเอียดวัตถุดิบเครื่องปรุงบอกชัดเจน และ “ศาสตร์การแต่งกาย” สานสัมพันธ์หลังจาก พระบาทสมเด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ (State Visit) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568


กลยุทธ์ที่ 3 Mega Trade Meet 2026 จัดครั้งแรก วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีนททท.ร่วมกับสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดหลัก ๆ อย่าง ภูเก็ต กระบี่ สมุย พัทยา ชลบุรี นำธุรกิจท่องเที่ยวไทยกว่า 200 รายรวมตัวกันเพื่อสร้างอิมแพ็คและแรงกระเพื่อมการเข้าร่วมงานจับคู่เจรจาธุรกิจใหญ่กับเอเย่นต์ตัวแทนผู้ซื้อการท่องเที่ยวในจีนอีกประมาณ 200-300 ราย หากประสบความสำเร็จก็จะขยายไปจัดตามเมืองอื่น ๆ ในจีน ด้วย

 

กิจกรรมช่วงเย็นวันที่ 10 มีนาคม 2569 จะจัด “Thai Night” จัดการแสดงวัฒนธรรมไทย ควบคู่กับทำ Networking Dinner เปิดเวทีให้ภาคธุรกิจไทยกับจีนได้พบปะพูดคุยกัน สร้างความสัมพันธ์เชิงลึกทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้นด้วย 

กลยุทธ์ที่ 4 จัด Silverism China 2026 วันที่ 27 มีนาคม 2569 ที่อุทยานร้อยปี กรุงเทพมหานคร ททท.ในจีน 5 สำนักงาน ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว คุนหมิง เฉิงตู จะร่วมกับบริษัทนำเที่ยวจีน ขายแพกเกจนำผู้สูงวัยจากจีนกว่า 1,000 คน ซึ่งปัจจุบันจีนมีผู้สูงวัยจำนวนมากที่ยังแอคทีฟแล้วชื่นชอบการทำกิจกรรมในสวนสาธารณะ รวมตัวกันสมัครมาออกกำลังกาย เต้น การแสดงทางวัฒนธรรมในเมืองไทย

 


“ตลาดอินเดีย” จะเข้าร่วม SATTE (South Asia Travel and Tourism Exchange) ระหว่างวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เดลี ในงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยวรายการใหญ่และสำคัญที่สุดในเอเชียใต้ จัดเป็นประจำที่อินเดีย ททท.จะออกบูธนำเอกชนไทยเข้าร่วม 50 ราย มีทั้งโรงแรม สวนสนุก ธุรกิจท่องเที่ยว นำเสนอสินค้าท่องเที่ยว รวมทั้งจัด Media Brifing เปิดตัวแคมเปญ Healing is the New Luxury

“ตลาดอาเซียน” มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย  และอื่น ๆ ททท.ร่วมกับ OTA ได้แก่ ร่วมกับ แพลตฟอร์ม Agoda ทำแคมเปญ Smile@South เป็นโครงการฟื้นฟูการท่องเที่ยวหาดใหญ่หลังอุทกภัยช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องปี 2569 จะเปิดให้นักท่องเที่ยวจาก 3 ประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เข้ามาหาดใหญ่ สงขลา และภาคใต้ 9 จังหวัด ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว ได้ตั้งแต่วันนี้-มิถุนายน 2569 เพื่อรับสิทธิพิเศษ“จองที่พักราคาพิเศษ” ได้ทั้ง  หาดใหญ่ สงขลา สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล ปัตตานียะลา และนราธิวาส

“ตลาดเอเชียตะวันออก” ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ททท.ทำร่วมกับพันธมิตร ทำ “แพกเกจราคาพิเศษ” โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานคนใหม่ ๆ เข้าไปแนะนำแคมเปญกับคู่ค้าทั้งสองตลาดดังกล่าว

 


สำหรับ “สินค้าการท่องเที่ยว” ปี 2569 นำเสนอขายในตลาดเอเชีย แปซิฟิก คือ “Healing The New Luxury” ตั้งเป้าเสนอขายการท่องเที่ยว 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastonomy) อาหารถิ่นภูมิปัญญาไทย มิชลิน 2.การท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) กอล์ฟ มาราธอน ดำน้ำ และ 3.การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness Tourism) ผลิตภัณฑ์สปาและ

อื่น ๆ พร้อมจะตอบโจทย์กลยุทธ์ใหญ่ของ ททท.คือ “
Value over Volume
การท่องเที่ยวมุ่งเน้นสร้าง "คุณค่า" (Value) และรายได้คุณภาพจากการใช้จ่ายนักท่องมากกว่าเน้นเพิ่ม "ปริมาณ" (Volume)

เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป จะโฟกัสการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตลาด “ซัมเมอร์ แคมป์ นักกีฬา” จากญี่ปุ่น เกาหลี หนีหนาวมาฝึกซ้อมเก็บตัวในไทย ซึ่งมีอากาศอบอุ่นและความพร้อม

ระหว่างกุมภาพันธ์-มิถุนายน 2569 ตลอดครึ่งปีแรกจะเสริมด้วยการท่องเที่ยวงานเทศกาลใหญ่ อย่าง “ตรุษจีน” เดือนกุมภาพันธ์ “สงกรานต์” เดือนเมษายน “คอนเสิร์ต” เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน สินค้าด้านกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ


สินค้ามาแรงคือ “ทะเลบัวแดงอุดรธานี” มีนักท่องเที่ยวจีนในโครงการ Thailand Summer Blast สนใจมากับเที่ยวบินเช่าเหมาลำเพื่อเช็คอินเที่ยวเมืองไทยช่วงสงกรานต์ เนื่องจากมีปัญหาทางเทคนิคเรื่องขั้นตอนจะนำเครื่องบินมาลงที่อุดรธานี 

นางสาวภัทรอนงค์ กล่าวว่า ฝากถึงผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยปี 2569 เพื่อร่วมกันฟื้นฟูการท่องเที่ยวกลับมาโดยเร็วต้องเร่งปรับสินค้าการขายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดคือ “สร้างมูลค่าเพิ่ม หรือ Value” และร่วมกันแก้จุดอ่อนที่ท้าทายอย่างความปลอดภัย และการหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่หรือเพิ่มประสบการณ์ที่มีความหมาย ความประทับ ค้นหาสินค้าท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ดังกล่าวได้ เพราะเทรนด์นักเดินทางส่วนใหญ่ยุคปัจจุบันให้ความสำคัญอันดับแรกเรื่องคุณค่าการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์สูงกว่าเรื่อราคาแล้วก็ยอมจ่ายแพงกว่าเดิมหากได้สิ่งที่ต้องการ

ฟังข่าวต้นชั่วโมง


ข่าวที่ 1-ช้อปดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์ออนไลน์กับบิ๊กแบรนด์แค่6พันลด20%

“คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” เปิดให้ฉลองโอกาสพิเศษ “CHINESE NEW YEAR 2026 : ONLINE DEALS” ช้อปออนไลน์…ดีลมงคลรับปีใหม่จีน วาร์ปมาลงที่ Duty Free ด่วน ดีลแรงมาไว ของโดนใจต้องรีบคว้า สั่งซื้อล่วงหน้าได้เลย พร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ

สายแฟเลือกหยิบไอเทมที่ต้องการได้ทุกชิ้นที่คุณเลือกสะท้อนตัวตนของคุณออกมาให้ชัดเจนที่สุด กับหลากหลายแบรนด์ชั้นนำทั้ง MCM, TUMI, FURLA, SAMSONITE, SWAROVSKI, BOTTEGA VENETA, FERRAGAMO, MONTBLANC, MICHAEL KORS, LACOSTE และอื่นๆอีกมากพร้อมรับดีลพิเศษได้ง่ายๆได้เลย กดช้อปและรับของที่สนามบิน

ลดสูงสุด 15% เมื่อช้อปครบ 4,000 บาท รับรหัสส่วนลด 15FEB26

ลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปครบ 6,000 บาท รับ รหัสส่วนลด 20FEB26

ทุกการช้อปกับเฉพาะสินค้าแบรนด์ดัง และแผนกที่ร่วมรายการ ที่ คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันนี้ - 28 กุมภาพันธ์ 2569



ข่าวที่ 2 -ตรุษจีนนี้ช้อปได้ลด 2 ต่อ รับอั่งเปาที่ “คิง เพาเวอร์ ออนไลน์”

 

“คิง เพาเวอร์ ออนไลน์” เริ่มแล้ว CHINESE NEW YEAR 2026 รับพลังปีม้าทอง ชวนกันมา “ช้อปของใหม่” ที่ได้รวมแบรนด์ระดับโลกมาให้แล้ว จัดของขวัญตรุษจีนปีนี้ต้องพิเศษกว่าที่เคย ช้อปดิวตี้ ฟรี ออนไลน์เท่านั้น ต้อนรับสัญญาณแห่งความสนุกเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

 

พิเศษ! เฉพาะสมาชิก Power Pass ตรุษจีนนี้ ระหว่างวันนี้ -28 กุมภาพันธ์ 2569 รับทันที 2 ต่อ

 

ต่อที่ 1 : ลดทันที 2,800 บาท เมื่อช้อปครบ 8,000 บาท รับรหัสส่วนลด ANGBAO28(เฉพาะสินค้าแบรนด์และแผนกที่ร่วมรายการ)

 

ต่อที่ 2 : รับฟรี! อั่งเปาส่วนลด 888 บาท เมื่อช้อปออนไลน์ในครั้งถัดไปครบ 20,000บาทขึ้นไป ช่วงเวลาแจกอั่งเปา  วันนี้- 22 กุมภาพันธ์  แล้วเก็บอั่งเปาไว้ใช้ดั้งแต่วันนี้- 30 เมษายน 2569

 

กดรับอั่งเปาผ่าน Link ทาง E-MAIL หรือ SMS เมื่อรายการสั่งซื้อสำเร็จตามเงื่อนไข

 

ข่าวที่ 3-ททท.ปลุกเที่ยว“EAT THE EAST:THE GRAND ROAD TRIP”

 

นางสาวกนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้เปิดตัวแคมเปญ EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ร่วมกับพันธมิตร 3 กลุ่ม ได้แก่ เครือข่ายวัฒนธรรมอาหารประเทศไทย (Thailand Gastronomy Network) บัตรเครดิตเคทีซี Sixt Rent a Car และพันธมิตรด้านการเดินทาง ยกระดับการท่องเที่ยวภูมิภาคตะวันออกด้วยโมเดล Drive Tourism เปลี่ยนการขับรถเที่ยวให้เป็นการสร้างมูลค่าเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง นำเสนอ “เสน่ห์ไทยด้านอาหาร” บอกเล่าเรื่องราว Gastronomad Lifestyle ในภาคตะวันออกผ่าน 9 จังหวัด กระจายรายได้ตลอดเส้นทางพร้อมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

 

โดย ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออก ได้ขับเคลื่อนการตลาดภายใต้แนวคิด สีสันตะวันออก” ชูหนึ่งจุดขายสำคัญ “สีสันสวรรค์นักกิน” จัดทำแคมเปญ “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ร่วมกับพันธิตรเพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวออกตามหารสชาติของเมืองอันมีเอกลักษณ์ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ ด้วยการขับรถเที่ยวค้นหาประสบการณ์ใหม่ที่สนุกมีสีสันและเต็มไปด้วยรสชาติ

 

ทุกเส้นทางถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Gastronomad Lifestyle เรื่องเล่าของอาหารเน้นเรื่องของ “รส” มากกว่า “ร้านผ่านวัฒนธรรมอาหาร ทำให้การท่องเที่ยวเป็นสื่อกลางสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจควบคู่การสร้างคุณค่าทางวัฒนธรรม ชวนสำรวจอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ผ่านอาหาร กระตุ้นการใช้จ่ายตลอดการเดินทางอย่างต่อเนื่อง

 

“นายภูมน สมดี” ผู้จัดการทั่วไป ซิกท์ รถเช่า ประเทศไทย กล่าวว่า Drive Tourism” คือรูปแบบการเดินทางที่ทำให้ผู้คนวางแผนจัดทริปได้ง่ายขึ้นช่วยให้ตัดสินใจออกเดินทางได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะใน “ภูมิภาคภาคตะวันออก” ที่แคมเปญนี้รับเลือกเป็นพื้นที่ The Grand Road Trip เหมาะสมจะต่อยอดมากสุด พร้อมสนับสนุนให้ทุกเส้นทางกลายเป็นประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวอยากกลับมาเดินทางซ้ำ ๆ ด้วย 6 ปัจจัย ได้แก่ 1.มีความพร้อมด้านการเดินทางและเชื่อมเมืองได้สะดวก 2.เหมาะขับรถเที่ยวแบบระยะสั้น (Short Break) 3.มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งทะเล สวนผลไม้ เมืองเก่า ชุมชน ร้านอาหาร คาเฟ่ วัฒนธรรมร่วมสมัย 5.มีศักยภาพสูงในการเพิ่มมูลค่าการเดินทางผ่านการออกแบบประสบการณ์อาหาร 6.สร้างแรงจูงใจให้เกิดการพักค้างคืน

 

“ผศ.ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์” ประธานเครือข่าย Thailand Gastronomy Network (TGN) กล่าวว่า “EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” เริ่มจากการเล่าเรื่อง วัฒนธรรมอาหาร ในแต่ละเมือง เพื่อให้ผู้คนอยากขับรถออกไปสัมผัสด้วยตัวเอง เมื่อรสชาติกลายเป็นเหตุผลของการเดินทาง เมืองก็จะมีโอกาสทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ครั้งนี้เราไม่ชวนรีวิวร้าน แต่ขอให้ทุกคนออกเดินทางไปค้นหา “รสที่ชอบ” ในแบบฉบับของตัวเอง

 

“นางสาววริษฐา พัฒนรัชต์” ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาดบัตรเครดิตเคทีซี (KTC) กล่าวว่า การท่องเที่ยวเติบโตอย่างมีคุณภาพต้องสร้าง แรงจูงใจให้ใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า และสร้างประโยชน์ให้ท้องถิ่น ทางKTC ยินดีร่วมขับเคลื่อนแคมเปญนี้ด้วยสิทธิประโยชน์และการสื่อสารทำให้ผู้บริโภคออกเดินทางง่ายขึ้น และใช้จ่ายกับประสบการณ์ที่มีความหมายมากยิ่งขึ้น

 

แคมเปญ EAT THE EAST : THE GRAND ROAD TRIP” ได้เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออก ภายใต้แนวคิด “Flavour Identity หรือ อัตลักษณ์รสชาติ” เพื่อให้นักเดินทางได้ออกแบบทริปขับรถท่องเที่ยวตามรสชาติที่ชื่นชอบตามแต่ละอัตลักษณ์ของจังหวัด ตามตัวอย่างดังนี้

 

สมุทรปราการ “Gate to the Flavour Road” พร้อม Bang Krachao Layover และ Gourmet Cycling

 

ฉะเชิงเทรา “Bangpakong River Feast” เมืองแห่งรสชาติจากสายน้ำ ผืนป่าและความศรัทธา

 

ชลบุรี “Seafood Capital & Coastal Living Paradise”

 

ระยอง “Slow Coast & Fruit Valley”

 

จันทบุรี “Herbs Route Experience & Heritage Food Walk”

 

ตราด “Island-to-Table, Mangrove-to-Table Journey”

 

ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ก็ยังมีอีกหลากหลายเส้นทางต่างสะท้อนรสชาติและเรื่องราวของเมืองนั้น ๆ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ออกเดินทางสัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มอรรถรส ออกมาเที่ยวภาคตะวันออกต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี

 

ข่าวที่ 4- BBGIกลุ่มบางจากปี’68กำไรพุ่ง31%ปี’69เสริมแกร่ง 4 เรื่อง

 

นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท
บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)
เปิดเผยว่า บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ “BBGIเป็นหนึ่งในซัพพลายเชนหลักของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด ของบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)BCP” ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 มีกำไรสุทธิ 283 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 31% มีกำไร 0.20 บาทต่อหุ้น ท่ามกลางความท้าทายในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนเผชิญมีแรงกดดันด้านราคา และการปรับสัดส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพตามนโยบายภาครัฐ

 

ผลประกอบการเติบโตได้สูงจึงสะท้อนเชิงบวก 4 เรื่อง ได้แก่ 1.ความสามารถในการควบคุมต้นทุนและบริหารการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ธุรกิจเอทานอลมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3.โรงงานเดินเครื่องเต็มกำลัง ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง 4.การบริหารจัดหาวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพช่วยยกระดับความสามารถในการทำกำไร เช่นเดียวกับธุรกิจไบโอดีเซล ที่ได้แรงสนับสนุนจากความต้องการ และราคาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น ทำให้กลีเซอรีนบริสุทธิ์ด้วย

 

ปี 2569 BBGI วางแผนเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Operational Excellence ต่อเนื่อง โดยเน้น 4 เรื่อง ได้แก่ 1.เพิ่มประสิทธิภาพ 2.ควบคุมต้นทุน 3.วางแผนการประยุกต์ใช้ AI and Automation ในการดำเนินงานให้มากขึ้น 4.เสริมความร่วมมือภายในกลุ่มบริษัทบางจาก เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

หลังจากปี 2568 เติบโตจากการยกระดับกระบวนการทำงานภายใต้กลยุทธ์ Operational Excellence การ Benchmarking เทียบกับ Best Practice ในอุตสาหกรรม ควบคู่การบริหารจัดการวัตถุดิบอย่าง
เป็นระบบ เพื่อลดต้นทุน รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการ  
Up-Reskill และ  Ethanol & Biodiesel Boot Camp” เพื่อเสริมความเชี่ยวชาญในสายการผลิต และการจัดการต้นทุนที่ดี

 

แล้ว BBGI ยังให้ความสำคัญเรื่องการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความร่วมมือกับชุมชนและคู่ค้า ดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสีย

 

สำหรับ BBGI เป็นหนึ่งในซัพพลายเชน หลักของกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาดของบริษัท บางจาก
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีการทำงานเชื่อมโยงกันภายในกลุ่มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ช่วยเสริมเสถียรภาพด้านการจัดหาวัตถุดิบ การวางแผนการผลิต และการส่งมอบผลิตภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ข่าวที่ 5-เที่ยวเทศกาลบุญแห่งปีมาฆปูรมีศรีปราจีน 24ก.พ.-4 มี.ค.69

 

สายบุญชวนกันมาร่วม “เทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน” ครั้งที่ 40  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก เปิดเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยปุระ ที่โบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569

 

ไฮไลต์ห้ามพลาด ร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่ (เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย) “ชม” การแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตา มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินสีโอ – ไมค์หมดหนี้ และ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน“ช้อป” ตลาดวัฒนธรรมย้อนยุคเมืองอวัธยปุระ ชิม ชิล กว่า 50 ร้านค้า

 

“กิจกรรม” เพิ่มเติมที่สลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมตามความชอบในแต่ละวัน

 

24 กุมภาพันธ์– 1 มีนาคม 2569 ธรรมยาตรา “ตามรอยบาทพระศาสดพระสงฆ์ 700 รูป จากทั้ง 7 อำเภอ จังหวัดปราจีนบุรี

   

25 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เพลิดเพลินกับตลาดวัฒนธรรมย้อนยุคเมืองอวัธยปุระ (เมืองศรีมโหสถ)  ลานสาธิตมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดปราจีนบุรี

           

1 มีนาคม 2569 ร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ สัมผัสประสบการณ์ชม ขบวนแห่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 7 อำเภอ การแสดงโขน ตอน “พระรามข้ามสมุทร”

   

1 – 3 มีนาคม 2569 จัดเต็ม การแสดงแสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยปุระ”

 

 2 มีนาคม 2569 สนุกกับ มินิคอนเสิร์ต “สีโอ – ไมค์หมดหนี้”

 3 มีนาคม 2569 (วันมาฆบูชา) วันสำคัญทางศาสนา ชวนสายศรัทธา ร่วมเวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่รอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

 

มาร่วมสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า สัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรม มีนัดพบกันที่ โบราณสถานสระมรกต อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี

 

          ช่วงที่ 2 ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 “สายบุญ” เตรียมพร้อมไปงานเทศกาลแห่งปี “มาฑปูรมีศรีปราจีน” ที่โบราณสถานศักดิ์สิทธิ์ “สระมรกต” จ.ปราจีนบุรี 24 ก.พ.-4 มี.ค.นี้ มีกิจกรรมครบทุกแนว แล้วฟัง “5 วิธีเพิ่มอ๊อกซิเจนในเลือด” ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ต่อด้วยข่าวดี ๆ ข่าวแรก “AOTทำกำไร Q1/684,652 ล้านบาท ครึ่งปีหลังจ่อขึ้นค่าPSC เพิ่มรายได้อีกหมื่นล้าน ข่าวที่สอง “แอร์บัส จับมือ ม.เกษตร+สจล.” ผลิตเด็กไทยสู่อาชีพการบินโลก

 

ท่องเที่ยว –เที่ยวเทศกาลบุญแห่งปีมาฆปูรมีศรีปราจีน 24ก.พ.-4 มี.ค.69

 

สายบุญชวนกันมาร่วม “เทศกาลมาฆปูรมีศรีปราจีน” ครั้งที่ 40  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก เปิดเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยปุระ ที่โบราณสถานสระมรกต อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2569

 

ไฮไลต์ห้ามพลาด ร่วมสักการะพระบรมสารีริกธาตุ เวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่ (เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย) “ชม” การแสดงแสง สี เสียง สุดตระการตา มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินสีโอ – ไมค์หมดหนี้ และ การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน“ช้อป” ตลาดวัฒนธรรมย้อนยุคเมืองอวัธยปุระ ชิม ชิล กว่า 50 ร้านค้า

 

“กิจกรรม” เพิ่มเติมที่สลับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมตามความชอบในแต่ละวัน

 

24 กุมภาพันธ์– 1 มีนาคม 2569 ธรรมยาตรา “ตามรอยบาทพระศาสดพระสงฆ์ 700 รูป จากทั้ง 7 อำเภอ จังหวัดปราจีนบุรี

   

25 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2569 พบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เพลิดเพลินกับตลาดวัฒนธรรมย้อนยุคเมืองอวัธยปุระ (เมืองศรีมโหสถ)  ลานสาธิตมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดปราจีนบุรี

           

1 มีนาคม 2569 ร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ สัมผัสประสบการณ์ชม ขบวนแห่พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากทั้ง 7 อำเภอ การแสดงโขน ตอน “พระรามข้ามสมุทร”

   

1 – 3 มีนาคม 2569 จัดเต็ม การแสดงแสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ เส้นทางธรรมแห่งศรัทธา รอยพระพุทธบาทคู่ เมืองอวัธยปุระ”

 2 มีนาคม 2569 สนุกกับ มินิคอนเสิร์ต “สีโอ – ไมค์หมดหนี้”

 

3 มีนาคม 2569 (วันมาฆบูชา) วันสำคัญทางศาสนา ชวนสายศรัทธา ร่วมเวียนเทียนรอบรอยพระพุทธบาทคู่รอยพระพุทธบาทที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

 

มาร่วมสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่า สัมผัสกลิ่นอายประวัติศาสตร์ ชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรม มีนัดพบกันที่ โบราณสถานสระมรกต อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี

 

สุขภาพ –5วิธีเพิ่มออกซิเจนในเลือดอย่างง่าย ๆ ช่วยร่างกายแข็งแรง

 

การดูแลสุขภาพด้วยการเพิ่มออกซิเจนในเลือด ถ้าอยากมีร่างกายที่แข็งแรง สมองปลอดโปร่ง ต้องอย่าลืมใส่ใจเรื่องออกซิเจนในเลือด เพราะเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย อวัยวะต่าง ๆ และระบบการทำงานของร่างกาย ตั้งแต่การขยับตัว การย่อยอาหาร หรือแม้แต่การใช้สมองคิด ล้วนจำเป็นต้องใช้ออกซิเจนทั้งนั้น เพื่อทำให้ปอดและหัวใจทำงานได้ดีขึ้น ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนอย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน  ด้วย 5 วิธี ดังนี้   

1.ฝึกหายใจลึกๆ (Deep Breathing) : ฝึกหายใจด้วยกะบังลม (ท้องป่องเมื่อหายใจเข้า) ช่วยให้ปอดขยายตัวเต็มที่และเพิ่มการรับออกซิเจนได้ดีกว่าหายใจตื้น

 

2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินเร็ว หรือโยคะ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ช่วยให้หัวใจและปอดมีประสิทธิภาพในการสูบฉีดออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายมากขึ้น

 

3.ดื่มน้ำให้เพียงพอ : การดื่มน้ำ 8-10 แก้วต่อวัน ช่วยให้เยื่อบุปอดชุ่มชื้น ลดความเหนียวของเสมหะ ทำให้ปอดทำงานได้ดีขึ้นและเพิ่มความอิ่มตัวของออกซิเจ

 

4.สูดอากาศบริสุทธิ์และจัดห้องให้อากาศถ่ายเท: เปิดหน้าต่างให้ลมผ่าน หรือออกไปเดินเล่นในที่ที่มีต้นไม้ เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศอับชื้นหรือคาร์บอนไดออกไซด์สะสมในห้อง

 

5.หลีกเลี่ยงบุหรี่และมลภาวะ : การสูบบุหรี่ทำลายเนื้อเยื่อปอด การงดสูบช่วยให้ปอดรับออกซิเจนได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดภายในไม่กี่สัปดาห์

 

ฟังข่าวท้ายชั่วโมง

 

ข่าวแรก – AOTโชว์Q1/69กำไร4.6พันล้าน-จ่อขึ้นค่าPSCโกยหมื่นล้าน

 

          นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงาน 3 เดือนแรก หรือไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2569 (ระหว่างตุลาคม-ธันวาคม 2568) มี “รายได้” จากกิจการการบินรวม 8,863.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 58.85 ล้านบาท  เติบโต 0.67 % ส่วน “รายได้รวมทั้งหมด” ทำได้ 17,332.42 ล้านบาท มี “กำไรสุทธิ” ทั้งสิ้น 4,652.62 ล้านบาท

 

ทั้ง 6 ท่าอากาศยาน ของ AOT ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย  ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีความเคลื่อนไหวตามรายละเอียดดังนี้

 

“ปริมาณจราจรทางอากาศ” มีจำนวนเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยว เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.82 % แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 116,594 เที่ยว เที่ยวบินภายในประเทศ 91,687 เที่ยว “จำนวนผู้โดยสาร” รวมทั้งสิ้น 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน 2.50 % แบ่งเป็น ผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.92 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 13.55 ล้านคน

 

ขณะนี้ระดับการใช้โครงสร้างพื้นฐาน (Utilization Rate) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ทำให้สนามบินบางแห่งเริ่มเข้าใกล้ระดับขีดความสามารถสูงสุด (Capacity Constraint) จำเป็นจะต้องเร่งขยายศักยภาพสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อรองรับอนาคตการเติบโตในระยะต่อไป ในปี 2577 เมื่อการลงทุนขยายแล้วเสร็จจะทำให้มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารรวมประมาณปีละ 214.5 ล้านคน สร้างความมั่นคงที่จะรองรับผู้โดยสาร เที่ยวบิน เติบโตในระยะยาว

 

AOT เดินหน้า “ปรับโครงสร้างรายได้” ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการเร่งผลักดันปรับโครงสร้างรายได้จากกิจการบินและที่ไม่เกี่ยวกับกิจการบิน ประกอบด้วย

 

“รายได้จากกิจการการบิน” (Aeronautical Revenue) ผ่านโครงการจูงใจสายการบินสนใจเลือกบินเข้ามายังท่าอากาศยานของ AOT เพิ่มมากขึ้น มุ่งกระตุ้นทั้งการเปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบิน  เดินหน้า “ปรับอัตราโครงสร้างค่าบริการผู้โดยสารขาออก” (PSC :Passenger Service Charge) ให้เหมาะสม คาดจะเริ่มใช้ได้กลางปี 2569 ช่วยทำให้การเงินแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีกกว่า “หมื่นล้านบาท”

 

“ปรับโครงสร้างรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน” (Non-Aeronautical Revenue)  โดยจะเดินหน้าพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบินของ AOT เปิดโอกาสให้เอกชนเข้ามาลงทุนต่อยอดรายได้ระยะยาวและลดความผันผวนการพึ่งพาเพียงด้านเดียว

 

ขณะนี้มีโครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว เบื้องต้น 3 โครงการ ได้แก่ 1.สถานีชาร์จรถโดยสารไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่าการลงทุนกว่า 40 ล้านบาท 2.ท่าอากาศยานหาดใหญ่เร็ว ๆ นี้ จะเปิดประมูลพื้นที่ 17 ไร่ มูลค่าการลงทุนกว่า 75 ล้านบาท 3.เปิดให้มีการลงทุนกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น โรงแรม โครงการ Mixed-use ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี ทันสมัย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น

           

นางสาวปวีณา กล่าวว่า ผลการดำเนินงานอีก 9 เดือน ปีงบประมาณ 2569 แนวโน้มยังคงเติบโตต่อเนื่องตามทิศทางการท่องเที่ยวฟื้นตัว และสายการบินเพิ่มความถี่เที่ยวบินมากขึ้น ขณะนี้ทั้งในและต่างประเทศทยอยกลับเข้าสู่ระดับปกติแล้ว ทำให้ “รายได้” จากกิจการการบินและกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นควบคู่กัน

 

โดย AOT จะเดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามแผนแม่บท รองรับปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินในระยะยาวที่เพิ่มขึ้น พร้อมรักษาสมดุลโครงสร้างรายได้ให้แข็งแกร่ง และยั่งยืน โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน  เพื่อให้ AOT ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ชองภูมิภาคอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่สอง แอร์บัส MOU ม.เกษตร-สจลผลิตเด็กไทยสู่อาชีพการบินโลก

 

แอร์บัส” เดินหน้าลงนามข้อตกลงความร่วมมือบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MoU) ในงาน “สิงคโปร์ แอร์โชว์” กับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย แห่ง ระยะเวลา 3 ปี โดยมีคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เข้าพบผู้แทนของแอร์บัส เพื่อร่วมกันกำหนดกรอบความร่วมมืออย่างเป็นทางการ เดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านการศึกษาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และยกระดับการพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมการบิน

 

            ทั้ง 2 มหาวิทยาลัยกับแอร์บัสจะร่วมกันพัฒนา หลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้และสนับสนุนปฏิบัติการบิน (Flight Operations Support) จากมุมมองเฉพาะของผู้ผลิตอากาศยาน

 

“ศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ยอดสุดใจ” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า “ความร่วมมือนี้จะเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์การทำงานจริงในภาคอุตสาหกรรม เรียนรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก และพัฒนาทักษะรวมถึงมุมมองระดับสากลที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างโอกาสที่มีค่าให้นักศึกษา และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาภาควิศวกรรมและอุตสาหกรรมการบินในระยะยาว

 

“รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับแอร์บัสครั้งนี้จะช่วยเสริมความมุ่งมั่นของสถาบันเชื่อมโยงการศึกษากับภาคอุตสาหกรรม เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาก้าวสู่นักนวัตกรรมรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมการบินระดับโลก

 

Paul Coignec หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของแอร์บัส กล่าวว่า ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับมหาวิทยาลัยทั้งสองแห่งเข้าเป็นเครือข่ายพันธมิตรด้านวิชาการของแอร์บัส เสริมสร้างทักษะเชิงปฏิบัติให้นักศึกษาที่มุ่งสู่อาชีพในอุตสาหกรรมการบินระดับโลก และหวังจะได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังทำงานอย่างใกล้ชิดตลอดความร่วมมือครั้งนี้

 

ความร่วมมือดังกล่าวยังขยายสู่การเสริมสร้างประสบการณ์เชิงปฏิบัติ เช่นจัดเยี่ยมชมสถานที่ปฏิบัติงานของแอร์บัสเป็นประจำทุกปี เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นการดำเนินงานด้านการบินในสถานการณ์จริง การจัดสรรตำแหน่งฝึกงาน เพื่อมอบประสบการณ์ทำงานในอุตสาหกรรมที่มีคุณค่าแก่นักศึกษาไทย

 

ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.เอเชียแปซิฟิกปี69รุกใหม่ตลาดจีน 4 กลยุทธ์ ลุยตรุษจีน-Mega Trade-SummerBlast

ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่   รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)  ททท.เอเชียแปซิฟิกเหยียบคันเร่งปี 69 รุกตลาดจ...