“แอร์บัส”เปิดศูนย์โลจิสติกส์ใหม่ระดับภูมิภาคในสิงคโปร์
บริการครบวงจรเอเชีย
แปซิฟิก21ประเทศ+เขตเศรษฐกิจ
เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #Airbus #ศูนย์โลจิสติกส์ใหม่ในสิงคโปร์
วินเซนต์
ดูบรูว์ล รองประธานอาวุโส ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของแอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ส
กล่าวว่า แอร์บัส เฮลิคอปเตอร์ส ได้เปิดศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคแห่งใหม่อย่างเป็นทางการใน
“สิงคโปร์” ขยายขีดความสามารถสนับสนุนและให้บริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พัฒนาเป็นศูนย์ความเป็นเลิศ
(Centre of Excellence) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน
ช่วยกระจายชิ้นส่วนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น ที่แอร์บัสให้บริการกลุ่มลูกค้าใน 21 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ
“ศูนย์โลจิสติกส์ในสิงคโปร์”
แอร์บัสได้เปิดเป็นศูนย์หลักของเครือข่ายโลจิสติกส์ระดับภูมิภาค ด้วยหมุดหมายสำคัญการวางตำแหน่งให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางเครือข่ายการสนับสนุนระดับโลก
การจัดตั้งขีดความสามารถด้านโลจิสติกส์ซึ่งเป็นมากกว่าการดำเนินงานเท่านั้น แต่ได้
“สร้างห่วงโซ่อุปทาน” ที่คล่องตัว สะท้อนถึงการลงทุนระยะยาวสนับสนุนความสำเร็จภารกิจของลูกค้า
ด้วยความรวดเร็ว มีความน่าเชื่อถือ ในระยะยาวสามารถคาดการณ์ได้ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
โดยมีศูนย์กระจายชิ้นส่วนเพิ่มเติมใน
ฮ่องกง และเมืองเพิร์ท ออสเตรเลีย
ศูนย์ทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนศูนย์บริการลูกค้า 12 แห่ง พร้อมทีมงานด้านวัสดุและโลจิสติกส์โดยเฉพาะ
รับผิดชอบการจัดการอะไหล่ การซ่อมบำรุง การดูแลอากาศยานจอดรอซ่อม (Aircraft on Ground: AOG) และโครงการ HCare
ศูนย์นี้พื้นที่เกือบ 2,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 1.จุดรับ–ส่งสินค้า 4 จุด และจัดเก็บหมายเลขชิ้นส่วนมากกว่า 20,000 รายการ ครอบคลุมอะไหล่ใหม่ 2.งานบำรุงรักษา ซ่อมแซม และยกเครื่อง (Maintenance, Repair and Overhaul: MRO) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
3.เป็นศูนย์ที่ติดตั้งระบบจัดเก็บอัตโนมัติแบบแนวตั้ง (Vertical Lift Module: VLM) จำนวน 4 ชุด
ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บความหนาแน่นสูง ใช้กลไกกลางและชั้นวางแนวตั้งสำหรับจัดเก็บและเบิกจ่ายชิ้นส่วนโดยตรงถึงจุดปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ ลดระยะเวลาการเข้าถึงชิ้นส่วนสำคัญ
ตั้งแต่อุปกรณ์ชิ้นเล็กไปจนถึงชิ้นส่วนขนาดใหญ่
รวมทั้งมีห้องจัดเก็บวัสดุอีลาสโตเมอร์
(Elastomers) เฉพาะทาง
ขนาด 55 ตารางเมตร
สำหรับปกป้องสินค้าคงคลังที่มีความอ่อนไหวสูง
เนื่องจากวัสดุประเภทที่มีส่วนประกอบของยางมีความเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ จึงต้องควบคุมอุณหภูมิภายในห้องให้อยู่ระหว่าง 5-25 องศาเซลเซียส
โครงสร้างในลักษณะ
“คลังสินค้าภายในคลังสินค้า” จะช่วยเพิ่มการปกป้องชิ้นส่วนสำคัญได้สูงสุดถึง 2,000 รายการ
เพื่อคงไว้ซึ่งความเชื่อถือได้และความพร้อมในการปฏิบัติการในระยะยาว
ศูนย์โลจิสติกส์ใหม่นี้เริ่มดำเนินการด้วยมูลค่าสินค้าคงคลังเริ่มต้นราว 10 ล้านยูโร เมื่อศูนย์โลจิสติกส์ดำเนินงานเต็มศักยภาพ
มีแผนจะเพิ่มเป็น 2 เท่า ในอนาคตด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น