วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2569

กลุ่มบริษัทบางจากย้ำแผนสร้างห่วงโซ่อุปทานผลิต“SAF” ปี’73 เอเชียต้องการใช้สูง

กลุ่มบริษัทบางจากย้ำแผนสร้างห่วงโซ่อุปทานผลิต“SAF

ปี’73 เอเชียต้องการใช้สูง-นำองค์กรก้าวสู่Net Zeroปี’93


เรื่องโดย...#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza #รายการรวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #บางจาก #SAF #NetZero2050

กลุ่มบริษัทบางจาก ขึ้นเวทีย้ำแผนเดินหน้า “SAF” สร้างห่วงโซ่อุปทานหมุนเวียนมุ่งผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว ยันปี’73 เอเชียมีแนวโน้มใช้งานชัด มุ่งพัฒนาตลอดเส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero ปี’93


            นายบัณฑิต หรรษาไพบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นและการตลาด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในเวทีเสวนา Circular Logistics for Future Energy ถอดรหัสโลจิสติกส์และพลังงานสะอาด สู่ธุรกิจที่ยั่งยืน ของกองโลจิสติกส์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดขึ้นเมื่อ 26 สิงหาคม 2569 ที่โรงแรมกราฟ รัชดาภิเษก ในหัวข้อ “การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน” กิจกรรมพัฒนาระบบโลจิสติกส์และซัพพลายเชนในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดการการดำเนินธุรกิจให้ผู้ประกอบการตระหนักถึงการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน  

นายบัณฑิต กล่าวถึงสาระสำคัญการเดินหน้าสร้างมูลค่าตลอดห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจรและหมุนเวียน สำหรับหน่วยผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน HEFA-SPK SAF ของกลุ่มบริษัทบางจาก กำลังการผลิต 1 ล้านลิตร/วัน โดยใช้น้ำมันปรุงอาหารใช้แล้ว หรือ Used Cooking Oil (UCO) เป็นวัตถุดิบเพื่อผลิต SAF รวมถึงผลิตภัณฑ์ร่วม เช่น Renewable Diesel, Bio-LPG และ Bionaphtha เปลี่ยนน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วให้กลายเป็นทรัพยากรพลังงานมูลค่าสูงเพื่อสนองความต้องการทั่วโลก วางรากฐานให้ไทยก้าวสู่การเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าเชื้อเพลิงการบินคาร์บอนต่ำในอนาคต



ด้วยศักยภาพด้านวัตถุดิบ และการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาคธุรกิจ ภาคการบิน สนับสนุนการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมการบิน และเป็นส่วนหนึ่งเส้นทางสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

“การผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน” เป็นหนึ่งในธุรกิจพลังงานแห่งอนาคตที่บริษัทกำลังต่อยอดพัฒนา กลุ่มบริษัทบางจากมุ่งเป็นผู้เชื่อมโยงโมเดลห่วงโซ่มูลค่าแบบครบวงจร ไม่เพียงแค่การจัดหาวัตถุดิบ แต่เน้นสร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับและรับรองคุณภาพตลอดทั้งกระบวนการ ตั้งแต่แหล่งกำเนิด การรวบรวม ขนส่ง ควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงปลายทาง

โดยมีระบบติดตามและการชำระเงินที่โปร่งใส เชื่อมโยงกับคลังและผู้ให้บริการเชื้อเพลิงผ่านโครงสร้างพื้นฐานด้านโรงกลั่นและโลจิสติกส์ เพื่อกระจาย SAF ผ่านท่อจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากและคลังในกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง รวมทั้งการขนส่งด้วยรถบรรทุกไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรองรับมาตรฐานความยั่งยืนของตลาด SAF

“วิธีส่งมอบและการพัฒนาตลาด” กลุ่มบริษัทบางจากพร้อมร่วมมือเพื่อรองรับตลาดทั้งในและต่างประเทศ และได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กับสายการบินภายในประเทศ 8 แห่ง เพื่อสนับสนุนการใช้ SAF ในประเทศ

สำหรับ “ความท้าทายและปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จ” คือ การจัดหาวัตถุดิบอย่างเพียงพอและยั่งยืน แม้ไทยจะมีศักยภาพด้าน UCO แต่ปัจจุบันรวบรวมได้เพียง 13–15% ของปริมาณที่มีศักยภาพ กลุ่มบริษัทบางจาก จึงเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “Fry to Fly” และ “No Refry” เพื่อขยายเครือข่ายรับซื้อและรวบรวมน้ำมันปรุงอาหารใช้แล้วจากครัวเรือน ร้านอาหาร ชุมชน และภาคธุรกิจ

โดยสร้างการรับรู้ด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีส่วนร่วมในระบบ สร้างการมีส่วนร่วมเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมส่งเสริมให้ของเสียกลับมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

อีกทั้งยังได้ต่อยอดแนวคิด “Farm to Fly” ผ่านการศึกษาวิจัยวัตถุดิบทางเลือก เช่น Pongamia ซึ่งเป็นพืชน้ำมันที่ไม่ใช่พืชอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากการแข่งขันกับห่วงโซ่อาหาร เพิ่มความยืดหยุ่นแหล่งวัตถุดิบในอนาคต

ขณะที่ “โอกาสทางธุรกิจของ SAF มีรับแรงสนับสนุนจากการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการบินสู่การลดการปล่อยคาร์บอน ตามแนวทางของ ICAO ทั่วโลกมีความต้องการ SAF แนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ในทศวรรษหน้าอาจเพิ่มขึ้นประมาณ 11 เท่า “เอเชีย” มีแนวโน้มเพิ่มใช้ SAF อย่างมีนัยสำคัญหลังปี 2573 จากเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและนโยบายบังคับผสม SAF ในหลายประเทศ 

นายบัณฑิตกล่าวถึงการพัฒนาโครงการ SAF และห่วงโซ่อุปทานแบบหมุนเวียนดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มบริษัทบางจากจากธุรกิจพลังงานดั้งเดิมสู่การสร้างมูลค่าจากพลังงานแห่งอนาคต  ไม่เพียงแต่มุ่งผลิต SAF แต่ต้องการสร้างระบบนิเวศและห่วงโซ่อุปทานแบบครบวงจร สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบและรองรับการเติบโตของตลาดในระยะยาว พร้อมสนับสนุนบริษัทสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 ภายใต้วิสัยทัศน์รังสรรค์โลกยั่งยืนด้วยนวัตกรรมสีเขียว

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ททท.ผ่าไฮไลต์แผนตลาดปี’70 “The Year of Transformation” พลิกท่องเที่ยว4ด้าน“คุณค่า-ประสบการณ์-ศก.วิถีชีวิต-ยั่งยืน

  ชูวิทย์ ศิริเวชกุล รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ททท.ผ่าไฮไลต์แผนตลาดปี ’70 “ The Year of Transformation ” พล...