ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
“บุญส่ง คุ้มบุญ”ผอ.ททท.อีสานเปิดแผนเชิงรุกไฮซีซั่นปี68-69
ชูประเพณีสีอีสาน+ซิกเนเจอร์ไทยแลนด์+รอยยิ้มของแผ่นดิน
ปี’69โจทย์ท้าทายปั๊มรายได้1.09แสนล้าน-เพิ่มใหม่2หมื่นล้าน
เหยียบคันเร่งเต็มเหนี่ยว3เพิ่ม“วันพัก+ใช้เงิน+ความถี่เดินทาง”
บอร์ด AOT เคาะแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์ 5 สนามบิน
คิงเพาเวอร์ปลุกพลังBLOOM:THE NEW JOURNEY BEGINS
พิเศษ!!ช้อปด่วนคิงเพาเวอร์ 5 สาขา 11วัน
ลดส่งท้ายปี30%
ททท.ต้อนรับ“เชนได-ดอนเมือง”ปี68ญี่ปุ่นทัวร์ไทย1ล้านคน
กลุ่มบริษัทบางจากจัดCGต่อยอดวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน
บางจากมอบบัตรเติมน้ำมันก.พลังงานช่วยเร่งด่วนน้ำท่วมใต้
เที่ยวงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9เติมสุขสนุก5พิกัด
5 วิธีป้องกันและเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์ฝุ่นPM2.5
ศูนย์ฯสิริกิติ์มอบความสุขส่งท้ายปีตลอดธ.ค.เช็คอิน5อีเวนต์
“Traveloka-ททท.”โหมขายเที่ยวเหนือแจกโปร12.12ลด50%
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568 ต้อนเข้าสู่รายการ “รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen #gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #พรรณไม้งามสวนหลวงร9
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1D4LM9xb2N/
สัมภาษณ์!! “บุญส่ง คุ้มบุญ” ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใส่เกียร์เร่งภาคอีสานรับโจทย์ท้าทายปี’69 ต้องปั๊มรายได้สูงถึง 1.09 แสนล้าน เพิ่มอีกว่า 2
หมื่นล้าน จากปี’68 ทำได้ 89,363 ล้านบาท หันใช้สูตร “เพิ่มความถี่-พักนานวัน-ใช้จ่ายเงินเพิ่มสูงขึ้น” ไฮซีซั่นปี68 ลุยขาย “ประเพณีสีอีสาน”
ผ่านโครงการ “Signature Thailand” หนุน 3 งาน “ไหลเรือไฟนครพนม-แห่ดาวท่าแร่สกลนคร-แห่เทียนอุบลปี69” ต่อด้วย ซาวนด์ ออฟ ศรีสะเกษ โมโตจีพีบุรีรัมย์ เคาน์ดาวน์ ดันบิ๊กโปรเจกต์
“Trusted Thailand” ตราสัญลักษณ์เที่ยวไทยปลอดภัย นำ 20
จังหวัด ร่วมเวิร์คช้อป ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร
แหล่งท่องเที่ยวทั่วอีสาน พร้อมได้แรงหนุนตลาดโครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน”
ตามรอยพระพันปีหลวง เส้นทางผ้า ดอกไม้/พันธุ์พืชชื่อพระราชทาน
นายบุญส่ง
คุ้มบุญ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า
ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมนำเสนอขายการท่องเที่ยวต้อนรับไฮซีซั่นด้วยแคมเปญ
“ประเพณีสีอีสาน : วิถีแห่งศรัทธา” ปลายปี
2568 ททท.ฝ่ายกิจกรรมทำเป็นปีแรกโดยภายใต้โครงการ “Signature
Thailand” ร่วมสนับสนุนอีเวนต์ในจังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ ภาคอีสาน
3 งานใหญ่ ได้แก่ งานแรก
ไหลเรือไฟโลก จังหวัดนครพนม จัดช่วงออกพรรษาเดือนตุลาคมปีนี้ งานที่ 2 ประเพณีแห่ดาว
บ้านท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ระหว่าง 23-26 ธันวาคม 2568
กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติ
โดยได้ประสานกับ
ททท.สำนักงานต่างประเทศจะนำสื่อมวลชนเข้ามาร่วมคริสต์มาสอีฟระหว่าง 22-24 ธันวาคม นี้ งานที่ 3 แห่เทียนพรรษา
จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2569
ส่วนการท่องเที่ยวงานเทศกาล อีเวนต์ กิจกรรมอื่น ๆ จะเน้นชูขายงานประเพณีและรายการประจำปี 3 ไฮไลต์
● งานแรก Sound of Sisaket 2026 ระหว่างวันที่ 18-21 ธันวาคม 2568 ต้อนรับศรีสะเกษได้รับรางวัลเมืองดีเด่น จึงได้จัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งกระจาย 5 พื้นที่ ได้แก่ บ้านไม้ (อาคารตรงข้ามโรงแรมสันติสุข) โรงแรมสันติสุข ถนนราชการรถไฟ 1 ตลาดสดเทศบาล ชั้น 2 ศรีสะเกษรามา
● งานที่ 2 การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026 " สนามเปิดฤดูกาล และเจ้าภาพการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลก่อนจะถึงการแข่งขันจริง 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
● งานเคาน์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า 2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569 ในภาคอีสานจะนำเสนอท่องเที่ยวงานระดับพื้นที่ซึ่งในแต่ละจังหวัดจัดทุกปี เช่น 1.สนามช้าง เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 2.รับตะวันใหม่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี 3.รับตะวันใหม่ริมฝั่งโขง จ.นครพนม 4.วินเทอร์ เฟสติวัล จ.ร้อยเอ็ด
สำหรับงานเคาน์ดาวน์หลัก ททท.ฝ่ายกิจกรรมมีแผนสนับสนุนจัดใหญ่ที่สุไหงโกลก จ.นราธิวาส กับ กว๊านพะเยา จ.พะเยา
ผอ.บุญส่ง
กล่าวว่า มอบหมายสำนักงานภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 แห่ง
ร่วมกันรณรงค์ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคเตรียมความพร้อมรับมือการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดทุกปี
ประกอบด้วย โครงการ “Trusted Thailand”
เข้าร่วมสร้างมาตรฐานเพื่อรับตราสัญลักษณ์ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว
ภายใต้กิจกรรม Travel Stamp เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาภาพลักษณ์เมืองไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนไม่ค่อยปลอดภัย
ททท.จึงร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
จัดทำเกณฑ์มาตรฐานและตราสัญลักษณ์ให้กับสถานประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร
แหล่งท่องเที่ยว ด้วยการกำหนดให้แต่ละแห่งติดตั้งกล้องวงจรปิด เส้นทาง
แผนอพยพการหนีไฟ และอื่น ๆ รวมทั้ง “ช่องทางการชำระเงินอย่างปลอดภัย” ผ่านระบบ
E-Payment
รวมทั้งมีผลศึกษาเรื่องมาตรการความปลอดภัยต่าง ๆ จะต้องเพิ่ม “การสื่อสารภาษาต่างประเทศ”
โดยเฉพาะ “นักท่องเที่ยวจีน” ลดลงอย่างชัดเจนตามสถิติปกติเคยมาวันละ 17,000-18,000 คน/วัน ปี 2568 เหลือเพียงวันละ 7,000-8,000 คน เมื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการท่องเที่ยวเข้าร่วมใช้ตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand แล้วก็จะเป็นอีกช่องทางช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเพิ่มขึ้น โดย ททท.สำนักงานใหญ่มอบนโยบายให้ ททท.สำนักงานทั่วสาธารณรัฐประชาชนจีนนำโครงการตราสัญลักษณ์นี้ช่วยเผยแพร่สร้างการรับรู้เที่ยวไทยอย่างปลอดภัย
ล่าสุด
ฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว กับ ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน เชิญผู้ประกอบการ
และแหล่งท่องเที่ยวในอีสาน 20 จังหวัด
มาเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop)
เตรียมอุปกรณ์และตัวอย่างพร้อมแบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Trusted
Thailand เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว
ซึ่งทุกฝ่ายตื่นตัวเป็นอย่างดีทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร
สมาคมการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด
ปี 2569 จะประเมินผลโครงการ Trusted Thailand ถอดบทเรียนจุดอ่อนจุดแข็ง เพื่อต่อยอดให้นักท่องเที่ยวไทยและนานาชาติเกิดความเชื่อมั่น และสามารถใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมตลาดการขายท่องเที่ยวควบคู่กันไป โดย ททท.จะพิจารณาผู้ประกอบการที่มีตราสัญลักษณ์ดังกล่าวได้สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอับดับแรกด้วย
ผอ.บุญส่ง กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวภูมิภาคภาคอีสานตลอดปีงบประมาณ 2568 ช่วงมกราค-30 ตุลาค 2568 ทำได้ 39,520,890 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 5.48 % สร้างรายได้ 89,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.35 % อัตราเข้าพักเฉลี่ย 66.02 % เพิ่มขึ้น 3.01 %ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 2,261 บาท/คน/วัน ลดลง 0.12 %
ปี 2569 ททท.ภูมิภาคภาคภาคอีสาน ได้รับโจทย์ให้เดินหน้าตามเป้าหมายต้องทำจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้เยี่ยมเยือนเข้าพื้นที่ 32.721 ล้านคน-ครั้ง ส่วน “รายได้” จะต้องทำ 109,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 20,217 ล้านบาท
วิเคราะห์เป้าหมาย “จำนวนผู้เยี่ยมเยือน” ปี 2569 ตั้งเป้าตลาดในประเทศทั้ง 5 ภูมิภาค จะมีนักท่องเที่ยว/ผู้เยี่ยเยือน 212 ล้านคน-ครั้ง ภูมิภาคภาคอีสานรับเป้าหมายเฉลี่ยมาทำให้ได้ 32.721 ล้านคน-ครั้ง แตกต่างจากปี 2568 จำนวนผู้เยี่ยมเยือนได้สูงเกินกว่า 39 ล้านคน-ครั้ง ส่วน “รายได้” ปรับเป็น 109,508 ล้านบาท จะต้องรับมาเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายจำนวนผู้เยี่ยมเยือน จึงเป็น “ความท้าทายมาก” แต่ก็จะใช้กลยุทธ์ “เพิ่มความถี่-พักนานวัน-ใช้จ่ายเงินเพิ่มสูงขึ้น”
ภายใต้การจัดอีเวนต์กระตุ้นการท่องเที่ยวต้องทำอย่างเหมาะสมด้วย เนื่องจากยังอยู่ในช่วงถวายอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทางทีมด้านสื่อสารการตลาด ททท.จึงได้โปรโมทเพิ่มเส้นทางการท่องเที่ยว “โครงการรอยยิ้มของแผ่นดิน" เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำเสนอพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริส่งเสริมธรรมชาติและชุมชน
โครงการนี้มุ่งเน้นการสื่อสารเรื่องราวผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น สารคดี "เส้นทางแห่งรอยยิ้ม" ตัวอย่าง เส้นทางผ้าไทย เส้นทางศิลปาชีพ ช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซาบซึ้งในพระเมตตาและแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะ “ภาคอีสาน” พระองค์ทรงพระเมตตาเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าชุมชน ทรงเสด็จแปรพระราชฐาน ตั้งชื่อต้นไม้ ดอกไม้ พันธุ์พืช ททท.กำลังให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องรวบรวม พร้อมจะนำเสนอหลายส่วน ๆ พยามนำมาเป็นจุดขายการท่องเที่ยวด้วย
ททท.ภูมิภาคภาคอีสานมีแผนจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวปี 2569 ต่อยอด 1.แคมเปญ “ประเพณีสีอีสาน” 2.เช็คอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ หลังจากไทยเกิดกรณีพิพาทกับทางกัมพูชา ส่งผลกระทบมาถึงจังหวัดที่มีรอยต่อเขตแดนในอีสาน 4 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ และภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี ตราด ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ดังกล่าวที่รับข่าวสารไม่ครบจึงไม่กล้าเดินทางเข้าไป ททท.ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายบางส่วนให้สมาชิกบริษัทท่องเที่ยวจัดแพกเกจทัวร์เข้าไปทั้ง 7 จังหวัด ขณะนี้สามารนำนักท่องเที่ยวเข้าไปได้แล้วกว่า 1,000 คน
ล่าสุดนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.ได้เรียกประชุมผู้บริหาร รวมทั้งททท.ภูมิภาคภาคอีสานให้สรุปโครงการจะกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคอีสานและพื้นที่รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.) วันที่ 8 ธันวาคม 2568 ณ อาคารรัฐสภา ซึ่งแต่ละสำนักงานจะมีแผนเฉพาะของพื้นที่ ผนวกกับทางผู้ประกอบการจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคอีสาน พร้อมใจที่จะเข้าร่วมโครงการ “ลดแลกแจกแถม” กับ ททท.ทั้งไฮและโลว์ซีซัน ส่วน ททท.จะแจกของที่ระลึกและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
โดยจะต้องขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ด้วยการเดินหน้าการท่องเที่ยวปี 2569 “ตลาดในประเทศ” ให้ถึงเป้าหมาย 212 ล้านคน-ครั้ง ตลาดต่างประเทศ 36 ล้านคน แต่ปี 2568 ยังไม่ถึงเป้าหมายเพราะจีนจาก 10 ล้านคน เหลือไม่ถึง 5 ล้านคน หรือมาเลเซีย ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงปรับแผนใหม่ปี 2569 จะหันไปกระตุ้นนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เวียดนาม และอื่น ๆ
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-บอร์ดAOTเคาะแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์5สนามบิน
บริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า
มติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 “เห็นชอบ” แนวทางแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจําหน่ายสินค้าปลอดอากรของ
“บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด” (KPD) ทั้ง
3 สัญญา ที่อยู่ในความดูแลของ AOT ทั้ง
5 ท่าอากาศยาน ประกอบด้วย ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ได้แก่ 1.สุวรรณภูมิ 2.ดอนเมือง
และภูมิภาคอีก 3 ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ (ทชม.) และหาดใหญ่
“ผลการเจรจา” ของคณะทํางานเจรจาเพื่อหาข้อตกลงการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร
ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT ได้พิจารณาทางเลือกหลัก 2 แนวทาง
แนวทางที่ 1 การแก้ไขสัญญาเปรียบเทียบกับ แนวทางที่ 2 ยกเลิกสัญญาเพื่อเปิดประมูลใหม่ ที่ประชุมบอร์ด AOT ได้ข้อสรุปเห็นชอบทางเลือกเหมาะสมที่สุดคือ “การแก้ไขสัญญา” ใช้วิธีปรับเงื่อนไขการอนุญาตให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการบริหารสัญญา เพื่อให้ AOT สามารถบริการผู้โดยสารได้ต่อเนื่องในระยะยาว และทำประโยชน์สูงสุดทั้งครอบคลุม 3 ส่วนหลัก ดังนี้
● ส่วนที่ 1 การรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีระดับการให้บริการ
(Level of
Service) ที่ดี
● ส่วนที่ 2 รายได้ที่มั่นคงกว่า โดย AOT ยังคงได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีช่วงที่ขาดรายได้ในระหว่างการประมูลหาผู้ประกอบการรายใหม่
● ส่วนที่ 3 ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ แนวทางนี้จะเป็นกรณีเห็นชอบให้โครงการดําเนินการต่อไป เพื่อสร้างประโยชน์โดยรวมต่อเศรษฐกิจ พร้อมกับยังคงให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องสามารถจ้างงานต่อเนื่องไปได้ด้วย
มติที่ประชุมบอร์ด
AOT ดังกล่าวจะทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจท่าอากาศยานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องได้อีกถึง
4 เรื่อง ได้แก่
● เรื่องที่ 1 ยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตามมาตรฐานสากล
● เรื่องที่ 2 ยังคงรักษารายได้ที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนรักษาความมั่นคงของการจ้างงานของบุคลากรในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
● เรื่องที่ 3 รักษาความสามารถในการพัฒนาคุณภาพบริการ
เป็นผลดีกับรายได้องค์รวมขององค์กรและทุกฝ่าย
● เรื่องที่ 4 สามารถขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
(Aviation Hub)ด้วยการดำเนินการตามแผนพัฒนาท่าอากาศยาน
AOT ทั้ง 6 แห่ง อย่างราบรื่นรองรับนักเดินทางทั่วโลกเข้าออกเมืองไทยอย่างเต็มศักยภาพ
เป็นเครื่องมือสำคัญสร้างรายได้ต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจยั่งยืนในระยะยาว
“ดร.นิตินัย
ศิริสมรรถการ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับทราบข่าวจากทาง AOT ทำเอกสารชี้แจงแนวทางดำเนินการประกอบกิจการร้านค้าของ
บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด “KPD”
ในท่าอากาศยานทั้ง 5 แห่ง
ส่งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตอนนี้จะต้องรอหนังสือแจ้งจาก AOT มายังบริษัทอย่างเป็นทางการเพื่อจะดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป
เบื้องต้นหลังจากได้ทราบข้อมูลการชี้แจงของ
AOT ส่งถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่บอร์ดมีมติเห็นชอบและอนุมัติเรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้จะไม่ได้เป็นไปตามที่ คิง เพาเวอร์ เจรจาเสนอขอไปทั้งหมด แต่หากส่วนใหญ่คงอยู่ในกรอบของการเจรจา
ซึ่งเป็นเงื่อนไขทำให้ คิง เพาเวอร์ สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยต้องมี “การแผนเปลี่ยนผ่านธุรกิจ
: Business Transformation” ควบคู่กันไปด้วย
เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ปลุกพลัง BLOOM :THE NEW JOURNEY BEGINS
“กลุ่มบริษัท
คิง เพาเวอร์” จัดทำคลิปความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล มีเดีย เร่งหลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวในองค์กรก้าวข้ามอุปสรรคสู่ก้าวใหม่
Next Move เตรีมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับองค์กร
ปลุกพลังใจพนักงานผ่านเพจ King Power Family ด้วยเนื้อหาสร้างพลังใจภายใต้คอนเซ็ปต์
“BLOOM : THE NEW
JOURNEY BEGINS : จุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ กำลังจะเกิดขึ้น” นำเสนอเรื่องราวด้วยภาพและข้อความสอดรับตามเนื้อหาทั้งหมดดังนี้
“ธุรกิจของเราผ่านอะไรมามากมาย ทั้งช่วงเวลารุ่งเรือง และช่วงที่ต้องฝ่าฟัน ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทุกธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อความอยู่รอด พนักงานเป็นส่วนสำคัญที่สุด ของทุกการเปลี่ยนแปลง พวกเราทุกคนมาร่วมกันสร้าง และนี่คือสิ่งดี ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น”
กลุ่มบริษัท
คิง เพาเวอร์ ประกาศเดินหน้าสู่ “ก้าวใหม่ :NEXT MOVE”
เพื่อทำให้ธุรกิจของคนไทยที่พัฒนาร้านค้าปลีกเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวให้คนทั่วโลกรู้จักชื่อเสียงประเทศไทยมายาวนานกว่า
36 ปี พร้อมแล้วที่จะสร้าง ความ เป็น ไป ได้ ไม่สิ้นสุด
ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
ข่าวที่ 3-พิเศษ!!ช้อปคิงเพาเวอร์ 5 สาขา 11วัน ลดส่งท้ายปี30%
พิเศษ 11 วันเท่านั้น! ที่ “คิง เพาเวอร์” ช้อปของขวัญรับหยุดยาว 11 วันเท่านั้น สำหรับนักเดินทางที่มีไฟลต์บินปลายปี 2568–ต้นปี 2569 เริ่มช้อปได้เลย กับโปรคุ้มสุดก่อนส่งท้ายปี! วันนี้ -14 ธันวาคม 2568 มุ่งหน้าไปยัง 5 สาขาหลัก ได้แก่ คิง เพาเวอร์ในเมืองที่ รางน้ำ ภูเก็ต กับ 3 ท่าอากาศยานที่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต
ช้อปบิวตี้ไอเทม
น้ำหอม และเครื่องสำอาง
-ลดแรง!
สูงสุด 30% ไม่มีขึ้นต่ำ เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ
-ลดเพิ่ม! ON-TOP5% สำหรับสมาชิก POWER PASS
ยังไม่เป็นสมาชิก สมัครได้ฟรี! รับสิทธิ์ตรงจาก คิง เพาเวอร์ และพันธมิตรหลากหลายระดับประเทศ และนานาชาติทั่วโลก
ข่าวที่ 4-ททท.ต้อนรับ“เชนได-ดอนเมือง”ปี68ญี่ปุ่นทัวร์ไทย1ล้านคน
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่
รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
นำทีมร่วมต้อนรับสายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ XJ
631 เส้นทาง เซนได/ญี่ปุ่น–ดอนเมือง/ไทย มายังท่าอากาศยานดอนเมือง ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนสร้างความอบอุ่นให้ผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงไทย
มีทั้งผู้แทนท่าอากาศยานดอนเมือง ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ผู้บริหารโครงการ One
Bangkok เพิ่มโอกาสการเดินทางพร้อมกับขยายตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางเพิ่มมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ฤดูท่องเที่ยวปลายปี
2568 ต่อเนื่องตลอดปี 2569
และสามารถทำให้ยอดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นปี 2568 มาเที่ยวเมืองไทยตามเป้าหมายเกิน
1 ล้านคน
“เที่ยวบินตรง” ไป-กลับ เซนได–ดอนเมือง เปิดให้บริการช่วงตารางบินฤดูหนาว
2568/69 ระหว่างธันวาคม 2568 – มีนาคม
2569 ให้บริการ 4 เที่ยว/สัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส
A330 ขนาดบรรทุกผู้โดยสาร 335 ที่นั่ง/ลำ
อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจากเมืองรองใน “ภูมิภาคโทโฮคุ” ญี่ปุ่น รองรับการเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยตลอดฤดูหนาวข้ามปี
“ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” บินปฐมฤกษ์มายังท่าอากาศยานดอนเมืองแล้วตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป มีผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นเดินทางรวม
197 คน เป็นกลุ่มเยาวชนจาก “YUKI FOOTBALL ACADEMY” เมืองเซนได กว่า 100 คน เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ
และทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมร่วมกับเยาวชนไทย
สร้างความประทับใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเชิงบวกเพิ่มมากขึ้น
สถิตินักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยต่อเนื่อง
11 เดือน ระหว่าง 1 มกราคม – 30
พฤศจิกายน 2568 มาแล้วทั้งสิ้นกว่า 985,612
คน มีสัญญาณดีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง ททท.ตั้งเป้าตลอดปีนี้จะผลักดันให้ได้ถึง
1 ล้านคน ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางตลาดญี่ปุ่นเที่ยว
ข่าวที่ 5-กลุ่มบริษัทบางจากจัดCGต่อยอดวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน
นายโชคชัย
อัศวรังสฤษฎ์ Chief Transformation and Synergy Realization Officer บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหาร และพนักงานกลุ่มบริษัทบางจาก
ทำกิจกรรม CG Day 2025 สำนักงานใหญ่ บริษัท
บางจากฯ ร่วมแสดงพลังการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี
จัดขึ้นเป็นปีที่ 20 ภายใต้แนวคิด “Change Your Mind, Change Your
Life เปลี่ยนจิตใจ เปลี่ยนชีวิต” โดยมีนักสร้างพลังจิตและแรงบันดาลใจให้เกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นำโดย “เดียร์ ลิลลี่ แม็คกร๊าธ” พิธีกร
นักแสดง และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ
ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ด้านประโยชน์และผลสำเร็จจากการทำสมาธิ โดยศึกษาผลงานของ Dr.Joe Dispenza นักวิจัย นักเขียน
ที่ปรึกษาและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ไคโรแพรคติก ที่มุ่งเน้นเรื่องเพิ่มความสอดคล้องของสมองและหัวใจ
รวมถึงการเชื่อมโยงจิตใจและร่างกาย
กิจกรรมนี้มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานเรียนรู้
พัฒนาตนเอง และแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ
พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate
Governance) เข้าใจในหลักจริยธรรมและความโปร่งใสการทำงาน
และพัฒนาตนเองให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร
กลุ่มบริษัทบางจากจัดกิจกรรมงาน CG
Day เป็นประจำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาองค์กรในทุกมิติ
ตามแนวทาง ESG (Environment, Social และ Governance) ยึดการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล อันเป็นรากฐานสำคัญทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่
6-บางจากมอบบัตรเติมน้ำมันก.พลังงานช่วยเร่งด่วนน้ำท่วมใต้
นางกลอยตา
ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่
งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
เป็นผู้แทนกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมกับผู้บริหารบริษัทฯ มอบบัตรเติมน้ำมันบางจาก 500,000
บาท แก่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ในโครงการพลังงานช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้” ของกระทรวงพลังงาน ที่อาคารบี
ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ร่วมกับผู้ประกอบการด้านพลังงานชั้นนำของประเทศ
กลุ่มบริษัทบางจาก
มุ่งมั่นร่วมช่วยประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยโดยเฉพาะการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนในพื้นที่ภาคใต้
ซึ่ง “น้ำมันเชื้อเพลิง” นับเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูของหน่วยกู้ภัย
การขนส่ง และการช่วยเหลือให้ทุกครัวเรือนซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว
ช่วงที่ 2
ลมหนาวพัดผ่าน กทม.ในจังหวะพอดีเที่ยวงาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวงร.9” วันนี้-10 ธ.ค.68 แต่งไทยไปเช็คอินได้ทุกวันทั้ง
5 โซน ละลานตาทั้งดอกไม้ แสงสีสวย กิจกรรม อาหาร ละลานตา
แล้วฟัง “5วิธีป้องกันและรับมือฝุ่น PM 2.5” มันเริ่มมาอีกแล้ว เกาะติดข่าวเด่น ข่าวแรก “ศูนย์สิริกิติ์”
ชวนทุกสายส่งท้าย ธ.ค.นี้ 5 อีเวนต์ ข่าวที่สอง “Travelokaผนึกททท.” โปรโมทเที่ยวเหนือแจกโปร 12.12 SuperSale ลดตั๋ว
ที่พัก กิจกรรม 50%
ท่องเที่ยว –เที่ยวงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง
ร.9เติมสุขสนุก5พิกัด
สายลมเย็นพัดผ่านเมืองกรุงมาชวนคนรักดอกไม้และงานศิลป์
ออกเดินทางไปฮีลใจดื่มด่ำธรรมชาติและวิถีไทย ชมความงาม “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง
ร.9” วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
กับมูลนิธิสวนหลวง ร.9 เนรมิตสวนเปิดโล่งให้มาเดิน “สืบสาน
งานศิลป์ ถิ่นเรืองรอง พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568”
ละลานตาด้วยทุ่งดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณผลิบานเคียงข้างงานศิลป์และวัฒนธรรม
เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมแต่งชุดไทยร่วมอนุรักษ์
หรือจะใช้บริการเช่าชุดในงานเพื่อสวมใส่เดินเที่ยวงานแบบฟิน ๆ ได้ใน 5 พิกัด
พิกัดที่ 1 ร่วมกิจกรรมศิลป์แผ่นดิน :
การสาธิตงานหัตถศิลป์ไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พิกัดที่ 2 ชมมหกรรมแสงสี Light
Installation การประดับตกแต่งสะท้อนเอกลักษณ์ผ่าน “เสน่ห์ไทย”
ด้วยนวัตกรรมแสง สี เสียง และสื่อประสมร่วมสมัย
เพื่อสร้างบรรยากาศความงดงามช่วงกลางวันและกลางคืน
พิกัดที่ 3 เดินตลาดบกและตลาดน้ำ
: จำลองบรรยากาศตลาดและวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบย้อนยุค
เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว สาธิตภูมิปัญญา
หัตถกรรมพื้นบ้านและอาหารพื้นเมืองทั้งบนบกและในน้ำ
พิกัดที่ 4 สนุกกับกิจกรรมบันเทิง
เพลิดเพลินกับการแสดงเพลงพื้นบ้าน การแสดงทางด้านวัฒนธรรมไทยและไทยประยุกต์
การละเล่นพื้นบ้านแบบไทยทั้งทางบกและทางน้ำ
พิกัดที่ 5 ชิมของอร่อยร้านค้า
ร้านอาหาร และหลากหลาย แล้วเลือกช้อปกลับบ้านอย่างเต็มอิ่ม
เที่ยวพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร. 9 ประจำปี 2568 มีค่าเข้าเพียงคนละ 20 บาทเท่านั้น
มาได้ตั้งแต่วันนี้- 10 ธ.ค. 2568 บริเวณศาลาพุฒจันทร์
และสวนรมณีย์ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร “วันธรรมดา”
เริ่มตั้งแต่ 13.00 - 19.00 น. ส่วน “วันหยุด” เริ่ม
10.00 - 19.00 น.
สุขภาพ –5
วิธีป้องกันและเตรียมตัวให้พร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5
การป้องกันฝุ่น PM
2.5 เป็นสิ่งสำคัญเพื่อสุขภาพ
โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน ซึ่งฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน
สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น
โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้
แนะนำให้เร่งใช้ 5 วิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5 ดังนี้
1.สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น
: เลือกหน้ากาก N95 หรือ KN95 มีความสามารถในการกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ดี ควรสวมใส่เมื่อต้องออกจากบ้านในพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง
2.หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน
: การทำกิจกรรมนอกบ้านโดยเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่นสูง
ตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านแอปหรือเว็บไซต์ที่แสดงดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)
3.ใช้เครื่องฟอกอากาศ
: เลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาดเล็กจะช่วยลดปริมาณฝุ่นภายในบ้าน
ทำให้อากาศสะอาดขึ้น
4.ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด
: ช่วยป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาภายในบ้าน โดยการปิดประตู หน้าต่าง
หรือใช้ผ้าปิดรูระบายอากาศที่อาจมีฝุ่นเข้าได้
5.ล้างหน้าหรือทำความสะอาดตัวหลังออกข้างนอกเมื่อกลับจากนอกบ้าน ควรล้างหน้า ล้างมือ
และเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลดการสะสมฝุ่นบนร่างกาย
การป้องกันฝุ่น PM
2.5 จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากมลพิษทางอากาศและช่วยดูแลสุขภาพในระยะยาว
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ศูนย์ฯสิริกิติ์มอบความสุขตลอดธ.ค.68เช็คอิน 5 อีเวนต์
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เปลี่ยนช่วงส่งท้ายปีธันวาคม 2568 ให้เป็นเดือนแห่งความสุข
กับขบวนอีเวนต์จัดเต็มทุกไลฟ์สไตล์คึกคักตลอดทั้งเดือน พาเหรดกันมาทุกสาย ทั้งสายแฟมิลี่
สายเฮลท์ สายแฟนด้อม สายบันเทิง สายธรรมะ รวมไว้ครบเอาใจทุกเจน เพิ่มประสบการณ์ความสนุกได้ตลอดธันวาคมนี้
5 งาน
● งานที่ 1
Cat Expo Thailand 2025 มหกรรมเพื่อคนรักแมวที่สุดของปี งานใหญ่ของทาสแมวประเดิมจัดสัปดาห์นี้ 5–7 ธันวาคม 2568 เปิดโซนตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษากับสัตวแพทย์ เวิร์กชอป กับ โซนรับเลี้ยงสัตว์
ตลอดงานเต็มไปด้วยความน่ารักที่จะทำให้ทุกวัยหัวใจพองโต
● งานที่ 2
REDLINE Fitness Games
Bangkok 2025 วันที่ 6-7 ธันวาคม นี้ ชมการแข่งขันฟิตเนส สายแอคทีฟห้ามพลาด! งานระดับนานาชาติท้าทายทั้งพลัง
ความเร็ว และความอึด สะท้อนเทรนด์สุขภาพยุคใหม่
ให้ความสำคัญทั้งกาย และใจ มาร่วมปลุกพลังได้เต็มสปีด
● งานที่ 3
มหกรรมคอนเสิร์ต
และปาร์ตี้เฉลิมฉลองสุดพิเศษ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ แปลงโฉมพื้นที่ต้อนรับแฟนด้อมเข้ามาเติมเต็มพลังใจสร้างโมเมนต์ประทับใจร่วมกันอย่างอบอุ่น
-Happy BUSDAY The
Sophomore วันที่ 6–7 ธันวาคม 2568
-4EVE 5th
Anniversary Party – Love me 4Ever, Love you 5Ever วันที่ 23
ธันวาคม 2568
● งานที่ 4
ธรรมะในสวน เบญจกิตติ
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม
2568 ฮีลใจในหัวข้อ “สติปัญญามี โชคชะตาจะดี”ชวนมาสร้างสมดุลกับกิจกรรมด้านสุขภาวะทางใจ
มาพักใจ เติมพลังดี ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ก่อนกลับร่วมสนุกได้ตลอดทั้งวันกับงานอื่น
ๆ
● งานที่ 5
CarniWOW Festival 2025 วันที่ 24–28 ธ.ค. 68 สนุกเต็มที่ไปกับ เฟสติวัล คาร์นิวัลใหญ่ส่งท้ายปี
ทั้งเกม โซนอาหาร ดนตรี กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟเหมาะกับทุกช่วงวัย รองรับกลุ่มครอบครัว
และแก๊งเพื่อนมาได้ทุกวัน
ข่าวที่สอง –“Traveloka-ททท.”โหมขายเที่ยวเหนือแจกโปร12.12ลด50%
ทราเวลโลก้า
: Traveloka นำแพลตฟอร์มท่องเที่ยวแบบครบวงจรชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำภูมิภาคภาคเหนือพร้อมรองรับการท่องเที่ยวในประเทศเติบโตต่อเนื่อง
ชูจุดขาย เสน่ห์วัฒนธรรม ธรรมชาติ
ประสบการณ์ด้านเวลเนสให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น พุ่งเป้าหลักใน “เชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง”
ซึ่งได้รับความนิยมสูงจากคนไทยและในภูมิภาคเอเชีย
“ทราเวลโลก้า
และ YouGov” ใช้
“ข้อมูลผลสำรวจความต้องการ” ของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบสัญญาณที่ดีจาก
“นักท่องเที่ยวไทย” กว่า 70% นิยมเดินทางภายในประเทศ เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ และทริประยะสั้น
ผนวกกับการค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มนี้มากสุดต่อเนื่องคือ“เชียงใหม่ ติด 1
ใน 5 เมือง”
ชี้ให้เห็นถึงจังหวัดนี้ยังครองความนิยมและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
ระหว่าง
3-12 ธันวาคม 2568 จึงได้เปิด “แคมเปญ 12.12 Super
Sale” ช่วยอำนวยความสะดวกให้นกท่องเที่ยววางแผนทริปปลายปี
2568 โดยมอบ “ส่วนลดสูงสุด”
ถึง 50% ทั้ง ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม
กิจกรรมท่องเที่ยว ช่วยให้เลือกท่องเที่ยวจังหวัดยอดนิยมในภาคเหนือที่โดดเด่นทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ
ได้สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น
“นายขจรเดช
อภิชาติตรากุล” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เปิดเผยว่า ร่วมกับทราเวลโลก้าโปรโมตการท่องเที่ยวภาคเหนือผ่านการสื่อดิจิทัลและแคมเปญเชิงกลยุทธ์
มุ่งขยายผลการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถของภูมิภาค สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยทำโครงการ “Season of
Relaxing @ North : คิดจะพัก...คิดถึงฤดูเหนือ” นำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง
ด้วยสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Health and
Wellness อย่าง โรงแรม/ที่พัก ผนวกกับกิจกรรม เช่น สปาทรีตเมนต์ สปาน้ำแร่
การแช่ออนเซน ทำซาวด์
ฮีลลิ่ง อาหารเพื่อสุขภาพ อื่น ๆ และงานคราฟท์ เช่น ผ้าทอมือ เครื่องเงิน และความร่วมมือกับทราเวลโลก้า ส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูหนาวอีก
3 ส่วน ดังนี้
● ทำแคมเปญ “Relaxing @ North มอบส่วนลด 15 % (สูงสุด 200 บาท)
เมื่อจองโรงแรม/ที่พักและกิจกรรม ผ่านแพลตฟอร์มของทราเวลโลก้า ตั้งแต่วันนี้ -30 มีนาคม 2569
● จัดโปรโมชั่นช่วงพิเศษทุกเดือน
เช่น ส่วนลดราคาพิเศษในเดือน 12.12 และอื่น
ๆ
●จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์
เส้นทางท่องเที่ยว โรงแรม/ที่พัก ผนวกกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุภาพ ผ่าน KOLs, Influencer เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางและพักค้างเพิ่มมากขึ้น
โดยมีพันธมิตรภาคเหนือเข้าร่วมกว่า 1,000 ราย ทั้งโรงแรม/ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
นายสิทธิพงษ์
เนติพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมฟลอรา ครีก กล่าวว่า เป็นหนึ่งในพันธมิตรมีบริการที่พักท่ามกลางธรรมชาติและงานฝีมือท้องถิ่น
เมื่อร่วมกับทราเวลโลก้าช่วยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่มเป้าหมายและรู้จักในวงกว้างมากขึ้น
ทางโรงแรมพร้อมนำเวลเนสและวัฒนธรรมให้บริการสนับสนุนยอดขายและธุรกิจโดยรวมเติบโต แล้วยังทำให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนท้องถิ่น
ร่วมเผยแพร่มรดกวัฒนธรรมล้านนาสู่ผู้คนภาคอื่น ๆ ในเมืองไทยและนานาประเทศ
“อัลเบิร์ต”
ผู้ร่วมก่อตั้งทราเวลโลก้า กล่าวว่า การท่องเที่ยวในประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
โดยเฉพาะ “ภาคเหนือ” เป็นภูมิภาคที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและความหมายต่อคนเดินทางอย่างยิ่ง
เมื่อได้ร่วมงานกับ ททท. จะช่วยเสริมนักท่องเที่ยวสร้างการรับรู้มากขึ้น
ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านการผสาน “จุดแข็ง” ทิศทางการท่องเที่ยวของประเทศเข้ากับ
“ศักยภาพด้านดิจิทัล” ของทราเวลโลก้า มุ่งสนับสนุนเติบโตอย่างยั่งยืนและพร้อมผลักดันผู้ประกอบการกับชุมชนท้องถิ่นที่มีส่วนทำให้ปลายทางการท่องเที่ยวคึกคักและมีชีวิตชีวาต่อเนื่องตลอดไป
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.
“บุญส่ง
คุ้มบุญ”ผอ.ททท.อีสานเปิดแผนเชิงรุกไฮซีซั่นปี68-69
ชูประเพณีสีอีสาน+ซิกเนเจอร์ไทยแลนด์+รอยยิ้มของแผ่นดิน
ปี’69โจทย์ท้าทายปั๊มรายได้1.09แสนล้าน-เพิ่มใหม่2หมื่นล้าน
เหยียบคันเร่งเต็มเหนี่ยว3เพิ่ม“วันพัก+ใช้เงิน+ความถี่เดินทาง”
บอร์ด AOT เคาะแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์ 5 สนามบิน
คิงเพาเวอร์ปลุกพลังBLOOM:THE NEW JOURNEY BEGINS
พิเศษ!!ช้อปด่วนคิงเพาเวอร์ 5 สาขา 11วัน
ลดส่งท้ายปี30%
ททท.ต้อนรับ“เชนได-ดอนเมือง”ปี68ญี่ปุ่นทัวร์ไทย1ล้านคน
กลุ่มบริษัทบางจากจัดCGต่อยอดวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน
บางจากมอบบัตรเติมน้ำมันก.พลังงานช่วยเร่งด่วนน้ำท่วมใต้
เที่ยวงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9เติมสุขสนุก5พิกัด
5 วิธีป้องกันและเตรียมตัวให้พร้อมรับสถานการณ์ฝุ่นPM2.5
ศูนย์ฯสิริกิติ์มอบความสุขส่งท้ายปีตลอดธ.ค.เช็คอิน5อีเวนต์
“Traveloka-ททท.”โหมขายเที่ยวเหนือแจกโปร12.12ลด50%
วันเสาร์ที่
6 ธันวาคม 2568 ต้อนเข้าสู่รายการ
“รวยด้วยข่าวเสาร์-อาทิตย์” เวลา 11.00-12.00 น.พบกับ “เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน”
ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM 97MHz. ฟังทางfacebookLiveFM97.0 อ่านในwww.facebook.com/penroongyaisamsen
#gurutourza #รวยด้วยข่าวเสาร์อาทิตย์FM97 #เพ็ญรุ่งใยสามเสน #เที่ยวกับกู๋ #KingPower #TAT #บางจาก #พรรณไม้งามสวนหลวงร9
ฟัง Live สดจากลิงค์นี้... https://www.facebook.com/share/v/1D4LM9xb2N/
สัมภาษณ์!! “บุญส่ง คุ้มบุญ” ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ใส่เกียร์เร่งภาคอีสานรับโจทย์ท้าทายปี’69 ต้องปั๊มรายได้สูงถึง 1.09 แสนล้าน เพิ่มอีกว่า 2
หมื่นล้าน จากปี’68 ทำได้ 89,363 ล้านบาท หันใช้สูตร “เพิ่มความถี่-พักนานวัน-ใช้จ่ายเงินเพิ่มสูงขึ้น” ไฮซีซั่นปี68 ลุยขาย “ประเพณีสีอีสาน”
ผ่านโครงการ “Signature Thailand” หนุน 3 งาน “ไหลเรือไฟนครพนม-แห่ดาวท่าแร่สกลนคร-แห่เทียนอุบลปี69” ต่อด้วย ซาวนด์ ออฟ ศรีสะเกษ โมโตจีพีบุรีรัมย์ เคาน์ดาวน์ ดันบิ๊กโปรเจกต์
“Trusted Thailand” ตราสัญลักษณ์เที่ยวไทยปลอดภัย นำ 20
จังหวัด ร่วมเวิร์คช้อป ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร
แหล่งท่องเที่ยวทั่วอีสาน พร้อมได้แรงหนุนตลาดโครงการ “รอยยิ้มของแผ่นดิน”
ตามรอยพระพันปีหลวง เส้นทางผ้า ดอกไม้/พันธุ์พืชชื่อพระราชทาน
นายบุญส่ง
คุ้มบุญ ผู้อำนวยการ ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) เปิดเผยว่า
ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือพร้อมนำเสนอขายการท่องเที่ยวต้อนรับไฮซีซั่นด้วยแคมเปญ
“ประเพณีสีอีสาน : วิถีแห่งศรัทธา” ปลายปี
2568 ททท.ฝ่ายกิจกรรมทำเป็นปีแรกโดยภายใต้โครงการ “Signature
Thailand” ร่วมสนับสนุนอีเวนต์ในจังหวัดท่องเที่ยวต่าง ๆ ภาคอีสาน
3 งานใหญ่ ได้แก่ งานแรก
ไหลเรือไฟโลก จังหวัดนครพนม จัดช่วงออกพรรษาเดือนตุลาคมปีนี้ งานที่ 2 ประเพณีแห่ดาว
บ้านท่าแร่ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ระหว่าง 23-26 ธันวาคม 2568
กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวคนไทยและนานาชาติ
โดยได้ประสานกับ
ททท.สำนักงานต่างประเทศจะนำสื่อมวลชนเข้ามาร่วมคริสต์มาสอีฟระหว่าง 22-24 ธันวาคม นี้ งานที่ 3 แห่เทียนพรรษา
จังหวัดอุบลราชธานี ปี 2569
ส่วนการท่องเที่ยวงานเทศกาล อีเวนต์
กิจกรรมอื่น ๆ จะเน้นชูขายงานประเพณีและรายการประจำปี 3 ไฮไลต์
● งานแรก
Sound of Sisaket 2026 ระหว่างวันที่ 18-21
ธันวาคม 2568
ต้อนรับศรีสะเกษได้รับรางวัลเมืองดีเด่น
จึงได้จัดงานยิ่งใหญ่กว่าทุกครั้งกระจาย 5 พื้นที่ ได้แก่ บ้านไม้
(อาคารตรงข้ามโรงแรมสันติสุข) โรงแรมสันติสุข ถนนราชการรถไฟ 1 ตลาดสดเทศบาล ชั้น 2 ศรีสะเกษรามา
● งานที่
2 การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026 " สนามเปิดฤดูกาล และเจ้าภาพการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลก่อนจะถึงการแข่งขันจริง 27 กุมภาพันธ์ - 1 มีนาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
● งานเคาน์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่า
2568 ต้อนรับปีใหม่ 2569 ในภาคอีสานจะนำเสนอท่องเที่ยวงานระดับพื้นที่ซึ่งในแต่ละจังหวัดจัดทุกปี
เช่น 1.สนามช้าง เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 2.รับตะวันใหม่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี 3.รับตะวันใหม่ริมฝั่งโขง
จ.นครพนม 4.วินเทอร์
เฟสติวัล จ.ร้อยเอ็ด
สำหรับงานเคาน์ดาวน์หลัก
ททท.ฝ่ายกิจกรรมมีแผนสนับสนุนจัดใหญ่ที่สุไหงโกลก จ.นราธิวาส กับ กว๊านพะเยา
จ.พะเยา
ผอ.บุญส่ง
กล่าวว่า มอบหมายสำนักงานภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 แห่ง
ร่วมกันรณรงค์ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั่วภูมิภาคเตรียมความพร้อมรับมือการท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดทุกปี
ประกอบด้วย โครงการ “Trusted Thailand”
เข้าร่วมสร้างมาตรฐานเพื่อรับตราสัญลักษณ์ความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว
ภายใต้กิจกรรม Travel Stamp เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาภาพลักษณ์เมืองไทยในสายตานักท่องเที่ยวจีนไม่ค่อยปลอดภัย
ททท.จึงร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
จัดทำเกณฑ์มาตรฐานและตราสัญลักษณ์ให้กับสถานประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร
แหล่งท่องเที่ยว ด้วยการกำหนดให้แต่ละแห่งติดตั้งกล้องวงจรปิด เส้นทาง
แผนอพยพการหนีไฟ และอื่น ๆ รวมทั้ง “ช่องทางการชำระเงินอย่างปลอดภัย” ผ่านระบบ
E-Payment
รวมทั้งมีผลศึกษาเรื่องมาตรการความปลอดภัยต่าง
ๆ จะต้องเพิ่ม “การสื่อสารภาษาต่างประเทศ”
โดยเฉพาะ
“นักท่องเที่ยวจีน” ลดลงอย่างชัดเจนตามสถิติปกติเคยมาวันละ 17,000-18,000
คน/วัน ปี 2568 เหลือเพียงวันละ 7,000-8,000
คน เมื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการท่องเที่ยวเข้าร่วมใช้ตราสัญลักษณ์ Trusted
Thailand แล้วก็จะเป็นอีกช่องทางช่วยเพิ่มนักท่องเที่ยวจีนมาไทยเพิ่มขึ้น
โดย ททท.สำนักงานใหญ่มอบนโยบายให้
ททท.สำนักงานทั่วสาธารณรัฐประชาชนจีนนำโครงการตราสัญลักษณ์นี้ช่วยเผยแพร่สร้างการรับรู้เที่ยวไทยอย่างปลอดภัย
ล่าสุด
ฝ่ายสินค้าการท่องเที่ยว กับ ททท.ภูมิภาคภาคอีสาน เชิญผู้ประกอบการ
และแหล่งท่องเที่ยวในอีสาน 20 จังหวัด
มาเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop)
เตรียมอุปกรณ์และตัวอย่างพร้อมแบบฟอร์มลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ Trusted
Thailand เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว
ซึ่งทุกฝ่ายตื่นตัวเป็นอย่างดีทั้งโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร
สมาคมการท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด
ปี 2569
จะประเมินผลโครงการ Trusted Thailand ถอดบทเรียนจุดอ่อนจุดแข็ง
เพื่อต่อยอดให้นักท่องเที่ยวไทยและนานาชาติเกิดความเชื่อมั่น
และสามารถใช้เป็นเครื่องมือส่งเสริมตลาดการขายท่องเที่ยวควบคู่กันไป โดย
ททท.จะพิจารณาผู้ประกอบการที่มีตราสัญลักษณ์ดังกล่าวได้สิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอับดับแรกด้วย
ผอ.บุญส่ง
กล่าวว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวภูมิภาคภาคอีสานตลอดปีงบประมาณ 2568
ช่วงมกราค-30 ตุลาค 2568
ทำได้ 39,520,890 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 5.48 % สร้างรายได้ 89,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.35 %
อัตราเข้าพักเฉลี่ย 66.02 % เพิ่มขึ้น 3.01
%ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวเฉลี่ย 2,261 บาท/คน/วัน
ลดลง 0.12 %
ปี 2569
ททท.ภูมิภาคภาคภาคอีสาน
ได้รับโจทย์ให้เดินหน้าตามเป้าหมายต้องทำจำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้เยี่ยมเยือนเข้าพื้นที่
32.721 ล้านคน-ครั้ง ส่วน “รายได้” จะต้องทำ 109,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ประมาณ 20,217 ล้านบาท
วิเคราะห์เป้าหมาย
“จำนวนผู้เยี่ยมเยือน” ปี 2569 ตั้งเป้าตลาดในประเทศทั้ง 5 ภูมิภาค
จะมีนักท่องเที่ยว/ผู้เยี่ยเยือน 212 ล้านคน-ครั้ง
ภูมิภาคภาคอีสานรับเป้าหมายเฉลี่ยมาทำให้ได้ 32.721 ล้านคน-ครั้ง
แตกต่างจากปี 2568 จำนวนผู้เยี่ยมเยือนได้สูงเกินกว่า 39 ล้านคน-ครั้ง ส่วน “รายได้” ปรับเป็น 109,508
ล้านบาท จะต้องรับมาเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 ล้านบาท
ซึ่งสวนทางกับเป้าหมายจำนวนผู้เยี่ยมเยือน จึงเป็น “ความท้าทายมาก”
แต่ก็จะใช้กลยุทธ์ “เพิ่มความถี่-พักนานวัน-ใช้จ่ายเงินเพิ่มสูงขึ้น”
ภายใต้การจัดอีเวนต์กระตุ้นการท่องเที่ยวต้องทำอย่างเหมาะสมด้วย
เนื่องจากยังอยู่ในช่วงถวายอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทางทีมด้านสื่อสารการตลาด ททท.จึงได้โปรโมทเพิ่มเส้นทางการท่องเที่ยว “โครงการรอยยิ้มของแผ่นดิน"
เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นำเสนอพระราชกรณียกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว
โดยเฉพาะโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริส่งเสริมธรรมชาติและชุมชน
โครงการนี้มุ่งเน้นการสื่อสารเรื่องราวผ่านสื่อต่าง
ๆ เช่น สารคดี "เส้นทางแห่งรอยยิ้ม" ตัวอย่าง เส้นทางผ้าไทย เส้นทางศิลปาชีพ
ช่วยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวซาบซึ้งในพระเมตตาและแรงบันดาลใจ โดยเฉพาะ
“ภาคอีสาน” พระองค์ทรงพระเมตตาเรื่องราวเกี่ยวกับผ้าชุมชน ทรงเสด็จแปรพระราชฐาน
ตั้งชื่อต้นไม้ ดอกไม้ พันธุ์พืช ททท.กำลังให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องรวบรวม
พร้อมจะนำเสนอหลายส่วน ๆ พยามนำมาเป็นจุดขายการท่องเที่ยวด้วย
ททท.ภูมิภาคภาคอีสานมีแผนจะขับเคลื่อนการท่องเที่ยวปี
2569 ต่อยอด 1.แคมเปญ “ประเพณีสีอีสาน” 2.เช็คอิน ฟิน ว้าว ตะวันออก X เฉียงเหนือ
หลังจากไทยเกิดกรณีพิพาทกับทางกัมพูชา
ส่งผลกระทบมาถึงจังหวัดที่มีรอยต่อเขตแดนในอีสาน 4 จังหวัด
ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ และภาคตะวันออก 3 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี ตราด
ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ดังกล่าวที่รับข่าวสารไม่ครบจึงไม่กล้าเดินทางเข้าไป
ททท.ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
สนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายบางส่วนให้สมาชิกบริษัทท่องเที่ยวจัดแพกเกจทัวร์เข้าไปทั้ง
7 จังหวัด ขณะนี้สามารนำนักท่องเที่ยวเข้าไปได้แล้วกว่า 1,000
คน
ล่าสุดนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
ผู้ว่าการ ททท.ได้เรียกประชุมผู้บริหาร
รวมทั้งททท.ภูมิภาคภาคอีสานให้สรุปโครงการจะกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคอีสานและพื้นที่รอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา
ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.) วันที่ 8 ธันวาคม 2568
ณ อาคารรัฐสภา ซึ่งแต่ละสำนักงานจะมีแผนเฉพาะของพื้นที่
ผนวกกับทางผู้ประกอบการจังหวัดต่างๆ ทั่วภาคอีสาน พร้อมใจที่จะเข้าร่วมโครงการ
“ลดแลกแจกแถม” กับ ททท.ทั้งไฮและโลว์ซีซัน ส่วน
ททท.จะแจกของที่ระลึกและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
โดยจะต้องขับเคลื่อนให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
(สคร.) ด้วยการเดินหน้าการท่องเที่ยวปี 2569 “ตลาดในประเทศ” ให้ถึงเป้าหมาย 212 ล้านคน-ครั้ง ตลาดต่างประเทศ 36 ล้านคน แต่ปี 2568
ยังไม่ถึงเป้าหมายเพราะจีนจาก 10 ล้านคน
เหลือไม่ถึง 5 ล้านคน หรือมาเลเซีย ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
จึงปรับแผนใหม่ปี 2569 จะหันไปกระตุ้นนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้าน
สปป.ลาว เวียดนาม และอื่น ๆ
ฟังข่าวต้นชั่วโมง
ข่าวที่ 1-บอร์ดAOTเคาะแก้ไขสัญญาดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์5สนามบิน
บริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “AOT” เปิดเผยว่า
มติที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 “เห็นชอบ” แนวทางแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจําหน่ายสินค้าปลอดอากรของ
“บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด” (KPD) ทั้ง
3 สัญญา ที่อยู่ในความดูแลของ AOT ทั้ง
5 ท่าอากาศยาน ประกอบด้วย ในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ได้แก่ 1.สุวรรณภูมิ 2.ดอนเมือง
และภูมิภาคอีก 3 ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ (ทชม.) และหาดใหญ่
“ผลการเจรจา” ของคณะทํางานเจรจาเพื่อหาข้อตกลงการแก้ไขปัญหาการประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร
ณ ท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของ AOT ได้พิจารณาทางเลือกหลัก 2 แนวทาง
แนวทางที่
1 การแก้ไขสัญญาเปรียบเทียบกับ
แนวทางที่ 2 ยกเลิกสัญญาเพื่อเปิดประมูลใหม่ ที่ประชุมบอร์ด
AOT ได้ข้อสรุปเห็นชอบทางเลือกเหมาะสมที่สุดคือ “การแก้ไขสัญญา”
ใช้วิธีปรับเงื่อนไขการอนุญาตให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในการบริหารสัญญา
เพื่อให้ AOT สามารถบริการผู้โดยสารได้ต่อเนื่องในระยะยาว
และทำประโยชน์สูงสุดทั้งครอบคลุม 3 ส่วนหลัก ดังนี้
● ส่วนที่ 1 การรักษาความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยมีระดับการให้บริการ
(Level of
Service) ที่ดี
● ส่วนที่ 2 รายได้ที่มั่นคงกว่า
โดย AOT ยังคงได้รับค่าผลประโยชน์ตอบแทนอย่างต่อเนื่อง
โดยไม่มีช่วงที่ขาดรายได้ในระหว่างการประมูลหาผู้ประกอบการรายใหม่
● ส่วนที่ 3 ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจ
แนวทางนี้จะเป็นกรณีเห็นชอบให้โครงการดําเนินการต่อไป เพื่อสร้างประโยชน์โดยรวมต่อเศรษฐกิจ
พร้อมกับยังคงให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องสามารถจ้างงานต่อเนื่องไปได้ด้วย
มติที่ประชุมบอร์ด
AOT ดังกล่าวจะทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจท่าอากาศยานได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องได้อีกถึง
4 เรื่อง ได้แก่
● เรื่องที่ 1 ยกระดับการให้บริการแก่ผู้โดยสารได้ตามมาตรฐานสากล
● เรื่องที่ 2 ยังคงรักษารายได้ที่เกี่ยวข้อง
ตลอดจนรักษาความมั่นคงของการจ้างงานของบุคลากรในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
● เรื่องที่ 3 รักษาความสามารถในการพัฒนาคุณภาพบริการ
เป็นผลดีกับรายได้องค์รวมขององค์กรและทุกฝ่าย
● เรื่องที่ 4 สามารถขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค
(Aviation Hub)ด้วยการดำเนินการตามแผนพัฒนาท่าอากาศยาน
AOT ทั้ง 6 แห่ง อย่างราบรื่นรองรับนักเดินทางทั่วโลกเข้าออกเมืองไทยอย่างเต็มศักยภาพ
เป็นเครื่องมือสำคัญสร้างรายได้ต่อเนื่องทำให้เศรษฐกิจยั่งยืนในระยะยาว
“ดร.นิตินัย
ศิริสมรรถการ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท คิง เพาเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับทราบข่าวจากทาง AOT ทำเอกสารชี้แจงแนวทางดำเนินการประกอบกิจการร้านค้าของ
บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด “KPD”
ในท่าอากาศยานทั้ง 5 แห่ง
ส่งไปยังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตอนนี้จะต้องรอหนังสือแจ้งจาก AOT มายังบริษัทอย่างเป็นทางการเพื่อจะดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป
เบื้องต้นหลังจากได้ทราบข้อมูลการชี้แจงของ
AOT ส่งถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ตามที่บอร์ดมีมติเห็นชอบและอนุมัติเรียบร้อยแล้ว
ถึงแม้จะไม่ได้เป็นไปตามที่ คิง เพาเวอร์ เจรจาเสนอขอไปทั้งหมด แต่หากส่วนใหญ่คงอยู่ในกรอบของการเจรจา
ซึ่งเป็นเงื่อนไขทำให้ คิง เพาเวอร์ สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ โดยต้องมี “การแผนเปลี่ยนผ่านธุรกิจ
: Business Transformation” ควบคู่กันไปด้วย
เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตต่อไป
ข่าวที่ 2 -คิงเพาเวอร์ปลุกพลัง BLOOM :THE NEW JOURNEY BEGINS
“กลุ่มบริษัท
คิง เพาเวอร์” จัดทำคลิปความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียล มีเดีย เร่งหลอมรวมความเป็นหนึ่งเดียวในองค์กรก้าวข้ามอุปสรรคสู่ก้าวใหม่
Next Move เตรีมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับองค์กร
ปลุกพลังใจพนักงานผ่านเพจ King Power Family ด้วยเนื้อหาสร้างพลังใจภายใต้คอนเซ็ปต์
“BLOOM : THE NEW
JOURNEY BEGINS : จุดเริ่มต้นของสิ่งดี ๆ กำลังจะเกิดขึ้น” นำเสนอเรื่องราวด้วยภาพและข้อความสอดรับตามเนื้อหาทั้งหมดดังนี้
“ธุรกิจของเราผ่านอะไรมามากมาย
ทั้งช่วงเวลารุ่งเรือง และช่วงที่ต้องฝ่าฟัน ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน
ทุกธุรกิจต้องปรับตัว เพื่อความอยู่รอด พนักงานเป็นส่วนสำคัญที่สุด
ของทุกการเปลี่ยนแปลง พวกเราทุกคนมาร่วมกันสร้าง และนี่คือสิ่งดี ๆ
ที่กำลังจะเกิดขึ้น”
กลุ่มบริษัท
คิง เพาเวอร์ ประกาศเดินหน้าสู่ “ก้าวใหม่ :NEXT MOVE”
เพื่อทำให้ธุรกิจของคนไทยที่พัฒนาร้านค้าปลีกเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวให้คนทั่วโลกรู้จักชื่อเสียงประเทศไทยมายาวนานกว่า
36 ปี พร้อมแล้วที่จะสร้าง ความ เป็น ไป ได้ ไม่สิ้นสุด
ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง
ข่าวที่ 3-พิเศษ!!ช้อปคิงเพาเวอร์ 5 สาขา
11วัน ลดส่งท้ายปี30%
พิเศษ
11 วันเท่านั้น! ที่ “คิง เพาเวอร์”
ช้อปของขวัญรับหยุดยาว 11 วันเท่านั้น
สำหรับนักเดินทางที่มีไฟลต์บินปลายปี 2568–ต้นปี 2569
เริ่มช้อปได้เลย กับโปรคุ้มสุดก่อนส่งท้ายปี! วันนี้ -14 ธันวาคม 2568 มุ่งหน้าไปยัง 5 สาขาหลัก
ได้แก่ คิง เพาเวอร์ในเมืองที่ รางน้ำ ภูเก็ต กับ 3 ท่าอากาศยานที่
สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต
ช้อปบิวตี้ไอเทม
น้ำหอม และเครื่องสำอาง
-ลดแรง!
สูงสุด 30% ไม่มีขึ้นต่ำ เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ
-ลดเพิ่ม!
ON-TOP5% สำหรับสมาชิก POWER PASS
ยังไม่เป็นสมาชิก
สมัครได้ฟรี! รับสิทธิ์ตรงจาก คิง เพาเวอร์ และพันธมิตรหลากหลายระดับประเทศ
และนานาชาติทั่วโลก
ข่าวที่ 4-ททท.ต้อนรับ“เชนได-ดอนเมือง”ปี68ญี่ปุ่นทัวร์ไทย1ล้านคน
นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่
รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า
นำทีมร่วมต้อนรับสายการบิน “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” เปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ XJ
631 เส้นทาง เซนได/ญี่ปุ่น–ดอนเมือง/ไทย มายังท่าอากาศยานดอนเมือง ร่วมกับพันธมิตรหลายภาคส่วนสร้างความอบอุ่นให้ผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงไทย
มีทั้งผู้แทนท่าอากาศยานดอนเมือง ไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ผู้บริหารโครงการ One
Bangkok เพิ่มโอกาสการเดินทางพร้อมกับขยายตลาดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางเพิ่มมากยิ่งขึ้นตั้งแต่ฤดูท่องเที่ยวปลายปี
2568 ต่อเนื่องตลอดปี 2569
และสามารถทำให้ยอดนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นปี 2568 มาเที่ยวเมืองไทยตามเป้าหมายเกิน
1 ล้านคน
“เที่ยวบินตรง” ไป-กลับ เซนได–ดอนเมือง เปิดให้บริการช่วงตารางบินฤดูหนาว
2568/69 ระหว่างธันวาคม 2568 – มีนาคม
2569 ให้บริการ 4 เที่ยว/สัปดาห์ ด้วยเครื่องบินแอร์บัส
A330 ขนาดบรรทุกผู้โดยสาร 335 ที่นั่ง/ลำ
อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจากเมืองรองใน “ภูมิภาคโทโฮคุ” ญี่ปุ่น รองรับการเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยตลอดฤดูหนาวข้ามปี
“ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” บินปฐมฤกษ์มายังท่าอากาศยานดอนเมืองแล้วตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป มีผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นเดินทางรวม
197 คน เป็นกลุ่มเยาวชนจาก “YUKI FOOTBALL ACADEMY” เมืองเซนได กว่า 100 คน เดินทางมาเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนนานาชาติ
และทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมร่วมกับเยาวชนไทย
สร้างความประทับใจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นเชิงบวกเพิ่มมากขึ้น
สถิตินักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเดินทางมาไทยต่อเนื่อง
11 เดือน ระหว่าง 1 มกราคม – 30
พฤศจิกายน 2568 มาแล้วทั้งสิ้นกว่า 985,612
คน มีสัญญาณดีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง ททท.ตั้งเป้าตลอดปีนี้จะผลักดันให้ได้ถึง
1 ล้านคน ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทางตลาดญี่ปุ่นเที่ยว
ข่าวที่ 5-กลุ่มบริษัทบางจากจัดCGต่อยอดวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน
นายโชคชัย
อัศวรังสฤษฎ์ Chief Transformation and Synergy Realization Officer บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำคณะผู้บริหาร และพนักงานกลุ่มบริษัทบางจาก
ทำกิจกรรม CG Day 2025 สำนักงานใหญ่ บริษัท
บางจากฯ ร่วมแสดงพลังการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี
จัดขึ้นเป็นปีที่ 20 ภายใต้แนวคิด “Change Your Mind, Change Your
Life เปลี่ยนจิตใจ เปลี่ยนชีวิต” โดยมีนักสร้างพลังจิตและแรงบันดาลใจให้เกียรติเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นำโดย “เดียร์ ลิลลี่ แม็คกร๊าธ” พิธีกร
นักแสดง และนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ
ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ด้านประโยชน์และผลสำเร็จจากการทำสมาธิ โดยศึกษาผลงานของ Dr.Joe Dispenza นักวิจัย นักเขียน
ที่ปรึกษาและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ไคโรแพรคติก ที่มุ่งเน้นเรื่องเพิ่มความสอดคล้องของสมองและหัวใจ
รวมถึงการเชื่อมโยงจิตใจและร่างกาย
กิจกรรมนี้มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานเรียนรู้
พัฒนาตนเอง และแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ
พร้อมส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืนด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate
Governance) เข้าใจในหลักจริยธรรมและความโปร่งใสการทำงาน
และพัฒนาตนเองให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร
กลุ่มบริษัทบางจากจัดกิจกรรมงาน CG
Day เป็นประจำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อตอกย้ำให้ผู้บริหารและพนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาองค์กรในทุกมิติ
ตามแนวทาง ESG (Environment, Social และ Governance) ยึดการดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล อันเป็นรากฐานสำคัญทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ข่าวที่
6-บางจากมอบบัตรเติมน้ำมันก.พลังงานช่วยเร่งด่วนน้ำท่วมใต้
นางกลอยตา
ณ ถลาง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่
งานบริหารความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
เป็นผู้แทนกลุ่มบริษัทบางจาก ร่วมกับผู้บริหารบริษัทฯ มอบบัตรเติมน้ำมันบางจาก 500,000
บาท แก่ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
ในโครงการพลังงานช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้” ของกระทรวงพลังงาน ที่อาคารบี
ศูนย์เอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ร่วมกับผู้ประกอบการด้านพลังงานชั้นนำของประเทศ
กลุ่มบริษัทบางจาก
มุ่งมั่นร่วมช่วยประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยโดยเฉพาะการช่วยเหลือแบบเร่งด่วนในพื้นที่ภาคใต้
ซึ่ง “น้ำมันเชื้อเพลิง” นับเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจฟื้นฟูของหน่วยกู้ภัย
การขนส่ง และการช่วยเหลือให้ทุกครัวเรือนซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว
ช่วงที่ 2
ลมหนาวพัดผ่าน กทม.ในจังหวะพอดีเที่ยวงาน “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวงร.9” วันนี้-10 ธ.ค.68 แต่งไทยไปเช็คอินได้ทุกวันทั้ง
5 โซน ละลานตาทั้งดอกไม้ แสงสีสวย กิจกรรม อาหาร ละลานตา
แล้วฟัง “5วิธีป้องกันและรับมือฝุ่น PM 2.5” มันเริ่มมาอีกแล้ว เกาะติดข่าวเด่น ข่าวแรก “ศูนย์สิริกิติ์”
ชวนทุกสายส่งท้าย ธ.ค.นี้ 5 อีเวนต์ ข่าวที่สอง “Travelokaผนึกททท.” โปรโมทเที่ยวเหนือแจกโปร 12.12 SuperSale ลดตั๋ว
ที่พัก กิจกรรม 50%
ท่องเที่ยว –เที่ยวงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง
ร.9เติมสุขสนุก5พิกัด
สายลมเย็นพัดผ่านเมืองกรุงมาชวนคนรักดอกไม้และงานศิลป์
ออกเดินทางไปฮีลใจดื่มด่ำธรรมชาติและวิถีไทย ชมความงาม “พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง
ร.9” วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
กับมูลนิธิสวนหลวง ร.9 เนรมิตสวนเปิดโล่งให้มาเดิน “สืบสาน
งานศิลป์ ถิ่นเรืองรอง พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.9 ประจำปี 2568”
ละลานตาด้วยทุ่งดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณผลิบานเคียงข้างงานศิลป์และวัฒนธรรม
เชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมแต่งชุดไทยร่วมอนุรักษ์
หรือจะใช้บริการเช่าชุดในงานเพื่อสวมใส่เดินเที่ยวงานแบบฟิน ๆ ได้ใน 5 พิกัด
พิกัดที่ 1 ร่วมกิจกรรมศิลป์แผ่นดิน :
การสาธิตงานหัตถศิลป์ไทย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พิกัดที่ 2 ชมมหกรรมแสงสี Light
Installation การประดับตกแต่งสะท้อนเอกลักษณ์ผ่าน “เสน่ห์ไทย”
ด้วยนวัตกรรมแสง สี เสียง และสื่อประสมร่วมสมัย
เพื่อสร้างบรรยากาศความงดงามช่วงกลางวันและกลางคืน
พิกัดที่ 3 เดินตลาดบกและตลาดน้ำ
: จำลองบรรยากาศตลาดและวิถีชีวิตของชาวบ้านแบบย้อนยุค
เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว สาธิตภูมิปัญญา
หัตถกรรมพื้นบ้านและอาหารพื้นเมืองทั้งบนบกและในน้ำ
พิกัดที่ 4 สนุกกับกิจกรรมบันเทิง
เพลิดเพลินกับการแสดงเพลงพื้นบ้าน การแสดงทางด้านวัฒนธรรมไทยและไทยประยุกต์
การละเล่นพื้นบ้านแบบไทยทั้งทางบกและทางน้ำ
พิกัดที่ 5 ชิมของอร่อยร้านค้า
ร้านอาหาร และหลากหลาย แล้วเลือกช้อปกลับบ้านอย่างเต็มอิ่ม
เที่ยวพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร. 9 ประจำปี 2568 มีค่าเข้าเพียงคนละ 20 บาทเท่านั้น
มาได้ตั้งแต่วันนี้- 10 ธ.ค. 2568 บริเวณศาลาพุฒจันทร์
และสวนรมณีย์ สวนหลวง ร.9 กรุงเทพมหานคร “วันธรรมดา”
เริ่มตั้งแต่ 13.00 - 19.00 น. ส่วน “วันหยุด” เริ่ม
10.00 - 19.00 น.
สุขภาพ –5
วิธีป้องกันและเตรียมตัวให้พร้อมรับมือฝุ่น PM 2.5
การป้องกันฝุ่น PM
2.5 เป็นสิ่งสำคัญเพื่อสุขภาพ
โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าฝุ่นละอองสูงเกินมาตรฐาน ซึ่งฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน
สามารถเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจและกระแสเลือด ทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น
โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้
แนะนำให้เร่งใช้ 5 วิธีป้องกันฝุ่น PM 2.5 ดังนี้
1.สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น
: เลือกหน้ากาก N95 หรือ KN95 มีความสามารถในการกรองฝุ่น PM 2.5 ได้ดี ควรสวมใส่เมื่อต้องออกจากบ้านในพื้นที่ที่มีฝุ่นสูง
2.หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้าน
: การทำกิจกรรมนอกบ้านโดยเฉพาะในวันที่ค่าฝุ่นสูง
ตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านแอปหรือเว็บไซต์ที่แสดงดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI)
3.ใช้เครื่องฟอกอากาศ
: เลือกเครื่องที่มีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาดเล็กจะช่วยลดปริมาณฝุ่นภายในบ้าน
ทำให้อากาศสะอาดขึ้น
4.ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด
: ช่วยป้องกันฝุ่นจากภายนอกเข้ามาภายในบ้าน โดยการปิดประตู หน้าต่าง
หรือใช้ผ้าปิดรูระบายอากาศที่อาจมีฝุ่นเข้าได้
5.ล้างหน้าหรือทำความสะอาดตัวหลังออกข้างนอกเมื่อกลับจากนอกบ้าน ควรล้างหน้า ล้างมือ
และเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลดการสะสมฝุ่นบนร่างกาย
การป้องกันฝุ่น PM
2.5 จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากมลพิษทางอากาศและช่วยดูแลสุขภาพในระยะยาว
ฟังข่าวท้ายชั่วโมง
ข่าวแรก –ศูนย์ฯสิริกิติ์มอบความสุขตลอดธ.ค.68เช็คอิน 5 อีเวนต์
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
เปลี่ยนช่วงส่งท้ายปีธันวาคม 2568 ให้เป็นเดือนแห่งความสุข
กับขบวนอีเวนต์จัดเต็มทุกไลฟ์สไตล์คึกคักตลอดทั้งเดือน พาเหรดกันมาทุกสาย ทั้งสายแฟมิลี่
สายเฮลท์ สายแฟนด้อม สายบันเทิง สายธรรมะ รวมไว้ครบเอาใจทุกเจน เพิ่มประสบการณ์ความสนุกได้ตลอดธันวาคมนี้
5 งาน
● งานที่ 1
Cat Expo Thailand 2025 มหกรรมเพื่อคนรักแมวที่สุดของปี งานใหญ่ของทาสแมวประเดิมจัดสัปดาห์นี้ 5–7 ธันวาคม 2568 เปิดโซนตรวจสุขภาพ ให้คำปรึกษากับสัตวแพทย์ เวิร์กชอป กับ โซนรับเลี้ยงสัตว์
ตลอดงานเต็มไปด้วยความน่ารักที่จะทำให้ทุกวัยหัวใจพองโต
● งานที่ 2
REDLINE Fitness Games
Bangkok 2025 วันที่ 6-7 ธันวาคม นี้ ชมการแข่งขันฟิตเนส สายแอคทีฟห้ามพลาด! งานระดับนานาชาติท้าทายทั้งพลัง
ความเร็ว และความอึด สะท้อนเทรนด์สุขภาพยุคใหม่
ให้ความสำคัญทั้งกาย และใจ มาร่วมปลุกพลังได้เต็มสปีด
● งานที่ 3
มหกรรมคอนเสิร์ต
และปาร์ตี้เฉลิมฉลองสุดพิเศษ ศูนย์ฯ สิริกิติ์ แปลงโฉมพื้นที่ต้อนรับแฟนด้อมเข้ามาเติมเต็มพลังใจสร้างโมเมนต์ประทับใจร่วมกันอย่างอบอุ่น
-Happy BUSDAY The
Sophomore วันที่ 6–7 ธันวาคม 2568
-4EVE 5th
Anniversary Party – Love me 4Ever, Love you 5Ever วันที่ 23
ธันวาคม 2568
● งานที่ 4
ธรรมะในสวน เบญจกิตติ
วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม
2568 ฮีลใจในหัวข้อ “สติปัญญามี โชคชะตาจะดี”ชวนมาสร้างสมดุลกับกิจกรรมด้านสุขภาวะทางใจ
มาพักใจ เติมพลังดี ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ก่อนกลับร่วมสนุกได้ตลอดทั้งวันกับงานอื่น
ๆ
● งานที่ 5
CarniWOW Festival 2025 วันที่ 24–28 ธ.ค. 68 สนุกเต็มที่ไปกับ เฟสติวัล คาร์นิวัลใหญ่ส่งท้ายปี
ทั้งเกม โซนอาหาร ดนตรี กิจกรรมอินเทอร์แอคทีฟเหมาะกับทุกช่วงวัย รองรับกลุ่มครอบครัว
และแก๊งเพื่อนมาได้ทุกวัน
ข่าวที่สอง –“Traveloka-ททท.”โหมขายเที่ยวเหนือแจกโปร12.12ลด50%
ทราเวลโลก้า
: Traveloka นำแพลตฟอร์มท่องเที่ยวแบบครบวงจรชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำภูมิภาคภาคเหนือพร้อมรองรับการท่องเที่ยวในประเทศเติบโตต่อเนื่อง
ชูจุดขาย เสน่ห์วัฒนธรรม ธรรมชาติ
ประสบการณ์ด้านเวลเนสให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น พุ่งเป้าหลักใน “เชียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง”
ซึ่งได้รับความนิยมสูงจากคนไทยและในภูมิภาคเอเชีย
“ทราเวลโลก้า
และ YouGov” ใช้
“ข้อมูลผลสำรวจความต้องการ” ของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พบสัญญาณที่ดีจาก
“นักท่องเที่ยวไทย” กว่า 70% นิยมเดินทางภายในประเทศ เน้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ธรรมชาติ และทริประยะสั้น
ผนวกกับการค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์มนี้มากสุดต่อเนื่องคือ“เชียงใหม่ ติด 1
ใน 5 เมือง”
ชี้ให้เห็นถึงจังหวัดนี้ยังครองความนิยมและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
ระหว่าง
3-12 ธันวาคม 2568 จึงได้เปิด “แคมเปญ 12.12 Super
Sale” ช่วยอำนวยความสะดวกให้นกท่องเที่ยววางแผนทริปปลายปี
2568 โดยมอบ “ส่วนลดสูงสุด”
ถึง 50% ทั้ง ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม
กิจกรรมท่องเที่ยว ช่วยให้เลือกท่องเที่ยวจังหวัดยอดนิยมในภาคเหนือที่โดดเด่นทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ
ได้สะดวกและคุ้มค่ามากขึ้น
“นายขจรเดช
อภิชาติตรากุล” ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ ททท. เปิดเผยว่า ร่วมกับทราเวลโลก้าโปรโมตการท่องเที่ยวภาคเหนือผ่านการสื่อดิจิทัลและแคมเปญเชิงกลยุทธ์
มุ่งขยายผลการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพิ่มขีดความสามารถของภูมิภาค สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นจังหวัดต่าง ๆ ในภาคเหนือการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยทำโครงการ “Season of
Relaxing @ North : คิดจะพัก...คิดถึงฤดูเหนือ” นำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง
ด้วยสินค้าท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ Health and
Wellness อย่าง โรงแรม/ที่พัก ผนวกกับกิจกรรม เช่น สปาทรีตเมนต์ สปาน้ำแร่
การแช่ออนเซน ทำซาวด์
ฮีลลิ่ง อาหารเพื่อสุขภาพ อื่น ๆ และงานคราฟท์ เช่น ผ้าทอมือ เครื่องเงิน และความร่วมมือกับทราเวลโลก้า ส่งเสริมการท่องเที่ยวฤดูหนาวอีก
3 ส่วน ดังนี้
● ทำแคมเปญ “Relaxing @ North มอบส่วนลด 15 % (สูงสุด 200 บาท)
เมื่อจองโรงแรม/ที่พักและกิจกรรม ผ่านแพลตฟอร์มของทราเวลโลก้า ตั้งแต่วันนี้ -30 มีนาคม 2569
● จัดโปรโมชั่นช่วงพิเศษทุกเดือน
เช่น ส่วนลดราคาพิเศษในเดือน 12.12 และอื่น
ๆ
●จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์
เส้นทางท่องเที่ยว โรงแรม/ที่พัก ผนวกกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุภาพ ผ่าน KOLs, Influencer เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางและพักค้างเพิ่มมากขึ้น
โดยมีพันธมิตรภาคเหนือเข้าร่วมกว่า 1,000 ราย ทั้งโรงแรม/ที่พัก และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
นายสิทธิพงษ์
เนติพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงแรมฟลอรา ครีก กล่าวว่า เป็นหนึ่งในพันธมิตรมีบริการที่พักท่ามกลางธรรมชาติและงานฝีมือท้องถิ่น
เมื่อร่วมกับทราเวลโลก้าช่วยให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่มเป้าหมายและรู้จักในวงกว้างมากขึ้น
ทางโรงแรมพร้อมนำเวลเนสและวัฒนธรรมให้บริการสนับสนุนยอดขายและธุรกิจโดยรวมเติบโต แล้วยังทำให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนท้องถิ่น
ร่วมเผยแพร่มรดกวัฒนธรรมล้านนาสู่ผู้คนภาคอื่น ๆ ในเมืองไทยและนานาประเทศ
“อัลเบิร์ต”
ผู้ร่วมก่อตั้งทราเวลโลก้า กล่าวว่า การท่องเที่ยวในประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
โดยเฉพาะ “ภาคเหนือ” เป็นภูมิภาคที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรมและความหมายต่อคนเดินทางอย่างยิ่ง
เมื่อได้ร่วมงานกับ ททท. จะช่วยเสริมนักท่องเที่ยวสร้างการรับรู้มากขึ้น
ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านการผสาน “จุดแข็ง” ทิศทางการท่องเที่ยวของประเทศเข้ากับ
“ศักยภาพด้านดิจิทัล” ของทราเวลโลก้า มุ่งสนับสนุนเติบโตอย่างยั่งยืนและพร้อมผลักดันผู้ประกอบการกับชุมชนท้องถิ่นที่มีส่วนทำให้ปลายทางการท่องเที่ยวคึกคักและมีชีวิตชีวาต่อเนื่องตลอดไป
ติดตามฟังรายการได้ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00-12.00 น.ทาง สวท.FM 97.0 MHz.










ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น