ททท.โตเกียวลุยแผนดึงญี่ปุ่นปี’69กว่า7แสนรายได้2.8หมื่นล้าน
รุก2ตลาด“ผู้หญิง”ท่องเที่ยวถี่“-คนรุ่นใหม่”ถือพาสปอร์ตเพิ่ม8%
บูมขาย“Thailand Wellcation-ผนึกไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์โปรตั๋วบิน
มี.ค.-ธ.ค.69ใช้เครือข่ายต่อยอดโปรโมทญี่ปุ่นเที่ยวอีสาน-เหนือ
คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองเปิดช้อปบินหยุดยาวลด30%
ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์เติมของใหม่ส่งท้ายตรุษจีนลด30%
คิงเพาเวอร์รางน้ำจัดชมฟรี“หุ่นละครเล็ก”ทุกวันที่ไทยเทสต์ฮับ
ททท.ดึงเวิลด์คลาสTomorrowlandจัดกระหึ่มพัทยา11-13ธ.ค.69
บางจากร่วมสมาชิกสมาคมเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนแห่งเอเชีย
TCEBชูเจ้าภาพประชุมอินเตอร์เภสัช3งานนำไทยสู่เมดิคอลฮับ
ทัวร์บุญมาฆะบูชาไปเวียนเทียนตะคันในโบราณสถานสุโขทัย
3ระดับ5เรื่องเหมาะกับทุกวัยป้องกันดูแลสุขภาพกายใจแข็งแรง
การบินไทยปี68โชว์กำไรสุทธิ3หมื่นล้านก.ค.เพิ่มบินจีน&อินเดีย
วิทยุการบินดีไซน์น่านฟ้ารับ “Cobra Gold” บินพาณิชย์ได้ปกติ
วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #เวียนเทียนตะคันสุโขทัย
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/187297esE2/
ช่วงที่
1 สัมภาษณ์ !! “เสกสรร ศรีไพรวรรณ” ผู้อำนวยการ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว ปี’69 “สำนักงานโตเกียว” ถือธงนำดึงญี่ปุ่นเที่ยวไทย 7.15 แสนคน
รายได้กว่า 28,625 ล้านบาท ลุยเจาะกำลังซื้อสดใสมาแรง 2 กลุ่ม กลุ่มแรก “ผู้หญิง” เที่ยวต่างประเทศแซงผู้ชาย ชูใช้โครงการ “Thailand
Wellcation” เริ่ม 15 มี.ค.-ก.ย.69 งัดสินค้าสุขภาพ ความงาม แฟชั่น อาหาร ซีรีย์/ดรามา
ปลุกเทรนด์เที่ยวซ้ำแบบถี่ ๆ ตลอดทั้งปี กลุ่มที่ 2 “คนรุ่นใหม่”
วัย 20-25 ปี แห่ทำพาสปอร์ตเพิ่ม 8 % พร้อมจับมือ
“ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” โหมขายแพกเกจ “โปรตั๋วเครื่องบิน” มี.ค.-ธ.ค.69 บวกกิจกรรมหลากหลาย เส้นทางบินเที่ยวในไทยต่อเนื่อง 17 จังหวัด นำร่องบูมอีสาน ขอนแก่น อุดรธานี ภาคเหนือ เชียงใหม่
ใส่สินค้าเพิ่มรายได้ขานรับเทรนด์ Hopping โรงแรม ร้านอาหาร
นายเสกสรร ศรีไพรวรรณ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ปี 2569 จะต่อยอดปี 2568 ทำได้ 1.09 ล้านคน เพิ่มกว่า 3% ทำให้เห็นทิศทางและโอกาสการเติบโตในเซ็กเมนต์ตลาดใหม่ ๆ โดยมีปัจจัยท้าทายอย่างมากจากสถานการณ์การเงินภายในญี่ปุ่นเอง ททท.3 สำนักงาน ได้แก่ โตเกียว ฟูกูโอกะ โอซากา จึงต้องโฟกัสแผนร่วมกันไปในทางเดียวกับผลวิจัยต่าง ๆ ในญี่ปุ่น ทั้ง JCB Reserch และเทรนด์การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ ปัจจุบันมี กลุ่มแรก “ผู้หญิง” เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อนาคตจะเดินทางออกนอกประเทศมากกว่าผู้ชาย กลุ่มที่ 2 “คนรุ่นใหม่ : Young Generation” มีทั้งเคยและไม่เคยมาไทย
พิจารณาจาก
“จำนวนชาวญี่ปุ่นผู้ถือหนังสือเดินทาง” ค่อนข้างต่ำเปรียบเทียบกับประชากร 123 ล้านคน ลดลงจากปี 2566 ถือหนังสือเดินทาง 23 ล้านคน ปี 2568 ลดลงเหลือ 20 ล้านคน
หายไป 1 ใน 3 ปี 2569 มีคนถือหนังสือเดินทางเพียง 17 % ในจำนวนนี้มี
“กลุ่มญี่ปุ่นรุ่นใหม่” อายุ 20-25 ปีขึ้นไปไปทำหนังสือเดินทางเพิ่มขึ้นถึง
8 % เป็นสัญญาณถึงกลุ่มนี้นิยมเดินทางต่างประเทศ
และส่วนใหญ่คือผู้หญิงเป็นหลัก
ปี 2569 เป้าหมายตลาดเอเชียตะวันออก ภาพรวมตั้งไว้ 9.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5 % สร้างรายได้ 4.7 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 % แยกเป็นรายตลาดในแต่ละพื้นที่ ได้แก่
“ททท.สำนักงานโตเกียว” จะกระตุ้นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทย 7.15 แสนคน เพิ่มขึ้น 3 % ทำรายได้ 28,625 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3 % จาก 3 พื้นที่ คือ 1.คันโต อยู่ทางตะวันออกของเกาะฮอนชู ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ โตเกียว คานางาวะไซตามะ ชิบะ อิบารากิ โทชิงิ และกุมมะ 2.โทโฮคุ อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู มี 6 จังหวัด (อาโอโมริ อิวาเตะ มิยางิ อาคิตะ ยามากาตะ ฟุกุชิมะ 3.ฮ็อกไกโด
“ททท.โอซากา” จะกระตุ้นนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเข้าไทย 361,000 คน และ “ททท.ฟูกูโอกะ” 138,000 คน
“พื้นที่ที่นักท่องเที่ยวญี่ปุ่น”
เที่ยวต่างประเทศมากสุดจะอยู่ในโตเกียว 60% ที่เหลือเป็นโอซากา
30 % และกิวชู 15 % ซึ่งกระจายตัวเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยในแต่ละปี
“แหล่งท่องเที่ยวหลักในไทย” ที่
ททท.จัดทำขึ้นเพื่อรองรับเทรนด์นักเดินทาง “กลุ่มผู้หญิง” หรือ Girl
Gangs นำเสนอพื้นที่หลัก ได้แก่ “กรุงเทพมหานคร” เพราะมีสัดส่วน
“เที่ยวบินตรง” จากโตเกียวเป็นหลัก สนามบินนาริตะ กับ ฮาเนดะ เชนได ฮอกไกโด
ช่วงตารางบินฤดูหนาว (ตุลาคม 2568-มีนาคม 2569) จำนวนรวม 512 เที่ยว/เดือน 175,000 ที่นั่ง/เดือน เข้าสู่ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ ดอนเมือง
จากนั้นก็กระจายตัวไปยังจังหวัดเมืองน่าเที่ยว พัทยา ชลบุรี และ “เที่ยวบินอ้อม”
สายการบินนานาชาติจะต้องแวะพักเครื่องในประเทศตนเองก่อน อย่าง โคเรียนแอร์ จาก
ญี่ปุ่น แวะกรุงโซล/เกาหลีใต้ เข้าไทย หรือ ญี่ปุ่น แวะไทเป/ไต้หวัน เข้าไทย
ททท.ไม่ได้นับเที่ยวบินดังกล่าวรวมไว้
แต่สะท้อนถึงจากญี่ปุ่นมาไทยมีเที่ยวที่หลากหลาย
“การนำเสนอสินค้าท่องเที่ยวกระตุ้นตลาด” ททท.ในญี่ปุ่น 3 สำนักงาน หารือร่วมกัน ททท.สำนักงานโตเกียว จะเปิดตัวโครงการ “Thailand Wellcation” ด้วยโปรโมชั่นเด่น ๆ เริ่ม 15 มีนาคม-กันยายน 2569 จะส่งเสริมการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และขายตรงผ่านหน้าร้านบริการท่องเที่ยวที่เป็นพันธมิตรกับ ททท.ตั้งเป้าไว้ 10,000 PAX มุ่งรุกเจาะตลาด “กลุ่มผู้หญิง” วัยทำงานชื่นชอบการเดินทางพักผ่อนหาประสบการณ์เฉพาะ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ความงาม เครื่องสำอางค์ ประสบการณ์ไทย อย่าง แฟชั่น อาหาร ซีรีย์ ดรามา/ละครไทย ถือเป็น Sub-Culture โดนใจสาวญี่ปุ่นชื่นชอบและสามารถเที่ยวได้บ่อย ๆ หลายครั้ง เพื่อมาเช็คอินตามที่พบเห็นในโซเชียล มีเดีย
ระหว่างเดือนมีนาคม-มิถุนายน
2569 ททท.โตเกียว
จะกระตุ้นตลาดญี่ปุ่นมาเที่ยวพร้อมใช้จ่ายเงินเพิ่มขึ้น โดยร่วมกับสายการบิน
และแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTA ขานรับเทรนด์นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้การค้นหาข้อมูล
จองตั๋วเครื่องบิน ผ่าน โซเชียล มีเดีย และออนไลน์
จึงได้ร่วมมือกับสายการบินราคาประหยัดทำโปรโมชั่นกระตุ้นช่วงการเดินทางนอกฤดูท่องเที่ยว
ซึ่งจะสลับกันบางเดือนคือมีนาคม แล้วจากนั้นจะไปเริ่มอีกครั้ง มิถุนายน-กรกฎาคม 2569
ททท.ทำโปรโมชั่นแคมเปญร่วมกับสายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ตั๋วโดยสารเครื่องบินราคาพิเศษ พร้อมกิจกรรมและแนะนำเส้นทางการท่องเที่ยวเมืองรอง เช่น เชียงใหม่ และจังหวัดรอบกรุงเทพมหานคร เช่น พระนครศรีอยุธยา ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกได้ ส่วนพื้นที่มี “เที่ยวบินต่อเครื่องในประเทศ” ในเครือของ ไทยแอร์เอเชีย ทั่วไทย 17 จังหวัด ทาง ททท.โตเกียวได้นำเสนอทางเลือกบินต่อไปเที่ยว ขอนแก่น อุดรธานี กระจายนักท่องเที่ยวไปยังภูมิภาคภาคอีสาน โดยใช้ KOL ของสายการบินสร้างกระแสเปิประสบการณ์เส้นทางใหม่ ๆ มากขึ้น
กลยุทธ์
“การกระตุ้นค่าใช้จ่าย”
ตามปกตินักท่องเที่ยวญี่ปุ่นจะใช้เงินเที่ยวเมืองไทยเฉลี่ย 40,000-45,000
บาท/คน/ทริป วันพักเฉลี่ยไม่เกิน 6 วัน/ทริป
แต่มีสัญญาณที่ดีคือนักท่องเที่ยวใช้เงินมากขึ้นกับ ค่าอาหาร ทำกิจกรรม
เป็นช่องทางให้
ททท.เห็นช่องทางและโอกาสเพิ่มการใช้จ่ายจากตลาดญี่ปุ่นด้วยการเสนอขาย
“ท่องเที่ยวเส้นทางอาหาร” เพื่อไปทำกิจกรรม ทำคอร์สอาหาร ภาคเหนือ อาหารไทย
หรือไปชิมตามร้านแนะนำ
ตัวอย่างในเชียงใหม่ เชิญชวนนักท่องเที่ยวไปทดลองเดินทางประสบการณ์อาหารคาเฟ่ สไตล์ Hopping หลากหลายคือ โรงแรม คาเฟ่ ร้านอาหาร เป็นเทรนด์ที่นักท่องเที่ยวผู้หญิงวัยรุ่นนิยมมาก เป็นการเปลี่ยนประสบการณ์ในบรรยากาศหลายแห่ง ส่งผลดีต่อการกระจายรายได้ให้ “ผู้ประกอบการ” โรงแรม ร้านอาหาร และเพิ่มรายได้ให้ธุรกิจรถขนส่งสาธารณะต่าง ๆ ได้ด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวก็จะได้รับประสบการณ์แปลกใหม่เพิ่มมากขึ้น
ผอ.เสกสรร กล่าวว่า ปี 2569 หลังจากจัดทริปสำรวจพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวกับทางคณะมีเสียงสะท้อนชัดเจนเป็นข้อแนะนำให้ “ผู้ประกอบการไทย” ที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นควรหันมาให้ความสำคัญกับ 3 เรื่อง 1.มาตรการความปลอดภัย 2.สุขอนามัย โดยเฉพาะเรื่องน้ำ ความสะอาด มีอุปกรณ์ใช้สอยได้มาตรฐาน 3.มีอักษรภาษาญี่ปุ่น และการสร้างคอนเทนท์ให้คนญี่ปุ่นเข้าถึงสถานที่ของผู้ประกอบการได้ เพราะคนรุ่นใหม่ชอบดูข้อมูลผ่าน TikTok อินสตาแกรม ส่วนคนสูงวัยยังใช้ Line กับ Facebook แล้วก็ชอบความจริงใจไม่เอาเปรียบ เป็นพฤติกรรมความต้องการของนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบัน
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ-ดอนเมืองเปิดช้อปบินหยุดยาวลด30%
บินช่วงมีวันหยุดยาวนี้ อย่าเพิ่งจัดกระเป๋าเต็ม แวะช้อปโปรฯแรงก่อนบิน! ที่ คิง เพาเวอร์ 2 สนามบิน สุวรรณภูมิ และดอนเมือง
● ช้อปน้ำหอม เครื่องสำอาง สกินแคร์
ลดสูงสุด 30%
-ช้อปครบ 4,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 20%
-ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30%
● พิเศษกว่าเดิม!
-ช้อปครบ 20,000
บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ลดสูงสุด 30% ลดเพิ่มสูงสุด 10%
-สมัครสมาชิก POWER PASS ฟรี!
รับทันที! เซตคูปองส่วนลด 30% x 6 ใบ
คูปองใบที่ 1 - ช้อปที่ คิง
เพาเวอร์ รางน้ำ และภูเก็ต
คูปองใบที่ 2 - ช้อปที่ คิง
เพาเวอร์ ในท่าอากาศยานทุกสาขา
คูปองใบที่ 3 - ช้อปที่ KINGPOWER.COM
หรือแอปพลิเคชัน KING POWER
คูปองใบที่ 4 - ช้อปที่ FIRSTER.COM
หรือแอปพลิเคชัน FIRSTER
คูปองใบที่ 5 - ช้อปที่ TAIHAITAO.COM
หรือ WeChat Mini Program
คูปองใบที่ 6 - ช้อปที่ KINGPOWER-CN.COM หรือ WeChat Mini Program
ตลอดรายการ ใช้ซื้อสินค้าที่ร่วมรายการต่อ 1 ใบเสร็จ ได้สมาชิกละ 1 สิทธิ์ สมัครสมาชิกฟรี! ที่เว็บไซต์ POWERPASS.KINGPOWER.COM หรือ LINE Official Account @KINGPOWER
ข่าวที่ 2 -ช้อปคิงเพาเวอร์ออนไลน์เติมของใหม่ส่งท้ายตรุษจีนลด30%
คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ ส่งท้าย CHINESE NEW YEAR 2026 วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 จัดเต็มช้อปของใหม่ให้ชีวิตพุ่งทะยานพบกับรวมแบรนด์ระดับโลก มาร่วมวาร์ปช้อปปิ้งก่อนหนีเที่ยวไปเติมพลัง โดยมีสินค้าพาเหรดกันเข้ามาร่วมรายการ เพื่อให้นักเดินทางสั่งซื้อล่วงหน้าได้เลยตั้งแต่ 60 วัน จนถึงก่อนบินลัดฟ้า 2 ชั่วโมงพร้อมรอรับของที่สนามบินขาออกประเทศ
1.ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 10,000 บาท รหัสส่วนลด CNYFEB26
2.พิเศษ! ช้อปน้ำหอมและเครื่องสำอาง ลดเพิ่มทันที 10% เมื่อช้อปครบ 20,000 บาทรหัสส่วนลด CNYPC26
ข่าวที่ 3-คิงเพาเวอร์รางน้ำจัดชมฟรี“หุ่นละครเล็ก”ทุกวันที่ไทยเทสต์ฮับ
กลุ่มบริษัท
คิง เพาเวอร์ ทำโครงการส่งเสริมพลังมรดกวัฒนธรรมไทย โดยมุ่งอนุรักษ์และยกระดับ
“อักษราหุ่นละครเล็ก”
โดยได้จัดพื้นที่สาธารณะให้จัดการแสดงให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชมฟรี
ไฮไลต์ที่ “คิง เพาเวอร์ รางน้ำ” ส่งเสริมและสร้างสรรค์ให้ผู้คนทุกวัยได้เข้าถึงศิลปะใกล้ชิดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ควบคู่กับการคงคุณค่าภูมิปัญญาและการแสดงดั้งเดิม ครบถ้วน
การแสดงอักษราหุ่นละครเล็ก
แสดงให้ชมฟรีเป็นประจำทุกวัน บริเวณโซน “Thai Taste Hub” ชั้น 3
คิง เพาเวอร์ รางน้ำ วันละ 2 รอบ ช่วงเวลา 12.00 น. และ 17.00 น.
โดยได้หมุนเวียนชุดการแสดงทางวัฒนธรรม ทั้งหุ่นละครเล็ก โนราห์ โปงลาง และกลองยาว
ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในโซนอาหารสตรีทฟู้ดยอดนิยม
เป็นหนึ่งในโครงการอนุรักษ์เสน่ห์ไทย
พร้อมช่วยสะท้อนแนวคิด “เมืองที่มีชีวิต :Living Urban Culture”
ที่ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต สนับสนุนอาชีพศิลปิน
และส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างยั่งยืน
ข่าวที่ 4-ททท.ดึงเวิลด์คลาสTomorrowlandจัดกระหึ่มพัทยา11-13ธ.ค.69
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ผู้ว่าการ ททท.เปิดเผยว่า ททท. เดินหน้ากลยุทธ์ Value
over Volume ดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูง โดย บริษัท WE
Are One World จังหวัดชลบุรี
สถานเอกอัครราชทูตแห่งราชอาณาจักรเบลเยียม ประกาศจัดอีเวนต์ระดับโลกเจ้าภาพงาน
Tomorrowland Thailand วันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ที่ วิสดอม
วัลเลย์ พัทยา ชลบุรี ถือเป็น
Game Changer สำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่เสริมสร้างภาพลักษณ์ไทยเป็น
Global Festival Hub ได้อย่างเด่นชัดทำให้ประเทศเป็นจุดหมายปลายทางที่มีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกครบครัน
ยกระดับการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ คาดจะมีนักท่องเที่ยวร่วมงานวันละ 50,000 คน เป็นต่างชาติกว่า 60 % จะสามารถสร้างเงินสะพัดกว่า
1,426 ล้านบาท สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 5,300 ล้านบาท/ปี
นายณัฐ ครุฑสูตร
รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า
ททท. มุ่งส่งเสริมอีเวนต์ มาร์เกตติ้ง ผลักดันไทยเป็น World
Class Event Hub Destination โดยดึงอีเวนต์ระดับโลกมาจัดคืองาน Tomorrowland Thailand สร้างความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะเป็นจัดเทศกาลเต็มรูปแบบในเอเชียครั้งแรก
ความร่วมมือครั้งนี้คือการพัฒนาภาคท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย
สะท้อนถึงพันธมิตรระดับโลกมีความเชื่อมั่นศักยภาพของไทย
ช่วยยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยก้าวสู่เวทีโลก ททท. เชื่อมั่นงานTomorrowland
Thailand จะพัฒนาการท่องเที่ยวคุณภาพสูง
ขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่จากทั่วโลกและเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างสมดุลในระยะยาว
จะดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพให้มาสัมผัสประสบการณ์ดนตรี
ศิลปวัฒนธรรม อาหาร และแหล่งท่องเที่ยวไทย เป็นแรงขับเคลื่อนการขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์คุณภาพ
ให้โครงสร้างตลาดท่องเที่ยวไทยในระยะยาว
งาน Tomorrowland Thailand จะจัดวันที่ 11–13 ธันวาคม 2569 ที่วิสดอม
วัลเลย์ พัทยา ภายใต้แนวคิด Consciencia เชื่อมโยงงานเทศกาลในเบลเยียม
ไทย บราซิลเข้าด้วยกันผ่านจักรวาลเรื่องราวเดียว โดยมีแก่นหลัก คือ
การนำเสนอแนวดนตรีและเทคนิคที่สะท้อน “6 อารมณ์ดั้งเดิมของมนุษย์” ได้แก่ ความพิศวง ความรัก ความโกรธ ความสุข ความปรารถนา และความเศร้า
ภายในงานพบกับอาณาจักร Tomorrowland สุดอลังการเต็มรูปแบบ 6 เวที ต้อนรับแฟนดนตรีจากทั่วโลก
ตลอดการจัดงาน 3 วัน
อัดแน่นความยิ่งใหญ่ด้วยการแสดงจากหลากหลายเวที โดยเฉพาะ “เวทีหลัก”ระดับตำนาน Mainstage และนับเป็นครั้งแรกในเอเชียที่เวทีไอคอนิคอย่าง
CORE และ Freedom จะนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกพร้อมเปิดตัวเวทีใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
เฉพาะที่ Tomorrowland Thailand เท่านั้น
พร้อมทั้งได้จัดเตรียม Hotel Package เตรียมเปิดขาย
28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.00 น. ผ่านทาง WorldWide Ticket Sale โดยจะรวมที่พักพร้อมบัตรเข้างาน Full Madness Pass (3
วัน)
และบริการรถรับส่งระหว่างโรงแรมและพื้นที่จัดงานเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ร่วมงาน
ผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน “บัตรเข้าชม”
จะเปิดขายวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป มีให้เลือก 4 รูปแบบ คือ
1.WorldWide Ticket แบบ Day Pass (1
วัน)
2. Comfort (VIP) Pass (1
วัน)
3.Full
Madness Pass (3 วัน)
4.Full Madness Comfort (VIP) Pass
ข่าวที่ 5-บางจากร่วมสมาชิกสมาคมเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนแห่งเอเชีย
สมาคมเชื้อเพลิงการบินยั่งยืนแห่งเอเชีย
(Asian Sustainable Aviation Fuel Association: ASAFA) ต้อนรับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
บริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศไทย ในฐานะสมาชิกระดับ Gold Member รายล่าสุดของสมาคม ด้วยประสบการณ์ด้านการกลั่นน้ำมันมากกว่า 4 ทศวรรษ และเป็นผู้บุกเบิกพลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยมากกว่า 20 ปี
บางจากฯ
ถือเป็นบริษัทฯ แนวหน้าในการขับเคลื่อนการลดคาร์บอนภาคการบิน
ได้เปิดดำเนินการหน่วยผลิตเชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF) แบบครบวงจรแห่งแรกของเมืองไทย ที่โรงกลั่นน้ำมันบางจาก พระโขนง
ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงแบบ HEFA ด้วยความมุ่งมั่นสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนภาคการบินไทยและยุทธศาสตร์มุ่งสู่ Net
Zero ในระดับภูมิภาค
นายบัณฑิต
หรรษาไพบูลย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท
บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเข้าร่วม ASAFA ด้วยความมุ่งมั่นสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศ SAF ที่เข้มแข็งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยประสบการณ์ด้านการกลั่นน้ำมัน
เชื้อเพลิงชีวภาพ และการบริหารจัดการวัตถุดิบ บริษัทฯ
พร้อมร่วมแบ่งปันองค์ความรู้เชิงปฏิบัติในการขยายการผลิต SAF ได้ในเชิงพาณิชย์
ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพันธมิตรเพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐาน
และความร่วมมือระดับภูมิภาค
บางจากได้ดำเนินงานแบบบูรณาการเป็นรากฐานสำคัญต่อการพัฒนา SAF เชิงพาณิชย์ โดยจัดทำโครงการ Fry
to Fly เพื่อรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากสถานีบริการกว่าทั่วประเทศ 2,000 แห่ง ซึ่งแนวทางการจัดหาวัตถุดิบจากชุมชนเช่นนี้ช่วยเสริมความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
และสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื้อเพลิงยั่งยืนมีความน่าเชื่อถือทางการเงิน
บริษัทได้เข้าร่วม ASAFA สอดคล้องกับความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี
2593 ภายใต้แผน BCP NET ด้วยธุรกิจ SAF และแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยเสริมการดำเนินงานด้านพลังงานสะอาด
การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
การขับเคลื่อนการคมนาคมคาร์บอนต่ำในไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นายฟาบริซ
เอสปิโนซา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ASAFA กล่าวว่า “ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น
จำกัด (มหาชน) เข้าเป็นสมาชิก ASAFA ระดับ Gold
Member เป็นหน่วยผลิต SAF ในกรุงเทพมหานคร
ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการบินยั่งยืนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานะผู้ผลิต SAF เชิงพาณิชย์แบบ Neat SAF รายแรกของไทย เพราะบางจากฯ
มีองค์ความรู้ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ทั้งด้านการรวบรวมวัตถุดิบ
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี HEFA การทำงานร่วมกับชุมชน
ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญขยายการใช้ SAF ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ข่าวที่ 6-TCEBชูเจ้าภาพประชุมอินเตอร์เภสัช3งานนำไทยสู่เมดิคอลฮับ
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ
(องค์การมหาชน) “TCEB” เปิดเผยว่า ทีเส็บนำไมซ์สนับสนุนไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติ 3 งาน ระหว่างปี
2569–2570 จะมีเภสัชกร ผู้เชี่ยวชาญ และผู้แทนในไทยและทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 3,200 คน สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า
151 ล้านบาท ตอกย้ำเรื่องบุคลากรสายเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมผลักดันไทยก้าวสู่เมดิคัล
ฮับ
ด้วย “เนื้อหา”
ตอบโจทย์กลุ่มนักศึกษา คณาจารย์ บุคลากร/องค์กร ในห่วงโซ่ครั้งแรกของอุตสาหกรรมเภสัชศาสตร์สามารถทำได้ครบวงจร
ซึ่งไทยสามารถใช้เวทีดังกล่าวพัฒนาบุคลากร องค์ความรู้
เทคโนโลยีและนวัตกรรมการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ การทำวิชาชีพเภสัชกรรม
เปิดโอกาสให้นานาชาติได้เรียนรู้ศักยภาพและขีดความสามารถของบุคลากรไทยพร้อมต่อยอดพัฒนาวิชาชีพนี้
ตอกย้ำจุดยืนภารกิจของทีเส็บพร้อมจะงานไมซ์ขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมและวิชาชีพสาขาต่าง
ๆ ที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
“ทีเส็บ” ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการจัดประชุมและนิทรรศการด้านการแพทย์และสุขภาพ
(Health Convention & Exhibition Hub) ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ
มุ่งมั่นผลักดันนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ :Medical
Hub” การดึงงานประชุมด้านเภสัชศาสตร์เข้ามาจัดได้ต่อเนื่องเป็นหลักฐานตอกย้ำขีดความสามารถทางวิชาการด้านเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรม
รวมถึงความพร้อมของไทยด้านไมซ์ในระดับสากล
ขณะที่
“อุตสาหกรรมยา” เป็นหนึ่งในหลักประกันความมั่นคงทางสุขภาพประชาชนและความมั่นคงของประเทศทั้งในภาวะปกติและวิกฤต
ยิ่งช่วงไทยได้เข้าสู่สังคมสูงวัย
มีหลักประกันด้านสุขภาพและความเสี่ยงของโรคติดเชื้ออุบัติใหม่ องค์ความรู้
นวัตกรรมและบุคลากรด้านเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมจะกลไกเรื่องปลอดภัยด้านสุขภาพ
ประชาชนเข้าถึงได้และภาพรวมการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน
ส่วน “ความสำเร็จ”
ในการดึงงานมาจัดที่เมืองไทยได้ด้วย 2 ปัจจัย คือ 1.พลังความแข็งแกร่งของบุคลากรสายเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรมของไทยที่มุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับวิชาชีพผ่านเวทีประชุมระหว่างประเทศ
2.ทีเส็บได้รับความร่วมมือด้วยดีจากบุคลากรของไทยทั้ง 3
องค์กรของไทย 3.ระบบนิเวศไมซ์ไทยมีความเข้มแข็งทำให้นานาชาติเชื่อมั่นและใจเลือกมาจัดประชุมนานาชาติเภสัชศาสตร์ทั้ง
3 งาน ได้แก่
● งานแรก
: The
71st International Pharmaceutical Students' Federation (IPSF)
World Congress 2026 วันที่ 29 กรกฎาคม–11 สิงหาคม 2569 ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
คาดจะมีผู้เข้าร่วม600 คน เป็นต่างชาติ 500 คน คนไทย 100 คน สร้างรายได้ 33 ล้านบาท
โดยจะเปิดให้นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์ทั่วโลกได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านวิชาการ
ส่งเสริมความร่วมมือด้านการศึกษาและสาธารณสุขระดับนานาชาติ ซึ่งไทยเคยเป็นเจ้าภาพเมื่อปี
2554 ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา
นางสาวมัญชรี
แสงเมือง-สะกอลละโวล ประธาน สหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์นานาชาติ
ปี 2568-2569 กล่าวว่า ในนามสหพันธ์ฯ International
Pharmaceutical Students' Federation รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพการจัดงาน
IPSF World Congress ปี 2569 สะท้อนถึงศักยภาพและความพร้อมของคนรุ่นใหม่วงการเภสัชศาสตร์ไทยในเวทีนานาชาติ
ได้การยอมรับจากกว่า 100 ประเทศ เป็นพื้นที่ให้แสดงบทบาทไทยในฐานะ
“ศูนย์กลางการเรียนรู้และความร่วมมือด้านเภสัชกรรมและสุขภาพ” ระดับโลก จึงเชื่อมั่นการประชุมครั้งนี้จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้
สร้างเครือข่ายความร่วมมือ
ขับเคลื่อนอนาคตวิชาชีพเภสัชกรรมให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืน
นายกฤตภาส
มาณะศิลป์ ประธานโครงการ The 71st IPSF World Congress 2026 คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า
ไทยได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงาน 71st IPSF World Congress 2026 นับเป็นหมุดหมายสะท้อนความสำเร็จด้านการศึกษา วิชาการ
และสาธารณสุขระดับนานาชาติ เกิดจากหน่วยงานภายในประเทศ
ทั้งสหพันธ์นิสิตนักศึกษาเภสัชศาสตร์แห่งประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
และพร้อมจะใช้เวทีนี้พัฒนาองค์ความรู้ทางด้านเภสัชศาสตร์และวิชาชีพเภสัชกรรม
สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนานาชาติ ยกระดับบทบาททางวิชาการของไทยบนเวทีโลก
● งานที่
2 The 31st Congress of the Federation of Asian Pharmaceutical
Association (FAPA Congress 2026) หรือการประชุมสหพันธ์เภสัชกรรมสมาคมแห่งเอเชีย
ครั้งที่ 31 จัดวันที่ 3–7 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ไทยเป็นเจ้าภาพมาแล้ว
6 ครั้ง คาดผู้เข้าร่วม ครอบคลุมทั้งนักวิชาการ
ผู้ประกอบวิชาชีพ หน่วยงานกำกับดูแลภาคอุตสาหกรรมยา และภาคการศึกษ กว่า 2,000
คน เป็นต่างชาติ 1,500 คน และไทย 500 คน สร้างรายได้เข้าประเทศ 99 ล้านบาท
ศาสตราจารย์
ดร. ภก. พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์ ประธานจัดงาน FAPA
Congress 2026 เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมถ์ กล่าวว่า ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงานนี้ ครั้งที่ 6 เป็นประเทศสมาชิกที่ทำสถิติสูงสุด สะท้อนเรื่องบุคลากรเภสัชกรรมไทยมีศักยภาพและความพร้อมระดับนานาชาติ
จัดภายใต้แนวคิด “Pharmacists in Action across Asia” มุ่งใช้นวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ยกระดับความปลอดภัยด้านการดูแลสุขภาพ
ควบคู่ผลักดันสมุนไพรไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากล คาดจะมีผู้เข้าร่วมจาก
25 ประเทศ เป็นกลุ่มเชี่ยวชาญกว่า 1,500 คน จะเป็นรากฐานพัฒนาศักยภาพวิชาชีพและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านสาธารณสุขที่ยั่งยืนในภูมิภาคเอเชีย
● งานที่
3 Asian Association of Schools of Pharmacy Conference 2027 (AASP 2027) จัดทุก 2 ปี จะจัดวันที่ 1–2 กรกฎาคม 2570 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ คาดจะผู้เข้าร่วม 600 คน เป็นต่างชาติ 300 คน ไทย 200 คน ผู้ร่วมแสดงสินค้า 100 คน สร้างรายได้ 19.8 ล้านบาท
AASP
2027 กลับมาไทยครั้งนี้ในรอบ 22 ปี ครั้งแรกจัดที่กรุงเทพฯ
ในปี 2548 เป็นงานส่งเสริมความร่วมมือด้านวิชาการ
งานวิจัย
แลกเปลี่ยนแนวคิดจัดการศึกษาระหว่างสถาบันการศึกษาด้านเภสัชศาสตร์ในภูมิภาคเอเชีย
ช่วงที่ 2 นักเดินทางสายศรัทธา ที่จะไปร่วมบุญใหญ่มาฆะบูชา ชวนไป “เวียนเทียนตะคัน”
เกาะกลางน้ำโบราณสถาน ตะพังทอง จ.สุโขทัย วันที่ 3 มี.ค.2569
จัดครั้งแรก ได้ร่วมบุญ กินช้อป พักผ่อน อุดหนุนสินค้าภูมิปัญญาไทย
แล้วฟัง “3ระดับ5เรื่อง”
ป้องกันสุขภาพทุกวัยกายใจแข็งแรง ติดตามข่าวดี ๆ ข่าวแรก “การบินไทยปี68 กำไรกว่า 3 หมื่นล้าน” ก.ค.บินเพิ่มจีน อินเดีย
ข่าวที่สอง “วิทยุการบินดีไซน์ห้วงอากาศ” รับการฝึก Cobra Gold เที่ยวบินพาณิชย์บินได้ปกติ
ท่องเที่ยว
–ทัวร์บุญมาฆะบูชาเวียนเทียนตะคันในโบราณสถานสุโขทัย
สายศรัทธา ปักหมุดเที่ยวเส้นทางบุญเตรียมตัวขึ้นเหนือเที่ยวและร่วมกิจกรรมวันมาฆบูชา
พิธีใหญ่ “เวียนเทียนตะคัน เมืองโบราณสุโขทัย ประจำปี 2569” ปีนี้เริ่มจัดครั้งแรก ในวันอังคารที่ 3 มีนาคม เวลา
19.00 - 21.00 น. บริเวณโบราณสถานเกาะกลางน้ำ วัดตระพังทอง
ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
ร่วมประสบการณ์ท่องเที่ยวงานประเพณีเดินเวียนเทียนรอบโบราณสถานในวันสำคัญทางพุทธศาสนา
ด้วยการใช้ "ตะคัน" เป็นภาชนะดินเผาขนาดเล็กบรรจุน้ำมันและไส้ไฟ
แทนการถือเทียนหรือธูปคู่ เพื่อบูชาพระรัตนตรัยด้วยแสงประทีป
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เชิญชวนสัมผัสประสบการณ์พิธีบุญยิ่งใหญ่ในบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวโบราณสถาน “ฟัง”ดนตรีไทยจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุโขทัย
“ชม”การแสดงโขนจากวิทยาลัยนาฏศิลปสุโขทัย ชุด “รามาวตาร” เปิดฟรีเพียงแค่ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
500 คนแรกรับตะคันฟรี
ภายในงานจะได้สำรวมจิตใจตั้งจิตภาวนา “เวียนเทียนตะคัน” อธิษฐานขอพรอันเป็นมงคล
ด้วยมนต์ขลังจากแสงไฟตะคัน สะท้อนผิวน้ำของโบราณสถานวัดตระพังทอง
เมื่อเสร็จพิธีนักท่องเที่ยวสามารถอุดหนุนสินค้าชุมชนตลาดรถไส
มีของกินท้องถิ่น ช้อปของใช้ของฝากของที่ระลึกมากมาย กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
ห้ามพลาด! อุดหนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นไฮไลต์ คือ “ตะคัน” ที่ชุมชนได้สร้างคุณค่าต่อยอดให้กลายเป็นของดีเมืองสุโขทัย
ตลอดการท่องเที่ยวงานนี้ รณรงค์ให้ร่วมกับ ลดละเลิกและคัดแยกขยะ
ให้สอดคล้องกับธีม “กรีน อีเวนต์”ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสร้างการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(Sustainable
Tourism Goal: STGs) ไปด้วยกัน
“วันมาฆบูชา” ในทางพระพุทธศาสนาเป็นวันที่พระสงฆ์ 1,250 รูป มาชุมนุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ฟังพระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์
ชวนกันทำจิตใจให้บริสุทธิ์ เลิกทำความชั่ว หันมาทำความดี ทำให้โลกอยู่ร่วมกันอย่างสุข
สงบ สันติ ตลอดไป
สุขภาพ –3ระดับ5เรื่องเหมาะกับทุกวัยป้องกันดูแลสุขภาพกายใจแข็งแรง
“กันไว้ดีกว่าแก้”
ไม่ได้มีไว้ใช้กับปัญหาต่างๆ เท่านั้น
แต่กับเรื่องของสุขภาพร่างกายก็ใช้ได้เหมือนกัน กับ “Preventive
Care เวชศาสตร์ป้องกันโรค”
เน้นให้ความสำคัญกับการป้องกันและลดความเสี่ยงการเกิดโรค ลดอาการเจ็บป่วย
ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ทำ 5 อย่าง
ระดับที่
1 การป้องกันก่อนเกิดโรค ทั้งโรคติดต่อและโรคที่ติดต่อไม่ได้
เช่น ฉีดวัคซีน การเลี่ยงเสี่ยงโรค
ระดับที่
2 การป้องกันหลังเกิดโรคขึ้นกรณีตรวจพบโรค ต้องรักษาเพื่อลดความรุนแรงของโรค
ระดับที่
3 การป้องกันไม่ให้โรคเกิดซ้ำ
เมื่อหายป่วยแล้วคอยดูแลสุขภาพร่างกาย เพื่อไม่ให้เป็นโรคซ้ำ
การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันต้องดูแลสุขภาพแขนงอื่นมาใช้ร่วมกัน
ของคนทุกเพศวัย ง่ายๆ 5 เรื่อง
1.การทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน แคลเซียม โปรตีน ไฟเบอร์
และอื่นๆ หรือก็คือการทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
โดยทานแต่ละอย่างให้พอดีและเหมาะสมกับช่วงวัยและร่างกายของตนเอง
2.พักผ่อนให้เพียงพอและเป็นเวลา การนอนหลับพักผ่อนนั้น
เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ร่างกายฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้
3.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เพื่อให้มวลกล้ามเนื้อและระบบการทำงานของหัวใจแข็งแรงและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยควรออกกำลังกายทั้งในรูปแบบ Cardio และ Weight
Training
4.ตรวจสุขภาพประจำปี
ที่จะทำให้เราสามารถรู้ได้ว่าภายในร่างกายของเราเป็นอย่างไร
เสี่ยงเป็นโรคอะไรหรือไม่ และเราควรวางแผนดูแลสุขภาพอย่างไร
5.ดูแลสุขภาพใจ นอกเหนือจากเรื่องของสุขภาพกายแล้ว
สุขภาพของจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน
เพราะภาวะอารมณ์และจิตใจก็สัมพันธ์และส่งผลกับความแข็งแรงของร่างกายเราได้เช่นกัน
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –การบินไทยปี68โชว์กำไรสุทธิ3หมื่นล้านก.ค.เพิ่มบินจีน&อินเดีย
บริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มี “กำไร” จากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงินไม่รวมรายการเกิดขึ้นครั้งเดียว
(EBIT) 40,839
ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน 676 ล้านบาท มี EBITDA
53,880 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 30,940 ล้านบาท
หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.09 บาท เมื่อเทียบกับปี 2567
ซึ่งขาดทุนต่อหุ้น 6.26 บาท
สำหรับ
“รายได้” ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ทำได้ 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1.2% จากการขนส่งผู้โดยสารเติบโต
0.5% มี “ค่าใช้จ่าย” ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว 149,438
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.0% ตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง
จำนวนเที่ยวบิน และผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ส่วน “ค่าน้ำมันเครื่องบิน” ลดลงตามราคาเฉลี่ย
ปี 2568
บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวรายได้ 782
ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจาก “กำไร” ยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน
อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ และ “ขาดทุน” จากการด้อยค่าของสินทรัพย์ ผลการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์
ปรับปรุงประมาณการไมล์หมดอายุ และการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน TFRS 9 และมี “ต้นทุนทางการเงิน”ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน
ฉบับที่ 9 (TFRS 9) 13,154 ล้านบาท
ณ
วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปี
2567 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวม 304,059 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9% มีหนี้สินรวม 228,147
ล้านบาท ลดลง 7.6% ส่วนของผู้ถือหุ้น 75,912
ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30,323 ล้านบาท จากผลประกอบการมีกำไร
บริษัทฯ มีเงินสด รวมตั๋วเงินฝาก เงินฝากประจำ และหุ้นกู้
ที่มีระยะเวลาครบกำหนดชำระมากกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 12
เดือน 123,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,571
ล้านบาท
ปี 2568
บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีปริมาณการขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 8.3% มีอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin
Factor) เฉลี่ย 79.2% สูงกว่าปี 2567 เฉลี่ยเท่ากับ 78.8% “บริการขนส่งผู้โดยสาร”ทั้งสิ้น
16.46 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.0% “บริการผลิตขนส่งสินค้า”
(ADTK) สูงกว่าปีก่อน 9.7% ปริมาณการขนส่งสินค้า
(RFTK) สูงกว่าปีก่อน 8.3% อัตราส่วนการขนส่งสินค้า
(Freight Load Factor) เฉลี่ย 51.3%
การบินไทยพร้อมให้บริการในตารางการบินฤดูร้อนปี
2569 ทั่วโลกสู่ 62 เส้นทาง
รวมถึงเพิ่มจุดบินใหม่ “กรุงเทพฯ – อัมสเตอร์ดัม” ตั้งแต่กรกฎาคม 2569 พร้อมเพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางสาธารณรัฐประชาชนจีน และอินเดีย สนองความต้องการผู้โดยสารเดินทางเพิ่มขึ้น
ทำให้ดำเนินธุรกิจอนาคตเกิดความยั่งยืน
ปัจจุบันมีฝูงบินรวมทั้งสิ้น
80 ลำ แบบลำตัวกว้าง 59 ลำ และลำตัวแคบ 21
ลำ รวมแบบแอร์บัสรุ่นใหม่ A321neo อีก 1
ลำ ที่ใช้เครื่องยนต์ทันสมัยและส่งเสริมความยั่งยืน ลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
และรองรับการใช้เชื้อเพลิงการบินยั่งยืน (SAF)
ข่าวที่สอง –วิทยุการบินดีไซน์น่านฟ้ารับ“Cobra
Gold”บินพาณิชย์ได้ปกติ
นายสุรชัย
หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท
วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เปิดเผยว่า วิทยุการบินพร้อมรองรับภารกิจการฝึกร่วม/ผสมทางทหาร
Cobra Gold 2026 ครั้งที่ 45 ในฐานะหน่วยงานผู้ให้บริการจราจรทางอากาศของไทย
พร้อมอำนวยความสะดวกการบริหารจัดการห้วงอากาศ ให้การฝึกภาคสนามทางการทหาร ระหว่าง
23 กุมภาพันธ์ – 6 มีนาคม 2569 โดยมีไทยและสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพการฝึกร่วมกัน พร้อมพันธมิตรทั่วโลกกว่า
30 ประเทศ
เป็นการฝึกทางทหารใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ปี 2569
เป็นการฝึกแบบ Heavy Year ทุกวันจะฝึกวันจันทร์
– ศุกร์ เวลา 08.00 – 18.00 น. ส่งผลให้ขณะฝึกจะต้องมีการปิดห้วงอากาศบางพื้นที่
เนื่องจากการบูรณาการหลายมิติ ฝึกทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ทางไซเบอร์
และทางห้วงอวกาศ ครอบคลุมพื้นที่หลายภูมิภาคของประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง
ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอ่าวไทย มีศูนย์บัญชาการการฝึกฯ อยู่ที่
กองบิน 1 จังหวัดนครราชสีมา
นายสุรชัย
กล่าวว่า วิทยุการบินฯ สนับสนุนภารกิจฝึกCobra Gold ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
โดยได้ประชุม หารือ ปรับรูปแบบพื้นที่ทำการฝึกฯ อย่างเป็นระบบ ปรับเปลี่ยนเส้นทางบินของเที่ยวบินพาณิชย์
ให้สอดคล้องกับภารกิจการฝึกครั้งนี้ ผนวกการออกแบบห้วงอากาศให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรทางอากาศปัจจุบัน
รวมถึงจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศไปประจำศูนย์บัญชาการการฝึกฯ
ประสานงานเชิงรุกกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเรื่องการใช้พื้นที่ในช่วงเวลาการฝึกฯ
ประการสำคัญได้วางแผน “กระจายปริมาณเที่ยวบิน” ในแต่ละช่วงเวลาและแต่ละพื้นที่อย่างเหมาะสม
ตามแผนบริหารความคล่องตัวการจราจรทางอากาศ ตั้งเป้าหมายสามารถใช้ห้วงอากาศร่วมกันระหว่างภาคทหารและภาคพลเรือนเป็นไปอย่างปลอดภัย
มีประสิทธิภาพ กระทบต่อเที่ยวบินพาณิชย์น้อยที่สุด
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น